• ศิษย์กวง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-23
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 2278650
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1500 คน
Sitthi
ดาวนับแสนที่มีวงแหวนนับร้อย ทั้งดาวเคราะห์น้อย ดาวฤกษ์ลอยคว้างๆ ดาวทุกดวงนั้นย่อมจะแตกต่าง มีเส้นทางหมุนของตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi
วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม 2552
Posted by ศิษย์กวง , ผู้อ่าน : 37798 , 19:16:27 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน opads โหวตเรื่องนี้

สัตว์โลกทั้งหลายย่อมต้องพบกับสภาวะ ๔ อย่าง คือ “เกิด แก่ เจ็บ ตาย..” 

ในพระพุทธศาสนากล่าวไว้ว่าทั้ง ๔ อย่างนี้ล้วน “เป็นความทุกข์” เพราะเมื่อสิ้นจากโลกมนุษย์ไปแล้วก็ยังต้องไป “เวียนว่ายตายเกิด” ในภพชาติต่างๆ หาสูญสิ้นไม่.... 

“การทำบาปด้วยกายก็ดี วาจาก็ดี ใจก็ดี แม้จะกระทำในที่ลับไม่มีผู้ใดรู้ ก็ยังมีผู้หนึ่งรู้จนได้ ผู้นั้นคือ....ตนเอง....”

กรุงเทพมหานครย้อนหลังไปประมาณ ๗๐ ปี ชื่อของ “องสรภาณมธุรส (หลวงพ่อบ๋าวเอิง)” อดีตเจ้าอาวาส “วัดสมณานัมบริหาร” หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “วัดญวน สะพานขาว” เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปในฐานะที่ท่านเป็นพระสงฆ์ญวน สังกัดอนัมนิกาย ที่มีการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบตามหลักของพุทธศาสนา 

ความเมตตาของท่านนอกจากการให้ความช่วยเหลือและสงเคราะห์ช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บแล้ว สิ่งที่ทำให้ท่านเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปในยุคสมัยนั้นคือ “การอัญเชิญวิญญาณ” และ “การติดต่อสื่อสารกับสิ่งเร้นลับ” เช่น เทพ เทวดา วิญญาณของนักบวชที่ล่วงลับไปแล้ว ฯลฯ.....

 

วัดสมณานัมบริหาร..เป็นวัดฝ่าย”อนัมนิกาย..” เดิมชื่อ “วัดเกี๋ยงเพื้อกตื่อ” ตั้งอยู่ริมคลองผดุงกรุงเกษม ชาวญวนที่อพยพมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นผู้สร้างขึ้น ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๔๙ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามวัดใหม่ว่า "วัดสมณานัมบริหาร 

อนัม....แปลว่า ญวน หรือเวียดนาม คนที่มีเชื้อสายของประเทศเวียดนามเราเรียกว่าคนญวน หรือคนอนัม ซึ่งเมื่อคนเหล่านั้นอพยพมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในเมืองไทยและมีการสร้างวัดขึ้น  

เราจึงเรียกวัดเหล่านั้นว่า วัดญวน หรือวัดอนัม ซึ่งคำว่า “อนัม หรือ ญวน หรือ เวียดนาม” จึงเป็นคำที่มีความหมายเดียวกัน ดังนั้นคำว่า “อนัมนิกาย” จึงสามารถแปลได้ว่า...

“การถือพระพุทธศาสนาอย่างเมืองญวน” 

 

แต่เนื่องจากพระญวนในประเทศเวียดนามกับพระญวนในประเทศไทยไม่ได้มีการติดต่อกัน  โดยต่างฝ่ายต่างก็ถือคติและธรรมเนียมตามประเทศที่ตนเองอาศัยอยู่ ดังนั้นพระญวนที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย จึงหันมายึดถือตามแนวของพระสงฆ์ไทยในบางเรื่อง เช่นการไม่ฉันข้าวเย็น การครองผ้าสีเหลือง ฯลฯ 

ซึ่งลักษณะแบบนี้จะแตกต่างจากพระสงฆ์ในประเทศเวียดนามหรือประเทศจีน คือพระสงฆ์ที่นั่นสามารถฉันข้าวเย็นได้ การครองผ้าจีวรมีทั้งสีเทา สีแดงฝาด สีเหลือง และสีอื่น ๆ  เพียงแต่”ข้อวัตรปฏิบัติอย่างอื่นและกิจของสงฆ์ที่พึงทำ”ก็ยังคงปฏิบัติตามแบบในประเทศเวียดนามเหมือนเดิม เช่น ประเพณีการทำกงเต็ก หรือการให้ความเคารพและเชื่อถือในเรื่องของเทพเจ้าต่างๆ

 

หลวงพ่อบ๋าวเอิง ท่านเป็นพระที่ได้รับการยอมรับของลูกศิษย์และคนทั่วไปว่ามีความสามารถในการเชิญวิญญาณ ซึ่งท่านเคยเล่าให้ฟังว่าตัวท่านเองมีความสนใจในเรื่องของจิตและวิญญาณ ท่านจึงได้เริ่มค้นคว้าและทดสอบอยู่หลายปี จนท่านสามารถเชิญวิญญาณลงมาประทับบนร่างทรงได้... 

ท่านอธิบายว่าการประทับทรงนี้เป็นวิธีการอย่างหนึ่งที่ทำให้มนุษย์สามารถติดต่อกับวิญญาณได้โดยตรงและเป็นวิธีการแต่เพียงอย่างเดียวที่ทำให้เราเห็นปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิญญาณได้ชัดเจนกว่าวิธีการในแบบอื่นๆ

“ผลของการเชิญวิญญาณ จะทำให้เราพบว่าวิญญาณนั้นๆ มีสภาพอย่างไรและวิญญาณเหล่านั้นได้รับผลกรรมที่ตนเองเคยกระทำไว้เมื่อครั้งสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างไร...”

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านทรงได้ตรัสรู้พระธรรมอันประเสริฐสุด คือ “อริยสัจ ๔” ซึ่งเป็นทางที่ทำให้พระองค์ทรงหลุดพ้นจากมวลทุกข์ ไปสู่จุดหมายปลายทางคือ “พระนิพพาน” คือไม่ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดใน “วัฏฏะสงสาร” อีกต่อไป... 

เรื่องของ “การเวียนว่ายตายเกิด” หรือ “การสืบภพชาติ” มีกล่าวไว้ในพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนาและก็มีเรื่องจริงให้พวกเราได้เห็นเป็นตัวอย่าง เช่น การระลึกชาติ ฯลฯ

จะว่าไปแล้วถึงเรื่องเหล่านี้จะฟังดูแล้วเหมือนเป็นนิทานหรือนวนิยายสำหรับใครบางคน แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่คงเชื่อถือว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องจริง.....

 

“อาตมาภาพได้พยายามค้นคว้าหาวิธีที่จะนำเรื่องเหล่านี้มาแสดงให้ประจักษ์แก่คนทั่วไป โดยการเรียนรู้จากวิญญาณหรือที่เราเรียกกันว่า “สิ่งไม่มีตัวตน” ซึ่งถ้าเราปฏิบัติให้ถูกวิธีแล้วก็จะได้รับผลที่ปรากฏตามมา ส่วนว่าใครจะเชื่อแค่ไหนก็แล้วแต่ความวินิจฉัยของแต่ละคน...” 

