• ศิษย์กวง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-23
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 2224222
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1500 คน
Sitthi
ดาวนับแสนที่มีวงแหวนนับร้อย ทั้งดาวเคราะห์น้อย ดาวฤกษ์ลอยคว้างๆ ดาวทุกดวงนั้นย่อมจะแตกต่าง มีเส้นทางหมุนของตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi
วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม 2552
Posted by ศิษย์กวง , ผู้อ่าน : 28497 , 01:51:52 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน opads โหวตเรื่องนี้

วิชาโหราศาสตร์เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งที่เกี่ยวกับการพยากรณ์ดวงชะตาชีวิตของสรรพสิ่งต่างๆในโลกใบนี้

กล่าวกันว่าวิชาโหราศาสตร์มีหลักการคล้ายๆกับวิทยาศาสตร์ในแง่ของการเก็บรวบรวมสถิติ เพื่อประมวลผล ดังนั้นความเป็นไปได้ของคำพยากรณ์จึงค่อนข้างมีความน่าเชื่อถือ 

วิชาโหราศาสตร์มีมากมายหลายแขนง บ้างดูโดยใช้วัน เดือน ปีเกิด บ้างก็ใช้การจับยามเวลา ฯลฯ แต่สุดท้ายของทุกแขนงต่างมีเป้าหมายอันเดียวกันคือการค้นหาคำพยากรณ์ออกมาเพื่อตอบปัญหาบางปัญหาที่เราไม่สามารถหาคำตอบได้ด้วยตนเอง .. 

การดูลายฝ่ามือและลายฝ่าเท้าถือเป็นแขนงหนึ่งของวิชาโหราศาสตร์ ..... 

”ว่ากันว่าลายฝ่ามือและลายฝ่าเท้าของคนเรานั้นบ่งบอกถึงความเป็นมา ผลกรรมต่างๆ ทั้งจากอดีตชาติและปัจจุบันชาติ” 

จากภาพลายฝ่ามือและลายฝ่าเท้าของหลวงปู่ครูบาขันแก้ว ที่คณะศิษย์รัศมีพรหมโพธิโกได้ถ่ายเอาไว้ ได้ถูกนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านลายมือหลายท่านได้ตรวจดู ซึ่งได้รับการยืนยันว่า... 

“ลายฝ่ามือและลายฝ่าเท้านี้ มีวาสนาสูงทั้งในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ เป็นเส้นลายมือลายเท้าที่คนธรรมดาสามัญไม่มีเส้นเหล่านี้...”

(ลายฝ่ามือของหลวงปู่ครูบาขันแก้ว อุตตโม)

อธิบายความได้ว่า.... 

”เป็นลายฝ่ามือที่มีอำนาจ มีเส้นจิตตานุภาพ สามารถส่งกระแสแผ่ออกไปได้ไกล ส่วนเส้นลายดอกพิกุลและเส้นปล้องข้อนิ้วนั้น บ่งบอกถึงวาสนาในอดีตชาติและในปัจจุบันชาติ 

ถ้าอยู่ในเพศฆราวาส อดีตชาติจะต้องเป็นเจ้าบ้านผ่านเมือง หรือเป็นผู้ที่มีอำนาจในแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่ แต่ในปัจจุบันชาติก็จะเป็นข้าราชการที่มีอำนาจยิ่งใหญ่ในแผ่นดิน มีเส้นบารมีธรรมสั่งสมไว้อย่างแก่กล้า  

ถ้าอยู่ในเพศบรรพชิต เป็นพระภิกษุสงฆ์ จะได้บรรลุทั้งวิชชาและวิมุตติในพระพุทธศาสนา ลายมืออย่างนี้มีแต่ผู้ที่จะเป็นพระอรหันต์เท่านั้น....”

 

“หลวงปู่ท่านเป็นพระที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ก็คงด้วยท่านมีวาสนาบารมีที่สูงส่งสะสมมาจากอดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติ วัตถุมงคลของท่านถึงมีความขลังและมีความศักดิ์สิทธิ์ ขอเพียงแต่ให้ผ่านมือท่านเถอะ” 

ครับ...ตลอดชีวิตของหลวงปู่ครูบาขันแก้ว ท่านได้สร้างวัตถุมงคลออกมามีทั้งเป็นแบบเหรียญ รูปหล่อ พระเนื้อผง ตะกรุด ฯลฯ โดยเฉพาะในส่วนของตะกรุด หลวงปู่ท่านได้สร้างออกมาหลายแบบแต่ค่อนข้างน้อยชิ้น ส่วนมากแล้วท่านจะลงมือจารตะกรุดด้วยตัวของท่านเอง

 

พระอาจารย์ชนินทร์ ชนินโท เล่าให้พวกเราฟังว่า หลวงปู่ครูบาขันแก้วท่านเป็นพระที่มีความเชี่ยวชาญในศาสตร์พวกนี้ เพราะเรื่องของการลงตะกรุดจนบังเกิดความขลังสามารถคุ้มครองป้องกันภัยได้ ต้องมีเคล็ดลับและวิธีการลง แต่ว่าเคล็ดลับจะเป็นอย่างไรและลงกันในแบบไหน หากเพื่อนๆท่านใดอยากรู้คงต้องสอบถามเอาจากพระอาจารย์ชนินทร์ได้โดยตรงเลยครับ 

เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าตะกรุดที่มีชื่อเสียงที่สุดของครูบาขันแก้วคือ “ตะกรุดสหรีกัญชัย”  

ตะกรุดสหรีกัญชัย ลงด้วย “ยันต์ดาบสหรีกัญชัย”

 

หนานบุญ เมืองงาช้างดำ ได้พบข้อความจารึกในตำราโบราณกล่าวไว้ว่า ใครก็ตามที่ได้ถือเอาคุณแห่ง “พระยันต์ดาบสรีกัญชัยหรือยันต์มีดดาบสหรีกัญชัย” 

“จักสมดั่งกำมักอยู่เย็นเป็นสุข จ๊ะนะผาบแป๊ฝูงผีสางมารแมนทั้งหลาย มีไจยจ๊ะนะต่อข้าศึกสัตถู มีป๋าระมีอำนาจวาสนามากมูลตุ่นเต้านักแล”

(ใครก็ตามถ้าได้เคารพบูชาในยันต์ดาบสรีกัญไชย ก็จะประสพตามความปรารถนาทุกประการ จะอยู่เย็นเป็นสุข มีชัยชนะต่อข้าศึกศัตรู ผีร้ายทุกประการ มีบารมี อำนาจวาสนาสูงส่ง มากนักแล) 

สำหรับประวัติของ “ดาบสรีกัญชัย” นั้นมีบันทึกไว้ในตำนานของพระพุทธศาสนาที่เราเรียกว่า “ชาดก” ว่าเป็น “อาวุธของพระโพธิ์สัตว์”

ชาดก หมายถึง เรื่องที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต โดยเฉพาะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันได้บำเพ็ญบารมีในชาติต่าง ๆ ก่อนที่จะเป็นเจ้าชายสิทธัตถะและสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า ชาดกจัดแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ "นิบาตชาดก" และ "พาหิรชาดก" 

นิบาตชาดก หมายถึงชาดกที่เป็นส่วนหนึ่งของพระไตรปิฎก มีทั้งหมด ๕๔๗ เรื่องและหากชาดกเรื่องใดไม่ตรงกับเรื่องในพระไตรปิฏก เราก็จะเรียกเรื่องนั้นว่าเป็น “ชากดกนอกนิบาต” หรือ “พาหิรชาดก” นั่นเอง

 

หลังจากที่อาณาจักรล้านนาได้นำเอาพระพุทธศาสนาเข้ามาเป็นศาสนาประจำราชอาณาจักรแล้ว ได้มีการเขียนจารึกประวัติศาสตร์ไว้มากมายซึ่งโดยส่วนมากแล้วมักจะมีพระพุทธศาสนาเป็นศูนย์กลางของความคิดและมีเป้าหมายในการเขียนเพื่อเป็นการทำบุญ เป็นการสร้างกุศลเพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนา

การนำเสนอจึงมัก”เริ่มต้นที่ประวัติของพระพุทธศาสนาจนจบ”แล้วค่อยๆเริ่มกล่าวถึง”ประวัติความเป็นมาของบ้านเมือง” 

ในชาดกนอกนิบาตของล้านนาจะเป็นเรื่องราวของพระโพธิ์สัตว์ ในบริบทต่างๆ เช่น อาจเกิดมามีร่างกายที่ไม่สมประกอบโดยมีแต่หัวอย่างแตงโมในเรื่องชมพูหมากเต้า หรืออาจมีผิวกายดำอย่างในเรื่องก่ำกาดำ หรือเกิดมาเป็นสัตว์ เช่น เป็นกิ้งก่า ซึ่งตอนหลังได้ลอกคราบเป็นหนุ่มรูปงามในเรื่องสุวัณณะจักก่าขางฅำ

 

(ตะกรุดของหลวงปู่ครูบาขันแก้ว อุตตโม) 

ศาสตราจารย์ดอกเตอร์ อุดม เรืองศรี ได้เขียนบทความเชิงวิชาการไว้ว่า

“เมื่อดูจากลักษณะร่วมของชาดกเรื่องต่าง ๆ ของล้านนาแล้ว อาจสรุปลักษณะรวมของเรื่องที่ปรากฏได้ดังนี้” 

ซึ่งจากลักษณะรวม ๑๔ ข้อ มีอยู่ข้อหนึ่งที่ได้กล่าวถึงอาวุธของพระโพธิ์สัตว์ไว้ว่า... 

“ของวิเศษที่เสริมอำนาจของพระโพธิสัตว์ ของดังกล่าวอาจเป็น "ดาบสรีกัญชัย" หรือพระแสงขรรค์ชัยศรี "เกิบตีนทิพ" คือรองเท้าวิเศษสวมแล้วเหาะได้ ไม้เท้าวิเศษที่ใช้ฆ่าหรือชุบชีวิตได้ "ธนูสิงห์" คือธนูวิเศษ "แก้วมณีโชติ" หรือแก้ววิเศษ เครื่องใช้วิเศษ เช่น แหหรือเหล็กไนปั่นฝ้าย

และในบางเรื่อง เพียงอีกฝ่ายหนึ่งเห็นลายฝ่ามือฝ่าเท้าที่เป็นรูปกงจักร ก็ยอมรับว่าเป็นผู้มีบุญสมภาร แล้วช่วยในกิจการต่าง ๆ แม้กระทั่งยกลูกสาวให้อย่างในเรื่อง หงส์ผาฅำ หรือ หงส์หิน เป็นต้น…” 

ในขณะที่”ตำนานฝ่ายเมือง” เป็นการกล่าวถึงความเป็นมาและให้รายละเอียดความสำคัญของบ้านเมือง เช่นตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ตำนานพื้นเมืองน่าน (คำว่าพื้นมักนิยมใช้กับตำนานฝ่ายเมืองมากกว่าฝ่ายศาสนา)

การให้ความสำคัญนั้นส่วนมากแล้วจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับกษัตริย์หรือราชวงศ์โดยถือว่าเรื่องเหล่านี้เป็น”แก่นของเรื่อง” เลยทีเดียว อย่างในส่วนของตำนานวีรบุรุษ เช่น ตำนานพญาเจือง ตำนานพญางำเมือง ตำนานพญาผาเมือง ฯลฯ ซึ่งตำนานดังกล่าว มักจะเน้นไปที่ผู้นำเพียงคนเดียวและเป็นบุคคลสำคัญของท้องถิ่น

(มณฑปวัดศรีชุม สุโขทัย สถานที่ค้นพบศิลาจารึกหลักที่ ๒ บันทึกประวัติพ่อขุนผาเมือง) 

เรื่องราวของ “พระแสงขรรค์ชัยศรี” ก็มีการกล่าวไว้ชัดเจนเช่นกันว่าเป็นอาวุธคู่พระกายของ “พญาผาเมืองหรือพ่อขุนผาเมือง” ใจความว่าไว้ดังนี้ครับ... 

ย้อนกลับเข้าไปในอดีตครับ สมัยขอมเรืองอำนาจประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๘ (พ.ศ. ๑๗๒๔ - ๑๗๖๑) กษัตริย์เขมรผู้ยิ่งใหญ่และมีกฤษดาภินิหารมากมายซึ่งมีชื่อว่า "ชัยวรมันที่ ๗" ได้ยกทัพกรีฑาเข้ามายึดเมืองต่าง ๆ แถบลุ่มน้ำเจ้าพระยาเอาไว้ได้หมด…  

แต่ในช่วงปลายรัชกาลของชัยวรมันที่ ๗ นั้น เขมรอ่อนอำนาจลง.. 

ชาวไทยกลุ่มหนึ่งซึ่งนำโดย "พ่อขุนศรีนาวนำถม" ซึ่งเป็นขุนศึกผู้กล้าของ "เจ้าสามหลวงฟ้า" อนุชาของเจ้าคำฟ้าผู้ครองอาณาจักรไทยเมา ได้ติดตามเจ้าสามหลวงฟ้าคุมทัพลงมาทางลุ่มน้ำเจ้าพระยาด้วยไพร่พลประมาณ สองหมื่นคน ตีเมืองต่าง ๆ แถบนี้ไว้ได้ประมาณ ๒๐ เมือง ไม่ว่าจะเป็นแก่งหลวงและอโยธยา จากนั้นเจ้าสามหลวงฟ้าจึงนำทัพกลับไปตีพม่ากับน่านเจ้า ก่อนที่จะบุกเข้าสู่อาหม ในปีพ.ศ.๑๗๖๘ 

หลังจากที่ตีเมืองทางด้านแม่น้ำเจ้าพระยาได้แล้ว เจ้าสามหลวงฟ้าจึงได้มอบหมายหน้าที่ให้ขุนทัพคนสำคัญคือ "ขุนศรีนาวนำถม" และ "ขุนจอด" ขุนทหารอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นบิดาของ "พ่อขุนบางกลางหาว" เฝ้ารักษาหัวเมืองแถบนี้เอาไว้

 

(อนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง) 

พ่อขุนศรีนาวนำถมนั้น มีโอรสอยู่สององค์ คือ "พระยาผาเมือง" ผู้ครองเมืองราด และ “พระยาคำแหงพระราม” ด้วยความยิ่งใหญ่ของสองพ่อลูกผู้ครองนครศรีสัชนาลัย จึงทำให้ "พระยาผาเมือง" ได้อภิเษกสมรสกับ "นางสิงขรมหาเทวี" พระราชธิดาของเจ้าเมืองศรีโสธรปุระ ผู้ครองอาณาจักรเขมรในยามนั้น 

เมื่อเป็นเขยขวัญของกษัตริย์เขมร ดังนั้น “พระยาผาเมืองหรือพ่อขุนผาเมือง” จึงได้รับอำนาจราชสิทธิ์เหมือนกษัตริย์เขมรทุกประการ นั่นก็คือได้รับพระราชทาน”พระขรรค์ไชยศรี”อันเป็น”พระแสงดาบอาญาสิทธิ์”จากกรุงศรีโสธรปุระซึ่งเป็นนครหลวง และที่สำคัญ ได้รับการแต่งตั้งบรรดาศักดิ์จากกษัตริย์เขมรในยามนั้นเป็น

"กมรเตงอัญศรีบดินทราทิตย์ 

ใช่แล้วครับ “พระขรรค์ไชยศรี คือพระแสงดาบอาญาสิทธิ์คู่บารมีของ พ่อขุนผาเมือง” 

จากเรื่องราวของ”ดาบสหรีกัญชัยและพระขรรค์ชัยศรี” เราจะพบว่าทั้งดาบสหรีกัญชัยและพระขรรค์ชัยศรี ต่างก็เป็น”สัญลักษณ์เชิงอำนาจ” เป็นการกำหนดอาณาเขต การแบ่งอำนาจการปกครอง  

ย้อนไปในสมัยโบราณหากพระมหากษัตริย์พระองค์ใดประสงค์จะแต่งตั้งใครไปครองเมืองต่างถิ่น มักจะมอบดาบอาญาสิทธิ์เป็นเสมือนหนึ่งตัวแทนพระองค์ออกไปปกครอง

พูดง่ายๆคือใครมีดาบอาญาสิทธิ์คนนั้นถือเป็นเจ้าคน..

ดังนั้นในการจะให้ร้ายแก่ผู้ใดเพียงแต่บอกว่าคนๆนั้นมีดาบหรือพระขรรค์ศักดิ์สิทธิ์อันนี้และไม่ยอมส่งมอบแก่ทางการ ก็สามารถที่จะอ้างเหตุเข้าจับกุมได้ทันที

 

สมัยที่ท่านครูบาศรีวิชัยยังมีชีวิตอยู่ ด้วยความที่ท่านเป็นพระดี เป็นที่เคารพนับถือของผู้คน แน่นอนครับมารไม่มีบารมีไม่เกิด เพราะช่วงนั้นเริ่มมีการใช้กฎหมายสงฆ์เข้ามาควบคุมดูแล ความเด่นดังของท่านมีมากมายกว่าคณะสงฆ์ผู้ปกครองนัก กระบวนการในการกำจัดท่านจึงมีมากมายหลายช่องทาง หนึ่งในหลายๆข้อหาก็มีเรื่องนี้ด้วยครับ 

“เป็นผู้วิเศษเดินตากฝนไม่เปียกและได้รับดาบสรีกัญไชย(พระขรรค์ชัยศรี)จากพระอินทร์” 

ครับข้อกล่าวหาว่ามีดาบวิเศษด้ามทองคำจากพระอินทร์(ดาบสหรีกัญชัย) แล้วไม่ยอมนำมาถวายให้พระมหากษัตริย์

 

(พระยันต์ดาบสหรีกัญชัย บนใบดาบ) 

อย่างที่เคยบอกไปในตอนที่แล้วครับว่า “พระยันต์ดาบสหรีกัญชัย” มีความเป็นมาค่อนข้างพิสดาร ต้องโยงใยเข้าไปในส่วนของเรื่องวาสนาบารมี การระลึกได้ในอดีตชาติ ความผูกพันของพันธะสัญญาต่างมิติและกาลเวลา ฯลฯ 

จากเรื่องราวที่เริ่มต้นด้วย”โหราศาสตร์”ตรงที่ลายฝ่ามือ ลายฝ่าเท้าของหลวงปู่ครูบาขันแก้ว เพื่อหาคำตอบในปัญหาบางประการที่ไม่สามารถค้นหาด้วยวิธีการธรรมดา

พวกเราได้ก้าวข้ามมิติเวลาเข้าไปในเรื่องของ”ชาดกนอกนิบาต”ซึ่งเป็นบันทึกถึงเรื่องราวความเป็นมาในเรื่องพระพุทธศาสนาของท้องถิ่น

ก่อนที่จะนั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับเข้าไปใน “ตำนานวีรบุรุษ”สมัยของพ่อขุนผาเมือง แวะพักสถานีเพื่อดู”ความจริงที่ปรากฏ” จากการสอบสวนอธิกรณ์ ครั้งที่สองของท่านครูบาศรีวิชัย ว่าในที่สุดแล้ว...ทุกเรื่องที่ท่านถูกกล่าวหาเป็นเพียงเรื่องของบ้านเมืองที่ต้องการครอบงำสงฆ์.. 

เชื่อหรือยังครับว่าเรื่องนี้มันยาว แต่เรื่องยาวนี้สามารถอธิบายได้สั้นๆก็ได้ครับ.. 

“หลวงปู่ครูบาขันแก้ว อุตตโม คือพ่อขุนผาเมืองในอดีตชาติ” 

ซึ่งเรื่องแบบนี้อาจฟังดูไร้เหตุผล แต่ผมคิดว่าถ้าเราเป็นชาวพุทธและเชื่อในเรื่องของเวรกรรม เรื่องของชาตินี้ ชาติหน้า ใครทำ ใครได้.. 

เรื่องนี้จึง”มิใช่ความเชื่อแต่เป็นความจริง” 

โดยเฉพาะในเรื่องการได้มาถึงพระยันต์ดาบสหรีกัญชัย เชื่อมโยงไปยัง “ท่านครูบาศรีวิชัยและหลวงปู่ครูบาชุ่ม” สองนักบุญผู้ยิ่งใหญ่ของชาวล้านนา...ผมว่าเพียงเท่านี้ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ยืนยันในเรื่องที่เกิดขึ้นกับ “หลวงปู่ครูบาขันแก้ว” ได้เป็นอย่างดีครับ

 

ต่อไปนี้เป็นเรื่องราวความเป็นมาของ “ยันต์ดาบสหลีกัญชัย” จากบันทึกของ “คณะศิษย์รัศมีพรหมโพธิโก” ในหนังสือ “อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ พระครูอุดมขันติธรรม(ครูบาขันแก้ว)” ซึ่งผมได้คัดลอกมาลงแบบเต็มสูบไม่ได้ตัดทอนเลยครับ 

ยันต์ดาบสหลีกัญชัย ที่หลวงปู่ขันแก้ว ได้ใช้ลงเป็นตะกรุดนั้น มีความเป็นมาดังนี้... 

ในสมัยที่หลวงปู่ศรีวิชัย(ครูบาศีลธรรม) ได้ไปเข้านิโรธสมาบัติที่ถ้ำเชียงดาว ซึ่งอยู่ที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ หลวงปู่ศรีวิชัยไปได้ตำรามาจากถ้ำเทวดา ซึ่งเป็นถ้ำเล็กๆ อยู่ภายในถ้ำเชียงดาวเป็นสูตรยันต์ที่ใช้ลง “มีดพระขรรค์ไชยศรีของพ่อขุนผาเมืองและลงดาบสหลีกัญชัย..” 

หลวงปู่ศรีวิชัยมิได้ “ตัวพระขรรค์ไชยศรีหรือดาบสหลีกัญชัย” มาแต่ได้”ตำรายันต์ที่ใช้ลงดาบหรือพระขรรค์”มา และก็ได้เกิดร่ำลือกันว่าท่านไปได้ดาบวิเศษสหลีกัญชัยมา ซึ่งเป็นของวิเศษคู่บ้านคู่เมืองและไม่ได้นำขึ้นทูลเกล้าฯถวายตามราชประเพณี จึงเป็นอีกข้อหาหนึ่งที่ทำให้หลวงปู่ศรีวิชัยถูกอธิกรณ์ฟ้องจากคณะสงฆ์ของ จ.ลำพูน 

ต่อมาท่านได้ให้ตำรายันต์นี้ไว้กับ”หลวงปู่ครูบาชุ่ม โพธิโก” วัดวังมุย โดยที่หลวงปู่ศรีวิชัยและครูบาชุ่มก็มิได้สร้างทั้งตะกรุดและดาบสหลีกัญชัยไว้ 

เหตุที่ยันต์ดาบสหลีกัญชัยมาตกอยู่ที่ภาคเหนือ ก็เพราะพ่อขุนผาเมืองได้มอบตำราและพระเวทย์ที่ใช้กับพระขรรค์ไชยศรีให้ไว้กับพ่อขุนเม็งราย ซึ่งเป็นศิษย์ของท่าน จึงได้ตกมาอยู่ที่เมืองเหนือ จนถึงสมัยหลวงปู่ศรีวิชัยได้เดินธุดงค์ไปที่ถ้ำเชียงดาว ซึ่งใครเป็นผู้นำมาเก็บซ่อนก็ไม่อาจจะรู้ได้ 

และในภายหลังหลวงปู่ศรีวิชัย จึงได้มอบยันต์ที่ใช้ลงดาบสหลีกัญชัยและพระเวทย์ที่ใช้กำกับดาบสหลีกัญชัยไว้กับหลวงปู่ครูบาชุ่ม วัดวังมุยและหลวงปู่ครูบาชุ่มก็ได้มอบ “ตำรายันต์ลงดาบสหลีกัญชัยและพระเวทย์ที่เสกดาบ,ตำราทำตะกรุดลูกหนังควายเผือกตายในท้องแม่และตำราลงยันต์นากคอคำ ๓ ชุด” ให้กับหลวงปู่ขันแก้วสหายรักไว้ โดยบอกว่า

  

“เป็นหน้าที่ของเปิ้น(ของหลวงปู่ขันแก้ว) ที่จะต้องทำตะกรุดและดาบสหลีกัญชัยและมีดพระขรรค์สหลีกัญชัย” 

ในระยะปีแรก หลวงปู่ขันแก้วจะลงเฉพาะในแผ่นตะกรุดเท่านั้น ส่วนมีดดาบและพระขรรค์ ท่านได้ทำในภายหลังประมาณปี พ.ศ.๒๕๒๓ โดยหลวงปู่ได้ถาม คุณสุทธิโชค คงอุไร บุตรชายของคุณพ่อว่า  

“มีดาบไหม” 

คุณสุทธิโชค ก็ตอบหลวงปู่ว่า 

“มีครับ หลวงปู่จะเอาไปทำไม” 

หลวงปู่ก็ตอบว่า 

“จะลงยันต์สหลีกัญชัยให้” 

คุณสุทธิโชค คงอุไร จงได้นำมีดดาบโบราณของท่านเจ้าคุณตา “พระยาสรชาติโยธี” มาให้ท่านลงที่บ้านสะพานเหลือง เมื่อคราวที่หลวงปู่ได้ลงมาโปรดสัตว์ โปรดธรรมที่กรุงเทพ และเป็นดาบสหลีกัญชัยเล่มแรกที่หลวงปู่ขันแก้วได้ลงยันต์ไว้ให้

 

(ดาบสหรีกัญชัย เล่มที่หลวงปู่ครูบาขันแก้ว เมตตาลงพระยันต์ไว้ให้) 

จากนั้นคุณหมอสมสุข คงอุไร ก็ได้ถวายหลวงปู่ขันแก้วอีก ๑ เล่ม จึงเป็นดาบสหลีกัญชัยเล่มที่ ๒ ที่เป็นมีดดาบจึงมีเพียง ๒ เล่มเท่านั้น 

เมื่อวันเสาร์ ๕ ที่ ๒ เมษายน ๒๕๒๖ หลวงปู่ขันแก้วได้อนุญาตให้คุณหมอสมสุขทำเป็นแบบพระขรรค์และแบบมีดพระขรรค์(มีดหมอ) ได้ปลุกเสกให้หลายครั้งก่อนวันเสาร์ ๕ ที่ ๒ เมษายน ๒๕๒๖ ที่วัดอีกครั้งก่อนหน้ามรณภาพ ๓ เดือน 

ในวันเสาร์ ๕ ที่ ๒ เมษายน ๒๕๒๖ หลวงปู่ขันแก้วได้ลงตะกรุดยันต์ดาบสหลีกัญชัยรุ่นพิเศษ(รุ่นแม่ทัพธรรม) ดอกใหญ่กว่าทุกรุ่นไว้ ๑ ชุดและได้ลงตะกรุดในแบบต่างๆให้กับคุณหมอสมสุขไว้ เรียกว่า “ทำอย่างชนิดทิ้งทวน” 

หลวงปู่ขันแก้ว ท่านตื่นจากจำวัดเวลาประมาณ ๐๕.๐๐ น. ตะกรุดต่างๆ ได้ลงเสร็จแล้วในตอนกลางคืน คือทำล่วงหน้าไว้หลายอย่าง แต่เฉพาะตะกรุดสหลีกัญชัยดอกใหญ่รุ่นแม่ทัพธรรมนี้ ท่านได้ลงเมื่อรุ่งเช้าของวัดเสาร์ ๕ ที่ ๒ เมษายน ๒๕๒๖ เมื่อแสงทองขึ้นจากขอบฟ้าและเห็นเส้นสายลายมือ หลวงปู่ท่านลงจนเสร็จหมดทุกดอก 

และหลังจากฉันภัตตาหารเช้าแล้ว หลวงปู่ท่านสั่งให้นำมงคลวัตถุทั้งหมดที่ได้เตรียมไว้ขึ้นไปทำพิธีใหญ่ปลุกเสกเดี่ยวบนพระวิหารในตอนเช้าและในตอนค่ำ หลวงปู่ได้ไปนั่งปรกปลุกเสกในพิธีพุทธาภิเษกที่อนุสาวรีย์พระนางจามเทวีที่จังหวัดลำพูน....

 

(พระแสงขรรค์ชัยศรี อักขระตัวเดียวกับที่ลงดาบสหรีกัญชัย) 

สำหรับเรื่องของ “ความเกี่ยวพันกับเจ้าของพระขรรค์ไชยศรีหรือดาบหลีกัญชัยในอดีตชาติ...” มีที่มาที่ไปดังนี้ครับ 

คุณพ่อได้เล่าให้ฟังว่า ในวันเสาร์ ๕ ที่ ๒ เมษายน ๒๕๒๖ คุณพ่อได้เรียนถามหลวงปู่ว่า 

“ดาบสหลีกัญชัยนี้กับพระขรรค์ไชยศรี ของพ่อขุนผาเมืองมีความเกี่ยวข้องกันใช่ไหมครับ” 

หลวงปู่ตอบว่า...”แม่น” (หมายถึงมีความเกี่ยวข้องกัน) 

คุณพ่อก็ได้เรียนถามต่อว่า... 

“ตำราลงยันต์ดาบสหลีกัญชัย ก็ได้ลงพระขรรค์ไชยศรีของพ่อขุนผาเมืองใช่ไหมครับ” 

หลวงปู่ขันแก้วก็ตอบว่า “แม่น” อีก 

“ถ้าอย่างนั้น ยันต์ดาบสหลีกัญชัยก็เป็นของพ่อขุนผาเมืองใช่ไหมครับ” 

หลวงปู่ขันแก้ว ก็ตอบ “แม่น” อีก 

คุณพ่อก็เรียนถามท่านต่อไปอีกว่า 

“ที่มาตกอยู่ที่เมืองเหนือก็เพราะได้มอบตำรายันต์ดาบสหลีกัญชัยไว้กับพ่อขุนเม็งรายใช่ไหมครับ” 

หลวงปู่ขันแก้วก็ตอบว่า “แม่น” (เพราะรู้ว่ากรุงสุโขทัยรักษายันต์ดาบนี้ไว้ไม่ได้ จึงได้ให้เก็บไว้ทางเมืองเหนือ เพื่อรอผู้เป็นเจ้าของมาทำในอนาคต) 

คุณพ่อเห็นว่า “ไฟเขียวได้เปิดทางแล้ว” ก็เลยเรียนถามต่อว่า 

“ที่หลวงปู่ครูบาชุ่มบอกว่า เป็นหน้าที่ของหลวงปู่ ก็แสดงว่าหลวงปู่เป็นเจ้าของยันต์ดาบสหลีกัญชัยในอดีตชาติและเป็นเจ้าของพระขรรค์ไชยศรีด้วยใช่ไหมครับ” 

หลวงปู่ขันแก้ว ท่านก็”พยักหน้ารับ”ต่อหน้าผู้ที่ร่วมนั่งฟังอยู่หลายคน มีคุณวันชัย แก้วทับทิม คุณบุญทอง อมรทวีชัยและหลานหลวงปู่ในวันนั้น 

คุณพ่อได้เล่าให้ผู้เขียนฟังว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่มาเล่าเชียร์หลวงปู่หรือเชียร์เพื่อขายมงคลวัตถุเข้าพกเข้าห่อในภายหลัง มงคลวัตถุที่หลวงปู่ได้ปลุกเสกไว้ก็จะเก็บรักษาไว้เพื่อให้เป็นของขวัญในการร่วมทำบุญกับคณะศิษย์รัศมีพรหมโพธิโก ตามสภาพของการทำบุญและราคาของตลาดในปัจจุบัน เพื่อจะหารายได้เอาไปสร้างวัตถุอันเป็นที่ระลึกถึงคุณงามความดีของหลวงปู่ขันแก้วต่อไป....และคุณพ่อก็ได้บอกผู้เขียนว่า... 

หลวงปู่ขันแก้ว อุตตโม ก็คือ”ผู้เป็นเจ้าของพระขรรค์ไชยศรีและยันต์ดาบสหลีกัญชัยกลับชาติมาเกิด” 

หลวงปู่ครูบาชุ่ม โพธิโกท่านเป็นพระที่มีอภิญญาหลายอย่าง จึงได้บอกกับหลวงปู่ขันแก้วไว้ว่า “เป็นหน้าที่ของเปิ้น” คือเป็นหน้าที่ของหลวงปู่ขันแก้วที่จะต้องทำในปัจจุบันชาตินี้....

หลวงปู่ยังได้กล่าวกับคุณพ่ออีกว่า

 

“ถ้าโยมหมอและคณะศิษย์รัศมีพรหมโพธิโก ไม่มีความกตัญญู กตเวทิตา ต่อหลวงปู่ครูบาชุ่มและครูบาขันแก้ว ก็ให้ทำลายยันต์ดาบสหลีกัญชัยตำรับนี้ทิ้งเสียและไม่ต้องสร้างเป็นมงคลวัตถุด้วย...” 

แต่ที่หลวงปู่ได้เห็นแล้วว่าโยมหมอและคณะศิษย์รัศมีพรหมโพธิโก มีความกตัญญู กตเวทิตาจริง จึงได้นำออกมาทำให้กับคณะศิษย์รัศมีพรหมโพธิโก เพื่อให้ได้รู้เรื่องความเป็นมาในอดีตของ “พระขรรค์ชัยศรี หรือ ดาบสหลีกัญชัย” 

ในวันเสาร์ ๕ ที่ ๒ เมษายน ๒๕๒๖ หลวงปู่ยังได้กล่าวต่อไปอีกว่า.. 

“ยันต์ดาบสหลีกัญชัยนี้เป็นพญายันต์” และห้ามนำไปใช้ในทางที่ผิดหรือนำไปยัดใส่ไว้ในตะกรุดอื่นๆ (คือมีผู้จะเอาไปใส่ไว้ในตะกรุดลูกหนังควายเผือก) 

“ยันต์ดาบสหลีกัญชัย” มีอำนาจให้คนเกรงกลัว เกรงขาม มีทั้งความคงกระพัน แคล้วคลาด กันพวกข่าม คุณไสยต่างๆอีกด้วย มีอยู่กับตัวหรือเก็บไว้ในบ้านเรือนก็เป็นสิริมงคลด้วย...

 

(มีดดาบเนื้อทองระฆัง ขนาดหกนิ้ว) 

แน่นอนครับผมไม่ปฏิเสธว่า เรื่องความเป็นมาของ”ดาบสหรีกัญชัย”มีมากมายหลายเรื่อง แต่เราก็ต้องยอมรับว่าในทุกเรื่องล้วนมีลักษณะร่วมสากลบนรากฐานของศาสนา แต่สิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้อีกเช่นกันก็คือเรื่องของ “ดาบสหรีกัญชัย” ที่จะต้องถูกตีความใหม่ออกไปบ้างตามเวลาและสถานที่… 

คณะศิษย์รัศมีพรหมโพธิโกและผู้ที่เคารพในหลวงปู่ครูบาขันแก้ว ทุกคนพร้อมใจกันเชื่อในเรื่องความเป็นมาของ “พระยันต์ดาบสหรีกัญชัย”

 

แน่นอนครับว่า การที่ผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างให้ความเชื่อมั่นและเดินทางตามความเชื่อด้วยความคิดแบบเดียวกันมาเป็นเวลายาวนานเกือบสามสิบปี ย่อมไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นง่ายๆ 

หลายครั้งที่”ความเชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง”ถูกกระทบจากเสียงรอบข้าง.. 

