*/
  • สินธุ์สวัสดิ์ยอดบางเตย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : social_fineart@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-04
  • จำนวนเรื่อง : 347
  • จำนวนผู้ชม : 253969
  • จำนวนผู้โหวต : 49
  • ส่ง msg :
  • โหวต 49 คน
วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน 2554
Posted by สินธุ์สวัสดิ์ยอดบางเตย , ผู้อ่าน : 1171 , 10:09:43 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน



จากบันทึกส่วนหนึ่งของ

นายสงวน ตุลารักษ์

ในการปฏิบัติงานของ “เสรีไทย”

 

 ผมได้รับมอบหมายจากท่านปรีดี พนมยงค์ ให้เดินทางไปประเทศจีนเพื่อติดต่อกับฝ่ายสัมพันธมิตรเรื่องงานของกลุ่มเสรีไทย ซึ่งมีท่านปรีดีเป็นหัวหน้าอยู่

 

 ท่านปรีดีได้ส่งคุณจำกัด พลางกูร ไปประเทศจีนก่อนหน้านี้ แต่หลังจากทราบว่าเดินทางไปถึงจุงกิงแล้ว ก็ไม่ได้รับข่าวอะไรอีก จึงส่งผมกับคณะไป

 

 คณะเดินทางครั้งนี้รวมทั้งหมดมี ๗ คน คือ ผมและครอบครัว คือ คุณบุญมา (ภรรยาผม) กับ รำไพและไกรศรี (ลูกสาวและลูกชาย) กับคุณกระจ่าง ตุลารักษ์ (น้องชายผม) คุณแดง คุณดิลก และคุณวิบูลย์วงศ์ วิมลประภา

 

 ได้ออกเดินทางเช้าวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๔๘๖ โดยรถไฟไปพระตะบอง เพื่อเดินทางต่อไปไซง่อนและฮานอย (เราได้บอกทางญี่ปุ่นไว้ว่าจะเดินทางเพื่อไปซื้อใบยาสูบ ขณะนั้นผมเป็นผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ จึงเป็นเหตุผลที่ดี สำหรับลูกๆก็อ้างว่าจะไปเรียนต่อ) แต่แล้ว เมื่อถึงกรุงฮานอยเราก็ไม่ได้ลงเรือไปประเทศญี่ปุ่น กลับแอบขึ้นรถยนต์รางไปเมืองไฮฟอง เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม แล้วลงเรือจากไฮฟองเมื่อวันที่ ๒๖ ถึงเมืองมองกายเมื่อวันที่ ๒๗  (เป็นเมืองชายแดนระหว่างอินโดจีนกับจีน)

 

 วันที่ ๒๘ กรกฎาคม เป็นวันที่ตื่นเต้นและเสี่ยงชีวิตมาก เวลา ๑๑.๓๐ น. พวกเราทั้ง ๗ แต่งตัวปลอมตัวเป็นชาวญวน ซึ่งเดินทางข้ามแดนไปค้าขายในเขตจีนได้ เราแยกย้ายกันเดินไป ถือตะกร้ากระจาดเหมือนพ่อค้าแม่ค้าธรรมดาเดินข้ามสะพานเล็กๆเข้าไปในเขตจีนที่เมืองตงเฮง ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำแคบๆ เมื่อเราพักอยู่ในโรงเตี๊ยมในตงเฮงยังเห็นทางฝั่งมองกาย ถ้าพวกญี่ปุ่นรู้เข้าเราคงถูกตามล่าแน่

 

 ในขณะที่เดินทางต่อ เรายังได้พบกับชาวจีนโพ้นทะเลบ้าง รีบติดต่อกับจอมพลเจียงไคเช็ค ที่จุงกิง (เมืองหลวงของจีนในขณะนั้น) โดยส่งโทรเลขแล้วรอฟังข่าวจากจุงกิง

 

 ๕ สิงหาคม จึงออกเดินทางจาก “ตงเฮง” ตอนเช้า โดยจ้างเกี้ยว (คานหาม)  สำหรับพวกเราทั้ง ๗ คน และนายทหารอีก ๒ คน ซึ่งทางจีนให้พาพวกเราไปส่ง นอกจากนั้นยังมีพลทหารอีก ๔ คน และชาวจีนโพ้นทะเลอีก ๒ คน ซึ่งต้องเดินเอง ถึงเมือง “กังเพ้ง” ต้องลงเรือใบไปเมือง “ซัวคา” แล้วจึงนั่งเกี้ยวต่อไปถึงเมือง “เหลียงเท่าเล้ง” ตอนค่ำ  แล้วต้องลงเรือเล็กๆไปตลอดคืน จนถึงเมือง “ฟองเส่ง” เช้ามืดวันรุ่งขึ้น

 

 ต่อจากนั้น เดินทางไปถึงเมือง “ฮ้ำเจา” แล้วเดินทางโดยเกี้ยวตลอดจนถึงเมือง “เสียวตัง” “ไต้ถ่ง” “หมิ่นหยง” และ “น่ำเล้ง” เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม (เป็นอันสิ้นสุดการเดินทางโดยเกี้ยว)

