• ศิษย์กวง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-23
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 2292594
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1500 คน
Sitthi
ดาวนับแสนที่มีวงแหวนนับร้อย ทั้งดาวเคราะห์น้อย ดาวฤกษ์ลอยคว้างๆ ดาวทุกดวงนั้นย่อมจะแตกต่าง มีเส้นทางหมุนของตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi
วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน 2551
Posted by ศิษย์กวง , ผู้อ่าน : 26290 , 15:11:16 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน opads โหวตเรื่องนี้

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสเตือนเหล่าพุทธศาสนิกชนว่า..”ให้หมั่นสำรวจจิตไว้ให้ดี” เพราะธรรมชาติของจิต มักจะนำความเดือนร้อนมาให้และในขณะเดียวกันก็นำความสุขมาให้เช่นกัน สุดแท้แต่ว่าใครจะสามารถควบคุมพฤติกรรมของจิตได้มากน้อยแค่ไหน.....

 

หลวงปู่เมี้ยน พุทธสิริ หรือท่านพระครูพุทธสิริวัฒน์ อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ (กบเจา) ตำบลกบเจา อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ท่านเป็นพระที่สมควรเคารพกราบไหว้องค์หนึ่ง…หลวงปู่บวชเป็นสามเณรตั้งแต่อายุ ๑๖ ปี ลาสึกเมื่ออายุ ๒๐ ปีเพื่อสมัครเข้ารับราชการทหาร.. 

แต่เพราะเป็นคนรูปร่างเล็ก จึงไม่ได้เข้ารับราชการ ท่านจึงได้เข้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุและได้ศึกษาวิชาอาคมต่างๆ ปฏิบัติกรรมฐานในป่าดงดิบมาโดยตลอด

จนมีอายุมากขึ้นจึงได้หยุดเดินธุดงค์ และด้วยความที่ท่านเป็นพระที่มีความเชี่ยวชาญในด้านคาถาอาคม ส่งผลให้ท่านก้าวขึ้นเป็น “ที่พึ่งทางใจ” ให้กับลูกศิษย์และญาติโยมได้ทุกเรื่อง..

“ฉันมีความรู้สึกว่า เราเป็นพระใครก็ว่าพระเป็นแต่ผู้รับของจากญาติโยมอย่างเดียว ไม่ได้ให้อะไรตอบแทนเป็นชิ้นเป็นอันที่เป็นรูปธรรมเลย....

ให้แต่ศีล ให้แต่ธรรม เป็นนามธรรมทั้งนั้น ฉันจึงต้องแสวงหาวิชาเพื่อตอบแทนญาติโยม อย่างเช่นการรักษาโรค การรักษาพวกขาหัก....” 

หลวงปู่เมี้ยน ถือกำเนิด ณ บ้านหาดทราย (บ้านเจ๊ก) หมู่ ๙ ตำบลบางบาล อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อปีมะเส็ง วันพฤหัสบดี เดือนยี่ ข้างขึ้น พุทธศักราช ๒๔๖๐ ท่านเป็นบุตรคนที่สามของคุณพ่อแก้ว คุณแม่ทองม้วน นามสกุล เกิดโภคทรัพย์

 

บิดาของท่านเป็นหมอยากลางบ้าน ที่มีความเชี่ยวชาญด้านสมุนไพรแผนโบราณ สามารถวินิจฉัยโรคและวางยาให้ตรงกับโรค เรียกได้ว่าหากใครหาหมอที่ไหนรักษาไม่ได้แต่ถ้าหามมาให้หมอแก้วแล้วเป็นหายกลับไปทุกราย

การรักษาโรคด้วยความรู้และมีความเมตตาเป็นที่ตั้ง และดำเนินชีวิตด้วยความอ้อนน้อมถ่อมตน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชาวบ้านจะเรียกท่านว่า ..”หมอแก้วเทวดา” 

คำพังเพยโบราณกล่าวไว้อย่างชวนคิดว่า ...”ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น”....และ....”สิบปากว่าไม่เท่าหนึ่งตาเห็น  สิบตาเห็นไม่เท่าหนึ่งมือคลำ”

 

ด้วยความที่เด็กชายเมี้ยน เห็นบิดาทำการรักษาโรคให้กับชาวบ้าน ทำให้ท่านได้ซึมซับความรู้สึกชอบในเรื่องเหล่านี้ ดังนั้นเด็กชายเมี้ยนจึงอาสาเข้าเป็นผู้ช่วยบิดาในการหยิบจับสมุนไพรต่างๆ มาจัดยาให้

ด้วยความที่ท่านเป็นเด็กช่างจด ช่างจำและมีความกระตือรือร้น ทำให้ท่านสามารถจดจำตัวยาชนิดต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ เป็นที่เชื่อถือของชาวบ้านว่า ยาของหมอแก้ว ขอเพียงให้หมอแก้วได้สั่งเท่านั้น เด็กชายเมี้ยนสามารถจัดยาเข้าชุดได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง....

 

“พวกที่เข้าเฝือกปูนมาจากโรงพยาบาล ถ้าให้ฉันรักษา ต้องตัดเฝือกปูนออก..

เพราะการเข้าเฝือกปูนจะทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา ที่ร้ายแรงคือแผลเน่าข้างใน ทำให้บางคนกลายเป็นเนื้อร้าย อาจถึงกับต้องตัดขาก็มี.. 

ฉันต้องตัดเฝือกปูนออกแล้วใช้เฝือกไม้ไผ่ยึดกระดูกแทน มันก็แน่นดีไม่แพ้เฝือกปูนแต่รักษาง่ายกว่า เอาน้ำมันหยอดชโลมได้ แผลก็แห้งเร็ว ไม่อบ ไม่ร้อน จะคันตรงไหน ก็เกาพอให้บรรเทาได้...”

 

หลวงปู่เมี้ยน ท่านได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดโพธิ์(กบเจา) ในปีพ.ศ. ๒๔๘๑ โดยมี พระครูปุ้ย ธรรมโชติ เป็นพระอุปัชฌาย์  พระอธิการหลิว วัดพิกุล เป็นพระกรรมวาจาจารย์  พระครูหริ่ม จันทโชติ วัดโพธิ์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ...ได้รับฉายาว่า “พุทธสิริ” และเข้าจำพรรษา ณ วัดโพธิ์ (กบเจา) ...

 

ถึงตรงนี้ขอแทรก”เกร็ดเรื่องคติความเชื่อ”ของคนไทยนิดครับ....การบวชเรียนในสมัยก่อน สมัยโบราณท่านว่าการบวชนั้น ผู้ที่บวชจะต้องมีการศึกษาหาความรู้มาก่อน

กล่าวคือผู้ที่จะออกบวชจะต้องไปอยู่กับวัด ฝึกหัดปฏิบัติตามข้อวัตรของพระภิกษุสามเณรเสียก่อน มิใช่ว่าจะมาบวชกันตามประเพณีเหมือนในสมัยนี้... 

ดังนั้นผู้ออกบวช จึงมักจะเป็นผู้ที่มีความเคารพศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างเป็นที่สุด การฝึกปฏิบัติ เช่นการกวาดลานวัด การออกบิณฑบาต การเช็ดถูศาลา การซ่อมแซมอารามที่ชำรุด สร้างทางเดิน ฯลฯ

จึงเป็นการหล่อหลอมจิตใจของผู้ที่จะบวชให้รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่เกียจคร้าน ทำตัวว่านอนสอนง่าย รู้จักดำรงอยู่กับหมู่คณะ ฯลฯ ทั้งหมดนี้ฝึกไว้เพื่อให้ไม่ปฏิบัติผิดพระธรรมวินัย...

 

เมื่อเขาเหล่านั้นได้ลาสึกจากการเป็นพระแล้ว จึงทำให้มีความรู้ ความชำนาญ ในวิชาการต่างๆ เช่นช่างไม้ ช่างปูน สามารถปลูกสร้างบ้านเรือนได้

ซึ่งนั่นก็คือการฝึกหัดในลักษณะของการเป็นวิชาชีพ นอกจากนี้บางคนยังมีความสามารถรอบรู้ไปถึงการศึกษาวิชาอาคม รักษาโรคภัยไข้เจ็บ และด้วยเหตุนี้แหละครับ “วัด”  จึงเป็นเหมือน “สถาบันชั้นสูง” ของคนไทยมาอย่างยาวนาน 

หลวงปู่เมี้ยน เคยเล่าให้พวกผมฟังว่า ท่านชอบออกเดินธุดงค์เพราะว่าชอบความสงบของป่า อีกอย่างที่แปลกก็คือพอกลับมาอยู่วัดทีไร เป็นต้องออกอาการป่วยไข้ทันทีแต่พอออกเดินธุดงค์กลับไม่มีปัญหาด้านสุขภาพเลย..

