• เณรรูน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : roonfoto@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-09
  • จำนวนเรื่อง : 277
  • จำนวนผู้ชม : 1076503
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
ตานี นรายะลา
ภาพเล่าเรื่อง.. เท่าที่ได้ไปสัมผัส ของสื่อในสถานการณ์เสี่ยง บนพื้นที่ปลายด้ามขวาน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/singslatan
วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม 2553
Posted by เณรรูน , ผู้อ่าน : 5263 , 17:10:46 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน สิงห์นอกระบบ , พันธกานท์ และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

..... พ่อผมเป็น " คนนคร " นครศรีธรรมราชครับ ไม่ใช่นครพนม ..
พื้นเดิมเป็นชาวพื้นเมืองบ้านท่าซอม อ.หัวไทร จ.นครศรี ฯ .. อยู่ใกล้ๆวัดพัทธสีมา ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ ที่สร้างมาตั้งแต่สมัย
กรุงศรีอยุธยา มีโบราณสถานและโบราณวัตถุให้ศึกษามากมาย ...

..... " พ่อ " มีพี่น้องหลายคน ต้องปากกัดตีนถีบทำมาหากินตามสภาพ ภาวะความแร้นแค้นทางด้านภูมิศาสตร์ของลุ่มน้ำปากพนังในสมัยนั้น น้ำเค็มทะลักเข้าเรือกสวนไร่นา อย่าว่าแต่ทำนาเลยครับแม้แต่น้ำดื่มก็ยังลำเค็ญ ขนาดต้องใช้โอ่งใบใหญ่รองน้ำฝนไว้กิน เพราะน้ำบ่อที่นี่เค็มจริงๆ ....

..... " ลำบากยากเข็ญกันทั่วหน้า ซ้ำร้าย ปี 2505 ซึ่งผมยังไม่เกิด แต่ได้เกิดมหาวาตภัยถล่ม " แหลมตะลุมพุก " อ.ปากพนังเข้าไปอีก .. คร่าชีวิตผู้คนเป็นจำนวนมาก ส่วนที่รอดชีวิตก็ไร้ที่อยู่อาศัย การทำมาหากินฝืดเคืองเดือดร้อนไปทุกทั่วหย่อมหญ้า ...
     ครอบครัวของพ่อและญาติๆผมก็โดนหางเลขไปด้วย เพราะเพราะพื้นที่ หัวไทร - ปากพนัง มีอาณาเขตต่อเนื่องกัน ......

  ทำให้รัฐบาลในสมัยนั้น มีนโยบายโยกย้ายประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ไปหาที่ทำกินแห่งใหม่ที่เรียกกัน " นิคมพัฒนาตนเอง "  ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าเขาห่างไกลความเจริญ ...

     .... การอพยพละทิ้งถิ่นฐาน " คนนคร " ครั้งใหญ่ก็เริ่มขึ้น ณ เมื่อนั้น ...
         ซึ่ง พ่อและญาติๆ ก็รวมอยู่ในนั้นด้วย เพราะขืนยังที่นี่ มองไม่เห็นลู่ทางที่จะทำให้การดำรงชีวิตและความเป็นอยู่ดีขึ้น
         และที่ร้ายไปกว่านั้น " เณรรูน " ก็ไม่มีโอกาสมีชีวิตขึ้นมา ได้เดินเล่นบนโลกบูดๆเบี้ยวๆใบนี้ เป็นแน่แท้เช่นกัน   ....
        ยามนั้น พ่อผมและญาติๆตัดสินใจมาอยู่ที่ อ.ธารโต จ.ยะลา อันไกลพู้น .....

     ที่นั่นเขาเรียกกันว่า บ้านหน้าเกษตร ซึ่งฝั่งตรงข้ามถนนสาย410 ยะลา - เบตง เป็น สถานีวิจัยยางพันธุ์ดี อ.ธารโต ชื่อเต็มๆและถูกต้องจำไม่ได้ และที่แห่งนั้นได้กลายเป็นแหล่งบ่มเพาะวิทยายุทธ์ " การติดตายาง " ให้แก่พ่อโดยการเอากิ่งตายางพันธุ์ดีมาทาบกับต้นกล้ายางพันธุ์พื้นเมือง เป็นความรู้ติดตัวตั้งแต่นั้นมา ซึ่ง ในสมัยนั้นน้อยคนนักที่ จะมีความรู้เรื่องการปลูกยางพันธุ์ดี ...

   พ่อจึงได้นำวิชาการ " ติดตายาง "  ตระเวนรับจ้างเลี้ยงชีพเรื่อยมาจนมาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ตอนล่าง จนมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา  ได้พบกับลูกสาวชาวสวนยางคนหนึ่ง  ณ ที่แห่งนั้นศรกามเทพพุ่งเข้าปักอก " หนุ่มนครพลัดถิ่น " อย่างแรง ทำให้ทั้งคู่ได้แต่งงานกัน ร่วมสร้างหลักปักฐานอยู่กินเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เกือบ 50 ปีแล้ว และผู้หญิคนที่พ่อแต่งงานด้วยในครั้งนั้นก็คือ ...
           แม่ผมเอง ..........................................................

    วกกลับไปที่ ธารโตอีกครั้ง คูณป้าของผม ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่ของพ่อ ที่ได้อพยพมาจากหัวไทรด้วยกันในครั้งนั้น ป้าเป็นคนมีหัวทางด้านการค้า บ้านไม้ชั้นเดียวริมคลองบ้านหน้าเกษตร ติดถนนสาย 410 ของแกได้ดัดแปลงเป็นร้านขายของชำ เมื่อครั้งผมยังเด็กอายุประมาณ 6-7 ขวบ พ่อได้พาไปเที่ยวเล่นน้ำคลองใสๆที่นั่น ยังเคยพบเงาะป่าซาไกขนานแท้และดั้งเดิมตัวเป็นๆ ลงมาจากป่ารับจ้างทำงานทำสวนให้แก่ชาวบ้าน แลกข้าวของเครื่อใช้ที่จำเป็น ก่อนเร้นกายหายลับไปกับผืนป่าดงดิบในสมัยนั้น
            "  มันจะไม่ลงมาทำงานรับจ้างอีกจนกว่า ของที่ได้ไปใช้จนหมดแล้วจะลงมาอีกครั้ง " จำได้ป้าเล่าให้ฟัง
         เศรษฐกิจพอเพียงจริงๆ พวกซาไกนี่ .....

.............. ครั้งนั้นป้าได้ซื้อที่ดินปลูกยางพันธุ์ดี กว่า 50ไร่   ต้นยางงอกงามเจริญเติญโตบนผืนดินที่มีความอุดมสมบูรณ์แห่งนี้ จนใกล้จะได้กรีดรับผลิตผล ประมาณปี 2520 สถานการณ์ขบวนการโจรแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เริ่มทวีความรุนแรง การจับประชาชนเรียกค่าไถ่ จดหมายเรียกค่าคุ้มครอง เกิดไม่เว้นแต่ละวัน ป้าเลยตัดสินใจขายสวนยางแปลงนั้น(แกมถูกข่มขู่ ) และที่บ้านทั้งหมด ด้วยราคาไม่แพง นำเงินที่ได้พอติดตัว หอบลูกจูงหลานไปตั้งรกรากใหม่ที่ จังหวัดระนอง เริ่มการค้าขายเล็กๆน้อยๆใหม่อีกครั้ง 

 ด้วยความที่ทำงานหนักมาตลอดชีวิต ประกอบกับเริ่มอายุมาก โรคประจำตัวรุมเร้า ป้าได้ป่วยและจากโลกนี้ไปอย่างสงบเมื่อประมาณ 4-5 ปีที่ผ่านมานี้เอง.....
            ....

........ ครับเหตุที่ผมอารัมภบทเสียยืดยาว ไม่เข้าเรื่อง " บุญเดือนสิบ " เสียที ก็เพราะอยากจะให้พี่น้องชาวบล็อค ทุกคนเข้าใจว่าทำไมคนนครฯ ถึงมีความผูกพันกับงานเดือนสิบอย่างมาก ....

     นอกเหนือจากความภาคภูมิใจในความเป็น " ลูกพระธาตุเมืองนครฯ"  อัตลักษณ์แห่งวิถีชนที่บ่งถึงความเป็นคนปักษ์ใต้ขนานแท้ ....

 เหตุผลหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าจะใช่ นั่นคือ ... วิบากกรรมในอดีต อันมาจากภัยธรรมชาติและความยากจนแร้นแค้น ทำให้พี่น้อง ญาติสนิท เพื่อนบ้านต้องแยกสลาย ละทิ้งถิ่นฐานบ้านช่อง ไปหาโอกาสและอนาคตที่ดีให้แก่ตนเองและครอบครัวเอาดาบหน้า ....

    .. ด้วยความมุ่งมั่น มานะ หลายคนได้ดิบได้ดี
       เป็นเจ้าของธุรกิจ ประกอบกิจการค้าขาย รับราชการเป็นเจ้าคนนายคนก็มากมาย  ....
       และที่จากบ้านเกิดไปแล้วกลายเป็นโจร เสียก็เยอะ ......

........... แต่สิ่งหนึ่งที่คนนครฯ มีเหมือนกันคือความเป็น "ลูกนคร" .....
       อยากกลับบ้านไปกราบพ่อเฒ่า แม่เฒ่า ญาติผู้ใหญ่ที่เคารพ ตลอดจนมิตรสหาย ที่ไม่เคยเจอหน้ากันมาแสนนาน ...

" งานบุญเดือนสิบ " จึงนับเป็นการรวมญาติครั้งใหญ่ของคนนคร เช่นเดียวกับพี่น้องชาวใต้จากภูมิภาคอื่นๆ นอกเหนือจากทำบุญตามเทศกาลเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว .....
         .........

   ปีนี้พ่ออายุอย่าง 76 แล้ว สังขารเริ่มร่วงโรยไปตามกาลเวลา ......
แต่แกจะกระปี้กระเปร่าทุกครั้งเมื่อไกล้ถึงวัน " ทำบุญสาทรเดือนสิบ " เพราะจะได้กลับบ้านไปทำบุญ พบญาติผู้ใหญ่ และมิตร
สหาย ซึ่งหลายคนได้ลาโลกล่วงหน้าไปก่อนแล้วก็มี ....
          ........ แววตาบ่งบอกถึงความสุขทุกครั้งเมื่อได้กลับไปทำบุญ
       ปีละครั้ง ......

พ่อจะตื่นตั้งแต่ตี 4 จัดการกับตัวเอง เตรียมตัวออกเดินทาง จาก อ.เทพา สงขลา ถึง หัวไทร นครฯ ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง โดยมีลูกหลานคอยเป็นสารถีและคนหิ้วปิ่นโต ....

.......... วัดพัทธสีมา ต.ท่าซอม อ.หัวไทร จ.นครศรีฯ คือที่หมาย ...
 เริ่มจากไปกราบสักการะ ภาพถ่าพพ่อท่านชูเฒ่า พ่อท่านหนูจันทร์(พระอุปชาฌ์ของพ่อ) และพระคณาจารย์อื่นๆซึ่งเป็นที่
เคารพของชาวนครฯ ภายในวิหาร ...

พ่อท่านชูเฒ่า....

พ่อท่านหนูจันทร์..

...

จากนั้นก็มารวมตัวกันที่ศาลาเก่าๆหลังหนึ่งทางทิศใต้ของวัด ...
ที่ รายรอบได้ด้วยบัว หรือที่เก็บอัฐิของบรรพบุรุษ ....
         เถ้ากระดูก พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตาทวด ของพ่อก็อยู่ที่นี่เช่นกัน .......
         ในแต่ละปีลูกหลานกว่า 200 คน  มาสงบนิ่งทำบุญอุทิศส่วนกุศล ให้ผู้ล่วงลับ..

    " ทุกคนที่นี่ พี่น้องเราทั้งเพ " พ่อบอกผมทุกครั้ง ที่มีโอกาสได้ตามไปด้วยในแต่ละปี ...
         แต่!!! พ่อก็จำได้ไม่หมดทุกคน แล้วนับประสาอะไรกับผมซึ่งเป็นรุ่นลูก ที่ได้มาที่นี่แค่ปีละครั้งเหมือนกัน ซ้ำต่างทั้งสถาน
ที่และเวลา ...

   อย่าว่าแต่จะจำหน้าและชื่อญาติพี่น้องได้ทั้งหมดเลย ผมและญาติๆที่มาด้วยกัน แกล้งถามเล่นๆว่า ที่บ้านเดิมๆของพ่อตั้งอยู่ตรงไหนในหมู่บ้าน.....
        เพราะจากไปนาน พ่อจำไม่ได้จริงๆว่า บ้านที่เคยอยู่เมื่อครั้งเด็กๆ แม้แต่เสาก็หาไม่เจอแล้ว ...
       ไปทำบุญทุกปี ก็อาศัยบ้านญาติ ที่อยู่ใกล้ๆวัด ..........

   .... เสียดายปีนี้ ไม่ได้หิ้วปิ่นโตไปทำบุญเดือนสิบกับพ่อที่วัดพัทธสีมา .....
            แต่บรรยากาศงานบุญคงยิ่งใหญ่ไม่ต่างจากปีก่อนๆ .....

.... ภาพประกอบงานบุญเดือนสิบ วัดพัทธสีมา หัวไทร นครศรี ฯ

ปีที่แล้ว ส่วนปีนี้ตรงกับ วันที่ 8ตค.53 ....

.........





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
หมูอวย วันที่ : 11/10/2010 เวลา : 16.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moo-uay
เป็นผู้ชายที่เรียบง่าย...ที่มีใจรักในศิลปะ

เห็นภาพแล้วรู้สึกอิ่มบุญ สุขสงบครับ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
กบจ้อย วันที่ : 08/10/2010 เวลา : 11.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchot

ตอนเราเด็กๆ ก็ไปชิงเปรตกับเขาเหมือนและ
ผู้ใหญ่ตั้งอาหาร+เศษเงิน ไหว้ไม่ทันเสร็จ บางทีวิญญาณ
เปรตก็ออกลาย แย่งกันจัง
แม่คดปิ่นโตพาไปวัด คนเยอะ ทักทายโอภาปราศรัยกันดี
เวลากินหลังพระฉันแล้ว ก็ร่วมวงกันเป็นจุดๆ เอากับข้าวปิ่นโตมารวมกันกิน เป็นวัฒนธรรมที่ยังจำได้ไม่ลืม
ชอบหนมรามาก
ห่างไปนาน 40 ปีแล้ว เพราะย้ายมากท. พ่อแม่สิ้นเหม็ดแล้ว

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
navavee วันที่ : 08/10/2010 เวลา : 09.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/navavee

ที่ทำงานก็ให้พนักงานหยุดไปทำบุญได้โดยไม่ถือเป็นวันลา งานบุญเดือนสิบทีไร เมืองคอนคึกคักทุกปี รถติดก็ช่วงนี้แหละ น้อง ๆ กรุงเทพ ถนนราชดำเนิน ไม่มีธุระปะปังก็ไม่ควรหลงเข้าไป กว่าจะหลุดมาได้ .....

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
AAd วันที่ : 08/10/2010 เวลา : 09.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/AAd
Dsignature

เหอ ปีนี้ ผมไม่ได้กลับบ้านไปทำบุญ

งานเดือนสืบ อ่ะ ขอบคุณรูปน่ะ ที่เอามาให้ดู

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
เป๊ปซี่ วันที่ : 08/10/2010 เวลา : 08.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Pepsi8

...ได้อ่านประวัติเณรรูน...

...เพิ่งรู้ว่าเป็นลูกคึ่งกับเขาเหมือนกัน...

...ก็ครึ่งนครครึ่งสงขลา...

...แถมยะลาเข้าให้อีก...

...ชีวิตครบเครื่องอยู่เหมือนกัน...

...บุญสารทเดือนสิบเดี๋ยวนี้คนกรุงเพฯก็เริ่มชอบที่จะมาเที่ยวกันบ้างแล้ว...

...แม้จะยังไม่รู้ซึ้งและเข้าถึงจิตวิญญาณเหมือนคนปักษ์ใต้...

...ตอนผมบวชพระจำได้ว่าตอนชิงเปรต-สารทเดือนสิบนี้แหละ...

...ชาวบ้านเอาอาหารมาถวายท่วมหัวพระฉันกันไม่หวาดไม่ไหว...

...ไม่ตักฉันของโยมคนไหนก็จะมีงอนจะรีบร้องบอกว่าของอีฉันพระยังไม่ตัก...

...กว่าจะทั่วถึงก็เล่นเอาพระจุก...!!!

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 08/10/2010 เวลา : 08.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม


http://www.oknation.net/blog/motorcyrubjang/2010/10/07/entry-1

วัฒนธรรมที่งดงามเช่นนี้ ขอจงอยู่คู่เมืองไทย
ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ไอ้เฒ่ารูญภูผาเพชร วันที่ : 07/10/2010 เวลา : 22.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sakaisociety

พรุ่งนี้ ผมก็จะไปร่วมทำบุญเดือนสิบ
ไปเพื่อร่วมพบหน้าญาติพี่น้อง ให้รู้ว่ายังอยู่ยังคิดถึง
ส่วนเรื่องพิธีกรรม ผมไม่ค่อยรู้เรื่องนัก...

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
พฤจิกา วันที่ : 07/10/2010 เวลา : 21.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bigeye2009
"... ณ ทางแยก... บนทางเดินชีวิต..."

ขนมเดือนสิบ..อร่อยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
อาเน๊าะบุหลัน วันที่ : 07/10/2010 เวลา : 20.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bulan
http://www.oknation.net/blog/hati¨‘°ºO--ลูกพระจันทร์บรรเลง--Oº°‘¨   ดนตรีพื้นเมืองชายแดนใต้   

เทศกาลงานบุญ เป็นห้วงเวลาที่มีความสุขล้นเหลือครับ อิ่มทั้งบุญ และได้โอกาสรวมญาติกัน

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
หนึ่งมิตรชิดใกล้ วันที่ : 07/10/2010 เวลา : 20.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/skylove
นิราศรักหน้าถ้ำ : ร่ายโคลงร่ำเมรัยอาลัยรัก / กลุ่มเขียนข้าว 

งานบุญเดือนสิบเมืองคอน ชื่นใจ
ไม่ไกลเมืองลุงครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
พันธกานท์ วันที่ : 07/10/2010 เวลา : 20.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panthakant
สวนอักษร : ธารคำท่ามกลางยุคสมัยฯ  "พันธกานท์ ตฤณราษฎร์" 

เช่นกัน,ผูกพันกับเมืองฅอน-เพราะลูกสาวแม่ยายก็มาจากฅอน-อิอิ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
พันธกานท์ วันที่ : 07/10/2010 เวลา : 20.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panthakant
สวนอักษร : ธารคำท่ามกลางยุคสมัยฯ  "พันธกานท์ ตฤณราษฎร์" 

รูปสุดท้าย-โลกใภ้พ่อ,ใช่เหอ-ท่านรูน

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ชบาตานี วันที่ : 07/10/2010 เวลา : 19.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

คนไทยพุทธแทบทุกคนในภาคใต้ก็นัดพบญาติในวัน "ชิงเปรต" แต่จะให้เข้มข้นเหมือนคนนครฯนั้นคงหาน้อยนัก...

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
กัญจ์ วันที่ : 07/10/2010 เวลา : 19.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mint


เห็น "ลาเช็ด" ของโปรด พับอยู่ในกอง
เป็นขนมลาเอกลักษณ์ ของเมืองนคร

เมืองลุง มักจะใช้ลารูปสามเหลี่ยมกรอบๆ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
รำพึง@ริมเล วันที่ : 07/10/2010 เวลา : 19.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kodarayong

ผมและพ่อแม่ก็เช่นกัน
จาก...เขาพังไกล..หัวไทร..มาอยู่กระบี่
เดี่ยวนี้ผมมาอยู่ระยอง
นานทีปีหนจึงได้กลับไปบ้านงานเดือนสิบ
ขอบคุณที่นำความจริงและอดีตมาวางเรียงครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
lim วันที่ : 07/10/2010 เวลา : 18.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/meema

อิ่มอกอิ่มใจที่ได้เป็นลูก ชาวนครกับเขาด้วยคน....ครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 07/10/2010 เวลา : 18.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

น้า
ป๋าก็สายเลือดเด็กฅอนคับ
ปี 05 วาตภัย ,,
พ่อ ได้พบรักกับ แม่ ตอนนี้แหละ
ไปช่วยเหลือบ้านแม่ ที่โดนวาตภัย

คริคริ .... อีกสี่ปีต่อมา
พ่อขอแม่แต่งงานอ่ะคับ

แล้วป๋าก็กำเนิดมาที่เมืองคอน...

เย้ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ผู้พันเก๋ วันที่ : 07/10/2010 เวลา : 18.17 น.
เก๋

ชื่นชมกับ พ่อ เณรรูญ คนสู้ชีวิต
อายุเท่าพ่อผม เลยครับ มีอะไรเหมือนๆกันเยอะ เช่น
เป็นคนนครศรีฯ เหมือนกัน (พ่อคนเชียรใหญ่)
เดือนสิบก็จะไปทำบุญที่บ้านเกือบทุกปี เหมือนกัน
ไปทีก็เจอญาติ เยอะๆ เหมือนกัน
และ ปีนี้ผมก็ไม่ได้ไป เหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
BlueHill วันที่ : 07/10/2010 เวลา : 17.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เป็นสารคดีชั้นเยี่ยมเลยครับ
กินใจมากกับประโยคนี้
นอกเหนือจากความภาคภูมิใจในความเป็น " ลูกพระธาตุเมืองนครฯ" อัตลักษณ์แห่งวิถีชนที่บ่งถึงความเป็นคนปักษ์ใต้ขนานแท้ ....

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 07/10/2010 เวลา : 17.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

นำเอนทรีนี้ไปให้พ่อสุวิทยืแลตะ

วันอาทิตย์ ที่ 26 กันยายน 2553
การย้ายถิ่นฐาน หาแหล่งทำมาหากิน และประวัติท้องถิ่น ชาวร่อนพิบูลย์
Posted by คนช่างเล่า , ผู้อ่าน : 251 , 18:49:20 น.
หมวด : ทั่วไป

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 07/10/2010 เวลา : 17.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

ดีใจจัง เห็นโร๊ปญาติ
พ่อท่านเมริ่น รูปแรก ด้ายซ้ายสุด
25 ตค 2505 วาตภัยแหลมตะหลุมพุก
ตอนพ่อโป๊ว เณรตาย ตาสีแก้ว ตายนั้น
บ้านน้าห้อง น้ารุ่น บ้านอยู่ประตีน บ้านป้าผม ป้าตั้ง
งานใหญ่มากตั้งศพหลายวันแกงวัวหลายตัว
บ้าน เกิดพ่ออยู่หนูนบ ในบ้านสภาพเปลี่ยนไปเหม็ดแล้ว.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Surakant วันที่ : 07/10/2010 เวลา : 17.26 น.
 อ ยู่ เ มื อ ง ไ ท ย  ส บ า ย ที่ สุ ด ใ น โ ล ก

เห็นผู้เฒ่า จูงเด็กน้อย ไปทำบุญแล้ว ชื่นใจ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน