*/
  • สินธุ์สวัสดิ์ยอดบางเตย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : social_fineart@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-04
  • จำนวนเรื่อง : 347
  • จำนวนผู้ชม : 267406
  • จำนวนผู้โหวต : 49
  • ส่ง msg :
  • โหวต 49 คน
วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม 2554
Posted by สินธุ์สวัสดิ์ยอดบางเตย , ผู้อ่าน : 1617 , 14:29:39 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน




ภาพยนตร์จีนกำลังภายในเรื่องแรกในประวัติศาสตร์จีน

 

 ความอ่อนแอของประเทศจีนในยุคขุนศึก ประมาณ ค.ศ. ๑๙๒๐-๑๙๓๐ ซึ่งเป็นจุดเริ่มแรกของประเทศจีนใหม่ นำไปสู่ความล้มเหลวของการก่อตั้งรัฐบาลกลางจนแตกแยกเป็นยุคขุนศึกครองเมืองที่โกงกิน กดขี่ทั่วแผ่นดิน ส่งอิทธิพลต่อการก่อเกิดผู้กำกับการแสดงรุ่นแรกของจีน หลังการเคลื่อนไหว ๔ พฤษภาคม (May Fourth Movement) ที่นักศึกษาปักกิ่งห้าพันคน คัดค้านการประชุมที่แวร์ซายล์ ประเทศฝรั่งเศสที่รับรองสิทธิของญี่ปุ่นเหนือเมืองชานตุงของจีน

 

เหตุการณ์ ๔ พฤษภาคม ปลุกกระแสชาตินิยมในประเทศ ส่งผลให้ผู้กำกับการแสดงรุ่นใหม่เกิดทัศนะเชิดชูเชื้อชาติจีน วิพากษ์ความอ่อนแอของชนชั้นปกครอง ผู้กำกับการแสดงรุ่นแรกนี้เชิดชูความคิดประชาธิปไตยต่อต้านการปกครองแบบศักดินา

 

ผู้กำกับการแสดงสำคัญในยุคนี้ ได้แก่ ตันตู่อวี้, หยางเสี่ยวจง, เจ้าจุยหวิน แต่ที่เป็นแก่นแกนหลัก ได้แก่ สองผู้สร้างผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์ ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นผู้พัฒนาภาพยนตร์จีนให้ก้าวไปสู่ความเป็นอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังใช้ภาพยนตร์ในฐานะเครื่องมือในการแสดงทัศนะทางการเมืองอีกด้วย สองผู้กำกับการแสดงที่เป็นเพื่อนสนิทมิตรสหายคู่นี้ได้แก่ จางจื่อฉวน กับ เจิ้งเจิ้งชิว ประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์จีนจารึกไว้ว่า เพื่อนรักทั้งสองท่าน คือผู้บุกเบิกพัฒนาภาพยนตร์จีนกำลังภายในยุคแรกของจีน

 

ภาพยนตร์เรื่องสำคัญในยุคแรกของวงการภาพยนตร์จีน คือเรื่อง The Burning of the Red Lotus Temple 1928 ดัดแปลงมาจากนิยายกำลังภายในเรื่อง The Tale of the Extraordinary Swordsman (เรื่องเล่าของยอดนักกระบี่) เนื้อเรื่องพูดถึง จอมยุทธ์ และการช่วยเหลือเพื่อนมิตรที่ถูกคุมขังไว้ในวัดที่เต็มไปด้วยกับดักอันตราย ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความยาวถึง ๒๗ ชั่วโมง แบ่งเป็น ๑๘ ตอน โดยออกฉายเมื่อปี ค.ศ.๑๙๒๘ จนถึง ค.ศ. ๑๙๓๑ The Burning of the Red Lotus Temple นับเป็นหนึ่งในภาพยนตร์จีนกำลังภายในเรื่องแรกๆ ของโลก เป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำเงินสูงสุดในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒

 

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนึ่งในผลงานหลายเรื่องที่ประสบความสำเร็จทางด้านรายได้ของผู้กำกับการแสดง จางจื่อฉวน (Zhang Shichuan) พื้นเพเดิมเป็นคนหนิงเป่า เขาย้ายไปอยู่เซี่ยงไฮ้ หลังบิดาถึงแก่กรรมเมื่ออายุ ๑๖ ครั้นจบการศึกษา เริ่มทำงาน เขากระตือรือร้นในการหาความรู้ จนได้มีโอกาสเข้าทำงานในบริษัทภาพยนตร์ของต่างประเทศ นี่คือจุดเริ่มต้นของการเป็นคนทำภาพยนตร์มืออาชีพ เข้ามีโอกาสสร้างภาพยนตร์สั้นและภาพยนตร์เรื่องยาว ภาพยนตร์ของเขาประสบความสำเร็จได้รับการต้อนรับจากผู้ชมอย่างอุดหนาฝาคั่ง จางจื่อฉวน ถือเป็น ผู้กำกับการแสดงคนแรกแห่งผู้กำกับรุ่นแรกของจีน บริษัทภาพยนตร์และการสร้างภาพยนตร์ของเขา ได้มีส่วนสำคัญทำให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ในเซี่ยงไฮ้เติบใหญ่

 

เพื่อนสนิทคนสำคัญของ จางจื่อฉวน คือ เจิ้งเจิ้งชิว (Zheng Zhengqiu) เขาเกิดที่เซี่ยงไฮ้ เป็นลูกชายพ่อค้าฝิ่น พยายามผลักดันให้ลูกชายเข้ารับราชการในรัฐบาลแมนจูเพื่อความสะดวกทางธุรกิจ แต่เจิ้งเจิ้งชิว ไม่ศรัทธารัฐบาลอันเต็มไปด้วยทุจริตคอรัปชั่น และเสื่อมถอย เขาเลือกเรียนศิลปะจบการศึกษาในปี ค.ศ. ๑๙๑๐ เขาผลิตงานเขียนบทความและอื่นๆ ได้วิจารณ์ละครจีนในช่วงนั้น โดยใช้ความคิดก้าวหน้า แม้จะเป็นเพื่อนเกลอกัน แต่ทัศนะบางอย่างต่างกันกับ จางจื่อฉวน ซึ่งทำภาพยนตร์แนวตลาดสนองตอบความต้องการของผู้ชมชาวจีนในเวลานั้น ในขณะที่เจิ้งเจิ้งชิว เห็นว่าภาพยนตร์ควรจะนำความคิดของผู้ชม เพื่อนเกลอทั้งสองร่วมกันตั้งบริษัทภาพยตร์ Mingxing (Star) Film Company ซึ่งมีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์ในเซี่ยงไฮ้ ให้เป็นสื่อสะท้อนความจริงของสังคม และยังได้ผลักดันแนวคิดทางการเมืองของคนในวงการภาพยนตร์ เจิ้งเจิ้งชิว มีส่วนในการเขียนบทภาพยนตร์เรื่องสำคัญแห่งยุคสมัยหลายเรื่อง รวมถึงเรื่อง The Burning of the Red Lotus Temple 1928 และ Cheng the Fruit seller 1923 (ภาพยนตร์สั้นความยาว ๓๐ นาที) รวมทั้งได้กำกับฯภาพยนตร์ของหยวนหลิงอี้ เรื่อง The White Cloud Pagoda 1928 ผลงานชิ้นสำคัญที่สุดของ เจิ้งเจิ้งชิว ได้แก่ภาพยนตร์เรื่อง Twin Sisters 1934 เนื้อเรื่องพูดถึงเด็กสาวพี่น้องฝาแฝดสองคน ซึ่งพลัดพรากกัน นำไปสู่ชีวิตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ภาพยนตร์เรื่องนี้วิพากษ์ปัญหาทางชนชั้น ความแตกต่างระหว่างชนชั้นการทุจริตฉ้อฉล คนชั้นล่างผู้ตกเป็นเหยื่อตลอดกาลนั้น ทำงานหนักและซื่อสัตย์ เอื้ออารีย์

 

เขาถึงแก่กรรมขณะอายุยังไม่มาก ในปี ค.ศ. ๑๙๓๕ หลังจากภาพยนตร์เรื่อง Twin Sisters ออกฉายได้เพียงปีเดียว ทิ้งมรดกทางวัฒนธรรมภาพยนตร์อันทรงคุณค่าของภาพยนตร์จีนยุคแรกเอาไว้ให้จดจำ

 

ภาพยนตร์จีนกำลังภายใน เป็นที่รู้จักมากขึ้นในช่วงหลัง สงครามโลกครั้งที่สองได้ผ่านพ้นไปเกือบทศวรรษแล้ว พื้นที่ที่เป็นแหล่งผลิตภาพยนตร์แนวนี้ ไม่ใช่เซี่ยงไฮ้เหมือนในอดีต แต่เป็นที่ฮ่องกงและไต้หวันในช่วงยุค ๕๐ ตอนปลายต่อด้วย ๖๐ และ ๗๐ เป็นลำดับมา นั่นคือการก่อกำเนิดผลงานอมตะภาพยตร์จีนกำลังภายในของ King Hu ที่ได้รับการยกย่องว่า คือ บิดาแห่งภาพยนตร์จีนกำลังภายในยุคใหม่ !

 

…………………………………………………………………………………………………………………

 

โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ร่วมกับ มูลนิธิไชยวนา ขอเชิญชมภาพยนตร์และฟังการเสนวา หัวข้อ กรณีศึกษา : ผลงานเอกภาพยนตร์จีนกำลังภายใน ๗ เรื่อง ของ King Hu บิดาแห่งภายนตร์จีนกำลังภายในยุคใหม่

 

วันที่ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ เริ่มเวลา ๑๒.๐๐ น. ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ สถาบันปรีดี พนมยงค์



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน