• ศิษย์กวง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-23
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 2280827
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1500 คน
Sitthi
ดาวนับแสนที่มีวงแหวนนับร้อย ทั้งดาวเคราะห์น้อย ดาวฤกษ์ลอยคว้างๆ ดาวทุกดวงนั้นย่อมจะแตกต่าง มีเส้นทางหมุนของตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi
วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม 2552
Posted by ศิษย์กวง , ผู้อ่าน : 34044 , 00:45:42 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


หลวงปู่ทวด (เหยียบน้ำทะเลจืด) ท่านเป็นพระอริยสงฆ์ในอดีตกว่าสี่ร้อยปีมาแล้ว บารมีของท่านแผ่ไพศาลจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน เรื่องราวปาฏิหาริย์เกี่ยวกับหลวงปู่ทวดมีมากมายเล่าขานกันไม่หวาดไม่ไหว

สำหรับวัตถุมงคลที่สร้างในรูปแบบพระเครื่องแล้ว เป็นที่เชื่อถือกันในกลุ่มผู้มีคตินิยมแนวนี้ว่า “นิรันตราย” เป็นเลิศ

มีเรื่องน่าประหลาดใจอยู่เรื่องหนึ่งครับ....

คือเรื่องราวความเป็นมาของหลวงปู่ทวด ถ้าเราสังเกตดูแล้วจะพบว่าประวัติของท่านมีเพียงแต่การบันทึกในรูปแบบลายลักษณ์อักษรเท่านั้น โดยไม่เคยมีผู้ใดได้เห็นหน้าตาของหลวงปู่ทวดว่าเป็นอย่างไร รูปร่างสูงต่ำขนาดไหน และทำไมถึงมีการจัดสร้างวัตถุมงคลรูปเหมือนของท่านออกมาได้ เขาเหล่านั้นใช้หลักการอะไร จินตนาการแบบไหน วิธีการได้มาทำอย่างไร ฯลฯ


หมุนเข็มนาฬิกาย้อนหลังไปสักประมาณห้าสิบปี ในยุคสมัยนั้น”ร้อยเอกทวี ทิวแก้ว” หรือ “อาจารย์ทวี ทิวแก้ว” แห่ง “อาศรมชีปะขาว” ได้ชื่อว่าเป็น “ผู้ที่มีวิชาอาคมและมีญาณที่เข้มแข็ง” โดยเฉพาะเรื่องของ “พลังจิต”

เป็นที่เชื่อถือกันในกลุ่มลูกศิษย์และผู้ที่เคารพในตัวท่านว่าพลังจิตของท่าน “แจ่มใสดุจดั่งดวงแก้ว” จนสามารถติดต่อกับญาณบารมีของพระเกจิอาจารย์หรือพระเถระชั้นสูงที่ได้ล่วงลับไปแล้ว....

อาจารย์ ร.อ.ทวี ทิวแก้ว เกิดเมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๔๖๑ เวลา ๒๐.๑๕ น. สมัยที่ท่านยังเป็นเด็ก คุณพ่อคุณแม่ของท่านได้นำท่านไปฝากไว้กับพระที่วัดหนัง(ธนบุรี) ซึ่งช่วงนั้นทางวัดหนัง(ธนบุรี) ได้เปิดให้มีการสอนเด็กๆประมาณ ๗๐ คนให้หัดนั่งปฏิบัติสมาธิกรรมฐาน...


ต่อมาปรากฏว่า “ท่านพระภาวนาโกศล (เอี่ยม)” หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในนาม “ท่านเจ้าคุณเฒ่า หรือ หลวงปู่เอี่ยม เจ้าอาวาสวัดหนัง(ธนบุรี)” ในสมัยนั้น ท่านได้คัดเลือกเด็กชายทวี ซึ่งมีอายุเพียง ๗ ขวบเพียงคนเดียวเพื่อให้คอยปรนนิบัติและให้เข้าไปฝึกปฏิบัติสมาธิในกุฏิของท่านทุกคืนจนเด็กชายทวีโตเป็นหนุ่ม (สำหรับเรื่องราวและกิติคุณของหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ปัจจุบันมีคนเขียนถึงท่านมากมายแล้ว เพื่อนๆสามารถหาอ่านได้ตามหนังสือพระเครื่องทั่วไปครับ)

อาจารย์ทวีถูกเกณฑ์ทหารสังกัดกรมการขนส่งทหารบก เมื่อรับราชการจนครบกำหนดแล้ว ท่านจึงลาออกจากราชการทหารและได้ไปทำงานในเรือเดินทะเลค้าขายระหว่างประเทศ ลูกศิษย์ของอาจารย์ทวีท่านหนึ่งได้เขียนถึง “คุณวิเศษและลักษณะนิสัย” ของอาจารย์ทวีไว้ว่า....


“ครั้งหนึ่งเครื่องยนต์ของเรือได้ดับกลางทะเล แก้ไขอย่างไรก็ไม่สำเร็จ อาจารย์ทวีได้ใช้สมาธิจิตเพ่งจุดหัวเทียน ทำให้เครื่องเรือติดและสามารถวิ่งเข้าฝั่งได้

และด้วยความที่ท่านเป็นคนที่ไม่นิยมการเที่ยวเตร่ ดังนั้นเมื่อกลับเข้าฝั่ง ท่านจึงมักเข้าไปอยู่ในป่าแถบภาคใต้ เพื่อหาความสงบจากการฝึกปฏิบัติสมาธิกรรมฐานตลอดเวลา....”

ในช่วงที่อาจารย์ทวีอยู่ในป่า ท่านได้พบกับพระธุดงค์องค์หนึ่ง ซึ่งมาแสดงอิทธิฤทธิ์ให้ท่านเห็นหลายอย่าง แต่ตัวของอาจารย์ทวีเองกลับไม่รู้สึกตื่นเต้นหรือแปลกใจแต่ประการใด ดังนั้นเมื่อพระธุดงค์องค์นั้นชักชวนให้ท่านไปเรียนวิชา ท่านจึงได้ปฏิเสธออกไป โดยท่านให้เหตุผลว่า.....

“ท่านมีครูบาอาจารย์อยู่แล้ว คือ หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง....”


พระธุดงค์องค์นั้นก็ไม่ได้ละความพยายามได้เวียนมาชักชวนท่านถึงสามครั้ง โดยครั้งสุดท้ายพระองค์นั้นได้มาในร่างของสงฆ์แต่ “แต่งชุดขาวเป็นชีปะขาว” และบอกว่าชื่อของท่านคือ “หลวงปู่ทวด” มีความต้องการรับอาจารย์ทวีเข้าเป็นลูกศิษย์...

เมื่ออาจารย์ทวีได้ทราบว่าพระธุดงค์องค์นี้คือหลวงปู่ทวด ท่านจึงน้อมรับเข้าฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ทวด (เหยียบน้ำทะเลจืด) และได้รับการถ่ายทอด “วิชาสมาธิจิตและวิชาต่างๆที่เกี่ยวข้องกับองค์หลวงปู่ทวด” ให้กับท่าน...

หลวงปู่ทวด (เหยียบน้ำทะเลจืด) ได้บอกกับท่านว่า “หลวงปู่ปรารถนาพุทธภูมิ” คือ “เจตนาเป็นพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งในอนาคต” แต่ขณะนี้ท่านเป็น “พระโพธิสัตว์” ดังนั้นคาถาที่ใช้สวดบูชาและนมัสการท่านคือ...

