*/
  • สินธุ์สวัสดิ์ยอดบางเตย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : social_fineart@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-04
  • จำนวนเรื่อง : 347
  • จำนวนผู้ชม : 264880
  • จำนวนผู้โหวต : 49
  • ส่ง msg :
  • โหวต 49 คน
วันอาทิตย์ ที่ 11 มิถุนายน 2560
Posted by สินธุ์สวัสดิ์ยอดบางเตย , ผู้อ่าน : 880 , 17:03:27 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

Have Sword Will Travel (1969) Time 98 minutes
ดาบไอ้หนุ่ม

 

.....
Have Sword Will Travel (1969) เป็นภาพยนตร์จีนกำลังภายในเรื่องเดียวในยุคนั้น ที่ไม่ได้อยู่ในขนบภาพยนตร์จีนกำลังภายในที่คุ้นชิน ซึ่งมักว่าด้วยการแก้แค้นล้างแค้นให้พ่อให้แม่ให้อาจารย์ผู้มีพระคุณ หรือกำจัดทรชนกู้แผ่นดิน หรือตัวเอกได้ฝึกคัมภีร์วิทยายุทธ์จากสำนักจากอาจารย์ จากความบังเอิญพบเจอ หรือด้วยการขโมยจนทำให้ฝีมือเก่งกล้าพิสดาร และร่วมใจไปปราบเหล่าอธรรม
...
ในภาพยนตร์เรื่องนี้บุคลิกตัวละครเอกแตกต่างออกไป เป็นเพียงคนธรรมดาที่มีวิทยายุทธ์ เสาะแสวงหาอาชีพเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องดำรงชีวิต เหงา เปล่าเปลี่ยว ลักษณะเป็นคนนอกไม่เข้ากลุ่มธรรมะหรืออธรรม ไม่มีชื่อเสียงโด่งดัง ไม่มีชาติตระกูลสูงส่ง ไม่ต้องการเป็นวีรบุรุษไปต่อสู้ขับไล่ทรราชย์เพื่อพิทักษ์กอบกู้คุณธรรม กล่าวได้ว่าตัวละครเป็นคนจร มีพฤติกรรมที่คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ มีความแปลกแยกคล้ายบุคลิกของคนหนุ่มสาวยุคปลายทศวรรษ ๑๙๖๐ ประเด็นสำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ที่เรื่องของมิตรภาพ การเสียสละให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ด้วยความจริงใจ บริสุทธิ์ใจ สูงสุดคือการสละชีวิตตนเองเพื่อให้ผู้อื่นมีชีวิตรอดเป็นครอบครัวต่อไป บุคลิกของ David Chieng ผอมโปร่งอายุเพิ่ง ๒๒ ปี ตรงกันข้ามกับพระเอกภาพยนตร์ตามขนบเดิมที่เคยมีมาก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง เป็นความตั้งใจของผู้กำกับฯ Chang Cheh ที่ให้ Ni Kuang เขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อให้นักแสดงชายผู้นี้แสดงโดยเฉพาะ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ต้องสร้างนักแสดงนำป้อนการผลิตภาพยนตร์จีนกำลังภายในของบริษัทชอว์บราเดอร์สที่กำลังขยายตลาดออกไปอย่างขนานใหญ่
...
ในด้านดนตรีประกอบของภาพยนตร์ Have Sword Will Travel (1969) ถูกประพันธ์ขึ้นใหม่ให้สอดคล้องกับเนื้อเรื่องตลอดทั้งเรื่อง หนุนส่งภาษาภาพได้อย่างเหมาะสม ดนตรีประกอบที่โดดเด่นนี้ถูกดึงไปใช้ซ้ำในภาพยนตร์เรื่องอื่นๆของบริษัทชอว์บราเดอร์สต่ออีกหลายเรื่อง
...