 

 หลังจากนั้นจึงเดินทางต่อโดยรถยนต์โดยสารไปเมือง “เซ็งกัง” และถึงเมือง “หลิวจิว” เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม พบนายซิงซิมโจ (หรืออากง) ผู้แทนรัฐบาลจีน ซึ่งทางการให้มารับพวกเรา (นายซิงซิมโจ และภรรยาเคยไปอยู่เมืองไทยมาก่อน)

 

 ๑๕  สิงหาคม ได้พบกับคุณหมอหวัง หยิ่วหลวน (คุณหมอล้วน ว่องวานิช นายห้างขายยาอังกฤษตรางู) กับลูกชายที่ชื่อบายบุญศรี ผมรู้สึกดีใจมากจริงๆ เพราะคุณหมอล้วนแต่เป็นเพื่อนเก่าที่สนิทกันมาก และยิ่งยินดีมากขึ้นเมื่อทราบว่าคุณหมอล้วนจะร่วมเดินทางไปกับคณะเดินทางของผมจนถึงเมืองจุงกิง

 

 เท่าที่รอนแรมมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม หลังจากออกจากประเทศไทยมาเป็นการเดินทางที่แสนจะทุรกันดาร นั่งเกี้ยวและลงเรือสลับกับไปมาเห็นหน้าคุณหมอล้วน ซึ่งเป็นคนใจดีและอารมณ์ขันตลอดเวลา จึงเปรียบเหมือนพวกเรามาพบน้ำบ่อน้อยกลางทะเลทราย มีความรู้สึกชุ่มฉ่ำไม่แห้งแล้งต่อไป

 

 หลังจากนั้นการเดินทางค่อยสะดวกขึ้น เพราะเป็นการเดินทางรถยนต์บ้าง รถไฟบ้าง ออกเดินทางจาก “หลิวจิว” วันที่ ๑๙ สิงหาคม โดยรถไฟถึงเมือง “กิ๋มเซียงกัง” แต่ระหว่างสงครามการหาเช่ารถยนต์ก็ค่อนข้างลำบาก รถก็อยู่ในสภาพเก่า จึงเสียเวลาเพราะรถเสียบ้าง หารถเดินทางต่อไปไม่ได้บ้าง เดินทางผ่านเมือง “ตกซัน” “โกวเต็งก๊วน” และถึง “ไกวยาง” เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ต้องพักอยู่ที่นี่หลายวัน

 

 ระหว่างการเดินทางช่วงหลังโดยรถยนต์นี้ มีอยู่วันหนึ่งที่รำไพลูกสาวของผมเกิดเป็นโรคท้องเสียอย่างแรงราวกับเป็นอหิวาตกโรค ก็นับว่าเป็นเคราะห์ดี ที่มีคุณหมอล้วนซึ่งถือย่ามยาติดมาด้วย รวมอยู่ในขบวนผู้เดินทางครั้งนี้  จึงช่วยบำบัดอาการท้องร่วงอย่างน่ากลัวของรำไพได้ นอกจากนั้นใครเจ๊บไข้ได้ป่วย เป็นหวัด  ปวดหัว หรือปวดท้องในระหว่างเดินทางรอนแรมกันมานั้น ย่ามยาของคุณหมอล้วนก็ได้ใช้ประโยชน์อย่างมาก

 

 ๒๙  สิงหาคม ออกเดินทางจาก “ไกวยาง” โดยรถยนต์ แวะที่โรงเรียนตำรวจลับซือฟง ได้พบนักเรียนที่เกิดเมืองไทย พูดภาษาไทยได้ดีหลายคน ซึ่งในจำนวนนี้มีนายบุญธรรม แสนอรุณ และนายประกอบ ชัยสาร (ซึ่งภายหลังได้เข้ามาอยู่เมืองไทยได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัชรสินธุ์) ได้ร่วมเดินทางต่อไปกับพวกเรา เดินทางแวะพักไปวันละเมือง ผ่านเมือง “ซุ่นยี่” “ซุงดำ” และ “ซีเกียง” เป็นแหล่งสุดท้าย

 

 วันที่ ๑ กันยายน ตอนบ่ายโมงก็ถึงจุดหมายคือ จุงกิง นครหลวงของจีน ที่ต้องข้ามแม่น้ำใหญ่มีเจ้าหน้าที่ของคณะ “ก๊กมินตั๋ง” คอยต้อนรับแล้วพาพวกเราไปพักที่ SINO-AMARICAN INSTITUTE OF CULTURAL RELATION มีห้องพักไม่กี่ห้อง พวกเราได้นอนเพียงสองห้อง พักกันแปดคน รวมทั้งคุณหมอล้วนด้วย

 