“นะโม โพธิสัตว์โต อาคันติมายะ อิติภะควา...”


ตามหลักของพระพุทธศาสนา มนุษย์ประกอบด้วย “กาย” และ “จิต” โดย “กายเป็นรูปธรรม” และ “จิตเป็นนามธรรม”

อาศรมชีปะขาว เป็นสำนักที่เปิดสอนและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องของสมาธิจิต โดยอาจารย์ทวี ทิวแก้วท่านจะสอนเรื่องของจิตและวิญญาณตามหลักของพระพุทธศาสนา ซึ่งถ้าจะว่ากันไปแล้วคำว่า “จิต” และ “วิญญาณ” เป็นเรื่องที่แอบอิงเข้ากันกับเกือบจะทุกศาสนา

เพราะว่าอะไรหรือครับ.....

คำตอบแบบขั้นอนุบาลว่าอย่างนี้

เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ “ความเชื่อของมนุษย์” ที่มีมาตั้งแต่อดีต เพียงแต่ว่า “นัยยะความหมาย” ของแต่ละศาสนาจะแตกต่างกันออกไป

คุณสมบัติของจิต...เชื่อกันว่าสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วยิ่งกว่าสิ่งใดๆที่เราเคยรู้จักกัน ไม่ว่าสิ่งนั้นจะอยู่ที่ไหนเพียงเรานึกถึงสิ่งนั้น จิตของเราก็จะวิ่งไปทันที

นอกจากนี้จิตยังสามารถทะลุทะลวงผ่านวัตถุและสิ่งต่างๆได้อย่างไร้ขีดจำกัดและไร้ซึ่งขอบเขต คุณสมบัติทั้งหมดนี้เราเรียกมันว่า ...”พลังจิต”

พลังจิตต่างจากพลังงานอื่นๆทางวิทยาศาสตร์ เช่นพลังงานไฟฟ้า พลังงานน้ำ ฯลฯ ตรงที่จิตมี “ตัวรับรู้อารมณ์” ที่เรียกว่า “วิญญาณ” โดยอาศัยตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ

สิ่งมีชีวิตก็เช่นเดียวกัน..เราสามารถแยกออกได้เป็นสองชนิดคือ “สิ่งมีชีวิตแต่ไม่มีวิญญาณ” และ “สิ่งมีชีวิตที่มีวิญญาณ” ซึ่งคำที่เรามักจะได้ยินเสมอเมื่อพูดถึงเรื่องเหล่านี้ก็คือคำว่า “จิตวิญญาณ”

ซึ่งวิญญาณนี้ ทางพุทธศาสนาอธิบายความไว้ว่า

 “เป็นสิ่งที่ไม่มีรูปร่าง สามารถรับอารมณ์ได้ไกล มีการเกิดดับทุกขณะและมีอยู่ในสมองเป็นส่วนใหญ่.....”


โดยปกติแล้ว จิตกับกาย มักจะคู่กันเสมอ แต่สำหรับผู้ที่มี”ฌาน”จากการฝึกปฏิบัติสมาธิวิปัสสนาจนถึงขั้น อาจแยกจิตออกจากกายได้ ซึ่งอาจจะเป็นแบบชั่วคราวหรือแยกเป็นแบบระยะเวลาที่ยาวนาน ลักษณะแบบนี้เราเรียกว่า “นิโรธสมาบัติ” ครับ

ดังนั้นไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นคนธรรมดาหรือพระสงฆ์ หากสามารถปฏิบัติจนเข้าสู่ “นิโรธสมาบัติ” ได้เป็นประจำก็จะต่อยอดให้เกิด “ฌาน” ต่างๆ เช่น “เจโตรปริญาณ ได้แก่ การอ่านใจผู้อื่น” หรือ “อนาคตังสญาณ ได้แก่ การรู้อนาคต” ฯลฯ


นั่งพักกันตรงนี้สักนิดครับ....ที่เขียนมาข้างต้นเพื่อต้องการปูทางของคำว่า “การนั่งสมาธิตรวจสอบ” หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า “การนั่งทางใน” ว่าทำไมคนที่ได้รับการฝึกฝนทางจิตมาดี สามารถรับรู้เรื่องราวต่างๆ ได้

เรื่องพวกนี้นอกจากการหมั่นฝึกปฏิบัติตามหลักการและวิธีที่ถูกต้องแล้ว โดยส่วนตัวของผม คำว่า“บุญบารมี”ที่คนๆนั้นเคยทำมาก็ยังมีส่วนด้วยครับ….

คุณวิเศษเฉพาะตัวของอาจารย์ทวี ทิวแก้ว ตามที่ผมได้ศึกษามาจากบทความของท่านพันโท นายแพทย์สมพนธ์ บุณยคุปต์ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ก็คือการที่อาจารย์ทวี สามารถ”นั่งสมาธิตรวจสอบ” ได้อย่างแม่นยำเป็นที่อัศจรรย์ใจ


เช่นการที่นายแพทย์สมพนธ์ ได้นำผ้าเช็ดหน้าห่อพระเครื่องไว้สามองค์ อาจารย์ทวีสามารถนั่งสมาธิตรวจสอบได้ว่าในห่อผ้านั้นมีพระอยู่กี่องค์และเป็นพระอะไร ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้อาจารย์ทวี ท่านได้บอกไว้ว่าเป็นเรื่องของการใช้ “พลังจิต” อธิบายความได้ว่า...

“เกิดจากการทำสมาธิให้จิตนิ่งและนำจิตนั้นไปใช้งาน เหมือนพลังงานอื่นๆ.....”

และเมื่อนายแพทย์สมพนธ์ ต้องการทดสอบเรื่องของ “ความแรงของพลังจิต” โดยให้ช่วยตรวจสอบพลังของพระพุทธรูปที่บ้านพัก อาจารย์ทวีก็สามารถบอกได้อย่างถูกต้องว่า“พระพุทธรูปเชียงแสน ๑ ที่บ้านของนายแพทย์สมพนธ์ มีพลังงานแรงมากแต่ชำรุด” ซึ่งเมื่อมีการนำพระองค์ดังกล่าวมาตรวจสอบก็พบว่า..”พระองค์นั้นเศียรหักและถูกต่อคอเอาไว้...”

ด้วยความที่นายแพทย์สมพนธ์ ท่านเป็นนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทำให้ท่านอยากพิสูจน์”พลังของจิต” ท่านจึงได้เอาแผ่นตะกั่วที่กันแสงเอกซเรย์ได้ มาทุบเป็นกล่องสี่เหลี่ยมครอบกันเอาไว้แล้วเอาเงินใบละสิบบาทพับใส่ลงในกล่อง เสร็จแล้วก็ครอบฝาปิดกล่องเอาไว้ ท่านเล่าว่าได้นำกล่องใบนี้ไปให้อาจารย์ทวีโดยบอกว่า....

“อยากทดสอบพลังของจิตว่าแรงกว่าเครื่องเอกซเรย์หรือไม่....”

