• ศิษย์กวง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-23
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 2224173
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1500 คน
Sitthi
ดาวนับแสนที่มีวงแหวนนับร้อย ทั้งดาวเคราะห์น้อย ดาวฤกษ์ลอยคว้างๆ ดาวทุกดวงนั้นย่อมจะแตกต่าง มีเส้นทางหมุนของตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi
วันพฤหัสบดี ที่ 27 มกราคม 2554
Posted by ศิษย์กวง , ผู้อ่าน : 24057 , 01:11:51 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน opads , ดินเดินทาง และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

ไม่มีใครคาดคิดว่า พายุฝนที่ตกกระหน่ำบริเวณเหนือท้องทุ่งรังสิตในช่วงบ่ายของวันอาทิตย์ที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๒๓ จะเป็นเสมือนรางบอกเหตุแห่งการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่งของคนไทย เพราะในวันเวลาดังกล่าวเครื่องบินของบริษัทเดินอากาศไทย เที่ยวบินจากจังหวัดอุดรธานี ได้เสียหลักตกลงในท้องนาเขตอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บมากมายจากอุบัติเหตุครั้งนี้ 

ในบรรดาผู้โดยสารที่เดินทางมากับเที่ยวบินนั้น มีพระอริยสงฆ์องค์สำคัญและเป็นที่เคารพนับถือของพุทธศาสนิกชนชาวไทย ได้มรณะภาพลงถึง ๕ องค์ คือ พระอาจารย์วัน อุตตโม (พระอุดมสังวรวิสุทธิเถระ) วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร วัดป่าแก้ว บ้านชุมพล พระอาจารย์สุพัฒน์ สุขกาโม วัดป่าประสิทธิ์สามัคคี พระอาจารย์บุญมา ฐิตเปโม วัดสิริสาลวัน และพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ วัดเจติยาคิรีวิหาร (ภูทอก)

  

เพื่อนรุ่นพี่ในกลุ่มเล่าให้พวกเราฟังว่า “พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ” อดีตเจ้าอาวาสวัดเจติยาคิรีวิหาร (ภูทอก) จังหวัดหนองคาย(ขณะนั้น-ปัจจุบันเป็น จ.บึงกาฬ) ท่านเป็นศิษย์รุ่นเล็กของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต นอกเหนือไปจากเรื่องของคุณธรรมและพลังของอำนาจจิตแล้ว ท่านยังได้รับการยกย่องว่าเป็นพระผู้มีวิริยะอุตสาหะเป็นเลิศครับ ผลงานการก่อสร้างชิ้นสำคัญของท่านที่คนทั่วไปรู้จักกันเป็นอย่างดีคือ การสร้างบันไดและทางเดินรอบๆ ภูทอกครับ 

ด้วยความที่ภูทอกเป็นภูเขาหินทรายที่โดดเด่น ทำให้ภูทอกมีดีตรงทัศนียภาพที่แอบอิงไปกับธรรมชาติรอบๆ พื้นที่ ซึ่งประกอบไปด้วย สัตว์ป่า ต้นไม้ เพิงผาและโขดหิน นอกจากนี้หากมองด้วยสายตาในระยะไกล เราจะเห็นสิ่งปลูกสร้างที่มีเพียงกุฏิสงฆ์และทางเดินซึ่งเป็นสะพานไม้สร้างทอดโค้งไปรอบๆ เขา 

การที่ภูทอกไม่มีสิ่งปลูกสร้างมากเกินความจำเป็นมาบดบังความเป็นธรรมชาติ ทำให้หลายๆ คนเมื่อมาเห็นสถานที่จริงต่างพูดเป็นแนวทางเดียวกันว่า เป็นภูเขาที่สวยงามและมีการก่อสร้างที่น่าอัศจรรย์ราวกับเนรมิตขึ้นจากสรวงสวรรค์เลยทีเดียว

 

อย่างไรก็ตามครับ คำแนะนำเบื้องต้นสำหรับผู้ที่รักความสบายและต้องการมาที่นี่ในฐานะนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว เขาบอกว่าอาจจะรู้สึกผิดหวัง เพราะเส้นทางและจุดหมายปลายทางแห่งนี้มิได้บรรจุความสะดวกสบายไว้อย่างครบครัน เนื่องจากภูทอกไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวสาธารณะทั่วไป  

อย่าได้หวังว่าจะเจอตู้โทรศัพท์สาธารณะหรือร้านขายของที่ระลึกระหว่างทางเดิน  

เพราะภูทอกคือภูเขาที่มากไปด้วยเรื่องราวของความศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่ตั้งของวัดเจติยาคิรีวิหาร (ภูทอก) หนึ่งในวัดป่ากรรมฐานที่ยังคงถือปฏิบัติและถ่ายทอดวิถีชีวิตของพระป่าสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต อย่างเคร่งครัด

ดังนั้นภูทอกจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้ามาหาประสบการณ์จากการปฏิบัติธรรมหรือมาสัมผัสกับคุณธรรมของพระอาจารย์จวนมากกว่าครับ 

หลังจากที่เดินทางมานานหลายชั่วโมง สี่ล้อคันเก่งก็ค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาถึงวัดเจติยาคิรีวิหาร (ภูทอก) พวกเราเดินทางมาถึงพร้อมกับแสงแรกของดวงอาทิตย์ยามเช้า

ว่ากันว่า ณ สถานที่แห่งนี้เป็นที่ซึ่งความศรัทธานำหน้าการดำเนินชีวิต เม็ดดินและก้อนหินทุกก้อนต่างมีเรื่องราวบอกเล่าถึงความศรัทธาที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันครับ

 

สระน้ำกว้างใหญ่ ฝูงปลาเวียนว่าย สะท้อนเงาของท้องฟ้าและเจดีย์พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ มองจากสายตาเห็นได้ชัดเจนว่าบริเวณรอบๆ องค์เจดีย์ถูกตกแต่งเป็นสวนไม้ดอก ไม้ประดับสลับกับก้อนหินที่ยังคงเว้นพื้นที่รอยต่อไว้สำหรับให้ไม้ดอกขนาดเล็กอีกหลายชนิดคอยขึ้นแซมแทรก ความสดใสและร่มรื่นของสถานที่ทำให้พวกเราลืมความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลกว่าหลายร้อยกิโลครับ 

พี่ชายคนดูแลสวนของวัดเจติยารามคิรีวิหาร (ภูทอก) เอ่ยแนะนำและชักชวนให้พวกเราเข้าไปกราบนมัสการรูปหล่อและพระธาตุของพระอาจารย์จวน ที่ประดิษฐานอยู่ภายในเจดีย์พิพิธภัณฑ์  

มีบันทึกไว้ว่าเมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๒๔ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานพระราชทานเพลิงศพและทรงมีพระราชดำริว่า 

“อัฐของท่านพระอาจารย์จวนนั้น ไม่ควรจะแบ่งแยกกันออกไป ควรจะเก็บรวมกันไว้ ณ ที่วัดที่เดียวกัน โดยสร้างเป็นเจดีย์เพื่อให้ศิษยานุศิษย์และประชาชนได้มาเคารพสักการะได้ทั่วกัน” 

ภายในเจดีย์พิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงอัฐบริขารของพระอาจารย์จวนออกเป็นสองกลุ่มครับ กลุ่มแรกเป็นอัฐบริขารและบริขารอาศัยที่ท่านใช้ในชีวิตประจำวัน อีกกลุ่มหนึ่งเป็นอัฐบริขารและเครื่องใช้ของท่านที่นำติดตัวสำหรับไว้ใช้ในวันที่เกิดอุบัติเหตุ

 

