• ศิษย์กวง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-23
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 2227856
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1500 คน
Sitthi
ดาวนับแสนที่มีวงแหวนนับร้อย ทั้งดาวเคราะห์น้อย ดาวฤกษ์ลอยคว้างๆ ดาวทุกดวงนั้นย่อมจะแตกต่าง มีเส้นทางหมุนของตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi
วันจันทร์ ที่ 22 พฤศจิกายน 2553
Posted by ศิษย์กวง , ผู้อ่าน : 18330 , 03:09:05 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน opads , beckyblooms และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

ย้อนหลังไปในปี พ.ศ.๒๔๖๘ พระภิกษุวัยกลางคนองค์หนึ่ง ได้บังเกิดความศรัทธาในปฏิปทาของท่านพระอาจารย์มั่น จึงได้ตัดสินใจขอแปรญัตติจากพระมหานิกายเป็นพระธรรมยุตินิกาย หลังจากนั้นอีก ๘ ปีต่อมา ท่านได้ออกเดินธุดงค์ตามท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ไปปฏิบัติธรรมตามสถานที่ต่างๆ  

๕๘ ปีให้หลังในวันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๖ ท่านได้มรณภาพลง ณ วัดถ้ำกลองเพล หลังเสร็จสิ้นงานพระราชทานเพลิงศพ อัฐิของท่านได้แปรสภาพเป็นพระธาตุ อันเป็นเครื่องหมายและความหมายของชีวิตที่ได้บรรลุธรรมขั้นสูงสุดเป็นพระอรหันต์แล้ว คำถามที่ว่าทำไมอัฐิของพระอรหันต์จึงกลายเป็นพระธาตุได้นั้น ท่านพระอาจารย์หลวงตามหาบัวได้เคยอธิบายไว้ว่า

 

“เรื่องของอัฐินั้นขึ้นอยู่กับใจเป็นสำคัญ จิตเป็นจิตประเภทใด ร่างกายก็อาจจะกลายไปตามสภาพของจิตที่พาให้เป็นไป” 

“จิตพระอรหันต์เป็นจิตที่บริสุทธิ์ อาจมีอำนาจซักฟอกธาตุขันธ์ให้เป็นธาตุที่บริสุทธิ์ไปตามส่วนของตน อัฐิท่านจึงกลายเป็นพระธาตุได้” 

สำหรับในกรณีของ”หลวงปู่ขาว อนาลโย”นั้น ท่านพระอาจารย์หลวงตามหาบัวได้เปิดเผยถึงความเป็นอรหันต์ของหลวงปู่ไว้ในหนังสือ “ปฏิปทาของพระธุดงค์กรรมฐานสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต” ว่า โดยแท้จริงแล้วหลวงปู่ขาวได้สำเร็จบรรลุธรรมขั้นสูงสุดนี้หลังจากที่หลวงปู่ท่านบวชได้ประมาณ ๑๖ ปีครับ 

“หลวงปู่ขาวได้บรรลุธรรมชั้นสุดยอดในราวพรรษาที่ ๑๖-๑๗ ในสถานที่ที่เรียกว่าโรงขอด อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่”

 

หลวงปู่ขาว อนาลโย ถือเป็นพระอริยสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ในสายของ “พระป่า” ที่สืบทอดคุณธรรมและวัตรปฏิบัติมาจาก “หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต” ผู้เป็นปรมาจารย์แห่ง “พระป่า” ครับ การนำพาชีวิตฝากเข้าไว้ในพระพุทธศาสนา ด้วยการปฏิบัติอย่างจริงจังเพื่อให้บังเกิดผลในแนวทางตามคำสอน โดยมีการดำเนินวิถีชีวิตอย่างกลมกลืนและสอดรับไปกับธรรมชาติจนบรรลุถึง “ความจริง” ที่เป็น “ของจริง” เป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างง่ายๆ  

ในสมัยที่หลวงปู่ขาว ยังมีชีวิตอยู่ท่านเคยตอบปัญหาธรรมเรื่องความยากลำบากของการบวชในพระพุทธศาสนาไว้ว่า

 

“ถ้าบวชตามแบบพระพุทธเจ้าแลสาวก ท่านก็ยากลำบาก ปู่อยากพูดเต็มปากเลยว่าไม่มีอะไรยากลำบากเกินงานของพระเลย” 

“งานบวชที่ตามศาสนาธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นงานทวนกระแสของโลกที่กิเลสวัฏฏะบงการอยู่รอบจิตรอบทิศรอบด้าน ไม่มีช่องว่างพอหายใจได้สะดวกต่อการบำเพ็ญบ้างเลย เป็นงานทวนกระแสความดึงดูดของกิเลสในโลกทั้งมวล จึงเป็นงานยากลำบากมาก เหมือนกลิ้งครกขึ้นภูเขานั่นแล ลำบากแค่ไหนคิดดูก็พอรู้ได้ ไม่จำเป็นต้องแจง” 

พวกเราออกจากวัดป่าบ้านตาด หลังสิ้นสุดงานกฐิน ระยะทางจากวัดป่าบ้านตาดมาถึงวัดถ้ำกลองเพลจะไกลแค่ไหนก็จำไม่ได้หรอกครับ ทราบเพียงแต่ว่าเมื่อมาถึงวัดถ้ำกลองเพลก็พบว่าเป็นวัดที่มีเนื้อที่กว้างใหญ่มาก ประมาณว่าถ้าพระสักองค์จะออกเดินธุดงค์ก็ไม่ต้องไปไกลหรอกครับแค่เดินอยู่ในอาณาเขตของวัดผมว่าก็ใช้เวลาเป็นเดือนแล้ว 

ถึงวันนี้ที่วัดถ้ำกลองเพลจะไม่มีหลวงปู่ขาวออกมาให้โอวาทธรรม แต่มรดกทางคำสอนของท่านก็ทำให้พวกเรารู้ว่า แท้จริงแล้วธรรมนั้นไม่ได้อยู่ที่ไหน หากแต่ธรรมนั้นอยู่ที่ใจของเรานั่นเอง

 

“มีอยู่ที่ธรรม ถ้าใจปฏิบัติธรรมมีสมถะวิปัสสนาธรรมเป็นต้น ธรรมก็สัมผัสที่ใจ รู้กันที่ใจ เกิดที่ใจและธรรมก็อยู่ที่ใจ เช่นสมาธิ ผู้ปฏิบัติจิตภาวนา ต้องทำที่ใจและรู้สมาธิขึ้นที่ใจ จากนั้นใจนั้นก็มีสมาธิ สมาธิก็อยู่ที่ใจดวงนั้น แม้วิปัสสนาตลอดวิมุตติหลุดพ้นก็เป็นไปกับใจ ในทำนองเดียวกันกับสมาธิเกิดที่ใจนี้ ด้วยเหตุนี้ธรรมจึงไม่อยู่ที่ไหน นอกจากอยู่กับธรรมและอยู่กับใจของผู้ทำให้เกิดให้มีเท่านั้น  

ฉะนั้นธรรมแท้จึงมิได้อยู่ในวงสมมุติ นอกจากสัญญาธรรม คือธรรมในความจำและธรรมในขอบข่ายของสมมุติ จึงอยู่ในสมมุติ เพราะสมมุติพาอยู่พาไป พาให้เสื่อม พาให้เจริญ พาให้ทันสมัย พาให้ล้าสมัย ธรรมแท้มิได้อยู่ในขอบข่ายแห่งสมมุติ จึงไม่มีคำว่า ล้าหรือทันสมัย” 

วัดถ้ำกลองเพล ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูพาน เดิมสันนิษฐานว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างตั้งแต่สมัยขอมเข้ามาครอบครองดินแดนแถบนี้ ต่อมาเป็นวัดร้างเพราะไม่มีพระสงฆ์หรือสามเณรเข้ามาจำพรรษา จนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๑ หลวงปู่ขาวได้เข้ามาจำพรรษาและใช้สถานที่แห่งนี้ในการฝึกวิปัสสนากรรมฐาน มีเรื่องเล่าที่สืบทอดต่อกันมาว่าเหตุที่ได้ชื่อว่าวัดถ้ำกลองเพล เนื่องจากมีการพบกลองโบราณสองหน้าที่เรียกว่า “กลองเพล”อยู่ภายในถ้ำของบริเวณวัดครับ

 

ท่ามกลางความร่มรื่นของแมกไม้และความเงียบสงบของธรรมชาติในวัดป่าแห่งนี้ “พิพิธภัณฑ์อัฐบริขารหลวงปู่ขาว อนาลโย” ตั้งตระหง่านเป็นสง่าอยู่ ณ ตรงบริเวณสถานที่ที่เคยถูกใช้เป็นที่พระราชทานเพลิงศพของท่าน  

มีการบันทึกไว้ว่าในวันพระราชทานเพลิงศพของหลวงปู่เมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๗ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธาน พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีนั้น ปรากฏว่า “วัดถ้ำกลองเพล” ซึ่งมีอาณาบริเวณหลายพันไร่ กลับคับแคบไปถนัดใจ ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศ ต่างหลังไหลกันมาถวายสักการะสรีระของหลวงปู่เป็นจำนวนนับแสนคน นับเป็นประวัติการณ์สูงสุดของประเทศเลยทีเดียว

 

ภายในพิพิธภัณฑ์มีเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับหลวงปู่หลายอย่าง เช่นเครื่องอัฐบริขารต่างๆ ที่ท่านเคยใช้เมื่อสมัยยังมีชีวิตอยู่ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเหมือนนัยยะบอกถึงวัตรปฏิบัติและความเรียบง่ายที่สะท้อนให้พวกเราทราบถึงวิถีชีวิตการเป็นพระป่าที่มุ่งเน้นในการปฏิบัติกรรมฐานและการออกบำเพ็ญธุดงค์วัตร 

การออกเดินธุดงค์ในป่าของพระป่าสายท่านพระอาจารย์มั่นนั้นถือเป็นอุบายสำคัญประการหนึ่งของการขัดเกลากิเลสครับ ว่ากันว่าการออกเดินธุดงค์นั้นเป็นการเดินทางที่มีผลตอบแทนเบื้องต้นคือช่วยให้เกิดนิสัยมักน้อยและสันโดษ

 

นอกจากนี้การออกเดินธุดงค์ยังเป็นการฝึกให้พระทุกองค์มีความอดทนต่อความทุกข์ยากลำบากโดยห้ามละทิ้งข้อวัตรปฏิบัติ ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นบัญญัติเบื้องต้นที่พระป่าสายนี้ต้องพึงระลึกไว้ตลอดเวลา 

หลวงปู่เคยเล่าไว้ว่าก่อนที่ท่านจะตัดสินใจออกเดินธุดงค์ ท่านได้รับคำคัดค้านจากผู้คนมากมาย บางคนก็ว่ามรรคผลนิพพานมันหมดสมัยไปแล้ว บางคนก็ว่าการบำเพ็ญเพียรภาวนาอาจทำให้เสียสติได้ ฯลฯ ซึ่งหลวงปู่เองท่านก็ไม่ได้สนใจในคำเหล่านั้นแต่ท่านก็ไม่ได้คัดค้านอะไร เพราะถ้าคัดค้านก็จะทำให้เกิดความกระทบกระเทือนใจกันเปล่าๆ

 

ท่านว่าคนเหล่านี้มิได้เป็นเจ้าของศาสนา มิได้เป็นเจ้าของมรรคผลนิพพานและก็ไม่ได้มีอะไรพอที่จะทำให้ท่านเชื่อถือได้ ท่านว่าในชีวิตของท่านนั้นท่านเชื่อในพระพุทธเจ้า พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์สาวกอรหันต์นั้น ว่าเป็นผู้ประเสริฐในสามโลก ดังนั้นเมื่อท่านเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว ท่านจึงได้บอกกับญาติพี่น้องและผู้คนทั้งหลายให้จำคำของท่านไว้ 

“ถ้ามีวาสนาก็คงได้พบกันอีก แต่การที่จะมีโอกาสได้มาพบกันใหม่ในอนาคตนั้น มีอยู่เพียงอย่างเดียว คือตัวท่านต้องรู้เห็นธรรมให้ประจักษ์แก่ใจจนหายสงสัยโดยสิ้นเชิงแล้ว ถึงจะกลับมาให้พวกเขาเหล่านั้นได้เห็นหน้า” 

หลวงปู่ได้ออกเดินธุดงค์มุ่งหน้าไปทางพระธาตุพนม อุดร หนองคาย เพื่อหวังจะได้รับคำสั่งสอนจากหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นปรมาจารย์ใหญ่แห่งสายพระป่ากรรมฐาน อาจกล่าวได้ว่าในยุคสมัยนั้น (ประมาณ พ.ศ.๒๔๔๙ เป็นต้นมา) ชื่อของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เป็นที่รู้จักและยอมรับกันอย่างกว้างขวางครับ

ความโด่งดังของหลวงปู่มั่นหากเทียบเคียงให้เห็นภาพก็คงต้องบอกว่าเป็น “ยุคทอง”ทำนองนั้นแหละครับ ทั้งนี้เนื่องจากว่าการครองสมณเพศ ปฏิปทาและการแสดงธรรมเทศนาอบรมของหลวงปู่มั่น ทำให้หลายๆ คน เกิดความศรัทธาในการปฏิบัติธรรม พากันออกถือศีลประพฤติพรหมจรรย์ตามท่านอย่างมากมาย พระในสังกัดมหานิกายบางองค์ถึงกับยอมแปรญัตติมาเป็นธรรมยุตนิกาย เพียงเพื่อให้ได้มีโอกาสเข้าร่วมทำสังฆกรรมกับหลวงปู่มั่นครับ 

ซึ่งในเรื่องของการแปรญัตตินี้ หลวงปู่มั่นท่านไม่ได้สนับสนุนไปเสียทั้งหมด ท่านใช้วิธีพิจารณาเป็นกรณีๆ ไปตามความเหมาะสมครับ อย่างเช่นกรณีของท่านพระโพธิญาณเถร(หลวงปู่ชา สุภัทโท) วัดหนองป่าพง ที่หลวงปู่มั่นท่านก็ไม่อนุญาติให้แปรญัตติ โดยท่านให้เหตุผลว่า 

“การประพฤติปฏิบัตินั้น ถ้าถือเอาพระธรรมวินัยเป็นหลักแล้ว ก็ไม่ต้องสงสัยในนิกายทั้งสอง”

 

หลวงปู่มั่นท่านเป็นพระที่ไม่ยึดติดที่และก็ไม่ชอบให้มีใครมาติดตามครับ ดังนั้นท่านจึงมักจะปลีกตัวออกจากหมู่คณะเสมอ ไม่ยอมให้ใครมาพบง่ายๆ หลวงปู่ขาวท่านจึงใช้วิธีการใหม่คือพยายามเข้าไปอยู่ในที่ใกล้เคียงกับที่หลวงปู่มั่นพัก เพื่อที่ท่านจะได้เข้าไปขอความเมตตาศึกษาข้ออรรถข้อธรรมบ้างในยามจำเป็น หลังจากที่หลวงปู่ขาวได้เพียรพยายามใช้วิธีการดังกล่าวอยู่หลายปี ในที่สุดหลวงปู่มั่นจึงได้เมตตาให้หลวงปู่ขาวเข้าไปจำพรรษาด้วย  

“รู้สึกดีใจเหมือนตัวจะลอยที่พยายามมาหลายปีเพิ่งจะสำเร็จ จากนั้นก็ได้จำพรรษากับท่านเรื่อยมา การบำเพ็ญทางจิตภาวนารู้สึกได้กำลังขึ้นเป็นลำดับตอนไปอยู่ที่เชียงใหม่แล้ว” 

หลวงปู่เล่าว่าหลังจากที่หลวงปู่มั่นเมตตาให้ท่านจำพรรษาอยู่ด้วย ทำให้ท่านเกิดความปิติอย่างมาก เนื่องจากก่อนหน้านี้ท่านเพียรติดตามหลวงปู่มั่นมานานหลายปี และความปิติยินดีในการนี้เองทำให้ท่านเร่งความเพียรขนานใหญ่แทบไม่ได้หลับนอน จนคืนหนึ่งหลังจากที่ท่านได้ประกอบความเพียรจนจิตสงบลงอย่างเต็มที่ไปพักใหญ่แล้วท่านจึงได้ถอนขึ้นมา ทันใดนั้นท่านได้เกิดความอัศจรรย์ในความสว่างไสวของใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  

ตอนเช้าหลังจากที่ท่านได้เข้าไปทำข้อวัตรอุปัฏฐากหลวงปู่มั่นแล้ว พอได้เวลาที่หลวงปู่มั่นออกจากที่ภาวนา ท่านเล่าว่าหลวงปู่มั่นได้จ้องมองมายังท่านทำให้ท่านรู้สึกถึงความผิดปกติ จนมีความรู้สึกว่าตนเองได้ทำอะไรที่ผิดไปหรือเปล่า สักพักหลวงปู่มั่นจึงได้พูดออกมาว่า 

“ท่านขาวนี้ภาวนาอย่างไร คืนนี้จิตจึงสว่างไสวมากผิดกับที่เคยเป็นมาทุกๆ คือ นับแต่มาอยู่กับผม ต้องอย่างนี้สิ จึงสมกับผู้มาแสวงบุญ ทีนี้ท่านทราบหรือยังว่าธรรมอยู่ที่ไหน คืนนี้สว่างอยู่ที่ไหนล่ะท่านขาว” 

“สว่างอยู่ที่ใจครับผม” ท่านตอบ

หลวงปู่มั่นจึงถามต่อว่า 

“แต่ก่อนธรรมไปอยู่ที่ไหนเล่า ท่านจึงไม่เห็น นั่นแลธรรม ท่านจงทราบเสียแต่บัดนี้เป็นต้นไป ธรรมอยู่ที่ใจนั้นแล ต่อไปท่านจงรักษาระดับจิตระดับความเพียรไว้ให้ดีอย่างให้เสื่อมได้ นั่นแลคือฐานของจิต ฐานของธรรม ฐานของความเชื่อมั่นในธรรมและฐานแห่งมรรคผลนิพพานอยู่ที่นั่นแล 

จงมั่นใจและเข้มแข็งต่อความเพียรถ้าอยากพ้นทุกข์ การพ้นทุกข์ต้องพ้นที่นั่นแน่นอนไม่มีที่อื่นเป็นที่หลุดพ้น อย่าลูบคลำให้เสียเวลา เรามิใช่คนตาบอดพอจะลูบคลำ... 

คืนนี้ผมส่งกระแสจิตไปดูท่านเห็นจิตสว่างไสวทั่วบริเวณ กำหนดจิตส่งกระแสไปทีไร เห็นเป็นอย่างนั้นอยู่ตลอดจนสว่าง เพราะคืนนี้ผมมิได้พักนอนเลย เข้าสมาธิภาวนาไปบ้าง ต้อนรับแขกเทพบ้าง กำหนดจิตดูท่านบ้าง เรื่อยมาจนสว่างโดยไม่รู้สึก พอออกจากที่จึงต้องมาถามท่าน เพราะอยากทราบเรื่องของหมู่คณะมานาน สบายไหมที่นี่”

 

ท่านเล่าว่า ท่านนิ่งไม่กล้าตอบหลวงปู่มั่น เพราะหลวงปู่มั่นได้ดูตับดูปอดของท่านจนหมดแล้ว จะเรียนตอบหลวงปู่มั่นไปเพื่ออะไร นับแต่วันนั้นเป็นต้นทำให้ท่านยิ่งกลัวและเพิ่มความระมัดระวังตัวมากขึ้น ท่านว่าแต่ก่อนท่านก็เชื่อว่าหลวงปู่มั่นรู้จักใจคนอย่างเต็มที่อยู่แล้ว พอมาโดนกับตัวในเหตุการณ์เมื่อคืน ทำให้ท่านยิ่งมั่นใจในหลวงปู่มั่นเข้าไปอีก 

และด้วยเหตุที่หลวงปู่มั่นท่านไม่ชอบให้ใครมาติดตามหรือมายึดติดกับตัวท่านนี่แหละครับ บรรดาพระที่เข้ามาปฏิบัติกับท่านเมื่อท่านเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้ว ท่านก็จะสนับสนุนให้ออกไปปฏิบัติธรรมด้วยตัวเอง ซึ่งเมื่อพระเหล่านี้ได้แยกตัวออกมา ก็จะยึดตามคำสอนคือเน้นปฏิบัติและถือธุดงค์วัตรเป็นสำคัญ  

ดังนั้นเมื่อพระป่าองค์ใดได้พบสถานที่ที่สงบเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมก็มักจะมีการสร้างวัดไว้สำหรับจำพรรษาและเผยแพร่ธรรมแก่บุคคลทั่วไป ด้วยเหตุฉะนี้แหละครับ เราจึงพบว่าในภาคอีสานค่อนข้างจะมีวัดป่าในแบบสายหลวงปู่มั่นมากพอสมควรครับ เช่น วัดเจติยาคีรีวิหาร (วัดภูทอก) จ.บึงกาฬ(หนองคาย) วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม (วัดถ้ำพวง) จ.สกลนคร ฯลฯ รวมไปถึง วัดถ้ำกลองเพล จ.หนองบัวลำภู ด้วยครับ

 

อย่างไรก็ตามถึงบรรดาพระป่าเหล่านี้จะแยกย้ายกันออกไปปฏิบัติธรรมตามวัดต่างๆ แต่เมื่อถึงยามออกพรรษาพระป่าเหล่านี้ก็จะออกเดินธุดงค์อยู่เสมอๆ และมักจะพบกันในป่าลึกๆ ไกลผู้คน นอกจากนี้หากได้ทราบว่าหลวงปู่มั่นจำพรรษาอยู่ที่ใด ไม่ว่าจะไกลขนาดไหน บรรดาพระป่าเหล่านี้ก็มักจะเดินทางมาเข้ากราบนมัสการเป็นประจำ 

ในหนังสือ “พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต อริยสงฆ์แห่งยุคสมัย” ได้เขียนถึงวิถีชีวิตของพระป่าเหล่านี้ไว้ชัดเจนครับ ซึ่งบันทึกดังกล่าวนอกจากจะทำให้เราเห็นวิถีชีวิตของพระป่าในภาพรวมแล้ว ยังทำให้เราทราบในประเด็นสำคัญอีกว่า “หลวงปู่ขาว อนาลโย” ท่านเป็นที่รักและเป็นที่ยกย่องของหลวงปู่มั่นตลอดเวลาครับ 

“มีบันทึกว่าเวลาใดที่มีพระเถระผู้ใหญ่ผู้มีภูมิธรรมขั้นสูง ออกจากป่าที่บำเพ็ญภาวนา หรือกลับจากธุดงค์ ณ เมืองไกล จะมีความรู้ความเห็นจากการภาวนามาเล่าถวายพระอาจารย์ของท่าน ยามนั้นจะเป็นช่วงที่พระเณรทั้งหลายคอยสนใจฟังมากที่สุด 

อย่างคราวที่พระอาจารย์ชอบ ฐานสโม กับพระอาจารย์ขาว อนาลโย ซึ่งท่านพระอาจารย์มั่นพูดถึงด้วยความยกย่องอยู่เสมอ กลับจากธุดงค์ในแถบถิ่นเหนือ มากราบคารวะอาจารย์ที่วัดป่าบ้านหนองผือด้วยกัน ภาพนั้นอุปมากันว่าประดุจพญาช้างคู่กลับมาจากการตระเวณไพร 

หลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิโต ซึ่งตอนนั้นเป็นสามเณรอยู่ปรนนิบัติท่านพระอาจารย์มั่น เล่าฉากเหตุการณ์วันนั้นไว้ว่า.. 

พระอาจารย์ชอบ องค์เล็กๆ ผิวคล้ำ กับพระอาจารย์ขาว ร่างผอมสูง โปร่งบาง ในจีวรที่เก่าคร่ำคร่า กลดก็ขาดวิ่น พอท่านพระอาจารย์มั่นเหลือบเห็นท่านทั้งสองก้าวเข้ามาในบริเวณวัด ก็อุทานด้วยความยินดีที่เห็นศิษย์เอกทั้งคู่ 

“นั่น ท่านขาวท่านชอบมาแล้ว ไปต้อนรับท่าน” 

ภิกษุสามเณรที่รู้จักท่านทั้งสองต่างก็ดีใจกุลีกุจอช่วยกันรับเครื่องบริขารจากท่าน พร้อมกับรีบหาน้ำท่ามาถวาย....” 

คุณหมอจิมมี่ คงเจริญ หนึ่งในคณะศรัทธาเปรยบอกผมขณะที่เรากำลังเดินลงจากพิพิธภัณฑ์อัฐบริขารหลวงปู่ขาว.. 

“พระของหลวงปู่ขาวดีจริงๆ”  

ผมพยักหน้าแทนคำตอบรับ เพราะก่อนหน้านี้พอทราบเบื้องต้นมาว่า คุณหมอจิมมี่เคยมีประสบการณ์กับเหรียญรุ่นสร้างถังน้ำปี ๒๕๑๗ ของหลวงปู่ขาว ซึ่งรายละเอียดของเหตุการณ์เพื่อนๆ ท่านใดสนใจสามารถหาอ่านได้จากเรื่อง “ปาฏิหาริย์แห่งหลวงปู่ขาว อนาลโย” ที่เขียนโดยคุณรณธรรม ธาราพันธ์ นอกจากนี้ยังมีเพื่อนในกลุ่มบางคนแอบให้ความเห็นว่า เรื่องที่คุณหมอจิมมี่ประสบมานั้นมีส่วนทำให้เหรียญมีราคาแพงขึ้นราวติดจรวด 

ชิน หนุ่มน้อยจากเมืองจีน เราพบชินครั้งแรกที่ ม.บูรพา บางแสน ชลบุรี การที่เขามีหน้าตากระเดียดไปทางเวียดกงและสามารถพูดภาษาไทยได้ชัดขนาดเด็กสี่ขวบดูเหมือนจะเป็นเสน่ห์และสีสันสำหรับพวกเราในการรวมคณะมาครั้งนี้ ความมีศรัทธาในพระพุทธศาสนาของชินแสดงออกเบื้องต้นด้วยการตะเวนเก็บข้อมูลและสะสมพระเครื่องตามหน้าเวป ชินบอกความในใจว่าช่วงนี้ราคาพระสายกรรมฐานค่อนข้างสูงขึ้น

 

ก่อนเดินทางมาวัดถ้ำกลองเพล ชินให้พระสมเด็จเนื้อชานหมากของหลวงปู่ขาวแก่ผมหนึ่งองค์ ผมถามชินว่าได้มาราคาเท่าไร เขาชูสองนิ้ว นั่นหมายถึงจำนวนหลักพัน ผมมาคิดดูอีกที  บางทีความในใจของชินก็น่าจะบอกเป็นนัยได้ถึงความต้องการของตลาด ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าสาเหตุที่พระมีราคาสูงขึ้นมาจากปัจจัยอะไรกันแน่  

“จิตพระอรหันต์ไงลูก”   

“การที่พระของท่านคงความศักดิ์สิทธิ์มาถึงทุกวันนี้เกิดจากบารมีของพระอรหันต์ได้อธิษฐานจิตไว้” 

ชายวัยกลางคนท่านหนึ่งบอกปัจจัยบวกกับพวกเรา ในขณะที่เขากำลังก้มหน้าก้มตากวาดใบไม้บนถนนทางเดินไปกุฏิของหลวงปู่ขาว

 

กุฏิของหลวงปู่ขาวเป็นเรือนไม้สองชั้น ในอดีตที่ผ่านมากุฏิหลังนี้เคยถูกใช้เป็นที่รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงเสด็จมาเยี่ยมหลวงปู่ขาวอยู่บ่อยๆ บริเวณด้านหน้าของกุฏิเป็นลานหินกว้างลาดลงตามลักษณะของภูมิประเทศ โดยส่วนน้อยของพื้นที่ถูกใช้เป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อของหลวงปู่ขาว ในอิริยาบทยืนถือไม้เท้า

 

ภายในกุฏิมีการติดภาพถ่ายต่างๆ ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วภาพเหล่านั้นสามารถบอกเรื่องราวในอดีตต่างๆ ที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะภาพวาดหลวงปู่ขาวในลักษณะนั่งสมาธิโดยมีช้างมายืนอยู่ใกล้ตัว ว่ากันว่าหากต้องการรู้เรื่องของหลวงปู่ขาวมากขึ้นโดยเฉพาะเรื่องความมหัศจรรย์ของจิตและอำนาจของสมาธิอันเกิดจากบารมีเฉพาะตัวนั้น สมควรมาเยี่ยมชมกุฏิหลังนี้เป็นอย่างยิ่ง 

ท่านพระอาจารย์หลวงตามหาบัวได้บันทึกไว้ว่า หลวงปู่ขาวท่านเป็นพระที่มีบารมีส่วนตัวเยอะ คิดถึงช้าง ช้างก็จะมาหาท่าน คิดถึงเสือ เสือก็จะมาหาท่าน และตรงลานหินด้านหน้ากุฏิของหลวงปู่ที่เรายืนอยู่ตรงนี้ แต่เดิมคาดว่าน่าจะเป็นทางเดินของช้างตอนที่เข้ามายังกุฏิของหลวงปู่

 

ช้างตัวแรกตามประวัติเป็นช้างบ้าน หลวงปู่ขาวท่านได้แผ่เมตตา แสดงธรรม สนทนาด้วยวาจาที่อ่อนหวาน  จนในที่สุดช้างตัวนั้นก็เดินจากไปโดยที่ไม่ได้ทำร้ายท่าน 

ตัวต่อมาเป็นช้างป่าตัวใหญ่ขนาดภูเขาลูกย่อมๆ พบเจอกันในระหว่างที่ท่านปฏิบัติธรรมในเขตจังหวัดลำปาง หลวงปู่เล่าว่าช้างตัวนี้ดุร้ายมาก ท่านว่าเสียงกิ่งไม้หักที่ดังอย่างต่อเนื่อง ทำให้ท่านทราบได้ทันทีว่ามันคือเสียงของช้างที่กำลังเดินตรงมายังท่าน หลวงปู่ขาวท่านจึงออกจากการเดินจงกลมและนำเทียนไขมาจุดรอบๆ ทางเดินจงกลม เพราะว่าช้างป่ามีสัญชาติญาณกลัวไฟ 

ท่านเล่าว่าพอจุดเทียนไขเสร็จเรียบร้อย ช้างป่าตัวนั้นก็เดินมาถึงสถานที่เดินจงกลมของท่านพอดี ความใหญ่โตของมันทำให้ใจของท่านถึงกับฝ่อเต็มไปด้วยความกลัว เมื่อมองไม่เห็นทางใดที่จะแก้ไขแล้ว ท่านจึงนึกถึงองค์ภาวนาพุทโธและพยายามให้จิตอยู่นิ่ง ท่านว่าเมื่อจิตหยุดนิ่งและกลมเกลียวไปกับพุทโธ ความกลัวที่เคยมีมานั้นสลายไปสิ้น กับกลายเป็นความกล้าหาญเข้ามาแทน  