อาจารย์ทวี มองลอดแว่นแล้วบอกว่าเรื่องนี้ไม่ต้องถึงท่านก็ได้ ให้ “หูทิพย์” ดูก็ได้ “หูทิพย์”ในที่นี้คือ “ด.ช.โสตรทิพย์ ทิวแก้ว” บุตรชายของท่านที่พิการแต่กำเนิด

กล่าวคือ”หูทิพย์”เป็นเด็กที่ไม่มีรูหู ซึ่งตามปกติแล้วคนที่ไม่มีรูหูมักจะเป็นใบ้ แต่อาจารย์ทวี ท่านได้ใช้พลังจิตรักษาและสอนภาษาตั้งแต่เล็กๆ จนหูทิพย์ สามารถพูดได้ ฟังได้และเรียนหนังสือได้ โดยอาศัยการดูปากและเสียงที่มากระทบบริเวณแก้ม

ท่านเล่าว่าขณะนั้น ด.ช.โสตรทิพย์ มีอายุได้สักประมาณสิบกว่าขวบและกำลังวิ่งเล่นอยู่ อาจารย์ทวีได้เรียกให้เขามานั่งดูของในกล่อง ด.ช.โสตรทิพย์นั่งหลับตาดูสักพักจึงลืมตาแล้วบอกว่า....

“แบงค์พ่อ แบงค์..”

อาจารย์ทวี ถามต่อว่า “ใบละเท่าไร...”

ด.ช.โสตรทิพย์นั่งหลับตาอีกแล้วบอกว่า...

“แบงค์สิบพ่อ..”

และเมื่ออาจารย์ทวี ถามต่อว่ามีเลขอะไรบ้าง ด.ช.โสตรทิพย์ก็บอกเลขออกมา เมื่อนายแพทย์สมพนธ์ท่านได้เปิดฝากล่องและดูเบอร์ของธนบัตร ท่านพบว่า

”ตัวเลขตรงกันแต่มีสลับที่กันอยู่บ้าง...”

แต่ท่านว่าเพียงเท่านี้ก็สร้างความมหัศจรรย์ใจให้กับตัวท่านแล้ว ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ทำให้ท่านมีความเชื่อว่า...

“พลังจิตมีความมหัศจรรย์จริงๆ และไม่มีข้อขีดขั้นของอายุผู้ปฏิบัติ...”


จะว่าไปแล้วเรื่องราวของคุณวิเศษและความสามารถพิเศษในเรื่องพลังจิตของอาจารย์ทวี ทิวแก้วและบุตรชายคือ ด.ช.โสตรทิพย์ ทิวแก้ว ยังมีอีกมากมาย ตลอดจนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดก็เกิดขึ้นต่อหน้าบุคคลหลายๆท่าน ซึ่งบุคคลต่างๆที่อยู่ร่วมเหตุการณ์ก็เป็นเสมือน”พยานบุคคล”ที่เข้ามาเป็นส่วนประกอบสำคัญยืนยันในเรื่องเหล่านี้...

ความมหัศจรรย์ของพลังจิตที่เกิดขึ้น หมายรวมถึง..การทำนายทายทัก การวิเคราะห์โรค การติดต่อสื่อสารกับสิ่งเร้นลับ รวมไปถึงการติดต่อกับญาณบารมีของพระเกจิอาจารย์ที่ได้ล่วงลับไปแล้วอย่าง “หลวงปู่ทวด...”


 

อาจารย์ทวี ในสมัยนั้นท่านมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย มีทั้งบรรดาพ่อค้าประชาชนทั่วไปและรวมไปถึงข้าราชการนายทหารชั้นผู้ใหญ่อีกหลายท่าน ซึ่งแต่ละท่านได้ให้ความเคารพนับถือถวายตัวเป็นลูกศิษย์....

อาจารย์จิตร บัวบุศย์ อดีตอาจารย์วิทยาลัยเพาะช่าง ก็เป็นศิษย์คนหนึ่งของอาจารย์ทวี ทิวแก้ว เช่นเดียวกัน

ครั้งนั้นอาจารย์จิตร ต้องการจะหาเงินเพื่อสร้าง วัดวังรี จ.นครนายก และวัดสุทธาวาส จ.ฉะเชิงเทรา โดยท่านคิดว่าจะสร้างพระหลวงปู่ทวด(เหยียบน้ำทะเลจืด) แต่ช่างปั้นก็ไม่รู้ว่าจะปั้นอย่างไร เพราะไม่มีรูปของหลวงปู่ทวดเป็นแบบและก็ไม่เคยมีใครได้เห็นหลวงปู่ทวดมาก่อน...

ด้วยเหตุนี้ทำให้อาจารย์จิตร จึงต้องให้อาจารย์ทวี ทิวแก้ว มาเป็นผู้ชี้ทางสว่าง....


วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๐๕ ท่านอาจารย์ทวี ทิวแก้วได้จัดพิธีขึ้นที่อาศรมชีปะขาว สิ่งมหัศจรรย์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่ออาจารย์ทวี ท่านได้นำอาจารย์จิตรเข้ามาร่วมในพิธี....อาจารย์จิตรได้บรรยายความรู้สึกขณะนั้นว่า....

“ร่างกายร้อนฉ่า...ความร้อนนั้นค่อยๆเคลื่อนตัวไปที่ต้นแขน...ไปที่ปลายมือและวูบวาบไปที่มือ ไปประจวบรวมกันที่หัวแม่มือ..จนอาจารย์จิตรต้องยกนิ้วมือขึ้นมอง...”

ทันใดนั้น สิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นในชีวิตก็ปรากฏขึ้น..


“เมื่อนิ้วหัวแม่มือของอาจารย์จิตรที่บริเวณเล็บนั้น คล้ายกับเป็นแสงสว่างวูบขึ้นแวววาว จากนั้นก็ค่อยๆ หรี่ลงๆ และปรากฏเป็นภาพรางๆ ที่ค่อยๆ ชัดขึ้นที่ละน้อย กลายเป็นภาพของหลวงปู่ทวด ซึ่งปรากฏเห็นอย่างชัดเจน ไปจนถึงพระอุระของท่าน....”

ภาพที่เกิดขึ้นบนเล็บของอาจารย์จิตร บัวบุศย์นั้นชัดเจน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ก็มีหลายคนอยู่ร่วมเหตุการณ์ สามารถยืนยันได้ ซึ่งตัวอาจารย์จิตรเอง ท่านก็ได้บันทึกเหตุการณ์นี้ไว้เป็นลายลักษณ์อักษรว่า “นับเป็นเหตุการณ์ปาฏิหาริย์”

ในพิธีอัญเชิญรูปหลวงปู่ทวดให้มาปรากฏบนนิ้วมือของอาจารย์จิตร บัวบุศย์ครั้งนี้ เพื่อใช้เป็นแบบในการสร้างพระรูปหลวงปู่ทวดจนเป็นที่สำเร็จ โดยครั้งแรกเป็นการสร้างพระเนื้อว่านมงคล ๑๐๘ ชนิด เมื่อมีการสร้างเสร็จแล้วได้นำมาแจกจ่ายให้กับลูกศิษย์ทั้งหลายได้บูชาและหมดไปอย่างรวดเร็ว...

แต่ก็ยังไม่เพียงพอเนื่องจากลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ทวี ทิวแก้วยังคงมีอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งแต่ละคนเมื่อได้รับไปบูชาแล้วต่างก็มีประสบการณ์มากมายทั้งแคล้วคลาดภยันตรายนับไม่ถ้วน ทำให้ผู้ที่ได้รับรู้เรื่องราวอันนี้อยากจะมีไว้บูชากันบ้าง..

ด้วยเหตุนี้อาจารย์ทวี ท่านจึงได้สร้าง “เหรียญหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด” เป็นเหรียญทรงกลมขึ้นอีกครั้งในปี ๒๕๑๒ เพื่อแจกจ่ายให้กับลูกศิษย์ของท่านเช่นเคย แต่ในครั้งนี้อาจารย์ทวี ท่านได้แบ่งเหรียญรุ่นนี้ส่วนหนึ่งเก็บไว้ในหีบเพื่อบูชาในพิธีต่างๆของท่าน

ว่ากันว่าเหรียญที่ท่านสร้างแจกในครั้งนั้นก็สร้างปาฏิหาริย์ต่างๆไว้จนไม่สามารถบรรยายได้หมด และเราอาจจะพบเห็นได้ในคอของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่บางคน เพราะบางท่านก็มีช่วงอายุทันเหตุการณ์ในครั้งนั้น


ประกอบกับว่าเป็นที่รับรู้ของลูกศิษย์ว่าอาจารย์ทวี ท่านมีญาณสื่อกับหลวงปู่ทวดได้ ดังนั้นคุณวิเศษของเหรียญรุ่นนี้ผมคงไม่ต้องมานั่งอธิบายความครับ “เยี่ยมจริงๆ”

หลังจากที่อาจารย์ทวี ทิวแก้วได้ถึงแก่กรรมแล้ว ก็ยังไม่มีผู้ใดสามารถประกอบพิธีอัญเชิญหลวงปู่ทวดเช่นนี้ได้อีกเลย....

วันเวลาที่ผ่านล่วงเลยไป ถึงจะไม่มีอาจารย์ทวีแล้วแต่บรรดาลูกศิษย์ก็ยังคงไปมาหาสู่กราบไหว้ที่อาศรมชีปะขาวกันอย่างสม่ำเสมอ ในระหว่างที่บรรดาลูกศิษย์ช่วยกันจัดเก็บข้าวของในอาศรมชีปะขาว ก็ได้พบ”หีบเก่าอยู่ใบหนึ่ง” จึงตัดสินใจเปิดดู โดยมีท่านพลตรีประจักษ์ ธูปเทียนรัตน์ หนึ่งในบรรดาลูกศิษย์เป็นหัวหน้าประจักษ์พยานในการเปิดดูครั้งนี้..

สิ่งที่ได้พบในหีบใบนั้นก็คือ..

“เหรียญหลวงปู่ทวด ที่อาจารย์ทวีได้สร้างขึ้นในปี ๒๕๑๒ จำนวนหนึ่งและจดหมายของอาจารย์ทวี ที่เขียนใส่ไว้...”


เนื้อหาและใจความในจดหมายเสมือนหนึ่งว่า ท่านอาจารย์ทวี ทิวแก้ว จะล่วงรู้ถึงอนาคตว่าจะต้องมีลูกศิษย์ของท่านมาพบกรุเหรียญหลวงปู่ทวดในหีบใบนี้...โดยท่านเขียนไว้ว่า....

“ขอให้สานต่อการสร้างวัด ๒ แห่งที่ท่านสร้างไว้ในอดีตให้แล้วเสร็จคือ วัดวังรี จ.นครนายกและวัดสุทธาวาส จ.ฉะเชิงเทรา และเหรียญดังกล่าวให้รวบรวมแจกจ่ายแก่ผู้ที่ศรัทธาไว้สักการบูชา ด้วยบารมีพุทธคุณของหลวงปู่ทวด จงโปรดคุ้มครองแก่ลูกหลานทีมีความเลื่อมใสให้แคล้วคลาดปลอดภัย....”

ครับเรื่องราวอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์มีอยู่มากมายที่ยังหาคำตอบไม่ได้ จึงไม่แปลกครับที่คนยุคใหม่และนักวิทยาศาสตร์จำนวนไม่น้อยที่ไม่เชื่อ....

เรื่องราวของหลวงปู่ทวด (เหยียบน้ำทะเลจืด) กับท่านอาจารย์ร้อยเอกทวี ทิวแก้ว ตามบันทึกน้อยของผมตอนนี้ก็เป็นเรื่องของ”อิทธิปาฏิหาริย์” ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญสักเท่าไรตามหลักของพระพุทธศาสนา….

ตอนที่มนุษย์ยังไม่รู้ว่าโลกเรากลม บรรดานักคิดในสมัยนั้นต่างก็เชื่อและพากันอธิบายกันว่าโลกของเราแบน ซึ่งพวกเราก็เชื่อตามนั้น จนมีคนๆหนึ่งตั้งคำถามขึ้นมาว่าโลกเราแบนจริงหรือ....

ทุกวันนี้เราคงทราบกันแล้วครับว่า”โลกของเรากลม” วิทยาศาสตร์มีคำตอบ...

แต่เพื่อนๆเชื่อไหมครับว่าเรื่องของ”อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์” นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถที่จะหาเหตุผลมาหักล้างได้ เพราะเรื่องเหล่านี้มันเป็นเรื่องของความเชื่อ ที่อยู่เหนือธรรมชาติและมีผลต่อจิตใจของมนุษย์มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

ว่ากันว่าความเชื่อเหล่านี้จะสามารถลดความหวาดกลัวของมนุษย์ลงไปได้ตลอดจนเป็นการสร้างเกราะกำบังความกลัวและก่อให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธาร่วมกัน

ตราบใดที่เรายังคงเป็นชาวพุทธและยังคงมีความเชื่อในเรื่องเครื่องรางของขลังว่ามีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์จริงๆ ก็ขอจงมองหา”เหรียญหลวงปู่ทวด ปี ๒๕๑๒ ของอาศรมชีปะขาว”ไว้แขวนคอเถอะครับ ดีกว่าจะไปมองหาพระหลวงปู่ทวดรุ่นเก่าๆแพงๆ และต้องเสี่ยงต่อการเสียเงินเปล่าๆโดยได้รับอะไรก็ไม่รู้รูปร่างเหมือนพระเครื่องมาแขวนคอ

เพราะเมื่อมีเหตุการณ์อันตรายเกิดขึ้นแล้วผมเชื่อว่า “บารมีของหลวงปู่ทวด และพลังจิตของอาจารย์ทวี” เมื่อนำมารวมกับ”้นแล้วผมเชื่อว่า "องมาแขวนคอะไม่งมงาย สุดท้ายก็จะส่งผลให้ท่านมีความมั่นคงทางจิตใจขอจงมองหาเหรียญหลวง”Wความเชื่อมั่นและความศรัทธา”ก็จะส่งผลให้ท่านมีความมั่นคงทางจิตใจ และมีความปลอดภัยในชีวิต ขอเพียงแต่ให้เราได้ใช้สติปัญญาพิจารณาเรื่องต่างๆอย่างถ่องแท้และไม่งมงาย....

