• ศิษย์กวง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-23
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 2224418
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1500 คน
Sitthi
ดาวนับแสนที่มีวงแหวนนับร้อย ทั้งดาวเคราะห์น้อย ดาวฤกษ์ลอยคว้างๆ ดาวทุกดวงนั้นย่อมจะแตกต่าง มีเส้นทางหมุนของตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi
วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม 2552
Posted by ศิษย์กวง , ผู้อ่าน : 17152 , 00:05:34 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน opads โหวตเรื่องนี้

ถ้าอริยมรรคอันมีองค์ประกอบ ๘ ประการ ยังคงดำเนินอยู่โดยชอบ โลกก็จะไม่ว่างจากพระอรหันต์...... 

พระครูโสภณธีรคุณ  คณะอัฏฐารส วัดพระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน ได้เขียนบทความถึงหลวงปู่...ใจความว่า.. 

ท่านได้รู้จักหลวงปู่ในขณะที่ท่านมารับงานเลขานุการเจ้าคณะอำเภอเมือง ขณะนั้นหลวงปู่ท่านเป็นเจ้าคณะตำบลห้วยยาบ ส่วนมากแล้วบรรดาพระอาวุโสทางในเมืองจะเรียกหลวงปู่ว่า “ท่านอุตตมะ” เนื่องจากเห็นว่าหลวงปู่ท่านทำตัวเป็น “อุตตมะ” จริงๆ  

หลวงปู่ท่านได้เล่าให้ท่านพระครูโสภณธีรคุณฟังว่า ท่านเป็นเจ้าคณะมาตั้งแต่อายุ ๒๘  ปี ว่าตั้งแต่เรียกกันว่า “เจ้าคณะหมวด” จนเป็น “เจ้าคณะตำบล” นอกจากนี้พระครูโสภณธีรคุณยังเคยได้รับฟังพระรูปอื่นพูดถึงหลวงปู่ว่า 

ตั้งแต่หลวงปู่เป็นเจ้าคณะท่านไม่เคยขาดการประชุมสงฆ์ ทั้งๆที่ตำบลห้วยยาบในขณะนั้นจัดว่าเป็นตำบลที่กันดาร กล่าวคือต้องเดินทางไปถึงในเมืองด้วยเท้า ใช้เวลาอย่างน้อย ๓-๔ ชั่วโมง 

เมื่อเหตุเป็นเช่นนี้จึงถือได้ว่าหลวงปู่ท่านเป็น “ธิติขันติ” คือ เป็นผู้ทนต่อความตรากตรำ

 

ในขณะที่หลวงปู่ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ท่านถูกประชาชนคนอันธพาลบางพวกได้กล่าวหาอย่างร้ายแรง จนถึงกับประกาศไม่ยอมตักบาตรท่านและเมื่อพระครูโสภณธีรคุณไปเยี่ยมหลวงปู่ ท่านเห็นหลวงปู่ซื้อหม้อข้าว หม้อแกงมาตั้งไว้หน้ากุฎิ เมื่อท่านได้สอบถามหลวงปู่จึงได้คำตอบว่า 

“ต่อไปชาวบ้านจะไม่ถวายบิณฑบาต จะหาเลี้ยงชีพด้วยตนเอง...” 

จากคำตอบของหลวงปู่แสดงให้เห็นถึงการที่หลวงปู่ท่านเป็นผู้ที่อดทนต่ออารมณ์อันแสลงใจ สามารถระงับได้เมื่อถูกคนติฉินหรือด่าว่า...ความอดทนชนิดนี้เราเรียกกันว่า “ตีติกขาขันติ” 

ว่ากันว่าความยั่วยวนต่างๆ เป็นธรรมชาติที่ทนได้ยาก  

การที่หลวงปู่ท่านสามารถอดทนได้และอยู่ครองสมณเพศจนอายุท่านถึง ๗ รอบ จึงถือได้ว่าหลวงปู่ท่านบรรลุถึงคำว่า “อธิวาสขันติ” 

ดังนั้น “อุดมขันติธรรม” จึงเป็นราชทินนนามที่เหมาะสมกับหลวงปู่อย่างแท้จริง....

 

ผมไม่เคยพบกับหลวงปู่แต่รู้จักท่านตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนนุ่งกางเกงขาสั้นจากหนังสือพระเครื่อง”ลานโพธิ์” สมัยที่บรรณาธิการชื่อ”คุณแล่ม จันท์พิศาโล” ครับ  

เรื่องราวต่างๆได้ลืมเลือนไปตามกาลเวลา..

จนเมื่อได้ตะลอนเที่ยวล่อง เชียงใหม่-ลำพูน เส้นทางกรุงเทพ-บ้านธิ ได้มีโอกาสเข้าไปทำบุญที่วัดของท่าน ก็พบว่าท่านมรณะภาพไปนานมากแล้วสิ่งที่หลวงปู่ได้ฝากไว้ในแผ่นดินก็คือคุณธรรมความดีงามของท่านและวัตถุมงคลที่ท่านได้สร้างสรรค์ขึ้นมาคู่กับแผ่นดินล้านนา ซึ่งปรากฏเป็นรูปธรรมชัดเจนจากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ที่มีไว้ติดตัว 

พวกเราได้เข้ากราบนมัสการ ”ท่านพระอาจารย์ชนินทร์ ชนินโท” แห่ง “สำนักสงฆ์รัศมีพรหมโพธิโก” ตำบลชัยจุมพล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

เรื่องราวชีวิตของหลวงปู่ พระผู้ที่ไม่เคยประมาทในชีวิต มีวิริยะอุตสาหะ ประกอบไปด้วยศีลาจารวัตรอันน่าเลื่อมใส ไม่มีมานะทิฏฐิถือตัวตน มีความเมตตากรุณา อันนำมาซึ่งความเลื่อมใสแก่ผู้พบเห็น จึงได้ถูกถ่ายทอดออกมาจากท่านพระอาจารย์ชนินทร์ ผู้ซึ่งได้รับการถ่ายทอดสรรพวิชาและวัตรปฏิบัติจากหลวงปู่.. 