ซึ่งความกล้าหาญนั้นมีมากขนาดที่ท่านคิดว่าจะเดินไปหาช้างป่าตัวนั้น ทันใดนั้นท่านฉุกคิดได้ว่าการกระทำอย่างนั้นมันเป็นเรื่องของความประมาทอันนำไปสู้ความหายนะ ท่านจึงหันกลับมากำหนดจิตภาวนาพุทโธและเดินจงกลมแข่งกับการยืนนิ่งอย่างสงบไร้หัวใจของช้างป่าตัวนั้น

 

ว่ากันว่าชีวิตคนเรานั้นไม่ได้ราบรื่นเสมอไป เมื่อเจอปัญหาจงใช้สติหาทางแก้ไขด้วยความอดทน และควรปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างออกไปให้ได้ เฉกเช่นเรื่องราวต่อไปนี้ 

เกือบ ๙๐ ปีก่อนหน้านี้ คืนหนึ่งหนุ่มใหญ่วัยสามสิบเศษชื่อว่า “ขาว โคระถา“ ได้เดินทางกลับมายังบ้าน หลังจากที่เขาได้ออกจากบ้านไปรับจ้างทำนาทางภาคกลางอยู่นาน สายตาของเขาแอบมองลอดเข้าไปดูเหตุการณ์ภายในบ้าน เมื่อเห็นภาพที่ปรากฏตามสายตาอย่างชัดเจน เขาค่อยๆ เร้นกายเข้าไปในบ้านพร้อมกับเงื้อดาบสุดแรงเกิด หมายจะฟาดฟันชายหญิงคู่นั้นให้ตายเสียทั้งคู่ 

ทันใดนั้นจิตสะดุดขึ้นมาเตือนว่า 

“อย่าทำ ๆ จะเป็นความเสียหายเพิ่มขึ้นอีก โดยที่ไม่มีผลดีอะไรเกิดขึ้นเลย” 

เขาตัดสินใจเลิกล้มการกระทำดังกล่าว และเรียกให้ชาวบ้านมารับรู้ในการประกาศยกภรรยาของเขาให้ไปอยู่กับชายชู้ หลังจากเหตุการณ์เลวร้ายได้ผ่านพ้นไป ขาว โคระถา ได้ตัดสินใจหันหลังให้กับโลกที่มีแต่ความสลดสังเวช ด้วยการออกบวชหนีโลกเพื่อหาทางหลุดพ้นทุกข์ไปนิพพานตามเสด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสาวกของท่าน 

ภายหลังจากเสร็จสิ้นการบวชโดยได้รับฉายาว่า “อนาลโย” พระอาจารย์ขาว อนาลโย ได้ฝากชีวิตของท่านไว้กับพระพุทธศาสนา ด้วยการปฏิบัติตามแนวทางคำสั่งสอนของพระพุทธองค์อย่างจริงจังชนิดลืมตาย จนสามารถตัดกิเลสได้หมดสิ้นบรรลุถึงความเป็นพระอรหันต์ในขณะที่ยังดำรงธาตุขันธ์อยู่  

ต่อมาพระอาจารย์ขาว ได้ใช้วัดถ้ำกลองเพลเป็นที่ประกาศความจริงในพระพุทธศาสนา ด้วยการให้โอวาทธรรมแก่บุคคลทั่วไปโดยไม่เลือกชนชั้นจนถึงวาระสุดท้ายของท่าน ณ วัดถ้ำกลองเพลแห่งนี้ เคยมีผู้ถามท่านว่าธรรมของจริงจากใจโดยแท้เป็นอย่างไร ท่านตอบว่า

 

“ขณะยังมีกิเลสหนาๆ ไม่ว่าใครๆ รู้ไม่ได้ทั้งสิ้น แม้พระพุทธเจ้าก็ยังไม่รู้ ขณะจะรู้และขณะรู้  กิเลสต้องเบาบางและกิเลสต้องหมดสิ้นไปจากใจ โดยใช้ธรรมปฏิบัติเข้าสังหารทำลาย ดังนั้นพระพุทธองค์จึงสอนให้อบรมฝึกฝนจิตใจ ชำระจิตใจซึ่งเป็นการชะล้างกิเลสในขณะเดียวกัน จนกิเลสสิ้นจากใจแล้วย่อมรู้ได้ทุกคน เพราะธรรมไม่มีคำว่าลำเอียง” 

ครับ...ธรรมไม่มีคำว่าลำเอียง 

พวกเราออกจากวัดถ้ำกลองเพล เพื่อไปส่งคุณหมอจิมมี่ที่สนามบิน ระหว่างทางพวกเราขอบคุณเรื่องประสบการณ์ของคุณหมอจิมมี่ เพราะเรื่องนี้เป็นการยืนยันว่าถึงหลวงปู่ขาวจะบรรลุธรรมเข้านิพพานเป็นพระอรหันต์ไปแล้ว แต่จิตพระอรหันต์ของท่านยังคงคุ้มครองดูแลผู้ที่ศรัทธาอยู่  

ผมหยิบพระเนื้อชานหมากองค์น้อยที่ได้รับขึ้นมาพิจารณาอย่างตั้งใจ 

“อืมมม...พระองค์เล็กๆ ขนาดนี้ ช่างมีความเป็นมาที่ยิ่งใหญ่จริงๆ” 

สวัสดีครับ…

 

ขอบคุณเอกสารอ้างอิง หนังสือชีวประวัติและประมวลคำถามคำตอบ หลวงปู่ขาว อนาลโย/หนังสือประวัติหลวงปู่ขาว อนาลโย โดยท่านพระอาจารย์หลวงตามหาบัว/หนังสือพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต อริยสงฆ์แห่งยุคสมัย สำนักพิมพ์สารคดี รูปประกอบจากเวปไซด์ ภาพถ่ายจากคุณพรชนก สุขพงษ์ไทย เพื่อนต่อกับคำแนะนำ และคุณสมบูรณ์ ร้านนายฮ้อ สระบุรี สำหรับกำลังใจที่มีให้เสมอครับ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
ครูแดง วันที่ : 27/02/2011 เวลา : 09.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

สาธุๆๆ อนุโมทามิ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
beckyblooms วันที่ : 14/12/2010 เวลา : 22.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

หยูฮู..กลับมาแว้ว..

ตอนไปเชียงใหม่อ่ะ..คนอื่นเค้าไปที่ไหนซักแห่ง ที่เหมือนเป็นที่รวมของพระพิฆเณศด้วยล่ะ..แต่..เค้า..ไม่ได้ไป..ตื่นไม่ทัน..