สุดท้ายนี้ขอบารมีหลวงปู่ทวด(เหยียบน้ำทะเลจืด) จงดลบันดาลให้เพื่อนๆและเครือญาติ เจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ลาภ ยศ สรรเสริญและคุณธรรมยิ่งๆขึ้นไปเทอญ....สวัสดีครับ

ขอขอบพระคุณ ข้อมูลอ้างอิงจากนิตยสารพระเครื่องปรกโพธิ์ ฉบับที่ ๕๕ หนังสือพลังจิต-อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ โดยพันโทนายแพทย์สมพนธ์ บุณยคุปต์ คุณพรชนก สุขพงษ์ไทยสำหรับข้อมูล เพื่อนต่อสำหรับคำแนะนะ คุณสมบูรณ์ ร้านนายฮ้อ สระบุรี กับกำลังใจที่มีให้เสมอครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
เพชรชมพู วันที่ : 23/01/2009 เวลา : 12.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinkdiamond
                      

โอ้วววว ... นู๋ว่า น่าจะ XXL นาคร๊า

ฮี่ ... ล้อเล่งงงง ถ้าเหลือเบอร์ s ก็โยนๆมาที่น้องนะคะเฮีย

เอิ้กกกก มามั่วนิ่มๆแบบนี้แร่ะ ฮ่าๆๆ

อ่อ ... ซองอั่งเปาด้วยคร่าาา


.

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
Cat@ วันที่ : 23/01/2009 เวลา : 01.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ขอถามหน่อยนะค่ะ
หากเป้นเสือยืด
ใส่ไซด์ เอ็มหรือแอล ค่ะ

ไซด์ฝาหรั่งนะค่ะ
อยากทราบ
จะได้จัดให้สักที แฮ่ะๆๆ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
cozy วันที่ : 22/01/2009 เวลา : 14.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

อุปกรณ์หาเลี้ยงชีพ(คอมฯ) ค่อนข้างกระปิดกระปอย ขัดใจไม่ค่อยได้ฮะ.

ต้องหยอดน้ำมันหน่อยละมั้งคุณ

ขอบพระคุณที่ประชาสัมพันธ์ให้ฟรีๆ

เจโตรปริญาณ ได้แก่ การอ่านใจผู้อื่น” หรือ “อนาคตังสญาณ ได้แก่ การรู้อนาคต

ชาตินี้จะมีโอกาสถึงขั้นที่สหายว่ามาไหมนี่

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 22/01/2009 เวลา : 00.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

นมัสการครับพระอาจารย์...
น้อมรับคำสอนที่มีประโยชน์และเป็นสัจจริงครับ
"คุณสมบัติพิเศษต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการฝึกจิตที่มี
ไม่ว่าจะเป็นของพระ หรือฆราวาส
ถือเป็นเรื่องธรรมดา
ไม่ใช่สิ่งมหัศจรรย์อะไร
จะเรียกว่า เป็นของเด็กเล่นก็ว่าได้
ใช้ดีก็เกิดประโยชน์ ใช้ไม่ดีก็เกิดโทษ
ขัดขวางมรรคนิพพานได้ ...."
ขอบพระคุณท่านอาจารย์มากครับ ที่เมตตา

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 22/01/2009 เวลา : 00.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

หวัดดีฮะ...
ขออภัยที่เข้ามาล่าช้า ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย คอมฯเลยติดหวัดไปด้วยฮะ....

๑.คุณเบ็คกี้ – เรื่องประกาศนียบัตร ขอติดไว้ก่อนนะฮะ ยังคิดมุขไม่ออกว่าจะแก้ต่างยังงัย
๒.พี่สาวไจดี – ขอบพระคุณและสวัสดีฮะพี่สาว ไม่ได้คิดว่าพี่สาวลบเมนต์หรอกฮะ
เพราะเท่าที่ทราบเพื่อนฝูงบ้านข้างเคียงก็ยังเป็น

๓.เด็กชายเพชร – ขอบคุณฮะสำหรับเพลง “แซบซึ้งจาย” มากเลยฮะ เออ...เชื่อแล้วฮะ
ที่เขาว่าพิศวาสตัดไม่ขาดประหลาดใจ ขอบคุณน้องเพชรมากฮะที่ทำให้เชื่อ

๔.คุณเบญจพร – สวัสดีและขอบคุณฮะสำหรับกำลังใจ เช่นกันฮะมีให้เสมอ
๕.พี่จิ้งจก – หวัดดีฮะพี่ชาย สำหรับคำชมที่ทำให้ผมตัวลอย....ส่วนหนึ่งก็มาจากพี่จิ้งจก
เป็นสาเหตุด้วยฮะ ลองนึกดูให้ดี....

๖.ศิษย์พี่มูซา – หวัดดีฮะศิษย์พี่ ขอบคุณฮะสำหรับการสรุปบทความตอนนี้ “ลึกซึ้ง”และ
“นับถือ” ในการวิเคราะห์ของศิษย์พี่จริงๆ “โดนใจ”.....เออ..ต้องขออภัยนะฮะที่ไม่ค่อยได้
แวะไปเยี่ยม อุปกรณ์หาเลี้ยงชีพ(คอมฯ) ค่อนข้างกระปิดกระปอย ขัดใจไม่ค่อยได้ฮะ..
๗.เด็กผีโคซี่ – ตามไปอ่านมาแล้ว นับถือ นับถือ เขียนเรื่องใหม่ได้เร็วและยอดเยี่ยมมาก
รวมเป็นเล่มๆ แล้วบอกด้วยนะ.....ขอประชาสัมพันธ์นิดฮะ สำหรับเพื่อนๆท่านใดต้องการ
อ่านบทความการเมืองที่มีสาระและสอดแทรกด้วยความน่ารักเชิญติดตามได้ที่บ้านคุณโคซี่
นะฮะ.....อ่านจบแล้วใครใคร่โหวตก็โหวตเลยฮะ คนเขียนใช้ฝีมือและทัศนะส่วนตัวล้วนๆ

๘.คุณแคท – หวัดดีฮะและขอบคุณสำหรับโหวต สำหรับเรื่องใหม่ขอเวลาตกผลึกความคิด
อีกนิดฮะ ใกล้คลอดแล้วเร็วๆนี้....

๙.คุณตาอิน – สวัสดีและขอบคุณฮะ สำหรับการเยี่ยมชมพร้อมกับคำคมที่ได้ใจ
“เคารพในสิ่งที่ดีที่งามที่ถูกต้องจริงๆด้วยความศรัฐธา ก็จะพบบางสิ่งบางที่คนอื่นไม่เห็น….”

๑๐.คุณคนน้ำเงิน – คำชื่นชมเป็นกำลังใจให้ต่อสู้ไปไม่ท้อถอยฮะ....คุณคนน้ำเงินก็เช่นกัน
เมื่อไรจะเขียนผลงานดีๆ ให้พวกเราได้อ่านบ้างละฮะ....รออยู่นะเฮีย....

