• ศิษย์กวง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-23
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 2307943
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1500 คน
Sitthi
ดาวนับแสนที่มีวงแหวนนับร้อย ทั้งดาวเคราะห์น้อย ดาวฤกษ์ลอยคว้างๆ ดาวทุกดวงนั้นย่อมจะแตกต่าง มีเส้นทางหมุนของตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi
วันเสาร์ ที่ 23 สิงหาคม 2551
Posted by ศิษย์กวง , ผู้อ่าน : 20875 , 02:25:26 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน มุสิกะตะวัน โหวตเรื่องนี้

ในช่วงฤดูฝน บรรดาพระสงฆ์ที่ชอบแบกกลด สะพายย่ามออกเดินทางธุดงค์ศึกษาพระธรรม เท้าเปล่าๆของพระสงฆ์ได้เดินเหยียบย่ำในไร่นา เรือกสวนของชาวบ้าน ทำให้พืชผลและต้นกล้าเสียหายล้มตายจำนวนมาก.. 

ดังนั้นในฤดูกาลนี้จึงมีข้อกำหนดห้ามพระสงฆ์ออกเดินทางไปค้างแรมที่ไหน ต้องอยู่กับเหย้าเฝ้าศึกษาพระธรรมภายในวัด จนกว่าช่วงฤดูฝนหรือเทศกาลเข้าพรรษาผ่านพ้นไป… 

พระภิกษุออกเดินธุดงค์แบกกลดเดินบนเส้นทางแสวงหาพระธรรม แต่สำหรับผมและเพื่อนร่วมอุดมคติออกเดินทางบนเส้นทางแสวงหาพระสงฆ์และพระเครื่อง...

ซึ่งก็ไม่นานเท่าไรนักพวกเราก็มานั่งเสนอหน้าอยู่บนกุฎิ หลวงปู่จ้อย พุทธสโร หรือท่านพระครูวิฑิตพัฒนาการ เจ้าอาวาสวัดหนองน้ำเขียว ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี

 

ความจริงใจเป็นสิ่งที่สื่อถึงกันได้ ทั้งทางภาษาพูดและภาษากาย ตั้งแต่การใส่ใจกับสิ่งที่ได้รับ การบอกเล่าและรับฟังอย่างตั้งใจ การส่งสายตา ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความจริงใจที่หลวงพ่อจ้อย มีให้กับพวกเราด้วยความเมตตา และทั้งหมดนั้นเป็นพฤติกรรมที่พวกเราคิดว่ามาจากใจของท่าน... 

การเปลี่ยนแปลงสถานะของชีวิตไม่ว่าในทิศทางใดย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะกับการที่ต้องละทิ้งชีวิตในวัยหนุ่ม เพื่อมาทำตามความเชื่อของตนเอง...

 

หลวงปู่จ้อย พุทธสโร ท่านร่ายยาวถึงประวัติและความเป็นมาภายใต้ดวงหน้าที่ฉาบทาไปด้วยความขึงขังจริงจังแต่แฝงไปด้วยความเมตตาว่า.. 

ท่านเกิดเมื่อพ.ศ. ๒๔๖๘ ปีขาล ปัจจุบันอายุ ๘๒  กำลังจะย่างเข้า ๘๓  ปี หลวงปู่เป็นคนละแวกวัดลาดบัวขาว อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา บรรพชาเมื่ออายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ณ วัดลาดบัวขาว.. 

ท่านได้ปรนนิบัติและศึกษาวิชาอาคมกับ”หลวงปู่เชิด จันทสุวัณโณ” เจ้าอาวาสวัดลาดบัวขาว ฉะเชิงเทรา ประมาณ ๘ พรรษา ท่านได้รับนิมนต์ให้มาสอนหนังสือที่สำนักธรรมวัดหัวกุญแจ จังหวัดชลบุรี....

 

ในราวปี ๒๔๙๐ ทางอำเภอได้นิมนต์ให้ท่านมาเป็นเจ้าอาวาสวัดหนองน้ำเขียว ซึ่งตอนนั้นวัดอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม ขาดสมภารโดยที่ตัวท่านเองก็ยินดีรับภาระนั้น.. 

อาจจะเป็นเพราะสมัยก่อนเขตหนองน้ำเขียวเป็นแหล่งชุมชุนของคนดุ คนหลบหนีคดี ตลอดจนเป็นดงของยาเบื่อ ยาสั่ง เรียกว่าใครหลงเข้ามาแล้วมักจะได้ยาเบื่อ ยาสั่ง เป็นของแถมติดตัวกลับออกไปตลอด ซึ่งนั่นก็คือที่มาของชื่อหมู่บ้านหนองน้ำเขียว..จากวันนั้นถึงวันนี้ก็เป็นเวลา ๕๔ ปีแล้วครับ... 

เจาะเวลาหาอดีตไปในยุคสมัยที่เมืองไทยมีสมเด็จพระสังฆราชสกลสังฆปรินายก ชื่อว่า แพ ติโส  อยู่วัดสุทัศน์เทพวราราม กรุงเทพมหานคร.. 

วัดลาดบัวขาวยังคงเป็นวัดไกลปืนเที่ยงและอยู่กลางทุ่ง ใช้การสัญจรทางคลองเป็นหลัก ด้วยลักษณะของพื้นที่ซึ่งเป็นที่ลาด ในลำคลองเต็มไปด้วยดอกบัวสีขาว ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ท้องทุ่งแห่งนี้จะชื่อว่าลาดบัวขาว... 

 

หลวงปู่เชิดท่านได้ชักชวนชาวบ้านให้บูรณะวัดจนสวยงาม ความรู้ไปถึงสมเด็จพระสังฆราชสกุลสังฆปริยายก (แพ ) ทำให้พระองค์ทรงชื่นชมใน จริยวัตรของหลวงปู่เชิด จึงทรงมีพระบัญชาให้นำพระไตรปิฎกพร้อมพระคัมภีร์ ขึ้นเครื่องบินมาถวายให้หลวงปู่เชิด..เหตุเพราะว่ารถเข้าไม่ถึง จะมาทางเรือก็ลำบาก... 

หลวงปู่เชิดท่านยังคงเดินธุดงค์อยู่แม้จะเป็นเจ้าอาวาสแล้ว และจะกลับมาที่วัดตอนเข้าพรรษาพอออกพรรษาก็จะออกธุดงค์อีก จนท่านมรณภาพ เมื่อวันที่ ๑๑พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๐

 

มีเรื่องเล่าของชาวบ้านละแวกวัดลาดบัวขาวเป็นตำนานสืบขานมาว่า “หลวงปู่เชิด จันทสุวัณโณ” ท่านเป็นพระมีวิชาอาคมแกร่งกล้า สามารถรักษาคนป่วยวิกลจริตให้หายได้อย่างไม่มีผลข้างเคียงด้วย”มีดอีโต้”ซึ่งถือว่าเป็นมีดครู.. 

หลวงปู่เชิดท่านมักจะนำมีดอีโต้นำติดตัวไว้เสมอเพื่อเอาไว้ใช้ในเวลารักษาโรค นอกจากนี้ท่านยังเป็นพระที่มีพลังจิตสูงสามารถหายตัวและแปลงกายเป็นเสือได้ ดังนั้นสัญลักษณ์ประจำตัวท่านคือ “เสือและมีดอีโต้..”

 

“หลวงปู่เชิด ท่านเป็นพระที่มีรูปร่างล่ำสัน ผิวดำ ไม่สูง ไม่ดุ ไม่ชอบคุย และไม่มีใครกล้าสบตาท่าน ซึ่งชาวบ้านในละแวกวัดลาดบัวขาวเคารพและต่างอยู่ในโอวาทของท่าน...

ท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อคง วัดซำป่าง่ามและหลวงพ่อรอด วัดคลองเขื่อน...นี่เป็นรูปท่านตอนอายุ ๖๐...” 

หากคำถามคือการที่ต้องหาคำตอบ และความสงสัยเป็นที่มาของคำถาม...หลวงปู่จ้อยท่านนั่งนิ่งไปอึดใจหนึ่งเมื่อพวกเรายิงคำถามว่า “หลวงปู่เชิดท่านสามารถแปลงกายเป็นเสือได้จริงตามคำบอกเล่าได้หรือเปล่า.....”

 

“หลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า ท่านเคยเล่าว่าสามารถแปลงร่างทหารของกรมหลวงฯ เป็นจระเข้ได้ เชื่อไหมล่ะ

มันก็เป็นทำนองเดียวกัน แต่เรื่องอย่างนี้มันต้องใช้มวลสารเยอะต้องใช้ดินมาทาตัว แต่เราไม่เอา....มันเจ็บ...” 

คำว่ามันเจ็บ..เจ็บอย่างไรพวกเราไม่รู้แต่เมื่อเห็นหลวงปู่จ้อยเล่าด้วย..”ท่าทางขึงขัง”..แล้วเห็นท่าพวกเราคงต้องยุติคำถามเรื่องนี้ เพราะกลัวคำว่ามันเจ็บจะกลายมาเป็นเราเจ็บ แต่จะว่าไปมีผู้รู้บางท่านเคยกล่าวว่า…

เรื่องของวิชาแปลงร่างนี้ ก็มีปรากฏในเรื่องของ”กสินดิน” ในสมถกรรมฐาน หรือ ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค ปริเฉทที่ 22-23 เรื่องอิทธิวิธี ซึ่งถ้าเพื่อนๆ ท่านใดสนใจใคร่อยากรู้ก็ขอเชิญไปศึกษาเอาตามลายแทงนั้นได้เลยครับ..

 

ไสยศาสตร์เรื่องของวิชาเกี่ยวกับ”เสือ” จัดเป็นวิชาอาคมที่เข้าเกี่ยวข้องกับสัตว์ ซึ่งอาจจะเป็นการนำเอาชิ้นส่วนของสัตว์จำพวก เขา เขี้ยว เล็บ มาใช้ประกอบในการทำเครื่องราง.. 

หรือบางตำราอาจจะลงเป็นลักษณะของอักขระยันต์ในตะกรุดที่เขียนประกอบกับรูปสัตว์นั้น โดยลงเป็นคาถาหัวใจของสัตว์ต่าง เช่นเสือ สิงห์ ลิง นกสาลิกา.....ฯลฯ

ซึ่งทั้งหมดนี้ประกอบขึ้นโดยมีนัยยะมุ่งหวังผลให้เป็นไปตามลักษณะเฉพาะของสัตว์นั้นๆ เช่นมีอำนาจแบบเสือ  ว่องไวดุจลิง ปกครองคนแบบราชสีห์ หรือเจรจาไพเราะแบบนกสาลิกา ฯลฯ หรือไม่ก็ออกมาเป็นรูปแบบของการสักยันต์บ้าง เช่น รูปสักเสือเผ่น หรือ ราชสีห์ ซึ่งรวมไปถึงการเขียนยันต์รูปสัตว์ต่างๆลงผ้า....

 

ตามความเข้าใจของผม คำว่า”วิชาเสือ” จะแตกแยกย่อยออกเป็นหลายวิชา เช่นเสือเผ่น เสือหมอบ เสือสมิง..ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับจินตนาการของคณาจารย์หรือผู้ทรงอาคมบัญญัติขึ้นมา 

และก็เป็นเรื่องที่”น่าประหลาดใจอีกอย่าง”ที่ว่าคนส่วนมากรู้จักเสือจากใน”ตำราเรียนทางโลกหรือเห็นตัวจริงจากสวนสัตว์....”  

แต่ก็ยังคงมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่รู้จักเสือจาก”ตำราทางไสยศาสตร์หรือในจินตนาการตามคติความเชื่อ” ที่ผูกเรื่องราวให้เกิดความลึกลับจนบางครั้งกลายเป็นเหมือนสัตว์ในตำนาน..

และด้วยความที่เสือมักจะถูกนำเข้าไปมีบทบาทสำคัญคู่กับวิชาอาคม มันจึงกลายเป็นที่จดจำของคนกลุ่มนี้ในฐานะของ...

”สัตว์ประกอบอาคมที่มีตัวตนอยู่จริง...” 

ว่ากันว่า “สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตคือสิ่งที่เราเลือก...” ถึงแม้ว่าสิ่งที่เลือกนั้นจะก่อให้เกิดผลลัพท์ที่กลับมาทำร้ายเราในที่สุดก็ตาม...

 

“วิชาการใช้มีดอีโต้ เพื่อรักษาโรค เป็นเคล็ดวิชาอย่างหนึ่ง ข้อเสียของมันคือมันจะเข้าตัว ของที่หลุดจากคนป่วยจะย้อนกลับมาที่ตัวเรา ซึ่งมันก็มีวิธีป้องกัน...

หลวงปู่เชิดเองท่านก็เคยโดน แต่ท่านบอกว่าในเมื่อชีวิตเกิดมาต้องสงเคราะห์คนแล้ว มันก็ต้องยึดเจตนาของชีวิตที่ตั้งไว้..” 

คำโบราณว่า มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน แต่สำหรับหลวงปู่จ้อย นอกจากจะมีเป็นแสนแล้วท่านยังสามารถต่อยอดวิชาออกไปได้อีกมากมายหลายแสนนัก...

 

“ยันต์ที่หลวงปู่เชิดท่านสอนคือ ยันต์พระเจ้าห้าพระองค์ นะโม พุทธายะ ซึ่งยันต์นี้เปรียบเสมือนยันต์ใหญ่หรือยันต์แม่ ที่สามารถแตกลูก แตกหลานออกไปได้..”

ตำราคาถาอาคมได้กล่าวถึง”ยันต์พระเจ้าห้าพระองค์”ไว้ว่า ..ประกอบด้วยอักขระ 5 ตัว คือ นะ โม พุท ธา ยะ เป็นยันต์ใหญ่ ยันต์หลักที่นิยมใช้มากที่สุด..

อานิสงค์ของยันต์นี้ ฝอยท่วมหลังช้างที่เดียว ว่ากันว่ายันต์นี้มีพลานุภาพมากมายเหลือคณานับ..

หรืออีกบางตำราก็ได้กล่าวถึงไว้ว่า สืบมาจากโบราณจารย์เมืองเชียงตุง เป็นยันต์เก่าแก่และหาได้ยากเป็นยันต์ที่ช่วยเสริมดวงชะตาไม่ให้ตกต่ำเป็นการเสริมบารมีกับตัวเอง อธิษฐานได้ทุกๆเรื่องไม่ว่าจะเป็นการค้า หน้าที่ตำแหน่งการงาน การเงิน และปกป้องคุ้มกันภัยอันตราย ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ควรแก่การสักการบูชา..

เสมือนว่า”พระพุทธเจ้าทั้งห้าพระองค์”มาคุ้มครองปกป้องรักษาดวงชะตาของตัวเรา เมื่อได้รับไปแล้วให้เขียนชื่อและวันเกิดลงบนผ้ายันต์และให้อธิษฐานจิตถึงพระพุทธเจ้าทั้ง ห้าพระองค์ คุณบิดามารดาและครูบาอาจารย์และสวดพระคาถา นะโมพุทธายะนะมะพะทะ นะชาลีติ สามจบ เป็นประจำและขอในสิ่งที่ปรารถนาและให้หมั่นทำบุญทำทานสิ่งที่อธิษฐานจะสมปรารถนาอย่างน่าอัศจรรย์…

”มนุษย์เราต้องสูญเสียอะไรบางอย่าง เพื่อที่จะได้ทำในสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่า..” 

เมื่อพวกเราถามหลวงปู่จ้อยว่ายันต์พระเจ้าห้าพระองค์นี้สำคัญไฉน...

แทนคำตอบท่านชี้ให้พวกเราดูที่ต้นแขนขวาของท่านที่ได้มอบให้หลวงปู่เชิดบรรจงสัก ยันต์ตัวนะ ไว้ที่ต้นแขนขวา ยันต์ตัวโม ที่ต้นแขนซ้าน ยันต์ตัวพุท ที่หัวเขาซ้าย ยันต์ตัวธา ที่หัวเขาขวาและสุดท้ายยันต์ตัวยะ บริเวณกลางหน้าอกครับ....

นอกจากนี้หลวงปู่จ้อย ท่านยังได้นำยันต์พระเจ้าห้าพระองค์มาไว้ด้านหลังวัตถุมงคลของท่านเกือบจะทุกรุ่นเลยทีเดียว....เอาเป็นว่า”ยันต์นี้คือยันต์หลักหรือยันต์ครอบจักรวาล”ของหลวงปู่จ้อยว่ากันขนาดนั้นก็ได้ครับ...

ผมถามหลวงปู่ว่าท่านเคยได้ยินคำว่า”โลกร้อน”หรือเปล่า ท่านตอบว่า”เคยได้ยิน”แต่ถ้าจะให้ถามต่อไปอีกว่าโลกร้อนมันเชื่อมโยงมายังวัดหนองน้ำเขียวอย่างไรบ้าง ก็เกรงว่าจะไม่เหมาะสม สิ้นความคิดที่จะถามต่อ หลวงปู่ท่านกลับอมยิ้มแล้วเอ่ยว่า...

“ภัยในโลกนี้เกิดจากดิน น้ำ ลม ไฟ การดับร้อนให้โลก ต้องอาศัยความกลมเกลียว อาศัยน้ำใจ อย่าได้สะสมปัญหา เพราะจะทำให้อับจนปัญญา....”

อย่าได้สะสมปัญหา อาศัยน้ำใจ ฯลฯ คิดไปคิดมานี่อาจเป็นสมการแก้โลกร้อน ชนิดดับไฟในใจได้ขนานดีทีเดียวนะครับ ขณะที่ลำธารความคิดของพวกเรายังล้นทะลักด้วยความมึนงง..”ทฤษฎีแก้โลกร้อนแบบต่อเนื่อง”ยังคงดำเนินบทบาทต่อครับ..

“รัตนไตรเป็นบ่อเกิดแห่งบุญ เป็นนาบุญของชาวโลก ชาวโลกควรเอาข้าวไปหว่านตรงนี้ ใครทำนาบนพื้นที่แห่งนี้ จะเป็นผู้อยู่ดีกินดี ไปมาสะดวก อย่าทำเพียงพอกินพอใช้ ให้ทำแบบเหลือกินเหลือใช้......”

ครับ”การมองโลกอย่างมีความหวัง ท่ามกลางความไม่โสภาสถาพรของชีวิต” ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ได้มีกันง่ายๆในตัวมนุษย์ทุกคน...แต่ผมเชื่อว่าหากใครได้มานั่งสนทนากับหลวงปู่จ้อย อาจช่วย..

”สร้างมุมมองความคิดของชีวิตที่โสภาขึ้นก็ได้...”

ปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเด็กๆ เห็นว่าธรรมะเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นไม่ใช่ว่าธรรมะเป็นเรื่องที่ไม่ดี หากแต่เป็นเพียงความคิดของเด็กๆที่รู้สึกว่าเข้าถึงได้ยาก..

หรือเราอาจจะนับรวมไปถึงการที่ผู้ที่เป็นพ่อแม่ ไม่ได้ให้ความสนใจกับธรรมะตั้งแต่เริ่มแรก...การกระทำในลักษณะเช่นนี้ยิ่งทำให้เด็กๆ หรือผู้เป็นพ่อแม่ห่างไกลคำว่าธรรมะกันไปใหญ่....

ว่ากันว่ามนุษย์เรามักมีมุมมองสองด้านเสมอ ด้านหนึ่งคือบวก อีกด้านหนึ่งคือลบ..

“มนุษย์เรามีสองทางให้เลือก ทางที่เดินง่าย กับทางที่เดินยาก ไม่เข้าใจว่าทำไมไอ้ทางที่เดินง่ายๆ ไม่เอากัน...

ปีหนึ่งมีสามร้อยหกสิบห้าวัน แบ่งออกเป็นสิบสองเดือน หนึ่งเดือนแบ่งออกเป็นสี่อาทิตย์ แค่อาทิตย์ละวัน ให้พวกเราถวายข้าวพระ ถวายในวันเกิดของตัวเอง เพื่อเป็นการสร้างบุญ เอาบุญตัวนี้เป็นเสบียงไว้เดินทางไปวันข้างหน้า เป็นการสร้างวาสนาบารมี..

 

พ่อบ้านเกิดวันจันทร์ถึงวันจันทร์ให้ถวายข้าวพระ แม่บ้านเกิดวันอังคารถึงวันอังคารให้ถวายข้าวพระ ลูกคนโตเกิดวันพุธ ถึงวันพุธให้ถวายข้าวพระ ถวายข้าวพระพร้อมกันเป็นการทำบุญทั้งครอบครัว เรื่องพวกนี้คือ... “การผูกมัดจิตใจกันและกัน”..."

ถึงตอนนี้ผมอยากจะบอกหลวงปู่เหลือเกินว่าที่ท่านสอนอยู่ในตอนนี้มันคือ “กระบวนการหล่อหลอมกล่อมเกลา” ที่ผมใช้เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย พูดไปก็คงได้แต่ละอายใจตัวเองครับ รู้จักเรียน รู้จักคิด แต่ไม่รู้จักใช้....

จะว่าไปแล้วการถวายข้าวพระพุทธ  ก็คือการบูชาด้วยเครื่องบูชาที่เป็นอาหาร  เหมือนกับการบูชาด้วยการจุดธูปเทียนดอกไม้ต่อพระพุทธรูปนั่นเอง..ซึ่งการบูชาเพื่อระลึกถึงพระคุณทั้งหลายของพระพุทธเจ้า... 

 “คืออุบายวิธีแบบง่ายๆอย่างหนึ่งที่ให้รู้จักฝึกจิตด้วยการระลึกพระพุทธคุณเป็นอารมณ์นั่นเอง...”

คนทุกคนสามารถเป็น”ส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลง” ไม่มีใครคนหนึ่งคนใดสามารถเป็น”เจ้าของความเปลี่ยนแปลง”ของสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เพียงตามลำพัง..ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในจุดใหญ่ๆ เริ่มจากการเปลี่ยนแปลงในจุดเล็กๆ..

แต่ก่อนที่จะเปลี่ยนอะไรไปจากที่ตนเองเคยคิดเคยเชื่อ เราต้องเปลี่ยนแปลงความคิด ความเชื่อนั้นเสียก่อน....

“อารยชน ต้องตั้งตนอยู่ในศีล สะสางจิตที่รกให้กระจ่างใส บำเพ็ญเพียรให้เกิดสมาธิ ให้เกิดอริยปัญญาให้ได้..

จิตที่คิดอกุศล ยังผลให้เป็นทุกข์ จิตที่คิดกุศล ยังผลให้เป็นสุข

อดีตเป็นเพียงความฝัน อนาคตยังมาไม่ถึง ปัจจุบันคือความเป็นจริง..เราต้องตั้งมั่นรู้ตัวทุกขณะเป็นปัจจุบัน...”

มีคำกล่าวว่า..”ในวันที่มนุษย์อ่อนแอ ความคิดก็มักจะวนเวียนอยู่กับความทุกข์ร้อนของตนเพียงฝ่ายเดียว” และแย่ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมนุษย์เลือกที่จะเปรียบ ก็มักเปรียบความทุกข์ของตนกับความสุขของผู้อื่น แทนที่จะหันไปมองผู้อื่นที่มีความทุกข์ร้อนยิ่งกว่า...

“มนุษย์กับความโลภเป็นของคู่กัน โลภ โกรธ หลง ถือว่าเป็นยางเหนียวติดใจ ทั้งหมดนี้คือกิเลศ..

กิเลศเป็นสาเหตุแห่งทุกข์ การดับทุกข์ต้องดับกิเลศ กิเลศอย่างอ่อนให้ใช้ศีลเข้าขัดถู กิเลศอย่างกลางต้องใช้สมาธิเข้าเช็ดล้าง และกิเลศอย่างละเอียดต้องหมั่นใช้ปัญญาเข้าพิจารณา..”

ว่ากันว่า”การให้..ช่วยลดความอยากและเป็นยาแก้ความโลภขนานเอก...”ความรวยกับความสุขไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ความสุขสุดยอดแท้จริงของมนุษย์คือการหยิบยื่นให้คนอื่นไม่ใช่การรับ...

การให้ไม่ใช่ปัญหา หากแต่ปัญหาอยู่ตรงที่ควรให้ขนาดไหนมากกว่า..

“บริจาคทานยังต้องรับศีลก่อน มีทาน ศีล ภาวนา จิตถึงจะบริสุทธิ์ การให้จะได้หมดกิเลศที่แอบแฝงอยู่ เมื่อจะให้ควรให้ด้วยสติ ให้ด้วยปัญญา

อย่าให้แบบไร้เหตุผล เพราะมนุษย์นั้นมีสมบัติติดตัวอยู่ทุกคน เราเรียกว่ามนุษย์สมบัติ...และหากเราไม่รู้จักทำบุญโดยการให้แล้ว บุญไหลออกหมดแน่....”

ว่ากันว่าโลกมนุษย์ตามตาเนื้อมีสองโลก คือโลกของความจริงกับโลกสมมุติ.. การสมมุติคือเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์อะไรสักอย่างให้เรารู้ว่าสิ่งนั้นมีอยู่จริง เราเรียกวิธีการแบบนี้ว่า “การกำหนดรู้”...เช่นเดียวกันครับกับคำถามที่ว่า “หลวงพ่อเสกพระอย่างไร”

“ดิน น้ำ ลม ไฟ ธาตุทั้งสี่คือการกำหนดรู้ให้เป็นรูปเป็นร่าง เสกตามกำลังคาบด้วยจิตที่เป็นสมาธิ ก็จะมีพลัง การเสกก็ใช้คาถาพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ...”

แล้วการเสกอย่างอื่นเช่นพระพรหม ฤษีหรือเครื่องรางรูปเสือละครับเสกเหมือนกันไหม..

“เสกเหมือนกัน ต่างกันตรงที่การอัญเชิญ บวงสรวง ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะ.. เราจะสามารถรู้ว่าเรากำลังเสกอะไรด้วยการกำหนดรู้....กำหนดรู้จากสิ่งที่เราสมมุติขึ้น...”

“ถามว่าโลกนี้เกิดอะไรขึ้น คนเราต่างหาความปลอดภัยในชีวิต วัตถุมงคลจึงเกิดขึ้นเพื่อรองรับปัญหาอันนี้ วัตถุมงคลเป็นเครื่องมือดึงใจคนในฝั่งด้านของศาสนา...”

ครับถึงแม้ว่าหลักของชาวพุทธ สิ่งที่ควรยึดมั่นเอาไว้คือพระรัตนไตร แต่เราก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ยังมีพุทธศาสนิกชนบางท่านที่ยังคงไปไม่ถึงจุดนั้น เพราะ..

”สติปัญญาและวิจารณญาณของแต่ละคนมีจำกัด  จึงทำให้การมองภาพหลักไม่ชัดเจน....” 

แต่ที่พวกเขาเหล่านั้นได้รับจากการออกแสวงหาวัตถุมงคล ซึ่งก่อให้เกิด ผลพลอยได้ก็คือ “การมีคุณธรรม การมีคุณงามความดี”  จะว่าไปถึงเราจะมีพระรัตนไตรเป็นที่พึ่งที่หนักแน่นอยู่แล้วแต่ที่ยังไม่ค่อยเข้าใจกัน... บางทีอาจจะเกิดจาก..

“การที่ต้องสะสมบุญบารมี หรือมีบุญเก่ามาบ้างแล้วก็ได้”

มีคำพูดตลกๆในกลุ่มเพื่อนอุดมคติเดียวกันว่า...

”เอาเงินไปซื้อยาบ้า สู้เอามาบูชาวัตถุมงคลดีกว่า ยังพอจะมีอนุสติระลึกถึงหลักธรรม หลักคุณงามความดีได้บ้าง....”

ธรรมชาติคือครูที่ยิ่งใหญ่ “การค้นหาอาจไม่ใช่หนทางของการค้นพบ” และที่สุดแล้วทุกอย่างก็จะกลับมาที่เดิม ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน “ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป” ...

ถ้าเพื่อนๆ ท่านใดที่กำลังค้นหาความหมายของการมีชีวิตที่มีคุณค่าละก็ ขอเรียนเชิญไปกราบนมัสการ”หลวงปู่จ้อย พุทธสโร แห่งวัดหนองน้ำเขียว”ได้ตลอดเวลาเลยครับ เพราะบางทีเพื่อนๆอาจจะได้พบบางคำตอบให้กับชีวิตของเพื่อนๆก็ได้....สวัสดีครับ

ขอขอบคุณ คุณพรชนก สุขพงษ์ไทย ที่เอื้อเฟื้อภาพถ่ายสวยๆ เพื่อนต่อ สำหรับคำแนะนำและการจูงมือไปวัดหนองน้ำเขียว คุณสมบูรณ์ ร้านนายฮ้อ สระบุรี กับกำลังใจที่มีให้เสมอมาครับ.... 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ลูกน้ำเค็ม วันที่ : 01/10/2009 เวลา : 11.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JoeBS
ทำชีวิตให้ง่ายไว้

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ
ผมคนชลบุรี เพิ่งเคยไปที่วัดมาไม่กี่ครั้งเองครับ
หลวงพ่อจ้อยท่านมักจะสอนธรรมะ ให้แง่คิดดีๆมากมายครับ
มีโอกาสก็จะไปอีกครับ มีอะไรก็แนะนำกันมาบ้างนะครับ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 11/09/2008 เวลา : 01.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

สวัสดีครับคุณแสร้งว่าหมู...

ขอบพระคุณครับที่เข้ามาแอบอ่าน
สำหรับบุคคลในรูป เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่จ้อยครับ
ทราบมาว่าท่านนี้ประกอบอาชีพเป็นนักแสดงหรือที่เรา
เรียกกันว่า ดาราภาพยนต์น่ะฮะ...เห็นว่าล่าสุดแสดงคู่กับ
น้องแพนเค็ก(จำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร) ที่เด็ดก็คือน้องท่านนี้
เก็บวัตถุมงคลของหลวงปู่จ้อยไว้เยอะแยะครับ เห็นว่ามีเยอะขนาดเก็บไว้ไม่ไหวต้องเอาออกมาระบาย....
หากคุณแสร้งว่าหมูสนใจ ถ้าผมมีโอกาสได้เจออีกจะขอ
ลายเซ็นให้ครับ...สามารถนำไปแลกสะสมเป็นคูปอง
ซื้อสเลอบี้ที่ร้านขายยาใกล้บ้านอะครับ...

ปล.ยินดีต้อนรับครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
แสร้งว่าหมู วันที่ : 10/09/2008 เวลา : 23.38 น.

แอบอ่านผลงานมานานครับ แวะเข้ามาทักทายและขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีดี (ว่าแต่คนในรูป ใครเหรอครับ หล่อไม่เบานะครับ)

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 31/08/2008 เวลา : 01.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

หวัดดีฮะ...
เด็กผีโคซี่ - มาเก็บตกเอาตอนผมตกผลึกนี่เอง

พี่ซัน - สวัสดีและขอบพระคุณครับ..มาเร็วนะฮะ..

เด็กอนุบาลผู้มีอิทธิฤทธิ์ - ป๊ะ..มาแสดงฤทธิ์กันใหม่..
เอาให้มันส์เลยน้องชาย...

คุณแคท - สวัสดีและขอบพระคุณสำหรับโหวตนะครับ
ผมเขียนบันทึกใหม่แล้ว..เรียนเชิญครับ..

ขอบพระคุณทุกท่านครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
cozy วันที่ : 30/08/2008 เวลา : 09.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

หวัดดีเช้าวันเสาร์

มาอ่านเอาเรื่องอีกรอบ


ความคิดเห็นที่ 17 (0)
Cat@ วันที่ : 27/08/2008 เวลา : 14.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


ให้หนึ่งแต้ม
อ่านจบ ..ชอบ
จะติดตาม บทต่อไป ค๊า

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
Cat@ วันที่ : 27/08/2008 เวลา : 14.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


ให้หนึ่งแต้ม
อ่านจบ ..ชอบ
จะติดตาม บทต่อไป ค๊า

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
cozy วันที่ : 27/08/2008 เวลา : 11.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

เมืองนี้วุ่นวายหนอ

มาขอพักในวัดกับสหายครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
เด็กอนุบาลห้องหนึ่งทับสอง วันที่ : 26/08/2008 เวลา : 13.52 น.
ผู้ทรงอิทธิพล หรือจะสู้ ผู้ทรงอิทธิฤทธิ์

ท่านเซอร์นิวตัน ยังเจอะแรงโน้มถ่วงตอนแอปเปิ้ลหล่นใส่

จางซานฟง(เตียซำฮง) คิดค่ายกระบี่เจ็ดดาวตอนเห็นสายน้ำที่ไหลคดเคี้ยว

อะไรหลายๆอย่างเกิดขึ้นมาได้โดยปราศจากการแสวงหา แต่เกิดขึ้นมาจากอัจฉิยภาพของบุคคลท่านนั้นๆ ที่เล็งเห็นถึงความธรรมดาให้กลายเป็นไม่ธรรมดาได้

ไม่อย่างนั้น คงไม่มี บัวพ้นน้ำหรอกฮะ

คริ คริ คริ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 26/08/2008 เวลา : 02.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

ยังไม่ได้อ่านมีดครูเลย ต้องเดินทางบ่อย ไว้ว่างๆ จะแวะมาหาความรู้อีก

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 26/08/2008 เวลา : 00.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi


สวัสดียามดึกๆ..ครับ...

๑.ศิษย์พี่ – สวัสดีและขอบพระคุณครับ...มาเจิมเป็นคนแรก...ครับจะว่าไปแล้วคนไทยกับคติความเชื่อ
ในเรื่องพวกนี้มีค่อนข้างเยอะ ซึ่งเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตโดยเฉพาะในสังคม
ชนบท..ส่วนเรื่องที่พวกอเมริกาชอบตั้งประเด็นแต่ไม่ยอมให้ความร่วมมือ ผมนึกไปถึงพวกที่ชอบเอะอะโวยวาย
แต่เอาเข้าจริงๆ กลับหนีกันหมด...อเมริกานั่นแหละตัวดี....อเมริโกย ลิเก....

๒.พี่ชาติ หมายเลข ๘ – สวัสดีและขอบพระคุณครับสำหรับคำชม เด็กอายุต่ำกว่า ๑๓ ให้อ่านได้ครับ
แต่ห้ามนำมาเลี้ยงดูนะครับ...มันแสลง....

๓.เด็กผีโคซี่ – เห็นด้วยครับสำหรับคำคม “วิชาต่างๆเป็นเรื่องของความศรัทธา แม้พระรัตนไตร จะเป็นเป้าหมายสูงสุด แต่ก่อนจะไปถึงนั้น ก็ย่อมต้องมีอะไรอีกมากมายึดเหนี่ยวจิตใจเอาไว้....” คนเรามีรอยหยักไม่เท่ากันฮะ...และอีกอย่างเป้าหมายเดียวกัน วิธีการไปอาจไม่เหมือนกันก็ได้...เออ..คือว่ามันมีทั้งทางลัด ทางด่วน และก้อทางตันน่ะฮะ.....กึ๊ดเติงหาขนาดเน้อ....

๔.พี่ขิงดอง – สวัสดีและขอบพระคุณครับสำหรับการโหวต ขออานิสงฆ์อันนี้ส่งเสริมให้พี่ขิงมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงนะฮะ...และถ้าอยากแข็งแรงกว่านี้มาโหวตอีกรอบก็ได้นะฮะ..อีกอย่างถ้าหากพี่ขิงดองจะนำคำสอนของท่านไปปฏิบัติก็ยินดีนะฮะ..ไม่เก็บค่าต๋งและงดเว้นค่าส่วยฮะ...

๕.พี่สาวใจดี – สวัสดีและขอบพระคุณครับ แหม..มาเป็นภาษาปะกิตแบบนี้น้องละงง
แต่นั่งทางในดูแล้ว “ลึกซึ้งกินใจ” มากเลยฮะ...ให้พี่สาวเช่นกันฮะ...รักษาสุขภาพนะครับ...

๖.คุณคนน้ำเงิน – สวัสดีและขอบพระคุณครับ...นานๆแวะมาเยี่ยมซะที ขอบอกก่อนว่า “หวงเนื้อหวงตัวเหลือเกิ๊น...” อันนี้ไม่เป็นความจริง...คือว่าข้าน้อยยังคุณสมบัติไม่บรรลุ ถนัดไปในแนววาไรตี้เฮฮาซะมากกว่า...ไฉนเลยจะสู้หม่อมพี่ได้...ดังนั้นคำชื่นชมทั้งหลายขอใส่พานถวายให้หม่อมพี่นะครับ..แล้วนี่เมื่อไหร่จะมาซะที..รออยู่นะไอ้มดเขียว....

๗.คุณสมบูรณ์เตียว – สวัสดีและขอบพระคุณครับ เอาคำนี้ก่อน “เรื่องดีดีที่ช่วยกันจรรโลงสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการหลอกลวง..” ให้ความรู้สึกดีจริงๆเลยครับ..
คำชื่นชมนี้ชอบมักมาก...จะว่าไปเรื่องของคุณสมบูรณ์เตียว ทุกเรื่องก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน...เช่นกันครับใส่พานให้คุณสมบูรณ์เหมือนกัน ขอบคุณสำหรับบทความดีดีนะครับ...

๘.คุณวิตามินบี – สวัสดีและขอบพระคุณครับ นำเอาเรื่องราวข่าวคราวดีๆมาบอกอีกแล้ว
เพื่อนๆ ท่านได้ว่างจากงานและต้องการเสริมทักษะด้านการวาดภาพด้วยสีน้ำก็ขอเชิญนะครับ.....ราคาไม่แพงเหมาะกับยุคสมัยที่ราคาน้ำมันวิ่งแซงจรวดฮะ...

๙.พี่จิ้งจก – สวัสดีและขอบพระคุณครับ..ที่นำของขลังมาเย้ย..เอ้ย...มาแจม..เป็นการกระตุ้นต่อมความอยากให้ลุกโชติช่วงชัชวาล...มีของดีก็ไม่บอก ไม่ได้การละเดี๋ยวต้องเข้าไปเอามาบ้าง...จะว่าไปตัวอักขระยันต์เหมือนๆกันเลยนะครับ...เท่ากับเป็นการเพิ่มความรู้ให้กับคนที่เข้ามาอ่าน จะได้รู้ว่าหลวงปู่จ้อยท่านเขียนยันต์อย่างไรและลักษณะไหน..ดีครับช่วยกันเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทาน...ซึ่งใจจนน้ำยายไหลจริงๆง่ะ...

ขอบพระคุณทุกท่านครับ...
สุขภาพแข็งแรงนะฮะ..

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
จิ้งจก วันที่ : 25/08/2008 เวลา : 17.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ryuki2007


แจมเพิ่มนะครับ อันนี้เป็นผ้าขาวประมาณคืบกว่าๆ ที่ท่านลงยันต์ให้ครับ ผมได้มาจากเพื่อนๆ กันอีกที

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
จิ้งจก วันที่ : 25/08/2008 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ryuki2007


ยอดเยี่ยมโดยไม่ต้องเจียรไนความครับว่า เยี่ยมอย่างไร ผมชอบมากครับกับบทความครั้งนี้ของท่านศิษย์กวง เพราะโดยส่วนตัวเป็นศิษย์ของท่านอยู่แล้ว (ตู่เอาตามคำท่านครับ แค่คิดถึงกันก็เป็นศิษย์ท่านแล้ว) เอายันต์ที่เป็นลายมือของท่านมาแจมแล้วกันครับ อันนี้เขียนบนหนังเสือที่ท่านทำให้ครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
วิตามินบี วันที่ : 25/08/2008 เวลา : 15.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


“มนุษย์เรามีสองทางให้เลือก ทางที่เดินง่าย กับทางที่เดินยาก ไม่เข้าใจว่าทำไมไอ้ทางที่เดินง่ายๆ ไม่เอากัน...

สาธุ ขอน้อมนำมาสอนตนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
cozy วันที่ : 24/08/2008 เวลา : 21.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

”มนุษย์เราต้องสูญเสียอะไรบางอย่าง เพื่อที่จะได้ทำในสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่า

เห็นด้วยมากๆ แวะมาอ่านเก็บรายละเอียดอีกรอบ

คืนนี้ว่าจะอัฟนะ กะลังเขียนน่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
SOMBOONTIEW วันที่ : 24/08/2008 เวลา : 20.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somboontiew
เราจักทำเวบหลวงปู่ทิม วัดพระขาว ด้วยใจต้องการบูชาพระคุณ หลวงปู่ www.luangputim.com

ยิ้ม เมตตา ฉายออกมาทั้งใบหน้าหลวงพ่อ อย่างชัดเจนครับ

ขอบคุณสำหรับเรื่องดีดีที่ช่วยกันจรรโลงสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการหลอกลวง

รวมเล่มเมื่อไหร่ จะไปร่วมฉลองถึงศรีราชาเลยครับ

ลูกหลวงพ่อสำเร็จ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
คนน้ำเงิน วันที่ : 24/08/2008 เวลา : 19.25 น.

โห...

ตั้งแต่อ่านมา เรื่องนี้เขียนดีที่สุด ใช้คำ วางคำ วางตำแหน่งได้ดีมาก ๆ น่าจะเอาตัวเข้าบรรจุในนิตยสารได้แล้ว เสียแต่หวงเนื้อหวงตัวเหลือเกิ๊น...

ตอนนี้เขียนดีมากครับ อ่านแล้วภาษานักเขียนเขาเรียกว่า "ดึงอารมณ์" ให้ร่วมได้ราวถูกสะกดจิต

คือสะกดว่า จอ อิ ตอ จิต ไง...!! อิ อิ

หลวงพ่อเป็นพระที่ดีมาก น่ากราบไหว้มาก ๆ ดังนั้นเมื่อคุณเขียนไปในแนวทาง "ให้แง่คิด" กับผู้อ่านมากกว่าที่จะชี้ชวนไปในเชิงขลัง จึงถือได้ว่าข้อเขียนนี้เป็นทรัพย์ทางสติปัญญาที่มีค่ายิ่ง

ไม่ได้จบด้วยขาย ไม่ได้จบด้วยย้อมคน

นี่เป็นคุณสมบัติของนักเขียนที่ดีมากครับ

สู้เค้า ไอ้มดแดง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ting วันที่ : 23/08/2008 เวลา : 19.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม


A Good Weekend Wish ~

A good weekend wish, for you my friend
May joy be yours, until day's end
With nothing but sunshine, no clouds at all
Until the evening shadows fall.

Our friendship is so dear to me
My friend, you continue to be
Even though many miles keep us apart
You are always here.

On your friendship, I know I can depend
In any circumstance, I might be in
Please know, you, I so appreciate and adore
No way my friend, could I ever like you more.

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
..ขิงชมพู.. วันที่ : 23/08/2008 เวลา : 16.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khingchomphuu


"จิตที่คิดอกุศล ยังผลให้เป็นทุกข์ จิตที่คิดกุศล ยังผลให้เป็นสุข"

คำสอนของท่านลึกซึ้งกินใจ นำไปปฎิบัติได้...

ดีกว่าวิชาอาคมที่เป็นแค่ "อวิชา"

เขียนได้น่าอ่านมากๆค่ะ

+1 คะแนนนะคะ...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
cozy วันที่ : 23/08/2008 เวลา : 10.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

นะ โม พุท ธา ยะ

วิชาต่างๆเป็นเรื่องของความศรัทธา แม้พระรัตนไตร จะเป็นเป้าหมายสูงสุด แต่ก่อนจะไปถึงนั้น ก็ย่อมต้องมีอะไรอีกมากมายึดเหนี่ยวจิตใจเอาไว้

หลวงปู่ดูน่าเกรงขามดีครับ โดยเฉพาะอีโต้

กึ๊ดเติงหา จึงมาเยือน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 23/08/2008 เวลา : 10.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

ผมว่า
ศาสตร์ พวกนี้ คนปัจจุบัน ทำยาก เพราะ
กิเลส และ สิ่งแวดล้อม ครับ
ต้อง ถือ และ ห้ามหลายอย่าง
ซึ่ง ทำยากมาก


************************************
ยังเขียน และ เล่าได้ ทั้ง
สาระ และ บันเทิง
เด็ก อายุ ต่ากว่า 13 ปี ให้อ่านได้
เพราะ ดี และ มีประโยชน์ ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
musachiza วันที่ : 23/08/2008 เวลา : 03.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

เรื่องวิชาแปลงร่างเป็นเสือนี่น่าสนใจครับ
คนไทยเรามีความเชื่อในเรื่องนี้ในหลายรูปแบบ
นี่เป็นอีกแบบหนึ่งที่ผมเพิ่งเคยอ่าน
ยังทะลุไปถึงเรื่องปัญหาโลกร้อนเข้าไปอีก
แถมด้วยวิธีแก้โลกร้อนที่เป็นปัญหาสากล
น่าจะลองเอาไอเดียนี้เสนอต่อสหประชาชาติดู
อาจเป็นทางแก้ที่หลายประเทศโดยเฉพาะ
อเมริกาที่เป็นต้นต่อใหญ่ของโลกร้อน
จะได้มีทางออกแบบไม่เสียฟอร์ม
เพราะที่ผ่านมาพี่แกไม่ยอมให้ความเร่วมมือลงนามกับปัญหานี้นัก
ได้แต่พูดถึงตั้งประเด็นให้คนอื่นทำ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]