 คุณหมอล้วนพักอยู่กับพวกเราพักหนึ่ง จนเห็นว่ามีการติดต่อที่พอจะเข้ารูปเข้ารอยแล้ว คุณหมอจึงขอลาเดินทางกลับไปอยู่กับลูกชายที่เมือง “หลิวจิว” ตามเดิม นับว่าคุณหมอล้วนได้ทำประโยชน์ให้พวกเรามากเลยทีเดียว ทั้งช่วยเป็นล่ามคอยประสานงานกับนายซิงซิมโจว ซึ่งคุณหมอมีความคุ้นเคยเป็นอย่างดี และได้ช่วยเหลือด้านอื่นๆอีกมากมายหลายประการ และถือได้ว่าคุณหมอล้วนเป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนช่วยเหลือการปฏิบัติงานของเสรีไทย ซึ่งเป็นงานกู้ชาติบ้านเมืองได้สำเร็จในที่สุดด้วย

 

 หมายเหตุ : ชื่อเมืองต่างๆที่กล่าวไปนั้นเป็นเมืองเล็กๆ ส่วนใหญ่จะหาในแผนที่ธรรมดาไม่พบ เมืองใหญ่ปัจจุบันนี้ก็ได้เปลี่ยนชื่อไป เช่นเมือง จุงกิง เป็น CHONGQING หลิวจิว เป็น LIUZHOU

..........................................


การพบกันระหว่างคุณสงวน ตุลารักษ์ กับคุณจำกัด พลางกูร ที่จุงกิง

 

๒ ก.ย. หลังจากพบนายพลวูทิเฉิน เลขาธิการคณะก๊กมิงตั๋งแล้ว ก็ได้ขอให้เขาโฆษณาทางวิทยุว่าผมเดินทางมาถึงจุงกิงแล้ว และคุณจำกัด ยังมีชีวิตอยู่ (ตามรหัสที่ตกลงกันไว้) ให้ออกข่าววันละสามครั้ง เป็นเวลาสามวันติดต่อกัน ระหว่าง ๒๑.๓๐ น. ถึง ๒๒.๐๐ น.

 

๓ ก.ย. ตอนเช้าได้พบคุณจำกัดที่ VICTORY HOUSE HOTEL และได้รู้จักกับนายเหลียงปิงไฉ่ เรียกชื่อไทยว่า ระบิน ซึ่งเป็นล่ามอยู่กับคุณจำกัด และได้ทราบว่าคุณจำกัดป่วยเป็นโรคมะเร็งในลำไส้

 

๑๑ ก.ย.  มีคนพากไปพบหม่อนหลวงขาบ กุญชรฯ และได้พบกับ Capt.Miles (U.S.Navy)

 

๑๒ ก.ย.  มีคนพาคุณอานนท์ ณ ป้อมเพชร มาพบที่ที่พัก ผมจึงชวนคุณอานนท์ไปหาคุณจำกัดด้วย

 

๑๓ ก.ย. ม.ล.ขาบมาหา ต่างฝ่ายต่างเล่าเรื่องให้กันฟัง ผมชวน ม.ล.ขาบให้ทำงานร่วมกัน ซึ่งท่านก็ตอบตกลง ตอนค่ำไปพบคุณจำกัดแล้วเล่าเรื่องให้ฟัง

 

๑๖ ก.ย. ไปพบผู้ช่วยทูตอเมริกัน โดยมี ม.ล.ขาบ และ Capt.Miles เป็นผู้นำไป แล้วผมจึงพา Capt.Miles ไปหาคุณจำกัด

 

๑๗ ก.ย.  ส่งหนังสือถึงพลโทเจ้ง ไคหมิง ขอให้คุณแดง คุณดิลก เดินทางไปอเมริกาพร้อมกับ

 

คุณจำกัด

 

๑๙ ก.ย.  ไปเยี่ยมคุณจำกัด  และให้คุณวิบูลย์วงศ์ไปช่วยงาน

 

๒๐ ก.ย.  คุณจำกัดไปอยู่โรงพยาบาล Canadian Hospital ซึ่งอยู่บนภูเขาและคนละฝั่งกับแม่น้ำจุงกิง

 

๒๑-๒๔ ก.ย. ไปเยี่ยมคุณจำกัดที่โรงพยาบาล

 

๒๕ ก.ย.  ขออนุญาตให้คุณจำกัดไปรักษาตัวที่อินเดีย

 

๒๗ ก.ย. ไปเยี่ยมคุณจำกัดที่โรงพยาบาล พบ ร.ท.การะเวก ศรีวิจารณ์ กับคุณพิเศษ ปัตตะพงษ์ ซึ่งไปเยี่ยมคุณจำกัดอยู่แล้ว

 

๓๐ ก.ย. นายระบินมาหา แล้วไปเยี่ยมคุณจำกัดด้วยกัน ตอนบ่ายทราบว่าทางการไม่ขัดข้องให้คุณจำกัดไปรักษาตัวที่อินเดีย

 

๑ ต.ค. ไปเยี่ยมคุณจำกัดแล้วส่งข่าวเรื่องมีหวังที่จะไปอินเดีย

 

๔ ต.ค. ไปเยี่ยมคุณจำกัด เพื่อจัดเรื่องที่จะเดินทางไปอินเดีย โดยต้องให้หมอรับรองว่าเป็นโรคอะไร และจะเดินทางโดยเครื่องบินได้

 

๕ ต.ค. ส่งหลักฐานซึ่งหมอรับรองนั้นให้พลโทเจ้งไคหมิน ซึ่งบอกว่าเขาได้ส่งหมอของเขาไปตรวจอีกทางหนึ่ง ถ้าหมอรายงานว่าไปได้ก็จะจัดส่งให้ไปอินเดียตามประสงค์

 

๖ ต.ค. ทราบว่าคุณจำกัดเจ็บหนัก โดยนายระบินมาบอก แต่ผมหมดโอกาสไปเยี่ยม เพราะไม่มีเรือข้ามไปฝั่งโรงพยาบาล

 

๗ ต.ค. ทราบฃ่าวว่าคุณจำกัดถึงแก่กรรมเสียแล้ว ตั้งแต่ ๐๑.๑๐ น. พวกเราไปไม่ทันเห็นใจ รู้สึกเศร้าเสียใจและเศร้าสลดใจกันมาก ขอให้นายระบินไปรายงานเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ของรัฐบาลจีนว่าพวกเราจะจัดการเผาศพ  ที่ใดที่หนึ่งใกล้กับโรงพยาบาล

 

 ค่ำนายระบินกลับมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อย พากันไปโรงพยาบาลจัดเรื่องหีบศพเรื่องรดน้ำ จัดตราสังและจัดหาสถานที่สำหรับเผา ตลอดจนเครื่องใช้ต่างๆและกองเกียรติยศ

 

๘ ต.ค. พลโทเจ้งไคหมินมาหาแสดงความเสียใจกับการตายของคุณจำกัด ตอนเช้าไปที่โรงพยาบาลจัดการรดน้ำศพและบรรจุหีบศพ ได้พบพลเอกไตลี หัวหน้ากรมสืบราชการลับ (ผู้มีอิทธิพลรองจากจอมพลเจียงไคเช็ค) ซึ่งเป็นผู้สั่งให้การช่วยเหลือทุกประการ พลเอกไตลีรดน้ำศพแล้วตามไปที่วัดด้วย ตั้งศพวางพวงหรีดแล้วเขาก็ลากลับไป

 

 ตอนบ่ายทำพิธีแห่ศพ มีผู้แทนคณะก๊กมินตั๋ง, ผู้แทนจีนโพ้นทะเล ผู้แทนพลโทเจ้งไคหมิน ผู้แทนพลเอกไตลี และ ม.ล.ขาบกับพวก คือ ร.ท.การะเวก และคุณบุญรอด บิณฑสันต์ ไปร่วมด้วยจนกระทั่งเผาเสร็จ

 

๙ ต.ค. ตอนเช้าให้นายกระจ่าง, นายเซียวซองเขียน และนายบุญธรรม ไปเก็บอัฐิคุณจำกัด (ซึ่งคุณบุญมา ภรรยาของผม ได้จัดการใส่ผอบและเก็บไว้ตลอดเวลาไม่ว่าจะเดินทางจากจีนไปศรีลังกา และนำมาเมืองไทยด้วย ภายหลังสงครามสิ้นสุด)

 

 ตอนค่ำนายระบินเอารายงานแพทย์เกี่ยวกับการเจ็บและตายของคุณจำกัดมาให้ (ซึ่งบอกว่าเป็นโรคมะเร็งลำไส้) น่าเสียดายและน่าเศร้าใจมากที่คุณจำกัดได้พยายามอย่างดีที่สุดแล้วที่จะได้รับใช้ประเทศชาติ โดยบุกเบิกให้ขบวนการเสรีไทยได้ดำเนินการกู้ชาติ แต่โชคไม่อำนวยและประสบอุปสรรค ทั้งด้านการเมืองซึ่งมีหลายฝ่าย และด้านสุขภาพร่างกาย จึงไม่ประสบผลสำเร็จ

 

 แต่วิญญาณของคุณจำกัดก็คงผ่อนคลายกังวลได้บ้าง เมื่อได้พบกับพวกผม และพวก ม.ล.ขาบ ซึ่งได้ร่วมงานกันด้วยดี ให้งานกู้ชาติของเราสำเร็จได้วยดีในที่สุด นับว่าคุณจำกัดเป็นผู้หนึ่งที่ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมืองอย่างใหญ่หลวง และการเดินทางไปประเทศจีนอย่างยากลำบากทั้งหลายทั้งปวงนั้น มิใช่จะไร้ผลเสียทีเดียว

 

 

 

การปฏิบัติงานของเสรีไทยของสงวน ตุลารักษ์, ครอบครัว และคณะ โดยย่อ หลังจากที่คุณจำกัดถึงแกกรรม (จากบันทึกของคุณรำไพ คุณพ่อคือคุณสงวน และคุณแม่คือคุณบุญมา)

 

 

 