ตอนที่ผมยังเด็กๆ จำได้ว่าหลังจากที่มีข่าวพระอาจารย์จวนมรณะภาพจากเครื่องบินตก ทำให้ความศรัทธาในองค์ท่านและความนิยมในวัตถุมงคลที่ท่านได้เคยอธิษฐานจิตไว้ตกลงอย่างน่าตกใจ เพราะเกิดกระแสว่า เหตุใดท่านถึงต้องมรณะภาพด้วยอุบัติเหตุแบบนี้ หรือ ในเมื่อพูดว่าท่านเก่งและสามารถรู้เห็นเรื่องราวในอดีตและอนาคตได้อย่างชัดเจน ทำไมท่านถึงไม่ยอมหลีกเลี่ยงเที่ยวบินดังกล่าว ฯลฯ 

ผมเองก็ยังเด็กน้อยนัก จึงได้แต่รับฟังเพราะตัวเองก็ยังไม่เคยเจอพระอาจารย์จวนเลย และยิ่งไปกว่านั้นก็คือผมรู้จักพระอาจารย์จวนก็จากข่าวอุบัติเหตุครั้งนี้แหละครับ

ต่อมาเมื่อได้สะสมวัตถุมงคลสายวัดป่ากรรมฐาน จึงได้เริ่มศึกษาประวัติของพ่อแม่ครูบาอาจารย์และประวัติของพระอาจารย์จวนจากคำบอกเล่าของผู้ที่เคยพบท่านและจากหนังสือต่างๆ ที่เคยลงเรื่องราวของท่าน 

ผมจึงได้ทราบว่าโดยแท้จริงแล้วเรื่องของอุบัติเหตุและการมรณะภาพครั้งนี้ พระอาจารย์จวนท่านได้ทราบล่วงหน้ามานานแล้วครับ เพียงแต่ท่านได้ปล่อยวางเพราะทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับกรรม ไม่มีใครสามารถรับมอบหรือรับช่วงแทนกันได้ กรรมของใครก็กรรมของคนนั้นครับ 

การแสดงออกของท่าน เช่นการมอบหมายภารกิจ การพูดบอกลาเป็นนัย การเร่งรีบบันทึกประวัติผ่านเครื่องบันทึกเสียงด้วยตัวของท่านเอง ฯลฯ ล้วนเป็นประจักษ์พยานรองรับเรื่องการรู้ตัวล่วงหน้าครับ

นอกจากนี้ในวันที่เกิดอุบัติเหตุ ช่วงเวลาวิกฤติแห่งความเป็นความตาย ท่านยังสามารถครองสติและแผ่เมตตาบารมีของท่านออกมาช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นภัยอีกด้วยครับ

อย่างเช่นกรณีของ “บาตรบุบ” หนึ่งในอัฐบริขารที่ท่านได้นำติดตัวไปในวันที่เกิดเหตุ เรื่องมีอยู่ว่า

 

ข้าราชการผู้ใหญ่ท่านหนึ่งมีภาระกิจต้องเดินทางมาในเที่ยวบินเดียวกับพระอาจารย์จวน ในการเดินทางครั้งนี้ ข้าราชการผู้นั้นได้นำซองเอกสารซึ่งบรรจุความลับของทางราชการติดตัวมาด้วย ภายหลังจากเครื่องบินตก ซองเอกสารดังกล่าวได้สูญหายไป จึงได้มีการออกติดตามค้นหากันอย่างเงียบๆ แต่เจ้ากรรมที่หาเท่าไรก็หาไม่พบ 

ต่อมาคณะลูกศิษย์ของพระอาจารย์จวนได้มีการออกจัดเก็บอัฐบริขารของท่านที่กระจัดกระจายอยู่ในที่เกิดเหตุ ก็พบว่าบาตรของท่านที่นำติดตัวมามีสภาพที่ฝาบาตรและตัวบาตรบุบยุบลงแน่นเข้าด้วยกันเนื่องจากแรงกระแทก ซึ่งกว่าจะเปิดบาตรได้ต้องใช้วิธีออกแรงงัดจึงสำเร็จ 