ความโดดเด่นของภาพยนตร์อยู่ที่วิธีการเล่าเรื่องด้วยภาษาภาพ และดนตรีประกอบที่ทำหน้าที่ได้สอดรับกัน เช่น ฉากตัวละครเอกฝ่ายชายต้องขายม้าคู่ใจเพื่อเอาเงินมาซื้ออาหารประทังความหิว เมื่อเข้ามานั่งสั่งอาหารในร้าน ขณะนั่งรอเสี่ยวเอ้อยกอาหารมาเสิร์ฟ ในห้วงคิดคำนึงเสียงดนตรีดังขึ้นพร้อมกับเสียงม้าร้อง บาดอารมณ์ความรู้สึกผู้ชมได้เป็นอย่างดี หรือฉากที่ดาบของตัวละครเอกฝ่ายหญิงหล่นลงบนพื้นในป่าด้วยการทำร้ายของสมุนโจร ตัวละครเอกฝ่ายชายเข้ามาช่วยจนสมุนโจรหนีไป ครั้นเห็นดาบที่ตกอยู่ได้หยิบแล้วส่งคืนให้เธอ ในขณะที่ผู้ส่งถือทางด้านคมดาบ มือของผู้รับจับทางด้านด้ามดาบไว้ ดนตรีได้ดังขึ้นขับเน้นบรรยากาศแห่งมิตรภาพโดยมีดาบเป็นสื่อกลางระหว่างกัน ต่อเนื่องด้วยฉากที่จอมยุทธ์ชายคู่หมั้นของตัวละครเอกฝ่ายหญิงเดินเข้าเห็นแล้วเกิดเข้าใจผิด จนตัวละครเอกฝ่ายชายต้องรีบเดินจากไปด้วยความขมขื่นท่ามกลางความมืด ดนตรีประกอบได้ทำหน้าที่ขับส่งความรู้สึกของความเป็นคนนอกที่ถูกทำร้ายจิตใจได้เป็นอย่างดี 
...
ความกล้าหาญกล้าได้กล้าเสียเป็นแบบฉบับของลูกผู้ชายที่ยอมตายเสียดีกว่าการถูกหยามเกียรติ คือจุดเด่นของภาพยนตร์ของผู้กำกับ Chang Cheh เป็นส่วนใหญ่, ในภาพยนตร์เรื่องนี้ผู้กำกับ Chang Cheh ยังได้นำเทคนิคภาพสโลว์โมชั่น มาใช้เต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกในภาพยนตร์ของเขาอย่างมีประสิทธิภาพ ( ซึ่งเขาได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ผลงานของ แซม พัคกิ้นพาร์ ส่วน แซม พัคกิ้นพาร์ ก็ได้แรงดลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง 'เจ็ดเซียนซามูไร' ของ อาคิระ คูโรซาว่า ที่ใช้ในฉากดวลซามูไรช่วงสั้นๆ ) ทั้งในฉากที่ตัวละครเอกฝ่ายชายลำดับความคิดก่อนการตัดสินใจขั้นสุดท้าย รวมทั้งฉากการต่อสู้อันเร้าใจถึงเลือดถึงเนื้อด้วยคมอาวุธเลือดสาด การทำภาพเคลื่อนไหวให้ช้าลงในบางช่วงนี้เอง ทำให้ผู้ชมสามารถเก็บรายละเอียดของสิ่งที่ปรากฏบนจอได้ทั้งหมด ทำให้ได้มีเวลาพินิจพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้น ผลรับคือผู้ชมได้ซึมซับความรู้สึกที่ลึกซึ้งตรึงอารมณ์อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน , ภาพยนตร์มีความปราณีตค่อนข้างสูง ส่วนการออกแบบการด่อสู้ของ Liu Chia-Liag และ Tang Chia Me ทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ตามมาตรฐานฝีมือชั้นครู
...
ภาพยนตร์เรื่องนี้ Chang Cheh ได้คัดเลือกนักแสดงประกอบชายในสังกัดบริษัทชอว์บราเดอร์สสองคน เพื่อแสดงเป็นตัวละครเอก คือ David Chiang และ Tommy Tilung อีกทั้งเจียระไนนักแสดงสมทบชายอย่าง Ku Feng ให้ขับเน้นความสามารถจนเป็นนักแสดงที่เต็มไปด้วยฝีมือที่ผู้ชมชื่นชอบในเวลาต่อมา, ภาพยนตร์เรื่องนี้ฉายครั้งแรกในฮ่องกงเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ค.ศ.๑๙๖๙ ซึ่งได้รับความสำเร็จเป็นอย่างดี.



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน