• ศิษย์กวง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-23
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 2224222
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1500 คน
Sitthi
ดาวนับแสนที่มีวงแหวนนับร้อย ทั้งดาวเคราะห์น้อย ดาวฤกษ์ลอยคว้างๆ ดาวทุกดวงนั้นย่อมจะแตกต่าง มีเส้นทางหมุนของตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi
วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม 2551
Posted by ศิษย์กวง , ผู้อ่าน : 22252 , 18:29:06 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เมื่อเอ่ยถึงคำว่าเซียน...เรานึกถึงอะไรบ้างครับ คำว่าเซียนบางคนอาจนิยามว่าหมายถึงผู้รอบรู้ ผู้เจนจัดฯลฯ  

ตามความเชื่อใน”ลัทธิเต๋า”ของจีน เซียนหมายถึง ผู้วิเศษ ผู้สำเร็จ ดังนั้นเซียนจึงหมายถึงเทพเจ้าของชาวจีน อย่างเช่นเซียนทั้งแปด หรือที่เรารู้จักกันในนาม “โป๊ยเซียน...”

“ใครว่าเป็นเซียนก็โง่ พูดได้ก็ยังเป็นคนอยู่.....”

คำพูดข้างต้นเป็นคำตอบของ”ท่านอาจารย์สง่า กุลกอบเกียรติ” ที่เรารู้จักกันในนาม “เซียนสง่า” หรือ “อาเตีย” ที่มักจะตอบคำถามกับผู้ที่ยกย่องให้ท่านเป็นเซียน ด้วยว่าท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญชำนาญการทางด้านภูมิศาสตร์ หรือศาสตร์ฮวงจุ้ยของจีน 

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ท่านจะเป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจของผู้คนที่นิยมคติความเชื่อในศาสตร์ฮวงจุ้ย  “ฮวงจุ้ย” แปลว่า”ภูมิพยากรณ์”  คนจีนให้ความเชื่อถืออย่างมากในเรื่องของการเลือกที่และการสร้างบ้าน ว่าจะต้องมีการตั้งให้ถูกโฉลกหรือถูกต้องตามตำรา เชื่อกันว่าในแต่ละที่จะมีพลังลึกลับที่เรียกว่า “แสงที่” แฝงอยู่ ดังนั้นหาก... 

”เลือกที่ได้ถูกต้องและสร้างบ้านได้ถูกหลัก”  

...”แสงที่”จะช่วยส่งเสริมให้เจ้าของและผู้อยู่อาศัยมีความสุข ความเจริญรุ่งเรือง...และผลงานที่ท่านได้ใช้ความชำนาญในหลักดังกล่าวสร้างสรรค์จนเป็นสมบัติอันล้ำค่าแก่แผ่นดินไทยและจีน คือ “อเนกกุศลศาลา หรือวิหารเซียน” 

หากเราศึกษาเรื่องราวของประวัติศาสตร์แล้วจะพบว่า ไทยและจีน เป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์กันมายาวนาน วัฒนธรรมของทั้งสองประเทศล้วนเชื่อมโยงและเกี่ยวพันกันอย่างแนบแน่นในทุกระดับ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวจีนที่ได้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารแห่งพระมหากษัตริย์ของประเทศไทย ซึ่งมีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ต่างได้นำเอาภูมิความรู้และวัฒนธรรมดั้งเดิมของตนมาสู่สังคมไทย จนหลอมรวมกันเป็นรูปแบบของวัฒนธรรมไทย-จีน.. 

วิถีชีวิตที่ผูกพันกันมายาวนานขนาดนี้ ไม่ได้จำกัดวงอยู่แต่เพียงแบบแผนประเพณี หรือศิลปะวิชาการต่างๆเท่านั้น...

หากแต่ความผูกพันตัวนี้ได้หยั่งรากลึกลงไปในสามัญสำนึกและจิตวิญญาณของคนไทยเชื้อสายจีน รวมไปถึงการหยั่งลึกลงไปในส่วนของศาสนา ซึ่งเราสามารถเห็นได้จาก วัดวาอารามต่างๆ ศาสนสถาน ศาลเจ้าหรือสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่มีคติความเชื่อของชาวจีน ปรากฏอยู่ทั่วไปในเมืองไทย

อเนกกุศลศาลา หรือวิหารเซียน เป็นงานก่อสร้างที่มีรูปแบบในทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมชั้นสูงของจีน อันเกี่ยวเนื่องและสืบสานสู่  ”ศรัทธาในทางพุทธศาสนา” โดยผนวกกับ “ความเชื่อในลัทธิเต๋าและขงจื้อแบบดั้งเดิม” 

การจัดวางตำแหน่งของสิ่งปลูกสร้างมีทิศทางถูกต้องตามหลักวิชาภูมิลักษณ์ (ฮวงจุ้ย) ซึ่งเป็นศาสตร์ชั้นสูงแต่โบราณที่สืบทอดกันมา อีกทั้งการประดับตกแต่งตัวอาคารก็ได้ซ่อนความหมายในเชิงคติความเชื่อทาง”เทววิทยาของชาวจีน”  

และด้วยการที่ผู้คนทั่วไปชอบเรียกอาเตียว่า “เซียนสง่า” ตลอดจนวิหารเซียนแห่งนี้มีรูปปั้นเทพเจ้าของชาวจีนจำนวนมาก ทำให้หลายท่านเกิดคำถามและความสงสัยว่าวิหารเซียนแห่งนี้ช่างละม้ายคล้ายศาลเจ้าเสียเหลือเกิน..

 

“แต่เดิมมาข้าพเจ้ามิใช่คนไหว้เจ้า ที่วิหารเซียนแห่งนี้ก็มิใช่ศาลเจ้า การที่คนทั้งหลายยกย่องข้าพเจ้าว่าเป็นเซียน อาจเป็นเพราะข้าพเจ้าเปี่ยมด้วยความศรัทธาแต่มิใช่งมงาย.....และมักจะวิเคราะห์วิจัยในหลักความจริง... 

ทั้งในวิหารเซียนแห่งนี้ก็เป็นแหล่งรวมศิลปวัฒนธรรมอันเกี่ยวเนื่องกับศาสนาทั้งสาม ซึ่งเป็นหลักปรัชญาของขงจื้อ เล่าจื๊อและพระพุทธเจ้า

อาจกล่าวได้ว่า วิหารเซียนเป็นที่เผยแพร่หลักธรรมอันเป็นเอกภาพของทุกศาสนา...”

 

อาเตียเล่าให้พวกเราฟังว่า สถานที่ตั้งวิหารเซียนแห่งนี้ท่านไม่ได้เป็นผู้มาพบเอง เดิมท่านมาช่วยงานวัดญาณสังวรารามวรวิหาร พอสร้างวัดญาณฯเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระราชทานที่ดินผืนนี้ให้ ซึ่งท่านคิดว่าที่ดินผืนนี้เป็นที่ที่มีคุณค่า สมควรจะสร้างเป็นที่เผยแพร่วัฒนธรรมไทยและจีน  

ที่ดินผืนนี้ได้รับพระราชทานในปี ๒๕๓๑ ซึ่งเป็นปีมังกรทอง..

จึงได้เริ่มสร้างในวันที่ ๖ มิถุนายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานศิลาฤกษ์ลอย ทางวิหารจึงได้นำไปแกะลงบนแผ่นไม้และอัญเชิญไปติดไว้บนผนังทางเข้าวิหาร และในปี ๒๕๓๖ ได้นำขึ้นทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใช้ชื่อชาวไทยเชื้อสายจีนทั้งหมด ร่วมจิตร่วมใจกันสร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ ๖๐ พรรษา

 

“เมื่อแรกคิดจะดำเนินการก่อสร้างวิหารเซียน ได้วางแผนไว้ว่าจะนำเงินทองที่เก็บออมไว้นั้นมาเป็นทุนเริ่มต้นในการก่อสร้าง จึงได้นำเรื่องดังกล่าวชี้แจงแก่บุตร-ธิดาให้เป็นที่เข้าใจ โดยอธิบายว่า... 

แต่ไหนแต่ไรมา เป็นเพราะคนเรามีความเห็นแก่ตัวและมีทิฐิกันมาก เป็นเหตุให้มีการชิงดีชิงเด่นแก่งแย่งแข่งขัน ถ้าหากเหลือทรัพย์ให้บุตรหลาน ก็เท่ากับดูแคลนลูกหลานตัวเองว่า ไม่สามารถสร้างเนื้อสร้างตัวได้ จึงต้องพึ่งพาใบบุญพ่อแม่ 

อีกประการหนึ่งคือทรัพย์สินที่เหลือให้ลูกหลานเพียงเท่านี้ ก็มิใช่ว่าจะทำให้พวกเขารุ่งเรืองร่ำรวยขึ้นมาได้ โลกจะยิ้มเยาะด้วยซ้ำไปว่า พวกเขาไม่สามารถทำมาหากินช่วยเหลือตนเอง.....

ดังนั้นที่ดีที่สุดก็คือ การให้โอกาสลูกหลานได้รับการศึกษาเพื่อสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับตนเองในวันข้างหน้า....” 

มีคำพูดอยู่คำหนึ่งครับเชื่อว่าเพื่อนๆ คงจะเคยได้ยิน

“เงินทองหาได้เสมอในทุกโอกาส” 

อธิบายความได้ว่าเงินทองนั้นแทรกตัวอยู่ในทุกโอกาส ดังนั้นความสำคัญจึงอยู่ที่ว่า

“เราจะสามารถไขว่คว้าเอามาเป็นสมบัติของเราได้หรือไม่” 

ชาวจีนโดยส่วนมากถือว่าเป็นนักการค้าตัวยง นอกเหนือคุณสมบัติที่ขยัน อดทน พากเพียร กล้าได้กล้าเสียและมัธยัสถ์แล้ว…

“การให้โอกาสคนและยึดมั่นกตัญญู” 

ถือเป็นนัยยะสำคัญที่ทำให้ชาวจีนประสบความสำเร็จในชีวิต

 

นักจิตวิทยาท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า

“มนุษย์เป็นผู้ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง” 

พร้อมกับได้แบ่งความต้องการของมนุษย์ออกเป็น ๕ ชั้น เช่นความต้องการทางกาย ความต้องการทางสัมพันธภาพฯลฯ สูงที่สุดคือ

”ความต้องการในอุดมคติของตน...”

 

“เราเป็นชาวจีนก็จริง แต่เรามาอยู่ที่นี่ เราก็น้อยหน้าเหมือนกัน เมื่อมีโอกาสก็ควรมาทำ ถึงจะไม่ได้ประโยชน์ให้บ้านเมืองมากมาย แต่เราต้องมีหน้าที่ ต้องทำ...” 

“ไม่ว่าชาติอะไร กินข้าวกินน้ำที่นี่ แล้วอยู่เมืองไทย ก็เป็นชาติไทย ถือว่าเราเป็นชาวจีนก็ไม่ถูกต้อง แต่ชาวจีนก็มีนิสัยว่าไม่ลืมว่ามาจากไหน....”

 

“ต้านฝูไม่มีสองใจ หวังให้ชาวจีนร่วมใจเป็นหนึ่ง....” 

วลีข้างต้นนี้เป็นคำกลอนคู่ที่จำหลักไม้แขวนอยู่ภายในห้องโถงของวิหารเซียน อาจกล่าวได้ว่าคำกลอนบทนี้เป็นบทสรุปรวมความคิดของอาเตียไว้อย่างชัดเจน... 

อาเตียดำเนินชีวิตในประเทศไทยมาเป็นเวลานาน บรรพบุรุษของท่านมีถิ่นกำเนิดอยู่ในเมืองเตี้ยเอี๊ย ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

จากการที่ได้ประสบกับภาวะครอบครัวพลิกผันและสภาวะของบ้านเมืองที่เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการปกครอง จึงทำให้ท่านมีความมุ่งมั่นพยายามที่จะสร้างสรรค์สิ่งใดก็ได้ที่จะทำให้เกิดความสันติและการประสานความร่วมมือซึ่งกันและกัน... 

ดังนั้นในปี ๒๕๓๑ เมื่อได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯพระราชทานที่ดินให้ดำเนินการก่อสร้างอาคารวิหารขึ้น

ท่านจึงมีความคิดที่จะจัดสร้างอาคารที่เป็นแหล่งรวมศิลปกรรมไทย-จีน ที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาทั้งสาม โดยปรารถนาว่าสิ่งที่ท่านได้สร้างขึ้นนี้จะมีส่วนกระตุ้นให้มนุษย์ชาติมีใจรักในสันติ  

ด้วยจุดมุ่งหมายให้ชาวจีนมีความสมัครสมานกันดุจครอบครัว  ท่านจึงได้ใช้หลักคิดอันนี้เป็นแนวทางสำคัญของการดำเนินงานก่อสร้าง และสิ่งที่ทำให้ท่านมีความปลาบปลื้มยินดีเป็นที่สุดคือ....

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานนามให้กับวิหารเซียนแห่งนี้ว่า....”อเนกกุศลศาลา” 

“ลมบางเบาโชยพัดผาดจันทร์เจ้า เมฆลอยลู่เหินสู่ฑิฆัมพร...”

อเนกกุศลศาลา หรือ วิหารเซียน มีชื่อในภาษาจีนว่า “ต้า ผู่ อี่” (แต้จิ๋ว) หรือ “ต้าน ฝู เยวี้ยน” (จีนกลาง) ซึ่งมีความหมายว่า “สถานที่ที่มีบรรยากาศดั่งสรวงสวรรค์” 

ผู้ที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมจะพบกับบรรยากาศที่ร่มเย็นด้วยสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับการบรรจงสร้างเพื่อให้มีทัศนียภาพดุจดั่งวิมาน โอ่โถงและงดงามด้วยศิลปกรรมชั้นสูง มีรูปปั้นเทพเจ้าจำนวนมากประดิษฐานอยู่ทั้งภายในและภายนอกตัวอาคาร ด้วยบรรยากาศและทัศนียภาพดังนี้จึงไม่ผิดถ้าจะกล่าวว่า 

“วิหารเซียนแห่งนี้เป็นสถานที่ดั่งสรวงสวรรค์...”

 

อาจารย์สุลักษณ์ ศิวลักษณ์ (ส.ศิวลักษณ์) ได้เคยกล่าวไว้ว่า

“ลัทธิศาสนาของจีนนั้นมีรากเหง้าเค้ามูล ๓ ประการเกี่ยวเนื่องกัน คือ พุทธ เต๋าและขงจื้อ”

 

ลัทธิขงจื๊อเป็นไปในทางการเมือง การปกครองและวัฒนธรรมประเพณีของโลกนี้มากกว่าอะไรอื่น

ส่วนลัทธิเต๋านั้นเป็นเรื่องของรหัสยนัย ซึ่งโยงใยไปยังธรรมชาติอันบริสุทธิ์...ดังนั้น

”ถ้าเป็นผู้ที่เจริญจิตใจได้บริสุทธิ์เท่าไร ก็เข้าถึงความลี้ลับมหัศจรรย์ของธรรมชาติได้เท่านั้น” 

 

และธรรมซึ่งเป็นต้นตอที่มาของธรรมชาตินั้น ก็ละม้ายไปทางพุทธธรรม คือจุดสุดยอด ได้แก่

”ปรัชญาหรือปัญญาอันเป็นความรอบรู้อย่างประเสริฐสุด” 

ซึ่งควบคู่ไปกับ

“กรุณาหรือความรักอันแผ่กว้างออกไปในทางที่ไม่เห็นแก่ตัว..”

 

ปัญญาและกรุณาทางฝ่ายพุทธที่เป็นธรรมาธิฐานนั้น ย่อมนำมาทำเป็นตัวบุคคล ให้มีรูปกายขึ้นในทางบุคคลาธิษฐาน

เป็น”พระมัญชุศรีโพธิ์สัตว์” (ในทางพระปัญญาคุณ) และ”พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์” (ในทางพระกรุณาคุณ)

ซึ่งเมื่อมาถึงเมืองจีน พระโพธิสัตว์องค์นี้ กลายเป็นอิตถีเพศ ในนามว่า “พระแม่เจ้ากวนอิมโพธิสัตว์..”

 

บุคคลาธิษฐานทางฝ่ายเต๋า ก็ปรากฏว่าเป็น “เซียน” หรือท่านผู้เป็นอมตะต่างๆ ดังท่านเซียนทั้งแปดอันลือชื่อเป็นต้น

ความเป็นอมตะของพุทธก็ปรากฏที่ “พระอมิตาภพุทธ” (พระผู้ตื่น ซึ่งมีแสงอันกระจ่างอย่างไม่มีที่สิ้นสุด) และ”พระอมิตายุสพุทธ” (พระผู้ตื่น ซึ่งมีอายุอย่างไม่รู้จักสิ้นสุด)

 

หากเราเปิดประตูใหญ่ของอเนกกุศลศาลา ด้านหน้าอาคารเราจะพบ “รูปหล่อแปดเซียนข้ามทะเล” ซึ่งเป็นรูปหล่อโลหะขนาดสูงใหญ่ที่มีความละเอียดและวิจิตรงดงามมาก ประดิษฐานบนแท่นหินแกรนิต..

เทพเจ้าทั้งแปดองค์นี้เป็นที่เคารพของชาวจีนอย่างมาก ซึ่งแต่ละองค์ก็จะมีเอกลักษณ์เป็นแบบอย่างในทางธรรมที่แตกต่างกัน ลัทธิเต๋าเรียกลักษณะแบบนี้ว่า”บุคลาธิษฐาน.....”

 

นอกจากบุคลาธิษฐานของลัทธิเต๋า(แปดเซียน)จะเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลของชาวจีนแล้ว โดยภาคของ ”แปดเซียนข้ามทะเล” ถือเป็นช่วงเวลาที่ทั้งแปดองค์ได้สำเร็จเป็นเซียนแล้ว จึงได้เดินทางท่องเที่ยวไปตามเมืองสวรรค์และโลกมนุษย์ เพื่อไปบำเพ็ญเพียรและช่วยมวลมนุษย์ ถ้าได้พบปีศาจร้ายก่อกวนประชาชนก็จะช่วยเหลือให้พ้นทุกข์แล้วจึงท่องเที่ยวต่อไป 

 

“ชาวจีนมีความเชื่อสามอย่าง พุทธ ขงจื้อและลัทธิเต๋า ทั้งสามอย่างนี้ใหญ่มาก ต่างคนต่างคุมกันเอง วัดก็ถือเป็นพุทธ ก็มีขงจื้อไม่ได้ ขงจื้อก็มีพระพุทธไม่ได้ มีเซียนไม่ได้...

อันนี้ในใจคิดอยู่ว่า เมื่อไหร่มีปัญญาที่จะสร้างเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรม จะต้องรวบรวมพระเจ้าเทวดาทุกลัทธิมาอยู่ร่วมกัน เป็นแห่งเดียวกันจริงๆ...” 

ด้วยเหตุผลนี้จึงไม่แปลกครับที่วิหารเซียนแห่งนี้จะเป็นศูนย์รวมของ พุทธ ขงจื้อและเซียน ตามที่อาเตียได้ตั้งใจไว้เพราะอาเตียมีความเชื่อเสมอว่า... 

“ความรู้ไม่ควรถูกปิดกั้น ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม...” 

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ที่ชื่อ “อเนกกุศลศาลา หรือ วิหารเซียน” จึงเปิดกว้างรอรับการมาเยือนของผู้ใฝ่รู้ทุกคน...

 

อาเตีย ท่านเป็นผู้ที่มีบุคลิกลักษณะอันโดดเด่น คิ้วโค้งเปี่ยมด้วยความกรุณา นัยน์ตาแฝงด้วยความอารีย์โอบอ้อม จิตใจร่าเริง ถ้อยคำวาจาก็ล้วนเป็นความสัจตรง

อย่างที่ผมบอกในตอนต้นครับว่าคนทั่วๆไป ต่างมีความเห็นว่าอาเตียมีความสามารถพิเศษในการดูทำเลที่ตั้ง รู้ทิศทางของลมและน้ำ ว่าตรงไหนเป็นทำเลที่ให้คุณ ตรงไหนเป็นทำเลที่ให้โทษ หรือทำเลนั้นควรเป็นไปเพื่อที่อยู่อาศัย ที่ทำมาหากินหรือที่ฝังศพ.... 

ซึ่งในเรื่องความสามารถพิเศษของอาเตียตรงนี้ อาจารย์สุลักษณ์ ศิวลักษณ์(ส.ศิวลักษณ์) เคยกล่าวถึงไว้ว่า.. 

“ที่น่าอัศจรรย์ อันคนทั่วๆไปยากจะเข้าใจได้ ก็ตรงที่ท่านมีคุณวิเศษทางด้านติดต่อกับสิ่งมหัศจรรย์ สิ่งลี้ลับต่างๆ ไม่ใช่ในทางของไสยศาสตร์ หากเป็นไปในแนวทางของศาสนธรรม....”

“นายสง่า เป็นบุคคลจำนวนน้อยในเมืองไทย ที่เข้าถึงคุณธรรมอันล้ำลึกของลัทธิเต๋าและขงจื้อ พร้อมๆกับความเป็นพุทธศาสนิกของท่าน โดยท่านเข้าใจประวัติศาสตร์และวรรณคดีของจีน ที่เป็นองค์ประกอบของลัทธิศาสนาและวัฒนธรรมของจีนเป็นอย่างดี.... 

พร้อมๆกันนี้ ท่านก็เข้าถึงวรรณคดีและวัฒนธรรมไทย โดยมีความจงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ของไทยอย่างลึกซึ้งอีกด้วย..”

 

ว่ากันว่า..“ความเมตตา เป็นเครื่องค้ำจุนโลก ไม่สามารถหาขอบเขตสิ้นสุดได้”.. 

ดังนั้นความหมายของคำว่า ความเมตตานั้น จึงมิใช่เพียงแค่สงสาร เห็นอกเห็นใจเท่านั้น หากแต่หมายรวมถึง

”การเอาใจใส่ การใส่ใจและการปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ด้วย...” 

อาเตียชอบที่จะปฏิบัติต่อผู้คนที่เข้ามาหาท่านด้วยความเมตตา ไม่คิดเอารัดเอาเปรียบ และไม่ฉกฉวยของผู้อื่นไปเป็นของตน....

ดังนั้นเวลาที่คนมีความทุกข์ร้อนและเข้าไปหาอาเตีย อาเตียจะแนะนำให้เขาเหล่านั้นสวดมนต์ ภาวนา ทำบุญและบริจาคทาน พร้อมกับให้เผา  “ยันต์จีน” หรือที่เราเรียกกันว่า “แชเล้งฮู้” ตามความเชื่อของคนจีน..

 

อาเตียเคยบอกพวกเราหลายครั้งว่า

“แชเล้งฮู้ก็ดี รูปหล่อบูชาองค์โจวซือก็ดี รูปถ่ายองค์โจวซือก็ดี ฯลฯ”

ของเหล่านี้ล้วนเป็นสมบัติของท่าน และเป็นของสำเร็จแล้วทั้งสิ้น เมื่อทำขึ้นมาแล้วสามารถนำไปใช้ได้เลยไม่จำเป็นต้องนำมาให้ท่านปลุกเสกหรือประกอบพิธีใด ๆ อีกทั้งสิ้น.. 

เพียงแค่เมื่อจะใช้ก็ให้รำลึกถึง “โป๊ยเซียนโจวซือ” แล้วค่อยตีวงให้แคบลงมาเป็นอธิษฐานเจาะจงถึง "ลือท่งปิงโจวซือ” แค่นี้ก็ใช้ได้แล้วทุกประการ....

 

เทวรูปประธานวิหาร วิสุทธิเทพลือท่งปิง (โจวซือ) เป็นเทวรูปหล่อขนาดใหญ่ปิดทองทั้งองค์ ประดิษฐานในแท่นบูชาไม้สักแกะสลักปิดทองที่ละเอียดและงดงามภายในอาคารชั้นสอง... 

ท่านวิสุทธิเทพลือท่งปิง เป็นเทพหนึ่งในแปดเซียน มีฉายาว่า “ซุ่งเอี้ยงจื้อ” เป็นชาวเมืองเกียเตี๋ยว ในราชวงศ์ถัง มีความฉลาดรอบรู้ สติปัญญาเฉียบแหลมและมีความจำแม่นยำ แต่ท่านกลับไม่คิดรับราชการมียศตำแหน่ง ตามลักษณะนิสัยของคนจีน...

 

ท่านได้คิดถึง..

”การได้มาซึ่งลาภยศและการเสื่อมไปของลาภยศ” 

การหลงระเริงไปในความสุขที่ไม่แท้จริงและไม่จีรังยั่งยืนในโลก ท่านจึงได้ศึกษาและปฏิบัติกับ”อาจารย์ฮั้งเจงลี้” 

ด้วยความอุตสาหะในการบำเพ็ญเพียรและได้นำสรรพวิชาที่ได้ศึกษามาเกื้อกูลบรรเทาทุกข์ช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่มีคุณธรรม ภายหลังท่านจึงได้สำเร็จเป็นเซียน "สะพายกระบี่และถือแส้จามรเป็นสัญญลักษณ์มงคล..."

 

ครับเชื่อกันว่าคนจีนนิยมบูชาเทวรูปหรือเซียน เพราะเหตุผลว่าเทพเจ้าหรือเซียนจะสามารถบันดาลสิ่งที่ตนพึงปรารถนาได้ ดังนั้นเทพเจ้าเหล่านี้จึงถูกสร้างขึ้นตามความเชื่อหรือตามประวัติศาสตร์พงศาวดารของผู้ที่เป็นยอดหรือเป็นเลิศในด้านใดด้านหนึ่ง..

นอกจากจะเป็นการบูชาเพื่อรำลึกถึงบุญคุณที่ท่านเหล่านั้นได้สร้างไว้ในอดีตแล้ว ยังมีความเชื่อต่ออีกว่า

“เทพเจ้าหรือเซียนเหล่านั้นจะต้องมาช่วยหากพวกเขาไปขอความช่วยเหลือ...” 

….แต่โบราณลาภยศเหมือนเมฆลอย

เพียงหมื่นร้อยประโยชน์สร้างนามสืบสาน

สันโดษเดินเพลินขับกล่อมท่องสายธาร

สู่คุนหลุนสูงตระหง่านวางอัตตา...

 

ท่านอาจารย์เซียนสง่า กุลกอบเกียรติ ได้ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๔๖ อายุได้ ๘๐ ปีบริบูรณ์ ท่านได้รับพระราชทานเกียรติยศพิเศษ โดยได้รับไฟพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงเป็น “ไท่กว๋อสิรินธรกงจู่” ตามพระราชสมัญญาที่ทางฝ่ายจีนถวาย... 

และเพื่อเป็นการระลึกถึงคุณความดีที่ท่านได้บำเพ็ญไว้อย่างมากมาย บรรดาญาติมิตรและคณะศิษย์จึงได้ร่วมกันสร้างรูปหล่อโลหะของท่าน ประดิษฐานไว้ ณ อเนกกุศลศาลา(วิหารเซียน) เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณของท่านให้สืบไปครับ..

 

เชื่อกันว่า "จินตนาการของมนุษย์ไม่มีที่สิ้นสุด” ดังนั้นจึงไม่แปลกครับที่โลกเราทุกวันนี้จะสดใสหรือจะเศร้าหมอง เพราะความคิดของคนเรามีหลากหลาย สิ่งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้คือ”ความเปลี่ยนแปลงของโลก” 

คำว่ามีลาภก็เสื่อมลาภ มียศก็เสื่อมยศ มีสรรเสริญก็มีนินทา มีการสร้างสรรค์ก็มีการทำลาย ผลทั้งหลายล้วนมาจากเหตุ หากเหตุดีผลย่อมดี เช่นเดียวกันหากเหตุร้ายผลย่อมร้าย ทั้งหมดนี้ล้วนมาจาก”ความคิดหรือจินตนาการของมนุษย์..” 

มีคำไว้อาลัยเนื่องในพิธีพระราชทานเพลิงศพท่านอาจารย์เซียนสง่า โดยท่านอาจารย์สุลักษณ์ ศิวลักษณ์(ส.ศิวลักษณ์)

 

 “เพราะการที่อาจารย์สง่าเห็นแก่ตัวน้อย และคิด ทำ พูด ในทางเกื้อกูลอย่างกว้างขวาง พร้อมกันนั้นท่านก็เข้าถึงรหัสนัยได้อย่างสนิทแน่นกับธรรมชาติ จึงอาจกล่าวได้ว่า ท่านบรรลุธรรมถึงขั้นที่ทางเต๋าเรียกว่า “เซียน” หรือ “ความเป็นอมตะ” ดังที่ทางมหายาน ถือว่าเป็นไปในทาง “โพธิสัตวมรรค...”

 

ครับคนที่คิดดี คิดแต่จะให้ คิดแต่เรื่องบุญกุศล ผลประโยชน์ของส่วนรวม ย่อมส่งผลให้ตนเองมีบารมีมาก การที่คนเราเกิดมาและจะเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ และมีบารมีมากๆ ได้นั้น.. 

 “ต้องหัดคิดถึงบุญคุณของคนอื่น สำนึกในแผ่นดินที่ตนอาศัยและแผ่นดินบ้านเกิดของตนเอง”  

อย่างเช่นอาจารย์เซียนสง่า กุลกอบเกียรติ หรืออาเตีย ที่ท่านเป็นแบบอย่างของผู้เสียสละประโยชน์ส่วนตน เพื่อประโยชน์ของสังคมส่วนรวม เป็นการตอบแทนคุณของประเทศชาติและบ้านเกิด ดังคำกลอนคู่หนึ่งที่อาเตียได้แกะสลักไว้ในวิหารเซียน 

“ใต้หล้าฟ้านี้ชาวจีนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ชาตินี้ไม่มีกิเลสใด เปลี่ยนใจให้เป็นสอง...” 

พวกเราไม่รู้กันหรอกครับว่าอาเตียจะเป็นเทพหรือเป็นเซียนระดับไหน

เรารู้เพียงแต่ว่าคนที่รู้จักคิดเช่นนี้และสามารถกระทำการได้ตามที่ตนเองคิด โดยที่ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร คนที่ทำความดีแบบเป็นอมตะอย่างนี้ พวกเราเรียกว่า “เซียน..”

 

ดังนั้นทุกครั้งที่พวกเรากลับไปเยือนวิหารเซียนอันสง่างามแห่งนี้...

ในสำนึกของจิตใจก็อดที่จะคล้อยตามตั้งใจอันแน่วแน่ของอาเตีย ที่เปี่ยมไปด้วยความจงรักภักดีต่อประเทศไทยแต่ไม่เคยลืมประเทศจีนซึ่งเป็นชาติกำเนิดของตนเอง

“อเนกกุศลศาลาหรือวิหารเซียน” จึงเปรียบดั่ง”ศิลาจารึก”บันทึกความทุ่มเท ความพยายามตลอดชีวิตของท่านที่จะพัฒนามิตรภาพระหว่างประเทศไทยกับจีน ให้มั่นคงและถาวรสืบไป.......สวัสดีครับ

 

ขอขอบคุณ เอกสารอ้างอิงบางส่วนจาก อเนกกุศลศาลา(วิหารเซียน) คุณพรชนก สุขพงษ์ไทย กับภาพถ่าย เพื่อนต่อกับคำแนะนำและการติดต่อประสานงาน คุณสมบูรณ์ ร้านนายอ้อ สระบุรี

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
Cat@ วันที่ : 21/01/2009 เวลา : 22.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ö.ö

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
คนน้ำเงิน วันที่ : 14/01/2009 เวลา : 20.12 น.

ยอดเยี่ยมในสำนวนและนำเสนอ สุกสว่างเล็กน้อยเมื่อแรกเริ่ม แต่แล้วส่องสว่างเต็มฟ้าดังพลุไฟ

เขียนได้ลื่นไหลไม่ติดขัด ราวลำธารเซาะไซร้ตามโขดหิน

ถ้อยคำพลิ้วไหวดังขนนกกระเรียนจุ่มหมึก บรรจงเขียนอักษรหยูดูอ่อนช้อยบนกระดาษสา

งานเขียนชิ้นนี้ล้ำค่าเหมือนเพชรประดับมงกุฏอีกเม็ดครับ....

ขอเป็นกำลังใจให้ผลิตงานดี ๆ อย่างนี้ตลอดไป...

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 09/01/2009 เวลา : 01.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

หวัดดีฮะ...
ขอบพระคุณทุกท่านที่อุดหนุนฮะ
ปีใหม่แล้ว เขียนเรื่องใหม่
ไปคุยกันในบทความใหม่นะฮะ


ความคิดเห็นที่ 36 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 08/01/2009 เวลา : 13.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

ปีใหม่
อะไรๆ ก็ ให้ใหม่ และ สดใส ครับ
เรื่อง
ก็ เขียนใหม่ได้แล้ว
55555

พอเขียนเสร็จ
มา แซวคนอื่นได้เลย ครับ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
delicoco วันที่ : 07/01/2009 เวลา : 17.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/delicoco

สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณศิษย์กวง มาช้าไปสัปดาห์นึงคงยังทันสวัสดีปีใหม่นะคะ

ขอคุณพระศรีรัตนตรัยคุ้มครองคุณศิษย์กวงค่ะ

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
cozy วันที่ : 07/01/2009 เวลา : 14.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

วันเด็กนี้ไปเที่ยวไหนสหาย

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
Cat@ วันที่ : 07/01/2009 เวลา : 01.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

มาเฝ้าบ้านให้

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
วิตามินบี วันที่ : 05/01/2009 เวลา : 14.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


วิหารเซียนเคยได้ยินชื่อนี้บ่อยๆ
แต่ยังไม่เคยไปเยือนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
จิ้งจก วันที่ : 05/01/2009 เวลา : 11.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ryuki2007

ร้านนี้ขายดี ลูกค้ามาเข้าคิวสั่งอาหารปัญญากันเป็นแถว เอ้า...เร้ว เจ้าของร้านมารับออเดอร์ด่วนจ้ะ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
sat11 วันที่ : 04/01/2009 เวลา : 16.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saturday11




ความคิดเห็นที่ 29 (0)
Cat@ วันที่ : 04/01/2009 เวลา : 02.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

รอเรืองใหม่

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
cozy วันที่ : 03/01/2009 เวลา : 15.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

ป๊ะ สหาย

ได้เวลาเขียนเรื่องใหม่แล้ว

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
boran-new วันที่ : 02/01/2009 เวลา : 21.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tain


ส.ค.ส. ส่งความสุขปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๕๒ หรือ ค.ศ. 2009
.
พรใดเลิศ พรใดประเสริฐ
.
สมควรแก่ความต้องการของท่านที่ดีมีคุณธรรม
.
จงดลบันดาลให้สิ่งที่ต้องการของท่านเป็นจริงในเร็ววัน
.
โรคภัยไข้เจ็บไม่เข้ามาใกล้ หนีห่างไกลดั่งใจนึก
.
ร่ำรวยเพื่อนที่ดีและญาติพี่น้องอย่างมีความสุข
.
ในทุกๆทิวาราตรีเทอญ........
.
ตาอิน

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 02/01/2009 เวลา : 09.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

สวัสดีปีใหม่ครับ มีโอกาสแล้วจะไปชมครับ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 01/01/2009 เวลา : 23.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi


หวัดดีปีใหม่ทุกท่านครับ

ขอบพระคุณทุกท่านมากๆ ครับ
เด็กชายเพชร พี่มูซา คุณเบญจพร เด็กผีโคซี่ โหน่ง คุณเบ็คกี้บูม
สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงนะครับ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
beckyblooms วันที่ : 01/01/2009 เวลา : 20.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"


เอาการ์ดชวนอาบัติ มาหวัดดีปีใหม่แถวนี้มั่งดีกว่า..อิๆๆ

โอย..ไปล่ะ..ร้อน!..

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
เบญจพร วันที่ : 01/01/2009 เวลา : 04.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/benjaporn

สวัสดีปีใหม่จ้า...

น้อง คห.19จ๋า

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
pook วันที่ : 01/01/2009 เวลา : 03.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pook17
 Never complain. Never explain.


พี่้น้อยหน่า ปีใหม่แล้วฮะ ปีใหม่แล้ว
ขอให้พี่น้อยหน่ามีความสุขมากๆ
คิดอะไรสมดังหวัง
พาน้องนุ่งเข้าหาธรรมะ ก็ขอให้สำเร็จนะฮะ น้องจะพยายาม

ปุ้ง ... อันนี้เสียงพลุเองฮะ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
musachiza วันที่ : 01/01/2009 เวลา : 02.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

สวัสดีปีใหม่ครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
cozy วันที่ : 01/01/2009 เวลา : 01.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

happy happy ปีใหม่ ๒๕๕๒ สหาย

มีความสุขกายสบายใจตลอดปีนะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
เพชรชมพู วันที่ : 31/12/2008 เวลา : 23.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinkdiamond
                      

lสวัสดีปีใหม่นะคะเฮีย
นู๋ขออวยปีใหม่แบบรวบรัก เอ๊ย รวบรัด ให้พี่สาวและพี่ชายที่น่ารักของนู๋ทั้งสองมีความสุขมั่กๆนะคะ

กิ๊ก

กุ๊ก

เก๊ก

กั๊กทั้งหลายอย่ามาแผ่วพานให้อารมณ์เสียนะคะ รวยๆ เฮงๆค่ะ

ป.ล.1 ... ไม่มาเป็นกั๊ก แต่มาเป็นเป๊ก ก็ขอให้แอนตาซินแจกแบบไม่อั้นเลยนะคะ

ป.ล.2 ... แต่ถ้าไม่มาเป็นเป๊ก แต่มาเป็นกลม ... นู๋ขอเป็นกองหลังค่ะ

ป.ล. 3 ... นู๋ก็สงสัยเหมือน ค.ห. 14 too

ป.ล. 4 ... ขอบคุณที่อวยให้นู๋สมหวังนะคร๊า

ป.อ. 5 ... ปากเกร็ด-วงเวียนใหญ่ ... ฮี่ๆ .. มะเกี่ยว

อีก 3 นาที

สุขสันต์วันปีใหม่นะคะ ... นู๋เมาแระ

ขอตัวกะหัวไปอวยให้ที่รักนู๋ก่อนค่ะ

ป.ล. พิเศษ ... ตอนนี้ที่บ้านนู๋ เสียงปืนยิงรัว แข่งกันบ้านโน้นบ้านนี้ ฟังไปก็เพลินดีค่ะ


ไปดีก่า


แว่บบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ







.

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
musachiza วันที่ : 30/12/2008 เวลา : 02.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

เป็นเรื่องหนึ่งในหลายๆเรื่องที่ผมไม่เคยรู้
ขอบคุณกับข้อมูลความรู้และการเขียนที่ชวนอ่านครบ
ขอบคุณกับมิตรภาพไม่ตรีที่ศิษย์น้องมีให้เสมอ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 29/12/2008 เวลา : 23.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi


นมัสการครับพระอาจารย์
ขอบพระคุณมากครับที่เมตตาเข้ามาเยี่ยมและอวยพร
ขอให้พระอาจารย์มีสุขภาพแข็งแรงและเขียนเรื่องบ่อยๆนะครับ....ระลึกถึงหลวงพ่อเสมอครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 29/12/2008 เวลา : 23.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi


หวัดดียามดึกฮะ...
คุณซำมะแจะ - ขอบคุณฮะสำหรับคำตอบ ผมเข้าไปอ่านมาแระ ผญา เป็นคำพื้นเมืองอีสาน ความหมายตรงกับภาษาบาลีและสันสกฤตว่า "ปัญญาและปรัชญา" (คัดลอกมาไว้ฮะ-กันลืม)

คุณเก็ดถวา - หวัดดีฮะและขอบคุณเช่นกันที่เข้ามาอ่านเรื่องของผม สำหรับคำถามเดี๋ยวจะเอาคำตอบไปส่งให้นะฮะ อ้อ..ขออภัยองค์หญิงสาม "นาจา" ฮะ ไม่ใช่เซียนแต่เป็นขั้นเทพเลยอ่ะ...นับถือ นับถือ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
chaiyassu วันที่ : 29/12/2008 เวลา : 19.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

แวะมาเยี่ยมศิษย์กวง
ช่วงนี้
ห่าง ๆ เน็ตไป
แต่ก็สบายดีทุกอย่าง
ใกล้ปีใหม่แล้ว
ขออวยพรให้ศิษย์กวง
และคุณเปิ้ล
อยู่เย็น เป็นสุข
จำเจริญ ๆ ยิ่ง ๆ ขึ้นไป

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
เก็ดถวา วันที่ : 29/12/2008 เวลา : 15.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gedtawa
ความใฝ่ฝันแสนงามแต่ครั้งเคยเนา ชื่นหวานในใจเราอยู่มิเว้นวัน 

ทำไมปุ๊กถึงเรียกว่าพี่น้อยหน่าล่ะคะ



ขอบพระคุณมากๆ เลยค่ะที่กรุณาแวะไปอ่านเรื่อง ดร.โฮเซ่
ส่วนหนูไม่ใช่เซียน เป็นพวกนาจาอ่ะคร้า กะยัยปุ๊ก

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ซำมะแจะ วันที่ : 29/12/2008 เวลา : 11.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keepitup

สบายดี(สวัสดี) ค่ะ
ขอบคุณค่ะที่แวะไปเยี่ยม

เอาความตอบมาส่งค่ะ
http://www.oknation.net/blog/keepitup/2008/12/28/entry-1


แล้วจะแวะมาอ่านเก็บความรู้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ซำมะแจะ วันที่ : 29/12/2008 เวลา : 11.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keepitup

สบายดี(สวัสดี) ค่ะ
ขอบคุณค่ะที่แวะไปเยี่ยม

เอาความตอบมาส่งค่ะ
http://www.oknation.net/blog/keepitup/2008/12/28/entry-1


แล้วจะแวะมาอ่านเก็บความรู้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 28/12/2008 เวลา : 23.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi


หวัดดียามดึกฮะ...
โหน่ง - หวัดดี ขอบคุณล่วงหน้านะฮะสำหรับหนังสือ
เพิ่งรู้แฮะว่าโหน่งก็มีเชื่อจีน
คุณแคท - หวัดดีฮะ เมอรี่คริสมาสเช่นกันฮะ
พี่จิ้งจก - ราวกับเซียนมาเกิด รู้ไปหมดทุกเรื่อง โปรดรออ่านภาคต่อไปนะฮะ coming soon!!!!!...
เด็กผีโคซี่ - เห็นด้วยฮะ "จะพุทธจีน พุทธไทย ก็ย่อมไปด้วยกันได้ เพราะมีที่ยึดเหนี่ยวอันเดียวกัน..." ลึกซึ้ง ลึกซึ้ง....กึ๊ดเติงหาฮะ
เด็กชายเพชร - "ตั้งแต่มีฟามรัก ลืมน้องเลยนะคะเฮีย เอิ้กกกกกกก..." ...ผมพูดให้ใหม่ฮะ..."ตั้งแต่มีฟามรัก ลืมเฮียเลยนะน้อง เอิ้กกกกกกกกกก..." ..แต่ยังไงก็ "อวยพรให้สมหวัง"...

ขอบพระคุณทุกท่านฮะ....สุขภาพแข็งแรงฮะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
เพชรชมพู วันที่ : 28/12/2008 เวลา : 21.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinkdiamond
                      

ตั้งแต่มีฟามรัก ลืมน้องเลยนะคะเฮีย เอิ้กกกกกกก




.

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Cat@ วันที่ : 28/12/2008 เวลา : 04.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

วันนี้แวะมาอ่าน ให้จบค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
cozy วันที่ : 28/12/2008 เวลา : 01.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

ยังไม่นอนอีกเหรอ สหาย

เคยอ่านเรื่องแปดเซียนเหมือนกัน ชอบมากๆเลยนะ

จะพุทธจีน พุทธไทย ก็ย่อมไปด้วยกันได้ เพราะมีที่ยึดเหนี่ยวอันเดียวกันนะสหาย

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
จิ้งจก วันที่ : 26/12/2008 เวลา : 17.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ryuki2007

อือม...ตอนนี้นี่แค่ Intro นะ ผมอ่านแล้วรอตอนต่อไปเลยล่ะครับ ตั้งตารอ...อิอิอิ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
cozy วันที่ : 26/12/2008 เวลา : 10.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

“ไม่ว่าชาติอะไร กินข้าวกินน้ำที่นี่ แล้วอยู่เมืองไทย ก็เป็นชาติไทย ถือว่าเราเป็นชาวจีนก็ไม่ถูกต้อง แต่ชาวจีนก็มีนิสัยว่าไม่ลืมว่ามาจากไหน....”

ลูกจีนอย่างผมก็คิดเช่นเดียวกันนะสหาย

ยอดเยี่ยมเช่นเคย เดี๋ยวมาอีกรอบนะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Cat@ วันที่ : 26/12/2008 เวลา : 00.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


แมรี่คริสมาส นะค่ะ
..

มาแป๊ะโปง ลงนิ้วก้อยไว้ก่อน
พรุ่งนี้มาอ่านนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
pook วันที่ : 26/12/2008 เวลา : 00.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pook17
 Never complain. Never explain.

พี่น้อยหน่าสวัสดีค่า

หนูเคยได้หนังสืองานศพของอาจารย์สง่ามา 1 เล่ม
หนามากๆ
ว่าจะอ่านๆ จนป่านนี้ยังไม่ได้อ่านเลย
เดี๋ยวไปหาก่อน ถ้าหาเจอจะส่งให้นะคะ
ถ้าหาไม่เจอ จะไปขอจากอาเตี๋ย ถ้้าอาเตี๋ยไม่มีเก็บไว้เกิน 1 เล่ม
จะไปขอจากอาโกว

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 26/12/2008 เวลา : 00.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi


หวัดดียามดึกฮะ...
พี่ชาติ หมายเลข ๘ - ขอบพระคุณพี่ชาติมากครับ ที่กระโดดเข้ามาเจิมบันทึกน้อยตอนนี้ เรื่องของเซียนสู พรหมเชยธีระ ท่านเป็นที่เคารพนับถือของคนเมืองชลมากฮะ เรื่องราวของความมหัศจรรย์มีให้เห็นอยู่เป็นประจำ อ้อ..ท่านเป็นอาจารย์ของคุณทมยันตีด้วยฮะ..

คุณเบญจพร - ขอบคุณฮะ สำหรับกำลังใจ สุขสรรค์วัดปีใหม่ของฝรั่งเช่นกันฮะ..

ขอบคุณทุกท่านฮะ ขอให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงฮะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เบญจพร วันที่ : 25/12/2008 เวลา : 21.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/benjaporn

**..มาให้กำลังใจก่อนน๊า
ค่อยมาอ่านใหม่...(เหมียนพี่ชาย คห.1)

Merry Christmas""..นะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 25/12/2008 เวลา : 20.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

อ่านรอบแรกก่อน
เดี๋ยวมาอ่านรอบสอง
และ ลิ้มรสแบ ละเมียด
รอบแรก แค่ ชิม ก็ เกือบอิ่ม ครับ

นึกว่า รู้จักแต่พระ
ที่แท้ น้องเรา รู้จักเซียนด้วย

พี่
รู้จักแต่ เซียนสู ที่ ทมยันตี เคยเขียนถึง ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]