• ศิษย์กวง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-23
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 2224987
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1500 คน
Sitthi
ดาวนับแสนที่มีวงแหวนนับร้อย ทั้งดาวเคราะห์น้อย ดาวฤกษ์ลอยคว้างๆ ดาวทุกดวงนั้นย่อมจะแตกต่าง มีเส้นทางหมุนของตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi
วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม 2551
Posted by ศิษย์กวง , ผู้อ่าน : 12951 , 02:24:20 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หลวงพ่อมีคติประจำใจอยู่ว่า....

“ตายเมื่อเป็น เหม็นมากกว่าซากศพ

กลิ่นตลบเพราะคำฉิน  หมิ่นเหยียดหยาม

เป็นเมื่อตาย  วายชีพชื่อกลับลือนาม

ทุกเขตคาม  กล่าวขวัญ  สิ้นวันลืม...” 

หลวงพ่อเป้า เขมกาโม หรือพระครูนิมิตสิทธิการ อดีตเจ้าอาวาสวัดถ้ำพรสวรรค์ ตำบลลำพยนต์ อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ เกิดเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๕๙ บิดาชื่อ นิ่ม มารดาชื่อ ยิ้ม นามสกุล ทองแฉล้ม หลวงพ่ออุปสมบทเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๐๔ ณ.วัดลาดยาว ตำบลลาดยาว อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์

 

คงเป็นเพราะครอบครัวของผมให้ความนับถือหลวงพ่อเป็นอย่างมาก ดังนั้นลูกหลานของครอบครัว เมื่อได้อุปสมบทคุณปู่คุณย่าจึงมักจะส่งพวกเราไปอยู่จำพรรษากับท่าน และก็แน่นอน....ไม่พลาดครับชีวิตน้อยๆของผม กับพินัยกรรมมรดกชิ้นนี้ 

พูดถึงจังหวัดนครสวรรค์ถือเป็นเขตอิทธิพลทางคาถาอาคมของ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค หลวงพ่อโอด วัดจันเสน สำหรับหลวงพ่อเป้าของผม ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังมากนัก แต่ถ้าเป็นตลาดลำพยนต์แล้วละก็ ขอบอกว่าบารมีท่วมท้นครับ

 

จะว่าไปแล้วเรื่องราวความมีชื่อเสียงของหลวงพ่อเป้า เริ่มต้นจากการเป็นพระที่เก่งทางด้านเมตตามหานิยม บรรดาพ่อค้าและแม่ค้ามักนิยมมาขอของดีจากหลวงพ่อ จำพวกผ้ายันต์ สีผึ้ง ซึ่งรายไหนได้ไปมักจะค้าขายดี ไปไหนมีคนรักใคร่  

แต่ที่ทำให้ชื่อเสียงของท่านโด่งดังขึ้นมามากเกิดจากลูกสุนัขป่าตัวหนึ่งได้หนีตายเข้ามาพึ่งใบบุญของหลวงพ่อ ท่านก็เลี้ยงด้วยข้าวก้นบาตรและตั้งชื่อให้มันว่า “เจ้าป่า” 

 

เนื่องจากมันเป็นสุนัขป่า มันจึงมีนิสัยชอบกินของสดและที่พอจะหาได้ง่ายก็คือการขโมยไก่ของชาวบ้านมากิน บ่อยครั้งที่มันถูกชาวบ้านรุมยิงแต่ก็ยิงไม่ออก หรือออกก็ไม่ถูก หลายๆครั้งเข้าจึงเป็นที่เล่าลือของชาวบ้านกันว่า สุนัขของหลวงพ่ออยู่ยงคงกระพัน  

เรื่องของความอยู่ยงคงกระพันของเจ้าป่า ทำให้มีผู้คนหลั่งไหลมาขอดูมันถึงที่วัด หลวงพ่อเองก็ได้แต่แปลกใจว่าคนเหล่านั้นเมื่อมาถึงวัดแทนที่จะสนทนาธรรมในเรื่องของพระพุทธศาสนากลับมาสอบถามเรื่องของหมา 

หลวงพ่อท่านเล่าว่า ท่านได้เตือนสติคนเหล่านั้นว่าตัวท่านเองไม่เชื่อในเรื่องเหล่านี้ มันคงไม่ได้คงกระพันอย่างตามที่เขาเล่าลือ

อย่างไรก็แล้วแต่ด้วยพฤติกรรมอันเลวร้ายของเจ้าป่า โดยการแอบเข้าไปขโมยไก่ ขโมยลิงของชาวบ้านมากินทำให้มันถูกรุมทำร้ายจนช้ำใน แต่กว่าที่มันจะตาย ตัวมันต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการช้ำในอยู่เกือบปี..

 

“แม้จะมีวิชาอยู่ยงคงกระพัน หากทำตัวไม่ดีลักขโมยเขา ปล้นเขา ประพฤติชั่ว อันเป็นทางแห่งความเสื่อม จึงไม่อาจรักษาวิชาคงกระพันให้คงอยู่ได้

เพราะฉะนั้นคนเราแม้มีวิชาความรู้หรือจะมีของดีติดตัวก็ตาม หากมีความประมาทไม่ตั้งอยู่ในศีลธรรม ชีวิตก็จะมีแต่ความตกต่ำอย่างเช่นหมาตัวนี้....” 

พวกเราที่เป็นพระบวชใหม่ ชอบที่จะให้หลวงพ่อเล่าถึงเรื่องราวเก่าๆ และเรื่องที่หลวงพ่อเล่าและประทับใจพวกเรา ทำให้สภาพจิตตกที่เกิดจากการไกลบ้านต้องหมดไปก็คือเรื่องเหตุจูงใจที่ทำให้หลวงพ่อคิดบวช  “อัตตาหิ อ้ตตโนนาโถ” คือมูลเหตุครับ 

สมัยที่ท่านยังศึกษากับท่านอาจารย์เฟื่อง ท่านอาจารย์ได้ถามหลวงพ่อว่า

“บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย ของหลวงพ่อยังมีชีวิตอยู่สุขสบายดีหรือเปล่า” 

ท่านจึงตอบว่าได้ตายไปหมดแล้ว อาจารย์เฟื่องจึงถามหลวงพ่อต่อว่า

“ท่านไม่ได้รักเขาหรือ จึงได้ปล่อยให้เขาตาย” 

หลวงพ่อตอบว่า “รัก” แต่เรื่องอย่างนี้มันเป็นเรื่องที่ช่วยกันไม่ได้ เรื่องราวทั้งหมดจึงมาสรุปอยู่ที่

“คนเราเมื่อถึงคราวตาย ไม่มีใครสามารถช่วยเราได้” 

อะไรล่ะจะเป็นสิ่งที่จะช่วยให้เราหลุดพ้นจากความตาย....คำตอบที่หลวงพ่อเป้าได้ค้นพบคือ “ธรรม” ท่านว่า

 

“พวกท่านจงจำไว้ การที่จะไม่ให้ตายนั้นก็คือการที่ไม่ต้องเกิด วิธีที่จะไม่ต้องมาเกิดมีอยู่เพียงทางเดียวเท่านั้น คือทางแห่งธรรมะ

ซึ่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงชี้แนะทางสว่างอันแสนประเสริฐให้แก่พวกเราชาวพุทธเพื่อให้เจริญรอยตามแนวทางของพระองค์....” 

ว่ากันว่ามนุษย์เราหากคิดจะตัดใจต่อสิ่งใดแล้วไม่ใช่เรื่องอยากที่จะทำ อย่างเช่นการตั้งใจจะตัดกิเลสถือศีล ๕ ผมเชื่อว่าเพื่อนๆทุกท่านก็คงจะทำได้

แม้แต่การออกบวช หากเราตั้งใจจริงเราก็สามารถทำได้ แต่สิ่งที่ตัดออกยากจากจิตใจมนุษย์กลับเป็นเรื่องใกล้ตา ใกล้ตัว คือ..

 “การตัดความรัก ความเป็นห่วงครอบครัว”

 

“จริงอยู่เรื่องพวกนี้ตัดยาก แต่พวกท่านลองคิดดูสิ คนรักของท่านตายไป ท่านต้องตายตามไปหรือเปล่า พ่อแม่ของท่านตายไป ท่านต้องตายตามไปหรือเปล่า

หรือแม้แต่ถ้าเราตายไป คนรัก หรือพ่อแม่เราคงไม่ตายตามเราไปหรอก...มีเยอะแยะไปที่คนอื่นเมื่อพ่อแม่เขาตายไป ลูกๆเขาก็สามารถครองตัวจนมีความเจริญรุ่งเรือง...”

 

วัดถ้ำพรสวรรค์ ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาตะบองนาค ในสมัยที่หลวงพ่อธุดงค์เข้ามาจำพรรษา ยังคงเป็นป่ารกทึบและอยู่ห่างไกลจากชุมชนมาก บนเทือกเขาตะบองนาคจะมีถ้ำอยู่หลายแห่ง ซึ่งเป็นถ้ำรกร้างว่างเปล่าตลอดจนเป็นที่อยู่อาศัยของพวกค้างคาวและงู มีอยู่ครั้งหนึ่งหลังจากหลวงพ่อบิณฑบาตกลับมา  

ขณะที่ท่านกำลังนั่งฉันข้าวอยู่ที่หน้าผาปากถ้ำตะบองนาค ได้มีงูจงอางขนาดใหญ่มาชูคอแผ่แม่เบี้ยอยู่ตรงหน้าท่าน หลวงพ่อบอกพวกเราว่าท่านตกใจและกลัวมาก มีสองทางให้ท่านเลือกคือ

"กระโดดหน้าผาเสี่ยงไปตายเอาดาบหน้ากับนั่งรอเวลาให้งูจงอางตัวนั้นเข้ามากัดท่าน..."

 

“ภาวะช่วงนั้น ทำให้จิตของเราตกอยู่ภายใต้ความหวาดกลัว กำลังคิดอยู่ว่าการตายแบบไหนจะทรมานน้อยกว่ากัน...

ก็ได้คิดว่าคนเราเกิดมาก็ตายทั้งนั้น บางคนคิดว่าเกิดมาแล้วก็ต้องเจริญเติบโต แต่พระพุทธเจ้าท่านเคยตรัสว่า “คนเราเกิดมาล้วนเดินไปสู้ความตาย”....” 

ครับในความเป็นจริง ความตายนั้นเราจะต้องการหรือไม่ต้องการ สวรรค์เขาก็กำหนดให้เรามาแล้วตั้งแต่เราเกิด ในความเชื่อชาวพุทธท่านว่าเมื่อคนเราปฏิสนธิ มันก็เริ่มต้นเดินทางไปสู่ความตายอยู่แล้ว เรียกว่าไม่ต้องไปเร่งวันเร่งคืนความตายก็มาเยือนอยู่แล้ว สิ่งที่ควรคำนึงคือขณะที่อยู่สิครับ เราควรจะทำอะไรกันดี.. 

ในระหว่างนั้นท่านมีความรู้สึกว่า.. “ความตายจะช่วยให้ท่านพ้นทุกข์พ้นกรรม”.. จึงได้แผ่เมตตาอยู่ในใจว่า หากท่านและงูจงอางตัวนั้นไม่เคยเป็นอริกันมาก่อน ขอให้งูจงอางตัวนั้นจงไปตามทางของเขาเถิด

เมื่ออธิษฐานจบแล้วท่านจึงลืมตาขึ้น ก็พบว่างูจงอางตัวนั้นได้หายไปแล้ว ท่านจึงได้ฉันอาหารตามปกติแล้วจึงกลับเข้าไปในถ้ำเพื่อแผ่ส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ทำบุญใส่บาตรและสรรพสัตว์ทั้งหลายตามกิจของสงฆ์ต่อไป..

