• ศิวร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : siriworn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-15
  • จำนวนเรื่อง : 33
  • จำนวนผู้ชม : 73043
  • ส่ง msg :
  • โหวต 32 คน
Siriworn Kaewkan
รวมผลงาน กวีนิพนธ์ เรื่องเล่า บทสัมภาษณ์ ภาพถ่าย และเรื่องราวบางส่วนเสี้ยวของชีวิต.
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/siriworn
วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม 2552
Posted by ศิวร , ผู้อ่าน : 2048 , 21:03:51 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

‘หุ่นจำลองของกลีสัน’ กับ ‘American Dreams’

ศิริวร แก้วกาญจน์

AMERICAN DREAMS หรือ ‘ความฝันแบบอเมริกัน’ เรื่องสั้นของปีเตอร์ แครีย์ (PETER CAREY) นักเขียนรางวัลบุ๊คเกอร์ ไพรซ์สองสมัยชาวออสเตรเลีย เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตผู้คนในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง หลังจากได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมเพราะเมืองจำลองที่ชายประหลาดผู้หนึ่งสร้างขึ้น

เรื่องเล่าผ่านความทรงจำอันกระท่อนกระแท่นของตัวละคร 'ผม'ซึ่งเล่าถึงพฤติกรรมชวนฉงนของชายคนหนึ่งที่ชื่อ ‘กลีสัน’ กับผู้คนในเมืองเล็กๆ ของเขา เริ่มจากความทรงจำอันพร่าเลือนของชาวเมือง ว่าหากย้อนนึกถึงความผิดที่ตนได้กระทำต่อกลีสันแล้วคงไม่มีใครจดจำได้จริงๆ จังๆ ว่าพวกเขาทำอะไรให้ชายคนนี้เจ็บช้ำน้ำใจบ้าง เพราะตอนที่กลีสันมีชีวิตอยู่นั้น เขาแทบไม่มีอะไรน่าจดจำเลย ทั้งบุคลิกภาพและพฤติกรรมซึ่งไม่นิยมสมาคมกับใครๆ หากไม่มีอนุสรณ์สถานที่เขาสร้างขึ้นก่อนตาย ชาวเมืองก็คงลืมไปแล้วว่าครั้งหนึ่งเขาเคยมีชีวิตอยู่ในเมืองแห่งนี้ร่วมกับพวกเขา

 ในความทรงจำของ ‘ผม’ กลีสันเป็นชายร่างเล็ก สวมแว่นตาไม่มีกรอบ แต่งตัวประณีต อ่อนน้อมถ่อมตน เขาดำเนินชีวิตอย่างสงบเงียบในบ้านหลังเล็กๆ แทบไม่สุงสิงกับใครนอกจากรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าเวลาขี่จักรยานเข้าเมืองไปทำงาน ในความรู้สึกของ ‘ผม’ กลีสันนั้นช่างเงียบขรึม โดดเดี่ยว และเศร้าหมอง

เมืองแห่งนี้ก็เหมือนเมืองเล็กๆ ทั่วไปในชนบทที่เงียบสงบ สวยงาม ถนนร่มรื่นด้วยต้นไม้ ลำธารเต็มไปด้วยฝูงปลา ทว่าไม่ค่อยมีใครอยากอยู่ในเมืองของพวกเขาสักเท่าไหร่ เพราะคิดว่ามันไม่มีอะไรเลย ออกจะน่าเบื่อหน่ายและอยากหนีไปให้ไกลๆ ด้วยซ้ำ พวกเขาจึงปฏิบัติต่อมันอย่างเลวร้ายราวกับโสเภณีคนหนึ่ง คนจากที่อื่นเสียอีกที่มองเมืองนี้อย่างให้ค่าให้ความหมาย

พวกชาวเมืองต่างใฝ่ฝันถึงเมืองใหญ่อย่างในภาพยนตร์อเมริกัน ใฝ่ฝันถึงความมั่งคั่ง บ้านรูปทรงสมัยใหม่ รถยนต์คันโต (ทั้งที่พวกเขามีเงินซื้อได้เพียงจักรยาน) และอยากมีชีวิตหรูหราฟู่ฟ่าแบบคนอเมริกัน...

บุคลิกปกติธรรมดาจนดูเหมือนคนโง่ของกลีสัน อาจกล่าวได้ว่าคือความน่าเบื่อหน่าย คล้ายๆ กับเมืองเล็กๆ ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ทำให้ชาวเมืองแทบไม่ใส่ใจใยดีเขา กระทั่งกลีสันเกษียณจากงาน แล้วควักเงินซื้อที่บนบอลด์ฮิลล์ หรือเนินเขาหัวล้านของเมือง และขึ้นไปขลุกอยู่ที่นั่น พวกชาวเมืองจึงเริ่มสนใจกลีสันขึ้นมา ว่าเขาขึ้นไปทำอะไร เพราะที่ดินบนบอลด์ฮิลล์นั้นไร้ค่าไร้ราคาในสายตาชาวเมือง แถมยังปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น ประโยชน์อย่างเดียวที่พอมีของมันก็คือสามารถมองลงไปเห็นเมืองได้ทั้งเมือง

ชาวเมืองคิดว่ากลีสันโง่ไม่ก็บ้าที่ว่าจ้างคนงานชาวจีนกลุ่มหนึ่งขึ้นไปสร้างกำแพงขนาดใหญ่ไว้บนนั้น และเดินทางขึ้นไปควบคุมการก่อสร้างทุกวันๆ คงมีเพียงภรรยาของเขาที่นานๆ ครั้งจะเข็นรถเข็นเข้าเมืองเพื่อซื้อข้าวของเครื่องใช้ และทำให้ชาวเมืองระลึกถึงกลีสันกันสักครั้งหนึ่ง

ไม่มีใครรู้ว่ากลีสันคิดอะไร ไม่มีใครเสนอตัวเข้าไปถามไถ่ หรือทัดทานการกระทำที่ถูกมองว่าโง่เง่าของเขา นอกจากพ่อของ ‘ผม’ ซึ่งก็ไม่เป็นผลแต่อย่างใด เพราะกลีสันเพียงแค่ยิ้มให้แทนคำตอบ ในที่สุดทุกคนจึงเลิกสนใจ (แม้จะอยากรู้ว่ามีอะไรอยู่หลังกำแพงนั่น)

พ่อของ ‘ผม’ หลงใหลการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ พวกเครื่องยนต์กลไก ตอนที่ไดเออร์คนขายเนื้อซื้อจักรยานรุ่นใหม่ซึ่งมีเกียร์และมักจอดไว้หน้าร้าน ทุกวันพ่อต้องข้ามถนนไปดูกลไกของมันอย่างตั้งอกตั้งใจ จนเป็นภาพคุ้นตา

ส่วน ‘ผม’ นั่งมองบอลด์ฮิลล์จากปั๊มน้ำมันเล็กๆ ของครอบครัวอยู่สองปี ในมุมที่ ’ผม’ นั่งอยู่สามารถเห็นความเคลื่อนไหวบนนั้นได้ชัดเจน เพราะการเฝ้าปั๊มน้ำมันในเมืองที่ผู้คนมีแต่จักรยานใช้นั้นช่างน่าเบื่อหน่ายราวกับเวลาหยุดนิ่งอยู่ตลอดกาล

กระทั่งห้าปีผ่านไปเมื่อกลีสันเสียชีวิต และภรรยาของกลีสันให้คนงานชาวจีนพังกำแพงลง ชาวเมืองจึงพากันขึ้นไปบนบอลด์ฮิลล์ และตื่นตะลึงเมื่อพบว่ามันคือเมืองจำลองของพวกเขา เมืองที่บรรจุบ้านช่องหลังเล็กหลังน้อยของพวกเขาไว้ ขนาดความสูงราวสองฟุต มีรายละเอียดครบถ้วนทุกอย่าง แม้แต่อักษรตัว 'U' หน้าร้านขายเนื้อซึ่งสีซีดจางกว่าตัวอื่นๆ

ภาพที่เห็นทำให้พวกเขาเริ่มรู้สึกภาคภูมิใจในเมืองของตัวเองเป็นครั้งแรก นอกจากจำลองบ้านและร้านค้าแล้ว กลีสันยังจำลองผู้คนในเมืองอีกด้วย พวกเขาพบตัวเองอยู่บนถนนหรือในสวนหลังบ้าน ไม่ก็อยู่ภายในบ้านของตน เช่น หุ่นนายไดเออร์ยืนอยู่หน้าร้านขายเนื้อของเขาในชุดผ้ากันเปื้อน สีหน้าท่าทางเหมือนตัวจริงแทบไม่มีที่ติ และข้างๆ กันนั้นก็คือพ่อของ ’ผม’ กำลังนั่งยองๆ อยู่บนทางเท้า เพ่งมองเกียร์จักรยานคันใหม่ของนายไดเออร์ แล้ว ’ผม’ ก็พบ ‘ตัวเอง’ ยืนพิงหัวจ่ายน้ำมันอันหนึ่งอยู่ด้วยท่วงท่าแบบชาวอเมริกัน...

สิ่งพิเศษอีกอย่างก็คือหลังคาบ้านแต่ละหลังสามารถยกออกได้ และเมื่อหลังคาบ้านหลังหนึ่งถูกยกขึ้น ทุกคนจึงเห็นภรรยาเจ้าของบ้านนอนอยู่บนเตียงกับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ความหวาดวิตกเกี่ยวกับเมืองจำลองของกลีสันจึงเริ่มก่อตัวขึ้น เพราะพวกชาวเมืองไม่รู้ว่ากลีสันล่วงรู้ความลับของใครอีกบ้าง จากนั้นทั้งหมดก็เดินลงจากเนินเขาอย่างเงียบเชียบ

จากนั้นสภาประจำเมืองก็ส่งคำร้องไปถึงภรรยาของกลีสัน ขอให้ทำลายเมืองจำลองทิ้ง ทว่าคำสั่งยังไม่ทันได้ดำเนินการ ข่าวก็แพร่กระจายออกไปเสียก่อน

ไม่นานผู้ว่าการท่องเที่ยวก็เข้ามา เขาบอกว่าเมืองและหุ่นจำลองของกลีสันนั้นจะต้องอนุรักษ์ไว้ เพราะเป็นงานศิลปะ (เขาเสนอให้ทำลายเพียงรูปจำลองของคนคู่หนึ่งในบ้านหลังนั้นทิ้ง) มันจะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกทิศ โดยเฉพาะชาวอเมริกัน พวกนั้นจะมาพร้อมกับกระเป๋าที่ตุงไปด้วยเงินดอลลาร์

ได้ยินเช่นนั้นชาวเมืองก็เริ่มเพ้อพกถึงความฝันแบบชาวอเมริกันอีกครั้ง พวกเขาเห็นรถยนต์คันโตๆ วิ่งไปทั่วเมือง ไนต์คลับหรูที่จะเริงสำราญได้จนเช้า ตู้เย็นที่เต็มไปด้วยอาหาร ขนมขบเคี้ยวยามนั่งดูทีวีเครื่องยักษ์ ภาพยนตร์อเมริกัน ฯลฯ และเริ่มต้นการรอคอย...

เมื่อชาวอเมริกันมาถึง ความเปลี่ยนแปลงก็เริ่มขึ้น คนขับรถบรรทุกศพประจำเมืองก็มีกิจการใหม่จากการขับรถรับ-ส่งและพานักท่องเที่ยวชมสุสานของกลีสัน และพาขึ้นไปยังบอลด์ฮิลล์ ซึ่งทำให้เขาร่ำรวยขึ้นจนกลายเป็นคนใหญ่คนโตประจำเมือง...

บนบอลด์ฮิลล์มีกล้องส่องทางไกลสำหรับชาวอเมริกัน ไว้สอดส่องดูเมืองเพื่อให้แน่ใจว่าเมืองที่เห็นข้างล่างเหมือนกับเมืองจำลองข้างบน ส่วนชาวเมืองจะคอยขายไอศกรีม น้ำอัดลมและฟิล์มถ่ายรูป ชีวิตหรูหราแบบคนอเมริกันของพวกเขาอยู่แค่เอื้อม หากนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันไม่ลงมาในเมืองเพื่อค้นหาคนจริงๆ ตามหุ่นจำลองของกลีสัน

พวกเขาตามหาพ่อของ ’ผม’ แล้วขอร้องให้พ่อเพ่งมองเกียร์รถจักรยานของไดเออร์คนขายเนื้อ และทำท่าทางให้เหมือนกับหุ่นจำลองบนเขาเพื่อถ่ายรูปเก็บไว้ กระทั่งนานวันเข้าพ่อเริ่มไม่ทักทายชาวอเมริกัน ไม่ถามพวกเขาเกี่ยวกับโทรทัศน์สี หรือวอชิงตัน ดี.ซี. พ่อเพียงคุกเข่าลงบนทางเท้าหน้าจักรยานของไดเออร์ โดยมีชาวอเมริกันยืนอยู่รอบๆ บ่อยครั้งที่พวกนั้นจดจำหุ่นจำลองมาอย่างผิดๆ และพยายามให้พ่อทำท่าทางในแบบที่จดจำมา ช่วงแรกพ่อจะโต้เถียง แต่ต่อมาพ่อทำตามพวกเขาทุกอย่าง จากนั้นพวกนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันก็ตามหา ‘ผม’ 

สี่ปีผ่านไปหลังจากเมืองกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ความกระตือรือร้นในการรอคอยชาวอเมริกันของ ’ผม’ แทบไม่มีเหลือกระทั่งกลายเป็นความโศกเศร้าประการหนึ่ง เพราะช่วงหลังๆ ‘ผม’ มักทำให้พวกเขาผิดหวัง เพียงเพราะ ‘ผมตัวจริง’ แก่กว่า ‘หุ่นจำลอง’ หลังๆ ชาวอเมริกันถึงขั้นไม่เชื่อ และบอกให้ ’ผม’ นำเอกสารมายืนยัน กระนั้นพวกเขาก็ยังยืนกรานว่า “นี่ไม่ใช่เด็กชายตัวจริงนี่นา ตัวจริงต้องเด็กกว่านี้”  

เมื่อไม่เป็นไปตามความคาดหวัง พวกเขาจึงชอบ ’หุ่นจำลอง’ มากกว่า ’คนจริงๆ’ พูดง่ายๆ ก็คือ ชาวอเมริกันอยากให้ ’ชีวิตจริง’ เหมือนกับ ’หุ่นจำลอง’ นั่นเอง

นี่คือการลดคุณค่าความเป็นมนุษย์ของชาวเมืองให้เหลือเพียง ‘หุ่นจำลองของชีวิต’ แทนที่จะปล่อยให้เป็น ‘ชีวิตของหุ่นจำลอง’ ทั้งหมดนั้นเพียงเพราะพวกเขาต้องการให้ ‘หุ่นจำลอง’ ช่วยค้ำพยุงชีวิตวัฒนธรรมแบบ ‘American Dreams’ ของพวกเขาเอาไว้ เพื่อคงความสัมพันธ์เชิงอำนาจต่อชีวิตวัฒนธรรมชายขอบ และเพื่อไม่ให้ชีวิตวัฒนธรรมของตนล้มครืนลงมา

ทว่าสำหรับชาวเมือง อาจระลึกถึงกลีสันด้วยความขอบคุณ ที่อย่างน้อย ’หุ่นจำลองของกลีสัน’ ทำให้พวกเขาได้โอบกอด ‘American Dreams’ สมความปรารถนา ทั้งที่จะว่าไปแล้ว เจตนาในการสร้าง ‘หุ่นจำลองของผู้คนและเมือง’ ของกลีสันนั้น อาจเพื่อต้องการสะกิดให้ทุกคนได้มองเห็นตนเอง อีกทั้งได้เห็นความงดงามของเมืองเล็กๆ แห่งนี้ และอาจรักมันขึ้นมาบ้าง กระทั่งที่สุดอาจเพื่อระงับความฝันแบบชาวอเมริกันที่ทุกคนต่างพร่ำเพ้อละเมอถึง

อีกบางแง่มุม หรือกลีสันรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับผู้คนและเมืองของเขาในอนาคต กลีสันจึงได้สร้าง 'หุ่นจำลองของชีวิต' ขึ้นมาเพื่อให้ ‘ชีวิตของหุ่นจำลอง’ ได้ตระหนักและย้อนจดจำรำลึกถึงเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง ซึ่งความฝันแบบชาวอเมริกันยังไม่สิงสู่ผู้คน

ไม่ว่าความยอกย้อนดังกล่าวจะบ่งบอกถึงความจริงระดับใด คงไม่สำคัญเท่ากับการที่

‘เรา’ ได้ตระหนักว่า บางทีเราเองอาจเคยเป็นหนึ่งใน ‘พลเมืองในเมืองจำลองของกลีสัน’ แต่ความใฝ่ฝันบางชนิดทำให้เราลืมเลือนมันไป หรือกระทั่งจงใจไม่อยากจะจดจำ ว่าครั้งหนึ่งชายร่างเล็ก สวมแว่นตาไม่มีกรอบที่ชื่อ ‘กลีสัน’ เคยมีชีวิตอยู่ในเมืองเดียวกับเรา!

‘’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’

>>American Dreams หนึ่งในรวมเรื่องสั้นคัดสรรจาก The Fat Man in History (1993) สำนักพิมพ์ Vintage International ซึ่งประกอบด้วยเรื่องสั้นทั้งหมดสิบเรื่อง โดยคัดมาจากเรื่องสั้นในเล่ม The Fat Man in History (1974) และ War Crimes (1979) รวมทั้งเรื่องสั้นอีกสามเรื่องที่ไม่เคยรวมเล่มมาก่อน.

>>จากคอลัมน์ : คนในหนังสือ (นิตยสาร ฅ. คน) / กุมภาพันธ์ 2552


Ground Beneath Her Feet - U2

 

 

 

 

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
Kantorn วันที่ : 07/10/2009 เวลา : 01.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kantorn

ช่วงนี้เจ้าของบ้านขอแวบไปทำงานสองเดือนค่ะ
ขอบคุณสำหรับคำอวยพรค่ะ


สบายดี


ความคิดเห็นที่ 12 (0)
plejang วันที่ : 20/09/2009 เวลา : 09.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plejang
::  Plejang  ::  + + ... ข อ ใ ห้ รั ก จ ง เ จ ริ ญ ....+ + ::

สวัสดีคะ..

หาตั้งนานกว่าจะเจอบ้านนี้...

ตั้งใจแวะเข้ามาขอบคุณเรื่องหนังสือพร้อมลายเซ็นต์คะ

ขอบคุณมาก ๆ และดีใจมาก ๆ ที่ได้พบเจอตัวจริงเสียงจริงคะ

ขอให้พี่ศิริวร และพี่หนู มีความสุขทุกวันนะคะ..

ขอให้หนังสือขายดีทุก ๆ เล่มเลยคะ

เปิ้ลจัง

ปล....เล่มต่อไปอย่าลืมแจกเปิ้ลอีกนะคะ...((ล้อเล่นคะ))

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 14/09/2009 เวลา : 22.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ว๊วาว ว๊าว วี้วิ้ว พี่วรเรามีเวลาเขียนบบล็อกด้วย ฮาเฮ้ว แวะมาทักทายครับ ผมกล่าวถึงพี่ในนิยายถนนโลกีย์กับกวีขี้เหม้นด้วย ไปอ่านดูนะ ให้แค่ซีนเดียว

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
J1214 วันที่ : 14/09/2009 เวลา : 08.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jittima1214

ง่าๆๆๆๆๆ....
คุณเพื่อน..สูนนนนนนนนนน...

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
อาจารย์อ้อ วันที่ : 19/08/2009 เวลา : 10.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wilailak-wilaikaew

แวะมาเยี่ยมบ้านค่ะ

และมาแนะนำหนังสือดี ๆ ค่ะ
ที่ http://www.oknation.net/blog/wilailak-wilaikaew/2009/08/18/entry-1

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ว.แหวนลงยา วันที่ : 18/08/2009 เวลา : 07.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wachira89

ชีวิตจริง จำลองฝัน

ฤา ความฝัน จำลองชีวิต

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
J1214 วันที่ : 15/08/2009 เวลา : 17.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jittima1214

นั่น...ลักหยบ มาเขียนกาวีบ้านเราหล่าว
.....หนุ๊ก

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
J1214 วันที่ : 14/08/2009 เวลา : 08.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jittima1214

สูนนนนนนนนนนนนน...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
J1214 วันที่ : 01/08/2009 เวลา : 21.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jittima1214

เพ่วอน...กลับมาเฉลยก่อนถิ๊...
สาว(เหลือ)น้อยมิเข้าใชอ่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
J1214 วันที่ : 14/07/2009 เวลา : 23.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jittima1214


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Eyeko วันที่ : 06/07/2009 เวลา : 22.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Eyeko
ความรัก...หมดไปจากใจฉันแล้ว

น่าสนใจ

Eyeko~~

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นกฮูกคลับ วันที่ : 05/07/2009 เวลา : 01.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nokhookclub

มาทักทาย นึกว่าออกหนังสือเล่มใหม่ ha

สบายดีนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Tigermom วันที่ : 04/07/2009 เวลา : 22.10 น.

ฟังเพลงสบายอารมรณ์ดีค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]