เรื่องราวของการได้มาซึ่ง “ตำราลงยันต์ดาบสหรีกัญชัย” ก็ได้ถูกนำมาชี้แจงอยู่ในหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ พระครูอุดมขันติธรรม(ครูบาขันแก้ว) แล้ว...

....ก็สุดแท้แต่ใครจะเชื่อกันขนาดไหน... 

แต่สำหรับ “คณะศิษย์รัศมีพรหมโพธิโกและผู้ที่เคารพในหลวงปู่ครูบาขันแก้ว” แล้ว พวกเขาไม่มีอะไรมากไปกว่าเชื่อว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นคือ “ความจริง” และความจริงดังกล่าวนั้นได้ก่อให้เกิด…ความศรัทธาในตัวของหลวงปู่ครูบาขันแก้วและคำสอนของท่านอย่างไม่เปลี่ยนแปลง...สวัสดีครับ

 

กราบขอบพระคุณ พระอาจารย์ชนินทร์ ชนินโท สำนักสงฆ์รัศมีพรหมโพธิโก ที่เมตตาให้ข้อมูลและอนุญาตให้นำบทความในหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพพระครูอุดมขันติธรรม(ครูบาขันแก้ว) มาเผยแพร่

ขอขอบคุณ คุณแล่ม จันท์พิศาโล คุณสรพงศ์ อังศุวรพฤกษ์ ที่กรุณาช่วยติดต่อประสานงาน ภาพถ่ายจากคุณพรชนก สุขพงษ์ไทย เพื่อนต่อกับคำแนะนำและคุณสมบูรณ์ ร้านนายฮ้อ สระบุรี สำหรับกำลังใจที่มีให้เสมอครับ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ศรีนาคา วันที่ : 31/12/2009 เวลา : 09.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/physicaltherapyfreestyle
สบาย สบาย มีที่ไหนไปตรงนั้น สุขทุกวัน เลือกเอา เราทำได้

ตามอ่านมาเรื่อยๆ
ได้ความรอบรู้อีกโข

ปีใหม่2553 นี้ มีแต่ความสุขกายใจ ไร้โรค
ร่ำรวยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
Cat@ วันที่ : 11/09/2009 เวลา : 00.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ความเชือก บ้างทีก็น่ากลัว เนาะ

.............

เิชิญจ๊ะ...
มาเล่าต่อเลย
ิทิ้งไว้นาน เดียว ลืม หมีด
ตอน

ท่องไปไทยแลนด์ แบบแคทๆสิค่ะ ตอน พระราชวังบางปะอิน Cat@

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
beckyblooms วันที่ : 25/08/2009 เวลา : 23.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"


เพิ่งเห็นลายมือท่านพระครู

ไมเยอะแยะลายขนาดนั้นเนอะ..แปลกมากๆเลย..

อ้อ..เอารูปมาฝากนะคะ..เพิ่งทำเสร็จอ่ะ..

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
chaiyassu วันที่ : 21/08/2009 เวลา : 06.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

ความเชื่อของคนเรา
บางครั้งก็น่าทึ่ง
บางครั้งก็น่าขำ
บางครั้งก็น่าคิด
บางครั้งก็น่ากลัว
ศิษย์กวงว่าไหม ?

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
cozy วันที่ : 20/08/2009 เวลา : 12.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

หวัดดีบ่ายๆ สหาย

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
Cat@ วันที่ : 19/08/2009 เวลา : 03.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


....

เชิญจ๊ะ
เชิญ มาหาสามสาว ของแม่แคท

เก็บไว้ไม่ได้ .. ( Cat@ )

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 16/08/2009 เวลา : 10.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

ตอนแรก อ่าน ยอดเยี่ยม
มา ปิดภาค ได้ เยี่ยมยิ่งกว่า

ยิ่งอ่าน
ยิ่งเข้าใจ ครับ
การบวชเป็นพระ ไม่ยาก
แต่
การเป็นพระที่ดี และ ช่วยชาวบ้านนั้น
ไม่ง่าย ครับ
ยิ่ง
พระที่มี มารผจญ
ต้อง อาศัย ทั้ง
บารมี ขันติ และ อื่นๆ มากครับ
กว่า จะผ่าน

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
cozy วันที่ : 16/08/2009 เวลา : 08.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

พูดถึงการเวียนว่ายตายเกิดย่อมเป็นสิ่งที่เราชาวพุทธควรเชื่อมั่นอยุ่แล้วครับ

ส่วนเรื่องตำนานที่สหายเขียนเป็นการยืนยันถึงการคงอยุ่และเข้ามาแทนที่ความเชื่อดั่งเดิมของสังคมชาวบ้านของศาสนาพุทธในดินแดนทางเหนือ

ปล. เข้าใจทำเธอ แบ๊คกี้

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
beckyblooms วันที่ : 15/08/2009 เวลา : 15.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"


มันยาวอ่ะ..ยังไม่อ่านได้ป่ะ..

แต่..เอารูปนี้มาเผื่อ..ดูดีๆนะ..ไปล่ะ..

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
musachiza วันที่ : 15/08/2009 เวลา : 13.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

เข้ามาอ่านหลายรอบแล้วแต่ไม่จบ
เพราะเป็นการเขียนที่ต้องใช้สมาธิอ่าน
เป็นอย่างมาก ข้อมูลหลากหลาย
เชื่อมโยงกันหลายประเด็น
สนุกและได้ความรู้ประกอบหลากหลายมุมมอง
ของประวัติศาสตร์ไทย

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
เพชรชมพู วันที่ : 15/08/2009 เวลา : 13.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinkdiamond
                      

อ้าว ... เฮียชื่อกุ้งเหรอคะ


ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 14/08/2009 เวลา : 15.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

หวัดดีครับทุกท่าน....

พี่สาวใจดี ขอให้มีความสุขเช่นกันฮะ..

คุณดินชอบเดินทาง สบายดีนะฮะ

คุณแคท อย่าลืมขอพระเผื่อผมด้วยนะฮะ..

คุณกริด ขอบพระคุณครับสำหรับกำลังใจ มีให้คุณกริดเช่นกันครับ...

เด็กผีโคซี่ ถูกต้องแล้วฮะเรื่องของพ่อขุนผาเมืองและตำนานดาบสหรีกัญชัย ยังมีเรื่องราวอีกมากมาย เพียงแต่ที่ผมนำมาเขียนประกอบ คงเน้นที่เนื้อความที่มีการกล่าวถึง ดาบสหรีกัญชัยเท่านั้นฮะ อีกอย่างต้องขอบคุณสหายมากฮะที่มีความเห็นว่าเรื่องนี้เชื่อถือกันได้ สำหรับเรื่องของท่านครูบาศรีวิชัย รบกวนสหายเขียนให้อ่านดีก่าฮะ เพราะผมเชื่อมือ ส่วนเรื่องราวความเป็นมาของดาบสหรีกัญชัย มีรุ่นพี่ผมเขียนไว้บ้างแล้วฮะ ตามลิงค์นี้เลย

http://krubain.awardspace.com/trimas46_srigunchaistory.htm

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
cozy วันที่ : 14/08/2009 เวลา : 07.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

เรื่องของ “พระยาผาเมืองหรือพ่อขุนผาเมือง” ที่ทางเหนือนี้มีมากหมายครับ เรื่อง ดาบสหลีกัญชัยนี้กับพระขรรค์ไชยศรี ก็เป็นอีกตำนานหนึ่ง

ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่เชื่อถือกันได้ครับ ตามศรัทธาและเหตุผล ซึ่งมีหลักการบางอย่างรองรับ

คือพัฒนาการควบคุมสังคมในอดีต

ส่วนเรื่องท่านครูบาศรีวิชัย ว่าในที่สุดแล้ว...ทุกเรื่องที่ท่านถูกกล่าวหาเป็นเพียงเรื่องของบ้านเมืองที่ต้องการครอบงำสงฆ์.. นั้น

ไว้สนทนากันยาวๆอีกเอนทรี่ดีไหม สหาย

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Cat@ วันที่ : 14/08/2009 เวลา : 03.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

สมัย ที่ท่านครูบาศรีวิชัยยังมีชีวิตอยู่ ด้วยความที่ท่านเป็นพระดี เป็นที่เคารพนับถือของผู้คน แน่นอนครับมารไม่มีบารมีไม่เกิด เพราะช่วงนั้นเริ่มมีการใช้กฎหมายสงฆ์เข้ามาควบคุมดูแล ความเด่นดังของท่านมีมากมายกว่าคณะสงฆ์ผู้ปกครองนัก กระบวนการในการกำจัดท่านจึงมีมากมายหลายช่องทาง หนึ่งในหลายๆข้อหาก็มีเรื่องนี้ด้วยครับ

“เป็นผู้วิเศษเดินตากฝนไม่เปียกและได้รับดาบสรีกัญไชย(พระขรรค์ชัยศรี)จากพระอินทร์”

ครับข้อกล่าวหาว่ามีดาบวิเศษด้ามทองคำจากพระอินทร์(ดาบสหรีกัญชัย) แล้วไม่ยอมนำมาถวายให้พระมหากษัตริย์

....

เป็นพระยังหนีมารไม่พ้นเลย

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Cat@ วันที่ : 14/08/2009 เวลา : 03.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ว่างมาอ่านแหระ


มาบอกบุญด้วยจ๊ะ
จะลาไป ถือศีลแปดสามวันจ๊ะ
กลับมา วันอาทิตย์ตอนเย็น จ้า

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
กริด99 วันที่ : 13/08/2009 เวลา : 23.24 น.

สวัสดีครับคุณกุ้ง

ขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้สำหรับบทความดีๆ นะครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Cat@ วันที่ : 13/08/2009 เวลา : 15.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

มาลง นามก่อนนะค่ะ
รับทราบลงเรืองใหม่

วันที่ยี่สิบ เดือน สค นี้
หลวงปู่เหลือง ท่านได้จะแจก ยันต์
จะแว๊บไปรับยันต์
พร้อมเก็บภาพ นิดหน่อยนะค่ะ

ว่าง ๆจะมาอ่าน
ตอนนี้เปิดเรียนแล้ว
งานแยะมาก

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ดินเดินทาง วันที่ : 13/08/2009 เวลา : 13.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/din-travel

สวัสดีค่ะ คุณพี่กุ้ง

น่าศรัทธามาก


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
cozy วันที่ : 13/08/2009 เวลา : 07.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

ตำนานแห่ง “พระแสงขรรค์ชัยศรี” เป็นความรู้ใหม่เอี่ยมสำหรับผมครับ

บ่ายๆขออ่านละเอียดอีกทีแล้วมาว่ากันสหาย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
cozy วันที่ : 13/08/2009 เวลา : 07.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

สวัสดีครับ คุณศิษย์กวง

ผมเห็นด้วยครับที่ว่า

วิชาโหราศาสตร์มีหลักการคล้ายๆกับวิทยาศาสตร์ในแง่ของการเก็บรวบรวมสถิติ เพื่อประมวลผล ดังนั้นความเป็นไปได้ของคำพยากรณ์จึงค่อนข้างมีความน่าเชื่อถือ

วิชาในอดีตน่าเชื่อถือครับ ท่านว่าไม่ให้คุยโอ้อวด แต่พวกหมอดูทั้งหลายตามหน้าจอทุกวันนี้มันทำให้เสื่อมจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ting วันที่ : 13/08/2009 เวลา : 03.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

สะสมความดี

ขอให้มีความสุขทั้งคู่นะคะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2009 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]