• สิปปสินี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-02-13
  • จำนวนเรื่อง : 25
  • จำนวนผู้ชม : 167662
  • ส่ง msg :
  • โหวต 41 คน
Sippasini Barhey
เนื้อหาทั่วไป
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sippasini
วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน 2553
Posted by สิปปสินี , ผู้อ่าน : 10819 , 00:25:13 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผู้เขียนมีเพื่อนบ้านครอบครัวหนึ่งที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับที่บ้านอย่างเหนียวแน่น เพราะมีกำแพงบ้านติดกัน เพื่อนบ้านคนนี้เป็นแม่ม่ายลูกชายติดสามคน แต่อยู่มาวันหนึ่งเธอแต่งงานใหม่และมีลูกชายเพิ่มอีกหนึ่งคน เธอรักลูกคนนี้มาก เฝ้าฟูกฟัก รักและเอาอกเอาใจทุกอย่างจนเติบใหญ่ เวลาผ่านไป 25 ปี ลูกชายคนเล็กนี้แต่งภรรยาเข้าบ้าน ส่วนลูกคนอื่นๆ ย้ายไปทำมาหากินที่อื่น

ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเพื่อนบ้านหญิงคนนี้ดูจะอบอวนด้วยความสุข จนกระทั่งสามีเธอได้ตายจากไป ลูกชายและลูกสะใภ้ยังดูแลเธอเป็นอย่างดีต่อมา จนกระทั่ง 3 ปีให้หลังเธอคิดว่าเธอคงสามารถฝากชีวิตไว้กับพวกเขาทั้งสองคนได้เพราะพวกเขาดีกับเธอเหลือเกิน เธอจึงตัดสินใจตอบแทนพวกเขาโดยการโอนบ้านและที่ดินที่อาศัยอยู่ในปัจจุบันให้ด้วยความเสน่หา แต่เมื่อพวกเขาได้รับมอบบ้านและที่ดินแล้ว พวกเขากลับมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืน จากที่เคยดูแลอย่างดี, พูดจาอ่อนหวานไพเราะ กลับกลายเป็นว่าไม่ให้ความสนใจ มีวาจาหยาบคายด่าทอประชดประชัน และไล่ผู้เป็นบุพการีออกจากบ้าน

ผู้เป็นแม่แสนจะกลุ้มใจ แต่ไม่มีที่ไป เพราะว่ากับลูกอีกสามคนเธอไม่เคยใส่ใจดูแลพวกเขามาตั้งนานแล้ว กับลูกที่คาดหวังว่าจะพึ่งได้กลับไม่เป็นไปตามที่หมาย ผู้เป็นแม่ควรจะทำอย่างไร?

- ตามกฏหมายมาตรา 251 บัญญัติว่า "อันว่าให้นั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลหนึ่ง เรียกว่าผู้ให้ โอนทรัพย์สินของตนให้โดยเสน่หาแก่บุคคลอีกคนหนี่ง เรียกว่า ผู้รับ และผู้รับยอมรับทรัพย์สินนั้น" ลักษณะของสัญญาให้ คือ เป็นสัญญา 2 ฝ่าย, เป็นสัญญาไม่ต่างตอบแทน, ให้ด้วยความเสน่หา และผู้รับยอมรับเอาทรัพย์สินที่ให้
- การถอนคืนการให้ สามารถทำได้โดยมีสาเหตุจาก ผู้ให้ได้กำหนดเงื่อนไขและผู้รับให้ทำผิดเงื่อนไขสัญญาให้, หรือผู้รับเนรคุณผู้ให้

ในกรณีเพื่อนบ้านที่ได้กล่าวอ้างถึงข้างตน ผู้เป็นแม่ได้ร้องขอต่อศาลเพื่อเรียกคืนทรัพย์สินที่ได้เคยให้แก่บุตรชายของเธอ และการต่อสู้ในศาลเธอชนะในทุกศาลได้รับทรัพย์สินคืน และลูกชายของเธอสามคนที่เธอไม่เคยสนใจกลับเป็นกลุ่มคนที่เข้ามาช่วยเธอในยามยาก และสำหรับลูกชายคนเล็กที่เนรคุณต่อมารดาก็ไม่สามารถทนอยู่ในสังคมต่อไปจึงย้ายไปอยู่ที่อื่น

เพราะฉะนั้น การให้ด้วยความเสน่หานั้นจึงสามารถอนคืนการให้ โดยมีเงื่อนไขว่า
1. ผู้ให้ มีสิทธิถอนคืนการให้หากผู้รับทำผิดเงื่อนไขหรือผู้รับประพฤติเนรคุณ
2. ทายาทของผู้ให้ จะเรียกคืนได้ในสองกรณี
- ผู้รับได้ฆ่าผู้ให้ตายโดยเจตนาและไม่ชอบด้วยกฏหมาย
- ผู้รับได้กีดกันผู้ให้มิให้ถอนคืนการให้ และผู้ให้ได้ฟ้องคดีไว้แล้ว ผู้รับต้องคืนสินทรัพย์ให้แก่ผู่ให้ในฐานะลาภมิควรได้ (มาตรา 534)

ผู้เขียนหวังเพียงว่านี้จะเป็นตัวอย่างที่เกิดขึ้นในสังคมไทยส่วนน้อยเท่านั้น เพราะปัจจุบันสังคมตะวันตกได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันเรามากขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึงสังคม "Social Media" ที่ทำให้เราวุ่นวายอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์มาจนเกินความจำเป็นจนทำให้เราหลงลืมผู้มีพระคุณยิ่งของเราที่บ้านค่ะ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปางตอง วันที่ : 02/06/2011 เวลา : 07.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vinaic

กฏแห่งกรรม การเนรคุณต่อบุพการีมีผลเช่นนี้แล

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ประจิ้มประเจ๋อ วันที่ : 03/09/2010 เวลา : 16.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yuiboc
สะเปะสะเปือยเรื่อยเปื่อยอยู่เรื่อยไป & รัก"ทองกบ"ที่โลกในสุดเลย! โอ้เย่เย๊เย่  ฮ่าๆๆและ+อีก28.75ฮ่า...จิ้มมียิ้มสุข...ยิ้มสุขส่งให้ด้วยใจเปี่ยมสุข สวัสดีครับผม

สวัสดีค่ะ พี่สิปปสินี
ประจิ้มประเจ๋ออ่านแล้วสงสารจังค่ะ
ลูกชายคนเล็กก็สมควรแล้วที่สังคมประนาม
ประจิ้มประเจ๋อขอบคุณสำหรับความรู้นะคะ

คอมเมนต์ถูกปิด
เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก

<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]