๒๒ ต.ค.๒๔๘๖ คุณแดงไปสถานทูตอเมริกัน ติดต่อเรื่องเดินทาง ระหว่างนี้เสรีไทยจากอเมริกากำลังเตรียมตัวเก็บข้าวของเครื่องใช้เพื่อเดินทางไปชายแดน

 

 พ.ย.๒๔๘๖ คุณแดงเดินทางไปอเมริกา โดย American Transport

 

 พ.ย.๒๔๘๖ คุณพ่อไปทำหนังสือเดินทางที่สถานทูตอเมริกัน

 

๑๕ พ.ย.๒๔๘๖ ม.ล.ขาบเอาเงินมาให้ ๕๐๐ ดอลลาร์

 

๑๖ พ.ย.๒๔๘๖ คุณพ่อออกเดินทาง ม.ล.เดินทางไปส่งที่สนามบิน

 

๒๘ พ.ย.๒๔๘๖ อากระจ่างออกเดินทางไปชายแดน (ด้วยการจัดการของนายซิงซิมโจว และพล.อ.ไตลี)

 

 ธ.ค.๒๔๘๖ ทางการจีนให้พวกเราไปอยู่ที่บ้านเช่า (เฉพาะชั้น ๓)

 

๒๘ ธ.ค.๒๔๘๖ ม.ล.ขาบ และเสรีไทยอีกหลายคนไปคุนหมิง

 

๑๓ ก.พ.๒๔๘๗ ทำพิธีเปิดสมาคมจีน-ไทย ซึ่งเพิ่งแต่งตึ้งขึ้น คุณวิบูลย์วงศ์ เป็นผู้แทนไทย ระหว่างนี้ รำไพ, ไกรศรี ช่วยงานวิทยุกระจายเสียงภาษาไทย

 

๑๙ มี.ค.๒๔๘๗ คุณจก ณ ระนอง ช่วยแต่งข้อความให้ไปพูดส่งวิทยุว่า Dr.Smith (รหัสของคุณพ่อ) ยังไม่กลับมาจุงกิง

 

๓๐ มี.ค.๒๔๘๗ ม.ล.ขาบ มาจากคุนหมิง พร้อมด้วยหลวงกาจสงคราม ซึ่งออกมาทางท่าแขก

 

๒๗ เม.ย.๒๔๘๗ เสรีไทยจากอเมริกาไปคุนหมิงหมด เหลือแต่ ม.ล.ขาบ และคุณอานนท์

 

๒๙ เม.ย.๒๔๘๗ ได้ข่าวจากอากระจ่าง คาดว่าจะถึงเมืองไทยกลางพฤษภาคม (เสียเวลาติดอยู่ยูนานสองเดือน)

 

๖ พ.ค.๒๔๘๗ คุณเชียว ซองขิม พารำไพ, ไกรศรี ไปพบหลวงกาจฯ ที่ VICTORY HOUSE

 

๑๕ พ.ค.๒๔๘๗ คุณเชียว ซองขิม แจ้งว่าพวกที่ไปกระโดดร่มในเมืองจากอินเดีย (คงจะเป็นคนจีนที่เคยอยู่เมืองไทย) ถูกยิงตาย ๒ ถูกจับ ๒ รอดไปได้ ๑ คน

 

๒๐ มิ.ย.๒๔๘๗ Mr.Nicolson ชาวอังกฤษ พูดไทยได้เอาจดหมายคุณพ่อมาให้แต่ไม่ได้บอกชัดเจนว่าคุณพ่ออยู่ไหน

 

๒๔ มิ.ย.๒๔๘๗ สถานีวิทยุให้ไปช่วยพูดวิทยุ รำไพเขียนเรื่องให้ไกรศรีไปพูด คุณวิบูลย์วงศ์ ไปช่วยด้วย (งานวิทยุกระจายเสียงนี้ช่วยทำหลายครั้งหลายหนแต่วันนี้พิเศษ)

 

๔ ก.ค.๒๔๘๗ รับโทรเลขจากอากระจ่าง (เป็นรหัส) ว่าถึงชายแดนพบพรรคพวกแล้ว และมีข่าวว่า ม.ล.ถูกจับถูกยิง

 

๗ ก.ค.๒๔๘๗ หลวงกาจฯ เชิญพวกเราไปทานข้าวที่บ้านพัก (บ้านรับรองพลเอกไตลี)

 

๙ ก.ค.๒๔๘๗ ให้คุณบุญธรรมส่งโทรเลขบอกอากระจ่างว่า คุณพ่อยังไม่กลับมาและไม่ทราบว่ากำลังทำอะไรที่ไหน

 

๑๗ ก.ค.๒๔๘๗ ม.ล.นอโคลสัน มาหาอีกบอกว่าคุณพ่ออยู่อินเดีย

 

๒๕ ก.ค.๒๔๘๗ ได้รับจดหมายจาก ม.ล.ขาบว่า ร.ท.การะเวก และคุณสมพงษ์ถูกยิงตาย

 

๒๘ ก.ค.๒๔๘๗ มีประกาศว่าเราทั้ง ๗ คนเป็นชนชาติของศัตรู อากระจ่างจึงอยู่ที่ชายแดนเท่านั้น ไม่ได้กลับเข้ามาเมืองไทยอีกเลย

 

๑๕ ส.ค.๒๔๘๗ นายซิงซิมโจว มาบอกว่าอยากให้พวกเราย้ายไปอยู่คุนหมิงให้หมด เพราะคุณพ่อคงกลับมาเมืองจีนไม่ได้ง่ายๆ

 

๑๘ ส.ค.๒๔๘๗ เจ้าหน้าที่ โอ.เอส.เอส.สองคนมาบอกว่าได้รับโทรเลขจากวอชิงตันให้ส่งพรรคพวกของคุณสงวนทั้งหมดไปอินเดีย

 

๒๐ ก.ย.๒๔๘๗ คุณวิบูลย์วงศ์ไปคุนหมิงกับยายซิงซัมโจว พวกเราที่เหลือย้ายไปอยู่ที่โรงแรม VICTORY HOUSE

 

๒๒ ก.ย.๒๔๘๗ รำไพกับไกรศรีไปที่ A.I.S. (American Information Service) เพื่อช่วยแปลและเขียนภาษาไทย (ที่จริงคุณวิบูลย์วงศืและไกรศรีเคยช่วยมาก่อนแล้ว)

 

๑๔ ต.ค.๒๔๘๗ คุณระบินบอกข่าวว่ากำลังมีคนมาจากเมืองไทย ๕ คน

 

๑๙ ต.ค.๒๔๘๗ จดหมายขอคุณพ่อผ่าน โอ.เอส.เอส. ว่าจะมีคนไทยออกมาอยากพบพวกเขาก่อน

 

๒๕ ต.ค.๒๔๘๗ ได้ข่าวจากอากระจ่างว่า คุณถวิล กับพวกกำลังเดินทางมาจีนให้บอกให้คุณพ่อทราบด้วย

 

๒๖ ต.ค.๒๔๘๗ มร.คริสเตียน (โอ.เอส.เอส.) เอาจดหมายคุณพ่อมาให้บอกให้เราขายเครื่องประดับทองรูปประพรรณส่วนตัวเสีย เพื่อเอาเงินใช้หนี้กรมสืบราชการลับของจีน

 

๘ พ.ย.๒๔๘๗ โทรเลขถึงอากระจ่างว่าคุณพ่อไม่กลับมาจีน จะให้เราทั้งหมดไปอินเดีย ทางจีนไม่ขัดข้องที่จะให้คุณแม่, รำไพ และไกรศรีไป

 

๑๔ พ.ย.๒๔๘๗ จดหมายอากระจ่างว่าส่งของต่างๆ แผนที่ และจดหมายของอาจารย์ปรีดี มากับลูกน้องนายซิงซิมโจว ซึ่งเราไม่ได้รับอะไรเลย (ทั้งจดหมายของอากระจ่างที่ถูกอ่านก่อนแล้ว)

 

๒๑ พ.ย.๒๔๘๗ มร.คริสเตียน พาพวกเราไปทำหนังสือเดินทาง แต่ยังทำไม่ได้ต้องรอทางการจีนอนุมัติก่อน พล.อ.ไตลี เชิญเลี้ยงอาหารกลางวัน พวกเราชี้แจงให้เขาเข้าใจว่าฝ่ายสัมพันธมิตรต้องการให้คุณพ่อทำงานทางอินเดีย เราต้องขอโทษแทนด้วย

 

๒๕ พ.ย.๒๔๘๗ ได้โทรเลขจากอากระจ่างว่า รู้แล้วว่าคุณสงวนอยู่ศีลอนให้พวกเรารอบพบพวกคุณถวิลก่อน มีคุณการุณ เก่งระดมยิงมาด้วย

 

๑๓ ธ.ค.๒๔๘๗ ทำหนังสือเดินทางได้

 

๒๓ ธ.ค.๒๔๘๗ โทรเลขบอกอากระจ่างว่าคุณถวิลเดินทางมาช้ามาก ทางอเมริกาจะให้เดินทางราวๆ วันที่ ๔ มกราคม และให้อากระจ่างระวังนายซิงซิมโจว เพราะข่าวต่างๆที่ส่งมาเขาเก็บไว้เป็นความดีความชอบของเขา

 

๒ ม.ค.๒๔๘๘ ทางจีนแจ้งว่า คุณถวิล ถึงคุนหมิงแล้ว

 

๖ ม.ค.๒๔๘๘  คุณระบินเอาแผนที่มาให้ รำไพ, ไกรศรี ช่วยเขียนภาษาอังกฤษกำกับบอกว่า ภาษาเหล่านี้ส่งมาถึงจอมพลเจียงไคเช็ค (คงเป็นของที่อากระจ่างส่งมาแต่พวกเราไม่เคยได้รับเลย)

 

๙ ม.ค.๒๔๘๘ เอาเงินที่ได้จากการขายของให้ทางจีน ซึ่งขอยืมมาเป็นค่าใช้จ่าย และส่วนหนึ่งฝากให้คุณถวิล เกรงว่าจะขาดแคลนแล้วต้องขอยืมทางจีนอีก ส่งโทรเลขถึงคุณถวิลที่คุนหมิง ให้มาพบที่สนามบินวันที่ ๑๑

 

๑๑ ม.ค.๒๔๘๘ ออกเดินทางเช้า เอกสารต่างๆของคุณจำกัดและคุณสงวนมอบให้ทางอเมริกันส่งไปให้ภายหลังทาง Diplomatic Bag ที่สนามบินคุนหมิง ไม่พบใครเลย ถึงกัลตัตตาค่ำ เจ้าหน้าที่อังกฤษตรวจค้นอย่างละเอียด ทั้งนี้คงเพราะทางจีนให้คุณระบินเดินทางมาส่งด้วยและทางอังกฤษไม่ไว้ใจจีนนัก จนดึกนายทหาร ๒ คนแวะมาดู ก่อนหน้านั้นเขามารับหลายครั้ง แต่เราไม่มีเครื่องบินมา เขาจึงพาไปพักซึ่งเป็นสำนักงานของ Col.Coffey เจ้าหน้าที่ติดต่อ คุณระบินก็แยกทางตั้งแต่นั้น

 

๑๕ ม.ค.๒๔๘๘ เดินทางต่อไปซีลอน (ศรีลังกาในปัจจุบัน) คุณพ่อมารับที่สนามบินโคลอมโบ แล้วพาไกรศรีไปแคนดีต่อ Li.Palmer พาคุณแม่กับรำไพไปพักที่บ้านในโคลอมโบ)

 

๑๖ ม.ค.๒๔๘๘ Li.Palmer พาไปที่แคนดีโดยทางรถไฟ พักที่ Queem’s Hotel คุณพ่อและไกรศรีอยู่ที่แคมกับพวก โอ.เอส.เอส.

 

๒๘ ม.ค.๒๔๘๘ คุณกนต์ธีร์ ศุภมงคล มาจากเมืองไทย แล้วให้คุณพ่อเดินทางไปวอชิงตันด้วยในวันที่ ๓๑ หลังจากนี้คุณแม่และรำไพก็ไปที่แคมประจำ เพื่อฟังวิทยุเป็นภาษาไทยแล้วแปลเป็นอังกฤษให้

 

๙ มี.ค.๒๔๘๘ เสรีไทยสายอเมริกันจากจีนมาซีลอน เพราะฐานะจีนล้มเลิกแล้วเหลือไว้เพียงคนเดียวเท่านั้น

 

๔ เม.ย.๒๔๘๘ ทางอเมริกันหาบ้านให้คุณแม่และรำไพ ไกรศรีอยู่โคลอมโบตรงข้ามกับ สนง.โอ.เอส.เอส. และแปลข่าววิทยุต่อไป

 

๔ พ.ค.๒๔๘๘ คุณพ่อกลับมา (คุณกนต์ธีร์ กลับมาก่อนตั้งแต่วันที่ ๒๐ เม.ย. แล้วเดินทางกลับเมืองไทย)

 

๒๖ พ.ค.๒๔๘๘ คุณพระพิศาลฯ และคุณหลวงสุขุมฯ มาหา หลังจากเดินทางมาจากเมืองไทย

 

๒๙ พ.ค.๒๔๘๘ ไกรศรีไปอยู่ที่ค่ายอเมริกันที่ทรินโกมาลี เพื่อฝึกวิชาทหาร (สายลับ / กองโจร) ซึ่งตอนนั้นมีเสรีไทยจากภายในประเทศมารับการฝึกเป็นรุ่นๆ หลายรุ่นแล้ว ระหว่างนี้คุณพ่อเดินทางไปมาระหว่างแคนดี ทรินมาโกมาลี และโคลอมโบ

 

๒๗ ก.ค.๒๔๘๘ คุณพ่อเดินทางเข้าเมืองไทยโดยเครื่องบินพร้อมด้วยคุณพิเศษปัตตะพงษ์

 

๑๔ ส.ค.๒๔๘๘ ญี่ปุ่นยอมจำนนต่อฝ่ายสัมพันธมิตร

 

 

 

ข้อสังเกตเพิ่มเติมของไกรศรี

 

 

 

ก่อนญี่ปุ่นจะเปิดฉากสงคราม รัฐบาลไทยสมัยนั้นปลุกระดมให้ชาวไทยรักชาติ ให้ต่อต้านผู้รุกราน นักเรียนตั้งแต่ ม.๔ ขึ้นไป (เทียบปัจจุบันก็ ม.๒) เป็นยุวชนทหาร เมื่อมีการเรียกร้องดินแดนคืนจากฝรั่งเศส ผมก็ได้ไปเดินขบวนกับเขาด้วย เมื่อญี่ปุ่นมาบุกเมืองไทย ผมโกรธแค้นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ความจริงญี่ปุ่นยกพลขึ้นบก วีรชนชาวไทยได้ต่อสู้สุดฝีมือ หลายร้อยคนได้สละชีพเพื่อชาติจริงๆ จนกระทั่งได้รับคำสั่งให้วางอาวุธเพราะรัฐบาลยินยอมร่วมมือกับญี่ปุ่น

 

เมื่อคุณพ่อร่วมขบวนการเสรีไทยโดนท่านปรีดีเป็นหัวหน้า ทางบ้านก็รับรู้เรื่องตลอด ดังนั้นเมื่อคุณพ่อบอกต้องหลบหนีญี่ปุ่น ไปติดต่อกับฝ่ายสัมพันธมิตรพวกเราก็ยินดี และที่คุณพ่อเอาครอบครัวไปด้วยก็เพราะว่า

 

๑.เกรงว่าถ้าทิ้งไว้เมืองไทยหากพวกญี่ปุ่นจับได้จะถูกเอาไปทรมาน แต่เรื่องนี้ไม่ค่อยน่ากลัวนักเพราะมีที่หลบซ่อนซึ่งญี่ปุ่นคงตามไปไม่ถึง (เช่น ฐานทัพเรือสัตหีบ หรือเกาะกระดาด)

 

๒.เมื่อถึงจีนแล้ว คุณพ่อต้องเดินทางต่อไปอเมริกัน-อังกฤษ ถ้าเอาครอบครัวทิ้งไว้เป็นตัวประกันกับจีนแล้ว น่าจะให้จีนเชื่อถือแล้วไว้ใจมากขึ้น

 

ส่วนลุงแดง และคุณวิบูลย์วงศ์ ไปด้วยนั้นเพราะคุณพ่อไม่ใช่นักเรียนนอก ต้องให้ลุงแดงเป็นผู้เจรจาภาษาอังกฤษ และคุณวิบูลย์วงศ์ เป็นผู้ใช้ภาษาฝรั่งเศส ระหว่างผ่านอินโดจีน

 

คุณพ่อไม่กลับไปจีนอีก เพราะ โอ.เอส.เอส. เห็นว่าเป็นผู้ประสานงานกับเสรีไทยในประเทศ โดยประจำอยู่ที่ซีลอน จะได้ผลงานดีกว่า

 

หลังจากที่เราได้ไปสมทบกับคุณพ่อที่ซีลอน คุณพ่อให้ผมไปฝึกทหารที่ค่ายทรินโกมาลี (อยู่)ชายทะเลย ตอนนั้นเสรีไทยในประเทศได้ฝึกไปแล้วหลายรอบ ราวๆ ๒๐ คน ผมไปพอดีร่วมฝึกกับรุ่นที่ ๔ วิชาที่ฝึกก็มี..

 

-รับส่งวิทยุโดยใช้มอสโค๊ด

 

-ใช้อาวุธต่างๆ ทั้งปืนพก, คาร์บิน, ปืนกลมือ และทีเอ็นที

 

-สำหรับปืนต้องซ้อมถอดออกมาเป็นชิ้นๆ แล้วประกอบใหม่จนคล่อง

 

-ดูแลเครื่องบินแบบต่างๆ ทั้งของสัมพันธมิตรและญี่ปุ่น

 

-ดูสภาพอากาศ ศึกษาเมฆชนิดต่างๆ

 

-ฝึกกระโดดร่ม (จากหอคอย)

 

-ขั้นสุดท้ายออกไปเดินป่าจริงๆ ต้องไปนอนค้างในป่าแล้วติดต่อกลับมาที่ฐานด้วยการเคาะวิทยุ

 

หลายคนที่มาก่อนแล้วจบหลักสูตรแล้วกลับไปปฏิบัติงานต่างๆกัน อีกหลายคน รวมทั้งตัวผมกำลังรอ

 

คำสั่งอยู่ แล้วญี่ปุ่นก็ยอมแพ้

 

 เมื่อกลับมาเมืองไทยแม้สงครามจะสงบ แต่เหตุการณ์ในกรุงเทพก็ยังไม่เรียบร้อยนัก เพราะมีชาวจีนกลุ่มหนึ่งถือว่าตัวเองเป็นผู้ชนะสงครามก่อความวุ่นวายขึ้น* ตอนนั้นที่บ้านได้ปืนต่างมาหลายกระบอก บางครั้งคุณพ่อเลยให้ผมทำหน้าที่ ร.ป.ภ. กับ ม.ร.ว.เสนีย์ อย่างไม่เป็นทางการ คือเอาปืนกลมือ (ฐานดันเข้าข้างหลังได้) ใส่กระเป๋าเสื่อเดินทางตามหลัง ม.ร.ว.เสนีย์ หลังจากการสลายตัวของกลุ่มเสรีไทย เราเอาอาวุธใส่ “ถุงทะเล” ไปคืนหมด

 

...............................................

 

*เกิด กรณี “เล็อะพะ” ก.ย.-ต.ค. นักเรียนนายทหารสารวัตร และนักเรียนนายนสิบสารวัตร มีส่วนร่วมในการะงับเหตุครั้งนี้

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน