• ยี่สิบแปดกันยา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sanddy55@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-01-03
  • จำนวนเรื่อง : 185
  • จำนวนผู้ชม : 67589
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
คนคิดคนเขียน
ขบคิดเรื่องรอบตัว ถ่ายทอดมาเป้นเรื่องราว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sinesanddy2528
วันอังคาร ที่ 28 เมษายน 2563
Posted by ยี่สิบแปดกันยา , ผู้อ่าน : 197 , 11:33:08 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

หลังจากที่ พ.ร.ก.กองทุนพยุงหุ้นกู้เอกชน มูลค่า 4 แสนล้านบาท มีผลบังคับใช้เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีการตั้งข้อสังเกตจากหลายฝ่าย รวมถึงการออกมาแสดงความคิดเห็นจากนักการเงินและอดีตรัฐมนตรี ที่ออกมาระบุว่า การแทรกแซงตลาดทุนในครั้งนี้เป็นการเอื้อผลประโยชน์ให้กับเอกชนบางเจ้าหรือไม่? 

เราลองมาฟังคำตอบจากปาก ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ว่าเหตุใดที่ทางแบงค์ชาติจึงต้องออกโรงยื่นมือเข้ามาช่วยกู้วิกฤติตลาดเงินในครั้งนี้ 

“แบงก์ชาติขอเรียนว่า การออกมาตรการในครั้งนี้เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินเพราะตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนที่มีขนาดถึง 3.6 ล้านล้านบาท หรือ กว่าร้อยละ 20 ของ GDP เป็นแหล่งระดมเงินทุนและแหล่งลงทุนที่สำคัญ ถ้าตลาดการเงินส่วนใดส่วนหนึ่งมีปัญหา ก็อาจจะกระทบเป็นลูกโซ่ไปสู่ระบบการเงินโดยรวมและภาคเศรษฐกิจจริง

ซึ่งการตั้งกองทุน BFS เป็นการทำลักษณะคล้ายๆกับ QE ในอเมริกา คือเป็นการเสริมสภาพคล่องให้กับบริษัท โดยการซื้อหุ้นกู้ที่บริษัทนั้นออกมา เพื่อให้บริษัทมีกระแสเงินสดให้หมุนเวียน เพราะกระแสเงินสดเปรียบเหมือนเลือด ถ้าขาดเลือดเราตายครับ

ยกตัวอย่างๆง่าย ถ้าบริษัทเป็นคนอย่างเราๆ คือ ถ้าเรามีสินทรัพย์ราคาสูงมากเช่นที่ดิน แต่ที่ดินนั้น ขายไม่ได้ไม่มีคนซื้อให้เช่าก็ไม่มีใครเช่า กับสถานะการณ์ในปัจจุบัน จึงไม่มีรายได้เข้ามา กระแสเงินสดจึงไม่มี เงินในกระเป๋าจึงแฟบไปครับ แต่ค่าใช้จ่ายยังอยู่เหมือนเดิม แล้วเราจะกินอยู่ อย่างไรเมื่อเงินในกระเป๋าไม่มี กองทุนนี้จึงตั้งขึ้นเพื่อรับซื้อสินทรัพย์เพื่อเสริมสภาพคล่องให้มีกระแสเงินสดในมือเพื่อนำไปดำเนินกิจวัตรประจำวัน เช่น จ่ายค่าบ้าน ค่ารถ รวมถึงค่าใช้จ่ายในบ้าน ต่อไปได้ครับ

ในรูปแบบที่เราจะทำ เราก็ได้ศึกษาโมเดลมาจากหลายประเทศที่ทำ เราไม่ใช่ธนาคารกลางแรกที่ลุกขึ้นมาช่วยดูแลสภาพคล่องตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน ในสหรัฐฯ แคนาดา สวีเดน อังกฤษ ธนาคารกลางสหภาพยุโรป หรือธนาคารเกาหลีก็ทำกัน หลายธนาคารกลางมีโครงการแบบนี้ต่อเนื่องมา และเมื่อเกิดเหตุการณ์โควิด-19 ความไม่แน่นอนสูงขึ้น จึงได้ขยายให้กว้างขึ้นไปอีก

 

ของเราอาจจะทำตั้งต้นคล้ายๆ กับสิ่งที่เกาหลีได้ทำ นั่นคือการจัดตั้งกองทุนขึ้นมาหนึ่งกองทุนช่วยทำหน้าที่เสริมสภาพคล่องให้กับตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน นั่นก็เป็นกองทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยใช้เงินที่ได้จากการจัดการบริหารสภาพคล่องของเรา ใส่เข้าไปในกองทุนไม่เกิน 400,000 ล้านบาท

โดย 400,000 ล้านบาท มาจากการที่เราดูว่ามีตราสารหนี้เอกชนที่มีอันดับความน่าเชื่อถือเป็นระดับที่ลงทุนได้หรือ Investment Grade จะครบกำหนดราว 960,000 ล้านบาทในช่วงปีนี้จนถึงสิ้นปีหน้า กองทุนนี้จะทำหน้าที่ไปเติมเต็มในกรณีที่เขาไม่สามารถ Roll Over ได้ในช่องทางปกติ เราจะไปเติมเต็ม

‘เขาจะต้องไประดมทุน ไม่ว่าจากธนาคารพาณิชย์หรือจากตลาตราสารหนี้ปกติไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง’ ถึงจะสามารถขอส่วนที่เติมเต็มตรงนี้ได้ เขาจะต้องไปหาเงินของเขามาก่อนให้ไม่น้อยกว่าสัดส่วนครึ่งหนึ่งของส่วนที่จะครบกำหนด ถึงจะมีสิทธิ์มาขอได้ ถึงเป็นที่มาที่ทำให้เรามองว่า ถ้าจะครบกำหนดราว 960,000 ล้านบาท เราไม่รู้สถานการณ์จะเป็นอย่างไร ถ้าเราจะช่วยสักครึ่งหนึ่ง จึงเป็นที่มาของ 400,000 ล้านบาท

เพราะฉะนั้นผมถึงเรียนว่า อันดับแรกเขาจะต้องไปหาเงินตามช่องทางปกติ ด้วยกลไกปกติ ซึ่งเราจะยึดหลักว่า คุณต้องไปออกตราสารใหม่ขายในตลาดด้วย สองคือ ต้องไประดมทุนจากธนาคารพาณิชย์ เพราะลูกค้าพวกนี้ก็จะมีวงเงินสินเชื่อกับธนาคารพาณิชย์อยู่ ซึ่งจะต้องทำทั้งสองช่องทางและได้เงินมาในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของเงินที่จะครบกำหนด ถึงจะมีสิทธิ์มาขอ ‘ส่วนที่จะเติมเต็ม’

โดยบริษัทที่จะมาขอสภาพคล่องในส่วนนี้ได้ ต้องเป็นบริษัทที่มีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ Investment Grade ขึ้นไป เพราะฉะนั้นเราไม่ได้ไปช่วยบริษัทในกลุ่ม Below Investment Grade พวกนั้นคนถือตราสารก็จะเป็นกลุ่ม High Network เป็นคนที่ถือในนามบุคคล เป็นคนที่รวย พวกนั้นไม่ได้มีปัญหาในเรื่องความเชื่อมโยงเสถียรภาพระบบการเงิน เขาไปลงทุน ก็ต้องรับความเสี่ยงของเขาเอง สิ่งที่เราเป็นห่วงคือกลุ่มที่เป็นบริษัทที่ดีในภาวะปกติ เขาก็ทำธุรกิจได้ Roll Over ตราสารได้ แต่ในภาวะที่ตลาดมันบาง เกิดความผิดปกติ มันถึงจำเป็นจะต้องมีกลไกเสริมเพื่อเป็นหลังพิง เป็นโรงพยาบาลสนามที่เข้าไปช่วย

คำต่อคำจากปากของผู้ว่าแบงค์ชาติในวิกฤติคราวนี้ สะท้อนให้เห็นว่าในภาวะที่ผิดปกติ การใช้เครื่องมือแก้ปัญหาก็ต้องใช้ขั้นตอนพิเศษ ซึ่งในภาวะที่ค่อนข้างรุนแรงและเร่งด่วนแบบนี้ การดำเนินการครั้งนี้น่าจะเป็นไปด้วยดีแม้ว่ามันจะเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยทำเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ เพื่อที่ประเทศไทยและพวกเราคนไทยทุกคนจะรอดไปด้วยกัน.

 

เรียบเรียงจาก : thestandard และ รายการตอบโจทย์ ThaiPBS 17 

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]