• นักล่าของเก่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sirawit99@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-25
  • จำนวนเรื่อง : 31
  • จำนวนผู้ชม : 88633
  • ส่ง msg :
  • โหวต 18 คน
ของเก่าเล่าเรื่อง
สิ่งบางสิ่งไม่มีค่าเลยสำหรับเรา แต่สิ่งบางสิ่งนี้อาจมีค่าที่ยิ่งใหญ่สำหรับคนอีกหลายคน ทุกสิ่งมีค่าในตัวของตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sirawit
วันพุธ ที่ 16 เมษายน 2551
Posted by นักล่าของเก่า , ผู้อ่าน : 2730 , 15:23:18 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เสร็จสิ้นหลังเทศการลดความร้อนโลก ของมนุษย์ ตามปกติช่วงเทศการสงการต์ ตอนเย็นจะมีฝนตก เพราะได้รับการสะสมไอน้ำจากการเล่นน้ำอย่างมากมาย ไปกลั่นตัวและตกมาเป็นฝน ซึ้งมันเป็นวงเวียนตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ปีนี้ ผมนั่งอยู่หลังบ้านมองไม่เห็น เมฆฝนให้มีความหวังเลย   ได้ยินข่าวว่าอุณภูมิ  อยู่ที่ประมาณ 38 - 40 องศา โอ้พระเจ้า ถ้าผมจำไม่ผิด ตอนผมเด็ก คงสัก สิบกว่าปีที่แล้ว ผมว่าอากาศร้อนเต็มที่ไม่เคยเกิน 36 องศา เลย ถึงแม้อากาศจะร้อน แต่ก็ต้องมีฝนบ้างซิโดยเฉพาะหลังสงการต์ อากาศร้อนมาก จนผมคงจะฝันกลางวันไปว่า อีกหน่อยเราคงจะอาใช้ชีวิตอยู่เฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น ลองคิดกันเล่นนะ ว่าความร้อนและรังสียูวีที่ผ่านลงมาสู่เราตอนนี้ ถ้าเราไม่มีก๊าซโอโซนที่ป้องกัน และกรองแสงลดน้อยลงแล้ว ผิวหนังของเราอาจจะรับรังสียูวีไม่ได้ ไหม้ ทำให้เกิดเป็นมะเร็งผิวหนัง เราจึงจำเป็นต้องอยู่ในบ้านในตอนกลางวัน  แล้วใช้ชีวิตประจำวัน ในเวลากลางคืนแทน  ถ้าผมมองชีวิตของพวกเราตอนนี้ ก็ใช้ชีวิตคนกลางคืน เสียมากกว่า การจะพักผ่อน เดิน เล่น ก็เป็นช่วงเย็น  หลังพระอาทิตย์ตกดิน ตลาดไนท์มาร์เกต ก็เปิดอยู่ทุกจังหวัด ผมเคยถามว่าร้านค้าบางร้านเลือกเปิดเฉพาะตอนเย็น จนถึงเที่ยงคืน เค้าบอกว่ากลางวันไม่มีคนซื้อ เปิดตอนเย็นขายได้เท่ากัน มนุษย์เราจะคงเริ่มปรับตัวกับโลกร้อนแล้วมัง

ถ้าการทำงาน ก่อสร้าง ก็ทำในช่วงกลางคืนแทน คนที่ทำงานด้านกสิกรรม คงต้องเก็บเกี่ยวกันช่วง กลางคืนแทน เพราะความร้อน อาจทำให้ความสามารถในการทำงานลดลงได้ ลองคิดดูซิการค้าขาย หรือ ท่องเที่ยวตอนนี้ส่วนมากก็เน้นกันช่วงกลางคืนทั้งนั้น  ถ้าบ้านเราไม่ติดแอร์ ผมก็จะใช้ชีวิตในช่วงกลางคืน เสียมากกว่าในการทำงาน เพราะมีสมาธิมากกว่า  ถ้าเรายังไม่สามารถหยุดการทำลายโลกของเราให้น้อยลงได้ สักวันเราคงจะอาศัยอยู่บนพื้นผิวโลกไม่ได้อีก ( เอาเขาไปใหญ่แล้ว เจ้านักล่าของเก่า ร้อนจนเผลอแล้ว ) ตอนแรกผมก็นึกว่าผมบ้าคนเดียว ถ้าโอโซนของเราหมดไป รังสียูวี คงเป็นอันตรายมากกว่านี้ มันอาจเผ่าผลาญ พืช สิ่งมีชีวิต จนเราคงต้องย้ายตูด ของเราไปอยู่ใต้ดิน ( บ้าๆ แน่ ) แต่ผมไม่ได้บ้าคนเดียวนะ เพราะผมหาใน Google  ฮ่า ฮ่า ผมก็มีเพื่อนที่เค้าคิดทำนองผมด้วยนะ ไม่ได้พึ่งคิดนะ เค้าคิดมาก่อนผมหลายร้อยปีเสียอีก

ทฤษฎีที่ฟังดูประหลาดที่สุดก็คือ ความเชื่อที่ว่า โลกใบนี้มีเนื้อในกลวง แถมข้างใต้ผิวโลก ยังมีอารยธรรมบ้านเมือง ซุกซ่อนอยู่ด้วย เป็นเมืองลับแล ที่น้อยคนจะรู้ถึงทางเข้า คนแรกๆ ที่เสนอความคิดนี้เมื่อปี ค.ศ. 1692 ก็คือ เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์ ถ้าชื่อนี้รู้สึกคุ้นหูก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะเป็นคนเดียวกับนัก ดาราศาสตร์ชาวอังกฤษผู้คำนวณเวลาหวนกลับมาของดาวหางที่สุกสว่างที่สุด ดวงหนึ่งซึ่งได้ชื่อตามชื่อของเขานั่นเอง

        ฮัลเลย์รู้สึกฉงนกับสนามแม่เหล็กของโลก เขาสังเกตพบว่า สนามแม่เหล็กโลกมีทิศทางเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในเวลาที่ต่างกัน เขาจึงคิดว่า โลกมีสนามแม่เหล็กหลายสนาม โลกของเรานั้นกลวง ข้างในยังมีโลกอีกชั้น หนึ่งที่มีสนามแม่เหล็กอีกสนามหนึ่ง เพื่ออธิบายถึงความผันแปรทั้งหมดในสนามแม่เหล็กโลก ท้ายที่สุดเขาได้เสนอว่า โลกประกอบด้วยสัณฐานกลม 4 ชั้น แต่ละชั้นซ้อน กันอยู่ข้างใน

        ฮัลเลย์เสนอด้วยว่า ภายในโลกมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ โดยอาศัยแสงสว่างจากบรรยากาศที่เรืองแสง เขาคิดว่า ปรากฏการณ์แสง เหนือก็คือก๊าซที่เล็ดลอดออกมาจากใต้เปลือกโลกบางๆ ที่ขั้วโลกเหนือ คนอื่นๆ ที่ได้รับอิทธิพลจากความเชื่อของฮัลเลย์มักเอาทฤษฎีนี้ ไปต่อเติมเสริมแต่งตามความเชื่อของตัวเอง

        ในศตวรรษที่ 18
เลยองฮาร์ด ยูเลอร์ นักคณิตศาสตร์ชาวสวิส ได้แทนที่ทฤษฎีโลกหลายชั้นด้วยโลกที่กลวงเพียงชั้นเดียว ข้างในมีดวง อาทิตย์ขนาดกว้าง 600 ไมล์ คอยให้ความร้อนและแสงสว่างแก่อารยธรรมที่ เจริญก้าวหน้าที่อาศัยอยู่ในนั้น แล้วต่อมา นักคณิตศาสตร์ชาวสกอต เซอร์ จอห์น เลสลี
ก็เสนอว่า ภายในโลกมีตะวันอยู่สองดวง ซึ่งเขาตั้งชื่อให้ว่า พลูโต กับโพรเซอร์ไพน์

ขณะที่นักสำรวจไม่พบช่องทางเข้าอะไรที่ว่านั้น คณะสำรวจได้พบหลักฐานที่ว่า แอนตาร์กติกา ไม่ได้เป็นแค่ผืนน้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเท่านั้น แต่นับเป็นทวีปที่เจ็ดของโลก

