*/
  • สินธุ์สวัสดิ์ยอดบางเตย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : social_fineart@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-04
  • จำนวนเรื่อง : 347
  • จำนวนผู้ชม : 267166
  • จำนวนผู้โหวต : 49
  • ส่ง msg :
  • โหวต 49 คน
วันอาทิตย์ ที่ 11 มิถุนายน 2560
Posted by สินธุ์สวัสดิ์ยอดบางเตย , ผู้อ่าน : 3489 , 16:58:06 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน ni_gul , วรรณสุข และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

หนึ่งในภาพยนตร์ยุคหนังเงียบ
ที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดในโลก
INTOLERANCE(1916) Running 210 Minutes
อขันติ


silent film
Producer + Written(มีผู้ร่วมเขียนบทหลายคน) 
+ Directed by David W. Griffith

...
หลังประสบความสำเร็จจาก Birth of Nation(1915) ซึ่งถึงแม้นว่าจะเป็นภาพยนตร์ที่แสดงความเห็นอกเห็นใจสหพันธรัฐฝ่ายใต้ในสงครามกลางเมืองของสหรัฐอเมริกา อีกทั้งในเรื่องยังให้นักแสดงผิวขาวแสดงเป็นคนผิวดำโดยการทาสีดำลงบนผิวกายก็ตาม อย่างไรก็ดีภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวก็เต็มไปด้วยคุณค่าในแง่พัฒนาการก้าวสำคัญของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์อเมริกา, เดวิด วาร์ค กริฟฟิธ สร้างภาพยนตร์เรื่องใหม่ทันที นั่นคือเรื่อง Intolerance(1916) ซึ่งกลายเป็นผลงานชิ้นเอกอุของเขาและของโลกภาพยนตร์ ภาพยนตร์เงียบที่แสดงเจตจำนงในเรื่องขันติธรรมของมนุษยชาติ ภาพยนตร์ที่มีความก้าวหน้าทั้งเนื้อหาสาระ,รูปแบบ,วิธีการและความยิ่งใหญ่อลังการลงทุนมหาศาลเกินยุคสมัย เสนอเรื่องราว ๔ เหตุการณ์ต่างยุคสมัยกัน แสดงให้เห็นถึงความไม่มีขันติธรรมของมนุษย์ โดยตัดเหตุการณ์สลับไปมา มีภาพผู้หญิงนั่งไกวเปลเป็นตัวเชื่อมร้อยถักทอระหว่างเรื่อง มีที่มาจากบทกวี Leaves of Grass ของ วอลท์ วิทแมน วรรคที่ว่า

สายเปลไกวไปไม่หยุดหย่อน คือสายใยเกี่ยวทั้งนี้และหน้า
..Endlessly rock the cradle,Uniter of Here and Hereafter..
...

เรื่องที่ ๑ แม่และกฏหมาย Mother and the Law
เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในสมัยปัจจุบันของภาพยนตร์เรื่องนี้ คือ พ.ศ.๒๔๕๘ ผู้สร้างได้นำเอาเค้าโครงที่เกิดขึ้นจริง มาดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์ การต่อสู้ระหว่างกรรมกรและนายทุนในสหรัฐอเมริกาช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ ๒๐
หญิงสาว the Dear one และชายหนุ่ม the Boy ทั้งสองได้รับเคราะห์กรรมจากการกระทำของ อาเธอร์ เจนกินส์ นายทุนใหญ่เจ้าของโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งกดค่าแรงกรรมกรโรงงาน เพื่อเอาเงินส่วนนี้ไปใช้ในงานการกุศลประเภทคุณหญิงคุณนายของพี่สาว ชายหนุ่มแต่งงานกับหญิงสาวและตัดสินใจตีตัวออกห่างจากอันธพาลที่ตนเคยมั่วสุม อันธพาลคนนี้มีหัวหน้าคือ เจ้าตัวร้าย the Musketeer of the Slums เจ้าตัวร้ายวางแผนให้ลูกสมุนโยนความผิดในของที่พวกตนขโมยไปให้ชายหนุ่มรับเคราะห์แทน ทำให้ถูกตำรวจจับติดตะราง ฝ่ายหญิงสาวให้กำเนิดลูกน้อยที่เธอมีกับชายหนุ่มทำให้หัวใจชื่นบานขึ้นบ้าง แต่แล้วพวกคุณหญิงคุณนายนักสังคมสงเคราะห์ของมูลนิธิเจนกินส์ เอากฏหมายมาพรากทารกน้อยไปจากแม่ โดยอ้างว่าเธอไม่มีปัญญาเลี้ยงดูลูกโดยลำพังได้ มูลนิธิได้เอาไปเลี้ยงแต่ทารกน้อยได้เสียชีวิตลง ต่อมาชายหนุ่มพ้นโทษออกมาแต่ทว่ากลับพบเคราะห์หนักกว่าเดิม คราวนี้ถูกจับข้อหาเป็นฆาตกรฆ่าเจ้าตัวร้ายหัวหน้าอันธพาล ในความเป็นจริงผู้ที่ฆ่าคือ นางขี้อิจฉา the Friendless One นางบำเรอของเจ้าตัวร้าย ชายหนุมถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ หญิงสาวพยายามขอลดหย่อนผ่อนโทษแต่ไม่เป็นผล ในที่สุดนางอิจฉาได้มาสารภาพกับหญิงสาวและตำรวจใจดีเพื่อนบ้าน ทั้งสองต้องรีบเร่งแข่งกับเวลานาทีสุดท้ายไปช่วยชีวิตชายหนุ่มไว้ได้ในที่สุด
...

เรื่องที่ ๒ เรื่องของชาวจูเดียน the Judean story
เรื่องของพระเยซูคริสต์ แสดงถึงความขัดแย้งระหว่างพระคริสต์กับพวกยิวและพวกโรมัน ประกอบด้วยเหตุการณ์ ๓ กรณี คือ กรณีพระปฏิหาริย์ที่ดินแดนคานา พระเยซูเสกน้ำให้เป็นเหล้าองุ่น กรณีพระเยซูแสดงเมตตาแก่หญิงที่ถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ว่าเป็นชู้ และสุดท้ายคือ กรณีตรึงกางเขน
...

เรื่องที่ ๓ เรื่องสมัยกลาง the Medievel story
เป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของปี ค.ศ.๑๕๗๒ เกี่ยวกับกรณีการสังหารหมู่อย่างโหดเหี้ยมต่อพวกนอกรีตฮิวเกนโนในประเทศฝรั่งเศส พระนางคาธาลิน เดอ มิดิชิ ทรงชักจูงให้พระเจ้าชาร์ลที่ ๙ แห่งฝรั่งเศสซึ่งเป็นพระราขโอรสของพระนาง ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระบรมราชโองการให้สังหารหมู่พวกฮิวเกนโน ซึ่งเป็นปฏิปักษ์ต่ออำนาจของพระนางให้สิ้นซาก พวกฮิวเกนโนครอบครัวหนึ่ง คือ บราวน์ อายส์ กับคู่หมั้นซึ่งเป็นคาทอลิก เป็นเหยื่อของการสังหารหมู่ในวันเซนต์บาร์โธโลมิว
...

เรื่องที่ ๔ ความพินาศแห่งกรุงบาบิโลน the Fall of Babylon
เป็นเหตุการณ์สมัย ๕๓๙ ปีก่อนคริสตกาล ในอาณาจักรบาบีโลนอันรุ่งเรืองทางอารยธรรม มีกษัตริย์ปกครองคือ พระเจ้านาโบนิดาส ซึ่งมีพระราชโอรสนาม เจ้าชายเบลชาซาร์ ทรงเป็นที่เสน่หายิ่งของเจ้าหญิงบีเลิฟด์ พระองค์ยังไม่ทรงรู้ว่ายังทรงเป็นที่รักบูชาอย่างสุดชีวิตจากนางชาวเขา ผู้เป็นข้าบาทที่พระองค์ไถ่มาจากตลาดทาส นางชาวเขานี้ยังเป็นที่หมายปองของเจ้าหนุ่ม แรพโซดิ ผู้เป็นคนรับใช้ของหัวหน้าพระแห่งเบลพระผู้ใหญ่ผู้อยู่ในกรุงบาบีโลน ครั้นต่อมาเมื่อเจ้าชายทรงโปรดให้นำรูปสลักของเทพธิดาอิชทาร์แห่แหนเข้ามาในกำแพงเมือง หัวหน้าพระแห่งเบลรู้สึกเจ็บแค้นและริษยามาก ต่อมา จักรพรรดิไซรัสแห่งเปอร์เซียได้นำกองทัพมารุกรานบาบีโลน ครั้งแรกชาวบาบีโลนร่วมมือต่อต้านเอาไว้ได้ แต่แล้วหัวหน้าพระแห่งเบลได้พยายามาเตือนเจ้าชายเบลซาซาร์ แต่ไม่ทันการ เมื่อกองทัพเปอร์เซียบุกเข้ามาในกำแพงเมืองได้ เจ้าชายกับเจ้าหญิงทรงปลิดชีพของพระองค์เอง นางชาวเขาโดนยิงด้วยธนูสิ้นชีวิต อาณาจักรบาบีโลนอันเกรียงไกรล่มสลาย
...

บทส่งท้าย epilogue
ภาพยนตร์ให้เห็นถึงการสู้รบเข่นฆ่ากันเองของมนุษย์ในสนามรบสมรภูมิต่างๆ ภาพของเหล่านักโทษถูกจองจำ ภาพของมหานครนิวยอร์กถูกถล่มด้วยระเบิด เหนือขึ้นไปจากสนามรบ เบื้องบนมีเหล่าเทพยดามองการสู้รบครั้งแล้วครั้งเล่า เกิดลำแสงขนาดใหญ่ ทหารที่กำลังห้ำหั่นกันหยุดชะงักยืนแข็งทื่อเหมือนถูกมนต์สะกด คล้ายกับผู้สร้างจงใจจะสื่อสารกับผู้ชมว่า สันติสุขจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ มนุษย์ต้องรู้จักปรับความคิดเข้าหากันอย่างมีขันติธรรม จากนั้นเป็นภาพดอกไม้เบ่งบานบนปืนใหญ่ ตะรางที่ขังเหล่านักโทษละลายหายไปกลายเป็นทุ่งดอกไม้ ทหารที่เคยรบกันกลางสนามรบในสมรภูมิต่างๆ เปลี่ยนสภาพเป็นผู้คนกำลังเที่ยวเล่นในท้องทุ่งอย่างมีความสุข เด็กๆร่าเริงสดใส

ข้อความส่งท้ายตอนหนึ่งมีใจความว่า
แลความรักอันสมบูรณ์ จักนำมาซึ่งสันติอันนิจนิรันดร์

ภาพยนตร์จบลงด้วยภาพผู้หญิงนั่งไกวเปล ไกวแล้วไกวเล่า
..........................................................................................
*ภาพยนตร์เรื่องนี้เคยเข้ามาฉายในประเทศสยามในช่วงรัชกาลที่ ๖ และ รัชกาลที่ ๗ โดยถูกตัดต่อใหม่แยกออกจากกันเป็น ๔ เรื่อง แล้วแยกฉายเป็นเรื่องๆ เปลี่ยนชื่อเรื่องใหม่ แต่ไม่ประสบความสำเร็จทางด้านรายได้ คุณค่าของภาพยนตร์ที่แท้จริงก็หายไปด้วย
ในการจัดอันดับโดยสถาบันภาพยนตร์นานาชาติหลายครั้งที่ผ่านมา ภาพยนตร์เรื่อง Intolerance(1916) ได้รับการโหวตให้เป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในโลกยุคหนังเงียบ คู่กับ ภาพยนตร์เรื่องThe Battleship Potemkin(1925) ผลงานของ เซอร์ไก มิโคโลวิค ไอเซนสไตน์ ซึ่งเป็นภาพยนตร์ของรัสเซีย

....................................
เครดิตภาพ : วิกีพีเดีย
เรียบเรียงจากความทรงจำที่เคยดู
และจากหนังสือ 'หนังดีที่สุดในโลก'
ของหอภาพยนตร์ เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๓๐



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน