• ศิษย์กวง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-23
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 2226773
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1500 คน
Sitthi
ดาวนับแสนที่มีวงแหวนนับร้อย ทั้งดาวเคราะห์น้อย ดาวฤกษ์ลอยคว้างๆ ดาวทุกดวงนั้นย่อมจะแตกต่าง มีเส้นทางหมุนของตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi
วันพุธ ที่ 15 ธันวาคม 2553
Posted by ศิษย์กวง , ผู้อ่าน : 10171 , 00:14:58 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน opads , เบญจพร และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

ถ้าจะพูดกันในเรื่องของไสยศาสตร์ เวทย์มนต์คาถา หลวงพ่อบอกว่าตัวท่านเองก็เรียนมาเยอะ ประมาณว่าที่นำมาใช้สร้างวัตถุมงคลในทุกวันนี้ ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของวิชาที่ท่านได้เคยเรียนมาเลย ท่านว่าในเรื่องของการเสกพระหรือเสกของ นอกจากวิชาการต้องแม่นแล้ว ชั่วโมงบินหรือประสบการณ์ในการเสก ถือเป็นเรื่องที่จะมองข้ามเสียมิได้ 

“ของทุกอย่างต้องเสกจนมั่นใจก่อนถึงจะออกให้บูชา ถ้าเป็นพวกตะกรุดนี่ต้องเขียนเอง จะทำเป็นแบบปั๊มแล้วมาเสก มันจะไม่เหมือนกับที่ครูบาอาจารย์สอน” 

ปัจจุบันในแวดวงนักนิยมพระเครื่องสายเมืองลพบุรี ต่างให้ความนิยมและยกย่องหลวงพ่อว่า เป็นพระที่ดีและสร้างของได้ขลัง ซึ่งเรื่องนี้สามารถวัดดัชนีได้จากวัตถุมงคลของหลวงพ่อในแต่ละรุ่นที่สร้างขึ้นจะถูกบูชาหมดไปจากวัดภายในเวลาไม่นานนัก 

สำหรับผมและเพื่อนๆ แล้ว พวกเรามีความคิดตรงกันว่า ความน่าสนใจในตัวของหลวงพ่อไม่ได้อยู่แค่การเป็นพระเกจิอาจารย์ที่สร้างวัตถุมงคลได้ขลังและมีประสบการณ์เกิดขึ้นแบบนับครั้งไม่ถ้วน หากแต่จากที่พวกเราได้สัมผัสทำให้พอทราบได้บ้างว่า

วิถีการดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ การผ่านช่วงชีวิตที่ยากลำบากและร้ายแรงจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ความคิดเห็นต่อความเป็นไปของสังคม  การรู้จักสำนึกในบุญคุณของแผ่นดิน ฯลฯ

ทั้งหมดนี้ล้วนทำให้เรื่องราวของหลวงพ่อมีสีสันและน่าติดตามครับ 

เชื่อว่าเพื่อนๆ คงจะรู้จักหลวงพ่อมาบ้างแล้ว หลายคนอาจจะรู้จักหลวงพ่อในฐานะเจ้าอาวาสนักพัฒนา ผู้นำความเจริญเข้าสู่ท้องถิ่นและจิตใจ บางคนอาจจะคุ้นเคยกับชื่อของหลวงพ่อ โดยดูจากรายนามนิมนต์พระเกจิอาจารย์ในพิธีพุทธาภิเษก หรือในขณะที่บางคนก็รู้จักหลวงพ่อเป็นอย่างดีกับบทบาทพระนักกรรมฐานผู้สมถะและเคร่งครัด.. 

แต่ไม่ว่าเพื่อนๆ จะรู้จักหลวงพ่อในแง่มุมใดก็แล้วแต่ เรื่องราวต่อไปนี้ถือเป็นอีกบทบาทหนึ่งของหลวงพ่อที่ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการก่อสร้างธรรมสถานเฉลิมพระเกียรติ (สวนป่านิเวศน์ธรรมรักษ์) เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 

“ในหลวงสอนให้เรารู้จักการพอเพียง รู้จักประมาณตน เราต้องช่วยเหลือตัวเองก่อน อย่ามัวแต่หวังความช่วยเหลือจากคนอื่น” 

หลวงพ่อบอกว่า ตามปกติแล้วหากไม่มีกิจนิมนต์หรือภาระกิจภายในวัด ท่านก็จะมาที่เขาเตียนเพื่อดูความคืบหน้าของการก่อสร้าง ดูว่าพระที่จำพรรษาอยู่ที่นี่และคนงานขาดเหลืออะไรบ้าง บางทีก็มาดูว่าวันนี้ทหารที่เข้ามาช่วยปลูกต้นไม้กินอยู่กันอย่างไร 

จากจุดที่พวกเรายืนอยู่ ท่านชี้ขึ้นไปบนยอดเขาที่กำลังสร้างพระเจดีย์แล้วบอกว่า ตรงบันไดทางลงจากเขา ในอนาคตจะนิมนต์พระสักร้อยรูปให้เดินลงมาตามทางนั้นและมารับบาตรจากชาวบ้านที่ยืนรอใส่บาตรอยู่ตรงนี้

 

“ในละแวกนี้ไม่ค่อยมีพระเข้ามาบิณฑบาตร”  

ถามท่านว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น ท่านว่าสมัยนี้พระจะเข้าไปอยู่ในเมืองกันเสียเยอะ เพราะอยู่ที่นี่ค่อนข้างลำบาก มีอยู่ครั้งหนึ่งชาวบ้านแถวนี้บอกท่านว่า

“จำไม่ได้แล้วว่าใส่บาตรครั้งสุดท้ายเมื่อไร” 

ท่านว่าการไม่มีพระเข้ามาบิณฑบาตร เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับบ้านค่อยๆ ห่างจากกันไป นอกจากนี้ท่านยังตั้งความหวังไว้ว่า อยากจะจัดกิจกรรมแบบนี้ให้เป็นประเพณีสืบทอดวัฒนธรรมอันดีงามของชาวพุทธต่อไป 

ผมฟังโครงการแล้วอดเรียนถามท่านไม่ได้ 

“หลวงพ่อเหนื่อยไหมครับ”   

แทนคำตอบ หลวงพ่อได้พูดขึ้นว่า

 

“พลิกผืนดินให้เป็นป่า เหนื่อยไหมล่ะ แต่เราไม่เหนื่อยหรอก เพราะก่อนจะลงมือทำหรือจะปลูกอะไร เราจะต้องปลูกศรัทธาขึ้นในหัวใจของเราก่อน ศรัทธาในความดี ศรัทธาในสิ่งที่ทำ ซื่อสัตย์ต่อตนเอง และต้องทำจริง” 

ว่ากันว่าหากเราจะลงมือทำอะไรสักอย่างให้ประสบความสำเร็จ สิ่งแรกที่เราต้องเอาชนะให้ได้คือเรื่องของ “ความท้าทาย” ต่างๆ  เช่น ความสามารถในเนื้อหาของงาน ประสบการณ์ การวางแผนจัดการ การประสานงาน ฯลฯ แต่ถ้าถามถึงสิ่งสำคัญที่สุดที่เราจะต้องมีก่อนลงมือทำคงเป็นเรื่องของ “ความตั้งใจจริง” ครับ 

เพราะความตั้งใจจริงนี่แหละเป็นพื้นฐานเบื้องต้นสู่ความสำเร็จของทุกอย่าง ดั่งเช่นความตั้งใจจริงของ “หลวงพ่อสารันต์ จันทนูปโม” หรือ “พระครูจันทสิริธร” เจ้าอาวาสวัดดงน้อย ตำบลกกโก อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ที่เปี่ยมไปด้วยแรงปรารถนาและอุดมการณ์อันแน่วแน่ในการพัฒนา ดูแลและรักษาแผ่นดินที่ท่านได้อาศัยอยู่ในทุกวันนี้ 

เมื่อสมัยที่หลวงพ่อสารันต์ยังเป็นเด็ก ท่านได้ย้ายตามพ่อแม่ของท่านซึ่งไปประกอบการค้าที่เมืองพระตะบอง ประเทศกัมพูชา ต่อมาท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรและอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดบรมนิเวศน์ เมืองพระตะบอง ภายหลังจากที่ประเทศกัมพูชาแตก ท่านจึงได้เดินธุดงค์เข้ามาที่ประเทศไทยและบวชให้ตรงกับบัญญัติของคณะสงฆ์ใน ประเทศไทย ณ วัดปราสาท อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อปี ๒๕๑๔ 

หลวงพ่อเล่าว่า ท่านได้เดินธุดงค์มาจนถึงวัดดงน้อย เมื่อเห็นว่าวัดดงน้อยอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรม ท่านจึงได้ตัดสินใจจำพรรษาที่วัดแห่งนี้และเริ่มพัฒนาวัดจนมีสภาพที่เจริญตามที่เราเห็นกันในทุกวันนี้ และด้วยเหตุที่ท่านถือกิจแห่งธุดงควัตรเป็นสำคัญมาตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นสามเณรน้อย  

ดังนั้นในช่วงออกพรรษาท่านจึงได้ออกเดินธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในภาคอีสาน ภาคเหนือและภาคตะวันออก เพื่อศึกษาในเรื่องของกรรมฐานกับครูบาอาจารย์หลายองค์ เช่น หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร หลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด ครูบาพรหมจักร วัดพระพุทธบาทตากผ้า ฯลฯ ซึ่งท่านได้นำหลักการปฏิบัติกรรมฐานที่ได้ศึกษามาอบรมให้กับคนทั่วไปที่สนใจ 

ทุกวันนี้วัดดงน้อยถือว่าเป็นวัดที่มีความสมบูรณ์ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของศาสนสถานหรือเสนาสนะต่างๆ ทางราชการและคณะสงฆ์ได้ติดต่อขอให้เปิดเป็นสำนักศูนย์เผยแพร่อบรมปฏิบัติธรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างคุณธรรม ศีลธรรมและจริยธรรม 

หลวงพ่อบอกว่าการมาปฏิบัติธรรมของคนหมู่มากเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะนั่นแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ท่านได้ทำขึ้นมาด้วยความยากลำบากได้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ คือการชักจูงคนให้หันมาปฏิบัติธรรม เพื่อกล่อมเกลาจิตใจ แต่ก็นั่นแหละบางทีการมาเยือนของคนหมู่มากมันก็นำมาซึ่งปัญหา

 

“คนที่รู้คุณค่าก็จะมีจิตสำนึกของการรู้รักษา การพัฒนาจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่ใส่ใจพื้นฐานของตนเอง” 

จะว่าไปแล้ว ปัจจุบันนี้คำว่า”ความเจริญกับจิตสำนึก” ดูเหมือนจะเดินสวนทางกันตลอดครับ อย่างเช่นคนรุ่นใหม่ๆ เมื่อเรียนจบก็มักจะออกแสวงหาที่ทำงานกันแต่ในเมืองหลวงหรือตามแหล่งที่เจริญ มากกว่าจะหันกลับมาทำงานและพัฒนาความเจริญให้กับแผ่นดินเกิดของตนเอง 

แต่ก็ยังนับเป็นโชตดีอย่างหนึ่งครับที่ความเจริญยังไม่สามารถกลืนกินได้ทั้งหมด เพราะทุกวันนี้เรายังคงพอมองเห็นใครบางคนที่มีความใส่ใจและสำนึกในพื้นฐานของตนเอง โดยมีการตั้งปณิธานกับตนเองเอาไว้ว่า..จะต้องพัฒนาแผ่นดินที่ตนเองอาศัยอยู่ให้มีความเจริญมากที่สุดเท่าที่ตนเองจะมีแรงทำได้ 

ย้อนหลังไปในวันแรกที่หลวงพ่อสารันต์ได้เดินธุดงค์มาถึงวัดดงน้อย 

ไม่มีชาวบ้านคนไหนคิดเลยว่า การมาถึงของพระภิกษุวัยกลางคนองค์นี้จะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองแก่วัดและท้องถิ่น จนเมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปี ผลของการทำงานอย่างหนักเริ่มสัมฤทธิ์ผลเป็นระยะๆ จนถึงที่สุด หลวงพ่อบอกว่าเมื่อภายในวัดมีความสมบูรณ์แล้ว ต่อไปนี้ท่านจะได้ใช้เวลาที่เหลือไปปฏิบัติธรรมหรือออกเดินธุดงค์ตามความตั้งใจเดิมของท่าน 

แต่ก็เหมือนว่าฟ้าดินจะไม่เป็นใจกับท่านนัก เพราะสัจธรรมที่ว่าความเจริญมักจะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงเริ่มออกดอก ออกผลให้ท่านได้เห็น  

ท่านว่าถนนดินเล็กๆ หน้าวัดได้เปลี่ยนเป็นถนนลาดยางขนาดใหญ่  

การสัญจรที่เดิมใช้รถจักรยานและการเดินเท้า เริ่มค่อยๆ หายไปโดยมีรถยนต์หลากชนิดเข้ามาแทนที่  

ความสัมพันธ์ของคนผ่านทางที่เคยพูดคุยกันด้วยวิธีหยุดปั่นจักรยานและหยุดเดิน เปลี่ยนมาเป็นการบีบแตรเร่งเครื่องใส่กัน ฯลฯ  

ด้วยความเจริญทางวัตถุที่ค่อยๆ เข้ามาโอบล้อมวัดดงน้อยทีละเล็กทีละน้อย ทำให้หลวงพ่อเริ่มคิดหาสถานที่แห่งใหม่เพื่อใช้สำหรับรองรับผู้ที่ใฝ่ปฏิบัติธรรมอย่างชัดเจน ซึ่งความต้องการของหลวงพ่อครั้งนี้ต้องบอกว่าฟ้าดินได้เปิดทางให้แล้วครับ เรื่องมีอยู่ว่า

 

วันหนึ่งได้มีลูกศิษย์ใจบุญท่านหนึ่งได้บอกถวายที่ดินในเขตอำเภอโคกสำโรง สำหรับให้หลวงพ่อสร้างวัดเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  

หลวงพ่อเล่าว่า”สถานที่ทำงาน” แห่งใหม่ของท่านมีขนาดร้อยกว่าไร่ ครั้งแรกที่เห็นเล่นเอาแทบถอดใจ เพราะนอกจากความยากลำบากในการเข้าถึงแล้ว ในสถานที่ทำงานแห่งใหม่ยังมีพนักงานที่ประกอบไปด้วย ภูเขาหัวโล้นๆ หนึ่งลูก ดงหญ้าคาไม่รู้กี่พันต่อกี่พันกอ ทางโน้นบริเวณท้ายพื้นที่ที่ลึกท่วมหัวมีบ่อน้ำเล็กๆ ที่มีแต่ความว่างเปล่า สภาพทั่วไปของพื้นที่ก็ราบเรียบเหมือนพื้นผิวดวงจันทร์ นี่ยังไม่นับรวมปริมาณฝุ่นสีแดงจำนวนมากที่ปลิวฟุ้งทุกครั้งยามเมื่อสายลมโบกโบย  

สอบถามชาวบ้านแถวนี้แล้ว เขาเรียกพื้นที่บริเวณนี้ว่า

“บ้านเขาเตียน” 

ท้ายสุดของคำตอบที่ชาวบ้านบอกกับหลวงพ่อคือ ด้านที่ติดกับชายป่าฝั่งซ้ายเป็นสนามซ้อมรบของทหาร

 

“ตอนแรกคิดว่าจะแค่ปลูกต้นไม้เล่นๆ เพราะสภาพของพื้นที่แบบนี้คงทำอะไรไม่ได้มากนัก

ต่อมาได้อ่านที่ในหลวงทรงสอนว่า การจะทำอะไรลงในพื้นที่ ต้องให้ความเคารพกับสังคม โดยการปรับตัวเข้ากับธรรมชาติของสถานที่นั้นๆ   

เรื่องคนก็สำคัญ ท่านตรัสว่าเราต้องเคารพผู้คน โดยต้องดูความต้องการและกำลังของคนในพื้นที่ด้วย” 

ด้วยการตีความว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” มิใช่เป็นแค่เรื่องของการค้าขาย การส่งออก หรือการทำมาหากินเท่านั้น แต่ความพอเพียงนี้ยังหมายความถึงการรักษาสภาพของความเป็นอยู่แบบพึ่งพาตนเอง ทำให้หลวงพ่อเกิดแรงบันดาลใจอันนำไปสู่การลงมือทำ 

หลวงพ่อบอกว่าหนังสือเล่มไหนก็จำไม่ได้เขาเขียนไว้ว่า 

“ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากโชค แต่เกิดจากการทำงานหนักด้วยความรอบคอบต่างหาก”

 

“เราไม่ได้เรียนจบสูงๆ แต่ก็พอจะมีความรู้อยู่บ้าง วางแผนจัดวางตำแหน่งในพื้นที่ให้ดี ต้องมีความยืดหยุ่นในการทำงาน ปรับนิดแต่งหน่อย รักษาธรรมชาติของพื้นที่เอาไว้

อย่างตรงนั้น ขุดแต่บ่อน้ำไว้สำหรับใช้ในสถานที่ ดินที่ขุดขึ้นนำมาปรับแต่งพื้นที่ ตรงที่สร้างพระเจดีย์ก็ก่อสร้างบริเวณยอดเขา จะช่วยเสริมให้พระเจดีย์สวยสง่าเมื่อมองจากไกลๆ” 

นอกจากนี้เหตุผลอีกประการหนึ่งที่หลวงพ่อมองเห็นและคิดว่าจำเป็นต้องรีบทำก็คือ ในช่วงนี้เรื่องของการปฏิบัติธรรมเพื่อความสงบเป็นที่นิยมแพร่หลายกันทั่วไป ท่านว่าเรื่องนี้ดูได้จากสื่อต่างๆ ที่เกือบจะทุกสื่อจะมีที่ว่างไว้ให้ลงเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาในวันพระ หรือแม้แต่รายการโทรทัศน์ก็ยังมีการแนะนำสถานที่ปฏิบัติธรรมกันอย่างกว้างขวาง 

ซึ่งเรื่องเหล่านี้หลวงพ่อบอกว่ามันไม่ใช่เป็นแค่กระแสสังคม แต่มันเป็นการสะท้อนให้เห็นภาพของคนทั่วไปว่าเริ่มเบื่อหน่ายกับสภาพของสังคมที่ยุ่งเหยิงในทุกวันนี้ สำหรับการเริ่มต้นลงมือทำนั้น หลวงพ่อได้เริ่มต้นด้วยวิธีใกล้ตัวที่สุด คือการขอความร่วมมือจากคนในพื้นที่และกลุ่มลูกศิษย์ที่เคารพนับถือกัน ทำการปลูกต้นไม้จำนวนกว่าแสนต้นลงในพื้นที่ 

เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มถามท่านว่า ทำไมถึงไม่สร้างกำแพงเพื่อกำหนดเขตพื้นที่ก่อน 

ท่านตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า 

“ที่นี่ใช้จิตใจเป็นรั้วเป็นกำแพง”

 

จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ นี้เอง ก่อให้เกิดความร่วมมือจากหลายฝ่าย เช่น ฝ่ายสงฆ์ ฝ่ายฆราวาส ฝ่ายทหาร โดยมีหลวงพ่อสารันต์เป็นเหมือนดั่งศูนย์กลาง ซึ่งมติของการร่วมมือครั้งนี้ออกเป็นเอกฉันท์ว่า จะขอดำเนินการด้วยตนเอง โดยไม่ขอเพิ่มทุนช่วยเหลือจากทางราชการ จนเมื่อมีการก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ ๘๐ เปอร์เซนต์นั่นแหละจึงจะทำเรื่องน้อมเกล้าทูลถวาย ซึ่งกว่าจะโปรดเกล้าลงมาก็คงจะพอดีกับ ๒๐ เปอร์เซนต์ที่เหลือเสร็จสมบูรณ์ 

นอกจากนี้ในช่วงเทศกาลวันสำคัญ หลวงพ่อได้ระดมทุนเป็นแรงงานจากญาติโยม ทหารและนักเรียนเข้ามาช่วยกันปลูกป่าเพื่อเป็นการลดรายจ่ายและสร้างความสามัคคีขึ้นในหมู่คณะ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้โครงการภายใต้การทำงานอย่างจริงจังของหลวงพ่อและกำลังพลที่มีอยู่ จะเป็นการดำเนินการอย่างระมัดระวังและค่อยเป็นค่อยไป แต่โดยองค์รวมแล้วความสำเร็จของโครงการส่วนหนึ่งยังคงประสบกับปัญหาพิษเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

“ในช่วงปี ๒๕๕๑ เศรษฐกิจแย่มากๆ คิดดูเหล็กเส้นที่เคยซื้อจากเส้นละ ๘๐๐ บาท เพิ่มขึ้นเป็นเส้นละ ๑,๕๐๐ บาท เหนื่อยสาหัส

เราใช้วิธีชลองานก่อสร้างให้น้อยลงแต่ไม่หยุด เคลียร์บิลใบต่อใบ คิดว่าถ้าร้านเขาอยู่ไม่ได้ เราก็สร้างไม่เสร็จ ร้านค้าเขาก็ดีบอกว่า เอาเถอะหลวงพ่อจ่ายเท่าที่มี อยากได้เงินก็จริง แต่อยากได้แบบสบายทั้งสองฝ่ายดีกว่า” 

จากการพัฒนาพื้นที่นานเกือบสิบปี “เขาเตียน” เริ่มฟื้นคืนชีพขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อย กระต่ายป่าตัวน้อยๆ เริ่มออกมาวิ่งเริงร่าแบบไม่เกรงกลัวสายตาของพวกเรา เสียงนกร้องจิ๊บจั๊บ จิ๊บจั๊บ ก้าวเข้ามาแทนที่เสียงสายลมวิ้ว วิ้ว ที่เคยพัดผ่านแบบแห้งแล้ง

หลวงพ่อบอกกับพวกเราว่า พวกโยมมาผิดเวลาไปหน่อย หากมาก่อนหน้านี้สักนิด ต้นไม้กำลังออกดอก จะเป็นช่วงที่สวยงามมากเหมาะแก่การถ่ายรูป  

แต่ก็นั่นแหละครับความสวยงามที่สายตาเราเห็นมันก็เป็นสิ่งที่ไม่จีรัง เพราะหลวงพ่อเมตตาอธิบายว่า การยืนต้นผลิและผลัดใบต่างหาก มันบอกถึงความจริงในสัจธรรมของชีวิต ที่มีเกิด ดำรงอยู่และดับไป เหมือนใบไม้ที่แห้งหลุดจากต้น ท่านว่าความงามตามวัฏจักรของชีวิตนั่นแหละคือความงามที่มีอยู่จริง

 

“ธรรมะเป็นเรื่องใกล้ตัว ขึ้นอยู่กับการมองเห็นของแต่ละคน อย่างเช่นการทำงานก็คือการปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่ง เป็นการฝึกสมาธิ ฝึกให้รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่

ถ้าเหม่อลอยจิตใจวอกแวกออกจากงาน ก็ต้องตามมันให้ทัน ตามมันกลับมาสู่สมาธิให้ได้ ของอย่างนี้ต้องหัด ต้องฝึก ต้องสังเกตุ ไม่มีใครทำแทนใครได้” 

หลวงพ่อบอกว่าถ้าเป็นเมื่อก่อนพอออกพรรษารับกฐินเรียบร้อย ท่านก็จะออกเดินธุดงค์ตลอด การเดินธุดงค์แต่ละครั้งจะกินเวลาประมาณ ๔-๕ เดือน ท่านว่าการออกเดินธุดงค์เหมือนกับเป็นการออกกำลังกายชนิดหนึ่ง แต่เป็นการออกกำลังกายที่มีผลตอบแทนเป็น “บุญ” และ “ความสมบูรณ์ของร่างกายและจิตใจ” มาในช่วง ๙-๑๐ ปีผ่านมานี้เอง ที่ท่านได้หยุดเดินธุดงค์เพราะต้องหันมาดูแลและควบคุมการก่อสร้างธรรมสถานเฉลิมพระเกียรติ (สวนป่านิเวศน์ธรรมรักษ์) แห่งนี้

 

กิจวัตรประจำวันของหลวงพ่อในธรรมสถานฯ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตีสี่โดยการสวดมนต์นั่งสมาธิ ครั้นพอท้องฟ้าเริ่มทอแสงจนสามารถมองเห็นลายมือและใบไม้ ท่านก็จะเริ่มออกเดินบิณฑบาตรเข้าไปในหมู่บ้านละแวกนี้ ภายในเส้นทางไปกลับประมาณ ๔ กม. หลวงพ่อใช้เวลาในการเดินไม่เกิน ๑ ชม. ก็จะกลับมาถึงธรรมสถานฯ ท่านว่าหากอยู่วัดดงน้อย คงไม่มีโอกาสได้ออกเดินบิณฑบาตรทุกวัน เนื่องจากกิจนิมนต์ที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่องและต้องออกเดินทางตลอดเวลา นอกจากนี้ผลข้างเคียงของการอยู่ในธรรมสถานฯ ที่สร้างความพึงพอใจให้กับคณะลูกศิษย์มากที่สุดก็คือ  

“หลวงพ่อมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น ลดการหาหมอและการใช้ยา” 

การใช้เวลาในยามว่างปลีกตัวออกจากวัดดงน้อยและเข้ามาทำงานในธรรมสถานฯ แห่งนี้ นอกจากจะช่วยให้หลวงพ่อมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงขึ้นแล้ว ยังเป็นเหมือนการใส่ปุ๋ยชั้นดีให้กับสิ่งปลูกสร้างที่มีอยู่ในธรรมสถานฯ เพราะหลังจากลงมือทำไปเพียงไม่ถึงห้าปี สิ่งก่อสร้างต่างๆ เช่น กุฏิ ศาลา โรงครัว ห้องน้ำ ฯลฯ เริ่มปรากฏโฉมออกมาอวดแก่สายตาของชาวบ้านในละแวกนั้น 

และเมื่อวันใดที่ปฏิทินระบุว่าเป็นวันพระและวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ก็จะเห็นชาวบ้านอุ้มลูกจูงหลานออกมาทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ฟังธรรม จากผลตอบรับที่เกิดขึ้นนี้เอง ทำให้หลวงพ่อมีความมั่นใจว่าหนทางที่ท่านได้เดินเข้ามาถูกต้องแล้ว 

หลวงพ่อบอกว่า สิ่งที่น่ายินดีคือการที่มีชาวบ้านออกมาทำบุญ เพราะนั่นหมายถึง การก้าวรุกไปข้างหน้าของท่าน 

นอกจากนี้หลวงพ่อยังมีความเห็นว่าการที่จะให้เขาเตียนแห่งนี้ฟื้นคืนชีพกลับขึ้นมา ตัวของธรรมสถานฯ เอง ต้องเป็นเสมือนแหล่งน้ำชั้นดีที่สามารถหล่อเลี้ยงทุกสรรพสิ่งภายในอาณาเขตและจะต้องไหลซึมออกไปข้างนอกเพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับผืนแผ่นดินรอบๆ อีกด้วย

 

“เรามีการแลกเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยกับวัดที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ทางวัดมีความต้องการใช้เงินปรับปรุงเสนาสนะภายในวัดให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ ซึ่งลูกศิษย์ที่ถวายที่ดินผืนนี้ได้นำเงินไปถวายให้กับเจ้าอาวาสเรียบร้อยแล้ว

โดยส่วนของเราขอใช้พื้นที่ของวัดบริเวณที่ติดกับด้านหลังของที่ดินผืนนี้ ซึ่งเดิมเป็นป่าช้าเก่า ทำการพัฒนาและปลูกป่า เผื่อคนที่ปฏิบัติธรรมจะใช้เดินจงกลม” 

ครับ น้ำเสียง ท่าทางและเรื่องเล่าจากหลวงพ่อทำให้ฟังดูแล้วเหมือนมันจะเป็นเรื่องง่ายๆ ทั้งๆ ที่พวกเราทุกคนคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ยาก ขนาดว่าชาตินี้ยังไม่เคยมีใครในกลุ่มคิดจะทำเลย แต่หลวงพ่อท่านก็ย้ำว่า มันเป็นการทำงานที่ง่ายจริงๆ นะ เพราะมันเป็นการร่วมแรงร่วมใจกันทำ ผลสำเร็จมันเลยปรากฏผลให้เห็นคาตา

 

“หัวใจของความสำเร็จ ในหลวงท่านทรงตรัสไว้แล้วว่า เราต้องช่วยเหลือตัวเราก่อน เราต้องพึ่งตัวเองให้ได้ก่อนที่จะออกไปช่วยเหลือคนอื่น ทุกคนต้องสนใจสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว เอาความจริงมาคุยกัน 

เรื่องนี้พระพุทธเจ้าท่านก็สอนไว้แล้วว่าให้ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน จงพึงพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ หากทำได้อย่างนี้ เท่ากับเป็นการกำจัดกิเลสในใจ คือความอยากได้ อยากมี ออกไป นั่นแหละคือความพอเพียง” 

เสียงกรอบแกรบ กรอบแกรบ ที่เกิดจากการเดินเหยียบลงบนใบไม้แห้ง ทำให้พวกเราทราบโดยอัตโนมัติว่า พื้นที่ซึ่งเดิมแข็งขนาดต้นหญ้ายังยอมแพ้ไม่กลับมาเกิด ได้ถูกพลิกฟื้นขึ้นมาเป็นป่าอีกครั้งภายใต้การดูแลเอาใจใส่ของหลวงพ่อองค์เก่ง 

ถึงแม้ว่า ณ ตอนนี้ ต้นไม้จะไม่สูงใหญ่และเราจะไม่สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้มากมายนัก แต่ต้นไม้ในธรรมสถานฯ ทุกต้นก็คือตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมอย่างหนึ่งของหลวงพ่อในการพัฒนาแผ่นดินให้ยั่งยืนตามแนวพระราชดำริ 

หลวงพ่อบอกว่า การดำเนินตามแนวพระราชดำริก็เหมือนการสนองคุณประเทศชาติ 

ประเทศที่ให้แผ่นดินแก่เราได้ยืน ได้พักอาศัย 

ซึ่งภายในประเทศของเราประกอบไปด้วย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทั้งสามส่วนนี้เป็นสิ่งที่คนไทยทั้งชาติต้องช่วยกันดูแลรักษา 

เคยมีนายทหารท่านหนึ่งบอกกับหลวงพ่อว่า เขาเป็นทหาร รบเพื่อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ดังนั้นเขาคือ 

“ทหารของพระราชา” 

หลวงพ่อจึงตอบไปบ้างว่า หลวงพ่อเป็นพระ เป็นนักรบพิทักษ์พระพุทธศาสนา ซึ่งมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะเอกอัครศาสนูปถัมถก 

“หลวงพ่อก็ต้องเป็นพระของพระราชาด้วยเหมือนกัน” 

พวกเราพร้อมใจกันตอบโดยมิได้นัดหมาย 

หลวงพ่ออมยิ้มไม่พูดอะไร 

ทุกๆ วัน หากหลวงพ่อมีเวลาว่าง ท่านก็มักจะมาที่ธรรมสถานแห่งนี้ เพื่อเดินดูความคืบหน้าของการก่อสร้างธรรมสถานเฉลิมพระเกียรติ (สวนป่านิเวศน์ธรรมรักษ์) จากวันนั้นที่เริ่มต้นจนมาถึงวันนี้ พื้นที่ที่เคยแห้งแล้งหมดอนาคตได้กลายมาเป็นสถานที่สำหรับปฏิบัติธรรม สถานที่ที่ใช้สำหรับสร้างอนาคตแก่ผู้ปฏิบัติธรรม  

จากจุดที่พวกเรายืนอยู่ ท่านชี้ขึ้นไปบนยอดเขาที่กำลังสร้างพระเจดีย์แล้วบอกว่า คงเหลืออย่างเดียวที่ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ พร้อมกับอธิบายเพิ่มเติมว่า

 

“พระเจดีย์ เป็นหลักฐานสำคัญของพระพุทธศาสนา เป็นการประกาศให้ทุกคนรู้ว่าในแผ่นดินแห่งนี้มีพระพุทธศาสนาเป็นสำคัญ อย่างเช่นองค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม ซึ่งไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด องค์พระปฐมเจดีย์ก็ยังคงดำรงอยู่ ยังคงประกาศพระพุทธศาสนาให้คนทั่วไปได้รู้ได้เห็น 

เราไม่สนใจหรอกว่า เมื่อสร้างขึ้นมาแล้ว จะมีคนมากราบไหว้หรือไม่ เพราะความสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่ต้องเรียกร้องให้ใครมากราบไหว้

ความสำคัญมันอยู่ตรงที่เมื่อคุณตั้งใจมากราบไหว้ คุณก็จะทราบได้ทันทีว่าพระเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในสมัยใคร ใครเป็นพระมหากษัตริย์ พระพุทธศาสนาเจริญบนแผ่นดินนี้ในสมัยของพระมหากษัตริย์พระองค์นั้น นั่นแหละคือความตั้งใจ” 

ผมฟังเรื่องนี้แล้วอดเรียนถามท่านไม่ได้ 

“อีกนานไหมกว่าจะเสร็จ แล้วหลวงพ่อกังวลใจหรือเปล่าครับ”  

แทนคำตอบ หลวงพ่อได้พูดขึ้นว่า

 

“ไม่มีความกังวลใจ ทำไปเรื่อยๆ มันไม่เหนื่อยเพราะเราไม่ได้กังวลว่ามันจะต้องเสร็จในขณะที่เรามีชีวิตอยู่

ถ้าเราทำความดีและตั้งใจทำเพื่อสนองคุณแผ่นดินแล้ว ถึงตายไปในขณะที่สร้างไม่เสร็จก็ไม่เป็นปัญหา เพราะความดีและความตั้งใจทำอันนี้จะต้องมีคนมาสานต่อ

เราเชื่อของเราอย่างนี้” 

สวัสดีครับ

 

กราบขอบพระคุณ ท่านพระครูจันทสิริธร (หลวงพ่อสารันต์ จันทนูปโม) เจ้าอาวาสวัดดงน้อย ที่เมตตาให้ข้อมูล คุณพรชนก สุขพงษ์ไทย สำหรับภาพประกอบ เพื่อนต่อกับคำแนะนำ คุณสมบูรณ์ ร้านนายฮ้อ สระบุรี สำหรับกำลังใจที่มีให้ตลอดมาครับ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
beckyblooms วันที่ : 14/01/2011 เวลา : 21.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

วันนี้เล่าเรื่องหลวงพ่อรูปนี้ให้คนฝรั่งเศสคนนึงฟัง..เค้าประทับใจมากเลยล่ะ..

มาเล่า..จะได้ภูมิใจอ่ะ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 01/01/2011 เวลา : 20.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ในวาระ ดิถี ขึ้นปีใหม่
ขออำนวย อวยชัย ท่านทั้งผอง
สุขภาพ สมบรูณ์ อุดมพร
การงานคล่อง ว่องไว ให้เจริญ

ให้มีทรัพย์ ร่ำรวย ด้วยยศศักดิ์
ให้ประจักษ์ แก่ปัญญา มหาศาล
ให้มีรัก มีครอบครัว สุขสำราญ
ตลอดกาล ตลอดไป ให้โชคดี

~*~ สายลมที่ผ่านมา ~*~

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 01/01/2011 เวลา : 20.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ความคิดเห็นที่ 23 (0)
chaiyassu วันที่ : 31/12/2010 เวลา : 17.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

แวะมาเยี่ยมศิษย์กวง
ขอให้มีความสุขวันขึ้นปีใหม่



ความคิดเห็นที่ 22 (0)
beckyblooms วันที่ : 28/12/2010 เวลา : 23.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

โห..เพิ่งเห็นคำว่าอุดหนุน..จะดีเหรอขอรับ

ดีใจๆ..ขอบพระคุณมากๆเลยคุณกวงบัง..

ท่านเป็นภิกษุที่ฉันอยากเจอมากจริงๆ..

ป.ล. วันนี้นินทาด้วย..และก็เลยรู้ว่า มีคนนินทาชั้น..ใจร้ายเป็นที่สุด..แต่ก็..อาจจะจริง..ฮ่า..

ได้คุยเรื่อง ควาใจกว้างของศาสนากับผู้คนด้วยอ่ะ.. ยังคิดถึงคุณกวงบังเลย.. อันนี้ชมนะยะ.. เพราะถ้าใจเราคับแคบ เราก็มองอย่างคับแคบ..แล้วเราจะได้อะไรจากการตีกรอบตัวเองอย่างนั้น..เค้าคิดแบบนี้นะ..

แต่วันนี้เป็นคนดี..ไม่โทรไปแกล้งตอนเกือบ 6 โมงเช้าอ่ะ.. เคยมาแล้ว..มีความสุขมาก..มันจี๊ดใจ..
(คงรู้ว่าหมายถึงใคร.. อย่าเอ่ยชื่อเค้า หมู่เฮาเกรงใจ.. )

ขอบคุณมากๆเลยนะคะ..เรื่องหลวงพ่ออ่ะ.. ดีใจมากๆเลย เป็นของขวัญปีใหม่ที่ดี อันนี้รู้สึกเอง..

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
SOMBOONTIEW วันที่ : 28/12/2010 เวลา : 16.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somboontiew
เราจักทำเวบหลวงปู่ทิม วัดพระขาว ด้วยใจต้องการบูชาพระคุณ หลวงปู่ www.luangputim.com

สิบเต็มสิบอีกแล้ว

มาสวัสดีและทวงถามถึงการมาเยือนสระบุรีครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ดินเดินทาง วันที่ : 28/12/2010 เวลา : 16.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/din-travel

นู๋ไม่รู้จักหลวงพ่อมาก่อนเลยอ่ะเฮีย

แต่อ่านประวัติของท่านแล้วทึ่ง เดินธุดงส์ที่หลายเดือน เหมือนออกกำลังกาย(ท่านคิดได้ประโยชน์มั่กมาก))



..หลวงพ่อท่านทำงานไม่เหนื่อยเพราะหัวใจแกร่ง

นู๋ทำงานไม่เหนื่อย..แต่หัวใจนู่โคตรเหนื่อยจิงๆนะ เฮีย




...


ดินขอให้เฮียมีความสุข

สุขภาพแข็งแรง

มีพลังใจมากมาย

เปงที่รักแด่คนทั่วไป อิอิ




ปล. ปีใหม่ เฮีย ไปเที่ยวไหนอ่ะ...

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 28/12/2010 เวลา : 00.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอุดหนุนครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
chailasalle วันที่ : 24/12/2010 เวลา : 01.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

อ่านเบื้องหลังการพัฒนาแล้วเหนื่อยแทนท่านจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
beckyblooms วันที่ : 20/12/2010 เวลา : 19.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

หยูฮู.. มาบอกว่า แสนจะต้องการเลยค่ะ ในการได้สนทนากับท่าน..

สารภาพว่า เค้าอ่านบางตอนท้ายๆ น้ำตาซึมเลยนะ..

ชื่นชมมากจริงๆ..

อาจจะเป็นเพราะท่านไม่ พร้ะ..พระด้วยก็ได้.. ไม่รู้สิ..อธิบายไม่ถูก..แล้วเขียนซะอยากรู้เลยว่า ตอนเขมรแตกเกิดอะไรขึ้นกับท่านอ่ะ..

เรื่องนึงที่ได้จากการอ่านแล้วเหมือนสะกิดใจเราก็คือ.. ถ้ามันดีในสิ่งที่ทำ ไม่ต้องรีบนักก็ได้.. อะไรที่ดีก็ดีอยู่แล้ว..

โห.. เหมือนน้ำอะไรเย็นๆ ในวันที่ร้อนผ่าวเหลือเกิน.. จริงๆนะ..

ถ้าทำสารคดีเรื่องท่าน..เค้าจะไม่ทำให้ออกมาเหมือนชีวิตพระอย่างที่เห็นกันหรอก.. น่าจะเป็นอีกแนว ที่งดงาม จับต้องได้..และเกิดขึ้นจริง.. น่าจะแนวนั้น..

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 20/12/2010 เวลา : 14.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

ไม่ได้มาหลายวัน
น้องท่าน
เขียนเรื่องใหม่
แต่ อ่านแล้ว
ยัง สุดยอดเหมือนเดิม ครับ

เมืองไทย
พระอริยสงฆ์ มากจริงๆ

แนะนำเรื่อยๆนะครับ
เผื่อ มีบุญ
ได้ไปกราบท่านบ้าง

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 19/12/2010 เวลา : 10.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

ขอบคุณทุกท่านมากครับ
ศิษย์พี่ คุณนักข่าวอิสระ ครูแดง คุณเบ็คกี้ น้องเอสซี่ คุณโคซี่ คุณเบญจพรและน้องเพชร / หลวงพ่อท่านเป็นพระที่มี จิตสาธารณะสูงและเมตตาต่อทุกคนครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
เพชรชมพู วันที่ : 16/12/2010 เวลา : 08.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinkdiamond
                      

อุ่ย .. ลืม

สวัสดีค่ะเฮีย .. สวัสดีค่ะพี่เปิ้ล

คิดถึงพี่ทั้งสองนะคะ




ความคิดเห็นที่ 13 (0)
เพชรชมพู วันที่ : 16/12/2010 เวลา : 08.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinkdiamond
                      

" มาเป็นกำลังใจให้คุณนะคะ "

ฮริ้ววววววววววววววววววว

อ่านแล้วชื่นใจยามเช้า

v
v
v

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
เบญจพร วันที่ : 16/12/2010 เวลา : 07.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/benjaporn

มากราบหลวงพ่อค่ะ

ท่านมีเมตตากับพวกเรามากมาย

มาเป็นกำลังใจให้คุณนะคะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
cozy วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 16.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

มาตามเสียงวู้วู้ ....

ชอบประโยคนี้มากสหาย ธรรมะเป็นเรื่องใกล้ตัว ขึ้นอยู่กับการมองเห็นของแต่ละคน อย่างเช่นการทำงานก็คือการปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่ง เป็นการฝึกสมาธิ ฝึกให้รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่

ถ้าเหม่อลอยจิตใจวอกแวกออกจากงาน ก็ต้องตามมันให้ทัน ตามมันกลับมาสู่สมาธิให้ได้ ของอย่างนี้ต้องหัด ต้องฝึก ต้องสังเกตุ ไม่มีใครทำแทนใครได้

เพราะบางทีผมก็ออกเป็นอย่างนี้บ่อยๆ

ฟังเพลงที่สั่งไปให้ถึงไหนแล้ว สหาย The stone สุดยอดเลยนะ เซตนั้น ....

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
เพชรชมพู วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 15.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinkdiamond
                      

อ่านจบ ได้มา 4 คำค่ะเฮีย

สติ ปัญญา ศรัทธา และ พอเพียง


ความคิดเห็นที่ 9 (0)
นู๋เอสซี่ วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 13.30 น.

ขอบคุณครับ พี่ศิษย์กวง

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
beckyblooms วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 12.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

ลพบุรีเอง..

ทีหลังไป บอกด้วยจิ..อยากไป..ไปยากมั้ย..ไปคนเดียวก็ได้นะ.. บางทีชวนคนแล้วจะเรื่องเยอะ..เค้าสามารถอ่ะ..อยากไปจริงๆ.. ชื่นชมพระแบบนี้มากๆเลย..

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
beckyblooms วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 12.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

คุณกวงบัง..

เค้าชอบเรื่องนี้มากๆเลยอ่ะ..

ทำไมไม่เขียนเยอะๆ.. เป็นเอนทรี่ที่ดีที่สุดเรื่องนึงที่เค้าเคยอ่านจากโอเคเนชั่นเลย..อันนี้ส่วนตัวเรานะคะ..

ชอบมาก..ประทับใจ.. ทุกห้วงของความคิดและการกระทำของหลวงพ่อน่าพูดคุยด้วยมาก.. อ่านแล้วได้ความรู้สึกดีๆ ได้แง่คิดดีๆมากมายเลย..

ไม่แน่ใจว่าพรมน้ำมนต์ในเอนทรี่ก่อนรึเปล่ายะ (อันนี้เริ่มเสื่อมแล้ว..ไม่ดีๆ ซอรี่ )

ชอบมากจริงๆคุณ..

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ครูแดง วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 08.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-สาธุๆๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ครูแดง วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 08.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-สาธุๆๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นักข่าวอิสระ วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 07.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/news2

พุทธเราสอนเรื่องให้รู้จักทุกข์และให้รู้จักวิธีดับทุกข์มันมีเพียงเท่านี้

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
musachiza วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 03.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

อีกครั้งที่พลังศรัทธา..ได้รวมทุกอย่าง
ไห้พลิกฟื้นแผ่นดินแห้งแล้ง
ให้กลับมาชุ่มชื่น
ทั้งภายในและภายนอก
เป็นเรื่องราวที่สร้างกำัลังใจ
และรักในแผ่นดินเกิดได้ดีจริงๆครับ
ศิษย์น้องสบายดีนะครับ
ใกล้ปีใหม่อีกแล้วนะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
musachiza วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 03.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

อีกครั้งที่พลังศรัทธา..ได้รวมทุกอย่าง
ไห้พลิกฟื้นแผ่นดินแห้งแล้ง
ให้กลับมาชุ่มชื่น
ทั้งภายในและภายนอก
เป็นเรื่องราวที่สร้างกำัลังใจ
และรักในแผ่นดินเกิดได้ดีจริงๆครับ
ศิษย์น้องสบายดีนะครับ
ใกล้ปีใหม่อีกแล้วนะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
musachiza วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 03.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

อีกครั้งที่พลังศรัทธา..ได้รวมทุกอย่าง
ไห้พลิกฟื้นแผ่นดินแห้งแล้ง
ให้กลับมาชุ่มชื่น
ทั้งภายในและภายนอก
เป็นเรื่องราวที่สร้างกำัลังใจ
และรักในแผ่นดินเกิดได้ดีจริงๆครับ
ศิษย์น้องสบายดีนะครับ
ใกล้ปีใหม่อีกแล้วนะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]