• ศิษย์กวง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-23
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 2227203
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1500 คน
Sitthi
ดาวนับแสนที่มีวงแหวนนับร้อย ทั้งดาวเคราะห์น้อย ดาวฤกษ์ลอยคว้างๆ ดาวทุกดวงนั้นย่อมจะแตกต่าง มีเส้นทางหมุนของตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi
วันอังคาร ที่ 20 เมษายน 2553
Posted by ศิษย์กวง , ผู้อ่าน : 30585 , 04:12:04 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน opads โหวตเรื่องนี้

ในกระบวนเหรียญหล่อโบราณของเมืองไทยที่วงการนักสะสมพระเครื่องรุ่นเก่าๆ ให้การยอมรับมีมากมายหลายอาจารย์และหลายวัด ซึ่งการสร้างเหรียญหล่อโบราณจะมีมาแต่เมื่อใดและเหรียญไหนจะเป็นเหรียญแรก ผมเองก็จนปัญญาที่จะหาคำตอบ แต่ถ้าจะเปลี่ยนคำถามใหม่ว่า...แล้วพระเกจิอาจารย์องค์ไหนที่สร้างเหรียญหล่อโบราณได้เด็ดขาด อันนี้ค่อนข้างแน่นอนว่ามีมากมายครับ 

ในบริบทของคำว่ามากมายแต่เน้นไปตรงที่หายาก หนึ่งในจำนวนนั้นต้องยกให้เหรียญนี้ครับ

“เหรียญหล่อหลวงปู่รอด วัดสามไถ”

"เหรียญหล่อโบราณที่นานๆ จะได้มีหลุดเข้ามาให้เป็นหัวข้อสนทนากันสักครั้ง..." 

สำหรับประวัติและเกียรติคุณของ”หลวงปู่รอด วัดสามไถ” อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เชื่อมั่นครับว่าหลายคนคงเคยได้ยิน แต่ถ้าจะพูดในมุมของการนำออกมาเผยแพร่กันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวก็คงไม่น่าจะเกินยี่สิบปี

ซึ่งในส่วนนี้คงต้องยกประโยชน์และความดีอันนี้ให้กับนักเขียนชาวกรุงเก่าที่ชื่อ “คุณทนงทิพย์ ม่วงทอง” หรือนามปากกาว่า “ทม ภูธร” ที่ได้ออกสืบเสาะ ค้นหาและนำเรื่องราวของพระคณาจารย์รุ่นเก่าๆ ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกมาให้วงการพระเครื่องจากส่วนกลางหรือแม้แต่ชาวอยุธยาเอง ได้รู้จักและเห็นคุณค่าในวัตถุมงคลของโบราณาจารย์หลายๆ ท่าน เช่นหลวงพ่อกรอง วัดเทพจันทร์ลอย หลวงพ่อนวม วัดกลาง และอีกหลายๆ หลวงพ่อ หลายๆ หลวงปู่ รวมไปถึงหลวงปู่รอด วัดสามไถ องค์นี้ด้วย 

อาจกล่าวได้ว่า ถ้าเราจะนับจำนวนพระเกจิอาจารย์ที่อาวุโสและมากด้วยพรรษา ในเขตอำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็คงต้องนับหลวงปู่รอด เจ้าอาวาสองค์ที่สองของวัดสามไถเข้าไปด้วย

หลวงปู่รอดได้ชื่อว่าเป็นพระที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัยและเชี่ยวชาญในเชิงเวทย์เป็นอย่างมาก อุปนิสัยโดดเด่นของท่านคือ ความไม่หลงติด ไม่ยินดียินร้ายในชื่อเสียง ดำเนินชีวิตตามอัตภาพที่ค่อนข้างหนักไปในทางบำเพ็ญกัมมัฏฐาน 

ย้อนหลังไปในเหตุการณ์ที่ตอกย้ำคำว่า “เก่ง” ของหลวงปู่รอดคือ ครั้งหนึ่งคณะศิษย์มีความต้องการให้หลวงปู่รอดได้เปิดสักยันต์ ซึ่งหลังจากอ้อนวอนอยู่หลายเพลาหลวงปู่จึงได้เมตตาอนุญาตให้เปิดการสักยันต์ เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๔๖๖ เงื่อนไขสำคัญของการสักยันต์ในครั้งนี้คือ

ก่อนที่จะมีการลงเหล็กสัก ทุกคนที่จะสักต้องมาให้หลวงปู่รอดเขียนอักขระยันต์ลงบนศรีษะหรือต้นคอเสียก่อน หลังจากที่ลงแล้วต้องมีการทดสอบโดยให้ไปลองฟันกันดูก่อน 

หลวงพ่อชิต พรหมโชโต ผู้ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่สักยันต์ได้เล่าว่า หลังจากที่หลวงปู่รอดได้ประกาศกฏเหล็กออกไป ก็ไม่เห็นว่ามีใครจะถอยหลังกลับ ต่างทยอยเข้าไปให้หลวงปู่รอดใช้ดินสอดำเขียนอักขระกันทุกคน ซึ่งเมื่อเริ่มทดลองฟันกัน คู่แรกก็จะฟันกันเบาๆ แต่เมื่อเห็นว่าไม่เข้าคราวนี้แหละจึงเริ่มฟันกันแบบไม่ยั้งมือ  

ครับ  นัยยะของคำว่าเก่ง คือ การแสดงออกให้เห็นในเชิงประจักษ์

(รูปหล่อ หลวงปู่รอด วัดสามไถ) 

เล่ากันว่าสมัยที่หลวงปู่รอด วัดสามไถ ศึกษาพระปริยัติธรรมอยู่ในกรุงเทพ ได้พบกับพระภิกษุรุ่นน้องร่วมสำนักและเป็นคนอยู่บ้านเดียวกันชื่อว่า “หลวงปู่กลั่น วัดพระญาติ” เมื่อทั้งสององค์ได้เรียนสำเร็จพระปริยัติธรรมแล้ว จึงได้เดินทางกลับภูมิลำเนา ซึ่งการเดินทางกลับมาครั้งนี้ได้มีคหบดีท่านหนึ่งชื่อ “นายเทศ” ได้จัดงานเฉลิมฉลองเกียรติคุณให้แก่พระภิกษุทั้งสองรูปนี้ โดยจัดให้มีขบวนแห่ทางน้ำ ตั้งแต่อำเภอนครหลวง จนถึงอำเภอท่าเรือ 

ในขณะที่ประชาชนกำลังร้องรำกันอย่างสนุกสนานอยู่กลางลำน้ำป่าสักนั้น ก็ได้เกิดปรากฏการณ์มหัศจรรย์ กล่าวคือ

ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ทั้งที่ท้องฟ้าแจ่มใสและยังมีแดดจัด เม็ดฝนที่ตกลงมาทำให้ประชาชนที่ร่วมขบวนแห่เปียกปอนไปตามๆกัน แต่กับพระภิกษุทั้งสองรูปนี้แล้ว 

”สายฝนไม่สามารถสร้างความเปียกให้กับท่านได้” 

หลวงปู่รอด อินทปัญญา มีชื่อเดิมว่า รอด เกิดปีขาล พ.ศ.๒๓๘๔ ณ บ้านสามไถ โยมบิดาไม่ทราบนาม โยมมารดาชื่อแม่เฒ่ากา เป็นคนเชื้อสายลาว มีพี่น้อง ๓ คน คือ

๑.นางแพง

๒.หลวงปู่รอด อินทปัญญา

๓.นายยัง 

เมื่อท่านอายุได้ ๗ ขวบ โยมบิดาได้นำท่านไปฝากให้เรียนอักขระกับ “พระอธิการแดง” เจ้าอาวาสวัดสามไถ เด็กชายรอดได้บวชเป็นสามเณรเมื่ออายุ ๑๑ ขวบ เล่ากันว่าสามเณรรอด มีอุปนิสัยชอบหาความสงบวิเวก บำเพ็ญสมณะธรรมตั้งแต่ยังเป็นสามเณร หลังจากได้ศึกษาข้อปฏิบัติตามพระธรรมวินัยจากพระอธิการแดงได้ ๔ พรรษา ท่านจึงได้กราบลาพระอธิการแดงไปศึกษาพุทธาคมและไสยเวทย์ ทางภาคอีสาน  

สามเณรรอดได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่ออายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์แต่จากประวัติที่ไม่ชัดเจนทำให้ไม่สามารถทราบได้ว่าท่านอุปสมบท ณ วัดใดและใครเป็นพระอุปัชฌาย์ คงพอทราบเพียงแต่ว่าหลังจากที่ท่านได้ศึกษาเวทย์มนต์คาถาจนเชียวชาญแล้ว ท่านจึงได้กลับมาศึกษาพระปริยัติธรรมในกรุงเทพและได้พบกับพระภิกษุรุ่นน้องที่ชื่อว่า “หลวงปู่กลั่น วัดพระญาติ” 

ต่อมาทางคณะสงฆ์ฝ่ายปกครองได้แต่งตั้งให้ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดสามไถ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๗ สืบต่อจากพระอธิการแดงที่ได้มรณภาพลงและได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อ พ.ศ.๒๔๒๙ ขณะที่ท่านมีอายุได้ ๔๕ ปี พรรษา ๒๕

 

เล่ากันว่าหลวงปู่รอดท่านเป็นพระที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัยเป็นอย่างมาก ซึ่งท่านได้เข้มงวดกวดขันความประพฤติของพระภิกษุที่อยู่ในความปกครองให้ถือปฏิบัติตามพระวินัยอย่างเคร่งครัด เช่นการกำหนดให้พระภิกษุที่อยู่ในวัดสามไถต้องมาปลงอาบัติกับท่านเป็นการส่วนตัวในช่วงเวลาเช้า ห้ามปลงอาบัติกับเพื่อนพระภิกษุด้วยกัน ฯลฯ และหากพระภิกษุรูปใดทำผิดพลาดความประพฤติท่านก็จะลงโทษด้วย”ไม้เรียว”ทันที เพราะท่านถือว่า

"ผู้ที่เป็นพระภิกษุสงฆ์ เป็นผู้ที่ได้รับการอบรมวินัยมาแล้ว จึงสมควรที่จะต้องตั้งมั่นอยู่ในศีล" 

ด้วยเกียรติคุณของท่านที่แผ่ขยายออกไป ทำให้ญาติโยมที่เคารพเลื่อมใสในหลวงปู่รอดต่างพาบุตรหลานของตนที่มีอายุครบบวชมาอุปสมบทที่วัดสามไถ ด้วยจุดมุ่งหมายให้บุตรหลานของตนได้มีพระอุปัชฌาย์ที่ดี ซึ่งจากทัศนคติของท่านที่ว่า 

“การนำสาธุชนทั้งหลายเข้าสู่ผ้ากาสาวพัสตร์เป็นเรื่องที่ดีมีประโยชน์ในพระศาสนาทั้งสิ้น...”  

ดังนั้นไม่ว่าบุคคลผู้นั้นจะเป็นใครมาจากไหนจึงไม่ใช่เรื่องสำคัญที่จะมาเป็นอุปสรรค์ต่อการที่ท่านจะอุปสมบทให้ 

“หลวงพ่อชิต พรหมโชติ” ได้เล่าว่า การที่หลวงปู่รอดท่านอุปสมบทให้โดยไม่เลือกหน้าอินทร์หน้าพรหมทำให้เกิดเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา

กล่าวคือมีผู้ร้องเรียนถึงคณะสงฆ์ฝ่ายปกครอง โดยได้กล่าวหาว่าหลวงปู่รอดท่านอุปสมบทให้กับพวกที่มีคดีติดตัวอยู่ ถึงกับ “พระญาณไตรโลกนาถ (ฉาย)” เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ขึ้นมายึดพัดอุปัชฌาย์และห้ามหลวงปู่รอดบวชนาคเป็นการชั่วคราว 

ว่ากันว่าหลังจากที่พระญาณไตรโลกนาถ (ฉาย) ได้ยึดพัดอุปัชฌาย์จากหลวงปู่รอดไปแล้วยังไม่ถึง ๗ วัด ก็ได้เกิดเหตุการณ์ต่างๆอันนำความร้อนรุ่มมาสู่ตัวท่านไม่รู้จักจบจักสิ้น ทำให้ท่านต้องนำพัดอุปัชฌาย์มาคืนหลวงปู่รอดและได้ให้ความนับถือหลวงปู่รอดโดยพระญาณไตรโลกนาถ (ฉาย) จะเดินทางมากราบนมัสการหลวงปู่รอดเป็นประจำทุกปีตลอดมา 

ในปี พ.ศ.๒๔๖๗ หลวงปู่รอดได้จัดงานยกช่อฟ้าพระอุโบสถ ท่านจึงได้จัดสร้างวัตถุมงคลเป็น “เหรียญรูปเหมือน” ไว้แจกเป็นที่ระลึกแก่ญาติโยมที่มาทำบุญในงานวันยกช่อฟ้า โดยท่านได้มอบหมายและจัดตั้งคณะกรรมการผู้เกี่ยวข้องในการสร้างเหรียญรูปเหมือนครั้งนี้ขึ้น ๑๒ คน คณะกรรมการได้จัดให้นายช่างที่สร้างเหรียญมาสร้างบล็อกพิมพ์ที่วัด โดยมีการประกอบศาสนพิธีอย่างยิ่งใหญ่ ฤกษ์ยามตามตำราโดยการกำหนดจากหลวงปู่รอด..

เล่ากันว่า... 

”แม้แต่ทองเหลืองที่นำมาหล่อหลอมเป็นเหรียญ หลวงปู่รอดท่านก็จะนำมาลงอักขระปลุกเสกก่อน”

 

ครั้นเมื่อฤกษ์เททอง นายช่างผู้สร้างเหรียญได้นำทองเหลืองเข้าเตาหลอมก็ได้เกิดเหตุการณ์อัศจรรย์แก่ผู้ที่ร่วมอยู่ในพิธี เนื่องจากไฟที่ร้อนแรงไม่สามารถหลอมละลายทองเหลืองที่หลวงปู่รอดได้ลงอักขณะไว้ได้ คณะกรรมการจึงได้ขึ้นไปเรียนให้หลวงปู่รอดทราบ เมื่อหลวงปู่รอดได้รับฟังท่านจึงกล่าวขึ้นมา  

“ทองเหลืองละลายแล้ว ให้ลงไปช่วยนายช่างได้”  

ซึ่งเมื่อคณะกรรมการกลับลงมาในพิธีก็พบว่านายช่างกำลังเททองเข้าเบ้าได้ตามปกติ 

เมื่อนายช่างได้สร้างเหรียญครบตามกำหนดแล้ว จึงได้สร้าง “เหรียญสองหน้า” อีก ๑๒ เหรียญเพื่อไว้แจกกรรมการผู้เกี่ยวข้อง แต่มติคณะกรรมการเห็นว่าเหรียญสองหน้าที่จัดสร้างครั้งนี้มีจำนวนน้อยเกินไป จึงได้สั่งการให้นายช่างเทเพิ่มขึ้นอีก

หากแต่การเทครั้งนี้ได้สร้างความผิดหวังปนความแปลกใจเมื่อนายช่างได้เทกี่ครั้งกี่หนก็เทไม่ติด จนสุดท้ายเบ้าพิมพ์ได้แตกชำรุดนั่นแหละจึงเป็นอันยุติการสร้างเหรียญครั้งนี้ ด้วยเหตุนี้เหรียญสองหน้าจึงสร้างได้เพียง ๑๒ เหรียญเท่านั้นและก็พอแจกกรรมการผู้เกี่ยวข้องทั้ง ๑๒ คนพอดี 

ในส่วนของพิธีการปลุกเสก ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่าหลวงปู่รอดท่านได้นำเหรียญทั้งหมดเข้าปลุกเสกในพระอุโบสถ โดยท่านได้ ”ปลุกเสกเดี่ยวตลอดคืนท่ามกลางเหล่าพระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์พิธีตลอดเวลา”  สำหรับเหรียญที่จัดสร้างครั้งนี้รวมทั้งเหรียญกรรมการคาดว่าน่าจะมีประมาณ ๑,๕๑๒ เหรียญ 