อดเอามาฝากคุณกวงบังเลย..แหะๆ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
ริมระพีฯ วันที่ : 10/12/2010 เวลา : 23.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naihor
ชุดเครื่องนอน ออนไลน์ สบายอินเบดดอทคอม www.sabuyinbed.com

แอบตามปะ ป๊า มาเก็บประสบการณ์ เรื่องพระ พระ ครับ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
beckyblooms วันที่ : 07/12/2010 เวลา : 22.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

งั้น..อีก 0.5 ที่ขาดไป เค้าให้เอง..

ถือว่าร่วมสมทบทุนเนอะ..ฮี่ๆๆๆ...

ประหนึ่งว่าง...

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
chaiyassu วันที่ : 05/12/2010 เวลา : 13.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

บล็อกคุณภาพ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
SOMBOONTIEW วันที่ : 04/12/2010 เวลา : 00.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somboontiew
เราจักทำเวบหลวงปู่ทิม วัดพระขาว ด้วยใจต้องการบูชาพระคุณ หลวงปู่ www.luangputim.com

9.5 เต็ม 10 อีกครึ่งคะแนน ติดไว้ก่อนครับ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
beckyblooms วันที่ : 03/12/2010 เวลา : 20.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

ขอบคุณมากๆเลยคุณ..

มาเฉลยว่า..เค้าชอบจุดนี้..มาก..
..........................................................

การออกเดินธุดงค์ยังเป็นการฝึกให้พระทุกองค์มีความอดทนต่อความทุกข์ยากลำบาก โดยห้ามละทิ้งข้อวัตรปฏิบัติ ซึ่งประเด็นนี้ ถือเป็นบัญญัติเบื้องต้นที่พระป่าสายนี้ต้องพึงระลึกไว้ตลอดเวลา

หลวงปู่เคยเล่าไว้ว่า ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจออกเดินธุดงค์ ท่านได้รับคำคัดค้านจากผู้คนมากมาย บางคนก็ว่า มรรคผลนิพพานมันหมดสมัยไปแล้ว บางคนก็ว่า การบำเพ็ญเพียรภาวนาอาจทำให้เสียสติได้ ฯลฯ ซึ่งหลวงปู่เองท่านก็ไม่ได้สนใจในคำเหล่านั้น แต่ท่านก็ไม่ได้คัดค้านอะไร เพราะถ้าคัดค้าน ก็จะทำให้เกิดความกระทบกระเทือนใจกันเปล่าๆ
ท่านว่าคนเหล่านี้มิได้เป็นเจ้าของศาสนา มิได้เป็นเจ้าของมรรคผลนิพพานและก็ไม่ได้มีอะไรพอที่จะทำให้ท่านเชื่อถือได้ ท่านว่าในชีวิตของท่านนั้นท่านเชื่อในพระพุทธเจ้า พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์สาวกอรหันต์นั้น ว่าเป็นผู้ประเสริฐในสามโลก

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 03/12/2010 เวลา : 16.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

หวัดดีตอนบ่ายครับทุกท่าน วิ่งเล่นกันไปก่อนนะครับ
เดี๋ยวกลับมาคุยใหม่

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
beckyblooms วันที่ : 03/12/2010 เวลา : 00.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

สะดุดใจกับบางประโยคในข้อเขียนนี้ แต่ไม่บอกว่าเป็นอันไหน.. แต่เป็นการสะดุดในทางดีนะคะ..

ฉันว่าเรื่องราวความคิดดีๆ เมื่อมาถูกเวลา มันก็มีคุณค่าจนเรานึกไม่ถึงได้มากมาย..

ชอบ..และขอบคุณมาก..(ถึงเค้าจะอธรรมก็เหอะ )

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
beckyblooms วันที่ : 03/12/2010 เวลา : 00.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

สะดุดใจกับบางประโยคในข้อเขียนนี้ แต่ไม่บอกว่าเป็นอันไหน.. แต่เป็นการสะดุดในทางดีนะคะ..

ฉันว่าเรื่องราวความคิดดีๆ เมื่อมาถูกเวลา มันก็มีคุณค่าจนเรานึกไม่ถึงได้มากมาย..

ชอบ..และขอบคุณมาก..(ถึงเค้าจะอธรรมก็เหอะ )

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
คนน้ำเงิน วันที่ : 02/12/2010 เวลา : 02.34 น.

สุดยอดครับ

เป็นงานเขียนที่ดึงหัวใจคนอ่านเข้าป่าเข้าพงไปได้ดีจริง ๆ

อ้าว ! วัดถ้ำกลองเพลเป็นวัดป่ามิใช่หรือ ?

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
อเสวนา วันที่ : 26/11/2010 เวลา : 09.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dhammayos

ผมเองก็ได้อ่านประวัติหลวงปู่ขาวมาจากหลายแหล่งครับ จากหนังสือพระราชทานเพลิงศพ บ้าง จากหนังสือ ที่ลูกศิษย์ ช่วยกันแต่งถวายท่านบ้าง ชีวิตของหลวงปู่ขาวนั้นแสดงให้เห็นได้อย่างชัดแจนครับว่า ท่านนั้นก็เป็นคนธรรมดามาก่อน ก่อนที่จะมาบวชเป็นพระธรรมดา จนจบชีวิตลงด้วยสิ่งที่พวกเราเชื่ออย่างสนิทใจว่าท่านสำเร็จอรหันต์

เราจะเห็นได้ว่า ท่านทำให้คำพุทธพจน์ที่ว่า "มโนปุพพังคมา ธัมมา มโนมยา มโนเศรษฐา "

"ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน ทุกสิ่งทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ"

เป็นจริงขึ้นมา....

จะเป็นคนธรรมดา ก็ใจนั่นแหละทำให้เป็น จะเป็นพระธรรมดาก็ใจนั่นแหละที่ทำให้เป็น จะเป็นพระอริยะเจ้า จนถึงสูงสุดคือพระอรหันต์ก็ใจของเรานั่นแหละที่ทำให้เป็น

คนเราจะตกต่ำก็ตกต่ำเพราะใจ คนเราจะขึ้นสูงก็ขึ้นสูงเพราะใจ

ขอบคุณพี่ศิษย์กวงครับที่นำธรรมะดีๆ ตัวอย่างของพระดีๆ มาสู่มโนสำนึกของพี่น้อง ทุกท่าน ขอบคุณครับ....

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
beckyblooms วันที่ : 25/11/2010 เวลา : 16.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

หยูฮู..