 

หลวงพ่อเล่าอดีตย้อนหลังให้พวกเราฟังถึงสาเหตุที่ท่านได้มาอยู่ที่เขาตะบองนาคแห่งนี้ว่า สมัยที่ท่านออกเดินธุดงค์ ท่านได้พบกับหลวงพ่อเลิน เจ้าอาวาสวัดน้ำวิ่ง อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์  

ในระหว่างการสนทนาสมภารเลินได้แนะนำว่าที่เขาตะบองนาคแห่งนี้เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม เพราะมีความสงบและเป็นที่วิเวกดี เพราะคำว่า “ดี” ทำให้ท่านสงสัยว่า “ดี” นั้นคือดีอย่างไร...

 

สมภารเลินได้ให้ลูกศิษย์พาหลวงพ่อมาที่ปากถ้ำเขาตะบองนาค เมื่อมาถึงลูกศิษย์ของสมภารเลินต่างรีบลากลับกันหมด ทิ้งให้ท่านอยู่เพียงลำพัง...

หลวงพ่อจึงได้ตัดสินใจเข้าไปอยู่ในถ้ำ ซึ่งมีปากทางเข้าถ้ำที่แคบและเตี้ยมาก แต่เมื่อเข้าไปถึงกลางถ้ำกลับรู้สึกเย็นสบาย จึงได้ทดลองนั่งทำสมาธิ ก็รู้สึกชื่นฉ่ำ จิตของท่านดิ่งสู่สมาธิอย่างรวดเร็ว  

หลังจากที่ออกมาจากถ้ำ เมื่อพบชาวบ้านที่เข้ามาหาของป่า จึงทราบว่าในถ้ำแห่งนี้เคยมีพระธุดงค์เข้ามาอยู่ แต่ก็ไม่เคยมีองค์ไหนที่อยู่รอดสักราย

บางรายออกมาแล้วก็รีบเดินจากไปอย่างรวดเร็ว บางรายก็ออกมาเล่าว่าพอเข้าไปอยู่แล้วมีความรู้สึกว่าถูกรบกวนจากสิ่งลึกลับบางอย่างจนมีความรู้สึกว่ากลัวทำให้อยู่ไม่ได้...

 

“คนเรานี้ที่กลัวอะไรต่อมิอะไรต่างๆนาๆนั้น หาได้กลัวในสิ่งเหล่านั้นไม่ แต่แท้จริงแล้วกลัวความตายนั่นเอง

พวกท่านจงฟังไว้เมื่อเราบวชเป็นศิษย์ตถาคตแล้ว และตั้งใจจะออกเดินธุดงค์ด้วยความบริสุทธิ์ หากจะต้องตายด้วยเหตุใดๆก็ตาม เราก็จะต้องยอมรับความตายนั้นโดยดี และหากกุศลผลบุญของเรามีเท่านี้จะตายไปก็สมควรแก่กาลแล้ว...”

 

ปิดตาสองรู ปิดหูสองข้าง

ปิดปากเสียบ้าง จะได้นั่งนอนสบาย

อันจิตมนุษย์ดุจดั่งลิงนิ่งไม่ได้

จงเตรียมจิตไว้เมื่อไม่สมอารมณ์หวัง

ปากอย่าพูด ตาอย่าดู หูอย่าฟัง

สติรั้งช่างเถิดประเสริฐนัก..... 

เชื่อว่าคำกลอนบทนี้เพื่อนๆหลายท่านคงจะเคยผ่านตา แต่สำหรับที่วัดถ้ำพรสวรรค์ คำกลอนบทนี้ถือว่าเป็นคาถาอาคมบทแรกสำหรับพระบวชใหม่ ที่หลวงพ่อจะมอบให้ไว้ป้องกันตนเองจากภัยอันตรายต่างๆ คาถาบทนี้หลวงพ่อบอกว่าจะไม่บังเกิดผลอันใดเลยหากพระทุกองค์ไม่ยอมปฏิบัติ  

หลวงพ่อท่านบอกว่าการที่พระบวชใหม่หลายๆรูปมาอยู่รวมกัน มันเป็นการเอาลูกของชาวบ้านเขามาเลี้ยง ต่างคนต่างจิตต่างใจต่างความคิด การสำรวมและระมัดระวังตัวอยู่ทุกอิริยาบถ จะช่วยให้บรรเทาความบาดหมางหรือหลีกเลี่ยงการทะเลาะเบาะแว้ง..

 

อย่างที่ผมพ่นให้ฟังแหละครับว่า ในระหว่างที่หลวงพ่อจำศีลปฏิบัติธรรมอยู่ในถ้ำ ชาวบ้านแถบนั้นต่างมีศรัทธาอุปถัมภ์หลวงพ่อ ก็คงจะเป็นจังหวะเรื่องของ “เจ้าป่า” ที่อยู่ยงคงกระพัน หรือการที่หลวงพ่อสามารถอยู่ร่วมกับบรรดางูทั้งหลายโดยไม่มีอันตราย

จะว่าไปแล้วคำเล่าลือดังกล่าวได้ขยายวงออกไปอย่างกว้างขวาง ทำให้ผู้ที่มีคตินิยมในด้านความขลัง มักจะแวะเวียนเข้ามากราบหลวงพ่ออยู่เป็นประจำ...

 

“คนเราต้องการที่พึ่ง จึงต้องออกหาที่พึ่งพา วัตถุมงคลเป็นนามธรรมและรูปธรรม เป็นที่พึ่งทางใจให้กับญาติโยมได้เคารพนับถือ

หากคิดให้ดีแล้ววัตถุมงคลจึงเป็นบ่อเกิดของกำลังใจ เหมือนกับคนเราอยู่มาได้ถึงทุกวันนี้ก็ต้องมาจากการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน...”

 

หลวงพ่อสร้างเหรียญรุ่นแรกเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๔ เพื่อเป็นที่ระลึกในการสร้างศาลาการเปรียญ จากการสร้างเหรียญรุ่นแรกขึ้นแล้ว มันก็มีเหตุให้ท่านต้องสร้างเหรียญรุ่นอื่นๆต่อมาอีก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าวัตถุมงคลที่หลวงพ่อแจกจ่ายออกไปนี้ ได้ก่อให้เกิดประสบการณ์มากมายถึงความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ บางคนนำเอาไปลองยิงไม่ออก บางคนก็ไปประสบอุบัติเหตุแต่ก็แคล้วคลาดจากอันตรายต่างๆนาๆ

 

โดยเฉพาะเรื่องเมตตาหรือค้าขายแล้วต้องยกนิ้วให้ คนที่ยกนิ้วไม่ใช่ผมนะครับแต่เป็นบรรดาพ่อค้าแม่ค้าแถวตลาดปากน้ำโพ โดยเฉพาะบรรดานายห้างร้านขายผ้า ต่างมาขึ้นหลวงพ่อมาก

 

พวกผมเองได้แต่เก็บข้อสงสัยว่าทำไม คนต่างชาติ ต่างความเชื่อ ถึงได้เข้ามาศรัทธาหลวงพ่อขนาดขอจองเป็นเจ้าภาพทอดกฐิน ทราบต่อมาว่านายห้างเหล่านี้นิมนต์หลวงพ่อไปเจิมร้านและได้รับคาถาจากหลวงพ่อพร้อมวิธีปฏิบัติ เมื่อไปทำตามที่ท่านบอก การค้าเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว แอบถามหลวงพ่อได้ตัวคาถาดังนี้ครับ

 

“มีสติ รู้ปฏิบัติดี รู้ปฏิบัติชอบ มีเมตตาและรู้อภัย..” 

“ของทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนที่เอาไปว่ามีจุดประสงค์ในการนำไปใช้ดีหรือไม่ วัตถุมงคลเป็นนำไปใช้ในทางที่ผิดของก็จะเสื่อม แต่หากนำไปใช้ในทางที่ดี รักษาศีล ๕ ของก็จะเกิดความขลังและก่อให้เกิดผลดีแก่ผู้ที่ปฏิบัติ....” 

ถึงตอนนี้ไม่ต้องแปลกใจครับว่าทำไม บรรดานายห้างขายผ้าตลอดปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ถึงได้อาราธนาศีล ๕ ได้อย่างคล่องแคล่ว....

 

อย่างที่ทราบกันหรือใครที่ยังไม่ทราบก็ควรทราบโดยทั่วกันว่า..

 “กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมตอบสนอง ไม่ภพนี้ก็ภพหน้า...” 

คือคำสอนที่หลวงพ่อชอบบอกกับบรรดาพุทธศาสนิกชนทั้งหลายให้ได้สติว่า

“อย่าได้ประมาท ว่าบาปกรรมนั้นไม่มีจริง” 

ซึ่งตัวท่านเองยืนยันได้ว่า

“บาปนั้นมีจริงและตอบสนองได้ทันตาเห็น...” 

เรื่องมีอยู่ว่าในสมัยที่หลวงพ่อยังไม่บวช ช่วงนั้นสงครามโลกครั้งที่สองเพิ่งจะสิ้นสุดลงไปไม่นาน ข้าวปลาอาหารค่อนข้างหายาก เครื่องใช้ เครื่องเรือนก็แพงมาก

ในตอนนั้นหลวงพ่อมีเพื่อนในหมู่บ้านเดียวกันกลุ่มหนึ่งแต่ละคนก็เลี้ยงหมูกันคนละตัวสองตัว เพื่อนๆก็มีความคิดว่าน่าจะฆ่าหมูมาเป็นอาหารดีกว่า เพราะข้าวที่จะให้คนกินก็ยังไม่ค่อยจะพอ ยังต้องเจียดบางส่วนมาเลี้ยงหมูอีก สู้เรามาฆ่าหมูแบ่งกันกินดีกว่า

 

ทุกคนลงความเห็นดีงามกับความคิดอันเจริดจรัสครั้งนี้ จึงได้เริ่มผลัดเปลี่ยนกันฆ่าหมูเรื่อยมา ในที่สุดวงโคจรมหาสนุกก็เวียนมาถึงรอบของหลวงพ่อ เมื่อถึงคราวต้องฆ่าหมูของตัวเอง

ท่านว่าเราก็นึกสงสารมัน เลี้ยงมันมาตั้งแต่เล็กๆ แต่จะทำอย่างไรได้ของคนอื่นเราก็กินไปเสียแล้ว หากไม่ทำเขาก็จะหาว่าเราเบี้ยวเขา อีกอย่างก็คือหมูมันเกิดมาเพื่อเป็นอาหารของมนุษย์ ถึงเราไม่ฆ่าคนอื่นเขาก็ต้องฆ่า 

บทสรุปของเหตุการณ์นั้นผมคงไม่ต้องเล่าให้ยืดยาว เอาเป็นว่าหลวงพ่อท่านต้องทุบหมูถึงสองครั้ง ครั้งแรกท่านเล่าว่าหมูตัวนั้นโดนทุบที่ศรีษะจนเป็นแผลเลือดไหล อย่างมากมาย แต่มันยังไม่ตาย

ท่านเห็นว่าหากปล่อยไว้มันคงจะทรมานหากมันตายช้า เมื่อทำมาถึงขั้นนี้แล้ว สู้ช่วยให้มันตายไปอย่างรวดเร็วอย่าทรมานต่อไปอีกเลยจะดีกว่า ท่านว่าหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ท่านก็ไม่ได้ใส่ใจจำเรื่องนี้อีกเลยและในที่สุดท่านก็ลืมเรื่องนี้อย่างสิ้นเชิง....

 

คำว่า”ปัจจุบันเป็นอนาคตของอดีต ความนึกฝันของวันวานอาจจะกลายเป็นจริงหรือไม่เป็นจริงในวันนี้ก็ได้” 

แต่สิ่งที่ติดตัวมาตลอดของมนุษย์คือ “กรรม..” ว่ากันว่า “กรรม” นั้นคือ...

 “สิ่งสำคัญที่มนุษย์ไม่เคยหลุดพ้นจากการกระทำของตน..” 

วันหนึ่งขณะที่หลวงพ่อกับลูกศิษย์กำลังจะนำพระพุทธรูปไปประดิษฐานบนชะง่อนหินในถ้ำ หลวงพ่อได้ช่วยจับบันไดไว้เพื่อไม่ให้มันลื่นล้ม ท่านเล่าว่าขณะที่ลูกศิษย์คนนั้นกำลังปืนบันไดอยู่ยังไม่ถึงชะง่อนหินที่จะวางพระพุทธรูป ปรากฏว่ามีก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นหล่นลงมา ถูกหน้าผากท่านพอดี ทำให้หน้าผากแตกเลือดไหลทะลักทันที 

ขณะนั้นท่านรู้สึกหน้ามืด ภาพของหมูตัวหนึ่งลอยอยู่ต่อหน้าท่านในลักษณะนั่งชันขา หลวงพ่อท่านจำได้ว่ามันเป็นภาพเดียวกับหมูตัวที่ท่านฆ่ามันเมื่อหลายสิบปีก่อน....

น้ำเสียงของหลวงพ่อค่อนข้างดังกังวานเมื่อเล่าถึงตอนนี้ ท่านว่าสายตาของมันมองมายังท่านด้วยความเจ็บปวดและความเจ็บปวดจากบาดแผลของท่านก็ไม่น้อยไปกว่าภาพที่ท่านมองเห็นเลย 

หลวงพ่อบอกว่า ท่านเข้าใจทันทีว่ามันได้มาทวงหนี้กรรมที่ท่านได้ก่อไว้กับมันแล้ว ท่านจึงได้กำหนดจิตแผ่เมตตา จนภาพหมูตัวนั้นหายไป หลังจากนั้นท่านได้ตั้งจิตอุทิศแผ่ส่วนกุศลที่ท่านได้สร้างสมมาตลอดเวลาที่ครองผ้ากาสาวพัสตร์ให้แก่หมูตัวนั้น

 

“กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมตามสนอง กรรมที่ฉันได้ก่อเอาไว้ไม่ต้องรอให้นานไปจนถึงภพหน้า มันได้ตามมาตอบสนองฉันได้ทันในชาตินี้แล้ว....” 

ปกติแล้วผมจะเป็นคนขี้ลืม เรื่องราวส่วนใหญ่ในชีวิตที่รับรู้บางทีแค่วันคืนลอยผ่านไปผมก็มักจะลืม

 "แต่ไม่มีคนขี้ลืมคนไหนหรอกครับที่จะลืมเสียทุกเรื่อง..."

บทมันจะมีบางสิ่งบางอย่างที่ฝังใจให้จดจำ ผมก็จะจดจำมันอย่างขึ้นใจ ยิ่งโดยเฉพาะกับเรื่องที่หลวงพ่อเป้าได้เล่าให้ฟัง เหตุผลเหรอครับ เพราะผมจำได้ว่า 

 “รอยแผลเป็นที่หน้าผากของหลวงพ่อ มันเป็นเครื่องยืนยันเรื่องเล่าและความเชื่อของหลวงพ่ออย่างแท้จริง....”

 

เป็นความจริงครับที่กล่าวว่า

”คนเราชอบพูดถึงแต่ความผิดพลาดของผู้อื่น แต่ไม่ยอมเล่าความผิดพลาดของตัวเองให้ผู้อื่นฟัง” 

ซึ่งหลวงพ่อเองท่านกลับเล่าความผิดพลาดของท่านให้กับพวกเราฟัง...นอกจากท่านจะว่าเรื่องเวรกรรมนี้มันน่าเก็บไว้สอนใจแล้ว ท่านยังได้ทิ้งบทสรุปที่น่าสนใจไม่น้อยกว่าไว้ด้วยครับ 

“คนเราชอบรู้เรื่องผิดพลาดของคนอื่น...” 

ครับคำพูดธรรมดาที่ไม่ใช่ราชาศัพท์พิลึกพิลั่นมาจากไหน... 

ว่ากันว่า”ความกลัวทุกอย่าง” ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่สามารถส่งพลังผลักดันให้เกิด “ความเชื่อ” ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ดังนั้นคนเราจึงมักอธิบายระบบความเชื่อกันไปต่างๆนานา โดยเฉพาะเรื่องของ “ไสยศาสตร์”

 

“คำว่าไสยศาสตร์มันมีมานานแล้ว แต่ทุกอย่างก็อยู่ที่ความเชื่อของแต่ละคน ฉันคงไม่สามารถบอกให้ใครมาเชื่อหรือไม่เชื่อได้ แต่โดยส่วนตัวแล้วฉันเชื่อว่า มันมีอยู่จริง ท่านลองคิดดูสิ เรื่องปาฏิหาริย์ เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ท่านคิดเอาเองว่ามันมีไหม.... 

ฉันว่าเรื่องเหล่านี้มีพระเกจิอาจารย์ที่ทรงคุณธรรม ทรงวิชาหลายรูปที่สามารถพิสูจน์ได้เหมือนกัน แต่ว่าองค์ไหนจะมีความเก่งขนาดไหน ฉันไม่สามารถบอกได้ ไม่มีใครรู้อะไรดีไปกว่าเรารู้ตัวเราเอง...แถวๆจังหวัดเราก็มีหลวงพ่อเดิม หลวงพ่อพรหม หลายๆอย่างที่ท่านสามารถทำให้พวกเราเห็นได้...” 

จะว่าไปแล้วความกลัวและความไม่รู้ต่างๆเหล่านั้นทำให้เกิดความเชื่อ เชื่อว่าปรากฏการณ์ต่างๆในเรื่องเหนือจริงเกิดจากการกระทำของอำนาจเหนือธรรมชาติ..

หากเราไม่หลอกตัวเองเกินไปนัก ผมมั่นใจว่าเรื่องของ “ความเชื่อในอำนาจเหนือธรรมชาติ” ล้วนมีอยู่ในสำนึกของคนแต่ละคน มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป ซึ่งเรื่องนี้มันเป็นลักษณะของ "นามธรรม” 

......มองก็ไม่เห็น จับต้องก็ไม่ได้.......

 

“ไสยศาสตร์เป็นนามธรรม คนที่ไม่เชื่อในเรื่องไสยศาสตร์เขาจึงเห็นว่าเป็นเรื่องงมงาย ตรงนี้อธิบายได้ว่ามันเป็นเรื่องที่อยู่ในจิตใจของคนเรา

ใครจะออกแสวงหาเครื่องรางของขลังมันก็เป็นความเชื่อของเขา ใครล่ะห้ามความคิดของใครได้ ท่านทำได้ไหมกับการห้ามความคิดตนเอง....” 

“แต่ต้องไม่ลืม ไม่มีอะไรมาลบล้างกรรมที่ตัวเองกระทำไว้ได้ มีไว้ก็แค่ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา แต่ไม่ได้ช่วยให้คนไม่ตาย อย่างตัวฉันเองก็ยังมีกรรมเก่า หากเมื่อใดที่กรรมเก่าของฉันตามมาทัน ฉันอาจไม่ได้อยู่ตรงนี้....” 

เชื่อกันว่า “การปลุกเสก” อยู่ที่การกำหนดจิต แต่จะดีหรือไม่ดี ทั้งหมดนี้มันก็ขึ้นอยู่กับคำว่า “จิต”

 

“ฉันก็ใช้คาถาพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ นั่นแหละ ยึดบารมีของพระพุทธเจ้าเป็นสำคัญ ถือว่าเป็นหลักในการปลุกเสก

พวกท่านหรือคนธรรมดาก็สามารถสวดกันได้ ความแตกต่างอยู่ตรงที่ ใครจะใช้พลังจิตได้ดีขนาดไหน เพราะฉะนั้นจงอย่าละทิ้งความเพียรในการฝึกจิต...” 

จะว่าไปแล้วคำว่า “จิต” ถือว่าเป็นแก่นสำคัญของการปลุกเสกเลยทีเดียว วัตถุมงคลจะขลังหรือไม่ขลังขึ้นอยู่กับตัวผู้เสกต้องทำจิตใจให้แน่วแน่ ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งรอบตัวทั้งหลายทั้งปวงที่เข้ามากระทบ และถ้าต้องการให้มีสมาธิดีต้องหมั่นสวดมนต์และภาวนาครับ... 

จริงๆแล้วเรื่องราวของหลวงพ่อเป้า เขมกาโม ยังคงมีอีกมากมายหลายเรื่องครับ เช่นเรื่องของพระพรหม พระอาจารย์สุวรรณ(อาจารย์ของหลวงพ่อ) ฯลฯ ผมเองก็ลืมเลือนไปบ้าง คงต้องใช้เวลาตกผลึกทางความคิดสักนิดหนึ่ง... 

ปัจจุบันหลวงพ่อท่านได้มรณภาพไปนานหลายปีแล้ว วัดถ้ำพรสวรรค์แห่งนี้ทางจังหวัดได้ประกาศให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดนครสวรรค์  เพื่อใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวบ้าน อีกทั้งยังเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจของคณะสงฆ์และชาวบ้าน  

โดยเฉพาะ (สมัยที่ผมอยู่) ภายในถ้ำพรสวรรค์ใช้เป็นที่ลอยกระทง ในวันเพ็ญเดือนสิบสองและเป็นสถานที่ฝึกอบรม “วิปัสสนากรรมฐาน” แก่ประชาชนทั่วไป

 

ครับนานหลายปีแล้วที่ผมไม่ได้กลับไปเยือนวัดถ้ำพรสวรรค์แห่งนี้ นับจากวันออกพรรษา ผมและเพื่อนๆที่บวชอยู่ในพรรษาเดียวกัน ต่างก็แยกย้ายกันไป ชีวิตใครก็ชีวิตมัน.. 

ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครลืมเหตุการณ์สำคัญของชีวิตไปได้หรอกครับ มันคงเป็นเรื่องความรัก ความเชื่อและความศรัทธา หรือจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ทำนองนั้น ที่เชื่อมโยงจิตใจของเราให้เข้ากัน… 

ชีวิตเรา “เราจะเป็นอะไรก็ได้ถ้าเราให้โอกาสกับตัวเอง” หากถามผมในวันนั้นผมคงตอบว่าอยากเป็นคนเก่งอาคมขลัง แต่มันก็เป็นเพียงความฝันที่เป็นไปไม่ได้ในวันนี้ เพราะทุกวันนี้

”มันมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าการได้เป็นหรือการได้ทำอะไรตามที่ฝัน...”

ว่ากันว่า”ความฝันอันยิ่งใหญ่ ไม่ใช่การเดินทาง แต่คือจุดหมายปลายทางที่เราเชื่อและปรารถนาจะเกิดมามีชีวิตเพื่อสิ่งนั้น” เหมือนกับเจตนารมย์ของหลวงพ่อครับ 

 “ไม่ประสงค์สิ่งใดอีกแล้วในชีวิตนี้ นอกจากได้มีโอกาสเห็นลูกศิษย์และชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุข มีความสามัคคีกัน รู้จักอภัย อโหสิซึ่งกันและกัน และมีความเมตตาต่อกัน ภายใต้ร่มธงธรรมจักรแห่งวัดถ้ำพรสวรรค์นี้....เท่านั้นก็พอแล้วสำหรับหลวงพ่อ....”     ....สวัสดีครับ

 

กราบบูชาพระคุณของหลวงพ่อเป้า เขมกาโม

ขอขอบคุณ คุณพรชนก สุขพงษ์ไทย สำหรับข้อมูลบางส่วน เพื่อนต่อกับคำแนะนำดีดี และที่ลืมไม่ได้คุณสมบูรณ์ ร้านนายฮ้อ สระบุรี กับกำลังใจที่มีให้เสมอครับ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
คนน้ำเงิน วันที่ : 14/01/2009 เวลา : 20.17 น.