ในเรื่องพุทธคุณของเหรียญหลวงปู่รอด วัดสามไถ จัดว่ามีปรากฏให้เห็นเด่นชัดกับบุคคลที่มีติดตัว

ผมขอยกตัวอย่างสักหนึ่งเรื่องซึ่งประสบการณ์ตอนนี้ได้รับการถ่ายทอดมาจาก “หลวงพ่อชิต พรหมโชติ” ลูกศิษย์ของหลวงปู่รอดว่า

  

( หลวงพ่อชิต พรหมโชติ) 

ครั้งหนึ่งท่านเห็นทหารคนหนึ่งมาปิดทองรูปหล่อหลวงปู่รอดที่วัด สอบถามก็ได้ความว่าทหารท่านนั้นรอดตายจากสงครามเวียดนาม โดยในคืนที่ทหารท่านนั้นกำลังรบอยู่ในสมรภูมิ ข้าศึกได้ใช้อาวุธหนักยิงถล่มเข้ามาพร้อมกับบนอากาศก็มีการทิ้งระเบิดลงมาจากเครื่องบิน ทำให้ทหารทุกคนต้องวิ่งหลบหนีเพื่อหาที่กำบังก็บังเอิญได้วิ่งไปเหยียบกับระเบิดจนเกิดการระเบิดขึ้นเพื่อนทหารตายเป็นจำนวนมากแต่ตัวเขากลับไม่เป็นอะไรทั้งที่โดนเข้าไปเต็มๆ

เขาว่า...เหตุการณ์ในคืนนั้นถ้าไม่มีเหรียญหลวงปู่รอดคล้องคอคงจะไม่ได้กลับมาปิดทองรูปหล่อของหลวงปู่ในวันนี้ 

หลวงปู่รอด อินทปัญญา ได้ถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๐ ตรงกับวันอังคาร แรม ๓ ค่ำ เดือนอ้าย ปีฉลู รวมสิริอายุได้ ๙๖ ปี พรรษา ๗๕  

ก่อนมรณภาพหนึ่งปี (๒๗๗๙) หลวงปู่รอดท่านได้อนุญาตให้หล่อรูปเหมือนของท่าน คณะกรรมการวัดจึงได้กำหนดวัน โดยถือเอาฤกษ์วัดครูขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะเส็ง หลังเสร็จสิ้นพิธีการสร้างรูปหล่อแล้ว คณะกรรมการได้นำรูปหล่อหลวงปู่รอดขึ้นมาไว้บนหอสวดมนต์เป็นการชั่วคราวก่อน

หลวงพ่อชิต ท่านได้เล่าว่า ใกล้ค่ำวันนั้น เมื่อปลอดคน หลวงปู่รอด ท่านได้ขึ้นมาลูบไล้ที่รูปหล่อของท่านอยู่เป็นเวลานาน แล้วจึงพูดขึ้นมา  

“คุณจงอยู่เป็นสุขเถิด ผมต้องขอลาคุณไปก่อน” 

ปัจจุบันถ้าจะเปรียบเทียบด้านราคาของเหรียญพระเกจิอาจารย์รุ่นเก่าแล้ว ต้องยกให้กับหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ แต่ถ้าว่ากันตรงความหายากแล้ว หลวงปู่รอด วัดสามไถ ชัดเจนกว่า ก็อย่างที่บอกตอนต้นเรื่องครับ  

“นานๆ จะได้มีหลุดเข้ามาให้เป็นหัวข้อสนทนากันสักครั้ง”  

สวัสดีครับ

 

ขอขอบพระคุณ ครูทนงทิพย์ ม่วงทอง (ทม ภูธร-ปัจจุบันท่านได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว) คุณสุธิพร ลออจันทร์ เอกสารอ้างอิง นิตยสาร the Art of Siam ฉบับที่ 6 คุณพรชนก สุขพงษ์ไทย เพื่อนต่อกับคำแนะนำ คุณสมบูรณ์ ร้านนายฮ้อ สระบุรี สำหรับกำลังใจครับ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ไทยนิกร วันที่ : 26/10/2010 เวลา : 08.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thainikorn