เดี๋ยวอาทิตย์หน้าเค้ามาอ่านดีๆ ดีกว่านะ..วันนี้สวดพาหุงไปทำงานไป..สะกดวิญญานกันสุดๆ..

เออ..ยังไม่ได้ส่งของที่เค้าว่าขลังให้เลยอ่ะ..

ทุกเรื่องเป็นช่วงที่ว่าแล้วกันเน้อ..ฮี่ๆๆ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
chailasalle วันที่ : 25/11/2010 เวลา : 00.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

พระของสายพระอาจารย์มั่น นั้นส่วนมาก จะ สร้างโดยศิษย์ แล้วนำไปให้อธิฐานเพื่อให้ท่านนำไปแจก ญาติโยม ขนาดจึงมักมีขนาดเล็กๆกำลังน่ารัก ครับ อย่างพระของหลวงปู่ฝั้น เป็นต้นครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
เด็กอนุบาลห้องหนึ่งทับสอง วันที่ : 24/11/2010 เวลา : 16.20 น.
ผู้ทรงอิทธิพล หรือจะสู้ ผู้ทรงอิทธิฤทธิ์

ขอนอบน้อมแด่ผู้พ้นแล้ว

ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรม

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
cozy วันที่ : 24/11/2010 เวลา : 15.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

กลับมาย่อยต่ออีกรอบก่อนจะไปงีบยามบ่ายนะ สหายฯ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ดินเดินทาง วันที่ : 24/11/2010 เวลา : 10.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/din-travel

ปัญหาที่แย่ๆ(ชู้ อ่ะจึ๊ยย)

..ศาสนาพุทธ มีธรรมะ ชี้แนวทางที่ดีและถูกต้องทำให้ใครๆหลายคนได้สติ ..เสมอ

..สวัสดีค่ะเฮีย

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
กริด99 วันที่ : 23/11/2010 เวลา : 23.48 น.

มาติดตามและเป็นกำลังใจให้สำหรับบทความดีๆ ครับ

สำหรับท่านที่อยากได้วัตถุมงคลที่พระอรหันต์อธิษฐานไว้ ที่วัดมกุฏกษัตริย์ยังมีเหรียญหลวงปู่ขาวและหลวงปู่แหวนให้บูชาในราคาไม่แพงครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
cozy วันที่ : 23/11/2010 เวลา : 17.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

งวดนี้เต็มอิ่มเลยครับ สหายฯ

เป็นอีกเรื่องที่ต้องค่อยๆละเอียดซึมซับนะครับ แต่ขอบอกก่อนว่าชอบใจประโยคนี้มากจริงๆ

“การประพฤติปฏิบัตินั้น ถ้าถือเอาพระธรรมวินัยเป็นหลักแล้ว ก็ไม่ต้องสงสัยในนิกายทั้งสอง”

ไว้จะมาเม้นต์ต่อไป

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
เพชรชมพู วันที่ : 23/11/2010 เวลา : 14.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinkdiamond
                      

อิจฉากำลังใจจากคห.7 เจง เจ๊งงงงง


ความคิดเห็นที่ 9 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 23/11/2010 เวลา : 13.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

อ่านเรื่องของพระป่า (ตามที่เขาเรียก)
ยิ่ง
เคารพ ศรัทธา
ใน ปฎิปทา
ของ พระภิกษุทุกรูป
ที่ บำเพ็ญเพียรภาวนา
จน บรรลุ ธรรม เกือบทุกรูป

อิ่มใจ
กับ เรื่องของหลวงปู่ ครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 23/11/2010 เวลา : 13.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....


อนุโมทนาสาธุ...
เจริญยิ่ง ๆ ในธรรมค่ะ...

เป็นงานเรียบเรียงที่เยี่ยมมากค่ะ
ราบรื่นสอดคล้องไม่มีสะดุด
สาธุ สาธุ สาธุ
ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เบญจพร วันที่ : 23/11/2010 เวลา : 09.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/benjaporn

มาเป็นกำลังใจให้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
times วันที่ : 22/11/2010 เวลา : 20.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สายธาร วันที่ : 22/11/2010 เวลา : 14.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cyberfrogy
 http://www.facebook.com/groups/dhammayatrahttps://www.facebook.com/BAAN.RAI.SAITHARN http://www.oknation.net/blog/DigitalTour

มีโอกาสได้ไปวัดนี้ เพื่อธรรมศึกษา ตั้งแต่สมัยบวชเป็นพระครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นู๋เอสซี่ วันที่ : 22/11/2010 เวลา : 13.08 น.

ขอบคุณครับพี่ศิษย์กวงที่นำเรื่องราวของพ่อแม่ครูบาอาจารย์สายปฏิบัติ มาเล่าสู่กันอ่านนะครับ ครั้งหน้าเอาอีกนะครับ อยากอ่านขององค์อื่นๆๆด้วยด้วยอ่ะครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เพชรชมพู วันที่ : 22/11/2010 เวลา : 11.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinkdiamond
                      

อะโห .. เฮีย

ตื่นมาอัพบล๊อกแต่เช้าเลยนะคะ

เอ่ .. หรือว่ายังมะได้นอนหว่า


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อาโป วันที่ : 22/11/2010 เวลา : 09.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/agile


http://www.oknation.net/blog/home/album_data/851/7851/album/32442/images/292271.jpg


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
musachiza วันที่ : 22/11/2010 เวลา : 03.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

โอ้โฮ...คราวนี้ยาวนะ
ไปถึงวัดป่าบ้านตาดเชียวนะครับ
แล้วคำมาถึงวัดถำ้กลองเพล
นึกว่าหายไปไหน
ว่ากันด้วยสายพระป่า..ที่ต้องปฏิบัติกันอย่ามุ่งมั่นแท้
หากจิตใจไม่แข้มแข็งและเคร่งครัดพอ
ก็ยากจะบรรลุ
ขอบคุณในรายละเอียดที่เกี่ยวโยงใย
กันของเกจิอาจารย์.หลายรุ่น
ทำให้ผมได้เห็น สายของวิถี
ของศาสนาพุทธ ...ที่สัมพันธ์กัน
เป็นหนึ่งเดียวแม้จะต่างกันในนิกาย
สุดยอดการเรียงเรื่องเลยครับในครั้งนี้
อีกหน่อย...ศิษย์น้องต้องบรรลุในการเขียน
เรื่องแบบนี้แน่....หาตัวจับยากเชียวละครับ
http://www.oknation.net/blog/dragonball

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



[ Add to my favorite ] [ X ]