หลวงพ่อบ๋าวเอิงมักจะถ่อมตนเสมอว่าท่านเองเป็นเพียงนักปฏิบัติและชอบศึกษาค้นคว้าหาความจริงตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้า ในฐานะที่ท่านเป็นพุทธบุตรของพระพุทธเจ้าในลัทธิ..

“มหายานแห่งอนัมนิกาย...” 

ท่านได้ใช้หลักที่ว่า...

“เชื่อเป็นแม่บทแห่งความสำเร็จ” 

สำหรับเป็นหลักในการปฏิบัติ 

และท่านก็เชื่อต่ออีกว่ามนุษย์เราทุกคนล้วนตกอยู่ในอำนาจสามประการคือ “กิเลส กรรม และวิบาก” ด้วยหลักที่ว่าเมื่อชีวิตและร่างกายแตกดับแล้ว จิตวิญญาณย่อมเกิดสืบภพชาติต่อไปอีก อดีตวิญญาณของคนเราต้องมีแน่ ซึ่งสิ่งนั้นเองเป็นมูลเหตุให้ท่านมีความคิดที่ว่า “การติดต่อกับวิญญาณ” สามารถกระทำได้

พูดถึงเรื่องของการติดต่อกับวิญญาณหรือที่เราจะเรียกง่ายๆ ว่าการติดต่อกับภูตผีอะไรทำนองนี้ ผมเคยเรียนถามกับท่านพระสมณานัมธีราจารย์(ติ่นเรียน) เจ้าอาวาสวัดสมณานัมบริหาร องค์ปัจจุบัน ว่าท่านเชื่อหรือไม่ว่าเรื่องผีมีจริง แทนคำตอบท่านกลับถามผมว่า.. 

“โยมต้องถามตัวเองก่อนว่าเชื่อเรื่องผีหรือเปล่า”  

แน่นอนครับคำตอบคือ... “เชื่อ”  

การสนทนาจึงดำเนินต่อไปว่า ตามทัศนคติความเชื่อของชาวญวนพื้นฐานโดยทั่วไปเชื่อในเรื่องของวิญญาณ ซึ่งความเชื่อดังกล่าวจึงเป็นที่มาของพิธีกรรมที่เราเรียกกันว่า “กงเต็ก” 

ท่านว่าพิธีกงเต็กมีมานานเนกาเลแล้ว...ซึ่งผมเองก็คงไม่ต้องอธิบายมากเพราะคติความเชื่อในพิธีกงเต็กนี้ ปัจจุบันก็ยังคงมีการประกอบพิธีอยู่เสมอ นัยว่าเพื่อเป็นเกียรติ เป็นประโยชน์แก่ผู้ถึงแก่กรรม ดังนั้นเราจึงสามารถเห็นพิธีกงเต็กเสมอๆทั้งในงานราษฏร์และงานพิธีของหลวง

 

คำว่า “กงเต็ก” ประกอบด้วยสองคำรวมกันครับ

คือคำว่า “กง” ในพระพุทธศาสนาลัทธิมหายาน หมายถึง การกระทำในสิ่งที่ถูกที่ชอบซึ่งเป็นประโยชน์แทนวิญญานผู้มรณะ

และคำว่า “เต็ก” หมายถึง กุศลกรรมอันเกิดจากกรรมดี 

พิธีกงเต็กตาม”ธรรมเนียมของชาวญวน” จะประกอบไปด้วย ๕ ขั้นตอนคือ ชุมนุมเทวดา เชิญวิญญาณให้มาสถิตอยู่ในโคมจำลอง เปิดมณฑลพิธี สวดแผ่เมตตาและส่งข้ามสะพาน....

และด้วยเหตุที่ว่าพิธีกงเต็ก มี”บทอัญเชิญเทพเจ้าและวิญญาณ” หลวงพ่อบ๋าวเอิงท่านจึงได้นำวิธีการนี้มาใช้ในการติดต่อกับวิญญาณครับ ความสำเร็จที่ได้จากเคล็ดลับอันนี้จึงเป็นที่มาของเหตุการณ์นี้ครับ เรื่องมีอยู่ว่า....

 

ในปี พ.ศ.๒๔๘๙ หลวงพ่อบ๋าวเอิง ท่านได้รับนิมนต์ให้ไปทำพิธีกงเต็กให้แก่ นายฮ้วย แซ่หลือ โดยพิธีเริ่มในเวลาประมาณบ่ายสองโมง หลังจากได้ดำเนินกรรมวิธีตามขั้นตอนต่างๆครบถ้วนแล้ว

ในช่วงเวลาประมาณหกโมงเย็น ท่านได้ตั้งจิตอธิฐานระลึกถึงบารมีของพระพุทธเจ้า ให้ทรงโปรดประทานโอกาสให้ดวงวิญญาณของนายฮ้วย แซ่หลือมาสิงสถิตย์ในโคมจำลอง(ที่สถิตของวิญญาณ-ตามพิธีกรรม) เพื่อที่ว่าวิญญาณจะได้ฟังธรรมและรับการแผ่ส่วนบุญกุศลจากบรรดาบุตรของนายฮ้วย.... 

หลวงพ่อบ๋าวเอิงท่านเล่าว่า ในขณะนั้นเกิดนิมิตเห็นแสงสว่างขนาดเท่าไฟฉายส่องแสงเป็นลำและพุ่งตรงมาที่ท่าน ซึ่งในลำแสงนั้นท่านสังเกตว่ามีจุดเล็กๆเคลื่อนที่เข้ามายังตัวท่าน และมันก็ค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้ๆ  จนท่านสังเกตเห็นว่ามันเป็น..

"ภาพของวิญญาณในร่างมนุษย์"

 

ซึ่งภาพนั้นเป็นร่างของมนุษย์สวมเสื้อกุยเฮงและกางเกงปั่งลิ้นสีดำ ลักษณะของร่างกายผอมและหลังค่อมเล็กน้อย เมื่อดวงวิญญาณนั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้ท่านสักพักก็หายไป ด้วยความประหลาดใจท่านจึงนำเอาลักษณะของชายชราคนนี้ไปถามกับบรรดาลูกๆของผู้ตาย คำตอบที่ได้รับคือชายคนนั้นคือ “...นายฮ้วย แซ่หลือ...” นั่นเอง.... 

หลวงพ่อเล่าว่า ขณะที่ท่านคิดว่าจะรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับวิญญาณเพื่อใช้เป็นคติสอนคน..

ท่านได้เกิดความวิตกว่ายังมีบุคคลอีกจำนวนมากที่ไม่เชื่อและไม่เลื่อมใสในเรื่องหล่านี้ ดูได้จากปัญหาข้อถกเถียงในเรื่องของ “การเข้าทรง” ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จ....เชื่อถือได้ขนาดไหน

ครับ...ท่ามกลางมรสุมของความเคลือบแคลงว่า “เชื่อได้หรือไม่” ในที่สุดหลวงพ่อบ๋าวเอิงท่านได้ตัดสินใจนำเรื่องราวเหล่านี้ตลอดจนประสบการณ์ทางวิญญาณที่เกิดขึ้นมาเผยแพร่   

ท่านกล่าวด้วยความมั่นใจว่า.....ท่านไม่กลัวเรื่องที่ว่าคนจะกล่าวหาท่านว่าเป็นพระงมงายไม่มีเหตุผล เพราะเรื่องที่ท่านทำมันไม่ใช่การทำลาย แต่มันเป็นเรื่องของการทำประโยชน์ และที่สำคัญมันเป็นการเผยแพร่ในเรื่องของจิต วิญญาณ การเวียนว่ายตายเกิด ตลอดจนบาปบุญคุณโทษ...

 

“อาตมาเผยแพร่ด้วยความสุจริตใจ ด้วยศีลของพระพุทธองค์ ด้วยสัจจะของพระภิกษุ ถ้าจะมีผู้กล่าวหาว่าอาตมาทำเพื่อสร้างบารมีให้ตัวเอง อาตมาขอเจริญพรเสียก่อนในที่นี้ว่า

อาตมามีบารมีของตัวเองมากพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องหาอะไรอีกให้เกิดมลทินแก่ตัวเอง บารมีที่ว่านี้คือบารมีขององค์พระพุทธเจ้าที่อาตมาได้อาศัยอยู่ในขณะนี้....” 

“การสละตัวเข้าเป็นพุทธบุตรของพระพุทธเจ้า และประพฤติตามธรรมของพระองค์ เท่านี้ก็เป็นบารมีที่น่าภูมิใจมากพออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องหาบารมีอะไรอีกแล้วสำหรับอาตมา...” 

ความกล้าหาญของหลวงพ่อบ๋าวเอิงในการเลือกที่จะทำเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่เสี่ยงต่อการต่อต้านของคนหลายคน ทำให้เรื่องราวที่เป็นเหมือนนวนิยายกลายเป็นเรื่องจริงและเป็นเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมาอีกยาวนาน... 

ในช่วงประมาณเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๔๙๑ หลวงพ่อบ๋าวเอิงได้รับนิมนต์จากคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อกวนอู ที่ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อไปประกอบพิธี”เทวาภิเษกเบิกพระรัศมี เจ้าพ่อกวนอู” โดยมีการตกลงกันว่าหลวงพ่อแค่เพียงแต่ประกอบพิธีทางศาสนาให้ครบถ้วนและถูกต้องตามวิธีการเท่านั้น

 

ส่วนเรื่องของการเชิญเจ้าพ่อกวนอูเพื่อให้มาประทับทรงลุยไฟเป็นเรื่องของศาลเจ้า โดยท่านให้เหตุผลว่า มันไม่ใช่เรื่องของสงฆ์ มันเป็นเรื่องของเจ้าพ่อกวนอูเองว่าจะกระทำได้หรือไม่ และถ้าวิญญาณของเจ้าพ่อกวนอูศักดิ์สิทธิ์จริงแล้ว ท่านก็จะดลบันดาลลงประทับทรงลุยไฟเอง... 

แต่การณ์กลับไม่เป็นอย่างนั้น เพราะเมื่อเสร็จพิธีของท่าน คณะกรรมการศาลเจ้าได้ขอร้องไม่ให้ท่านกลับ และขอร้องให้ท่านเชิญวิญญาณของเจ้าพ่อกวนอูด้วย

เนื่องจากการจัดงานครั้งนี้คณะกรรมการได้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจและทุนทรัพย์ลงไปมาก จึงอยากขอชมเป็นบุญตาว่าความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องเทพเจ้าทั้งหลายในโลกโดยเฉพาะเจ้าพ่อกวนอูนั้นมีจริงและศักดิ์สิทธิ์จริง...

 

เรื่องนี้จบลงตรงที่ท่านไม่สามารถหลีกเลี่ยงการนิมนต์ครั้งนี้ได้ ท่านว่ามันเป็นลักษณะของการเสี่ยง เพราะตั้งแต่เกิดมาท่านยังไม่เคยมีความคิดจะตั้งตัวเป็นอาจารย์ในทางเชิญวิญญาณเจ้าพ่อเจ้าแม่ลุยไฟเลย ครั้นถึงเวลาลุยไฟจริงๆ ท่านว่าแทบจะเป็นลมเพราะนึกว่าถ่านที่นำมาใช้ในพิธีลุยไฟจะใช่แต่เพียงถังสองถัง แต่นี่กลับมีมากถึงหลายเล่มเกวียน...

 

“ข้าพเจ้าตกตลึงและจิตใจเต้นเป็นตีกลอง เหงื่อกาฬไหลทันที ไม่สามารถจะนำมาบอกเล่าได้อย่างไรถูก ยืนงงอยู่กับที่เป็นเวลานาน ขณะที่ผู้คนก็ไม่รู้ว่ามาจากไหนต่อไหนเต็มลานไปหมด มองดูแล้วใจหาย....” 

หลวงพ่อบ๋าวเอิงเล่าว่า...ท่านจุดธูปสวดมนต์ภาวนาตั้งเป็นหลายชั่วโมง ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าเจ้าพ่อกวนอูจะเสด็จลงมาประทับทรงสักที และเมื่อหันกลับไปมองดูคนที่เข้ามาร่วมพิธี ท่านว่าถ้าแทรกแผ่นดินได้ก็อยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปเลย...  

อีกอย่างถ้าเจ้าพ่อกวนอูไม่ยอมเสด็จลงมาลุยไฟเห็นทีจะต้องกราบถวายวัดและคืนตำแหน่งสมภาร คิดไปคิดมาท่านก็คิดถึงพระคาถาอัญเชิญวิญญาณในพิธีกงเต็ก..

ท่านว่าพระคาถานี้มีเพียง ๑๔ คำและสำหรับพระญวนแล้วนับว่าเป็นหญ้าปากคอกเลยทีเดียว ท่านจึงสั่งให้พระที่มาด้วยสวดขึ้น ขณะที่ตัวท่านได้ถือธูปสำรวมจิตและส่งกระแสจิตไปที่รูปเจ้าพ่อกวนอู...

 

“ถ้ามีความศักดิ์สิทธิ์จริงแท้ ขอให้เข้าประทับร่างทรงคนหนึ่งคนใดลุยไฟให้เป็นที่ประจักษ์แก่ตาประชาชนในกาลบัดนี้เถิด....” 

สรุปรวบรัดว่าหลวงพ่อบ๋าวเองสามารถอัญเชิญวิญญาณเจ้าพ่อกวนอูให้ประทับทรงและลุยไฟได้สำเร็จ แต่ท่านว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นยังไม่ได้ทำให้ท่านมั่นใจ เพราะมันอาจเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบบังเอิญชั่วครั้งชั่วคราว

ดังนั้นเมื่อท่านกลับมาถึงวัดท่านจึงได้จัดการบวงสรวงบูชาเจ้าพ่อกวนอูที่ศาลภายในวัดสมณานัมบริหาร และเมื่อท่านทำพิธีเชิญ ผลที่ได้รับคือท่านสามารถอัญเชิญดวงวิญญาณเจ้าพ่อกวนอูได้จริง...ครับเล่าลือกันว่าหลังจากเหตุการณ์ที่ปากน้ำโพ

“ถนนทุกสายล้วนมุ่งตรงสู่วัดญวน”

 

จะว่าไปแล้วปัญหาที่ว่า “วิญญาณมีจริงหรือไม่” ได้เป็นข้อถกเถียงกันมานานหลายชั่วอายุคนแล้ว.. 

การถกเถียงกันนี้เราสามารถแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งมีความเชื่อว่าวิญญาณมีจริง ปัญหาที่ตามมาจึงไม่เกิด แต่อีกฝ่ายหนึ่งสิครับไม่เชื่อว่าวิญญาณมีจริง แน่นอนมีปัญหาข้างเคียงเหมือนเงาตามตัว

ตามความคิดของผม ผมเชื่อว่าวิญญาณมีจริง เพียงแต่การที่เราจะค้นคว้าหาความรู้และความจริงในเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่นอกเหนือไปจากความสามารถของมนุษย์ธรรมดาอย่างพวกเรา เพราะอะไรหรือครับ ตอบง่ายมาก.... 

“เพราะวิญญาณเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเนื้อ” 

ถึงแม้ว่าเราจะใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์มาจับในเรื่องของวิญญาณ(ตามที่เห็นในรายการโทรทัศน์) มันก็ยังไม่สามารถทำให้เราเห็นวิญญาณหรือได้ข้อสรุปอะไรที่ชัดเจน ดังนั้น...

“วิญญาณจึงเป็นสิ่งเร้นลับแก่มนุษย์ตลอดมาตั้งแต่อดีตจนถึงบัดนี้...” 

จะว่าไปแล้วพระธรรมคำสั่งสอนในพระพุทธศานา ได้กล่าวรับรองความจริงในเรื่องของวิญญาณไว้...

แต่ก็สอนให้เราไม่ยึดถือในเรื่องดังกล่าวเพราะเรื่องของวิญญาณเป็นเรื่องที่จะทำให้มนุษย์ต้องติดตรึงอยู่ในสงสารวัฏ....

 

ว่ากันว่า “เมื่อรูปร่างกายดับ ชีวิตดับ จิตวิญญาณนั้นจะต้องไปสร้างภพใหม่ หาร่างใหม่ตามกำลังบุญและบาปที่ได้กระทำไว้….” 

พูดถึงเรื่อง”วิญญาณ” คำว่าวิญญาณเป็นภาษามคธ แปลว่า “รู้แจ้งหรือรู้ชัดและมีอยู่ในคนหรือสัตว์ทั่วไป” จัดเป็นนามธรรม ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ เทวดา ผีสางนางไม้ ล้วนแล้วแต่มีวิญญาณครองและมีลักษณะที่เรียกว่า “เกิดและดับ..” 

และเมื่อเราพูดถึงวิญญาณ ก็คงต้องพูดถึงเรื่องจิตด้วยครับ เพราะคำสองคำนี้ใช้ผสมผสานปนเปกันไปหมด บางคนก็ว่าจิตกับวิญญาณคือคำๆเดียวกัน บางคนก็ว่าจิตและวิญญาณ ความหมายหรือนัยยะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ผมเองก็ภูมิความรู้ต่ำไม่สามารถอธิบายได้ คงต้องรอผู้ที่รู้มาให้คำจำกัดความที่ชัดเจนน่าจะเหมาะสมกว่าครับ.. 

แต่อย่างไรก็ตามผมเคยอ่านบทความหนึ่ง เขียนไว้ว่า

“จิตเปรียบเหมือนน้ำ” และ

“วิญญาณเปรียบเหมือนคลื่น” 

คลื่นเกิดจากอำนาจลมและอากาศ เกิดขึ้นแล้วยุบดับลง ไปเกิดเป็นคลื่นลูกใหม่ แล้วก็ดับไปอีก นัยยะนี้วิญญาณก็เช่นกัน เกิดขึ้นแล้วดับไป ถ้าเกิดกับอารมณ์ก็จะดับไปพร้อมอารมณ์ แต่จิต.....จิตเป็นตัวยืน เปรียบเหมือนกับน้ำที่ยืนทรงตัวเป็นแดนเกิดของลูกคลื่น...ฉะนี้แล.....

 

ผมได้สอบถามจากลูกศิษย์เก่าๆของหลวงพ่อบ๋าวเอิง เขาว่าหลวงพ่อท่านเก่งมากในเรื่องสมาธิจิต สามารถอัญเชิญวิญญาณของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วให้มาเข้าทรงได้ พิธีกรรมในการอัญเชิญ หลวงพ่อจะให้ญาติพี่น้องของผู้ถึงแก่กรรมเข้ามาร่วมพิธีหลายๆคน ยิ่งมากยิ่งดี  

ท่านว่าหนึ่งคือเหมือนเป็นพยาน

สองคือเมื่อวิญญาณมาถึงจะสามารถหาร่างที่ลงได้อย่างเหมาะสม....

แน่นอนครับว่าไม่ผิดหวังเพราะมีการลงทรงทุกครั้งที่เชิญ คนที่วิญญาณลงในร่างจะมีความรู้สึกวูบวาบและดำดิ่ง ซึ่งหลวงพ่อบ๋าวเอิงบอกว่าหากวิญญาณได้ลงครบอาการทั้งสามสิบสอง นั่นแหละคือการลงทรงที่สมบูรณ์.. 

นอกจากการอัญเชิญวิญญาณลงร่างแล้ว ทีเด็ดอีกอย่างหนึ่งของหลวงพ่อคือการอัญเชิญให้วิญญาณมาปรากฏเป็นรูปร่างบนนิ้วหัวแม่มือ...

สิ่งที่น่าแปลกใจอย่างมากคือ"อำนาจจิตและบารมี"ของท่านที่มีมาก จนทำให้ท่านสามารถที่จะจิ้มให้ภาพนี้ปรากฏขึ้นที่นิ้วมือของใครก็ได้ พูดง่ายๆ คือ

"จิ้มตรงไหนขึ้นตรงนั้น.."ทำนองนี้ครับ 

การอัญเชิญวิญญาณให้มาปรากฏบนนิ้วมือนั้นได้ก่อให้เกิดเรื่องสำคัญของวงการแพทย์ขึ้นเรื่องหนึ่ง ซึ่งผมเชื่อว่าเพื่อนๆบางท่านอาจจะไม่ทราบว่าเรื่องนี้โดยแท้จริงแล้ว..

ณ วัดญวน สะพานขาวแห่งนี้แหละ.....คือจุดกำเนิด....

 

เป็นที่ทราบกันดีครับว่า “ชีวกโกมารภัจจ์” คือนายแพทย์ที่รักษาพระพุทธเจ้า ในอดีตเรามักจะลืมเลือนและไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญกับท่านนัก เรื่องราวของท่านจึงค่อนข้างถูกกลืนหายไปจากความทรงจำ...

อยากให้เพื่อนๆลองตั้งคำถามกับตัวเองดูครับ..

”เคยเห็นรูปของท่านหมอชีวกโกมารภัจจ์ไหมครับ”...

แน่นอนอีกเช่นกันรอยยิ้มริมมุมปากแทนคำตอบว่าเคยเห็น.....แต่รูปนี้มีที่มาที่ไปครับ

 

รูปนี้และรูปหล่อนี้เกิดจากการที่หลวงพ่อบ๋าวเอิง อัญเชิญให้มาปรากฏบนนิ้วมือเพราะท่านต้องการปั้นพระพักตร์ของท่านหมอชีวกโกมารภัจจ์ ไว้สำหรับเคารพบูชาในฐานะที่ตัวหลวงพ่อเองท่านเป็นพระที่รักษาโรคแก่คนทั่วไปด้วย..

ท่านเล่าว่าได้ติดต่อช่างปั้นคนหนึ่งชื่อว่า “นายโชติ สโมสร” ขณะนั้นนายโชติกำลังรับปั้นรูปหล่อหลวงพ่อคง ของสำนักท่านอาจารย์ชุม ไชยคีรี

นายโชติได้ตกลงรับงานนี้และได้นำดินน้ำมันมาลองปั้นโดยหะแรกเข้าใจว่าท่านหมอชีวกโกมารภัจจ์เป็นชาวจีน เพราะเห็นว่าหลวงพ่อบ๋าวเอิงท่านเป็นคนญวน รูปปั้นจึงน่าจะออกมาในลักษณะแบบนั้น และด้วยเหตุผลที่เกิดจากการคิดไปเอง  นายโชติจึงได้ปั้นพระพักตร์ของท่านหมอชีวกโกมารภัจจ์ออกมาเป็นหน้าตาแบบคนจีน

เมื่อทราบว่าตนเองปั้นผิดเพราะท่านหมอชีวกโกมารภัจจ์เป็นพราหมณ์ หน้าตาต้องเป็นแบบอินเดีย ครั้นจะเริ่มใหม่...ก็เกิดปัญหา...คือนายโชติจินตนาการไม่ออก

หลวงพ่อบ๋าวเอิงท่านจึงตัดสินใจที่จะอัญเชิญท่านหมอชีวกโกมารภัจจ์มาปรากฏบนนิ้วมือของท่านเพื่อให้นายโชติได้เห็นอย่างชัดเจน โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น นายโชติได้บันทึกไว้ดังนี้ครับ... 

“ผมได้ชวนคุณเฉลิมและคุณจุไรรัตน์ มาเป็นเพื่อนเพื่อพิสูจน์ความจริง เมื่อมาถึงวัดหลวงพ่อได้ให้พวกผมขึ้นไปบนกุฎิพร้อมกับท่าน หลวงพ่อได้ทำพิธีอัญเชิญ ผมได้สนใจเฝ้าดูหลวงพ่อทุกอิริยาบถและรู้สึกว่าการทำพิธีอัญเชิญนั้นง่ายเหลือเกินและแปลกกว่าความคาดหมายของผม.. 

หลวงพ่อได้จุดธูปและปักตามที่บูชาต่างๆในกุฏิ จากนั้นท่านได้ว่าคาถาเป็นภาษาญวนปนไปกับภาษาบาลี ซึ่งผมเองก็ฟังไม่รู้เรื่อง จิตใจของผมในขณะนั้นอยากจะเห็นภาพและทำการปั้นเพื่อพิสูจน์ความจริง คุณเฉลิมและคุณจุไรรัตน์ ได้ขึ้นมานั่งดูอยู่ด้วย... 

หลวงพ่อได้นั่งบนอาสนะ มือถือธูปที่จุดแล้วกำมือและหัวแม่มือชูขึ้น สายตาของผมจ้องจับอยู่ที่หัวแม่มือของหลวงพ่อ ในไม่ช้าก็ปรากฏเห็นเป็นจุดขาวและจุดขาวนั้นได้ขยายตัวโตขึ้นๆ จนเห็นเป็นภาพ แต่ไม่ชัด ผมตอนนั้นจิตใจรู้สึกตื่นเต้นเพราะได้ประจักษ์สิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน... 

หลวงพ่อได้เปลี่ยนที่นั่งใหม่ ซึ่งมีแสงสว่างน้อย คราวนี้ภาพที่หัวแม่มือของหลวงพ่อได้ปรากฏแจ่มชัด ผมเริ่มปั้นตามภาพใบหน้าที่เห็นในภาพนั้นทันที ใจผมเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็ได้ปั้นตามภาพที่ปรากฏให้เห็นนั้น..

ผมใช้เวลาถึงสองชั่วโมงจึงปั้นเสร็จเรียบร้อย คุณเฉลิมและคุณจุไรรัตน์ ที่ผมชวนมาด้วยก็เห็นภาพนั้นเช่นเดียวกับผมและยืนยันว่า ภาพที่ปรากฏที่หัวแม่มือหลวงพ่อเหมือนกับรูปที่ผมปั้นทุกประการ....”

 

เชื่อกันว่ารูปท่านหมอชีวกโกมารภัจจ์ ที่ถือกำเนิดจากฝีมือของนายโชติ สโมสร และอำนาจพลังจิตของหลวงพ่อบ๋าวเอิง ได้รับการยอมรับจากคนทั่วไปว่าเป็น... 

”รูปหมอชีวกโกมารภัจจ์ที่ปรากฏเป็นลักษณะองค์จริงครั้งแรกของโลก...”  

หลวงพ่อบ๋าวเอิงได้ขนานนามรูปหล่อท่านชีวกโกมารภัจจ์ว่า

“บรมคุรุแพทย์ ชีวกโกมารภัจจ์...” 

พ่นมาขนาดนี้ เชื่อว่าเพื่อนๆคงจะคุ้นกับคำว่า “บรมคุรุแพทย์ ชีวกโกมารภัจจ์”เป็นอย่างดี...

ดังนั้นจงอย่าแปลกใจเลยครับที่ทุกวันนี้จะมีชาวต่างชาติที่ให้ความเคารพท่านหมอชีวกโกมารภัจจ์แวะเวียนเข้ามากราบไหว้ สักการะ ขอพรกับรูปหล่อขนาดเท่าองค์จริงของท่าน ณ วัดญวน สะพานขาวแห่งนี้เสมอๆ

 

ปัจจุบันหลวงพ่อบ๋าวเอิง ท่านได้มรณภาพไปนานหลายปีแล้วครับ สรีระของท่านถูกฝังไว้ในวิหารโดยมีรูปหล่อเหมือนเท่าองค์จริงของท่านตั้งทับเอาไว้...

เพื่อนๆ ท่านใดใคร่เข้าไปขอพรจากท่านก็เชิญได้เลยครับ แล้วท่านอาจจะพบกับคำว่า "ความศักดิ์สิทธิ์มีจริง.."

ตลอดชีวิตของหลวงพ่อ..ท่านได้ทุ่มเทกับเรื่องราวของจิต วิญญาณและการปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เรื่องราวที่เกิดขึ้นท่านได้บันทึกไว้ในหนังสือและมีการพิมพ์เผยแพร่แจกเป็นวิทยาทาน โดยมีจุดมุ่งหมายให้คนอ่านเข้าใจในเรื่องพวกนี้และเชื่อมั่นในเรื่องของ"บาปบุญคุณโทษ..."

 

“พูดถึงเรื่องการทำบุญ จะเอาบุญมาล้างบาปเห็นเป็นไม่ได้ ทำกรรมใดกรรมนั้นก็ติดตัวไป ใช้หนี้กรรมเรื่อยไป..

การทำบุญทุกครั้งไม่ต้องขอร้องวิงวอนให้ผลบุญสนองอย่างนั้นอย่างนี้ ผลแห่งการสร้างบุญที่ได้สร้างไปในทางใดก็ให้ผลในทางนั้น....

และจุดมุ่งหมายหรือทางที่บุญจะให้ผลดีที่สุดคือพระนิพพาน ไม่มีการเกิดมาใช้หนี้กรรมอีกต่อไป....”

 

ครับ...หากเพื่อนๆ เชื่อว่า"ชาตินี้มีจริง"ก็คงจะไม่ปฏิเสธและเชื่อว่า"ชาติหน้าก็มีจริง"เช่นกัน....

ชาวพุทธมีความเชื่อว่าหากได้ปฏิบัติตามพระธรรม จะทำให้บุคคลผู้ที่ปฏิบัตินั้นสามารถหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด และบางทีอาจสามารถก้าวเข้าไปสู่สภาวะอันสูงสุดคือ “นิพพาน” 

การที่ได้เรียนรู้ในเรื่องของวิญญาณอย่างถ่องแท้ถือว่าเป็นประโยชน์ ซึ่งพวกเราควรศึกษาและรับทราบไว้บ้าง เพราะอะไรหรือครับ ก็เพราะตามคติชาวพุทธเชื่อมั่นว่า... 

“การที่เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้นถือว่าพวกเรามีบุญเป็นอันมาก สามารถที่จะกระทำความดีได้ตลอดเวลา” 

ว่ากันว่า.."อานิสงส์ของการทำความดีมีมาก" ..เพราะ

“ความดีถือว่าเป็นสิ่งที่คุ้มครองตัวเรา” 

ดังนั้นพวกเราจึงควรรีบปฏิบัติธรรมและสร้างสมบุญกุศลไว้เป็นเครื่องประดับวิญญาณของตัวเรา เพราะความดีเท่านั้นที่จะเป็นสีแสงติดดวงวิญญาณของเราตลอดไป....สวัสดีครับ

 

ขอกราบขอบพระคุณ พระสมณานัมธีราจารย์(ติ่นเรียน) เจ้าอาวาสวัดสมณานัมบริหาร หลวงพี่จักรพันธุ์(เถี่ยนเหว่) ที่เมตตาให้ข้อมูลและคำแนะนำ / คุณพรชนก สุขพงษ์ไทย สำหรับภาพถ่าย เพื่อนต่อกับคำแนะนำที่มีประโยชน์ คุณสมบูรณ์ ร้านนายฮ้อ สระบุรี สำหรับกำลังใจทีมีให้เสมอครับ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
เพียงดาว วันที่ : 10/03/2009 เวลา : 01.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/varathorn

สวัสดีครับ...
ผมเคยอ่านเรื่องหลวงพ่อบาวเอิงมาสมัยเป็นเด็ก
จำได้ว่าเป็นเรื่องเล่ามาจากศิษย์ผู้หญิงคนสุดท้าย
เป็นหนังสือชื่อว่าสาวตาทิพย์แต่เนื่องจากยังเด็ก
เลยไม่ทราบว่าผู้เขียนที่ใช้นามปากกาสาวตาทิพย์และเป็นศิษย์ฆราวาสคนสุดท้ายนี้เป็นใคร ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่าเพราะประทับใจมาแต่เด็ก หากเป็นไปได้ขอความกรุณาสืบค้นให้ด้วยนะครับ อยากเจอมั่กๆ

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
นู๋เอสซี่ วันที่ : 15/02/2009 เวลา : 10.50 น.

ขอบคุณคับ พี่ศิษย์กวง

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 13/02/2009 เวลา : 02.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

หวัดดีฮะ....ขอบคุณสำหรับการเยียมเยือนและความเห็นของทุกท่านนะฮะ บังเอิญว่าไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ ต้องขออภัยด้วยฮะ ป๊ะ...ผมเขียนบันทึกน้อยตอนใหม่แล้ว ขอเชิญชม

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
Cat@ วันที่ : 12/02/2009 เวลา : 02.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


ย่องมาเฝ้าบ้าน
แม่แคทมีเรืองใหม่อีกแหระ
คนช่างโม้ นั่นแหระ

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
cozy วันที่ : 10/02/2009 เวลา : 23.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

การสละตัวเข้าเป็นพุทธบุตรของพระพุทธเจ้า และประพฤติตามธรรมของพระองค์ เท่านี้ก็เป็นบารมีที่น่าภูมิใจมากพออยู่แล้ว

น่าจะมีคนคิดแบบนี้มากๆนะ โดยเฉพาะพวกที่ตัดสินใจเข้าบวช น่าจะสำรวมให้สมกับเป็นพระหน่อย

ข่าวพระกะเทยนี่เราไม่ค่อยสบายใจเลยนะ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
Cat@ วันที่ : 10/02/2009 เวลา : 02.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


มารายงานตัว

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
chaiyassu วันที่ : 06/02/2009 เวลา : 04.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

ศรัทธานำ
ศรัทธาเป็นกำลัง
จากนั้น
ปัญญาก็ตามมา
ถ้าสองอย่างนี้
เกื้อกูลกัน
ก็ถือว่าสำเร็จประโยชน์ยิ่งใหญ่

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
Cat@ วันที่ : 05/02/2009 เวลา : 23.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


จะหายไปสามวันนะค่ะ
จัดเวลาไปเรียน สติกรรมฐาน คะ่

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
cozy วันที่ : 05/02/2009 เวลา : 23.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

ราตรีสวัสดิ์ สหาย

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
Cat@ วันที่ : 05/02/2009 เวลา : 04.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

รออ่านเรืองใหม่

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
คนน้ำเงิน วันที่ : 05/02/2009 เวลา : 04.48 น.


โห คุณเพื่อน เรื่องนี้ดีมาก ๆ ครับ เพราะชื่อของท่านบ๋าวเอิงได้หายไปจากความทรงจำของผู้คนมานานนักหนาแล้ว ปัจจุบันเอ่ยนามท่านก็ยากแก่การรื้อฟื้นใจดวงศรัทธาของใครต่อใครให้โลดแล่น มันไม่เหมือนยิงไม่ออก ฟันไม่เข้า ถูกหวยทุกงวด

สิ่งทีท่านบ๋าวเอิงประกอบอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันสมัยยังทรงสังขารอยู่นั้น ล้วนเป็นไปเพื่อโน้มน้าวใจคนให้เชื่อว่าชีวิตหลังความตายยังมี อย่านอนใจจนไม่สร้างกรรมดีหรือชะล่าใจจนทำแต่กรรมชั่ว

เป้าหมายชีวิตของท่านด้วยอายุขัยที่ไม่มากก็ด่วนจากโลกนี้ไปนั้น... สวรรค์คงหมายใจให้ท่านเป็นดัง "นายไปรษณีย์บุญ" ที่นำข่าวจากโลกหลังความตายมาสู่โลกของคนเป็น

โลกใบเดียวกันนี้ที่พวกเขาเคยอยู่ร่วมกับเรา...

บัดนี้เขาไปอยู่กันที่ใดและได้รับผลอย่างไรจากสิ่งที่เขาทำ...

นี่คือธรรมนูญชีวิต

องสรภาณมธุรสเคยปฏิบัติหน้าที่ "ธรรมฑูต" บอกเล่าข่าวบุญข่าวบาปและแนวทางประพฤติตนให้สาธุชนคนมีธรรมในใจทราบ หากวันนี้ท่านมิได้อยู่ในโลกเดียวกับเราอีกแล้ว ท่านก้าวล่วงเข้าสู่โลกหลังความตาย.... โลก...ที่ท่านเพียรติดต่ออยู่เสมอเมื่อเป็น

แม้บัดนี้ท่านไม่อยู่ เราก็ยังมีใครอีกคนที่พยายามบอกข่าวเช่นเดียวกันนี้ให้แก่พวกเรา...

ขอบคุณมากครับ "คุณศิษย์กวง"

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
pook วันที่ : 05/02/2009 เวลา : 04.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pook17
 Never complain. Never explain.

คุณพี่้น้อยหน่า

เรื่องเอนทรี่นี้น่าสนใจมากๆ
พรุ่งนี้จะอ่านตอนอยู่ออฟฟิศนะ
ถ้าไม่มา กรุณาไปตามด้วย

อ่า แอบอ่าน คห 11 (อ่านเมนต์ก่อนเรื่อง)
เห็นด้วยอ่ะ อย่างมากๆเลย

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
musachiza วันที่ : 05/02/2009 เวลา : 02.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

มาเยี่ยมครับ ยังไม่มีเรื่องใหม่ ก็มาทักทาย
เห็นหายไปไหลายวัน

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
cozy วันที่ : 05/02/2009 เวลา : 00.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

หวาดดียามดึก

ป๊ะ ป๊ะ ไปดูบอลกัน

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 04/02/2009 เวลา : 01.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi


หวัดดีฮะ....

๑.คุณแคท – หวัดดีฮะคุณแคทสบายดีนะ อ้อ...ขอบคุณครับที่เฝ้าบ้านให้ผม กำลังว่าจะเข้าไปลาดตะเวณบ้านคุณแคทอยู่พอดี

๒.คุณเบ็คกี้ – หวัดดีฮะ...แหมเปลี่ยนหน้ากากโทรศัพท์ให้เล่นเอาตกใจหมด เห็นด้วยกับความเห็นของคุณเบ็คกี้ฮะ
ว่าเรื่องของวิญญาณเป็นเรื่องที่น่าศึกษา แต่เรื่องอย่างนี้บางทีวิทยาศาสตร์ก็เข้าไม่ถึง ทำให้เรื่องราวเหล่านี้ยังคงเป็นสีเทาๆ
และยังไม่มีบทสรุปตามที่คุณเบ็คกี้ว่าไว้ ผมว่าเสน่ห์ของมันก็อยู่ตรงนี้แหละฮะ


๓.เด็กผีโคซี่ – สงครามยังไม่จบ อย่าพึ่งนับศพทหาร (คุ้นๆไหมฮะ) หนทางยังอีกนานฮะ ต้องผลักดันกันต่อไป

๔.พี่สาวใจดี – สวัสดีและขอบคุณครับกับการเยี่ยมเยือน “เป็นปลื้ม” กับความชอบของพี่สาวฮะ

๕.คุณ JetDo007 – คงต้องกล่าวคำว่า “ยินดีต้อนรับ” และ “ขอบคุณ” กับการมาเยี่ยมและให้ความเห็นไว้
ความเห็นของคุณ JetDo007 ทำให้บทความของผมมั่นคงขึ้นเยอะเลย เพราะอย่างน้อยก็ยังมีครูบาอาจารย์
ได้กล่าวคำรับรองคุณธรรมและความสามารถของหลวงพ่อบ๋าวเอิง....ลายแทงที่คุณ JetDo007 ทิ้งเอาไว้เกี่ยวกับ
วัตถุมงคลของทางวัดญวน คงจะนำทางให้หลายๆคนรู้จักวัดญวนมากขึ้น ขอบคุณอีกครั้งครับสำหรับมิตรไมตรี


๖.คุณอเสวนา – สวัสดีและขอบคุณครับ การโพสท์ของคุณอเสวนา ทำให้ผมรู้สึกดีใจครับเพราะจะได้แนวร่วมสำคัญ
ที่มีความรู้และประสบการณ์เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งท่าน “ปลื้ม” ครับกับคำว่า “ติดตามงาน” เห็นใช้นามปากกาว่า “อเสวนา”
แต่ดูถ้าแล้วเราคงต้อง “เสวนา” กันมากขึ้นแล้วครับ เอาเป็นว่าผมเป็นกำลังใจให้คุณอเสวนาบ้างแล้วกัน....และหวังว่า
คุณอเสวนาจะผลิตงานเขียนที่มีคุณภาพขึ้นเยอะๆนะครับ


ขอบพระคุณทุกท่านครับที่เข้ามาเยี่ยมเยียน
รักษาสุขภาพนะฮะ....

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
Cat@ วันที่ : 03/02/2009 เวลา : 05.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

มาเฝ้าบ้านให้

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
อเสวนา วันที่ : 02/02/2009 เวลา : 16.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dhammayos

ติดตามผลงานทางวิชาการด้านงานเขียนของพี่ศิษย์กวงมานานแล้วครับ แต่เพิ่งจะได้มีโอกาสโพสครั้งนี้เป็นครั้งแรก...ที่ผมเรียกผลงานทางวิชาการนั้นคงจะไม่เกินเลยไปนักเพราะตั้งอกตั้งใจในงานเขียนเหลือคณา...

เป็นกำลังใจให้เสมอครับ....

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
Cat@ วันที่ : 02/02/2009 เวลา : 05.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

มาอ่านต่อ
..
มาชวนไปเทียวบ้านแม่แคท
ลงเรืองใหม่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
cozy วันที่ : 01/02/2009 เวลา : 22.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

หวัดดียามดึกก่อนจะไปช่วยลุ้นหงษ์แดงให้นะ

ปีนี้อยากลุ้นแชมป์กับหงษ์น่ะ

ลุ้นกะเชลซีมาสี่ปีล่ะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ting วันที่ : 01/02/2009 เวลา : 12.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม


ชอบอ่านเรื่องนี้ดีมากคะ
คนเราก็ต้องสะสมความดีไปเรื่อยๆ นะคะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
Cat@ วันที่ : 01/02/2009 เวลา : 06.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ย่องมาเฝ้าบ้านให้

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
JetDo007 วันที่ : 30/01/2009 เวลา : 16.31 น.
ทำดี ดีกว่าขอพร

เยี่ยมยอดครับพี่ อ่านแล้วรู้สึกศรัทธาท่านบ๋าวเอิงขึ้นอีกโขเลยครับ
แม้แต่พระเดชพระคุณหลวงพ่ออุตตมะยังเคยรับรองถึงความเก่งของท่านเลยทีเดียวครับ ว่ากันว่าท่านบ๋าวเอิงเปิด 3 โลกให้องค์หลวงพ่อชมครับ
แถมอีกนิดครับสำหรับท่านที่สนใจวัตถุมงคลรูปองค์พ่อปู่ชีวกฯ กับท่านบ๋าวเอิง ทางวัดญวณฯ ยังมีวัตถุมงคลซึ่งสร้างขึ้นในปี 2522 ตกค้างให้ทำบุญกันอยู่ครับ อย่างรูปเหมือนขนาดแขวนคอรูปท่านปู่ชีวกฯ กับเหรียญรูปเหมือนท่านบ๋าวเอิงครับ
ปล. ผม UltraC เองครับพี่...

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
beckyblooms วันที่ : 30/01/2009 เวลา : 14.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

ในฐานะของคนที่เพิ่งเสียพ่อไป..
ตามหลักทางพุทธแล้ว..การตายแล้วก็คือ ดับ..
แล้วเกิดใหม่เลย ..ในภพอื่น..ตามกรรมที่เคยทำไว้..

แต่ความเชื่อเรื่องเกิด..ดับ..กรรม..วิญญานเนี่ย..
มันมีเยอะมากจริงๆ.. แตกต่างกันออกไป.. ถ้ามองเป็นเรื่องที่น่าศึกษา ..ก็เป็นเรื่องนึงที่น่าศึกษาเป็นอย่างมาก..

โดยเฉพาะที่เป็นวิทยาศาสตร์ด้วยนะ..

แต่ทุกวันนี้..ก็ยังไม่บทสรุป..เป็นอีกเรื่องที่ไม่มีบทสรุป..เนอะ..

อ้อ..แวะมาขอบคุณด้วยอ่ะค่ะ.. ขอบคุณมากๆค่า..

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
Cat@ วันที่ : 30/01/2009 เวลา : 03.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

เข้ามากราบพระก่อนไปนอน

พรุ่งนี้ค่อยมาอ่านต่อ

...