หลวงปู่ครูบาขันแก้ว อุตตโม หรือ “ท่านพระครูอุดมขันติธรรม” “อดีตเจ้าอาวาสวัดป่ายาง(สันพระเจ้าแดง)” ตำบลห้วยยาบ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน เกิดเมื่อวันอังคารที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๔๔๒ ตรงกับวันขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๑๒ (เดือนยี่เหนือ) ปีกุล ณ ตำบลห้วยยาบ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน

 

หลวงปู่มีชื่อเดิมว่า “ขันแก้ว” นามสกุล “อิกำเหนิด” โยมบิดาชื่อ “นายอินตา อิกำเหนิด” โยมมารดาชื่อ “นางสม อิกำเหนิด” หลวงปู่มีรูปร่างสันทัด ผิวสีเนื้อดำแดง เป็นบุตรชายคนโตของน้องสาว ๓ คนและน้องชาย ๑ คน.. 

โยมปู่ของหลวงปู่ชื่อว่า “ปินตา อิกำเหนิด” โยมย่าชื่อ “ปรก” ได้อพยพครอบครัวมาจากตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน มาตั้งหลักแหล่งทำมาหากินคือทำนาที่ตำบลห้วยไซ แล้วจึงได้ย้ายลงมาอยู่ที่ตำบลห้วยยาบ

ในครั้งนั้นโยมปู่ของท่านได้อพยพมาพร้อมกับพี่น้องรวม ๖ ครอบครัวและได้มาตั้งรกรากใกล้กับ “วัดสันพระเจ้าแดง” ซึ่งเป็นวัดร้างโดยโยมปู่ของท่านได้เป็นหัวหน้าบูรณะซ่อมแซมก่อสร้างจนกลายเป็นวัดขึ้นมา

 

วัดป่ายาง หรือ วัดสันพระเจ้าแดง ตั้งชื่อตามพระพุทธรูป สมัยเชียงแสนสิงห์ ๓ ซึ่งขุดพบบริเวณวัดแห่งนี้ ว่ากันว่าพระพุทธรูปองค์นี้มีความศักดิ์สิทธิ์มาก เป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวบ้านห้วยยาบและตำบลใกล้เคียง จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ ที่เล่าสืบทอดกันมาพอจับใจความได้ว่า... 

เดิมทีพระพุทธรูปองค์นี้ฝังจมอยู่ในดิน ได้เกิดมีไฟป่าไหม้ตำบลห้วยยาบอยู่บ่อยๆ จนเป็นที่น่าแปลกประหลาดว่า ทำไมไฟป่าถึงได้ไหม้เฉพาะบริเวณตำบลห้วยยาบแห่งนี้เสมอ  

จนวันหนึ่งผู้เฒ่าในหมู่บ้านได้ฝันว่า มีพระพุทธรูปถูกฝังจมพื้นปฐพีอยู่ในตำบลนี้ แต่ไม่มีใครรู้เรื่องจึงทำให้มีการเดินเหยียบย่ำไปมาตลอด บริเวณที่พระพุทธรูปถูกฝังอยู่เป็นที่ดอน ให้ไปทำพิธีอัญเชิญขึ้นมาเสีย ไฟก็จะไม่ไหม้อีกต่อไป และเมื่อชาวบ้านตำบลห้วยยาบไปทำพิธีบวงสรวงเจ้าที่เจ้าทางและขุดลงตรงตำแหน่งที่ผู้เฒ่าผู้แก่ได้ฝันไว้ก็ได้พบพระพุทธรูปจริงๆ มีขี้ดินพอกเต็มไปทั้งองค์ 

เมื่อได้ทำการล้างขี้ดินออกจนหมดแล้ว ก็ได้เห็นสีสันขององค์พระซึ่งเป็นสีแดงทั้งองค์ จึงได้ถวายพระนามว่า “พระเจ้าแดง” จากนั้นชาวบ้านได้อัญเชิญพระพุทธรูปพระเจ้าแดงมายังวัดป่ายาง ก็เลยเรียกชื่อวัดแห่งนี้ว่า “วัดสันพระเจ้าแดง” 

 

พระเจ้าแดง เป็นพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสนสิงห์ ๓ ขนาดหน้าตักกว้างประมาณ ๒ ศอก มีพุทธลักษณะสวยงามมาก สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างในสมัยของ “พระเจ้าติโลกราชมหาราช” เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ 

หลวงปู่ครูบาขันแก้ว อุปสมบทเมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๔๖๓ ณ พันธสีมา “วัดต้นปืน” อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน โดยมี “พระอธิการแก้ว (หลวงปู่ครูบาอินทจักโก)” วัดป่าลาน เป็นพระอุปัชฌาย์ “พระบุญเป็ง ปัญญาวโร” วัดบ้านธิหลวง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ “พระพุฒ ปันทวงศ์” วัดห้วยไซ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลวงปู่ได้รับฉายาว่า “อุตตโม” ครับ

 

เล่ากันว่าหลวงปู่ท่านเป็นพระที่มีอุปนิสัยไม่ชอบอยู่นิ่งเฉย ถ้าท่านทำงานหนักไม่ได้ ท่านก็จะทำงานเบาๆ เช่นเขียนยันต์ ทำตะกรุด แม้แต่งานกวาดลานวัดท่านก็จะทำเองในทุกเวลาเช้า 

หลวงปู่มักจะสั่งสอนอบรมศีลธรรมให้กับชาวบ้านและผู้ที่มีจิตศรัทธา ให้ประพฤติแต่ความดี ละเว้นความชั่ว

โดยเฉพาะเรื่องของการรักษาศีล ๕ จะต้องรักษาให้มั่นคงและให้มีความจงรักภักดีในชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ โดยหลวงปู่จะสั่งสอนให้ทุกคนเป็นพลเมืองดีของชาติด้วยหลัก ๓ ประการ คือ 

๑.การไม่ทำชั่วโดยประการทั้งปวง

๒.การสร้างความดี

๓.การทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว 

ส่วนในการประพฤติปฏิบัติธรรม หลวงปู่ท่านจะขึ้นกรรมฐานให้กับผู้ที่มีอุปนิสัยในการบำเพ็ญธรรมตามวาสนาบารมีของแต่ละคน 

แต่สำหรับผู้ที่มีความเข้าใจหลักในการปฏิบัติธรรมมาบ้างแล้ว เมื่อได้นำความรู้คือปัญญาที่เกิดจากการปฏิบัติไปถามท่านว่า 

“เขาได้ดำเนินทางมาถูกต้องหรือไม่” 

ถ้าถูกต้องหลวงปู่ก็จะตอบว่า “แม่น” หมายถึงถูกต้องแล้ว 

แต่ถ้าปฏิบัติไม่ถูกต้อง หลวงปู่ก็จะชี้แนะแนวให้นำไปปฏิบัติพิจารณาใหม่...

 

จะว่าไปแล้วจากเรื่องราวที่พระอาจารย์ชนินทร์ เล่าให้พวกเราฟัง พอจะทำให้เราทราบในเบื้องต้นได้ว่าหลวงปู่ท่านเป็นพระที่ค่อนข้างสมถะ ไม่สนใจในเรื่องชื่อเสียงอะไรทั้งนั้น มุ่งมันที่จะพัฒนาบูรณะวัดควบคู่ไปกับการเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนแก่บรรดาชาวบ้านในละแวกนั้นตลอดจนพุทธศาสนิกชนผู้สนใจหาความสงบของจิตใจ 

คงปฏิเสธไม่ได้ครับว่า”คุณธรรมมิใช่สิ่งที่มีติดตัวมากับมนุษย์” แต่ “คุณธรรมถือกำเนิดมาจากการปฏิบัติเฉพาะตัว” หากแต่ใครเล่าครับที่จะเข้าไปสัมผัสถึงตรงจุดนั้นได้.... 

หรือว่าเรื่องเหล่านี้จะเหมือนกับเรื่องของขุมทรัพย์โบราณที่รอคอยผู้เหมาะสมเดินทางมาค้นพบและนำเสนอแก่ชาวโลก 

ภายใต้ความสมถะและถ่อมตนตลอดระยะเวลากว่า ๗๗ ปีของหลวงปู่ เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ธรรมะอันยิ่งใหญ่ที่เฝ้ารอคอยผู้แสวงหา

จนกระทั่งวันหนึ่งได้มีนักแสวงบุญที่ชื่อ “คุณหมอสมสุข คงอุไร” แห่ง “คณะศิษย์รัศมีพรหมโพธิโก” เป็นผู้ที่เดินทางมาเปิดขุมทรัพย์แห่งธรรมอันนั้น จาก”บันทึกเรื่องการพบหลวงปู่ขันแก้ว อุตตโม ของคณะศิษย์รัศมีพรหมโพธิโก” ได้เขียนไว้อย่างละเอียดแต่ด้วยความจำเป็นในเรื่องความยาวขออนุญาตสรุปใจความดังนี้ครับ

 

“ในระหว่างปลายเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๑๙ คณะศิษย์รัศมีพรหมโพธิโก โดยการนำของ ‘คุณพ่อหมอสมสุข คงอุไร’ ได้เดินทางขึ้นไปเยี่ยมอาการอาพาธของ ‘หลวงปู่ครูบาชุ่ม โพธิโก’ วัดวังมุย จังหวัดลำพูน ซึ่งขณะนั้นท่านครูบาชุ่ม พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสวนดอกนครเชียงใหม่ 

ในวันนั้นได้มีพระภิกษุรูปหนึ่งครองจีวรสีกลัก เดินทางเข้ามาเยี่ยมและตรงเข้าไปกอดเอวและพูดคุยด้วยภาษาคำเมืองกับครูบาชุ่มอย่างสนิทสนม

ขณะที่คุณพ่อหมอสมสุข ท่านได้นึกตำหนิพระรูปนั้นอยู่ในใจ หากแต่การตำหนินั้นไม่สามารถปกปิด อภิญญาจิต เจโตปริยญาณ ของหลวงปู่ครูบาชุ่มได้ 

หลวงปู่ครูบาชุ่ม ได้เรียกคุณพ่อหมอสมสุขให้เข้าไปหาและแนะนำว่าพระภิกษุที่ครองจีวรสีกลักนั้นชื่อว่า ‘ครูบาขันแก้ว’ เป็นเพื่อนรักร่วมรุ่นเดียวกับท่าน...”

 

สมัยนั้น “หลวงปู่ครูบาชุ่ม โพธิโก” เจ้าอาวาสวัดวังมุย เป็นพระที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของแผ่นดินล้านนา ความเชี่ยวชาญในเชิงเวทย์และคุณธรรมของท่านเป็นที่รับรู้ของคนทั่วไป

ในช่วงเวลาที่ครูบาศรีวิชัย ยังมีชีวิตอยู่ หลวงปู่ครูบาชุ่มคือหนึ่งในผู้ร่วมสร้างทางขึ้นพระธาตุดอยสุเทพ ท่านได้รับความเมตตาจากครูบาศรีวิชัยเป็นอันมาก โดยครูบาศรีวิชัยได้มอบ “พัดหางนกยูงพร้อมกับไม้เท้า” ให้กับท่าน พร้อมกับสั่งว่า “เอาไว้เดินทาง เทศนาเผยแพร่ธรรมแทนท่านด้วย...” 

ภายหลังเมื่อหลวงปู่ครูบาชุ่มได้มรณภาพลง คณะศิษย์รัศมีพรหมโพธิโกได้ดำเนินการสร้างรูปหล่อขนาดเท่าองค์จริงของท่าน คณะกรรมการวัดวังมุยได้นิมนต์พระอาจารย์ต่างๆมาจากจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน แต่ในจำนวนรายชื่อทั้งหมดกลับไม่มีชื่อของหลวงปู่ครูบาขันแก้ว โดยคณะกรรมการวัดวังมุยให้เหตุผลว่า 

“ไม่เคยทราบหรือเคยเห็น หลวงปู่ครูบาขันแก้วเคยได้ร่วมในพิธีปลุกเสกพระในที่ใดมาก่อน อีกทั้งยังไม่เคยได้ข่าวว่าท่านเคยสร้างวัตถุมงคลอะไรเลย” 

เรื่องราวที่เริ่มจะบานปลายเนื่องจากคุณหมอสมสุข ท่านไม่ยอมเพราะเห็นว่าหลวงปู่ครูบาขันแก้วท่านเป็นเพื่อนรักกับหลวงปู่ครูบาชุ่ม อีกทั้งในระหว่างการจัดงานศพ หลวงปู่ครูบาขันแก้วท่านก็ได้มาช่วยงานทุกคืน ในที่สุดคณะกรรมการวัดวังมุยจึงต้องไปนิมนต์หลวงปู่ครูบาขันแก้วมาร่วมในงานปลุกเสกและเบิกเนตรรูปหล่อของหลวงปู่ครูบาชุ่มในครั้งนี้ด้วย

 

เล่ากันว่าในขณะที่เริ่มประกอบพิธีปลุกเสก พระเกจิอาจารย์ที่ได้รับนิมนต์มา ๓ รูปได้นั่งหลับตาและแผ่อำนาจจิตปลุกเสกแต่หลวงปู่ครูบาขันแก้วกลับนั่งลืมตาและเคี้ยวเมี่ยง

เล่นเอาชาวบ้านแถววัดวังมุยเริ่มจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันว่าใครหนอไปนิมนต์พระที่ปลุกเสกไม่เป็น “บ่อมิไก๊” มาร่วมในงานพิธีปลุกเสกครั้งนี้และเมื่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์เริ่มดังขึ้น  

ท่านพระครูนวลที่มาเป็นพระควบคุมพิธีในครั้งนี้ได้เข้ามาบอกกับคุณหมอสมสุขว่า 

“โยมหมอใครไปนิมนต์ตุ๊ลุงองค์นี้มา ดูสินั่งลืมตา ยันเมี่ยงอยู่จับๆ ไม่เห็นปลุกเสกอะไรเลย...” 

คุณหมอสมสุข จึงตอบไปว่าท่านเป็นคนที่นิมนต์หลวงปู่ครูบาขันแก้วมาเอง แต่ขอให้ดูกันต่อไปอีกสักพัก....จากเหตุการณ์ในวันนั้นทำให้ทุกวันนี้เราได้รู้จักพระที่ทรงกิตติคุณเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งองค์ครับ เหตุการณ์ดังกล่าวได้ถูกบันทึกไว้ดังนี้ครับ.... 

“หลวงปู่ครูบาขันแก้วเริ่มเปลี่ยนอิริยาบถ เอาผ้าห่มขนหนูคลุมที่ไหล่ทั้งสองข้าง(ต่อมาภายหลังทราบว่าท่านกำลังป่วยเป็นไข้) หลังจากพิธีผ่านไปแล้วประมาณ ๑๐-๑๕ นาที หลวงปู่ครูบาขันแก้วได้นั่งห้อยเท้าลงมา

ตาของท่านเริ่มเป็นประกายกล้าแรงขึ้น ขณะนั้นช่างภาพประจำคณะของเราได้เข้าไปใกล้ที่ท่านนั่งปรกอยู่ แล้วก็ถ่ายรูปในอิริยาบถนั้น....

 

ทันทีที่แสงไฟแฟลชสว่างจ้าขึ้นเป็นประกาย นัยน์ตาของหลวงปู่ครูบาขันแก้วก็มิได้กระพริบเลย... 

ช่างภาพอีกคนก็เข้าไปถ่ายบ้าง แสงไฟแฟลชสว่างจ้าขึ้นอีกครั้ง แต่นัยน์ตาของหลวงปู่ก็ลืมอยู่อย่างปกติ 

‘ลืมตาอยู่อย่างไร ก็ลืมตาเปิดตากว้างอยู่อย่างนั้น..’ 

คุณพ่อและพวกเราที่นั่งดูอยู่อย่างใกล้ ทุกคนจ้องดูอย่างตั้งใจก็เห็นกันทุกคนว่า 

‘นัยน์ตาของหลวงปู่ไม่กระพริบเลย’  

คราวนี้ก็ให้ช่างภาพทั้ง ๒ คนของพวกเราเข้าไปขนาบทั้งซ้ายและขวา ก่อนจะยิงแฟลชถ่ายรูป ให้อธิษฐานในใจขอขมาก่อน พวกเราก็นั่งคอยดูกันจนแสงไฟแฟลชได้สว่างขึ้นทั้งซ้ายและขวาพร้อมกัน แต่นัยน์ตาของหลวงปู่ขันแก้วก็ไม่กระพริบอีกตามเคย 

ช่างภาพหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ๒ ฉบับซึ่งได้ไปทำข่าวก็เข้าไปถ่ายอีก คราวนี้แฟล็ชแรงกว่าของพวกเรา เพราะเมื่อเห็นว่าพวกเราถ่ายรูปหลวงปู่องค์นี้มากก็เข้าไปถ่ายบ้าง ผลปรากฏออกมา .....‘ตาของหลวงปู่ขันแก้วก็มิได้กะพริบเลย เป็นเวลานานหลายๆนาที’ คนธรรมดาสามัญย่อมทำไม่ได้อย่างแน่นอน...” 

ครับ...จะว่าไปแล้วเรื่องของการปลุกเสกพระแบบนั่งหลับตาหรือเปิดตาเสก ถือเป็นเรื่องของความเชี่ยวชาญหรือความชำนาญของแต่ละองค์ไม่สามารถลอกเลียนแบบกันได้  

ในหมู่นักนิยมพระเครื่องบางท่านอาจจะกล่าวว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติทั่วไป ข้อนี้ผมไม่สามารถโต้แย้งได้... 

แต่กับเรื่องที่คนธรรมดาสามารถลืมตาโดยไม่กระพริบต่อเนื่องยาวนานเป็นสิบๆนาที อันนี้สิครับเป็นเรื่องที่ต้องคิดและสิ่งที่เราต้องมาตีลังกาคิดอีกสามตลบคือการที่ดวงตาต้องกระทบกับแสงแฟลชครับ

เพราะโดยสัญชาติญาณแล้วคนเราโดยทั่วไปไม่สามารถทำได้หรอกครับ ดังนั้นการที่หลวงปู่ครูบาขันแก้วสามารถทำได้นั่นย่อมหมายความว่า ณ ขณะนั้นจิตของท่านเข้าสู่สมาธิจริงๆ 

“ว่ากันว่าการจะทำสิ่งใดด้วยความพยายามที่เกินกว่ากำลังความสามารถ   มักจะให้ผลเสียหายมากกว่าผลดี  

หากแต่บางครั้งเส้นแบ่งของการทำเกินกำลังความสามารถที่เกิดจากการกระทำด้วยความชำนาญในศาสตร์ของตนเอง  

มันก็เป็นสิ่งที่ยากเกินกว่าจะหามาตรฐานใดมาเป็นตัวกำหนด....” 

พระอาจารย์ชนินทร์ ท่านบอกกับพวกเราว่าในชีวิตของท่านได้ศึกษาวิชาอาคมต่างๆมาพอสมควร แต่สุดท้ายแล้วท่านก็จบลงตรงที่หลวงปู่ครูบาขันแก้ว  

ท่านว่า...”หลวงปู่ครูบาขันแก้ว ถือว่าเป็นที่สุดแล้ว” 

ความเป็นที่สุดของหลวงปู่ครูบาขันแก้วนี้ หมายรวมไปถึงหลักการปฏิบัติและแนวทางการเจริญสมาธิ เพื่อหวังผลให้ถึงเป้าหมายของชีวิตคือ “การหลุดพ้น” 

 

“ถ้าคนเรานั่งสมาธิเพื่อต้องการความสงบ ความสุข ของจิตใจ เราสามารถเจริญสมาธิในแบบใดก็ได้ แต่ถ้าหากหวังถึงมรรค ผล นิพพาน นั่นคือเราจะต้องเลือกเดินในเส้นทางที่ถูกต้อง...” 

ความถูกต้องอันนี้ พระอาจารย์ชนินทร์ท่านได้อธิบายให้พวกเราฟังพอเป็นสังเขป หากเพื่อนๆท่านใดสนใจก็คงจะต้องสอบถามจากพระอาจารย์ชนินทร์เอาเองครับ เพราะคำสอนของพระอาจารย์ เจริญรอยตามแนวทางของครูบาขันแก้ว

ธรรมะและคำสอนของท่านเป็นเรื่องที่ฟังไม่ยาก สามารถนำไปปฏิบัติได้ เพียงแต่ขีดความสามารถในการถ่ายทอดของผมค่อนข้างมีจำกัดครับ...เอาเป็นว่าเมื่อไรตกผลึกทางความคิดก็จะรีบนำมาเขียนให้เพื่อนได้รับทราบครับ...

 

พูดถึงเรื่องของวัตถุมงคลกันบ้าง....ในชีวิตของหลวงปู่ครูบาขันแก้วท่านได้สร้างไว้พอสมควรแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก วัตถุมงคลของท่านที่มีชื่อเสียงจะเป็นพวกตะกรุดชนิดต่างๆ เช่นตะกรุดก๋าสะท้อน ตะกรุดนากคอคำ ฯลฯ แต่ตะกรุดซึ่งเป็นที่นิยมของกลุ่มผู้นิยมในเครื่องรางของขลังต้องเป็นอันนี้ครับ

“ตะกรุดสหรีกัญชัย” 

“ในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภายใต้การนำของท่านคณบดีและคณาจารย์ต่างๆ ตลอดจนนิสิตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ช. ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องต่างพากันเข้าไปทำบุญที่วัดป่ายางและขอตะกรุดจากหลวงปู่ตั้งแต่ปี ๒๕๒๑-๒๔๒๔ จนตะกรุดของหลวงปู่ครูบาขันแก้ว ได้รับฉายานามว่า....”ตะกรุดสหรีกัญชัย ขวัญใจ ม.ช.” 

ตะกรุดสหรีกัญชัย เป็นตะกรุดที่ลงด้วย “พระยันต์ดาบสหรีกัญชัย” ซึ่งในเรื่องที่ไปที่มาของพระยันต์ชนิดนี้ค่อนข้างมีความพิสดารล้ำลึก ต้องว่ากันในเรื่องของวาสนาบารมีของผู้ทำที่มีมาแต่อดีตชาติและในปัจจุบันชาติก็ต้องสะสมไว้อย่างเข้มแข็ง รวมไปถึงเรื่องของการก้าวผ่านมิติกาลเวลาตลอดจนสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆ....

 

จากประวัติของ”ท่านครูบาศรีวิชัย” ในชีวิตของท่านช่วง “อธิกรณ์ระยะที่สอง” มีบันทึกไว้ว่า

อธิกรณ์พระศรีวิชัยครั้งที่สองนี้ มีความเข้มข้นและรุนแรงขึ้นเนื่องจากเป็นผลมาจากการต้องอธิกรณ์ครั้งแรกถึง ๓ ครั้ง แต่การต้องอธิกรณ์กลับเป็นการเพิ่มความเลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อครูบาศรีวิชัยมากยิ่งขึ้น 
 

เสียงที่เล่าลือเกี่ยวกับครูบาศรีวิชัยจึงขยายออกไป

“นับตั้งแต่เป็นผู้วิเศษเดินตากฝนไม่เปียกและได้รับดาบสรีกัญไชย(พระขรรค์ชัยศรี)จากพระอินทร์”

ความนับถือเลื่อมใสศรัทธาใน ตัวครูบาศรีวิชัยยิ่งแพร่ขยายออกไปอย่างไม่หยุดยั้ง  

คำเล่าลือดังกล่าวเมื่อทราบถึงเจ้าคณะแขวงลี้และนายอำเภอแขวงลี้ ทั้งสองจึงได้เข้าแจ้งต่อพระครูญาณมงคล เจ้าคณะจังหวัดลำพูน โดยกล่าวหาว่า  

"ครูบาศรีวิชัยเกลี่ยกล่อมส้องสุมคนคฤหัสถ์นักบวชเป็นก๊กเป็นเหล่า และใช้ผีและเวทมนต์ 

พระครูญาณมงคลจึงออกหนังสือลงวันที่ ๑๒มกราคม ๒๔๖๒ สั่งครูบาศรีวิชัยให้ออกไปพ้นเขตจังหวัดลำพูน ภายใน ๑๕ วัน พร้อมทั้งมีหนังสือห้ามพระในจังหวัดลำพูนรับครูบาศรีวิชัยไว้ในวัด เมื่อครูบาศรีวิชัยโต้แย้งและทางการไม่สามารถเอาผิดครูบาศรีวิชัยได้ ความดังกล่าวก็เลิกราไประยะหนึ่ง  

แต่ต่อมา ก็มีหนังสือของเจ้าจักรคำขจรศักดิ์เจ้าผู้ครองเมืองนครลำพูน เรียกครูบาศรีวิชัยพร้อมกับลูกวัดเข้าเมืองลำพูน  

ครั้งนั้นพวกลูกศิษย์ได้จัดขบวนแห่ครูบาศรีวิชัยเข้าสู่เมืองอย่างใหญ่โต การณ์ดังกล่าวคงจะทำให้ทางคณะสงฆ์ผู้ปกครองลำพูนตกใจอยู่มิใช่น้อย ดังจะพบว่าเมื่อครูบาศรีวิชัยพักอยู่ที่วัดมหาวันได้คืนหนึ่ง อุปราชเทศามณฑลพายัพจึงได้สั่งย้ายครูบาศรีวิชัยขึ้นไปยังเชียงใหม่ โดยให้พักกับพระครูเจ้าคณะเมืองเชียงใหม่ที่วัดเชตวัน เสร็จแล้วจึงมอบตัวให้พระครูสุคันธศีล รองเจ้าคณะเมืองเชียงใหม่ ที่วัดป่ากล้วย (ศรีดอนไชย)....ฯลฯ

 

ครับ...บนเส้นทางเดินของชีวิต ไม่มีความสำเร็จอะไรที่ได้มาโดยไม่มีบททดสอบ...

หลวงปู่ครูบาขันแก้วท่านก็ถูกทดสอบโดยความเชื่อมั่นของท่านเอง ในขณะเดียวกันท่านก็ต้องต่อสู้กับแรงเสียดสีจากคนรอบข้าง แต่ท่านก็ต้องอดทนเพื่อพิสูจน์ในสิ่งที่ท่านเชื่อมั่น

โดยเฉพาะเรื่องของ “พระยันต์ดาบสหรีกัญชัย”...

เรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อนและต้องว่ากันยาวๆถึงจะได้ใจ... เอาไว้ไปต่อกันตอนหน้าดีกว่า...สวัสดีครับ

 

กราบขอบพระคุณ พระอาจารย์ชนินทร์ ชนินโท สำนักสงฆ์รัศมีพรหมโพธิโก ที่เมตตาให้ข้อมูลและอนุญาตให้นำบทความในหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพพระครูอุดมขันติธรรม(ครูบาขันแก้ว) มาเผยแพร่

ขอขอบคุณ คุณแล่ม จันท์พิศาโล ที่ช่วยติดต่อประสานงาน ภาพถ่ายจากคุณพรชนก สุขพงษ์ไทย เพื่อนต่อกับคำแนะนำและคุณสมบูรณ์ ร้านนายฮ้อ สระบุรี สำหรับกำลังใจที่มีให้เสมอครับ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
cozy วันที่ : 12/08/2009 เวลา : 08.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

สุขสันต์วันแม่นะครับ สหาย

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
Cat@ วันที่ : 12/08/2009 เวลา : 03.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

วันที่ยี่สิบสอง ทางวัดอ้มบวก ฉลองวัดครบสิบปี

เค้าจะแจก ถุงเศรษฐี เจ้าค่ะ
จะแว๊บ ไป จิก เสียหน่อย
จะนำมา อวดนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
Cat@ วันที่ : 12/08/2009 เวลา : 03.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


...

กราบแม่กับเค้าด้วยคน
ดีใจ ที่ยังแม่ให้ อ้อน ให้กราบ
เชิญนะค่ะ
ว่าง ..เชิญ มาคุยกัน

หนึ่งปี ..กับตักแม่..มันนานเหลือเกิน .. Cat@

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
beckyblooms วันที่ : 11/08/2009 เวลา : 22.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"


คุณกวงบัง..

แอบทำมาให้ดูอ่ะ..ฮี่ๆๆ..

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ting วันที่ : 11/08/2009 เวลา : 00.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

เคยอ่านตอนเด็กๆ พอโตขึ้นมาหน่อยจำได้ว่ามีคนเคยเอามาเป็นเพลงร้องกัน พอมาอ่านตอนนี้ถึงทราบที่มาว่าเป็นของใคร แต่อ่านแล้วปลงๆยังไงไม่รู้ สัจธรรมจริงๆ


อ่านแล้วทำใจหน่อยนะ
โลกมันเป็นอย่างนั้นเอง
จิตใจคนยากแท้หยั่งถึง

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
chaiyassu วันที่ : 09/08/2009 เวลา : 19.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

แวะมาเยี่ยมเยียน
หวังว่า ศิษย์กวงคงสบายดี

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
Cat@ วันที่ : 08/08/2009 เวลา : 04.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


...

มาแล้วค่ะ
มาเปิด ช่องว่างของหัวใจให้เต็ม
รัก เล็กๆ ของแม่แคทค่ะ

ท่องไปไทยแลนด์ แบบแคทๆสิค่ะ ตอน ข้ามฟ้า มาพักพิง ที่หัวหิน Cat@

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
beckyblooms วันที่ : 07/08/2009 เวลา : 21.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

อ้อ..แต่เรื่องหลวงพ่อฤาษีลิงดำเนี่ย ฉันพอรู้นะคะ..

เคยเห็นจากรายการทีวี ที่น้องมันไปถ่ายทำ แล้วเรายืนดู รู้สึกว่า ที่ไหนเนี่ย สวยมากๆเลย

เป็นคริสตัลไง..ชอบคริสตัล...

แล้ววันนึงมีโอกาส..เสร็จงานตอนเช้า 8.30 น. ออกจากช่อง 5 หนามเป้า ไปอุทัยธานีคนเดียวเลย..แล้วคิดดู ไปเช้าเย็นกลับอ่ะ..นั่งรถทัวร์ไป..

เคยเขียนละยัง..ถ้ายังเขียนสิ..สนุกดีอ่ะ..

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
beckyblooms วันที่ : 07/08/2009 เวลา : 21.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"


เรื่องธรรมะเนี่ย เป็นเรื่องนึงที่ต้องพร้อมด้วยตัวเองไงไม่รู้นะคะ..แล้วจะลึกซึ้งอ่ะ..หมายถึงความสนใจ..บางจังหวะ ให้ยังไงก็ไม่เข้าหัวเอาซะเลย..

เรื่องที่คุณกวงบังฯเขียน..ไม่แน่ใจนะคะ กับวัดนี้ที่ลำพูน คุ้นมาก แต่ไม่แน่ใจว่าเคยไปมั้ย.. ส่วนเนื้อหาของพระผู้ใหญ่ถ้าไม่ได้อ่านที่คุณเขียนก็จะมืดบอดจริงๆ..ขอบคุณหลาย..

เรื่องที่ทิ้งลิงค์ไว้ให้ก็ได้ไปดูแล้ว..เขียนไปเล็กน้อยอย่างที่ใจคิด..

และเพราะที่คุณกวงบังฯเขียนไว้ที่บ้าน ทำให้นึกถึงพระที่เรามีเลยนะคะ..1 ในนั้นคือ องค์นี้.. เอามาฝากโดยเฉพาะ.. คราวหน้าเลยว่าจะเขียนเรื่องพระซะหน่อย..
จำได้ว่า ไม่เคยเขียนเลยนะ..ไหนเลยจะเหมือนบ้านนี้..ฮ่า

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
Cat@ วันที่ : 07/08/2009 เวลา : 04.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


วันอาทิตย์นี้จะได้ ไปใส่บาตรอีกแล้วจ๊ะ
หลวงปู่เหลือง ค่ะ จากจังหวัดบุรีรัมย์

....

เปิดเทอมแล้ว..
งาน แยะ ..งานแจ๋ว จ้า
แต่ก็ยัง ชะแว๊บ มาหาค่ะ
ลงเรืองใหม่ปัดฝุ่น
มาเสียเช้ามืดเลย ..


* ไปเล่นน้ำกันค่ะ ..ฉลองเปิดเทอม ( Cat@ )

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
cozy วันที่ : 07/08/2009 เวลา : 00.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

ไปนอนก่อนนะครับ สหาย

รูปได้ใจจริงๆ ขอบคุณอีกครั้งครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 06/08/2009 เวลา : 00.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

สวัสดีครับทุกท่าน
.
คุณสิริปตี – ขอบคุณครับสำหรับการเยี่ยมชม

พี่hopebaby – ขอบพระคุณครับสำหรับคำชม พี่ก็วาดภาพสีน้ำได้เก่งมากนะฮะ

คุณแคท – ขอบคุณสำหรับโหวตฮะ....เดี๋ยวจะตามไปดูที่บ้านคุณแคทฮะ

คุณกริด 99- สวัสดีครับคุณกริด ตอนต่อไปโปรดรอความคิดตกผลึกอีกนิดครับ

ศิษย์พี่ – สวัสดีฮะ ใช่แล้วฮะ หลวงปู่ท่านเป็นพระที่มีความอดทนสูง ด้วยคุณสมบัติข้อนี้แหละฮะ
ที่ทำให้ท่านก้าวเข้ามาครองใจศิษยานุศิษย์

พี่สาวใจดี – ขอบพระคุณฮะ รักษาสุขภาพนะฮะ

คุณเบญจพร – ขอบคุณและเป็นกำลังใจให้เช่นกันฮะ

พี่ชาติหมายเลข ๘ – หวัดดีฮะพี่ชาติ ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาเขียนสักเท่าไร เอาแค่พอประมาณฮะ

คุณเด็กอนุบาลฯ- ถูกต้องครับ หลังปฏิบัติของหลวงปู่ท่านใช้ “อาณาปานสติ” เป็นองค์กรรมฐาน
สำหรับเรื่องของหลวงปู่สังข์ เดี๋ยวรอให้ผมเก็บวัตถุมงคลของท่านให้เรียบร้อยก่อนแล้วจะเขียนใหม่ครับ

เด็กผีโคซี่ – อยู่เชียงใหม่ ถ้าว่างๆ ก็อย่าลืมไปเที่ยวที่วัดป่ายางบ้างนะ รับรองความเจ๋ง

ขอบคุณฮะสำหรับการเยี่ยมเยียน

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
Cat@ วันที่ : 05/08/2009 เวลา : 04.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


นำขนมปังมาฝากจ๊ะ

........
มาป่วนอีกแล้วจ๊ะ
ขาดแม่แคท แล้ว จะรู้ สึก ..

ก๊าก รู้สึก โล่ง อิๆๆ

มาแหระ
ท่องไปไทยแลนด์ แบบแคทๆสิค่ะ ตอน ไปเทียวร้านยี่สิบบาท อำเภอ พนมสารคาม กันจ๊ะ ( Cat@ )
กับ ขนมปังสูตรคุณนายหวีจ๊ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 04/08/2009 เวลา : 10.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

มากราบ
อริยสงฆ์ ครับ

ขอบคุณ
ที่ นำเรื่องดีๆ ของ พระดีๆ มาเสนอ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
cozy วันที่ : 02/08/2009 เวลา : 09.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

เชียงใหม่-ลำพูน เส้นทางกรุงเทพ-บ้านธิ ผมไม่ได้ไปนานแล้วครับ น่าจะถนนหนทางดีหมดแล้ว

ครูบาเจ้าทางเหนือที่น่านับถือมีมากครับ แต่ผมไม่ค่อยมีความรู้ต้องอาศัยลายแทงจากสหายนี่แหละ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Cat@ วันที่ : 02/08/2009 เวลา : 02.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

วันนี้ได้มีโอกาส ฟังเทศน์ จากหลวงปู่เหลือง

อิ่มใจจริงๆ

...

แม่แคท ..เชิญนะค่ะ
นี่ขนาดไม่มีเวลานะเนี้ย
ยัง แอบมาป่วนนน

เชิญจ๊ะ เชิญอ่านไดอารีเลิฟๆๆ

เพราะ รัก นะสิ จึงยอม อีกแหระ.. Cat@

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
เด็กอนุบาลห้องหนึ่งทับสอง วันที่ : 31/07/2009 เวลา : 16.22 น.
ผู้ทรงอิทธิพล หรือจะสู้ ผู้ทรงอิทธิฤทธิ์

ผู้ใหญ่ท่านเล่าให้ฟังว่า

การอธิษฐานจิต แบบไม่หลับตา โดยส่วนใหญ่จะมีในหมู่ลูกศิษย์ของครูบาเจ้าศรีวิชัย และให้ย่อยลงไป

ท่านเหล่านั้น ล้วนแต่ใช้อาณาปานสติเป็นองค์กรรมฐานทั้งนั้น

ลึกลับดีแต้เน้อเจ้า

ว่าแล้วก็อยากกินข้าวซอย...ไปกินข้าวซอยดีก่า

ปล. รอตอนต่อไปนะคับ รวมถึงหลวงปู่สังข์ตอนสองด้วยคับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เบญจพร วันที่ : 31/07/2009 เวลา : 09.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/benjaporn


มาชื่นชมผลงาน...
เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
cozy วันที่ : 31/07/2009 เวลา : 07.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

”คุณธรรมมิใช่สิ่งที่มีติดตัวมากับมนุษย์” แต่ “คุณธรรมถือกำเนิดมาจากการปฏิบัติเฉพาะตัว”

ถูกต้องแล้วครับสหาย

ท่านครูบาเป็นพระที่น่าเคารพนับถือมากจริงๆครับ ผมกำลังอ่านได้ครึ่งหนึ่ง เดี๋ยวมาอ่านต่อครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ting วันที่ : 31/07/2009 เวลา : 05.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

เหนื่อยคะวันนี้เพิ่งกลับมาจากทำงาน

สาธุด้วยนะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
กริด99 วันที่ : 31/07/2009 เวลา : 05.11 น.

กำลังตื่นเต้นเลยครับคุณกุ้ง ขอให้มาเขียนต่อไวๆ นะครับ ขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้สำหรับบทความดีๆ มีคุณภาพนะครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
musachiza วันที่ : 31/07/2009 เวลา : 03.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

สวัสดีศิษย์น้อง ขอบคุณครับที่พามาเที่ยวภาคเหนือ
ท่านมีความอดทนและไม่ถือโกรธต่อชาวบ้าน
ที่ไม่ตักบาตร ถึงขนาดเตรียมหุงหาเอง
อ่านแล้วสงสารท่านที่ไม่สบาย ก็ไม่ขัดนิมนต์
แต่ก็ยังไปจ้องถ่ายรูปท่านอยู่นั่นแหละ
เห็นท่านไม่กระพริบตา ก็ถ่ายกันใหญ่
ไฟเฟลชสมัยก่อน ทั้งสว่างวาบและร้อนด้วยนะศิษย์น้อง
ท่านมีความอดกลั้นจริงนะศิษย์น้องว่าไหม
ญาติโยมก็จ้องแต่จะจับผิดกันจริง เฮ้อ



ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Cat@ วันที่ : 31/07/2009 เวลา : 03.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

โหวตให้นะค่ะขอบคุณ

อุปสรรค์ ไม่เคยยกเว้น ใครเลย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Cat@ วันที่ : 31/07/2009 เวลา : 02.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


รายงานตัว

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
hopebaby วันที่ : 31/07/2009 เวลา : 01.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hopebaby
คนบ้าเยอะจริงๆ...ให้ตายเหอะโรบิน

คุณศิษย์กวงเขียนเรื่องราวได้อย่างน่าทึ่งแท้ๆ

นับถือครับ


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สิริปตี วันที่ : 31/07/2009 เวลา : 01.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siripatee
You are what you eat.You are what you write.


อ่านแล้วได้สติ
นึก คิด ก่อนถึงวันแม่
มีสติ คิดก่อนทำ
ทำดี คิดดี
ทำวันนี้ห้ดีที่สุด
ต่อไปค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]