ภายในบาตรของท่านพบว่ามีอัฐบริขารและเครื่องใช้ประจำของท่าน เช่นช้อนส้อม กลักสบู่ ฯลฯ ซึ่งโดยปกติแล้วการพบเห็นสิ่งของเหล่านั้นในบาตรถือเป็นเรื่องปกติครับ เพราะพระธุดงค์ท่านต้องใช้บาตรแทนกระเป๋าสำหรับเก็บสิ่งของและอัฐบริขารในยามออกเดินธุดงค์ แต่สิ่งของที่สร้างความประหลาดใจให้กับผู้พบเห็นคือ ซองจดหมายหนาๆ ซองหนึ่งที่วางอยู่บนอัฐบริขารภายในบาตร 

ซองดังกล่าวเป็นซองของราชการที่ถูกปิดผนึกอย่างดีและตีตราลับ จากการตรวจสอบในเวลาต่อมาทำให้ทราบเป็นซองเอกสารซองเดียวกับที่ทางการกำลังติดตามอยู่ คณะศิษย์จึงได้นำส่งคืนให้กับข้าราชการผู้ใหญ่ท่านนั้น

 

ประเด็นจึงมีอยู่ว่า 

ซองเอกสารดังกล่าวเข้าไปอยู่ในบาตรของพระอาจารย์จวนได้อย่างไร ทั้งๆ ที่ข้าราชการผู้ใหญ่ท่านนั้นได้นำติดตัวอยู่ตลอดเวลา 

เรื่องนี้ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่พอจะอนุมานได้ว่า 

ในขณะที่เครื่องบินกำลังจะตก วินาทีนั้นทุกๆ ชีวิตต่างมีความกังวล ความหวาดกลัวและความตายเข้าคุกคามชีวิต การมีสติอย่างมั่นคงและสามารถปล่อยวางได้เท่าที่เห็นน่าจะมีแต่พระอริยสงฆ์ทั้ง ๕ รูปนี้เท่านั้น 

จังหวะนั้นเองพระอาจารย์จวนท่านคงกำหนดจิตดูและเมื่อท่านพบว่ามีข้าราชการผู้ใหญ่ได้นำเอกสารลับที่มีความสำคัญต่อชาติบ้านเมืองติดตัวมาด้วย ท่านจึงได้ทำการโอนย้ายซองเอกสารลับซองนั้นมาไว้ในบาตรของท่าน พร้อมกับปิดผนึกความมั่นคงด้วยรอยบุบ (ตามรูป) เพื่อเป็นการเก็บรักษาไว้มิให้สูญหายหรือตกไปอยู่ในมือของผู้ไม่หวังดีต่อชาติของเราครับ 

จะว่าไปแล้วการจัดแสดงอัฐบริขารนั้นจึงมิใช่เพียงแต่ให้พวกเราได้สัมผัสกับอดีตอันน่าตื่นตาตื่นใจเท่านั้น หากแต่ยังเป็นเหมือนประตูที่เปิดรอรับผู้มาเยือนทั้งหลายให้พึงระลึกถึงหลักพระไตรลักษณ์ไว้เสมอว่า 

“สังขารทั้งหลายทั้งปวงล้วนมีสภาวะดังนี้ ล้วนเกิดแต่เหตุปัจจัย ตั้งอยู่อย่างไม่เที่ยง แปรปรวนไปมา จนดับไปในที่สุด ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนไม่ใช่เราหรือของเราอย่างแท้จริง” 

ครับ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนไม่ใช่เราหรือของเราอย่างแท้จริง..

 

พระอาจารย์จวน มีนามเดิมว่า “จวน นรมาส” เกิดเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฏาคม ๒๔๖๓ ณ บ้านเหล่ามันแกว ตำบลดงมะยาง อำเภออำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี โยมบิดามารดาของท่านชื่อ “นายสา-นางแหวะ นรมาส” 

บรรพบุรุษของท่านอพยพมาจากเวียงจันทร์ เป็นอุปฮาดของเวียงจันทร์ ต่อมาเมื่อเกิดสงครามและเวียงจันทร์แตก อุปฮาดผู้เป็นต้นตระกูลก็พาอพยพมายังประเทศไทยและได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานีในที่สุด 

เมื่อตอนท่านยังเป็นเด็ก ท่านก็ไม่เหมือนเด็กคนอื่นๆ ทั่วไปครับ กล่าวคือท่านไม่เคยทำอะไรที่ไม่ดี ไม่ถูกต้องและท่านก็ฝักใฝ่ในเรื่องของธรรมะตลอดเวลา

ท่านเล่าเสมอว่าท่านไม่ชอบฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ในเรื่องของการหยิบฉวยลักขโมยนั้น แม้แต่เข็มสักเล่มท่านก็ไม่เคยหยิบฉวยของผู้ใดเลย 

นอกจากนี้ท่านยังเป็นผู้มีความฉลาดเลิศล้ำตั้งแต่เด็กๆ ชอบใฝ่หาความรู้และพยายามจะเรียนรู้ทุกอย่างเท่าที่จะสามารถเรียนรู้ได้ ในบันทึกประวัติของท่านมีเรื่องที่กล่าวถึงความเป็นอัจฉริยะของท่านก็คือ 

เมื่อท่านอายุได้ ๑๔-๑๕ ปี ท่านได้พบพระธุดงค์มาปักกลดอยู่ใกล้บ้านก็บังเกิดความศรัทธา พระธุดงค์ได้มอบหนังสือ “ไตรสรณาคมน์” ของ “พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม”  ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการสอนให้พุทธศาสนิกชนรู้จักการเข้าถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และการปฏิบัติภาวนา ท่านได้เกิดความศรัทธาและได้หัดปฏิบัติตามนั้น

 

“เวลานั้นก็ไม่รู้จักอะไรลึกซึ้ง ด้วยหัดเอง ทำเองตามลำพังคนเดียว ไม่มีผู้รู้มาสอนให้ก้าวหน้าขึ้น ได้แต่รู้สึกว่า นั่งสมาธิแล้วก็สบายดี กายเบา จิตขาวนิ่มนวลผ่องใสเหมือนนั่งนอนอยู่บนอากาศอันนิ่มนวล ทำให้จิตใจดูดดื่มมาก นึกอยากจะภาวนาเสมอๆ ถ้าวันไหนใจไม่สบาย ก็ต้องเข้าที่นั่งสมาธิภาวนา สงบใจเสมอ” 

ต่อมาเมื่อท่านอายุได้ ๑๘ ปี ท่านได้ทำงานรับราชการที่กรมทางหลวงแผ่นดิน สายอุบลราชธานี-นครพนม ในระหว่างนั้นท่านได้ศึกษาพระพุทธศาสนาจากหนังสือ “จตุราลักษณ์” ของ “พระอาจารย์เสาร์ กันสีโล” ด้วยความฉลาดและมีความจำเป็นเลิศ ทำให้ท่านเรียนรู้และเข้าใจในหลักตามหนังสือนั้นอย่างแท้จริง จนเกิดความสลดสังเวช

คิดได้ว่าคนเราที่เกิดมาถ้าไม่ประกอบคุณงามความดีแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์แก่ชีวิตของตน และไม่มีโอกาสที่จะได้รับความสุขต่อไปในชาติหน้าอีก 

พระอาจารย์จวน ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุฝ่ายมหานิกายเมื่ออายุ ๒๑ ปี ลาสิกขาออกมาและอุปสมบทเป็นพระภิกษุฝ่ายธรรมยุติเมื่ออายุ ๒๓ ปี โดยท่านได้รับฉายาว่า “กุลเชฏโฐ” แปลว่า “พี่ชายใหญ่สุดของวงศ์ตระกูลนี้” 

 

ว่ากันว่าอุปสรรคมีเกิดขึ้นทุกวัน คนที่แพ้คือคนที่ยอมถอยก่อนต่อสู้และคนที่เก่งก็ไม่ใช่คนที่ชนะ แต่เป็นคนที่ชนะคือคนที่ไม่ยอมถอยและต่อสู้ต่างหาก 

หลังจากที่ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุฝ่ายธรรมยุติอย่างที่ตั้งใจ พระอาจารย์จวนท่านได้ตั้งใจศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนาอย่างจริงจังแบบเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ท่านได้ออกเดินธุดงค์ไปตามป่า ตามเขา เพื่อปฏิบัติธรรมและศึกษาหาความรู้จากครูบาอาจารย์องค์อื่นๆ  