ชอบมากครับ เพราะนับถือหลวงพ่อเป้าท่านเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอมาผนวกเข้ากับงานเขียนชั้นเซียนอย่างนี้เลยทำให้สนุกกับการติดตาม รู้จักท่านมากยิ่งขึ้นไปอีกกว่าที่เคยรู้จักมา

หวังว่าคงมีตอนต่อไปนะครับ.....รออ่านนะครับ....

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
Cat@ วันที่ : 02/01/2009 เวลา : 01.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

แวะมาทักทาย

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 25/12/2008 เวลา : 23.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

หวัดดีครับ
ขอบพระคุณทุกท่านครับ ช่วงนี้งานเข้าเยอะ
ไปคุยกันต่อในเรื่องใหม่นะครับ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
cozy วันที่ : 25/12/2008 เวลา : 17.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

ป๊ะ สหาย - สองเอนทรี่แล้วนะ 5 5 5+

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ting วันที่ : 24/12/2008 เวลา : 21.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม


Merry Christmas & Happy New Year 2009
สาธุคะ ธรรมะยอดเยี่ยมจริงๆ
อ่านกี่ครั้งก็มีแต่ความสุข

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
Cat@ วันที่ : 23/12/2008 เวลา : 01.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

แวะมาหา
ได้นำยันต์ ขึ้นห้องพระแล้ว
หากแล้วเสร็จจะนำภาพมาอวดนะค่ะ
ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างมาป่วน

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
เพชรชมพู วันที่ : 22/12/2008 เวลา : 12.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinkdiamond
                      

ซำบายดีบ่อ้ายยยยยย





.

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 21/12/2008 เวลา : 22.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

สวัสดี ใกล้ปีใหม่แล้ว งานยุ่งละซิ

เดินทางไปที่ไหนเอ่ย

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
boran-new วันที่ : 21/12/2008 เวลา : 08.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tain

เมื่อคนเราไม่กลัวตายแล้วกล้าทำดี โลกนี้น่าอยู่ขึ้นมากแน่นอน แต่ปัจจุบันจะพบว่าบางตายเพื่อแลกกับการทำชั่ว คือตายหนึ่งฆ่าสิบ

ของคุณสิ่งที่ดีๆที่ศิษย์กวงนำมาให้เพื่อนบ้านที่สนใจได้แวะเวียนเข้ามาล้างใจครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
chaiyassu วันที่ : 21/12/2008 เวลา : 04.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

แวะมาเก็บเรื่องราวดี ๆ
เป็นความจริงทีเดียวว่า
ท้ายที่สุด ความกลัวทุกอย่างก็จะมาจบลงที่ "กลัวตาย"
ถ้าเราตัด "กลัวตาย" ออกไปได้
ปัญหาหลายอย่างในชีวิตของเราจะหมดไป
คงตัวเบาขึ้นเยอะ....

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
cozy วันที่ : 19/12/2008 เวลา : 10.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

อารุณซาหวัด สหาย

บายดีไหมฮะ ได้ sms นายกฯป่ะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 18/12/2008 เวลา : 08.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

สวัสดีปีใหม่ครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
Cat@ วันที่ : 18/12/2008 เวลา : 03.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

มาเฝ้าบล็อกให้
แต่ยังไม่ได้ อ่านให้ละเอียดเลย

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
cozy วันที่ : 17/12/2008 เวลา : 10.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

รักษาศีล ๕ ของก็จะเกิดความขลังและก่อให้เกิดผลดีแก่ผู้ที่ปฏิบัติ

ถูกมากสหาย แต่กระผมเองก็ยอมรับว่าบางทีก็เอาไม่อยู่นะ ฮ่า ฮ่า

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
เพชรชมพู วันที่ : 16/12/2008 เวลา : 23.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinkdiamond
                      


งั้นนู๋ขอมอบรูปนี้ไว้ให้เป็นที่ระทึกมั่งนะคะ อิอิ

ยู้ฮู คริสต์มาส




.

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
เพชรชมพู วันที่ : 16/12/2008 เวลา : 23.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinkdiamond
                      

โห ... มีตัดพ้อกันด้วยนะคะเฮีย


.

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
musachiza วันที่ : 15/12/2008 เวลา : 01.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

สวัสดีครับ ศิษย์น้อง
@ วันนี้ไม่สรุปอะไรแระ แต่ขอชมว่า บทความชิ้นนี้
เขียนมันส์ อ่านสนุก เหมือนกับอ่านเพชรพระอุมากรายๆ
แต่ก็ไม่หลุดออกไปจากเรื่องเล่าที่เป็นเรื่องจริงอย่างจริงใจ
ขอชมว่า แพรวพราว ทั้งการวางพล็อตและการดึงจุดตื่นเต้น ที่มาเฉลยตอนท้ายๆ แถมแทรกคติธรรม และคำสอนของพระพุทธศาสนาไว้ ในเรื่องตื่นเต้นแต่ละฉากที่เล่านั้นได้อย่างน่าติดตามโดยไม่รู้สึกสดุดในการยก คำสอน
อุทาหรณ์ อย่างไม่มีรอยต่อ

ผ่านมาหลายตอน ขอตรบมือให้กับตอนนี้ครับ หลุดออกจากการเขียนอย่างที่เคยทำมา
ปีใหม่นี้คงได้อ่านงานเขียนที่ก้าวไปอีกขั้นของศิษย์น้องแน่
ต้องพูดแบบอะแซหว่อนกี้ที่ว่า
"รักษาเนื้อรักษตัวให้ดีนะ ต่อไปจะได้มีงานดีๆออกมาให้
ผู้ที่ชื่นชอบแนวนี้ได้กล่าวขวัญถึงในวงการ"

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 14/12/2008 เวลา : 23.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi


หวัดดียามดึกๆครับ

๑.พี่ซัน - ขอบพระคุณครับ มาเป็นรายแรกเลย ตกลงมาเช้าหรือมาดึกๆฮะพี่

๒.คุณแคท - สวัสดีครับ เอาไว้โอกาสหน้านะครับ ยังคงเขียนอีกนาน ต้องได้เจิมสักครั้ง

๓.คุณซำมะแจะ - ยินดีต้อนรับฮะ ชื่อเพราะจังเลย

๔.คุณเบญจพร - สวัสดีฮะ...ขอบคุณสำหรับกำลังใจ มีให้เช่นกันฮะ

๕.เด็กผีโคซี่ - ช่วงนี้งานยุ่งขิงเลยฮะสหาย ใกล้ๆปีใหม่คงวุ่นวายกว่านี้ วันไหนว่างๆก็เชิญนะฮะ กึ๊ดเติงหาฮะสหาย


๖.เด็กอนุบาลห้องหนึ่งทับสอง - ขอบพระคุณครับสำหรับการเยี่ยมชมและทิ้งคอมเมนท์อันมีค่าเอาไว้ ดีใจครับที่บทความตอนนี้ตรงกับความต้องการของคุณเด็กอนุบาลฯพอดี
ส่วนเวลาตกผลึกจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งครับ

๗.พี่จิ้งจก - ขอบพระคุณครับกับเหตุการณ์จริงที่นำมาร่วมแจม...พูดถึงหลวงพ่อสารัน ผมเองก็ไม่ได้เขียนถึงท่านมานานแล้ว สงสัยคงได้เวลาแล้วมั้งเนี่ย....

๘.พี่ชาติหมายเลข ๘ - สวัสดีและขอบพระคุณครับสำหรับการเข้าเยี่ยมชม รักษาสุขภาพบ้างนะครับพี่ อย่าหักโหมกับงามมากนัก

๙.คุณวิตามินบี - สวัสดีครับ...ช่วงนี้งานเยอะฮะไม่ค่อยมีเวลาไปวิ่งเล่นเท่าไหร่

ขอบพระคุณทุกท่านครับ
สุขภาพแข็งแรงนะฮะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
วิตามินบี วันที่ : 14/12/2008 เวลา : 21.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  

สาธุ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 14/12/2008 เวลา : 13.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

เคยได้ยินเพื่อนถาม
แต่ ไม่เคยรู้รายละเอียด ครับ
มาอ่าน
เลยรู้ว่า
เป็น พระที่ดี และ เก่ง อีกรูป
ขอบคุณ ครับ


สบายดีนะครับ
ช่วงนี้ งานเครียดมาก เลย ไม่ค่อยว่าง
นั่ง ดูรายการหน้าจอมาก แต่ แว่บได้เป็นทีๆ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
cozy วันที่ : 14/12/2008 เวลา : 01.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

แวะมาเก็บเกี่ยวคำสอนดีๆ (พร้อมกับลุ้นบอลไปด้วย )

หวัดดียามดึก สหาย

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
จิ้งจก วันที่ : 12/12/2008 เวลา : 23.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ryuki2007

อ่านจบแล้วทำให้นึกถึงคำที่ผมได้ตอบคำถามหลวงพ่อสารันต์ วัดดงน้อย ลพบุรี จังครับ ท่านถามผมว่า "ในเมื่อพระที่คอไม่ช่วยแล้วยังใส่อยู่อีกทำไม อ้อ รู้แล้วล่ะ ช่วยให้เบาลง ไม่งั้นตายไปแล้วใช่มั้ย" ผมก็ตอบท่านไปแบบทะลึ่งๆ ครับว่า ใส่ครับ เอาเป็นพุทธานุสติ แต่ผมรู้ครับว่า เจ๋งแค่ไหนก็ไม่พ้นกรรม" ผมเองก็เชื่อในเรื่อง "กรรม" เป็นอย่างมากเลยครับ อ้ะ...ลืมบอกไปครับ บทความท่านศิษย์กวงเยี่ยมเช่นเดิม

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เด็กอนุบาลห้องหนึ่งทับสอง วันที่ : 12/12/2008 เวลา : 12.29 น.
ผู้ทรงอิทธิพล หรือจะสู้ ผู้ทรงอิทธิฤทธิ์

หลายวันก่อนหน้านี้ พยายามจะหาเรื่องของหลวงพ่อเป้าอ่านจากทางอินเตอร์เน็ต แต่ไม่สำเร็จ วันนี้ได้อ่านเรื่องหลวงพ่อเป้าราวกับคุณพี่ศิษย์กวงมี เจโตฯ

ไว้ความจำเรื่องหลวงพ่อเป้าของคุณพี่ศิษย์กวงตกผลึกอีกครั้งเมื่อไร

เด็กอนุบาลฯก็จะนั่งอ่านแบบตกภวังค์อีกล่ะฮะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
cozy วันที่ : 12/12/2008 เวลา : 10.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

“มีสติ รู้ปฏิบัติดี รู้ปฏิบัติชอบ มีเมตตาและรู้อภัย..”

hello สหาย ไว้จะมาเก็บรายละเอียดอีกรอบนะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เบญจพร วันที่ : 12/12/2008 เวลา : 08.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/benjaporn

ได้ทราบเรื่องราวของท่านมานานแล้ว
วันนี้ได้รู้มากขึ้น..ขอบคุณค่ะ
ถ้าให้ดี..ไปวัดกันดีก่านิ
มาเป็นกำลังใจให้..ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ซำมะแจะ วันที่ : 12/12/2008 เวลา : 05.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keepitup

ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Cat@ วันที่ : 12/12/2008 เวลา : 03.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

โถ่ อดเจิ่มเลย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 12/12/2008 เวลา : 03.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

"อย่าได้ประมาท ว่าบาปกรรมนั้นไม่มีจริง"

คำสอนของหลวงพ่อหลาย ๆ ประโยค ล้วนโดนใจ ควรน้อมนำไปปฏิบัติควบคู่กับการบูชาวัตถุมงคล

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 12/12/2008 เวลา : 02.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

สวัสดีตอนรุ่งเช้า หรือดึก ๆ หว่า

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]