มีข้อมาสารภาพ ..
ยังไมไ่ด้ส่งนะ
ส่งเมือไรจะมาบอกจ้า

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 28/01/2009 เวลา : 00.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi


หวัดดีช่วงดึกๆฮะ

๑.คุณแคท - ขอบพระคุณฮะ ที่เข้ามาอ่านบันทึกน้อยของผมเสมอ ถึงมันจะค่อนข้างยาว แต่ก็ยังติดตามอ่านอย่างไม่ลดละ

๒.คุณเบญจพร - สวัสดีและขอบคุณฮะ สำหรับกำลังใจที่มีให้เสมอ

๓.คุณโกโก้ - สวัสดีและขอบคุณฮะ ที่เข้ามาอ่านและให้ความเห็นไว้ ชอบที่เมนต์ฮะ ว่าความดีไม่จำเป็นต้องทำให้ใครรับรู้หรือเห็น เรารู้ตัวเราเป็นพอ

๔.เด็กผีโคซี่ - หวัดดีฮะสหาย ซินเจีย หยูอี่ ซินนี้ฮวดใช้
ขอให้เจริญในธรรมฮะ

ขอบพระคุณครับสำหรับการเยี่ยมเยือน

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Cat@ วันที่ : 26/01/2009 เวลา : 21.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ตรุษจีนปีนี้ขอให้มั่งมีศรีสุขนะ

ยังอ่านไม่จบ
ต้องไปรับใช้ชาติก่อน

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
cozy วันที่ : 26/01/2009 เวลา : 12.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

“การที่เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้นถือว่าพวกเรามีบุญเป็นอันมาก สามารถที่จะกระทำความดีได้ตลอดเวลา”

ถูกแล้วครับ และยิ่งได้เจอศาสนาพุทธ สำหรับผมถือว่าโชคดีมากๆ หากไม่มีพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์เสียอย่างแล้ว ผมจะเป็นอย่างไรบ้าง ก็เดาไม่ออกจริงๆ

หวัดดีปีใหม่จีนนะ สหาย

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
delicoco วันที่ : 26/01/2009 เวลา : 11.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/delicoco

เห็นด้วยๆ ค่ะ ว่า ความดีจะเป็นสิ่งคุ้มครองตัวเรา และถึงจะทำความดีในที่ลับตาคน แต่ความดีนั้นก็ส่งให้เราอิ่มใจ เพราะการทำความดีไม่ได้หมายความว่าต้องทำต่อหน้าใคร

ใจเรารับรู้ก็พอแล้ว

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เบญจพร วันที่ : 25/01/2009 เวลา : 08.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/benjaporn

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้
เฮ็งๆรวยๆ มีสุขภาพแข็งแรงตลอดไปนะคะ
มาเป็นกำลังใจให้..มากกว่าเดิมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Cat@ วันที่ : 25/01/2009 เวลา : 04.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

อ่านไปครึ่งหนึ่ง
พรุ่งนี้ มาอ่านต่อภาคสอง
...

ไม่เชือกไม่เท่าไหร
แต่หลบหลู่ พูดจาก ทำร้ายกันนิ
ไม่ค่อย ชอบเลย
ต้องปลงแยะๆๆ
บวกกับอดทน สูงๆๆ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Cat@ วันที่ : 25/01/2009 เวลา : 03.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

เจิ่มก่อน ..

อ่านที่หลัง
อ่านจบ แล้วจะบอกจ้า
...
ขอเชิญไปเทียวบ้านแม่แคท นะค่ะ
ลงเรืองใหม่อีกแหระ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 25/01/2009 เวลา : 00.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi


หวัดดีตอนดึกๆฮะ...

๑.ศิษย์พี่มูซา – ขอบพระคุณฮะศิษย์พี่ กว่าจะได้เรื่องนี้ ผมวิ่งเข้าออกวัดญวน
จนชาวบ้านแถวนั้นคิดว่าผมเป็นญวนไปแล้ว เหนื่อยแต่ก็สนุกดี ดีใจฮะที่ศิษย์พี่ชอบ
ถึงแม้ความชอบจะเป็น”นามธรรม” ก็ตาม


๒.พี่ชาติ หมายเลข๘ – ขอบพระคุณฮะที่พี่ชาติเข้ามาเยือนเป็นครั้งที่สองด้วยความชื่นชม
ตอบคำถามฮะ ตามรูปภาพจากซ้ายมือเป็นพระสงฆ์จีน(ไม่ทราบชื่อ) หลวงพ่อโอภาสี และต่อด้วย
หลวงพ่อบ๋าวเอิง ทั้งสามองค์นี้สืบความได้ว่า “เก่งมาก” และเชี่ยวชาญในเรื่องของจิตและวิญญาณ
แต่กรรมวิธีหรือพิธีกรรมของแต่ละองค์ก็ปฏิบัติกันตามแนวทางของตนเองฮะ


๓.เด็กผีโคซี่ – ดีใจฮะที่สหายชอบ เรื่องยาวไปนิดแต่ค่อยๆเก็บไปเรื่อยๆนะฮะ
แมนยูฯ ยังค่อยๆสะสมแต้มกว่าจะไต่ถึงฝั่งฝัน
สหายอ่านถึงท่านกวนอูนี่ก็ปาเข้าไป
ครึ่งตารางพรีเมียร์ลีกแล้วฮะ....อีกอึดใจก็จะได้ถ้วยไปครองแล้ว....กึ๊ดเติงหาคร้าบบบบ


ขอบพระคุณอีกครั้งฮะ สำหรับการมาเยือน
ซินเจีย หยูอี่ ซินนี้ ฮวดใช้

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
cozy วันที่ : 24/01/2009 เวลา : 09.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

“จิตเปรียบเหมือนน้ำ” และ

“วิญญาณเปรียบเหมือนคลื่น”

ชอบๆแฮะ ยอดเยี่ยมเช่นเคยนะสหาย

เดี๋ยวบ่ายๆมาต่อ กะลังถึงกวนอู

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 24/01/2009 เวลา : 09.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

มาอ่านด้วย ความชื่นชม ครับ
กว่า จะได้เรือง ภาพ และ การเรียบเรียง
ไม่ใช่ ศฺษย์ตถาคต และ ความมุ่งมั่นที่แท้จริง คงยาก ครับ

รูปที่ มีพระสงฆ์นั่ง
ไม่แน่ใจ รูปที่เท่าไหร่
ใช่ หลวงพ่อ โอภาสี ไหมครับ


ขอบคุณ ในคำอวยพร และ หลายๆอย่างที่มอบให้เสมอ

ขอให้ โชคดี มีเงิน
ได้ อั้งเปาเยอะๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
musachiza วันที่ : 24/01/2009 เวลา : 04.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

โอ้โฮ ศิษย์น้อง คราวนี้ข้อมูล สาระความรู้
และข้อเปรียบเทียบเพียบลำเลย
แสดงว่าทำการบ้านอย่างหนัก ทั้งหลักฐานและ
การวางแผนการเขียน
แถมเรื่องยังเหมาะกับโอกาสร่วมสมัย ตอนตรุษจีนพอดี
ชอบข้อเปรียบเทียบที่ว่า
จิตเหมือนน้ำ วิญญาณ เหมือนคลื่นมาก
เพราะทำให้มองภาพ ของสองสิ่งนี้ได้ชัดเจน
แม้จะเป็น นามธรรมก็ตาม

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 24/01/2009 เวลา : 00.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi


...สวัสดีและขอบพระคุณครับพี่ชาติ หมายเลข๘
"ซินเจีย หยูอี่ ซินนี้ฮวดใช้.."ฮะ
คิดเงินได้เงิน คิดทองได้ทอง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 23/01/2009 เวลา : 22.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

เจิม
เดี๋ยวมาอ่าน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]