ด้วยอุปนิสัยที่นอบน้อมและให้ความเคารพครูบาอาจารย์อย่างจริงใจ ทำให้ท่านได้รับความเมตตาจากครูบาอาจารย์ทุกองค์ โดยเฉพาะกับหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่ให้ความเมตตากับท่านมาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะวาสนาบารมีต้องกันด้วยว่าท่านเคยเกิดมาเป็นบุตรของหลวงปู่มั่นมาแล้วในอดีตชาติ

 

“เมื่อข้าพเจ้าได้รับโอวาทจากท่านเช่นนั้น ก็ยิ่งทวีความตั้งใจทำความเพียรเด็ดเดี่ยวยิ่งขึ้น รู้สึกเหมือนกับว่าได้มีผู้วิเศษมาชี้ประตูสมบัติทิพย์ให้เราแล้ว

การที่เราจะเปิดประตูก้าวเข้าไปหยิบเอาสมบัติทิพย์มาได้หรือไม่นั้นอยู่ที่ความเพียร ความตั้งใจเอาจริงเอาจังของเราเท่านั้น” 

อย่างไรก็ตามครับ คำพูดที่เราเคยได้ยินเสมอว่า ”โลกกับธรรมมักจะสวนทางกันเสมอ” ดูเหมือนจะเป็นความจริงครับ  

เพราะในขณะที่พระอาจารย์จวนเจริญในทางธรรม กิเลสมารต่างๆ ที่เข้ามาผจญในชีวิตท่านก็มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นจากภายนอก เช่น บุคคล สตรี สัตว์ร้าย ภูติผีปีศาจ ฯลฯ หรือจากปัจจัยภายในซึ่งก็คือ บรรดานิมิตต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในใจ แต่ท่านก็สามารถเอาชนะกิเลสมารเหล่านั้นได้ด้วยปัญญา

 

หลวงพ่อทองพูล สิริกาโม เจ้าอาวาสวัดสามัคคีอุปถัมภ์ (ภูกระแต) จังหวัดบึงกาฬ หนึ่งในพระผู้ร่วมบุกเบิกภูทอกกับพระอาจารย์จวน ผมมีโอกาสได้เข้ากราบนมัสการท่านที่บ้านเพื่อนในกรุงเทพ

ในช่วงที่ท่านว่างจากแขก ผมได้เรียนถามท่านถึงเรื่องของพระอาจารย์จวน ท่านตอบผมเบาๆ ว่า 

“มากด้วยปัญญาและบุญกิริยา” 

ท่านยิ้มและไม่พูดอะไรอีก ผมเองก็ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่ท่านพูดดีนัก คำว่ามากด้วยปัญญาคงจะแปลว่าฉลาดล้ำเลิศ แล้ว “บุญกิริยา” คืออะไรกันหนอ แต่ก็ไม่กล้าถามต่อเพราะในวันนั้นมีคนอยู่กันเยอะ 

ก่อนหน้าหนึ่งวันที่จะเดินทางมาวัดเจติยาคิรีวิหาร (ภูทอก) พวกเราได้มีโอกาสเข้ากราบนมัสการหลวงพ่อทองพูล ที่วัดสามัคคีอุปถัมภ์ (ภูกระแต) เมื่อท่านทราบว่าพวกเรากำลังจะเดินทางไปยังภูทอก ท่านจึงบอกว่า กฐินของวัดเจติยาคิรีวิหารในปีนี้ (๒๕๕๓) ท่านก็ได้ไปช่วยในงาน พร้อมกับสอนพวกเราว่า

 

