• CE50
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-09-12
  • จำนวนเรื่อง : 1
  • จำนวนผู้ชม : 9526
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
ถ้าเขื่อนสิริกิติ์แตก จังหวัดพิษณุโลกจะเป็นอย่างไร
ถ้าเขื่อนสิริกิติ์แตก จังหวัดพิษณุโลกจะเป็นอย่างไร
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sirikitdam
วันเสาร์ ที่ 12 กันยายน 2552
Posted by CE50 , ผู้อ่าน : 5502 , 15:03:47 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

    ถ้าเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์แตก จ.พิษณุโลกจะเป็นอย่างไร เมื่อเปรียบเทียบกับเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี ที่มีนักวิชาการและวิศวกรได้เข้าไปตรวจสอบเมื่อพบรอยร้าวที่ตัวเขื่อน

 

เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี

ปัจจุบันนี้ปัญหาในการวางแผนความปลอดภัยของเขื่อนกำลังเป็นประเด็นที่สำคัญ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อาศัย อยู่ด้านท้ายเขื่อนโดยตรง จากสถิติที่ผ่านมาพบว่าเขื่อนจำนวนกว่า 2,000 เขื่อน ทั่วโลกได้เกิดการวิบัติลง และจากการสำรวจความมั่นคงของตัวเขื่อนพบว่า มีจำนวนมากกว่า 150,000 เขื่อน ทั่วโลกที่มีความเสี่ยงต่อการวิบัติ

จากการศึกษาถึงการวิบัติที่เกิดขึ้นกับตัวเขื่อนที่ผ่านมาพบว่า มีสาเหตุมาจากหลายประการ โดยเฉพาะในเขื่อนที่มีการออกแบบและก่อสร้างมานานหลายสิบปีที่ใช้ สมมติฐานและหลักเกณฑ์ในการออกแบบยังไม่ก้าวหน้ามากนักดังเช่นในปัจจุบัน

การที่จะพิจารณา เลือกชนิดและการออกแบบเขื่อนในเชิงวิศวกรรมจะขึ้นอยู่กับ ปัจจัยต่างๆหลายประการ เช่น คุณสมบัติทางด้านวิศวกรรมของวัสดุที่จะนำมา ใช้ใน การก่อสร้าง ลักษณะทางธรณีวิทยาของดินและฐานรากบริเวณที่จะทำการก่อสร้าง สภาพทางภูมิประเทศ สภาพทางอุทกวิทยา และอิทธิพลจากการเกิดแผ่นดินไหว นอกจากนี้แล้วยังต้องคำนึงถึงการควบคุมปริมาณการรั่วซึมผ่านตัวเขื่อน การป้องกันและการลดการกัดเซาะจากกระแสน้ำที่อาจไหลล้นสันเขื่อน พฤติกรรมและกระบวน การการเกิดช่องแตกของเขื่อน ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วมักจะไม่ได้พิจารณากันอย่างจริงจัง จึงอาจเป็นสาเหตุเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการวิบัติของเขื่อนได้

           

โดยทั่วไปการวิบัติของเขื่อนอาจจะเกิดขึ้นจากสาเหตุดังต่อไปนี้คือ
            1.การเสื่อมตัวของเขื่อนตามอายุการใช้งาน
            2.ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ คือ ฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและการเกิดแผ่นดินไหว
            3.การทรุดตัวของฐานรากที่ไม่เท่ากัน
            4.การเคลื่อนตัวของเขื่อนจากแกนเดิม
            5.ปัญหาจากการกัดเซาะที่เกิดขึ้นบนตัวเขื่อนเนื่องจากน้ำไหลล้นข้ามสันเขื่อน
            6.ปัญหาจากการรั่วซึมของน้ำผ่านตัวเขื่อน
            7.การควบคุมการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน
            8.รูที่เกิดขึ้นจากการขุดของสัตว์ ดังนั้นในการที่จะวางแผนความปลอดภัยของตัวเขื่อนจึงจำเป็นที่จะต้องเข้าใจถึงสาเหตุต่างๆที่จะมีผลต่อการวิบัติของเขื่อนเพื่อใช้เป็น แนวทางในการวางแผนป้องกันต่อไป

       ประเภทของเขื่อนแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ เขื่อนคอนกรีตและเขื่อนดินหรือหินถม ส่วนมากในประเทศไทยกว่า 95 เปอร์เซ็นต์เป็นเขื่อนดินหรือหินถม เนื่องจากหาวัสดุก่อสร้างง่ายและคงทน ส่วนเขื่อนที่สร้างด้วยคอนกรีต เช่น เขื่อนภูมิพล แม่มาว ท่าด่าน ขุนด่านปราการชล ถือว่ามีความคงทนเช่นกัน ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนประเภทใด ความคงทนจะขึ้นอยู่กับการบำรุงรักษาที่ดี ตัวอย่างเขื่อนที่มีอายุมาก เช่น เขื่อนดินที่สร้างในสมัยพ่อขุนรามคำแหงที่ยังคงอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน

            สำหรับเขื่อนศรีนครินทร์นั้นเป็นเขื่อนหินทิ้ง (Rockfill Dam) มีแกนเป็นดินเหนียว =E0 เป็นเขื่อนที่มีขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนแม่น้ำแควใหญ่ ตำบลท่ากระดาน อำเภอ ศรีสวัสดิ์ ทางด้านทิศเหนือของจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีระยะห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 86 กิโลเมตร ตัวเขื่อนมีความสูง 135 เมตร และมีความยาวของสันเขื่อน 610 เมตร สามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 17,745 ล้านลูกบาศก์เมตร มีวัตถุประสงค์หลักในการผลิตกระแสไฟฟ้าอยู่ในความรับผิดชอบและการดูแลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

            ลุ่มน้ำแม่กลองจัดได้ว่าเป็นลุ่มน้ำขนาดใหญ่ของประเทศไทย ตั้งอยู่ ณ บริเวณภาคตะวันตกของประเทศ ประกอบด้วยลำน้ำสาขาต่างๆ ได้แก่ ลำน้ำแควน้อยและ แควใหญ่ไหลมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำแม่กลองที่จังหวัดกาญจนบุรีและไหลทอดตัวยาวลงสู่อ่าวไทยที่จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งในบริเวณลุ่มน้ำนี้ได้มีการก่อสร้างเขื่อนที่สำคัญไว้ในลำน้ำต่างๆ อันได้แก่ เขื่อนท่าทุ่งนาและเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งตั้งอยู่บนแม่น้ำแควใหญ่ เขื่อนเขาแหลมตั้งอยู่บนแม่น้ำแควน้อย และเขื่อนวชิราลงกรณ์ตั้งอยู่บนแม่น้ำแม่กลอง

 

                จากการตรวจสภาพเขื่อนศรีนครินทร์พบว่ามีการทรุดตัวของสันเขื่อนมาโดยตลอดในช่วงระยะเวลายี่สิบปีที่เขื่อนเริ่มเก็บกักน้ำ แม้ว่าค่าการทรุดตัว ที่ตรวจพบนี้ยัง อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ในทางวิศวกรรม กล่าวคือในการออกแบบได้ยอมให้เกิดการทรุดตัวได้ถึง 150 เซนติเมตร อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ควรที่จะละเลยที่จะทำการตรวจสอบดูแลและทำการบำรุงรักษาให้ตัวเขื่อนอยู่ในสภาพที่มั่นคงแข็งแรงอย่างสม่ำเสมอ และไม่ให้เกิดช่องโหว่ภายในตัวเขื่อนที่มาจากสาเหตุการทรุดตัวไม่เท่ากัน เพราะไม่เช่นนั้นก็อาจจะมีผลทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงกับตัวเขื่อนตามมาได้ ถ้าพิจารณาถึงกรณีที่เลวร้ายที่สุด สมมุติว่าเขื่อนทรุดตัวมากขึ้นประกอบ กับน้ำในอ่างเก็บน้ำมีระดับที่สูงขึ้นอย่างฉับพลันจากสาเหตุที่ฝนตกหนักติดต่อกัน น้ำในอ่างจะเริ่มไหลล้นสันเขื่อน ณ จุดที่เกิดการทรุดตัวมาก ความแรงของน้ำจะพัดพาก้อนหินที่ประกอบขึ้นเป็นตัวเขื่อน จากนั้นจะก่อให้เกิดเป็นช่องแตกที่มีขนาดใหญ่ขึ้นๆที่บริเวณนี้ ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านช่องแตกนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนในที่สุดปริมาณน้ำที่ถูกเก็บกักไว้ในอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนที่มีปริมาณอย่างน้อย 17,745 ล้านลูกบาศก์เมตรจะไหลผ่านช่องแตกดังกล่าวแล้วหลากไหลไปตามพื้นที่ทางด้านท้ายเขื่อนที่เป็นแหล่งชุมชนต่างๆที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นตัวเมืองกาญจนบุรี อำเภอบ้านโป่ง จนไปถึงตัวจังหวัดราชบุรีหรืออาจจะครอบคลุมถึงแหล่งชุมชนต่างๆที่อยู่บริเวณใกล้เคียง นอกจากนี้ปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลนี้ยังอาจจะส่งผลกระทบให้เกิดการวิบัติของเขื่อนที่ตั้งอยู่ด้านท้ายน้ำอีกด้วยเช่นกัน ซึ่งได้แก่ เขื่อนท่าทุ่งนา และเขื่อนวชิราลงกรณ์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการวิบัติของเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งเหตุการณ์วิบัติในลักษณะพังอย่างต่อเนื่องนี้ ได้มีกรณีตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้น ในต่างประเทศ ดังเช่น เขื่อน Euclides Da Cunha ในประเทศบราซิล ที่ได้เกิดการวิบัติแล้วส่งผลทำให้ปริมาณน้ำได้ไหลหลากไปสู่ตัวเขื่อน Salles Oliveira ที่ตั้งอยู่ทางด้านท้ายน้ำและในที่สุดปริมาณน้ำดังกล่าวได้ส่งผลให้เขื่อน Salles Oliveira เกิดการวิบัติตามมา หรือกรณีตัวอย่างเขื่อน Coedty ในประเทศอังกฤษ ที่ได้เกิดการวิบัติเนื่องจากน้ำส่วนเกินจากการเก็บกักได้ไหลล้นข้ามสันเขื่อนและเกิดการกัดเซาะตัวเขื่อนจนเกิดการวิบัติในที่สุด ซึ่งปริมาณน้ำส่วนเกินนี้มีผลมาจากคลื่น น้ำท่วมจากกรณีการวิบัติของเขื่อน Eigiau ที่ตั้งอยู่ด้านเหนือน้ำของเขื่อน Coedty เป็นต้น

 

จากการศึกษาถึงผลกระทบในกรณีที่เขื่อนศรีนครินทร์เกิดการวิบัติ โดยพีระวุฒ พุ่มทอง (วิทยานิพนธ์ : สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย พ.ศ.2528) ได้กล่าวถึงปริมาณน้ำที่จะไหลออกจากเขื่อนตามลักษณะรูปร่างของช่องแตกที่อาจจะเกิดขึ้น สามารถกล่าวโดยรวมว่าภายในเวลาไม่กี่วินาทีที่เกิดช่องแตกบนเขื่อน ปริมาณน้ำในอ่าง เก็บน้ำจะไหลผ่านช่องแตกและจะเกิดคลื่นน้ำท่วมขนาดใหญ่เคลื่อนตัวเข้าสู่เมืองกาญจนบุรีด้วยความเร็วเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และความเร็วนี้จะค่อยๆลดลงตามระยะทางที่มันเคลื่อนตัวไป ภายในเวลา 3 ถึง 4 ชั่วโมง คลื่นน้ำท่วมจะไหลเข้าสู่ตัวเมืองกาญจนบุรี โดยที่เวลาประมาณ 14 ชั่วโมง ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเมืองจะอยู่ที่ประมาณ 6,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นเวลาที่ตัวเมืองกาญจนบุรีจะกลายสภาพเป็นเมืองใต้บาดาล ประชาชนที่อพยพไม่ทันรวมถึงทรัพย์สินต่างๆจะถูกน้ำพัดพาไปตามเส้นทางที่คลื่นน้ำท่วมเคลื่อนที่

หลังจากเขื่อนเกิดการวิบัติ ภายในเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง คลื่นน้ำท่วมนี้จะไหลเข้าสู่ตัวเมืองราชบุรีซึ่งอยู่ห่างจากเขื่อนเป็นระยะทางประมาณ 180 กิโลเมตร หลังจากนั้น 3 วัน ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเมืองจะอยู่ที่ประมาณ 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งมากพอที่จะทำให้น้ำท่วมตัวเมืองราชบุรีทั้งเมือง

            จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ถ้าเขื่อนศรีนครินทร์เกิดการทรุดตัวอย่างมากประกอบกับในเวลาเดียวกันเกิดปริมาณฝนตกหนักที่ บริเวณเหนือเขื่อน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบ ดูแลและบำรุงรักษาเขื่อนให้ถูกต้องตามหลักวิชาการอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนั้นแล้วยังอาจต้องมีการศึกษาเพื่อหาวิธีป้องกันและลดอัตราการแตกของเขื่อนรวมถึงการศึกษาหาวิธีลดปริมาณคลื่นน้ำท่วมเพื่อลดความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น

จากการวิจัยเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดย ผศ.ดร.ชัยยุทธ ชินณะราศรี และ สมกิตติ์ กิตติโศภิษฐ์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เขื่อนศรีนครินทร์เป็นเขื่อนที่มีขนาดใหญ่และจุน้ำได้มากที่สุดในประเทศไทย สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2519-2521 กั้นแม่น้ำแควใหญ่บริเวณอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี มีความจุของอ่างเก็บน้ำ 17,745 ล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อเทียบกับเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่มีความจุ 785 ล้านลูกบาศก์เมตร ถือว่าต่างกันมาก สำหรับเขื่อนที่สูงที่สุดในโลกกำลังก่อสร้างอยู่ที่ประเทศโซเวียตเก่า ชื่อเขื่อน "โรกัน" (ROGUN)  มีความสูงกว่า 300 เมตร หาก นึกภาพไม่ออกให้มองความสูงของตึกใบหยกเพราะมีความสูงประมาณ 300 กว่าเมตรเช่นกัน สำหรับในประเทศไทยเขื่อนที่สูงที่สุดคือเขื่อนภูมิพล มีความสูง 154 เมตร

หลังจากก่อสร้างเขื่อนศรีนครินทร์เสร็จและเริ่มกักเก็บน้ำได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.9 ริคเตอร์ ในวันที่ 22 เมษายน 2526 มีจุดศูนย์กลางห่างจากเขื่อนประมาณ 55 กิโลเมตร ผลการวิเคราะห์เชื่อว่าสาเหตุที่ทำให้แผ่นดินไหวเกิดจากน้ำหนักน้ำกดทับพื้นดินเพิ่มขึ้นประกอบกับแรงดันน้ำทำให้แทรกตัวเข้าไประหว่างรอยเลื่อนของแผ่นดิน จึงมีการขยับตัว และเกิดแผ่นดินไหว ต่อมาได้เกิดแผ่นดินไหว อย่างต่อเนื่องที่บริเวณใกล้เคียงกัน แต่ค่อย ๆ มีความถี่และความรุนแรงลดลง เนื่องจากรอยเลื่อนบริเวณดังกล่าวได้ปรับสมดุลกับสภาพแรงดันของน้ำในอ่างเก็บน้ำแล้ว

      เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ตื่นตัวเรื่องแผ่นดินไหวเกรงจะเกิดเหตุภัยพิบัติ "เขื่อนแตก" จึงมีการวิจัยความมั่นคงของเขื่อนศรีนครินทร์ต่อแรงกระทำแผ่นดินไหวร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยที่วิจัยเสร็จแล้ว ผศ.ดร.สุทธิศักดิ์ อธิบายขั้นตอนงานวิจัยไว้ว่า ได้ทำการตรวจสอบและสำรวจเขื่อนพร้อมทั้งสร้างแบบจำลองเขื่อนเพื่อใช้การสั่นสะเทือนรูปแบบ ต่าง ๆ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่รุนแรง 35 เหตุการณ์ มีจำนวน 200 คลื่นแผ่นดินไหว โดยจำลองให้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากตัวเขื่อนในระยะต่าง ๆ กัน ปรากฏว่าเขื่อนเกิดการสั่น เคลื่อนตัวและขยับตัว โดยหากความเร่งในแนวราบเท่ากับ 1 g หรือการสั่นสะเทือนที่รุนแรงมาก ๆ อาจเกิดความเสียหายที่บริเวณสันเขื่อนด้านบน คือ รอยแตกร้าวที่มีโอกาสทำให้น้ำรั่วซึมแต่จะไม่ทำให้เขื่อนพังทลายในทีเดียว เนื่องจากโครงสร้างของเขื่อน เป็นวัสดุดินจึงมีการยืดหยุ่น นอกจากนั้นที่สำคัญเขื่อนมีชั้นกรองน้ำ เรียกว่า ฟิลเตอร์ (Filter) ช่วยชะลอการไหลซึมและกรองดินหากมีดินไหลออกมา ดังนั้นรอยแตกจะไม่ขยายตัว  ทั้งนี้หากเขื่อนเริ่มรั่วจนกระทั่งเขื่อนแตกน่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง ทำให้มีเวลาในการเตือนภัยและอพยพ 
    
       โดยการไหลซึมที่ผิดปกติภายในตัวเขื่อนจะสามารถทราบได้จากเครื่องมือวัดแรงดันน้ำที่อยู่ภายในตัวเขื่อนจากการวิเคราะห์พบว่าเขื่อนศรีนครินทร์จะเกิดความเสียหายที่สันเขื่อนมาก หากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.5 ริคเตอร์ ที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ภายในระยะ 7 กิโลเมตรจากตัวเขื่อน แต่ถ้าจุดศูนย์กลางอยู่ที่ระยะห่างออกไป เช่น เกิน 50 กิโลเมตร ความเสียหายจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน
   

            อย่างไรก็ตามจาก งานวิจัยนี้ทำให้เราทราบว่าหากเกิดเหตุภัยพิบัติเราจะมีเวลาในการอพยพเคลื่อนย้ายหนีจำนวนเท่าใด ที่สำคัญคือระบบการเตือนภัย เช่น สัญญาณเตือนภัยหรือการเตรียมความพร้อมของตัวชาวบ้านเองว่ามีสติมากน้อยเพียงใด เหมือนกับเหตุการณ์เขื่อนแตกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ. 1971 มีผู้จับเวลาตั้งแต่เริ่มรั่วจนเขื่อนแตกพบว่าใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพียงแค่ 14 คน ทั้ง ๆ ที่เป็นภัยพิบัติที่ใหญ่แต่มีเวลามากในการเตือนภัยและอพยพ ทั้งนี้การก่อสร้างเขื่อนในปัจจุบันของประเทศไทยส่วนหนึ่งมาจากการเรียนรู้ข้อมูลเขื่อนในอดีตของต่างประเทศจึงโชคดีที่เกิดข้อผิดพลาดน้อยและมีความปลอดภัย

             โดยเพื่อความปลอดภัยของเขื่อนจึงได้มีการติดตั้งเครื่องมือตรวจพฤติกรรมของเขื่อนไว้ในจุดที่สำคัญ เช่น เครื่องมือวัดแรงดันน้ำ ทำให้ทราบพฤติกรรมของเขื่อนตลอดเวลา

 

ภาพจำลองจังหวัดกาญจนบุรีถ้าเขื่อนศรีนครินทร์แตก

แผนในการบำรุงรักษาเขื่อนนั้นก็สำคัญ ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 มิติ
            1.เจ้าของเขื่อน คือรัฐบาล วิสาหกิจ ต้องทำหน้าที่ในการดูแลบำรุงรักษาเขื่อน
ในการตรวจวัดรวมทั้งวิเคราะห์พฤติกรรมเขื่อนว่ามีเกณฑ์ในด้านความปลอดภัยหรือไม่และมีการเตรียมแผนการเตือนภัย การอพยพที่ชัดเจน ซึ่งมีหลายหน่วยงานต้องประสานกัน นอกเหนือจากเจ้าหน้าที่ตรวจทุกวันแล้วยังต้องมีการตรวจเช็คโดยผู้เชี่ยวชาญอีกด้วย ในช่วงแรกที่มีการสร้างเขื่อนควรตรวจให้ถี่ประมาณปีละ 2 ครั้ง แต่สำหรับเขื่อนที่สร้างนานแล้วควรตรวจประมาณ2 ปี ต่อ  1 ครั้ง ช่วยสร้างความปลอดภัยได้มากเนื่องจากจะเห็นสิ่งผิดปกติของเขื่อนได้ชัดเจน
            2.ประชาชน ไม่ควรตื่นตระหนกแต่ควรทำความเข้าใจว่าความจริงแล้วเขื่อนได้รับการดูแลจากวิศวกร อยู่แล้วและเหตุการณ์เขื่อนแตกเกิดขึ้นไม่ง่ายนัก ต้องใช้เวลาในการที่จะทำให้รั่วหรือแตก ซึ่งประชาชนพึงทราบไว้ว่าเรามีสิทธิที่จะทราบความปลอดภัยของเขื่อนหรือสัญญาณเตือนภัยหรือแผนการอพยพได้ที่เจ้าของเขื่อน ถือเป็นเรื่องที่ดีถ้าเราจะเตรียมตัวรับมือไว้ก่อน

ดังนั้นการเกิดแผ่นดินไหวจึงไม่สามารถทำให้เขื่อนแตกได้ในทันทีอย่างที่เราเข้าใจและหวั่นกลัวกัน จึงต้องเปลี่ยนมุมมองหรือความคิดเสียใหม่ รวมทั้งตั้งสติเตรียมพร้อมรับมือในอนาคต

8 พฤติกรรมของเขื่อน ที่อาจนำไปสู่ภัยพิบัติจากเหตุแผ่นดินไหว
            ผศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้สรุปพฤติกรรมของระบบเขื่อนที่อาจนำไปสู่ภัยพิบัติได้ 8 พฤติกรรมดังนี้
 
       1. การเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนในแนวดิ่งใกล้ตัวเขื่อน อาจก่อให้เกิดการยุบตัวของแผ่นดิน ส่งผลให้ระดับเขื่อนลดลงต่ำกว่าระดับน้ำในอ่าง กรณีนี้เกิดได้ยาก 
       2. การเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนใต้ฐานเขื่อน สาเหตุนี้สามารถป้องกันได้ตั้งแต่ขั้นสำรวจ 
     
 3. การเกิดคลื่นน้ำในอ่างเก็บน้ำเนื่องจากแรงสั่นสะเทือน คลื่นจะวิ่งเข้ากระแทกสันเขื่อนก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเขื่อน
      
4. การเกิดดินถล่มรอบอ่างเก็บน้ำจากแรงแผ่นดินไหวทำให้เกิดน้ำล้นข้ามสันเขื่อน เนื่องจากดินไหลลงมาแทนที่น้ำในอ่างพร้อม ๆ กัน ซึ่งเหตุการณ์แผ่นดินไหวเป็นตัวกระตุ้นที่ดีก่อให้เกิดเหตุการณ์นี้
   
    5. การเกิดภัยพิบัติของอาคารบังคับน้ำ ทำให้น้ำไม่สามารถระบายออกได้มีผลมากในช่วงที่มีน้ำหลากเข้าเขื่อนในช่วงฤดูฝนหรืออุทกภัย ซึ่งแผ่นดินไหวอาจทำให้ระบบติดขัดไม่สามารถเปิดได้
     
 6. การสูญเสียกำลังของดินตัวเขื่อนหรือฐานราก เป็นปรากฏการณ์ที่ดินทรายหรือกรวดอิ่มตัวด้วยน้ำเกิดการสูญเสียกำลังเนื่องจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว
   
    7. การยุบตัวและเคลื่อนด้านข้างเนื่องจากแรงสั่นสะเทือนก่อให้เกิดรอยแตกในแนวขนานกับสันเขื่อน ลักษณะความเสียหายข้อนี้เกิดขึ้นบ่อยที่สุด ความเสียหายมักจะไม่รุนแรงถึงขั้นพังทลายแต่ก่อให้เกิดรอยแตกในแนวขนานกับแกนเขื่อนหรือบางกรณีอาจเกิดแนวขวางก็ได้
      
8. การไหลซึมของน้ำผ่านตัวเขื่อนตามรอยแตกตามขวาง เมื่อเกิดการสั่นสะเทือนจะเกิดรอยแตกทำให้แรงดันน้ำขยายรอยแตกหรือกัดเซาะเม็ดดินในตัวเขื่อนก่อให้เกิดการรั่วในที่สุด การออกแบบฟิลเตอร์ที่มีความหนาจะช่วยลดความเสี่ยงที่น้ำจะไหลทะลุตัวเขื่อนได้ สาเหตุในข้อ 1 ถึง 6 เป็นกรณีที่เกิดขึ้นยากโดยเฉพาะในประเทศไทย สาเหตุที่ 7 และ 8 สามารถพบได้หากเกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรงต่อตัวเขื่อน

            ปัจจุบันเรามีความพร้อมในแผนการป้องกัน การเตือนภัย การอพยพ การบรรเทาทุกข์ และการกู้ภัยไว้อย่างไรบ้าง สามารถที่อพยพประชาชนภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงได้จริงหรือไม่ ได้มีการซักซ้อมแผนดังกล่าวและพร้อมที่จะนำมาใช้ในทางปฏิบัติไว้บ้างหรือเปล่า ดังนั้นหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการที่มีความรู้ ตลอดจนองค์กรอิสระต่างๆ จึงควรจะให้ความสนับสนุนและร่วมมือกันในการวางแผน การทำให้เกิดผล จริงใน ทางปฏิบัติในด้านความปลอดภัยของเขื่อนที่มีอยู่มากมายในประเทศไทยก่อนที่จะได้ยินคำสุภาษิตที่ว่า "วัวหายแล้วล้อมคอก" อีกครั้ง

 

 

เขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์

     เขื่อนสิริกิตติ์เป็นเขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สำหรับเขื่อสิริกิติ์เป็นเขื่อนหินทิ้งมีแกนเป็นดินเหนียว ความสูง 113.60 เมตรความยาวที่สันเขื่อน 800.00 เมตร ความกว้างที่สันเขื่อน 12.00 เมตร ความกว้างที่ฐานเขื่อน 630.00 เมตร ระดับที่สันเขื่อน 169.00 เมตร

ปริมาณน้ำในเขื่อนสิริกิติ์

ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนสิริกิติ์

          จากการรายงานสถานการณ์น้ำในเขื่อนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จะพบว่า ปริมาณน้ำในอ่างของเขื่อนสิริกิติ์ เมื่อเทียบกับปี 2545 จะเห็นได้ว่า ปริมาตรกักเก็บมีมากกว่าปี 2545 โดยเขื่อนสิริกิติ์เริ่มมีมากกว่าปี 2545 ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ส่วนปริมาตรน้ำไหลเข้า เขื่อนสิริกิติ์มีน้ำไหลเข้าสูงสุดที่ 198.04 ล้านลูกบาศก์เมตรในวันที่ 23 สิงหาคม 2549

สาเหตุทั่วๆ ไปของการพังทลายของเขื่อน คือ

     - การออกแบบช่องระบายน้ำที่ผิด

     - ความไม่เสถียรทางภูมิศาสตร์ ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำในแม่น้ำระหว่างการเติมน้ำลงเขื่อน หรือเกิดจากการสำรวจที่แย่

     - การเคลื่อนตัวของภูเขาลงสู่แหล่งเก็บน้ำ

     - การบำรุงรักษาที่แย่ โดยเฉพาะท่อระบายน้ำ

     - ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

     - ความผิดพลาดจากมนุษย์ คอมพิวเตอร์ หรือการออกแบบ     

     หากเขื่อนสิริกิติ์แตก  .พิษณุโลก จะได้รับความเสียหายอย่างมากจากสถานการณ์น้ำท่วม  มีพื้นที่ได้รับผลกระทบครบทั้ง 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพิษณุโลก อำเภอนครไทย อำเภอชาติตระการ อำเภอบางระกำ อำเภอบางกระทุ่ม อำเภอพรหมพิราม อำเภอวัดโบสถ์ อำเภอวังทอง และ อำเภอเนินมะปราง ประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนหลายครอบครัว อาจมีผู้เสียชีวิต ถนนและสะพานเสียหายทั่วทั้งจังหวัดพิษณุโลก และเหตุการณ์นี้ยังส่งผลกระทบไปยังจังหวัดใกล้เคียงได้อีกด้วย

    

      ซึ่งวิศวกร สร้างเขื่อนได้คำนวณ และ ออกแบบไว้ดีแล้ว เพื่อลองรับสภาพ ทางธรณีวิทยา ที่ไม่ค่อยจะดีนัก ไม่ว่าจะเป็น การถ่ายเทแรงดันน้ำ แรงกดของน้ำ ต่อขั้นหินปูน และหินเกรนิต ด้างล่างเขื่อน แรงที่ส่งไปยังเทือกเขา ขนาบข้าง และ การถ่ายแรงของชั้นหิน จากรอยเลือนที่ยังคงมีพลังงานสะสมอยู่ ซึ่งทั้งหมด ได้น้ำมาคิดเป็นปัจจัยเสี่ยงและมีการ วิเคราะห์ก่อนการสร้างเขื่อนไว้แล้ว เขื่อนที่สร้างถ้าไม่เสียหายจะมีอายุ ได้มากกว่า 3000 ปี อย่างไรก็ตามทุกอย่างเมื่อมีการสร้างขึ้นมันก็ต้องมีวัน พังสลาย แต่ ณ วันนั้นมันคงไม่เร็ว ในหลัก สิบปี หรือนับจากนี้ อย่างไรก็ตามอะไรมันก็เกิดได้ทั้งนั้นกับภัยธรรมชาติโดยเฉพาะแผ่นดินไหวที่คาดการณ์ได้ยากดังนั้นจึงควรมีการป้องกันไว้ดีกว่าดังนี้

1. ควรให้ความรู้แก่ชาวบ้านโดยมีการซ้อมอพยพ หรือ แนะนำ เกี่ยวกับการหนี หรือการเตรียมตัวหากเขื่อนแตก

2. มีศูนย์แจ้งเตือนที่ให้ชาวบ้านได้รับรู้กันอย่างทั่วถึง

3. ให้ตั้งกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อสำรวจติดตามและศึกษาหาแนวทางแก้ไข ตลอดทั้งหาสถานที่ปลอดภัยเมื่อเกิดภาวะเขื่อนแตก

4. จัดทำข้อมูลต่างๆ ให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนที่อยู่ใต้เขื่อน ซึ่งเป็นจังหวัดอยู่ในพื้นที่เสี่ยงได้รับรู้ข้อมูลที่ตรงกันและเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้

5.จัดทำเป็นยุทธศาสตร์จังหวัดในการฝึกอบรมให้ประชาชนในพื้นที่เกิดการป้องกันตัว ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

"ประการสุดท้าย ทำให้เกิดสำนึกร่วมตรงกันว่า พวกเราชาวใต้เขื่อนอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน เราไม่ใช่เป็นคนตื่นตระหนก แต่เราจะอยู่อย่างปลอดภัยได้อย่างไร ทุกคนต้องเห็นว่านี่คือปัญหาสำคัญ ไม่ช้าก็เร็วจะต้องเจอแน่นอน"  

 

..จัดทำโดย..

"นิสิตวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยนเรศวร"

49380097     นายวัลลภ แสงสุทรรศน์

50380171     น.ส.จุฬาลักษณ์     พริบไหว

50380317     น.ส.ธันยภัทร         ศรีวงศ์

50381611     น.ส.สุวรรณา         ปัญญาวงศ์

50383295     น.ส.คนึงนิจ           ครุฑอาจ

50383363     น.ส.เบญจวรรณ    ทับแคลน

  


เรื่องที่มีผู้อ่านสูงสุด จาก NationTV


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
CE50 วันที่ : 04/10/2009 เวลา : 00.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/CE50

โปรเจ๊กนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วคร้า^^

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
CE50 วันที่ : 12/09/2009 เวลา : 23.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/CE50

ยังเหลือข้อมูลอีกนิดนึงคะ

ก้อจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว

อดใจรอกันอีกแปบนึงนะคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
หัวโต-มือโต วันที่ : 12/09/2009 เวลา : 16.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jusminer

...บุ๋ง.ง.ง...ง..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
downrai วันที่ : 12/09/2009 เวลา : 16.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mydiary

ถาม...ถ้าเขื่อนสิริกิติ์แตก จังหวัดพิษณุโลกจะเป็ยอย่างไร ?

ตอบ...ไม่อยากจะคิด แต่อย่าให้เกิดเลยเพราะอย่างน้อยถ้าแตกจริงต้องมีคนเดือดร้อยอย่างแน่นอน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
CE50 วันที่ : 12/09/2009 เวลา : 15.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/CE50


ยังอยู่ในข้อตอนการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้เกิดข้อมูลที่สมบูรณ์และถูกต้องที่สุด ติดตามต่อไปนะคะ^^

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
hs0pdo วันที่ : 12/09/2009 เวลา : 15.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hs0pdo

นั่นซียังไม่เห็นมีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับพิษณุโลกเลย รอดูต่อครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]