*/
  • สินธุ์สวัสดิ์ยอดบางเตย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : social_fineart@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-04
  • จำนวนเรื่อง : 347
  • จำนวนผู้ชม : 269168
  • จำนวนผู้โหวต : 49
  • ส่ง msg :
  • โหวต 49 คน
วันอาทิตย์ ที่ 11 มิถุนายน 2560
Posted by สินธุ์สวัสดิ์ยอดบางเตย , ผู้อ่าน : 1018 , 17:00:23 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

Dragon Inn (1967) / time 111 minutes
ตะลุยแดนพยัคฆ์

Written + Directed : by King Hu
 

......
ระหว่างปี ค.ศ. ๑๙๖๖-๑๙๘๐ ในบรรดาผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์จีนกำลังภายในฮ่องกง ที่ทุกคนในวงการภาพยนตร์กระหายติดตามดูผลงานของเขามากที่สุดคงไม่มีใครเกินไปกว่า King Hu (หู จวิน กวน) ผู้กำกับการแสดง, นักเขียนบท, นักแสดงที่ได้รับสมญานามจากนักวิจารณ์ภาพยนตร์ตะวันตกว่าเป็น 'บิดาแห่งภาพยนตร์จีนกำลังภายในยุคใหม่' 
...
หลังจากฝากผลงานอันลือลั่นในเรื่อง Come Drink With Me(1966)[ หงส์ทองคะนองศึก ] ที่ได้ปั้น Cheng pai pai ให้โด่งดังทะลุฟ้า แล้วลาออกจากบริษัทชอว์บราเดอร์ส King Hu ย้ายมาอยู่ไต้หวัน ได้ร่วมงานกับบริษัทสร้างภาพยนตร์อิสระ Union Film Company ที่นี่เอง เขาได้สร้างภาพยนตร์จีนกำลังภายในชิ้นสำคัญที่ต่อมากลายเป็นผลงานคลาสิกอีกทั้งยังเป็นหลักหมายสำคัญของภาพยนตร์ประเภทนี้ นั่นก็คือเรื่อง Dragon Inn(1966) ตั้งชื่อเป็นภาษาไทยว่า 'ตะลุยแดนพยัคฆ์' ภาพยนตร์ที่ King Hu กำหนดรูปแบบวิธีการนำเสนอพัฒนาจนเป็นเอกลักษณ์ของตนเองขึ้นมา นั่นคือการเสนอภาพมุมกว้างของธรรมชาติให้เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ คู่กับการเสนอภาพโรงเตี้ยมที่ถูกใช้เป็นศูนย์กลางของสถานการณ์ อีกทั้งยังได้ซ่อนนัยยะบริบททางการเมืองเอาไว้อย่างแยบคาย
...
King Hu ได้คัดเลือกนักแสดงใหม่สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Dragon Inn(1966) ได้นักแสดงหลายคนซึ่งต่อมากลายเป็นกำลังสำคัญให้กับวงการภาพยนตร์จีนกำลังภายใน เริ่มจากตัวละครเอกฝ่ายหญิง King Hu เลือก ซานกวนหลินฟง( Shang Guan Ling-Feng ) ผู้มีบุคลิกแตกต่างไปจาก Chrng pai pai มารับบทนำ และก็ไม่ผิดหวัง เมื่อภาพยนตร์ออกฉายผู้ชมยอมรับบทจอมยุทธ์หญิงฝ่ายธรรมะของเธอ ซานกวนหลินฟงขึ้นอันดับนักแสดงหญิงภาพยนตร์จีนกำลังภายในทีมีผู้ติดตามชมผลงานของเธออย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเธอจะแสดงภาพยนตร์ให้ King Hu เพียงเรื่องเดียวก็ตาม แต่ King Hu คือผู้ที่ทำให้เธอแจ้งเกิดในวงการภาพยนตร์อย่างปฏิเสธไม่ได้, ด้านนักแสดงชาย King Hu ได้เลือกนักแสดงใหม่ ซีจุ้น (Shih Chun) และ ไป่อิง (Bai Ying) มารับบทจอมยุทธ์ตัวเอกฝ่ายธรรมะ และขันทีเฒ่าเฉาเส้่าซิน จอมวายร้าย โดยเฉพาะไป่อิง เป็นนักแสดงชายที่เริ่มจากบทวายร้าย แต่ด้วยความสามารถและทักษะทางการแสดงต่อมาเขาได้รับบทตัวนำฝ่ายธรรมะ รวมถึงบทอื่นๆ ที่หลากหลาย ในภาพยนตร์เรื่องต่อมา,
ที่ควรกล่าวถึงอย่างยิ่งคือ บทเล็กๆ ฝ่ายหญิงที่เป็นบุตรสาวทายาทขุนนางกลาโหมหยีเซียน ซึ่งถูกเนรเทศพร้อมน้องชาย King Hu ได้คัดเลือกเด็กสาววัย ๑๖ ปี ชื่อ สีว์ เฟิง (Hsu Feng) มาแสดง ในภายภาคหน้า สีว์ เฟิง จะได้รับบทอันหลากหลายขับเน้นความสามารถด้านการแสดงได้รับความสำเร็จและได้รับการยกย่องในเวลาต่อมา
...
เนื้อเรื่องในภาพยนตร์เรื่อง Dragon Inn (1967) นี้ King Hu อ้างอิงเกร็ดประวัติศาสตร์นำมาดัดแปลงเสริมแต่งใหม่, สมัยราชวงศ์หมิงจิงไท ปีที่ ๘ ค.ศ.๑๔๕๗ ขันทีเรืองอำนาจควบคุมการบริหารราชสำนัก จัดตั้งองค์การใหญ่สององค์การ มีหน้าที่สืบราชการลับ นั่นคือ ตงฉ่าง และ องค์รักษ์เสื้อแดง ทั้งสององค์การทำงานภายใต้นโยบายของขันที มุ่งเน้นสืบเสาะจับกุมทำร้ายผู้มีความคิดเห็นต่าง เฉาเส้าซิน เป็นขันทีที่มีอำนาจสูงสุด โดยมี ผีเส้าถัง เหมาจงเสี้ยน ดูแลตงฉ่างและองค์รักษ์เสื้อแดง เฉาเส้าซินได้ประหารองค์ชายไถ้ฝู และขุนนางกลาโหมหยีเซี่ยน ผู้ซื่อสัตย์รักความเป็นธรรม แต่ถูกใส่ร้ายว่าสมคบต่างชาติคิดร้ายต่อแผ่นดิน ลูกหญิงชายของหยีเซี่ยนถูกเนรเทศ แต่ด้วยความไม่ไว้วางใจเกรงว่าถ้าทายาทของหยีเซี่ยนยังมีชีวิตอยู่อาจเป็นศูนย์รวมผู้คนที่รักความเป็นธรรมในภายภาคหน้าจะนำภัยมาสู่ตนได้ เฉาเส้าซินจึงให้ ผีเส้าถัง เหมาจงเสี้ยน นำกำลังตงฉ่างและองค์รักษ์เสื้อแดงปลอมเป็นกลุ่มคนไปดักรอที่เขาหลงหมิงซึ่งมี โรงเตี้ยมใกล้ชายแดนเป็นที่พำนัก
...
ภาพการเปิดตัวจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะที่ใช้ร่มเป็นอาวุธ เดินทอดไปตามลานหิน ผ่านลำธารน้ำไหลริน รวมทั้งภาพการเปิดตัวละครเอกฝ่ายหญิงพร้อมพี่ชายจอมมุทะลุ ในธรรมชาติหินผาท้องฟ้ากว้าง คือสิ่งที่ผู้กำกับฯต้องการใช้ทัศนียภาพสื่อความหมายทางปรัชญา ความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ เกือบตลอดเรื่องที่อาศัยภาพมาอธิบายความเคลื่อนไหวภายใต้กฏธรรมชาตินี้
...
นอกจากให้ภาพเชิงปรัชญาแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังใช้ภาพมาแทนค่าทางการเมืองระดับสากลอีกด้วย เนื้อเรื่องที่พูดถึงขุนนางที่ซื่อสัตย์ถูกใส่ความและถูกประหารชีวิตทายาทถูกเนรเทศแต่โดนสายลับตามไปเพื่อสังหาร เป็นมุมมองเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง โดยดัดแปลงให้เข้ากับแนวทางของภาพยนตร์กำลังภายใน
...
อีกตัวอย่างที่สำคัญคือ ภาพการร่วมโต๊ะอาหารภายในโรงเตี้ยมระหว่างฝ่ายธรรมะกับกลุ่มครปลอมตัวตงฉ่างและองค์รักษ์เสื้อแดง ทำให้นึกเปรียบเทียบภาพจำลองความขัดแย้งทางการเมืองระดับโลกในช่วงเวลานั้นไม่ได้ ดังกับว่าผู้กำกับการแสดงแทนค่าภาพสัญลักษณ์โลกด้วยภาพสถานการณ์ในโรงเตี้ยม เวทีเจรจาต่อรองด้วยชั้นเชิงต่างๆในการเมืองระดับโลก แทนค่าด้วยโต๊ะอาหารที่มีจอมยุทธ์คู่กรณีทั้งสองฝ่ายนั่งเผชิญหน้ากันภายใต้สิ่งที่เรียกว่า 'ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ'
...
ภาพยนตร์เรื่อง Dragon Inn (1967) ถูกวางทับซ้อนบริบททางการเมืองในสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นผ่านทัศนะของผู้กำกับการแสดงไว้เกือบตลอดเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของการปฏิวัติวํฒนธรรมในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งได้ส่งผลกระทบกับคนจีนจำนวนมหาศาลบนแผ่นดินใหญ่, การที่ให้ชาวตาต้าสองพี่น้องเดินทางเข้าร่วมงานกับตงฉ่างและองค์รักษ์เสื้อแดงด้วยเจตนาดี แต่ถูกจับตอนเป็นขันที จากนั้นถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของบริวารสายลับ ต่อสู้กับจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะจนบาดเจ็บและได้รับการช่วยเหลือชีวิตจึงกลับใจเข้าร่วมกับจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะ เราจะเห็นว่า ตาต้าสองพี่น้องเป็นกำลังสำคัญช่วยฝ่ายธรรมะต่อกรกับเฉาเส้าซินขันทีเฒ่าผู้มีอำนาจสูงสุดได้อย่งมีประสิทธิภา
...
การที่ King Hu วางบทบาทให้ เฉาเส้าซิน มีอำนาจและมีฝีมือการต่อสู้สูง แต่มีจุดอ่อนคือเป็นโรคประจำตัวคือหอบหืด มีหลายมุมมองให้ตีความ มุมมองหนึ่งคือการเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ปัจจุบัน ที่ประเทศมหาอำนาจมีกำลังอาวุธและเศรษฐกิจที่ดูเหนือกว่า แต่ก็มีจุดอ่อนในตัวเองเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความขัดแย้งภายใน ปัญหาช่องว่างระหว่างชนชั้นปัญหามลภาวะ ฯลฯ ในขณะที่กลุ่มจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะต้องร่วมมือกันต่อสู้อย่างทุลักทุเลไม่สามารถพิชิตได้ ท้ายที่สุดผู้เด็ดหัวเฉาเส้าซิน คือ ตาต้าผู้พี่ซึ่งเป็นคนชายขอบของชนเผ่าที่ห่างไกล คล้ายกับว่า ผู้กำกับการแสดงต้องการจะสื่อบางอย่างให้ผู้ชมกลับไปตีความ และสารที่ King Hu ต้องการสื่อให้ขบคิดนั้น คงจะได้รับการไขปริศนาในมุมมองที่แตกต่างกันของผู้ชมแต่ละคน ที่มีประสบการณ์ความรับรู้ความเข้าใจวิเคราะห์เรื่องราวสัญลักษณ์ที่อาศัยรูปแบบของภาพยนตร์จีนกำลังภายในเรื่องนี้บอกเล่าแตกต่างกันไป
...
นอกจากนี้แล้วในแง่ชั้นเชิงทางศิลปะ King Hu ให้ความสำคัญอย่างมากทั้งองค์ประกอบการจัดวางตำแหน่งภาพ นักแสดงทุกคนจะต้องแสดงบทบาทการต่อสู้ด้วยตนเองทั้งสิ้น ไม่ใช้ตัวแสดงแทน การเลือกใช้ดนตรีประกอบเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเน้นอารมณ์แต่ละตอน การให้ความสำคัญกับการจัดแสงเงา กำหนดคลุมโทนสีทั้งหมดตั้งแต่ภาพซีนแรกจนถึงซีนสุดท้าย ให้ความรู้สึกจริงจังตลอดการดำเนินเรื่อง
...
Dragon Inn (1967) จึงเป็นภาพยนตร์จีนกำลังภายในที่มีมิติทางสังคม แฝงแง่มุมให้ตีความ มีความงามทางศิลปะ เป็นชิ้นงานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของภาพยนตร์จีนกำลังภายในฮ่องกง,ภาพยนตร์เรื่องDragon Inn (1967)เข้ามาฉายในประเทศไทยสองครั้ง ครั้งแรกฉายในโรงภาพยนตร์เยาวราช ครั้งที่สองฉายในเครือกรุงเกษม,
ต่อมา ฉีเคอะ ได้นำเค้าโครงเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้มาสร้างเป็นภาพยนตร์กำลังภายในใหม่ถึงสองครั้ง ครั้งแรกชื่อว่า New Dragon Inn (1992) นักแสดงได้แก่ หลินชิงเสียง , จางม่านอี้ , หลี่หมิง ครั้งที่สองมีชื่อว่า The Flying Sworde of Dragon Gate (2011) นำแสดงโดย เจ๊ตลี และในปี ค.ศ.2017 ได้มีการนำมาสร้างอีกครั้งโดยผู้สร้างรายอื่นในฮ่องกง ภายใต้ชื่อเรื่องว่า Dragon Zombie Inn คราวนี้ซอมบี้กับจอมยุทธ์ต้องปะทะกันในโรงเตี้ยมใกล้ชายแดนเป็นแน่แท้, ถึงอย่างไรก็ตาม ไม่มีใครปฏิเสธความยิ่งใหญ่ของ Dragon Inn (1967) ผลงานคลาสิกอมตะที่เป็นหลักหมายสำคัญของวงการภาพยนตร์จีนกำลังภายในผลงานของ King Hu ชิ้นนี้ได้.
 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน