• ศิษย์กวง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-23
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 2292544
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1500 คน
Sitthi
ดาวนับแสนที่มีวงแหวนนับร้อย ทั้งดาวเคราะห์น้อย ดาวฤกษ์ลอยคว้างๆ ดาวทุกดวงนั้นย่อมจะแตกต่าง มีเส้นทางหมุนของตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi
วันเสาร์ ที่ 5 กรกฎาคม 2551
Posted by ศิษย์กวง , ผู้อ่าน : 21715 , 02:59:05 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผมได้มีโอกาสติดตามคณะศรัทธาของคุณสมศักดิ์ ศักดิ์วิเศษชัยกุล เพื่อไปกราบนมัสการ...ท่านหลวงพ่อบุญโฮม จารุวาโท หรือพระครูสังฆรักษ์บุญโฮม จารุวาโท วัดกลางบางซื่อ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี

ซึ่งถ้าเราไปสอบถามกับชาวบ้านละแวกวัดกลางบางซื่อว่าหลวงพ่อบุญโฮม อยู่กุฎิไหน “การส่ายหัว” คือคำตอบแทนคำว่าไม่รู้จัก แต่ถ้าถามใหม่ว่า พระอาจารย์โฮม หรือหลวงตาโฮม อยู่กุฎิไหน “รอยยิ้มพร้อมกับการชี้นิ้วนำทาง” จะเป็นการสื่อถึงความรู้จักเป็นอย่างดี เพราะอะไรเหรอครับ  ก็เพราะว่าพระอาจารย์โฮม ท่านเป็น”พระขวัญใจ”ของชาวบ้านแถบนี้ครับ...

พระอาจารย์โฮม ท่านเป็นพระรูปร่างสันทัด ผิวคล้ำ พูดเหน่อๆ แต่เสียงดังฟังชัด บางครั้งก็ว่ากันตรงๆ หลายคนที่เพิ่งมาหาท่านมักจะว่าท่านเป็นพระที่ “ดุ” แต่สำหรับพวกผมแล้วมองว่าท่านเป็นพระที่ “พูดจามีหลักการ” บางครั้งติดตลก

ในกลุ่มของพวกเราบางคนก็รู้จักท่านมานานแล้ว ร่ำลือกันว่าอาจารย์โฮม ขมังเวทย์ไม่เบาเหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องตะกรุดที่อาจารย์โฮมทำขึ้นไม่พอกับความต้องการ หรือจะเป็นเครื่องรางรูปปลาตะเพียนที่พ่อค้าแม่ค้าชอบหากันนัก...... แต่สำหรับพวกเราแล้ว “ตะกรุดขลัง เครื่องรางเยี่ยม” ก็ยังไม่สามารถกระตุ้นต่อมความอยากของแก็งค์ลูกลิงอย่างพวกเราได้…มันต้องมีมากกว่านั้นซิครับ...จะมีอะไรต้องติดตามกันครับ......

วัดกลางบางซื่อ เป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองนนทบุรี ประมาณปี พ.ศ.๒๐๒๙ ทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลนนทบุรีและวัดท้ายเมือง(ที่ตั้งของโรงเรียนศรีบุญญานนท์) ภายในวัดมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สององค์คือ หลวงพ่อพระกาฬ และหลวงพ่อโต..

สำหรับหลวงพ่อพระกาฬ ทางวัดเคยจัดสร้างวัตถุมงคลเป็นเหรียญออกมา สนนราคาค่อนข้างสูงเอาการและหายากในปัจจุบัน เดิมทีวัดกลางบางซื่อแห่งนี้ด้านหน้าวัดหันสู่แม่น้ำเจ้าพระยา แต่ปัจจุบันกระแสความเจริญเกิดถนนตัดผ่านทำให้ด้านหน้าของวัดกลายเป็นติดถนน เล่นเอาสวนทุเรียนที่เป็นผลไม้ขึ้นชื่อของเมืองนนท์หายวับไปกับตาแล้วเปลี่ยนสภาพกลายมาเป็นอาคารพาณิชย์และทางด่วนหลายสาย.......

ชื่อเสียงเรียงนามบ่งบอกถึงที่มาที่ไป..พระอาจารย์โฮมท่านเป็นพระลูกหลานคนอีสาน เกิดที่อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี สมัยวัยรุ่นเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ พออายุครบบวชท่านก็ได้อุปสมบท ณ วัดกลางบางซื่อแห่งนี้ จากวันนั้นถึงวันนี้ยี่สิบเก้าปียังไม่เคยย้ายวัดเลยครับ นอกจากช่วงออกพรรษาที่ท่านจะออกเดินธุดงค์ไปตามป่าเขาแนวตะเข็บชายแดนซึ่งท่านก็ปฏิบัติอย่างนี้มาตลอด  

และหากเราย้อนหลังไปสักสามสิบปี สมัยนั้นการสักยันต์จะเป็นที่นิยมของวัยรุ่น อาจารย์สักที่มีชื่อเสียงของเมืองนนท์ในยุคนั้นก็คือ “อาจารย์บก” วัดสมรโกศ (ภายหลังได้ลาสิกขาบท) ลายสักยันต์ที่ขึ้นชื่อคือ “ยันต์ปลาไหลเผือก” ขึ้นชื่อตามภาษานักเลงสักว่า “แมลงวันไม่ได้กินเลือด” ว่ากันประมาณนั้นเลย...

ลูกศิษย์เอกของอาจารย์บก ก็คือ “พระอาจารย์เบิ้ม” พระภิกษุอาคมกล้าแห่งวัดแคนอก ภายหลังอาจารย์เบิ้มได้ย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดกลางบางซื่อ ตามคำนิมนต์ของ”หลวงพ่อวรรณ อดีตเจ้าอาวาสวัดกลางบางซื่อ” อาจารย์ทั้งสองท่านนี้แหละครับคือผู้ที่ถ่ายทอดวิชาอาคมต่างๆให้กับพระอาจารย์โฮม....พร้อมกับมอบ “เข็มสัก” เพื่อให้ท่านพระอาจารย์โฮม สืบสานตำนานสักยันต์ต่อไป...แต่ปัจจุบันท่านอาจารย์โฮมได้เลิกสักยันต์มานานแล้ว..

(หมึกสักของอาจารย์บกที่ตกทอดมาถึงพระอาจารย์โฮม)

และถ้าหากเราสอบถามกับชาวบ้านดั้งเดิมเมื่อพูดถึง “อาจารย์บก และ พระอาจารย์เบิ้ม” สัญลักษณ์การ “ยกนิ้ว” จะเป็นการบอกแทนคำว่า “เยี่ยม” ....แต่สำหรับพระอาจารย์โฮม....”เจ๋ง” คือคำแทนนัยยะนั้น...เรื่องพวกนี้ผมไม่ได้พูดเองครับ “คุณพี่วันชัย มาทา” อดีตนักเรียนโรงเรียนช่างกลบางซ่อน ผู้มีประสบการณ์กับอาคมขลังของพระอาจารย์โฮมเป็นคนบอกพวกเราในวันนั้น

ผมเชื่อว่าหลายๆท่านคงคุ้นกับชื่อของโรงเรียนช่างกลดังกล่าว ย้อนหลังไปสักยี่สิบปีค่อนข้างดังมาก ผมโหนรถเมล์กลับบ้านผ่านหน้าโรงเรียนนี้ที่ไร ต้องทำตัวให้ลีบที่สุด...ไม่ใช่ว่าโรงเรียนนี้ไม่ดี คนกลุ่มเล็กๆต่างหากที่ทำให้เสียชื่อเสียง....

“ทำให้เขาไปต้องมั่นใจ เพราะของๆเรามีครูบาอาจารย์”

ครับ...ในการศึกษาถึงศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอาถาอาคม นอกจากเรื่อง “จิต” ซึ่งจัดว่าเป็นเรื่องสำคัญแล้ว ครูบาอาจารย์ที่ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้ก็เป็นเรื่องที่จะละเลยมิได้ เราจึงมักจะพบเสมอๆว่าเวลาที่พระเกจิอาจารย์ต่างๆ จะประสิทธิ์ประสาทของให้กับผู้ที่รับ มักจะสั่งสอนมิให้สงสัยในวิชา

ทั้งนี้เพราะว่าหากผู้รับเกิด”ความสงสัย”ขึ้นเมื่อใด “การขาดความมั่นใจ”จะติดตามมาทันที การที่ไม่สามารถประติดประต่อเชื่อมโยงทำให้เกิดช่องโหว่ขึ้น นั่นหมายถึงหลุมดำที่เปิดพร้อมรับอันตรายทันที...ผมพูดอย่างนี้คิดว่าเพื่อนๆหลายท่านที่ศึกษาหรือสนใจในเรื่องเหล่านี้ย่อมเข้าใจ.......

วิชาทางไสยศาสตร์ที่ยังคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ผมคิดว่าน่าจะมาจากเหตุที่ว่าคณาจารย์ หรือพระภิกษุสงฆ์ที่ออกบวชฝึกการนั่งวิปัสสนากรรมฐานพร้อมทั้งร่ำเรียนวิชาอาคมต่างๆ ทั้งจากในตำรา คัมภีร์โบราณ ตลอดจนในสมุดข่อยต่างๆที่บรรดาท่านผู้รู้และแตกฉานในศาสตร์นั้นๆได้ทดลองและปฏิบัติจนเป็นที่แน่ใจว่า “ทำได้จริง” จึงได้บันทึกคาถาอาคมต่างๆตลอดจนถึงเครื่องรางที่ตนเองจะสร้าง เช่นตะกรุด เสือ ควายธนูฯลฯ ลงไว้ในตำรับตำราหรือสมุดข่อยนั้นๆ เพื่อให้สาธุชนรุ่นหลังได้ศึกษาและเพื่อสืบสายวิชาให้ยืนยาวถาวรต่อไปเรื่อยๆ....

(ตะกรุดของอาจารย์บก และของพระอาจารย์เบิ้ม ที่มอบให้กับพระอาจารย์โฮม)

ที่พูดอย่างนี้เพราะว่านอกจาก “ท่านอาจารย์บก และพระอาจารย์เบิ้ม” แล้วท่านพระอาจารย์โฮม ยังได้ก้าวเข้าไปศึกษาถึงศาสตร์เร้นลับแห่งนี้ผ่านทางตำรับตำราโบราณซึ่งเป็นวิชาทางภาคอีสาน เช่นการรักษาโรค แบบที่เรารู้จักกันในชื่อ “ผีฟ้า” และวิชาที่ชื่อว่า “อ้อป่อง” ซึ่งเป็นวิชาเฉพาะโดย...อาจารย์โฮมได้เมตตาท่องให้พวกเราได้ฟังบางส่วน.......

 “โอมปุปุทะลุปัญญา เอกาเอหิ โอมสะหลูบมาสะหลูบ กูจักสูบความรู้ในโลกา กูจักสูบปัญญาซึ่งพระพิกุด จะโรจะปัญญาเยนะ ปุนะปุงมูปุ พุทธะลุเล็งเห็น คิดออกซอกเห็น เอโออักขะสอน รามนะมะกานกอน พุทธะจะสะวัง .....” 

พระอาจารย์โฮม...ท่านได้อธิบายให้พวกเราฟังเกี่ยวกับวิชาอ้อป่อง ว่าเป็นวิชาที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีความจำเป็นในเรื่องของการเรียนรู้ เช่นความจำไม่ดีเรียนหนังสือไม่เก่ง วิชาอ้อป่องนี้สามารถช่วยได้ สรรพคุณนัยว่าช่วยให้สมองมีความจำที่แม่นยำมากขึ้น 

ด้วยเหตุที่คุณสมบัติของวิชาดังกล่าวค่อนข้างที่จะเฉพาะเจาะจง ดังนั้นกลุ่มคนที่ประกอบอาชีพที่ต้องใช้ความสามารถพิเศษ ที่จะต้องสร้างทักษะให้เกิดความชำนาญ และต้องใช้ปฏิภาณในการแก้ปัญหา จึงนิยมชมชอบที่จะเรียนกัน...

ซึ่งในเรื่องของการใช้คาถาอาคมกับการเรียนหนังสือ ผมเองคิดว่าไม่น่าสนใจเท่าไหร่เพราะมันจะทำให้วัฒนธรรมการศึกษาของเด็กไทยผิดปกติไป กลายเป็นพวกลุ่มหลงอยู่กับเรื่องเหล่านี้....จะว่าไปแล้วเพื่อนๆคงจะเห็นแล้วว่าผมเองก็ไม่ได้เห็นดีเห็นงามไปกับ”เรื่องเร้นลับแบบนี้”ซะทุกเรื่องไป บางเรื่องเชื่อมั่นยึดถือได้แต่บางเรื่องเอาแค่พอไว้คุยประดับสมองกัน....แต่ความจริงคือเรื่องวิชา “อ้อป่อง” มันมีมานานแล้วครับและเป็นที่เชื่อถือของคนในท้องถิ่น หะแรกผมเองคิดว่าการไม่เห็นด้วยกับกรณีดังกล่าวจะเกิดกับผมคนเดียว ผู้ที่เล่าคือพระอาจารย์โฮม ท่านก็คิดแบบเดียวกับผมครับ...

 

“ฉันเอาแค่ ความอยากรู้ว่ามันจะมีจริงหรือไม่ ....” 

ความใฝ่ฝัน...คือ “โรงเรียนที่ผลิตความต้องการขั้นพื้นฐานของคนเพื่อไม่ให้มีชีวิตที่ว่างเปล่า” และคงจะดีไม่น้อยหากใครสามารถสร้างความใฝ่ฝันให้เป็นจริง...พระอาจารย์โฮมก็เช่นเดียวกัน สถานภาพที่ตัวท่านเองกำเนิดมาจากครอบครัวที่ยากจน เรียนหนังสือไม่สูง แต่การเรียนหนังสือไม่สามารถนำมาใช้วัดจิตใจของคนเราได้ ดังนั้นเมื่อตัวของอาจารย์สามารถอยู่ในสภาพที่พอจะสนับสนุนส่งเสริมเยาวชนให้เรียนหนังสือได้ ท่านจึงไม่ละโอกาสทองนี้..

“ฉันก็แค่ช่วยปูทางให้กับเด็กๆที่มีฝันและมีแรงบันดาลใจ ต้องการเรียนหนังสือ ได้ออกเดินบนเส้นทางที่พวกมันรัก ถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้พวกมันได้เรียนรู้ ให้มันได้ลิ้มรสชาติของความกล้า กล้าที่จะทำในสิ่งที่พวกมันรัก ...” 

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่อดีตกุฎิแห่งนี้ จะเป็นแหล่งผลิตคนที่มีคุณภาพของสังคม แต่ก็เช่นเดียวกันท่ามกลาง “ความตั้งใจและความจริงใจอันยิ่งใหญ่” ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มี “การบั่นทอนตามมาข้างหลัง” ความขลังหรือวิชาอาคมที่ว่าแน่ๆ บางครั้งก็ต้องยกธงขาวให้แก่จิตใจคนเอาดื้อๆ...

“พวกมึงคิดว่ามันซื่ออย่างที่เห็นเหรอ มึงนึกว่าคนบ้านนอกมันจะอินโนเซนส์เหรอ มันลีลาทั้งนั้นแหละ บางทีพวกมันก็ทำให้ฉันเห็นเฉพาะภาพที่มันอยากให้เห็น นี่แหละบางทีฉันก็เบื่อ แต่ฉันไม่ว่ามันหรอก ใครทำใครได้ ฉันเองก็ทำได้แค่นี้ สู้เลี้ยงแมว เลี้ยงหมาไม่ได้”(ยิ้ม) 

ผมเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “ไม้เรียวสร้างคนเป็นรัฐมนตรี” แต่คำพูดนี้คงไม่เป็นจริงสำหรับพระอาจารย์โฮมเพราะท่านบอกผมว่า ..สูงสุดของลูกศิษย์ที่พอจะ..”ปั้น”ได้ก็แค่ “ผู้ว่าราชการจังหวัดเท่านั้น” ถ้าเป็นพระสงฆ์ก็แค่ “เจ้าอาวาสวัดหลวงเล็กๆ”

 

“บางทีไม้เรียวหาไม่ทัน พวกมันเอาไปซ่อนหมด ต้องใช้ด้ามตาลปัตร ฉันตีฉันว่าหมดแหละ ยิ่งพวกพระน่ะชนิดดีเลย ไม่ยอมสวดมนต์...หัดท่องมนต์ สวดยังสู่เณรที่อยู่กับฉันไม่ได้ ...อะไรกันกินก็มากกว่าเรา สวดมนต์ยังเอาเปรียบอีก ...” (หัวเราะ) 

ว่ากันว่าในชีวิตของคนเรามันประกอบขึ้นมาจาก “ความเป็นมิติ” ที่ซับซ้อนเสียจนเข้าใจยาก บางอย่างลึกๆข้างในที่เราไม่สามารถมองเห็น...ก็ตรงกันข้ามกับสิ่งที่ปรากฏภายนอกอย่างสิ้นเชิง... ภายใต้บุคลิกที่เคลื่อนไหวรวดเร็ว คำพูดที่ตรงๆขวานผ่าซากและสีของผิวกายคล้ำที่ตัดกับรอยสักซึ่งมองเห็นชัดด้วยตาเนื้อ.. อาจารย์โฮมท่านกลับเป็นพระที่ยึดมั่นใน “คำสัตย์ ความดีและความจริงใจ” ....ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้แหละครับที่ส่งผลให้ท่านเป็นพระที่มี”จิตใจสะอาด”อย่างเหลือเชื่อ.... 

ความสะอาดของจิตใจ..ถึงแม้ต้องอยู่ในมลภาวะที่ชวนลุ่มหลง หากสามารถควบคุมได้แล้วย่อมส่งผลต่อการสร้างสรรค์วัตถุมงคลที่มีคุณภาพ และเช่นเดียวกันครับ “คุณภาพ” ช่างเป็นนามธรรมที่ไร้สัมผัสจริงๆ....เอาเป็น “วัตถุดิบ” ที่ใช้ทำตะกรุดที่ถูกส่งมาจากกลุ่มลูกศิษย์ผู้ต้องการวัตถุทางใจน่าจะพอเป็น”รูปธรรมที่เราสามารถจับต้องได้”...

เพื่อนๆ คิดอย่างผมมั๊ยครับ...ปริมาณตามรูปที่ผมลงประกอบมันมากซะเหลือเกิน..และตะกรุดที่ขึ้นชื่อของท่านพระอาจารย์โฮม ก็คือตะกรุดที่ทำจาก “เนื้อฝาบาตร” ลงด้วย “ยันต์ครู” ตามตำรับของ “อาจารย์บก” ปฐมอาจารย์ครับ นัยว่า “ฝาบาตร” เป็นมงคลวัสดุคุณภาพดีในตัวเอง เพราะได้รับการเสกจากพระทุกครั้งก่อนออกบิณฑบาต...ซึ่งการที่จะได้เป็นเจ้าของต้องใช้ความพยายามสักนิดเพราะพระอาจารย์โฮม ท่านทำเพียงพรรษาละไม่กี่ดอก ไม่มีการสั่งจอง…ใครไวใครได้...

(ฝาบาตรเก่าที่ลูกศิษย์รวบรวมมาให้พระอาจารย์โฮมเพื่อให้ทำตะกรุด)

 

คงไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร ถ้าคนเราจะกลับไปอยู่กับ”ธรรมชาติ” ชาวพุทธมีปรัชญาว่าเคารพธรรมชาติ มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ สรรพสัตว์ทั้งหลายเกิดแก่เจ็บตายเป็นเพื่อนร่วมทุกข์กันทั้งสิ้น...ดังนั้นเราจึงควรให้ความเคารพธรรมชาติ ให้ความเคารพรากเหง้าของตนเอง..

ที่พูดไม่ใช่อะไรหรอกครับเพียงแต่ผมอยากบอกว่าตะกรุดเมื่อได้รับการจารจากท่านอาจารย์โฮมเรียบร้อยแล้ว ท่านจะต้องนำกลับไปปลุกเสกใน”โบสถ์มหาอุด”ที่วัดบ้านเกิดของท่าน ในอำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี เพราะท่านถือคติว่าสรรพวิชาความรู้ในเบื้องต้นของท่านมาจากที่แห่งนั้น...ซึ่งในเรื่องนี้อาจารย์โฮมท่านได้อธิบายให้พวกเรารับฟังประดับสติปัญญาว่า..

“วิชาอาคมเป็นของจริงทั้งนั้น คนที่อยากทำเป็นแต่ทำไม่ได้ ก็หาว่าเป็นของไม่จริง ....คนที่ทำไม่ได้เป็นเพราะตัวเองไม่สามารถทำได้ซะมากกว่า....

การจะทำของไม่ใช่ว่าเอาคาถาอะไรมาเสกเป่าแล้วจะทำได้ตามนั้น คนทำต้องพอมีบารมีอยู่บ้าง....นอกจากนี้การศึกษาวิชาอาคมต้องมีการฝึกจิตให้เป็นสมาธิให้ได้เสียก่อน...

ฉันเองต้องใช้เวลาฝึกฝนเป็นเวลาหลายปี....สำคัญที่สุดคือต้องมีครูบาอาจารย์ที่ท่านประสิทธิ์ประสาทวิชาให้โดยตรง...ฉันจึงมั่นใจในของๆฉัน...พวกเอ็งจำไว้ ของดีจริงไม่จำเป็นต้องอวด” (ยิ้ม) 

แหมฟังแล้วกระตุ้นสามัญสำนึกดีแท้....ครับเป็นเรื่องจริงที่ฝ่ายว่าด้วย”วิทยาศาสตร์”นำเอาสิ่งที่เป็น”นามธรร”ขึ้นมาประกอบกันตามกรรมวิธีตามศาสตร์ ก่อให้เกิดเป็น”รูปธรรมชัดเจน”เช่นรถยนต์ เครื่องบิน หรือแม้แต่การสร้างลูกระเบิด ที่สามารถทำร้ายให้ผู้คนล้มหายตายจากได้ที่ละเป็นร้อยเป็นร้อยเป็นพันคน....หรือแม้แต่พาคนไปเยือนดวงจันทร์ตามที่พวกเรารับรู้... 

แต่เพื่อนๆเคยเห็นใครบ้างไหมครับ..ที่เอา “วิทยาศาสตร์”มาทำให้เนื้อหนังของมนุษย์อย่างเราๆท่านๆ เกิด”การอยู่ยงคงกระพัน มั่นคงต่อคมอาวุธ หรือถ้าจะยกให้เกินไปกว่านั้นก็ล่องหนหายตัว แปลงกายเป็นจระเข้”  ที่ปรากฏตามเรื่องราวซึ่งเล่าสืบกันมาในตำนานของหลวงปุ่ศุข วัดปากครองมะขามเฒ่าได้อย่าง..”ไสยศาสตร์”...ซึ่งอาศัยสิ่งที่เป็น “นามธรรม” คือ “คาถาอาคม”...

เรื่องราวของอิทธิปาฎิหาริย์ของไสยศาสตร์ มีกล่าวไว้อย่างมากในตำนานเก่าๆของเมืองไทย โดยเฉพาะในยามทำศึกสงคราม เพื่อนๆอาจจะแย้งว่า..เรื่องเหล่านี้เป็นนิยายที่แต่งขึ้นเอง...ผมคงมิอาจโต้เถียงเพื่อนๆได้..แต่ถ้าเพื่อนๆ ลองฉุกคิดสักนิด ทำใจกว้างๆ ก็น่าจะคิดได้ว่าเรื่องนิยายหรือตำนานทุกเรื่อง ผู้แต่งจะต้องอาศัยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ หรือมีจริงมาเป็นหลักในการจินตนาการ.... 

“คิดแล้วจึงเสดาะด้วยฤทธิ์มนต์

ตรวนหล่นคนหลับสนิทหน้า

ร่วงกราวเท้ามือทั้งขื่อคา

ก็ล่องหนออกจากคุกพลัน” 

ผมก็พ่นไปเรื่อย... พระอาจารย์โฮมท่านไม่ได้เก่งขนาดล่องหนหายตัวหรือแปลงกายได้หรอกครับ “ท่านก็เก่งอย่างที่ท่านเป็น”...แต่อย่างที่ผมเคยบอกตอนต้น “ความเก่ง” อย่างเดียวคงไม่พอทำให้พวกเราเข้ามากราบนมัสการท่านได้หรอกครับ “ความดี” สิครับที่ชักจูงพวกเรามา ถึงแม้ว่า “ความดัง” ของท่านไม่ถึงกับทะลุเยี่ยมเทียมฟ้าสู่ดาวเทียมแบบบางองค์ คงดังแค่ระดับรากหญ้าที่เหมาะกับคนอย่างเราๆท่านๆ

แต่ไม่แน่นะครับเพราะในวันที่ไปกราบนมัสการท่านผมเลียบๆเคียงๆสอบถามกับเด็กแถวๆท่าทราย เขาว่า”ฐานเสียง”ของพระอาจารย์โฮม “แน่นปั๋งที่เดียว” ครับ...“พระดีไม่จำเป็นต้องดัง” สำหรับพวกผมโอเค แต่คำว่า “พระดังไม่แน่ว่าจะดี”....ซิครับ แถบจะถอดสร้อยออกจากคอเพราะปลดออกไม่ทัน เก็บไว้ก็ไม่กล้าให้คนอื่น ละอายแก่ใจตัวเอง...

(ตะกรุดฝาบาตรตำราอาจารย์บก)

“ฉันก็แค่ถูๆไถๆ หากินได้ไปวันๆ” (หัวเราะ) 

จะว่าไปแล้วคำว่า “ถูๆไถๆ” หะแรกพวกผมคิดว่าคงไม่เท่าไหร่ เหลือบเห็นปฏิทินที่มีการลงบันทึกกิจนิมนต์ ย้อนหลังสามเดือน เดินหน้าอีกหนึ่งเดือน ตามสเต็ปของงบกระแสเงินสด แหม...บางเดือนแถบไม่มีช่องว่างให้หายใจที่เดียว ทั้งสวดพุทธมนต์ เจิมป้ายบริษัทร้านค้า ฯลฯ ยกเว้นอย่างเดียวคือ “ไล่ผีสิง”.. 

พระอาจารย์โฮมบอกกับผมว่า ท่านก็แค่ทำตามที่ครูบาอาจารย์สั่งสอนมา หรือไม่ก็บางอย่างทำตามตำรับตำราโบราณและมันก็เป็นแค่ “การสงเคราะห์”แก่ญาติโยมที่มีจิตศรัทธาในตัวท่านเท่านั้น แต่ถึงท่านจะไม่รับกิจนิมนต์ออกไล่ผี กระนั้นก็ตามยังมีบางคนที่เพียรพยายามให้ท่านไปทำ ดังนั้นวิธีการไล่ของท่านคือให้ญาติพี่น้องพามาที่กุฎิและเมื่อมาถึงกุฎิท่านก็จะเป็นผู้นำคนที่ถูกผีเข้าเหล่านั้นส่งโรงพยาบาลด้วยตัวท่านเอง...ซึ่งเรื่องนี้ท่านพูดเบาๆปนเสียงหัวเราะว่า...

 

“มาที่กุฎิฉัน ต้องเดินผ่านโบสถ์ ผ่านหลวงพ่อพระกาฬ ผ่านหลวงพ่อโต ผ่านพระพุทธเจ้า ถ้ามาถึงฉันได้พวกแกว่าฉันจะเอาไหวเหรอ..มันไม่จริง..มันเป็นอุปทาน หรือไม่ก็เมายา..”(หัวเราะ) 

ต่อคำถามที่พวกเราถามท่านว่า เสียดายไหมที่อาจารย์ไม่ใช่พระดัง..

 

“ฉันไม่เคยคิด ความเสียดายไม่เคยมีอยู่ในหัว ถึงเราจะมีชื่อเสียงน้อยนิดแต่ความสบายใจเรากับมีมากกว่า.... เพราะเรื่องชื่อเสียงเหล่านี้มันเป็นสัจธรรมให้เรามองเห็นคิดได้ว่า..

สิ่งไหนที่มันทำแล้วเกินกำลังและทำแล้วก็ไม่ได้มีความสำคัญสำหรับชีวิตเรา ...ก็ควรจะตัดๆมันไปซะบ้าง ชื่อเสียงบางทีมีไปก็ไม่มีประโยชน์ มีแล้วก็เหมือนกับเอาภูเขามาทับอก” (ยิ้ม) 

ครับ..”ชื่อเสียง”...เป็นสิ่งที่คนแต่ละคนจะแยกนิยามของความหมายอย่างไรก็ว่ากันไปตาม “กิเลส” บ้างก็ว่า “ชื่อเสียงเป็นเพียงความอยากได้อยากมีในก้นบึงของจิตใจ” บ้างก็ว่ามันแค่ “เป็นเพียงจินตนาการที่ยังมาไม่ถึง” ดังนั้นชื่อเสียงจะเป็นที่ต้องการของใครก็แตกต่างกันไปตามความต้องการของแต่ละคน

บางคนอาจ “มีชื่อเสียงที่เกิดจากการไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย” ขณะที่บางคนอาจ”ดิ้นรนไขว่คว้าตามล่าหาชื่อเสียงจนถึงลมหายใจสุดท้าย”...ผมนั่งคิดตามคำพูดของพระอาจารย์โฮมแล้วก็อดสะท้อนใจไม่ได้ “ชื่อเสียงมีความหมายขนาดนั้นเลยเหรอ” นึกดูแล้วถ้ามีมันคงเหมือนเอาภูเขามาทับอกจริงๆ...

วันนั้นพวกเรากราบนมัสการพระอาจารย์โฮมกลับบ้าน พร้อมกับบูชาตะกรุดติดไม้ติดมือกันพอหอมปากหอมคอ คนอื่นจะเอาไปบูชาหรือไปทำอะไรผมไม่อาจรู้ได้..

แต่สำหรับผมเอามา”ตั้งไว้ตรงหน้า” เวลามองเห็นทีไรอดมีรอยยิ้มไปกับคำสอนของท่านซะทุกที...

บางทีนะครับการเป็น “คนที่ยิ่งใหญ่มีชื่อเสียงคับฟ้าแต่ก็ไม่มีความสุขใจแท้จริง” สู้เป็น”คนธรรมดาตัวเล็กๆ ที่สามารถดูแลตัวเองและคนรอบข้างได้ตลอดเวลา” สนุกกับชีวิตได้อย่างเต็มที่ อยู่กับชีวิตอย่างไม่เดือนร้อน อันนี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับความสุขที่เราหาอยู่...คงเหมือนกับท่านพระอาจารย์โฮมแหละครับ..ที่ดำเนินวิถีของชีวิตภายใต้ผ้าเหลืองอย่างธรรมดาแต่มีคุณค่าสมควรแก่การกราบไหว้...สวัสดีครับ

 

ขอบพระคุณ คุณพรชนก สุขพงษ์ไทย เอื้อเฟื้อภาพถ่ายสวยๆ อาจารย์กวง รามคำแหงที่เอารถมารับผม เพื่อนต่อสำหรับคำแนะนำ และคุณสมบูรณ์ ร้านนายฮ้อ สระบุรีสำหรับกำลังใจที่มีให้เสมอมา หวังว่าคงมีให้ตลอดไปนะครับ... 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 00.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

แวะมารับเพื่อนๆฮะ..
คุณแคท..
คุณอรัญญาที่ ๑๑
เด็กผีโคซี่...
ป๊ะ...

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
sat11 วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 00.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saturday11


ศิษย์พี่กวง
สมัยนี้บางคนก็อาจดังแบบเสียๆหายๆก็มีนะ
ขอแค่เป็นข่าวอ่ะ ไงก็ได้

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
Cat@ วันที่ : 11/07/2008 เวลา : 23.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

หวัดดีค่ะ
วันนี้..สามสาว ไปค้างบ้านพ่อ
เห็นดอกไม้ ในสวนงาม จับตา
จึง จัดการ ตัดใส่แจกัน ขึ้นถวายพระพุทธ

ใจนะสำคัญที่สุด
หากปล่อยให้ ..สิ่งไม่ดีมาทำลายศรัทธา ของเรา
เท่ากับ เราเสีย แล้วหนึ่งภพ
การเกิด ได้ หนึ่งภพ ..
รีบเร่งสร้างบุญบารมีดีก่า

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
cozy วันที่ : 11/07/2008 เวลา : 00.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity


ความคิดเห็นที่ 29 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 11/07/2008 เวลา : 00.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi


สวัสดีครับคุณแคท...

เรื่องของความเสื่อมศรัทธาในพระสงฆ์ กับสภาพสังคมในปัจจุบันมีอยู่ทั่วไปครับ....ตัวผมเองบางครั้งก็เคยเกิดความรู้สึกแบบนี้..แต่ศาสนาพุทธ..เหมือนมีเสน่ห์อยู่อย่างหนึ่งคือ “ทิ้งได้ไม่นาน”
คุณแคทลองกระตุ้นเพื่อนบ่อยๆซิครับ ผมว่าน่าจะมีผล..
แต่อาจจะต้องใช้เวลา ในการ “เยียวยา” ความศรัทธาซักหน่อย...
ศาสนาพุทธจะเจริญรุ่งเรืองได้ ส่วนหนึ่งพวกเราเองต้อง
“อุดหนุน”..

ลองถามเขาซิครับว่า..“พระสงฆ์ กลุ่มหนึ่ง หรือองค์หนึ่ง”
มีอิทธิพลต่อชีวิตเราขนาดนี้เลยเหรอครับ...สามารถทำให้เราเปลี่ยนพฤติกรรมที่ “เคยนอบน้อม”..มาเป็น”เย็นชา”ได้...เรื่องอย่างนี้ต้องค่อยๆพูดครับ..

ผมเห็นด้วยกันคุณแคทนะครับที่ว่า “พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์”ต้องมาพร้อมกัน พระองค์นั้นไม่ดีก็เป็นเรื่องของท่าน..ตราบใดที่ยังไม่บรรลุเป็นอรหันต์...โอกาสหลุดมีกับทุกองค์..

ขอบพระคุณครับสำหรับคำถาม...


ความคิดเห็นที่ 28 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 10/07/2008 เวลา : 23.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi


สวัสดีครับ...ก่อนขึ้นวันใหม่.(อีกแระๆ)


๑.พี่ก้อนหินยิ้ม บ้านพระธรรม..ขอบพระคุณครับ..ผมไปเมาท์เรียบร้อยแล้ว

๒.พี่ซันฯ – สวัสดีและขอบพระคุณครับ...”พระดีไม่ต้องดัง และ พระดังไม่แน่ว่าจะดี”
ในปัจจุบันผมว่ามีเยอะเลยนะครับ...


๓.พี่สาวใจดี – สวัสดีและขอบพระคุณครับ..เช่นเดียวกันครับพี่สาวก็ต้องพักผ่อน
ด้วยเหมือนกัน “สุขภาพ” เป็นสิ่งสำคัญครับ..


๔.พี่พระจันทร์สองพันดวง – มันจะเป็นแบบเดียวกับ “หน้าชื่นอกตรม” กระมังครับพี่..น้องว่างั้น..

๕.เด็กชายเพชร – “ข้าศึกประชิดตัว กะลังจะยึดเมืองแล้ววววว” ทำนายว่า “น้องท้องเสีย” ฮะ...

๖.เด็กผีโคซี่ – ไปเยือนมาเรียบโร้ยแย้ว...เพลง “เซ็งเป็ด”.....ฮ่ะ..ฮ่ะ...
...กึ๊ดเติงหาฮะ...

ขอบพระคุณทุกท่านครับ
ศิษย์กวง
๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
Cat@ วันที่ : 10/07/2008 เวลา : 16.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


ขอปรึกษา นะค่ะ

หาก มีคน ที่เค้าเสื่อม ความศรัทธา ในพระสงฆ์
เราจะทำอย่างไร
ให้เค้า ..ลด ตัว ปิกกั่น ..ลง
ความจริง คน หรือพระ ..ย่อมมีกิเลศ
แต่ เพือนคนนี้เค้าปิดตาย
ไม่อยากให้เค้า เสียชาติเกิดไปหนึ่งภพชาติ เลย

พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

ต้องมาพร้อมกัน ..

หากพระสงฆ์ไม่ดี ก้อ เป็นเรืองของ พระองค์นั่นเอง
ที่จะได้รับอาญาสรรค์ นรก

เห้อ ..แอบมาบ่น

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
cozy วันที่ : 10/07/2008 เวลา : 00.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

ป๊ะ ฟังเพลงกัน

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
เพชรชมพู วันที่ : 09/07/2008 เวลา : 19.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinkdiamond
                      

ข้าศึกประชิดตัว
กะลังจะยึดเมืองแล้ววววว
สงสัยนู๋ต้องทุบหม้อข้าวซะก่อนที่จะถูกยึดเมือง


เอิ้กกกกก

.

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 09/07/2008 เวลา : 17.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

อย่าลืมหาทุกข์ในสุขด้วยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
Cat@ วันที่ : 09/07/2008 เวลา : 02.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ting วันที่ : 09/07/2008 เวลา : 01.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม


พาน้องไอย์มาแอบดูว่าพากันหลับนอนหรือยัง
พักผ่อนให้เต็มทีนะน้อง ตื่นขึ้นมาต่อสู้ชีวิตใหม่

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
cozy วันที่ : 08/07/2008 เวลา : 23.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

มาเยือนเช่นกันสหาย

วันนี้ยินดีนะครับ ศาลตัดสินคนผิดไปแล้ว

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
เพชรชมพู วันที่ : 08/07/2008 เวลา : 22.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinkdiamond
                      

นู๋กะลังตีฝ่าวงล้อม
ข้าศึกรอบด้าน


.

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
cozy วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 23.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

hello ยามดึก

นอนก่อนนะท่าน

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 21.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

...“พระดีไม่จำเป็นต้องดัง” สำหรับพวกผมโอเค แต่คำว่า “พระดังไม่แน่ว่าจะดี”

ชอบประโยคนี้จังเลย

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
Cat@ วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 14.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


อยู่ไกลเมืองไทย แต่ไม่ไกล..ศาศนา ..

พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

อยู่ในใจ ตลอด
มีเวลา ต้องรีบ สะสม ..

ขอให้เป็น วันเริ่มต้นของ สัปดาห์ที่สวยงามค่ะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
บ้านพระธรรม วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 08.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sarattatham
บ้านพระธรรม

ธรรมะสวัสดีค่ะ
ที่บ้านพระธรรม วันนี้ลงบทความของท่านพระอาจารย์ชัยยัสสุ นะคะ
แวะไปอ่านตาม link นี้นะคะ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/sarattatham/2008/07/07

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 06/07/2008 เวลา : 23.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi


หวัดดีก่อนขึ้นวันใหม่ฮะ...

๑.คุณเบญจพร – ขอบพระคุณครับที่เข้ามาเจิมเรื่อง ไม่ยอมหลับยอมนอน..

๒.คุณซันญ่า – สวัสดีและขอบพระคุณครับ สำหรับความคิดเห็นในมุมมองที่สวยงาม...

๓.คุณลุงรักษ์ – สวัสดีและขอบพระคุณครับ “ดีใจครับ” ที่คุณลุงรักษ์ชอบ....

๔.พี่จิ้งจก – สวัสดีและขอบพระคุณครับที่พี่จิ้งจก นำประสบการณ์จริงมาช่วยสนับสนุนบันทึกน้อยตอนนี้ฮะ..

๕.พี่ชาติ – สวัสดีและขอบพระคุณครับ ที่พี่ใจดีและเมตตากับผมเช่นกัน..

๖.ศิษย์พี่ – สวัสดีและขอบพระคุณครับ “เพียงแวะเข้ามาชม เราก็นิยมคุณในใจครับ”...

๗.คุณแคท – สวัสดีและขอบพระคุณครับ ผมว่าสิ่งที่คุณแคททำอยู่ “ถูกต้องและเหมาะสม” แล้วครับ
เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ....

๘.คุณเรือรบเมืองมั่น – สวัสดีและขอบพระคุณครับ “เก่งอย่างที่เป็น” ผมก็ชอบ..

๙.พี่สาวใจดี – สวัสดีและขอบพระคุณครับ..”ความรักและความห่วงใยเป็นไมตรีที่บริสุทธิ์”...
ชอบคำนี้มากเลยฮะ...ขอให้พี่สาวมีความสุขและแข็งแรงนะฮะ..

๑๐.พี่ขิงดอง – สวัสดีและขอบพระคุณครับ ชอบกับคำนี้มากเลยครับ....
อุปมาดั่งการตีบทแตกกระจาย “แต่สุดท้าย และท้ายสุด คงเหลือแต่อนัตตา”...

๑๑.เด็กผีโคซี่ – เช่นเดียวกัน กึ๊ดเติงหาที่มาเยือนฮะ..อ้อ..ใช่แมวตัวนั้นที่เห็นมันอยู่ใต้หลังคารึเป่าฮะ...

ศิษย์กวง
๖ กรกฏาคม ๒๕๕๑

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 06/07/2008 เวลา : 23.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi


นมัสการครับพระคุณเจ้า..

"“คนที่ยิ่งใหญ่มีชื่อเสียงคับฟ้าแต่ก็ไม่มีความสุขใจแท้จริง” สู้เป็น”คนธรรมดาตัวเล็กๆ ที่สามารถดูแลตัวเองและคนรอบข้างได้ตลอดเวลา”

ผมไม่ว่ากระไรหรอกครับ ยกสองมือครับ..
อ้อ..ยกสองมือประกบกราบขอบพระคุณ
ความเมตตาของพระอาจารย์ ที่เข้ามาอ่าน
บันทึกน้อยตอนนี้ครับ..

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
cozy วันที่ : 06/07/2008 เวลา : 23.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

อ้อ คุณศิษย์กวง ผมชอบเจ้าแมวตัวนั้นจัง น่ารักดี

กึ๊ดเติงหาเช่นกันครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
..ขิงชมพู.. วันที่ : 06/07/2008 เวลา : 22.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khingchomphuu


สวัสดีค่ะ...

เป็นเรื่องราวที่ยาวมากๆ...ที่เต็มไปด้วยอิทธิปาฎิหาริย์..

แต่สุดท้าย และท้ายสุด คงเหลือแต่อนัตตา..

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ting วันที่ : 06/07/2008 เวลา : 17.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

มาเยี่ยมน้องค่ะ ขอบคุณนะค่ะที่ไปเยี่ยมพี่อยู่เรื่อยๆ
ความรักและห่วงใยเป็นไมตรีที่บริสุทธิ์
พี่ไม่มีเครื่องรางเลยมีแต่ใจที่กำลังกำจัดกิเลสตัวเอง
ถึงอย่างไรก็ขอให้ถึงฝั่งพระนิพพานทุกคนนะค่ะ
ศีล สมาธิ ปัญญา


ความคิดเห็นที่ 10 (0)
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 06/07/2008 เวลา : 09.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruarob

"เก่งอย่างที่เป็น" เป็นคำตอบที่ลุ่มลึกครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Cat@ วันที่ : 06/07/2008 เวลา : 03.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

เป็นแม่บ้านธรรมดา ที่ใฝ่พระธรรม
สอนลูกให้เป็นคนดี ถือศีลห้า แค่นี้จริงๆๆ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
cozy วันที่ : 06/07/2008 เวลา : 01.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

ความสะอาดของจิตใจ..ถึงแม้ต้องอยู่ในมลภาวะที่ชวนลุ่มหลง หากสามารถควบคุมได้แล้วย่อมส่งผลต่อการสร้างสรรค์

ถูกต้องที่สุดแล้วครับ สหาย

ขอบตุณสำหรับเรื่องราวพระศาสนาดีๆเช่นเคย

กะจะมาชวนนะนี้ เห็นไปทักซะก่อนแร้ว

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
musachiza วันที่ : 05/07/2008 เวลา : 21.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

สวัสดีครับ แวะมาอ่านครับ
ขอบคุณที่เอาภาพและเรื่องราว
ในเส้นทางศรัทธาธรรมของศิษย์น้องมาฝาก

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 05/07/2008 เวลา : 18.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg


อิ่มครับ
มาบ้านหลังนี้ทุกครั้ง
อิ่ม
ทั้งภาพ
ทั้งเรื่อง
ทั้งความรู้ และ คำสอน

แต่
สำหรับผม
ที่ ยิ่งใหญ่กว่านั้น คือ
น้ำใจที่น้องมอบให้
บอกคำเดียว
ขอบคุณ และ ระลึกถึงเสมอ ครับ

ที่เขียนมา
สิ่งที่ผมรับและ ชอบคือ
รับรู้ด้วยตนเอง
ในขณะที่ หลายคน
เขียน จาก ตำรา หรือ คำบอกเล่า
แต่ นั่นมิใช่ ศิษย์กวง
เพราะ ทุกเรื่องที่เขียน
มาจาก ประสพการณ์ และ สัมผัสเอง
จึง เชื่อถือได้ ครับ
หลายท่าน เคยได้ยินชื่อ
มาตอนนี้ เหมือน สัมผัสท่านอาจารย์
เพราะ สิ่งที่น้อง เขียน บอก และ เล่าให้ฟัง
ประทับใจมาก
จน กล้าบอกกับหลายๆคน ว่า
ผม ก็ศิษย์ท่านอาจารย์เหล่านั้นเหมือนกัน
เพราะ บางครั้ง
ในสัมผัส (ลึกๆ)
รู้สึก ถึงความเมตตา ในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ได้รับมา
ขอบคุณ และ ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
จิ้งจก วันที่ : 05/07/2008 เวลา : 17.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ryuki2007

เห็นด้วยกับบทสรุปของท่านศิษย์กวงครับ เป็นคนธรรมดาๆ อย่างเรานี่แหละดีแล้วครับ ผมขอยกตัวอย่างนะครับ ใกล้ตัวผมมาก คู่เขยของผมเอง เขาเป็นลูกของกิจการใหญ่แห่งหนึ่ง ประมาณว่า เอ่ยชื่อมาก็ต้องมีคนรู้จัก ปรากฎว่า ไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ เพราะเวลาคนเห็นนามสกุลแล้วก็ไม่เอา เพราะคิดว่า จะมาทำงานกับบริษัทเขาอย่างมีเป้าประสงค์ และกิจการของครอบครัวตัวเองมีอยู่แล้วจะมาทำงานกับบริษัทอื่นทำไม ผลก็คือ เขาไม่สามารถหางานทำได้เลยจนถึงทุกวันนี้ และตัวเขาเองก็ไม่อยากทำธุรกิจครอบครัวเพราะเหมือนกับว่า เขาไม่ได้ไปหาความรู้หรือเติบโตทางความคิดอย่างไรเลย นี่แหละครับ ทุกข์ของคนนามสกุลดัง และคนมีสตางค์แยะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
chaiyassu วันที่ : 05/07/2008 เวลา : 09.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

หยิงแค่บทสรุปตรงนี้ไว้
ก็ถือว่าคุ้มแล้ว.....
“คนที่ยิ่งใหญ่มีชื่อเสียงคับฟ้าแต่ก็ไม่มีความสุขใจแท้จริง” สู้เป็น”คนธรรมดาตัวเล็กๆ ที่สามารถดูแลตัวเองและคนรอบข้างได้ตลอดเวลา”
หรือศิษย์กวงว่าอย่างไร ?

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
rakmananya วันที่ : 05/07/2008 เวลา : 09.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rakmananya

ธรรมสวัสดี...

มากราบหลวงพ่อด้วยคน...

สาธุ อนุโมทนากับการนำคำสอนที่แฝงนัยอยู่

มาเผยแพร่ครับ.


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ซันญ่า วันที่ : 05/07/2008 เวลา : 04.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  


แวะมาชมภาพสวยๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เบญจพร วันที่ : 05/07/2008 เวลา : 03.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/benjaporn

เยี่ยมจริงๆ...จ้า...


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]