คนที่สนับสนุนทฤษฎีโลกกลวงอย่างหัวชนฝา คือ จอห์น ซิมเมส ชาวอเมริกัน อดีตนายทหารและนักธุรกิจ ซิมเมสเชื่อว่าโลกกลวง และก็ที่ขั้วโลกเหนือกับขั้วโลกใต้มีทาง เข้าขนาดกว้าง 4,000 ไมล์และ 6,000 ไมล์ ตามลำดับ ซึ่งจะนำเข้าสู่โลกบาดาลได้ เขาอุทิศชีวิตพัฒนาทฤษฎีของตัวเอง และระดมเงินสนับสนุน ให้มีคณะสำรวจเดินทางไปยังขั้วโลกเหนือ เพื่อเข้าไปสำรวจภายในโลก ถึงเขาจะทำไม่สำเร็จ แต่หลังจากเขาตายไป ลูกศิษย์ของเขา ซึ่งเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ ชื่อ เยเรมีย์ เรย์โนลด์ ได้ช่วยกระตุ้นให้ รัฐบาลสหรัฐส่งคณะสำรวจไปยังดินแดนแอนตาร์กติกาในปี 1838

ในปี 1846 มาร์แชล การ์ดเนอร์ ได้อ้างการค้นพบซากแมมมอธขนยาวที่แช่แข็งอยู่ในน้ำแข็งที่ไซบีเรียเป็นหลักฐานยืนยันว่าโลกกลวง การ์ดเนอร์เชื่อว่า ข้างในโลกมีดวงอาทิตย์หนึ่งดวง และเสนอว่า เหตุที่ซากแมมมอธยังมีสภาพดี ก็เพราะมันเพิ่งตายเมื่อไม่นานมานี้ ด้วยว่าแมมมอธ และสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วชนิดอื่นๆ สามารถตระเวนเข้าออก ส่วนในของโลกได้อย่างอิสระ ซึ่งเจ้าตัวนี้ได้เดินออกมาข้างนอกโดยอาศัยช่อง ทางที่ขั้วโลกเหนือ แล้วภายหลังซากของมันได้ถูกน้ำแข็งซัดมาจนถึงไซบีเรีย
      
        ในทศวรรษเดียวกันนั้นเอง ทฤษฎีโลกกลวงอีกทฤษฎีหนึ่งได้อุบัติขึ้น เป็นผลงานจากความคิดของ
ไซรัส รีด ทีด โดยทีดบอกว่า โลกกลวง ข้างในมีคนอาศัยอยู่
และมีดวงอาทิตย์อยู่ ตรงใจกลางโลก ดวงอาทิตย์นี้ด้านหนึ่งมืด ด้านหนึ่งสว่าง เมื่อดวงอาทิตย์ หมุนก็จะเกิดสภาพเหมือนกลางวันกับกลางคืนสลับกัน บรรยากาศอันหนา แน่นในใจกลางของโลกทำให้คนที่อยู่ในโลกแหงนมองไม่เห็นคนที่อยู่ทางอีก ด้านหนึ่งของโลก ต่อมาทีดได้เปลี่ยนชื่อเป็นโคเรช และก่อตั้งสิ่งที่ปัจจุบันถือเป็น ลัทธิประหลาด หลังจากซื้อที่ดิน 300 เอเคอร์ในฟลอริดา โคเรชก็ประกาศตัว เองเป็นพระมหาไถ่แห่งศาสนาใหม่ เขาตายเมื่อปี 1908 โดยไม่ได้พิสูจน์ ทฤษฎีของตัวเอง

     



        หลังสงครามโลกครั้งที่สอง มีการเอาเรื่องโลกกลวงไปโยงเข้า กับพวกนาซีเยอรมัน นักเขียนคนหนึ่ง
เอิร์น ซันเดล ได้เขียนหนังสือเรื่อง “ยูเอฟโอ-อาวุธลับของนาซี?
” อ้างว่า ฮิตเลอร์กับกองกำลังชุดสุดท้ายของเขา ได้โดยสารเรือดำน้ำตอนสงครามเลิกหลบหนีไปยังอาร์เจนตินา แล้วต่อมาได้ ตั้งฐานทัพของจานบินขึ้นตรงช่องทางที่นำเข้าไปสู่ภายในโลกที่ขั้วโลกใต้ ซันเดลบอกด้วยว่า พวกนาซีเป็นเผ่าพันธุ์ที่แยกต่างหากจาก มนุษย์ พวกนี้มาจากข้างในโลก ยิ่งเวลาผ่านไป ไอเดียเรื่องโลกกลวงก็ยิ่งกลายเป็นทฤษฎีเพี้ยน และกลายเป็นเรื่องของนิยายวิทยาศาสตร์และจินตนาการเพ้อฝันไป เหตุก็เพราะไม่มีหลักฐานพิสูจน์ความถูกต้องของทฤษฎีนี้

        นายพลเรือเอกของสหรัฐ
ริชาร์ด ไบร์ด
ได้บินข้ามขั้วโลก เหนือเมื่อปี 1926 และขั้วโลกใต้เมื่อปี 1929 โดยไม่พบช่องทางเข้าสู่ภายใน โลกเลย ภาพถ่ายจากนักบินอวกาศก็ไม่ปรากฏทางเข้าเช่นกัน ในขณะที่วิชา ธรณีวิทยาสมัยใหม่ชี้ว่า โลกมีเนื้อในส่วนใหญ่เป็นของแข็ง แต่กระนั้น มีภาพถ่ายของนาซาชิ้นหนึ่งที่ปรากฏรอยมืดใน ภาพ ซึ่งคนที่เชื่อเรื่องโลกกลวงบอกว่าเป็นข้อพิสูจน์ทฤษฎีนี้ ทั้งที่อันที่จริง แล้ว ภาพนั้นเกิดจากการเอาภาพถ่ายหลายๆ ใบที่ถ่ายในช่วงเวลา 24 ชั่วโมงมาซ้อนกัน เพื่อให้มองเห็นทุกส่วนเป็นเวลากลางวัน ส่วนตรงที่เป็นสี ดำมืดนั้นเป็นเขตอาร์กติกที่ไม่สะท้อนแสงในตอนกลางวันของฤดูหนาว

จูลส์ เวิร์น หนังสือเล่มนี้เสนอทฤษฎีโลกกลวงได้น่าฟังกว่า ด้วยการพูดถึงช่องทางจากผิวโลกเข้าไปสู่โพรงถ้ำใต้ดินที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ในนิยายเล่มนี้ นักวิทยาศาสตร์สามคนได้ปีนลงไปในปล่อง ภูเขาไฟที่หมดพลังแล้ว เพื่อค้นหาหนทางที่จะเข้าสู่ใจกลางโลก พวกเขาทำ ไม่สำเร็จ แต่ก็ได้พบทะเลใต้ดินที่มีสัตว์ยุคก่อนประวัติศาสตร์อาศัยอยู่มากมาย รวมทั้งตัวเพลซิโอซอร์ด้วย

เห็นไหมละว่าไม่ใช่ผมคนเดียวนะที่บ้า ที่อยากเข้าไปอยู่ใต้โลก แต่ดูแล้วอาจะเป็นไกลความจริงอยู่ แต่ถ้าอ่านเรื่องต่อไป ว่ามีตำนานชนเผ่าโบราณที่อาศัยอยู่ใต้พิภพนี้ นะครับ ลองติดตามอ่านตอนสอง ละครับ บายๆ เอาไว้ไปอาบน้ำก่อน


        หนังสือที่เผยแพร่ความคิดเรื่องโลกกลวงที่ผู้คนรู้จักมากที่สุด นั้นเห็นจะเป็น “การเดินทางสู่ใจกลางโลก” (Journey to the Center of the Earth) ของ จูลส์ เวิร์น หนังสือเล่มนี้เสนอทฤษฎีโลกกลวงได้น่าฟังกว่า ด้วยการพูดถึงช่องทางจากผิวโลกเข้าไปสู่โพรงถ้ำใต้ดินที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ในนิยายเล่มนี้ นักวิทยาศาสตร์สามคนได้ปีนลงไปในปล่อง ภูเขาไฟที่หมดพลังแล้ว เพื่อค้นหาหนทางที่จะเข้าสู่ใจกลางโลก พวกเขาทำ ไม่สำเร็จ แต่ก็ได้พบทะเลใต้ดินที่มีสัตว์ยุคก่อนประวัติศาสตร์อาศัยอยู่มากมาย รวมทั้งตัวเพลซิโอซอร์ด้วย

เนื้อเรื่องจาก http://www.rakbankerd.com 

รูปภาพจาก nationalgeographic.com




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
MrTote วันที่ : 22/04/2008 เวลา : 11.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MrTote
MrTote : OK Nature - Save Nature, Save Life! - นายโต๋เต๋

จำได้ว่า สมัยเด็ก ๆ ที่บ้านไม่มีตู้เย็น พัดลม พอหน้าร้อน ก็จะพากันมากางมุ้งนอน (สมัยนั้นก็ยังไม่มีมุ้งลวด) ที่ระเบียงบ้านกันเป็นแถว อุณหภูมิหน้าร้อนในวันนั้น คงต่ำกว่าปัจจุบันไม่น้อยกว่า ๕ องศา ส่วนหน้าหนาวก็หนาวมาก ต้องใส่เสื้อกันหนาวไปโรงเรียน เวลาเรียนก็ต้องมานั่งเรียนกันที่สนามเพื่อตากแดดให้อุ่น

ขอบคุณครับที่แวะไปเยี่ยมเยียน

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
hooknoi วันที่ : 21/04/2008 เวลา : 22.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

โอ้...เพิ่งเคยได้ยินทฤษฎีนี้เน้อ...ว่าแต่ มันอาจเป็นจริงก็ได้นา

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
komyos วันที่ : 19/04/2008 เวลา : 07.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/youngmomy
อยู่กับสิ่งที่มี..ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน..

หวัดดีเจ้า..

ยินดีเจ้าตี้แวะไปเยือน

ปี๋หน้าปะกั๋น..ปี๋ใหม่เมืองเจ้า

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
After-PostModern วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 12.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lightcircle

โลกกลวง?
อารยธรรมอื่นอยู่ใต้พื้นพิภพ?
..
คงเป็นเรื่องแปลกมากๆเลยครับ
ผมยังไม่ค่อยอยากเชื่อเท่าไหร่ครับเอาเป็นว่าค่อยๆเอาข้อมูลมาแสดงกันดีกว่าครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
นาราด้า วันที่ : 17/04/2008 เวลา : 16.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tarot
http://www.oknation.net/blog/narada ไพ่ยิปซีทำนายชีวิต

โลกร้อน...มากเลยค่ะ
ขอบคุณมากนะคะ แวะมาเที่ยวบ้านยิปซี

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Dogstar วันที่ : 17/04/2008 เวลา : 05.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dogstar

เห็นแล้วว่าอากาศร้อนมีผลต่อมนุษย์อย่างไร
สงกรานต์นี่คงร้อนมากนะคะ
แต่เรื่องสนุกค่ะเคยดูหนังเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับเมือง
ลับแลที่ว่า หนังขาวดำกินจำพวกอาหารเห็ดค่ะ
ตอนจบพระเอกหนีรอดออกมาได้แต่นางเอกไม่รอด
ถําถล่มทับตรงทางเข้า วิ่งไม่ทันดินถล่มปิดทางเข้าเลย
ยังเป็นเมืองลับแลจนถึงทุกวันนี้

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
rabbitzilla วันที่ : 16/04/2008 เวลา : 22.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/season-change-chaingmai

ปีนี้ร้อนแบบไม่น่าเชื่อจริงๆ ถึงตัวเลขจะไม่แย่มาก แต่ความรู้สึกมันบอก ผมก็หันมาพิมพ์งานตอนดึกๆมากขึ้น โลกกลวงนี่โจ๊กมาก

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
nilsamai วันที่ : 16/04/2008 เวลา : 19.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nilsamai
.

แม้แต่ในวรรณกรรมเยาวชนก็มีเรื่องโลกกลวงเหมือนกัน
หรือโลกจะกลวงจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 16/04/2008 เวลา : 15.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอไปด้วยคน..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]