ผลพลอยได้จากการออกเดินธุดงค์ท่านได้พบครูบาอาจารย์องค์หนึ่ง คือหลวงพ่ออินทร์ วัดเกาะหงส์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ชื่อที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “หลวงพ่ออินทร์ เทวดา”...

 

คำว่าเทวดาตามความเชื่อของชาวป่า ชาวเขา พวกเราสันนิษฐานว่าน่าจะมาจากการเป็นผู้ที่มิวิชาอาคมแก่กล้า..

ซึ่งก็ไม่ผิดนักเพราะหลวงปู่ท่านได้เล่าเหตุการณ์มหัศจรรย์เกี่ยวกับหลวงพ่ออินทร์ และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้หลวงปู่เกิดความศรัทธา จนต้องขอปวารณาขอฝากตัวเป็นศิษย์เพื่อขอเรียนสรรพวิชาจากหลวงพ่ออินทร์..

“หลวงพ่ออินทร์ ท่านเก่งในด้านการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ที่เห็นกับตาคือช้างป่าตัวหนึ่งถูกพรานยิงแต่ได้หลบหนีเข้าไปกลางดง

หลวงพ่ออินทร์ไปพบจึงได้รักษาโดยใช้..”น้ำมันมนต์”....หยอดลงไปในบาดแผลที่กระสุนฝังอยู่และเสกเป่าด้วยคาถาอาคม ไม่นานนักลูกปืนก็ไหลตามน้ำมนต์ออกมาอย่างน่าอัศจรรย์...” 

ซึ่งในเรื่องนี้หลวงปู่บอกกับพวกเราว่า “พลังเมตตาจิต” ของหลวงพ่ออินทร์ถือว่าเป็นเรื่องเหนือคนจริงๆ ไม่ต้องคิดถึงการมานั่งหยอดน้ำมันมนต์ให้ลูกปืนในตัวช้างไหลออกมาหรอก

เอาแค่ว่าช้างป่าที่ได้รับบาดเจ็บ ก็ต้องมีความดุร้ายมากกว่าเก่าแล้ว แต่การที่ช้างยอมสงบให้หลวงพ่ออินทร์รักษา นั่นก็พอจะแสดงถึงอำนาจจิตของท่านแล้ว..

 

ผมจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองเริ่มอ้าปากค้างตั้งแต่เมื่อไร แต่ก็คงจะใกล้ๆกับที่ความสนใจในเรื่องของช้างป่าจบลงนั่นแหละ...ดูเหมือนว่าพอพวกเราฟังจบ

ความวุ่นวายสาระวนในการขยับเข้าไปใกล้หลวงปู่จึงเกิดขึ้น อาจเป็นเพราะหลวงปู่เมี้ยนท่านกำลังขยับตัวเพื่อจะหยิบตะบันหมาก

จะว่าไปแล้วเชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนที่เคยได้ยินกิติศัพท์ของหลวงปู่เมี้ยน ย่อมจะจำได้ว่าวัตถุมงคลขมังเวทย์เปี่ยมประสบการณ์ที่ขึ้นชื่อของท่านคือ “ชานหมาก..”

 

เมื่อเอ่ยถึง “ชานหมาก” บางคนอาจไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเราถึงให้ความสนใจกับมันมากนัก ขอเรียนว่าหากมันเป็นชานหมากธรรมดาของตาสีตาสา พวกเราก็คงจะเมินเฉย

แต่ชานหมากที่คายออกจากปากของพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบอย่างหลวงปู่เมี้ยนมันคือ”ของวิเศษขนานดี..”สำหรับพวกเราทีเดียว

เอาเป็นว่าเมื่อยามที่ขุนอิน แห่งโหมโรง ขยับตีระนาด เสียงของระนาดช่างไพเราะจับใจ แต่ในบริบทแบบนี้ความไพเราะที่ว่านั้น ยังสู้เสียงของชานหมากที่หล่นลงกระทบกระโถนไม่ได้เลย...ว่ากันขนาดนั้น 

ชานหมากของหลวงปู่ ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการมากที่สุด ผมเคยเห็นบางคนที่เขาศรัทธาหลวงปู่จริงๆ พอชานหมากของหลวงปู่คายออกจากปาก..

ผู้รับก็ใส่ปากกลืนลงไปเลยต่อหน้าต่อตา เรียกว่าให้ซึมซาบลงไปในเนื้อหนังอยู่กับตัวเองตลอดไป ..ผมเคยถามเหตุผลกับคนเหล่านี้ ฟังแล้วรักหลวงปู่ขึ้นเยอะครับ...

 

“เพราะหลวงปู่เป็นพระที่พูดแต่เรื่องดีๆ ไม่ด่าใคร ไม่นินทาใคร ทุกวันท่านก็จะเสก จะเป่าท่องมนต์ รักษาผู้ที่เข้ามาขอความช่วยเหลือ เคี้ยวไป เสกไป ไม่ขลังตอนนี้แล้วจะให้ขลังตอนไหน....” 

จะว่าไปแล้วตามที่เขาเล่า นั่นคือเรื่องจริงครับ เพราะเท่าที่พวกผมเคยนั่งเสนอหน้านวดขาให้หลวงปู่ ยังไม่เคยเห็นว่าหลวงปู่ท่านจะบ่นว่าเบื่อเลย

กลับจะกุลีกุจอซะทุกครั้งที่มีคนป่วยเดินขึ้นมาบนกุฏิ ไม่ว่าใครจะมาเรียกขอความช่วยเหลือดึกดื่นเพียงใด หลวงปู่ไม่เคยดุด่าว่าเลย กลับถามว่ามาอย่างไรกัน เป็นอะไร บางทีพวกเราก็อดห่วงในสุขภาพและความปลอดภัยของท่านเสียมิได้.... 

มีคำพูดชวนให้คิดว่า “ถ้าคุณเป็นชาวนา คุณจะปลูกข้าวอย่างเดียวไม่ได้ แต่คุณต้องเป็นศัตรูกับวัชพืชด้วย.....” 

 

แน่นอนครับเรื่องจำเป็นสำหรับผู้ที่ศึกษาวิชาไสยศาสตร์ อุปกรณ์สำคัญที่จะขาดเสียมิได้คือ “มีดหมอ” หากวิชาอาคมคือเสื้อผ้า มีดหมอก็คือกางเกงละครับ

ผมเคยได้ยินญาติโยมหลายท่านถามหลวงปู่อยู่บ่อยๆว่า

“หลวงปู่เรียนวิชาจากใคร และมีดที่ใช้อยู่นั้นเอามาจากไหน” 

ซึ่งเมื่อท่านฟังเสร็จมักจะหลับตาแล้วเงียบไปซะเฉยๆ และเป็นการนั่งที่ทำให้ผู้ถามต้องกราบลาท่านกลับเพราะรอคำตอบไม่ไหว...ถึงตอนนี้ผมมีคำตอบให้ครับ...เป็นคำกล่าวที่เล่าขานกันเลยว่า  

“ใครไปวัดโพธิ์ ไม่โดนมีดหมอหลวงพ่อเมี้ยน ก็เท่ากับว่าไม่ถึงวัดโพธิ์....”

“เราเรียนวิชารักษาโรคภัยไข้เจ็บ การใช้มีดหมอจากหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ...

การใช้มีดหมอต้องรู้เคล็ดวิชา คือการกำหนดรู้ว่าสมุฏฐานของโรคอยู่ที่ใด เคล็ดวิชาของหมอโบราณที่ต้องท่องจำให้ขึ้นใจก็คือ....” 

“ทุกข์อยู่ที่หัว  กลัวอยู่ที่ใจ  ไข้อยู่ที่ท้อง...” 

อธิบายความได้ว่า..ตามธรรมดาคนเรานั้นมีเรื่องราวมากมายให้ได้คิด เมื่อคิดมากเข้าก็จะเกิดอาการเครียด ทำให้ปวดหัว อารมณ์หงุดหงิด เป็นบ่อยๆก็จะก้าวเข้าสู่โรคประสาท นี่คือความหมายของ “ทุกข์อยู่ที่หัว...” 

 

คำว่า “กลัวอยู่ที่ใจ” กล่าวกันว่าคนเรานั้น ใจย่อมเป็นใหญ่ ใจเป็นสภาพที่เกิดก่อน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนสำเร็จ เกิดจากใจทั้งสิ้น ว่ากันว่า คนเราจะกลัวหรือจะกล้าก็อยู่ที่ใจทั้งสิ้น..

อุปมาให้ชัดเจนเหมือนนักมวยที่กำลังขึ้นชกบนเวทีล่ะครับ โดนเข้าไปสองสามดอก เกิดอาการถอดใจ โดนหนักๆ เข้าก็นอนซะเลย เรียกไม่ยอมตื่น...

 

และสุดท้าย “ไข้อยู่ที่ท้อง..” ครับจะเห็นว่าโรคส่วนใหญ่ มีสมุฏฐานจากท้องซะเป็นส่วนมาก คิดมาก กรดแก๊สในกระเพาะก็มาก หนักๆเข้าเลยพาลปวดท้อง กลายเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ..

อีกอย่างอวัยวะส่วนใหญ่ก็อยู่บริเวณท้องทั้งนั้น ไล่เรียงดูได้ครับ ตับ ไต ไส้ ฯลฯ ว่ากันว่าคนเราจะอยู่จะตายก็อยู่ตรงส่วนนี้มากกว่าส่วนอื่น.....

 

สำหรับ”มีดหมอเล่มที่หลวงปู่ท่านใช้อยู่นั้น” ท่านได้รับจากโยมคนหนึ่ง ตั้งแต่สมัยหลวงปู่บวชได้สักห้าพรรษาครับ มีดหมอเล่มนี้เป็นสมบัติตกทอดกันมาหลายชั่วคน

เล่าลือกันว่าเป็นมีดที่แรงมาก คนที่ใช้ติดตัวมักจะมีเรื่องมีราว จนคนสุดท้ายที่ครอบครองได้สั่งไว้ก่อนตายให้นำมีดเล่มนี้ไปถวายให้ท่านเมี้ยน วัดโพธิ์...นี่แหละครับคือที่มาที่ไปของมีดหมอเล่มนี้...

ขอพูดถึง”หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค” สักนิดครับ หลวงพ่อปานองค์นี้เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ คุ้นหูคุ้นตากับบรรดาผู้นิยมวัตถุมงคล..

พระที่หลวงพ่อปานทำขึ้นก็คือพระเนื้อดินเผา รูปทรงสี่เหลี่ยม รูปลักษณ์เป็นพระพุทธปางประทับบนสัตว์ประเภทต่างๆ เช่น ไก่ นก ปลา ฯลฯ เชื่อกันว่าหลวงพ่อปานท่านเป็นพระเถระที่ยิ่งด้วยบารมีเพราะท่านได้ตำราเทวดามาจากสวรรคโลก

 

นอกจากนี้หลวงพ่อปาน ท่านยังได้ชื่อว่าเป็นพระหมอรักษาโลกและถอดถอนคุณไสยที่เก่งมากๆเลยครับ สำหรับวิชาที่สร้างชื่อเสียงให้หลวงพ่อปานอีกอย่างหนึ่งคือ “วิชายันต์เกราะเพชร” 

ถึงตรงนี้คงขอล่ะเรื่องวิชายันต์เกราะเพชรไว้ก่อน เพราะผมเองยังไม่มีความรู้พอที่จะอธิบายได้ชัดแจ้ง เนื่องจากวิชานี้มีกระบวนการและขั้นตอนมากมายเหลือเกิน แต่ที่สำคัญคือ  

“การทำวิชานี้ให้สำเร็จต้องใช้จิตของผู้ทำเป็นสิ่งสำคัญ...”  

หากวัดเอาจากวิชาอาคมที่หลวงปู่เมี้ยนได้ร่ำเรียนมา การผ่านครูบาอาจารย์ที่มีวิชาแกร่งกล้าก็น่าจะทำให้หลวงปู่หยุดที่จะเรียนรู้ได้แล้ว แต่ถ้าทำอย่างนั้นมันก็คงจะทำให้สมภารหนุ่มแห่งวัดโพธิ์กบเจา ดูจะหยาบเกินไป.. 

“มวยหลักคือมวยที่มีฝีมือ แต่ก็ใช่ว่ามวยรองจะไร้ความสามารถซะทีเดียว..”

 

หลวงพ่อขัน แห่งวัดนกกระจาบ ชื่อนี้คงคุ้นหูบรรดานักไสยศาสตร์อีกแน่นอน..มีคำบอกเล่าของชาวบ้านย่านบางบาลว่า

หลวงพ่อขันรูปนี้มีอาคมแก่กล้านัก เสกใบไม้ให้เป็นต่อเป็นแตน เสกกระต่ายจากหัวปลี สำคัญคือมีวิชาสักยันต์คงกระพันชาตรีชื่อว่า “สักบุตรลม..” 

ตำราไสยศาสตร์บันทึกไว้ว่า วิชาสักบุตรลม เป็นการสักยันต์ที่ละสองคน สักแล้วให้สาบานกันว่า จะไม่ฆ่ากันเอง ใครผิดสัจจะให้ถึงแก่ความฉิบหาย ...

เล่าลือกันทั่วคุ้งลำน้ำน้อยว่า...คำสาบานนี้รุนแรงยิ่งนัก เพราะเคยมีคนที่ได้รับการสักจากหลวงพ่อขันไปแล้วคิดร้ายต่อกัน ผลก็คือผู้นั้นมีอันเป็นไปทันที.. 

นอกจากหลวงปู่เมี้ยนจะได้รับการถ่ายทอดวิชาการสักยันต์จากหลวงพ่อขันแล้ว การทำเชือกสนตะพายควายธรรมดา ให้มีอานุภาพสูง คงกระพันเป็นยอด ขนาดลงน้ำปลิงไม่เกาะ หลวงปู่ก็ได้รับถ่ายทอดมาจนหมดสิ้น..

 

แต่วิชาสำคัญที่ผมจะพ่นถึงตอนนี้คือ “การทำน้ำมนต์” หลวงปู่เล่าให้พวกเราฟังว่าหลวงพ่อขันได้เสกน้ำมนต์ให้หมุนอยู่ในบาตรได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ ก่อนที่ท่านจะสอนวิชาการทำน้ำมนต์ดังกล่าวให้หลวงปู่เมี้ยนจนหมดสิ้น รวมไปถึงการทำ”น้ำมนต์สารพัดนึก” อีกด้วย ... 

ครั้งหนึ่งผมเคยกราบนมัสการ”พระมหาฉลอง วัดสุทัศน์ฯ กทม.” ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ ท่านเมตตาเล่าให้ผมฟังว่า สมัยตอนที่ท่านยังเป็นพระน้อยอยู่ที่อยุธยา เคยได้ไปนอนอยู่ในห้องเดียวกับหลวงปู่เมี้ยน

กิจวัตรประจำวันของหลวงปู่เมี้ยนคือตื่นแต่เช้า สวดมนต์เสร็จแล้ว ท่านจะมานั่งทำน้ำมนต์ให้กับญาติโยม...

เวลาทีทำใบหน้าของหลวงปู่จะแดงกล้ำ จนได้ยินเสียง เจี๊ยบ ๆ นั่นแหละท่านจึงหยุดเสก ครั้นพอพระมหาฉลอง เข้าไปสอบถาม หลวงปู่ตอบติดตลกว่า “เลี้ยงลูกเจี๊ยบไว้ในโอ่งน้ำมนต์...”

 

สิ่งที่หลวงพ่อขัน มอบให้กับหลวงปู่เมี้ยนอีกอย่างก็คือ “ไม้ครู..” ซึ่งเป็นไม้ไผ่ตันลงอักขระจารด้วยมือเต็มไปหมด ซึ่งหลวงปู่ท่านมักจะใช้ไม้ครูอันนี้ควบคู่ไปกับการใช้มีดหมอ.. 

เวลาท่านไล่ผีหรือรักษาคนเจ็บ หากรายใดทนไม่ไหวคิดจะหนี หลวงปู่มักจะใช้ไม้ครูดังกล่าวดึงเข้ามาอีก เช่นเดียวกันครับที่หลวงปู่ชอบสัพยอกกับบรรดาญาติโยมที่มากับคนไข้ว่า...

”นี่แหละมือวิเศษ เพราะมันสั้นได้ ยาวได้..”

 

มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มากพอที่จะบอกให้พวกเราทราบได้ว่า

“มนุษย์ใม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่นิยมความรุนแรง...” 

แต่ถ้ากับสิ่งไม่มีชีวิตที่เราเรียกว่า “ผี” หากบังเอิญมีใครโชคดีได้เจอเข้า เพื่อนๆคิดที่จะปฏิบัติตัวหรือปฏิบัติต่อ “เพื่อนรักต่างมิติ” กลุ่มนี้อย่างไรครับ ถ้าคิดอะไรไม่ออกนอกจากความกลัว..ลองฟังความคิดของหลวงปู่เมี้ยนกันครับ... 

หลวงปู่มีหลักปฏิบัติอยู่อย่างหนึ่ง...

ไม่ว่าจะเป็นคนหรือวิญญาณร้ายใดๆก็ตาม ท่านจะใช้วิธีการเอาความอ่อนโยนเข้าหา ไม่นิยมความแข็ง หรือการเผชิญหน้า ให้คุณธรรมความดีลบล้างความอำมหิต เลวร้ายทั้งปวง...

 

“การอ่อนเข้าหาเขา อย่างน้อยก็ลดความรุนแรงของเขาลงได้ครึ่งหนึ่งแล้ว แทนที่เขาจะเพิ่มความรุนแรงใส่ เราก็หยุดความรุนแรงนั้นซะ ด้วยวิธีพยายามพูดปรับความเข้าใจซึ่งกันและกัน...” 

ต่อคำพูดสอนของหลวงปู่ ท่านได้เมตตายกตัวอย่าง “คนโกรธสองคนที่ประจันหน้ากัน..” ท่านว่า

 

“...คนหนึ่งระบายอารมณ์ร้อนด้วยคำพูดรุนแรง อารมณ์ฉุนเฉียว ขณะที่อีกคนพยายามหักห้ามใจ ไม่ตอบโต้ด้วยคำพูดหรือการกระทำที่รุนแรง ประเภทมึงด่าไปกูตอกกลับมา...

เมื่อต่างคนต่างแรง เหมือนกาน้ำที่อยู่บนเตาไฟ ยิ่งโหมไฟเข้าไป น้ำที่เดือดอยู่แล้วจะเดือดยิ่งขึ้น อาจอัดดันให้ระเบิดได้เมื่อควันหรือไอน้ำระบายออกมาไม่ทัน..

แต่ถ้าเห็นว่าน้ำเดือด เราลดไฟลงให้อ่อนหรือดับไฟในเตาเสียเลย ความร้อนของน้ำในกาก็จะค่อยๆลดลง ที่เดือดก็จะหายเดือด ทีสุดแล้วก็จะเย็นเมื่อความร้อนระเหยไปหมดแล้ว..” 

จะว่าไปแล้วเรื่องที่ใครๆคิดว่าจะร้ายก็กลายเป็นดีได้ หลวงปู่เมี้ยนท่านมักจะเลือกใช้วิธีนี้กับทุกคน และทุกปัญหาที่ท่านต้องเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย..

แม้แต่กับบรรดาวิญญาณภูตผีปีศาจ ถึงท่านจะมีวิชาอาคมและพลังจิตที่เหนือกว่าสามารถหักล้างลงไปได้ หลวงปู่ท่านกลับเลือกใช้ “ไม้อ่อน” เข้าหา...

 

“ความนอบน้อม ไม่ถือตัวถือตน มีเมตตากรุณาต่อคนทุกชั้น ทุกระดับเป็นแนวทางแก้ปัญหาต่างๆอย่างดี ไม่ว่าจะร้ายแรงหนักหนาแค่ไหน

เข้ามาเจอความนอบน้อม เจอความดี เจอความเมตตา ความร้ายแรงนั้นก็ต้องพ่ายไป...

ข้อสำคัญคือ เราจะต้องมีความจริงใจ ไม่ใช่เสแสร้งทำให้เขาสามารถดูถูกเหยียดหยามตามหลัง...” 

เรื่องของความเชื่อ บางทีไม่ต้องมีเหตุผล เพราะบางทีเราก็อธิบายไม่ได้แต่คิดว่ามันมีจริง.. 

ยังคงมีบ้างเรื่องที่เป็นปริศนาคาใจ โดยเฉพาะเรื่องของ “วิญญาณ ภูตผีปีศาจ..”  

มีเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งได้เดินทางไปเที่ยวในโบราณสถาน เธอคนนี้ได้เดินหายไปจากกลุ่มเพื่อนๆ หลังจากที่ได้เดินตามหาอยู่พักใหญ่ ก็พบว่าผู้หญิงคนนี้นั่งซึมอยู่ตรงโคนซากเจดีย์หัก

แต่แปลกที่กิริยาท่าทางผิดไปจากเดิม สรุปรวบรัดเรื่องได้ว่าทุกคนลงความเห็นว่าเธอถูกวิญญาณร้ายเข้าสิงเพื่อเอาชีวิต เนื่องจากได้ไปลบหลู่ดูหมิ่นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์..

  

หลังจากที่ได้เสาะหาพระอาจารย์หรือหมอผีหลายท่านที่มีชื่อเสียง แต่ก็ไม่สามารถแก้ได้ กระทั่งมีญาติคนหนึ่งแนะนำให้ไปหาหลวงปู่เมี้ยน วัดโพธิ์กบเจา...หลวงปู่ได้ตรวจสอบแล้วจึงรับอนุเคราะห์เป็นภาระให้ด้วยความเมตตา.. 

หลวงปู่ได้ใช้วิธีนิ่มนวลชี้ให้วิญญาณอาฆาต ได้เห็นถึงบาปบุญคุณโทษ หากวิญญาณอาฆาตทำให้ผู้หญิงคนนี้ตายไป ก็ไม่ใช่ว่าวิญญาณนั้นจะได้ไปผุดไปเกิดในทันที ซ้ำยังต้องรับโทษทัณฑ์ทุกข์ทรมานสืบต่อไปอีก ดังนั้นการอโหสิกรรมต่อกันจะเป็นทางที่ดีที่สุด.. 

หลังจาก”วิญญาณ ภูตผี ปีศาจ” ที่ใครๆ คิดว่าไม่มีในโลก (แต่ ณ ขณะนั้นกลับมีอยู่ที่วัดโพธิ์กบเจา) ได้รับฟังคำสอนของหลวงปู่ที่ชี้แจงให้เห็นถึงบาปบุญคุณโทษนานพอสมควร จึงยอมออกจากร่างหญิงคนนั้นไป...

 

“คนเราเมื่อตายไปแล้ว ก็มีแต่กรรมดี กรรมชั่ว ที่ตนเองกระทำนั่นแหละ ที่จะติดตัวเราไป กรรมเป็นกำเนิด กรรมเป็นเผ่าพันธุ์ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมของตัวเอง...” 

พวกผมเคยนั่งล้อมวงถามหลวงปู่ว่า ผี มีหน้าตาอย่างไร น่ากลัวไหม แทนคำตอบท่านกลับนั่งนิ่งๆ ตามแบบของท่าน ครั้นพอหนักๆเข้า ชะรอยท่านคงจะรำคาญเลยถามพวกเรากลับว่า

“พวกเอ็งกลัวผีไหม” แน่นอนคำตอบของทุกคนคือ “กลัว” 

ทั้งๆที่ยังไม่เคยเห็นเลยว่าผีหน้าตาเป็นอย่างไร คำตอบของหลวงปู่ที่สวนออกมาทันที ทำให้พวกเราต้องรูดซิปปากทันทีคือ...

 

“ให้ไปคิดดูใหม่ ค่อยๆ คิดก็ได้ พวกเอ็งกลัวผี หรือ กลัวตาย..”

ถอนหายใจยาวๆ แล้วนั่งคิดครับ..

จำได้ว่าในวันนั้นพวกเราคำตอบแบ่งออกเป็นสองอย่าง แต่ก็ยังไม่มีการให้ธงคำตอบมาจากหลวงปู่ เพื่อแต่ท่านได้ให้ชิ้นส่วนจิ๊กซอร์ของความคิดไว้ชิ้นหนึ่งว่า “กลัวอยู่ที่ใจ..” เพื่อนๆ ละครับเคยลองคิดไหมครับว่า “เรากลัวอะไร กลัวผี หรือ กลัวตาย...”

 

สำหรับตัวผม ตอบใจตัวเองครับว่า เรื่องของความกลัวนี่เป็นอันตรายของจิตใจเสียจริงๆ ไม่ว่าจะกลัวอะไร สำหรับบางคนแล้วมีอาการกลัวผีเอามากๆ

ขนาดว่าเห็นอะไรวับๆแวมๆ หัวใจหยุดเดินเอาดื้อๆ ผมเชื่อว่ามีหลายคนอาจจะบอกว่าไปกลัวผีแต่ถ้าไม่หลอกตัวเองนัก คาดว่าภายในใจลึกๆ ก็ยังคงหวาดกลัวอยู่ดี จะว่าไปแล้วได้มีนักจิตวิทยาบางท่านเคยกล่าวไว้ว่า.. 

“ความคิดในเรื่องของความกลัว มันฝังอยู่ในสัญชาตญาณกลัวตายของคน..”

ผมเลยได้ข้อสรุปกับหัวใจว่า..

“ตราบใดที่เรากลัวผี ตราบนั้นเราก็ยังกลัวตาย และตราบใดที่เรากลัวตาย ตราบนั้นเราก็ยังคงกลัวผีอยู่นั้นเอง”  

เหมือนกับภาษากฏหมายละครับ

“อุบัติเหตุ กับ เหตุสุดวิสัย..” 

สองคำนี้ต่างกันอย่างไร ชาวบ้านรากหญ้าคงสั่นศรีษะพร้อมกับบอกว่า “แฟ๊ป กับ ผงซักฟอก” คือคำตอบสุดท้าย..

 

จริงๆแล้วเรื่องราวของหลวงปู่เมี้ยน พุทธสิริ ยังคงมีอีกมากมาย เช่นเรื่องของการออกแสวงหาครูบาอาจารย์ เช่นหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก หลวงพ่อห่วง วัดบางยี่โท ฯลฯ

ร่วมไปถึง ประสบการณ์ในวัตถุมงคลที่หลวงปู่ได้ปลุกเสก เคล็ดลับบูชาตะกรุด การรักษาคนไข้ การต่อกระดูก หรือคำสั่งสอนต่างๆ

ซึ่งผมคงจะนำมาพ่นในที่นี้ไม่ไหว ขอยกยอดสุทธิไปลงในงบบัญชีหน้าใหม่ละกันครับ ..

เพียงแต่ว่า”บันทึกน้อย”ของผมตอนนี้ เขียนขึ้นเนื่องจากใกล้วันสำคัญ วันหนึ่งของหลวงปู่เมี้ยน คือ ๑๙ ตุลาคม ของทุกปี

 

หลวงปู่เมี้ยน พุทธสิริ ท่านได้มรณภาพด้วยอาการสงบ ในเวลา ๑๖.๐๐ น.ของวันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๑ สิริอายุได้ ๘๑ ปี

ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของบรรดาลูกศิษย์ที่เฝ้าดูอาการ

“ร่มโพธิ์” ของวัดโพธิ์กบเจาแห่งนี้ล้มลงแล้ว สิ้นสุดหลวงปู่เมี้ยน ผู้โด่งดังจากวิชา ๕ ม. คือ

“น้ำมัน น้ำมนต์ ชานหมาก มีดหมอ และไม้ครู....”

 

ผมและเพื่อนๆได้เข้าไปกราบหลวงปู่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจะนำน้ำอาบศพมาถึงวัด..

ในวันงานมีเหล่าลูกศิษย์ทยอยมากราบไหว้ท่านตลอดทั้งวันทั้งคืน บ้างเดินทางมาจากเหนือสุด บ้างเดินทางมาจากใต้สุดเพื่อมาสักการะท่าน.. 

โดยเฉพาะผู้ที่เคยได้รับการช่วยเหลือจากหลวงปู่ทั้งการรักษาโรคและไล่ผี หรือรอดชีวิตจากวัตถุมงคลของท่าน บางคนกราบไหว้ศพท่านทั้งน้ำตา..

.....ผมเห็นบางคนก้มลงกราบที่เท้าท่าน..แล้วเอามือที่แตะเท้านั้นขึ้นลูบศีรษะของตนเอง...

เพียงเพื่อหวังให้บารมีของท่านคุ้มครองเหมือนสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่....

 

ว่ากันว่า “มนุษย์จะเลือกอะไรก็เป็นเรื่องของมนุษย์ แต่มนุษย์ไม่ควรเลือกโดยเข้าใจไปว่า นี่คือความจริง..

เพราะความจริงที่มนุษย์คิดอันนี้ มันจะทำให้มนุษย์ตาบอดกับอีกหลายสิ่ง หลายอย่างที่อยู่รอบๆตัว..”

จะว่าไปแล้วทั้งหมดนี้คือแรงศรัทธาของผู้คนที่มีต่อ “หลวงปู่เมี้ยน พุทธสิริ” แห่งวัดโพธิ์กบเจา พระเกจิอาจารย์ที่มีวิชาแก่กล้า..

...หลวงปู่ผู้ไม่มีวันตายไปจากใจของเหล่าศิษย์ตราบนานเท่านาน.....สวัสดีครับ

ขอกราบขอบพระคุณ พระมหาฉลอง สุภาจาโร วัดสุทัศน์ (ผมไม่ได้เข้าไปนมัสการท่านนานแล้ว)หวังว่าท่านคงจะสบายดี..

คุณพรชนก สุขพงษ์ไทย สำหรับข้อมูล เพื่อนต่อกับคำแนะนำที่ดีและมีประโยชน์ คุณสมบูรณ์ ร้านนายฮ้อ สระบุรี ที่ให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอ..ครับ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 51 (0)
นู๋เอสซี่ วันที่ : 20/10/2008 เวลา : 19.15 น.

น้องเอสซี่ ได้มีโอกาศ ไปร่วมทำบุญวันมรณภาพ ของหลวงพ่อมา คับ ลูกศิษย์ ของหลวงพ่อที่นับถือก้อยังมากันปกติอ่ะคับ ไม่เยอะมาก แต่ก้อดีคับที่ได้มาระลึกถึงหลวงพ่อ แต่สำหรับน้องเอสซี่ แล้ว หลวงพ่อก้อยังอยู่ในความทรงจำ และยังคิดถึงหลวงพ่อเสมอ อ่ะคับ

ความคิดเห็นที่ 50 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 03/10/2008 เวลา : 17.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

สวัสดีครับ...

ขอบพระคุณทุกท่านนะครับ ที่เข้ามาเยี่ยมเยียน
ช่วงนี้ภารกิจเยอะครับ แต่ตอนนี้ผมอัพเรื่องใหม่แล้ว...เชิญไปวิ่งเล่นกันได้แล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 49 (0)
ting วันที่ : 02/10/2008 เวลา : 16.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม


ตามแคทมาเยี่ยมน้องชายคะ
สบายดีมีสุขนะคะ

ความคิดเห็นที่ 48 (0)
ting วันที่ : 02/10/2008 เวลา : 16.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม


ความคิดเห็นที่ 47 (0)
Cat@ วันที่ : 01/10/2008 เวลา : 22.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha



ความคิดเห็นที่ 46 (0)
Cat@ วันที่ : 01/10/2008 เวลา : 01.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


แวะมาหา ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
..ขิงชมพู.. วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 11.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khingchomphuu

ศิษย์น้อง กินเจ ป่าวคะ...

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
musachiza วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 23.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

แวะมาขอบคุณกับคำถามชวนสนุก
อันแสนจะรัดกุมของศิษย์น้อง
ชอบมากเลย

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
musachiza วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 23.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

แวะมาขอบคุณกับคำถามชวนสนุก
อันแสนจะรัดกุมของศิษย์น้อง
ชอบมากเลย

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
cozy วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 17.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

“ให้ไปคิดดูใหม่ ค่อยๆ คิดก็ได้ พวกเอ็งกลัวผี หรือ กลัวตาย..”

แต่ไอ้พวกรัฐบาลมันคงกลัวไม่ได้กินเงินหลวงล่ะนะสหาย

กึ๊ดเติงหาเช่นกันสหาย

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
เพชรชมพู วันที่ : 28/09/2008 เวลา : 20.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinkdiamond
                      

เฮียอ่ะ ตอบช้า ... ไม่ทันแระเฮียขรา

ตอนเนี้ยะ ... นู๋มะเหลือใครซักกะคนแร่ว
หัวเดียวกระเทียมเน่า โสดสนิทศิษย์เฮียกวง ๆๆๆ
เลยมะรู้จะเอาไม้บรรทัดไปวัดอะไรน่ะเฮีย
คงต้องไป " วัด "แทน หันหน้าเข้าธรรมมะ ดูพระดูเณรดีก่า
แฮ่ะๆ มะช่ายยยย
ไปศึกษาธรรมะน่ะเฮีย เอาพระธรรมเข้าลูบ ใจจะได้ม่ายฟุ้งซ่านนน


แล้วมาตรฐานของเฮียละคะ วัดไปถึงไหนแระ เอิ้กๆๆๆ



.

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
Cat@ วันที่ : 28/09/2008 เวลา : 19.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


ดอกไม้จากสวน เก็บบูชาพระมาฝาก ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
วิตามินบี วันที่ : 28/09/2008 เวลา : 17.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


..”ให้หมั่นสำรวจจิตไว้ให้ดี” เพราะธรรมชาติของจิต มักจะนำความเดือนร้อนมาให้และในขณะเดียวกันก็นำความสุขมาให้เช่นกัน

กราบนมัสการค่ะ

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 27/09/2008 เวลา : 02.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่น่ารัก....
ทักทายกันล่าไปซักนิด ช่วงนี้ทั้งงาน ทั้งสอบ(ซ่อม)เยอะแยะ...

๑.พี่จิ้งจก – สวัสดีและขอบคุณครับกับการมาเยือน...ช่วงนี้เพื่อนต่างเวปเข้ามาชวนบ่อย เดี๋ยวรอรูปประกอบอีกนิดครับ จะเขียนเรื่องใหม่....

๒.เด็กผีโคซี่ – บางทีเรื่องของการเมืองไม่ต้องใช้โหราศาสตร์ ก็สามารถทำนายได้ด้วย
ประสบการณ์ครับ เชื่อตามสหายครับ “เละ”..ชัวร์.....
กึ๊ดเติงหาขนาด สหายสบายดีนะฮะ

๓.เด็กชายเพชร – ขอบคุณครับกับคำถามโคตรหิน....
เรื่องแบบนี้น้องเพชรอาจต้องให้เวลากับชีวิตอีกสักหน่อยกระมังครับ ที่จะทำความเข้าใจกับเรื่องของการที่จะเลือกหรือไม่เลือก
ซึ่งผมคงจะไม่พูดในประเด็นนี้ แต่เราจะมาพูดกันถึงว่า “อะไรดี อะไรไม่ดี” ครับ
คุณค่าและมาตรฐานวัดกันได้ ผมเชื่อว่าน้องเพชรก็คงคิดเช่นนั้น เพียงแต่ติดอยู่นิดตรงที่ว่า
ใครวัด วัดด้วยไม้บรรทัดอะไร ไม้บรรทัดของผมหรือไม้บรรทัดของน้องเพชร ซึ่งไม่แปลกหากการวัดของผมจะบอกว่าคนที่หนึ่งดีกว่าคนที่สอง แต่ของน้องเพชรจะบอกว่าคนที่สองดีกว่าคนที่หนึ่ง ก็ไม่แปลกอะไรเพียงแต่อาจจะต้องฟังเหตุผลกันว่า ทำไมถึงคิดเช่นนั้น..
อยากให้น้องเพชรเอาไม้บรรทัดวัดดูครับ ว่าคนไหนมีคุณค่าและมาตรฐานตามสเปคของน้องเพชร.....เพราะตัวเราคือผู้ที่วัดทั้งสองคน สำคัญคือว่าเลือกให้เหมาะว่าจะวัดกันตอนไหน...สำคัญอีกอย่างคือที่ผมพูดมาทั้งหมด เป็นการพูดให้ “ฟัง” ไม่ได้พูดให้ “เชื่อ”...ลองดูน้องสาวเฮียเอาใจช่วย...

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
จิ้งจก วันที่ : 26/09/2008 เวลา : 18.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ryuki2007

ท่านศิษย์กวง งานเข้า ไปตอบความคิดเห็นที่ 35 ด่วน

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
cozy วันที่ : 26/09/2008 เวลา : 10.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

“...คนหนึ่งระบายอารมณ์ร้อนด้วยคำพูดรุนแรง อารมณ์ฉุนเฉียว ขณะที่อีกคนพยายามหักห้ามใจ ไม่ตอบโต้ด้วยคำพูดหรือการกระทำที่รุนแรง ประเภทมึงด่าไปกูตอกกลับมา...

รอดูในสภาประเทศไทยเราอีกไม่กี่วันนี้ละกันเพื่อน

เละแน่ๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
เพชรชมพู วันที่ : 26/09/2008 เวลา : 01.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinkdiamond
                      

เฮียคะ

ถ้าแฟนเก่ามาขอคืนดี
แล้วเราก็หวั่นไหวเอามากๆ...แต่ก็ยังไม่คืนดีด้วย

แต่ขณะเดียวกัน เพื่อนที่ดีกับเรา ก็ทำใจกะการกลับมาของแฟนเก่ามะได้
ขอลาจากไป

เฮียว่า ... ควรจะทำไงดีคะ
เฮียน่าจะมีประสบการณ์ตรง ชั่วโมงบินสูง พอจะให้คำแนะนำได้




ความคิดเห็นที่ 34 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 24/09/2008 เวลา : 22.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi


หวัดดียามค่ำๆ ครับ….

๑.พี่จิ้งจก – สวัสดีและขอบพระคุณครับ สำหรับคำชื่นชมและความช่วยเหลือต่างๆ
หวังว่าพี่จิ้งจก คงจะสนุกและมีความสุขกับการท่องเที่ยวในโลกวิทยาศาสตร์ตามแบบฉบับไสยศาสตร์นะครับ
ยังไงบ้านตัวเองก็ปัดฝุ่นบ้างก็ได้นะครับ..


๒.พี่ซัน – สวัสดีและขอบพระคุณครับ รักษาสุขภาพบ้างนะครับพี่ชาย ว่างๆก็ค่อยเข้ามาอ่านก็ได้ครับ
เรื่องราวต่างๆ ที่ผมเขียนยังรอพี่ซันมาค้นหาความหมายอยู่นะครับ


๓.คุณแคท – สวัสดีและขอบคุณครับ อย่าซึมไปเลยครับ ไสยศาสตร์ค่อนข้างเป็นเรื่องเหนือจริง
ดังนั้นการที่คุณแคทเขียนแล้วมันจะหายไป ถือเป็นเรื่องปกติครับ หากธรรมดาๆ มันก็คงไม่ใช่ไสยศาสตร์
ของอย่างนี้มันต้องวับๆแวมๆ ชวนติดตามครับ...


๔.พี่สาวใจดี – สวัสดีและขอบพระคุณครับ “สาธุ” คือคำมงคลและถือว่าเป็นเรื่องที่ดีครับ
ขอให้พี่สาวมีความสุขเช่นกันครับ รักษาสุขภาพนะครับ


๕.พี่ก้อนหินยิ้ม – สวัสดีและขอบคุณครับกับการมาปรากฏกายของผู้ศรัทธาในธรรม ยินดีให้ความร่วมมือ
กับพี่สาวทุกเรื่องครับ อีกอย่างแอบอิจฉานิดๆ กับคนที่มีวาสนาได้สบตาอ่ะครับ


๖.พี่ขิงดอง – สวัสดีและขอบคุณครับ ผมประชาสัมพันธ์ให้พี่ขิงดองบ้าง เพื่อนๆ ท่านใดอยากมีสุขภาพสมบูรณ์
แข็งแรง ก็ขอเชิญเยี่ยมบ้านพี่ขิงชมพูได้เลยครับ อ้อมีเพลงเพราะๆให้ฟังด้วยนะครับ...


๗.เด็กผีโคซี่ – ฮั่นแน่...เล่นของ ถือเคล็ดซะด้วย....สำหรับเรื่องใหม่ของสหายผมไปวิ่งเล่นมาแล้ว
เปรียบเทียบได้ถึงกิ๋นดีฮะ....กึ๊ดเติงหาแล้วจะไปเยือนอีกครับ.....


๘.เด็กอนุบาลห้องหนึ่งทับสอง – ยินดีต้อนรับเด็กน้อยที่ “ลึกลับ” และเต็มไปด้วย “อิทธิฤทธิ์”
มาเยือนแต่ละที่ ชอบนำเอาคำคมชวนฉงนมาซะเรื่อย ...แต่ชอบครับ ว่างๆก็เข้ามาแสดงฤทธิ์อีกนะครับ


๙.พี่บางอ้อ – สวัสดีและขอบคุณครับ เออ..มีพระเยอะแต่มันไม่เกี่ยวกับเรื่องว่าจะไม่กลัวผีนะครับ
อีกอย่างหากว่าพี่บางอ้อกลัวผี ก็เข้ามาหลบที่บ้านหลังนี้ได้ฮะ..เพราะคนแถวนี้ก็กลัวเหมือนกันฮะ....


ขอบพระคุณทุกท่านครับที่เข้ามาเยี่ยมเยียน
สุขภาพแข็งแรงทุกท่านเทอญ....

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 24/09/2008 เวลา : 22.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi


นมัสการครับ....

ขอบพระคุณครับที่พระคุณเจ้าเมตตาเข้ามาเยี่ยมเยือน....


ความคิดเห็นที่ 32 (0)
บางอ้อ วันที่ : 24/09/2008 เวลา : 19.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/acharawadee

อ่านเรื่องผีของคุณเรือรบแล้วต้องไปแวะบ้านน้อง พระเยอะดี แฮ่

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
wadwangnoy วันที่ : 24/09/2008 เวลา : 16.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wadwangnoy

เจริญพร

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 24/09/2008 เวลา : 02.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

ชานหมากจากอาจารย์
คือตำนานอันยิ่งใหญ่
คุ้มครอง...แคล้วคลาด
และปลอดภัย สมใจเอย

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
cozy วันที่ : 24/09/2008 เวลา : 00.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

ป๊ะ สหาย

ผมจะได้ไม่เดียวดาย 5 5 5

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
wadwangnoy วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 21.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wadwangnoy

เจริญพร

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
..ขิงชมพู.. วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 17.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khingchomphuu

“คนเราเมื่อตายไปแล้ว ก็มีแต่กรรมดี กรรมชั่ว ที่ตนเองกระทำนั่นแหละ ที่จะติดตัวเราไป กรรมเป็นกำเนิด กรรมเป็นเผ่าพันธุ์ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมของตัวเอง...”

สาธุ ท่านสอนได้ดีมากๆ..

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
cozy วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 08.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

ฟังธรรมยามเช้าเอาเคล็ด

กู๊ดมอร์นิ่งสหาย...

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
เด็กอนุบาลห้องหนึ่งทับสอง วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 00.50 น.
ผู้ทรงอิทธิพล หรือจะสู้ ผู้ทรงอิทธิฤทธิ์

The man without fear is the man without hope.

จำมาจากหนังฮะ ถ้าจำชื่อไม่ผิด น่าจะชื่อ Dare Devil (ถ้าจำผิด หรือพิมพ์ผิดก็โปรดอภัย)
ว่ากันว่า คนในโลกนี้ที่ไม่กลัวตายมีอยู่จำพวกเดียวเท่านั้น คือพระอรหันตเจ้าทั้งหลาย นอกเหนือจากนั้น ก็กลัวกันทั้งนั้นล่ะฮะ

ถ้ามีใครถามว่า กลัวผีไหม กลัวตายไหม

ยกมือสองข้างเลยฮะ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
Cat@ วันที่ : 22/09/2008 เวลา : 18.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ซึมเลยแฮ่ะ
เขียนไว้ตั่งแยะ คลิกหายไป ขลังจริงๆ กระทู้นี้ อิๆ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
จิ้งจก วันที่ : 22/09/2008 เวลา : 14.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ryuki2007

อิอิอิ กลับมาแล้วจ้าหลังจากที่ไปตามผมกลับมาบ้านนี้
-------------------------
ท่านศิษย์กวงยังคงคุณภาพดุจเดิมไม่เปลี่ยนแปลง สุดยอดครับ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 22/09/2008 เวลา : 11.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

ขอบคุณศิษย์กวง ค่ะ
และเลยไปขอบคุณน้องเบญจพร ด้วยเลยนะคะ ที่แวะไปเยี่ยม

ก้อนหิน..ถ่ายรูปท่านพระอาจารย์ชัยยัสสุ..ไว้ค่ะ
รูปท่านอยู่ในใจของก้อนหิน..แล้ว..อะอะโปรดอย่าอิจฉา..จ๊า

อยากมีรูปท่าน...พวกเราต้องไปช่วยงานท่านค่ะ
ไปมั๊ย? ก้อนหินจะพาไปเอง....คงเป็นงานใหญ่อีกครั้งที่ต้องรวมพลเพื่อนฝูงช่วยๆ กันทำ..ลำพังแค่คนไม่กี่คนทำไม่สำเร็จหรอกค่ะ

คิดถึงนะคะ
ก้อนหิน

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ting วันที่ : 22/09/2008 เวลา : 04.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

หวัดดีคะน้อง สาธุด้วยนะคะ
แวะมาเยี่ยม เอนทรี่ของพี่ แกงรวมนะคะ อิอิ
ขอบคุณที่คิดถึงคนแก่
ขอให้มีความสุข สุขใจ ทั้งคู่นะคะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 22/09/2008 เวลา : 00.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

สวัสดีครับ
แวะมาทักทาย แล้วจะกลับมาอ่านย้อนหลังประมาณ 4 เรื่องที่พลาดการติดตาม

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 10.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi


หวัดดีตอนเช้าครับ....
ช่วงนี้ภารกิจเยอะ หลังจากได้รับเลือกเป็นนายกฯ....

๑.ศิษย์น้องนิ้งโหน่ง – ดีใจครับที่บันทึกน้อยตอนนี้ กระแทกใจศิษย์น้อง ว่างๆ แวะมาใหม่นะฮะ...
“มนุษย์จะเลือกอะไรก็เป็นเรื่องของมนุษย์ แต่มนุษย์ไม่ควรเลือกโดยเข้าใจไปว่า นี่คือความจริง..
เพราะความจริงที่มนุษย์คิดอันนี้ มันจะทำให้มนุษย์ตาบอดกับอีกหลายสิ่ง หลายอย่างที่อยู่รอบๆตัว..”


๒.เด็กผีโคซี่ – ตั้งแต่ได้รับเลือกเป็นนายกฯ ภารกิจเยอะครับ ทั้งเรื่องงาน สอบ(ซ่อม)
แสดงคอนเสิร์ต เตะฟุตบอล ขยับเขียนซะทีเลยวางบอลยาวเลยฮะ..เห็นด้วยกับความคิดเห็นของสหายฮะ
คนเราทุกวันนี้ห่างวัดออกไปเยอะ..จริงๆแล้ว วัดไม่ได้ไปไหนยังคงตั้งอยู่ที่เก่า เพียงแต่เราเท่านั้นเดินเลี่ยงเอง
.สหายว่าอย่างนั้นรึเป่า....กึ๊ดเติงหาสหายฮะ......


๓.คุณไม่มีก็ได้ – สวัสดีและขอบคุณครับ ดีใจครับที่บันทึกน้อยของผมตอนนี้
ทำให้คุณรู้สึกสมหวัง..ว่างๆแวะมาใหม่นะครับ


๔.คุณแคท – สวัสดีและขอบพระคุณครับ สำหรับโหวต จะสะสมไว้ให้ดีเผื่อจะมีโอกาส
ใช้เลือกคนดีเข้าสภาครับ...เพื่อนๆ ท่านใดอยากเห็นสนามกีฬามาตรฐาน ด้วยมาตรฐานของการถ่ายรูปฝีมือระดับ “อ๋อง” เชิญได้ตามลายแทงมุ่งสู่บ้านคุณแคทได้เลยครับ


๕.คุณเบญจพร – สวัสดีและขอบคุณครับ ...หากมีโอกาสผมไปแน่นอนครับ
อย่างน้อยการได้กลับไปยืนที่เก่า ช่วยให้เรามีความสุขครับ


๖.คุณดินเดินทาง – สวัสดีและขอบคุณครับ ...”ใจเป็นใหญ่ แต่ใจนั้นต้องมีสติ”
เช่นเดียวกันครับ “ใจลำบาก ต้องลำบากอย่างมีสติ ...” ชิงๆ เช่นกันฮะ....


๗.พี่ชาติหมายเลข ๘ – สวัสดีและขอบพระคุณครับ ผมรู้สึกดีทุกครั้งที่พี่ชาติเข้ามาอ่านบันทึกน้อยของผม
อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว คำชื่นชมและความระลึกถึง ของมอบกลับไปให้พี่ชาติเช่นกันครับ


๘.ศิษย์พี่ – สวัสดีและขอบพระคุณครับ เช่นกันครับสำหรับการเข้ามาเยือนและอ่านอย่างตั้งใจ
ชื่มชมกับความสามารถในการดึงอะไรบางอย่างของบันทึกน้อยออกมาให้ผมได้หันกลับไปมอง
และรู้ว่า “เออ...จริงแฮะ....”


๙.คุณ ชื่อเย็นเป็นยามโปรดเรียกพ้มว่ายามเย็น – สวัสดีและขอบคุณครับ ชื่นชมในความสามารถที่ตั้งชื่อนี้ขึ้นมาได้
ผมตามกลับไปอ่านเรื่องของคุณพี่ยามแล้วฮะ..เขียนได้ใจดีครับ..อ้อ..ยินดีต้อนรับ ว่างๆ เชิญแวะมาใหม่นะฮะ..


๑๐.คุณสมบูรณ์เตียว – สวัสดีและขอบพระคุณครับ ผมรู้สึกดีใจทุกครั้งที่คุณสมบูรณ์เตียวได้แวะเข้ามาอ่าน
เพราะรู้ว่าภารกิจเยอะมาก การสละเวลาเข้ามาอ่านนั่นย่อมทำให้เรารู้ว่า “เขาให้โอกาสเรา..” ขอฝากประชาสัมพันธ์นิดครับ หากเพื่อนท่านใดอยากทราบข่าวคราวของหลวงปู่ทิม วัดพระขาว หรือหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์
สระบุรี เชิญได้ที่บ้านคุณสมบูรณ์เตียว ได้เลยครับแล้วจะรู้ว่า “ของดี” ยังมีอยู่ครับ


๑๑.คุณบางอ้อ – สวัสดีและขอบคุณครับ ยินดีต้อนรับคุณบางอ้อ..เพียงแวะเข้ามาชม เราก็แอบนิยมคุณในใจครับ
ว่างๆ เชิญนะครับ.....


ขอบพระคุณทุกท่านครับ
สุขภาพจิตดี ย่อมทำให้สุขภาพกายดีด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 09.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi


กราบนมัสการพระอาจารย์ครับ

ดีใจครับที่พระอาจารย์เมตตามาเยี่ยม
"มาม่า" เป็นที่นิยมของผู้คน ชาวบ้าน
รู้จักกันทั่ว...งานเขียนของหลวงพ่อ
ย่อมเป็นที่ชื่นชมของคนทั่วไปและผมด้วยครับ



ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 09.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi


กราบนมัสการครับ

สาธุ ในบารมีธรรมของหลวงพี่เช่นกันครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
บางอ้อ วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 07.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/acharawadee

โห บ้านนี้มีหลวงพ่อเต็มเลย สวัสดีจ้าเพิ่งเข้ามา

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
Cat@ วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 04.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


เคยอ่าน เรืองมีดหมอ ..น่ากลัว ...

โหวตให้นะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
เบญจพร วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 03.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/benjaporn

ได้เห็นท่าน..ภาพแรกจนถึงภาพสุดท้าย..
แล้วไปกราบท่านกันอีกนะคะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 20/09/2008 เวลา : 20.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

มาสาย ไป 2 วัน ครับ
ติดงาน(ดาวน)
แต่ พออ่าน
คุ้ม ครับ
กับ การรอคอย และ โฆษณษ
ชิ้นนี้ สำหรับท่านน้อง
ไม่ใช่ MASTER PIECE แน่นอน
ดพราะ คงทำด้ดียิ่งกว่านี้ แน่นอน
แต่ สำหรับ คนแบบผม (หรืออีกหลายคน)
เขียน และ หาภาพประกอบได้ขนาดนี้
คง อดคุยไม่ได้ ว่า
เป็น งานชิ้นเอกแน่นอน


มีคำพูดชวนให้คิดว่า “ถ้าคุณเป็นชาวนา คุณจะปลูกข้าวอย่างเดียวไม่ได้ แต่คุณต้องเป็นศัตรูกับวัชพืชด้วย....

“ทุกข์อยู่ที่หัว กลัวอยู่ที่ใจ ไข้อยู่ที่ท้อง

แค่ 2 ใน หลายคำคม ก็
คุ้มเกินคุ้ม ครับ
ถ้า ใครอายุเกิน 30 ปี
ต้องบอกว่า
คุ้มกว่า
แฟลตปลาทอง ครับ


คิดถึง และ ขอให้รักษาสุขภาพ นะ
สอบ ได้เป็น .........
ตามที่ปรารถนา นะครับ

ขอบคุณ สำหรับ เรื่องราว และ สิ่งของดีๆ
ที่ นำมาฝาก

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Cat@ วันที่ : 20/09/2008 เวลา : 18.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


ความคิดเห็นที่ 11 (0)
cozy วันที่ : 20/09/2008 เวลา : 15.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

“ตราบใดที่เรากลัวผี ตราบนั้นเราก็ยังกลัวตาย และตราบใดที่เรากลัวตาย ตราบนั้นเราก็ยังคงกลัวผีอยู่นั้นเอง”

เห็นด้วยอย่างยิ่งสหาย

วัดเป็นทุกๆอย่างของสังคมไทยมานานแล้วครับ เป็นทั้งที่พึ่งทางใจทางกาย สถานศึกษา สถานพยาบาล ฯลฯ

แต่สมัยนี้ดูรางเลือนไป อยากให้วัดกลับมาครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
SOMBOONTIEW วันที่ : 20/09/2008 เวลา : 15.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somboontiew
เราจักทำเวบหลวงปู่ทิม วัดพระขาว ด้วยใจต้องการบูชาพระคุณ หลวงปู่ www.luangputim.com

สุดยอดพระเกจิ ๕ ม.

กราบหลวงพ่อครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ดินเดินทาง วันที่ : 20/09/2008 เวลา : 08.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/din-travel

“กลัวอยู่ที่ใจ” กล่าวกันว่าคนเรานั้น ใจย่อมเป็นใหญ่ ใจเป็นสภาพที่เกิดก่อน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนสำเร็จ เกิดจากใจทั้งสิ้น ว่ากันว่า คนเราจะกลัวหรือจะกล้าก็อยู่ที่ใจทั้งสิ้น..
...........
ดินชอบประโยคนี้จัง..ใจเป็นใหญ่
ทุกอย่างอยู่ที่ใจ..แต่บางครั้งก้อทำใจลำบากจังอ่ะ
ชิงๆๆน๊า

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
musachiza วันที่ : 20/09/2008 เวลา : 07.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ครับ ทุกข์อยู่ที่หัว กลัวอยู่ที่ใจ ใข้อยู่ที่ท้อง"
เป็นคำสรุปที่ดีแท้ ขอบคุณความรู้เกี่ยวกับเฝือกไม้
ว่ามีการระบายอากาศได้ เพราะเคยเห็นบางคนเข้าเฝือกปูนรัดแน่น และคงเกิดอาการเน่าในจนต้องตัดขาจริงๆ
สงสารเด็กคนนั้นมากเลยตอนที่ดูทีวีแกทนเจ็บเพราะเชื่อหมอ และโรงบาลก็ไม่รับผิดชอบด้วย ผมว่าเรือ่งการรักษา
กระดูกแบบโบราณและการเข้าเฝือกแบบไทยนี้น่าศึกษาอนุรักษ์กันอย่างจริงจังซะทีนะครับ


ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Cat@ วันที่ : 20/09/2008 เวลา : 01.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


สาธุ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ไม่มีก็ได้ วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 23.31 น.

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ ที่รังสรร นำมาเล่า รอจะอ่านมานาน แล้วก็สมใจ :

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
chaiyassu วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 19.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

ศิษย์กวง
รักษาเอกลักษณ์ได้ดีนะ
ตั้งแต่เอนทรี่แรก
กระทั่งถึงปัจจุบัน
มาตรฐานเดียวกันหมดเลย
ขอชื่นชม.....
เห็นงานคุณภาพของศิษย์กวง
มองย้อนดูงานตัวเอง.....นึกถึงแต่ "มาม่า"




ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ชื่อเย็นเป็นยามโปรดเรียกพ้มว่ายามเย็น วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/YAM-YAN

....อิจฉาวาสนาคุณ SITTHI จัง....ขอบคุณครับที่นำเรื่องดีๆมาเล่าให้ฟัง

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
cozy วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 15.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

ยาวจิงๆด้วยแฮะ สหาย

แต่อ่านได้อะไรแยะเช่นเคย เดี๋ยว ขอเจาะลึกก่อง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
pook วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 15.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pook17
 Never complain. Never explain.

ชอบเอนทรี่นี้อ่ะ สอนไรเยอะเชียว

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พระกิตติศักดิ์_สิริภทฺโท วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 15.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

สาธุ


ในบารมีธรรมของหลวงพ่อท่าน


เจริญพร

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



[ Add to my favorite ] [ X ]