ผมเพิ่งจะเริ่มติดตามอ่านข้อเขียนเกี่ยวกับพระเกจิเมืองกรุงเก่าของท่าน หลังจากได้อ่านเรื่องหลวงพ่อปั้น วัดพิกุล เมื่อวันก่อน
สำหรับประวัติหลวงพ่อรอด วัดสามไถ นี้ ผมมีข้อสังเกตอยู่ประการหนึ่งว่า เรื่อง"ถูกยึดพัดพระอุปัชฌาย์"น่าจะเกิดจากผู้เขียนรับฟังข้อมูลมาจากผู้เล่าซึ่งเข้าใจคลาดเคลื่อน หากเหตุการณ์นี้มีจริงก็คงจะเป็นการยึด"ตราตั้ง"มากกว่า เรื่อง"พัดพระอุปัชฌาย์"ไม่เคยได้ยินว่ามี

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Cat@ วันที่ : 03/05/2010 เวลา : 02.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

กันลืมเลือน แวะมาตอกย้ำ ความคิดถึง

เชิญ นะคะ่ ชมกันหน่อย

ตอน
Jazz ดนตรี กับฤดูใบไม้ผลิต ที่เบรเมน

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
chaiyassu วันที่ : 01/05/2010 เวลา : 17.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

แวะมาเยี่ยมศิษย์กวง

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เพียงดาว วันที่ : 25/04/2010 เวลา : 18.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/varathorn

ไม่ได้แวะมาเยี่ยมเยียนเสียนาน
ยังมีข้อมูลดีๆมาให้ตลอด
ดูจากยุคแล้วน่าจะใกล้ๆกับหลวงพ่อปานวัดบางนมโคนะครับ
ยังรอติดตามเรื่องสาวตาทิพย์อยู่นะครับ...อยากเจอจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 24/04/2010 เวลา : 21.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

ไม่เคยเห็นเลย ครับ
เคย
ได้ยินชื่อ
ว่า
ท่าน เก่งมากๆ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ลูกน้ำเค็ม วันที่ : 23/04/2010 เวลา : 16.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JoeBS
ทำชีวิตให้ง่ายไว้

สาระข้อมูลดีๆมากมาย นับถือศิษย์กวงเลยครับ
ขอบคุณมากครับที่นำสาระดีๆมาเล่าสู่กันฟัง จะตามอ่านทุกกระทู้เลยครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
beckyblooms วันที่ : 22/04/2010 เวลา : 13.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

หายาก แต่คุณกวงบังมีใช่ป่ะ..เหรียญหลวงปู่อ่ะ

เก่งจัง..หาข้อมูลเรื่องราวเหล่านี้มาได้ยังไงตั้งมากมาย..ฉันคาดว่าต้องเปิดบูทให้เช่าพระเครื่องแหงๆ..

กวง ท่าพระจันทร์ อะไรทำนองนี้..

เรื่องวัตถุมงคลอะไรนี่ ถ้ามีโอกาสจะเอาไปให้ดู ไม่รู้ว่าองค์ไหนเป็นองค์ไหน มีคนให้มาเยอะมาก..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นู๋เอสซี่ วันที่ : 21/04/2010 เวลา : 19.27 น.

ขอบคุณคับ พี่ศิษย์กวง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
หมูตู้ วันที่ : 21/04/2010 เวลา : 11.05 น.

ติดตามอ่านตลอดครับ..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
musachiza วันที่ : 20/04/2010 เวลา : 16.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

อ่านประวัติแล้วก็ต้องนับว่าเป็น
เหรียญที่มีประวัติหายาก
และเก่าแก่มากพอๆกับประวัติของผู้สร้าง
ยอมรับในความช่างคุดคุ้ยเรื่องราว
และการเล่าที่อ่านเพลินของศิษย์น้องครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2010 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]