...............
ขอบพระคุณฮะ สำหรับการเยี่ยมชม...
รักษาสุขภาพฮะ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
chaiyassu วันที่ : 21/01/2009 เวลา : 07.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

คุณสมบัติพิเศษต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการฝึกจิตที่มี
ไม่ว่าจะเป็นของพระ หรือฆราวาส
ถือเป็นเรื่องธรรมดา
ไม่ใช่สิ่งมหัศจรรย์อะไร
จะเรียกว่า เป็นของเด็กเล่นก็ว่าได้
ใช้ดีก็เกิดประโยชน์ ใช้ไม่ดีก็เกิดโทษ
ขัดขวางมรรคนิพพานได้

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
musachiza วันที่ : 21/01/2009 เวลา : 01.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

แวะมาเยี่ยม

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
musachiza วันที่ : 21/01/2009 เวลา : 01.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

แวะมาเยี่ยม

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
cozy วันที่ : 20/01/2009 เวลา : 00.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

ป่ะ ป่ะ


ความคิดเห็นที่ 25 (0)
boran-new วันที่ : 18/01/2009 เวลา : 23.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tain

เคารพในสิ่งที่ดีที่งามที่ถูกต้องจริงๆด้วยความศรัฐธา ก็จะพบบางสิ่งบางที่คนอื่นไม่เห็น...ผมคิดว่าเป็นเช่นนั้น แต่ตัวเองยังมีแรงศรัฐธานิ่งไม่พอจึงเห็นเท่าที่คนทั่วๆไปเห็น ขอบคุณที่นำภาพมาให้ผมเห็นด้วยอีก 1 คนครับ

ตาอิน

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
Cat@ วันที่ : 16/01/2009 เวลา : 04.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


พาน้องหมีมาให้หนึ่งแต้ม

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
คนน้ำเงิน วันที่ : 14/01/2009 เวลา : 20.01 น.

แจ่มสุด ๆ ครับสำหรับเรื่องนี้ อ.ทวีท่านเก่งมาก เป็น "พระ" ในร่างฆราวาสสำหรับตระกูลผมเลยครับ ต้องขอบพระคุณมากที่คุณศิษย์กวงสามารถฝ่าด่านแห่งความยากเข้าไปนำเรื่องราวดี ๆ มาบอกเล่าให้ตาสว่างกัน ขอบคุณหลาย ๆ เด้อครับ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
cozy วันที่ : 14/01/2009 เวลา : 17.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

ป๊ะ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
จิ้งจก วันที่ : 13/01/2009 เวลา : 21.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ryuki2007

อ่านจบแล้วทำให้ต้องรีบไปตามลายแทงโดยด่วนแล้วสิเรา ขอบพระคุณท่านศิษย์กวงที่นำข้อมูลดีๆ มาเสนอตลอดมา ความอุตสาหะในการดั้นด้นค้นหาข้อมูลของท่านศิษย์กวงช่วยสร้างบทความดีๆ ขึ้นมาในโลกไซเบอร์ ไม่ใช่สร้างขยะขึ้นมาในโลกไซเบอร์ ชื่นชมครับท่าน ชื่นชม

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
cozy วันที่ : 12/01/2009 เวลา : 14.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

เมื่อคืนจิตแฟนผีคงแข็งนะ ส่งไปถล่มได้ 3 - 0 ฮา

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
Cat@ วันที่ : 12/01/2009 เวลา : 00.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

รออ่านเรืองต่อไป
แวะมา ให้หนึ่งแต้ม

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
เบญจพร วันที่ : 12/01/2009 เวลา : 00.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/benjaporn

ภูมิใจค่ะกับความพยายาม
ความตั้งใจที่คุณได้รวบรวมมาเป็นเรื่องราวดีๆนี้
เป็นกำลังใจให้คุณเสมอออ
ถึงบ้าน..หลับฝันดีนะคะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
musachiza วันที่ : 11/01/2009 เวลา : 17.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

เป็นการรวมประวัติผู้คนหลายยุคเข้าด้วยกัน
ด้วยสายสัมพันธ์แห่งจิต ที่อธิบายตัวตน
และการเวลาของผู้คน ให้เป็นรูปร่างชัดเจนขึ้น
ต่อผู้คนร่วมสมัยในปัจจุบัน
อ่านสนุกด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
เพชรชมพู วันที่ : 10/01/2009 เวลา : 23.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinkdiamond
                      

http://kateep.com/music/song/musiconline-id-2388.htm

เอามาให้เฮียฟังด้วย จะได้อินกะนู๋ด้วย ... วะฮ่ะฮ่า

นู๋ไปนอนแระค่ะ

ฝันดีทั้งพี่สาว พี่ชายนะคะ



.

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
เพชรชมพู วันที่ : 10/01/2009 เวลา : 23.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinkdiamond
                      

อยากจะถอนพิษที่คั่งฝังจายยยยย
พิษรักที่คุณฝากไว้ ช่างแสนร้ายกาจ
ถึงเป็นไข้ กินยาก็ยังหายขาด
แต่พิศวาสตัดไม่ขาดอนาจจายยยย


...

พิษสุราฟื้นแระ แต่พิษรักยังทรมานอยู่เลยอ่ะค่ะเฮีย ฮิฮิ



.

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ting วันที่ : 10/01/2009 เวลา : 22.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

เข้าได้แต่มันลบได้อย่างไรไม่รู้
พี่ไม่ได้ลบนะ ถึงอย่างไรก็ได้อ่านจากอีเมลล์
ขอบคุณคะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
beckyblooms วันที่ : 10/01/2009 เวลา : 17.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

แต่จะยังไม่เชื่อเรื่องจบปวส.
จนกว่าจะเอาประกาศนียบัตรมาโชว์!

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 10/01/2009 เวลา : 11.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

หวัดดีฮะเพื่อนๆ
.................
คุณแคท-ขอบพระคุณครับกับการเจิม
พี่สาวใจดี-พี่สาวสบายดีนะฮะ บ้านของพี่ผมเข้าไปหลายครั้งแล้ว เมนท์ไม่ได้ไม่รู้ว่าเกิดอะไร
พี่ชาติหมายเลข๘-เรื่องนี้ผมก็เคยอ่านมานานแล้วฮะ เป็นบทความสั้นๆ มีโอกาสก็เลยจัดการเองดีกว่า
สะใจดี....
เด็กชายเพชร-อ้าว.....ฟื้นจากพิษสุราแล้วน้องเรา
เด็กผีโคซี่ – “จิตเป็นเรื่องอัศจรรย์อย่างมาก จิตที่กล้าแข็งนั้นมันมีพลังเกินกว่าที่พวกเราจะคาดถึงทีเดียว…”
เห็นด้วยฮะ...ลึกซึ้งๆๆ
เด็กอนุบาลห้องหนึ่งทับสอง-ขอบคุณครับ “มโนปุพพังคมา ธัมมา มโนเสฏฐา มโนมยา....ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน สำเร็จได้ด้วยใจ…”นอกจากจะลึกลับแล้ว ยังลึกซึ้งอีกตะหาก
คุณปยุต-สาธุ ขอบคุณครับ
คุณเบ็คกี้-ขอบคุณมากเลยฮะ ชอบคำพูดคุณเบ็คกี้ฮะ “นับถือทุกองค์ที่อยู่ในธรรมของพระพุทธเจ้า....” ได้ใจดีฮะ
...................
ขอบพระคุณฮะ สำหรับการเยี่ยมชม

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Cat@ วันที่ : 10/01/2009 เวลา : 02.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ขอให้มีความสุขกับวันหยุด

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
beckyblooms วันที่ : 09/01/2009 เวลา : 19.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

ฉันเคยอ่านเรื่องประมาณอิทธิปาฏิหาริย์จากบันทึกของ
หลวงพ่อฤาษีลิงดำนะคะ.. นอกนั้นจะไม่ค่อยได้อ่านเท่าไหร่..

เวลาอ่านก็จะ..ครึ่งๆ..หมายถึงความเชื่อ..ฉันว่ามันเป็นเรื่องที่ยากพิสูจน์นะคะ..และก็เป็นเรื่องที่น่าพิสูจน์ไปพร้อมๆกัน..

ที่บ้านนับถือหลวงปู่ทวดเพราะพ่อแม่เป็นคนหาดใหญ่อ่ะ..
ส่วนฉัน..นับถือทุกองค์ที่อยู่ในธรรมของพระพุทธเจ้านะคะ..
แหม..เพิ่งรู้ว่าเขามีปวส.ด้านพระด้วยนะเนี่ยคุณ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เพชรชมพู วันที่ : 09/01/2009 เวลา : 13.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinkdiamond
                      

โอ้ววววว พระเจ้ายอดมันจ๊อดมาก เนื้อหาแน่นเจรงๆ

สาธุค่ะ อิอิ

v
v
v

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ปยุต วันที่ : 09/01/2009 เวลา : 12.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ajarnyoot

ดีจริงๆ ขออนุโมทนาที่นำเรื่องๆดีมาให้ได้รับรู้ แต่เรื่องที่จะกล่าวตอไปนี้ แม้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงบอกว่าคุณค่าเหนือกว่าอภิมหาสมบัติของพระมหาจักรพรรดิ์ในเมืองมนุษย์และยิ่งกว่ามหาสมบัติขององค์อินทร์ในสวรรค์ทั้งหกชั้น สิ่งนั้นก็คือ

การฝึกอารมณ์จิตพระโสดาบัน ปฏิบัติดังนี้

๑. จงมีสติสัมปชัญญะ ที่จะพิจารณาว่า ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง แต่ความตายเป็นของเที่ยง จงอย่าคิดว่าความตายจะเข้ามาถึงเราในวันพรุ่งนี้ จงคิดว่าความตายอาจจะมาถึงเราวันนี้อยู่เสมอ การ คิดว่าจะตาย จะได้ทำความดี เมื่อตายแล้วควรหนีอบายภูมิ ( นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน )

๒. จงมีสติสัมปชัญญะ ที่จะยึดความดีของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ เป็นที่พึ่งด้วยความเคารพ ไม่สงสัยในคำสอนของพระพุทธเจ้า เห็นความดีของพระพุทธเจ้า เห็นความดีของพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ความดีของพระอริยสงฆ์ โดยถือเอาพระอรหันต์เป็นสำคัญ จงมอบความนับถือความมั่นใจในพระรัตนตรัยอย่างถวายชีวิต

๓. จงมีสติสัมปชัญญะ ในการปฏิบัติศีลอย่างเคร่งครัด ฆราวาสเฉพาะศีล ๕ เพราะศีล ๕ เป็นศีลของพระโสดาบันและพระสกิทาคามี ส่วนพระอนาคามีจะทรงศีล ๘ สำหรับพระอรหันต์ฆราวาสไม่มี เป็นอรหันต์วันนี้นิพพานวันนี้ เป็นอรหันต์คืนนี้ ไม่เกินพรุ่งนี้ต้องนิพพาน พระพุทธเจ้าทรงยืนยันว่า พระโสดาบันก็ดี พระสกิทาคามีก็ดี มีแค่ปัญญาเล็กน้อย มีสมาธิเล็กน้อย แต่ศีลบริสุทธิ์ แค่นี้ก็เป็นพระโสดาบันได้แล้ว ปิดประตูอบายภูมิอย่างเด็ดขาดแน่นอน

๔. จงมีสติสัมปชัญญะ ที่จะใชักำลังใจ ของพระอรหันต์ไว้ประจำใจ คือขึ้นชื่อว่ามนุษยโลก มันเป็นทุกข์เราไม่ต้องการมัน เทวโลกกับพรหมโลกมีสุขจริง แต่ไม่นาน เราไม่ต้องการมันอีก เราต้องการจุดเดียวคือ นิพพาน อย่างนี้เป็นอารมณ์ของพระอรหันต์ รักษากำลังใจตามนี้ไว้ เมื่อสิ้นอายุขัยเมื่อไร ก่อนจะตายเป็นอรหันต์เมื่อนั้น แล้วก็ไปนิพพาน

ทั้งหมดนี้...เป็นอริยสมบัติของบุคคล ในการเข้าสู่กระแสพระนิพพานเป็นเบื้องต้น( โสดาบันและสกิทาคามี ) ซึ่งมาจากการที่ละสังโยชน์ได้ ๓ ประการ คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส

สำหรับ สักกายทิฏฐิ ในทางปฏิบัติต้องใช้อารมณ์ตามลำดับคือ ใช้อารมณ์ขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นสูงสุด

อารมณ์ขั้นต้น ให้ใช้อารมณ์แบบเบาๆ คือมีความรู้สึกตามธรรมดาว่า ชีวิตนี้ต้องตาย ไม่มีใครเลยในโลกนี้ที่จะมีชีวิตได้ตลอดกาลคู่ไปกับฟ้าดิน ในที่สุดก็ต้องตายเหมือนกันหมด แต่ท่านให้ใช้อารมณ์ที่สั้นเข้ามาอีกคือ ให้ทำความรู้สึกไว้เสมอว่า ความตายไม่ใช่จะมาถึงเราในวันพรุ่งนี้ ให้คิดว่า เราอาจจะตายวันนี้ไว้เสมอ จะได้ไม่ประมาทในชีวิต เป็นอารมณ์ของพระโสดาบันและพระสกิทาคามี

อารมณ์ขั้นกลาง ท่านให้ทำความรู้สึกเป็นปกติว่า ร่างกายของคนและสัตว์ตลอดจนวัตถุทุกชนิดเป็นของสกปรกทั้งหมด ร่างกายคนและสัตว์มีสิ่งที่น่ารังเกียจฝังอยู่ก็คือ อุจจาระ ปัสสาวะ น้ำเลือด น้ำเหลือง น้ำหนอง เป็นต้น เมื่อมีความรู้สึกตามนี้ ก็พยายามทำอารมณ์ให้ทรงตัว จนเกิดความเบื่อหน่ายในร่างกายทั้งหมด ไม่ยึดถือว่าร่างกายใดเป็นที่น่ารักน่าปรารถนา เป็นอารมณ์ของพระอนาคามี

อารมณ์สูงสุด ทำให้มีความรู้สึกตามนี้ คือมีความรู้สึกว่า ร่างกายนี้ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เราไม่มีในร่างกาย ร่างกายไม่มีในเรา มีอาการวางเฉยในร่างกายทุกประเภท เป็นอารมณ์ของพระอรหันต์

คำว่าวิจิกิจฉา แปลว่า สงสัย คือสงสัยในความดีของพระพุทธเจ้า สงสัยในความดีของพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า สงสัยในความดีของพระอริยสงฆ์ มีพระอรหันต์เป็นต้น สงสัยว่าพระพุทธเจ้ามีจริงหรือไม่จริง ถ้ามีจริงๆ พระพุทธเจ้าน่ะดีไหม คำสอนของพระองค์ดีจริงๆหรือเปล่า นี่สงสัยพระธรรมเลย แล้วสงสัยว่าพระอริยสงฆ์ในพระพุทธศาสนานี่มีจริงหรือไม่มีจริง หนักๆเข้าก็เลยคิดว่าไม่มี เพราะตัวสงสัย พระพุทธเจ้าจริงๆก็ไม่มี พระไตรปิฎกที่มีอ่านกันอยู่ ก็เป็นพระไตรปิฎกโกหกมดเท็จ ใครเขียนขึ้นมาก็ไม่รู้ เขียนแบบโกหกขึ้นมาว่าโลกนั้นมี โลกนี้มี ระลึกชาติไม่ได้ จิปาถะกันไป เลยสงสัยพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาที่เขาบอกว่า พระสงฆ์น่ะเป็นพระสงฆ์จริงๆ หรือว่าเป็นตัวเบียดเบียนประชาชน ทำให้สังคมมีความทุกข์ มีความเร่าร้อน เพราะพระไม่เห็นจะทำอะไร ได้แต่บิณฑบาต แล้วก็กิน กินแล้วก็นอน นอนแล้วก็บิณฑบาต แล้วก็บอกบุญบ้าง ขอบุญบ้างเรี่ยไรกันบ้าง จิปาถะ ไม่เห็นมีอะไรให้เกิดเป็นประโยชน์ นี่ไม่สงสัยนะ ถึงขั้นไม่เชื่อถือเอาเลย ลักษณะอย่างนี้เป็นสังโยชฃน์ข้อที่ ๒ ที่ทำให้คนเราต้องลงอบายภูมิ ขอยืนยันว่า ถ้ามีอารมณ์อย่างนี้ ต้องลงอบายภูมิ เป็นสัตว์นรก เป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน แน่นอน

สีลัพพตปรามาส คือปฏิบัติในศีลให้ครบถ้วนทุกประการ ด้วยความเต็มใจ การปฏิบัติศีลครบถ้วนสำหรับฆราวาส มีศีล ๕ ใช้ได้แน่นอน ถ้าจะทำให้คนดีจริงๆก็มีกรรมบถ ๑๐ ด้วย ถ้ามีทั้งศีล ๕ มีกรรมบถ ๑๐ อย่างนี้จะมีความสุขอย่างยิ่งทั้งปัจจุบันและสัมปรายภพ ถ้าปฏิบัติตนได้อย่างนี้ องค์สมเด็จพระมหามุนี คือพระพุทธเจ้าทรงยืนยันว่า ท่านทั้งหลาย เมื่อตายแล้วจากชาตินี้ก็ดี หรืออีกกี่ชาติก็ตาม จะไม่พบคำว่าอบายภูมิเลย การเกิดเป็น สัตว์นรกก็ดี เป็นเปรตก็ดี เป็นอสุรกายก็ดี เป็นสัตว์เดรัจฉานก็ดี ไม่มีสำหรับท่าน จะเวียนว่ายตายเกิดเฉพาะ การเกิดเป็นคน เป็นเทวดา หรือพรหมเท่านั้น

ความจริงพระโสดาบันไม่ใช่ของสูง เป็นของธรรมดา ที่เรียกกันว่า ชาวบ้านชั้นดี ท่านพระอริยะเบื้องสูงท่านกล่าวว่า ธรรมที่จะทำให้คนเป็นพระโสดาบัน เหมือนกับของเด็กเล่น คือเป็นของทำง่ายๆ เพียงแต่มีพรหมวิหาร ๔ ประจำใจ เราก็เป็นพระโสดาบันได้แบบสบายๆ เมื่อกล่าวโดย

สรุป พระโสดาบัน มีอารมณ์โดยย่อดังนี้

๑.มีความรู้สึกว่า ชีวิตนี้ต้องตายแน่

๒.ยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า

๓.ฆราวาสมีศีล ๕ ทรงอารมณ์เป็นปกติ

ทั้ง ๓ ประการนี้ เป็นอารมณ์ในขณะที่ปฏิบัติ เมื่ออารมณ์ทรงตัวแล้ว อารมณ์ที่ปักหลักมั่นคงอยู่กับใจจริงๆ ก็เหลือเพียงสอง ที่ท่านเรียกว่า องค์ ก็คือ

หนึ่ง ยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ สาวกของพระพุทธเจ้าอย่างมั่นคงจริงจัง

สอง มีศีล ๕ บริสุทธิ์ผุดผ่องจริง

สุดท้าย ด้วยคุณบารมี ของพระศรีรัตนตรัย มีพระพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และสังฆ รัตนะ ทั้งสามประการ จงดลบันดาลให้ ท่านผู้อ่านทั้งหลาย จงมีแต่ความสุขสวัสดิพิพัฒนมงคล สมบูรณ์พูนผล ให้จงเจริญไปด้วยจตุรพิธพรชัยทั้ง ๔ ประการ มี อายุ วรรณะ สุขะพละ และปฏิภาณ ปรารถนาสิ่งใด ขอให้ได้สิ่งนั้น สมความปรารถนาจงทุกประการ ณ กาลบัดนี้ และตลอดไป ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เด็กอนุบาลห้องหนึ่งทับสอง วันที่ : 09/01/2009 เวลา : 12.06 น.
ผู้ทรงอิทธิพล หรือจะสู้ ผู้ทรงอิทธิฤทธิ์

มโนปุพพังคมา ธัมมา มโนเสฏฐา มโนมยา

ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน สำเร็จได้ด้วยใจ

เคยทราบเรื่องนี้แบบเฉี่ยวๆฮะ ไม่ได้เจอแบบเต็มๆแบบนี้

ขอบพระคุณฮะ ที่เมตตานำความรู้ใหม่ๆมาให้ได้ศึกษา

แต่คุณพี่ศิษย์กวงฮะ เห็นในรูปมีเหรียญปี 12 อยู่หลายเหรียญนี่ฮะ

คริ คริ คริ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เพชรชมพู วันที่ : 09/01/2009 เวลา : 12.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinkdiamond
                      

โห ... เฮียยยย

ใจคอจะให้นู๋เมากาวแต่เช้าเลยเหรอคะ

งั้นก็ขอเป็นกาวตราช้างละกันค่ะ ... เหนียว แน่น หนึบ

" งานหนัก งานเบาเราไม่สู้ ... งานเมา งานอู้ สู้ไม่แพ้ใคร " วะฮ่ะฮ่า


.

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
cozy วันที่ : 09/01/2009 เวลา : 12.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

ผมเคยไปวัดช้างไห้ครั้งหนึ่งสหาย ยังจำได้ดี

จิตเป็นเรื่องอัศจรรย์อย่างมาก จิตที่กล้าแข็งนั้นมันมีพลังเกินกว่าที่พวกเราจะคาดถึงทีเดียว

เรื่องวันนี้ของคุณศิษย์กวงก็เช่นกันนะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 09/01/2009 เวลา : 08.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

เคยอ่าน
แต่ ไม่ละเอียดเท่านี้ ครับ
รับทราบ และ ขอบคุณมาก

หวัดดีปีใหม่ อีกที

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ting วันที่ : 09/01/2009 เวลา : 01.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม



ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Cat@ วันที่ : 09/01/2009 เวลา : 01.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

อ่านจบแล้ว
สาธุ นะค่ะ
ขอขอบคุณ สำหรับข้อมูล

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Cat@ วันที่ : 09/01/2009 เวลา : 00.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

เจิ่มก่อน อ่าน ที่หลังก๊ากก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]