“ให้หมั่นทำบุญบ่อยๆ ค่อยๆ สะสมไป พระพุทธเจ้าสอนไว้ว่าให้ทำบุญสิบอย่าง

๑.ทานมัย บุญสำเร็จได้ด้วยการให้ทาน

๒.ศีลมัย บุญสำเร็จได้ด้วยการรักษาศีล

๓.ภาวนามัย บุญสำเร็จได้ด้วยการภาวนา

๔.อปจายนมัย บุญสำเร็จได้ด้วยการประพฤติอ่อนน้อม

๕.เวยยาวัจจมัย บุญสำเร็จได้ด้วยการขวนขวายรับใช้

๖.ปัตตานุโมทนามัย บุญสำเร็จด้วยการยินดี

๗.ปัตติทานะ บุญสำเร็จได้ด้วยการอุทิศส่วนกุศล

๘.ธัมมัสสวนมัย บุญสำเร็จได้ด้วยการฟังธรรม

๙.ธัมมเทสนามัย บุญสำเร็จได้ด้วยการแสดงธรรม

๑๐.ทิฏฐุชุกัมม บุญสำเร็จด้วยการทำความเห็นให้ตรง”

เพื่อนรุ่นพี่เจ้าเก่าแอบกระซิบว่า 

“หลวงพ่อสอนเรื่อง บุญกิริยาสิบ”

ครับ ไม่มีใครคาดคิดว่าท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพรแห่งหนึ่งในเขตจังหวัดหนองคาย (สมัยนั้น-ก่อนเปลี่ยนเป็นจังหวัดบึงกาฬ ในปัจจุบัน) อันตรายต่างๆ สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะมาจากอาถรรพ์ของป่า จากสัตว์ป่า หรือ จากมนุษย์ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ

พระภิกษุองค์หนึ่ง ได้เร่งทำความเพียรด้วยการออกเดินธุดงค์ปฏิบัติธรรมอย่างมอบกายถวายชีวิต

ณ บริเวณสถานที่ปฏิบัติธรรมของท่าน ท่านได้กำหนดเขตเอาไว้เพื่อเป็นการช่วยรักษาป่าและสงวนชีวิตของสัตว์ป่า พื้นที่ดังกล่าวกินอาณาเขตของภูเขา ๓ ลูก คือ ภูทอกน้อย ภูแจ่มจำรัส (ภูทอกใหญ่) และภูสิงห์

ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าหากท่านไม่ได้กำหนดเขตเอาไว้ในวันนั้น ทุกวันนี้เราจะมีพื้นที่และความเป็นธรรมชาติหลงเหลืออยู่หรือเปล่า

บนภูทอก ท่านได้ใช้ปัญญา ความอดทน ความเพียรและความบากบั่น จนสามารถสร้างวัดและทางเดินรอบๆ ภูทอกได้เป็นผลสำเร็จ กล่าวกันว่า ทางเดินรอบๆ ภูทอกที่ลอยอยู่ในอากาศนั้น สวยงามและมั่นคงราวกับไม่ใช่การก่อสร้างที่เกิดจากฝีมือของมนุษย์

นอกจากนั้น ด้วยความมีเมตตาธรรมของท่าน ทำให้ป่าดงพงพีหลายๆ แห่งได้กลายมาเป็นหมู่บ้านอันเป็นปึกแผ่นแน่นหนา เม็ดดินที่ครั้งหนึ่งเคยถูกทอดทิ้งให้อยู่อย่างไร้ค่าได้กลับมาเป็นเม็ดดินที่ให้ชุ่มชื้นแก่เรือกสวนไร่นาด้วยโครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามแนวทางของท่าน

เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าทรงประทับ ณ เชตวันวิหาร กรุงสาวัตถี 

ในยามนั้นท้าวสักกะจอมเทพ ได้เสด็จไปเข้าเฝ้าและทรงตรัสถามพระพุทธเจ้าว่า

“สถานที่เช่นใดหนอ เป็นภูมิสถานอันน่ารื่นรมย์”

พระพุทธเจ้าทรงตรัสตอบว่า

“พระอรหันต์ทั้งหลาย อยู่ในที่ใด เป็นบ้านหรือป่าก็ตาม เป็นที่ลุ่มหรือที่ดอนก็ตาม ที่นั้นเป็นภูมิสถานอันน่ารื่นรมย์”

ระหว่างที่พวกเรากำลังเตรียมตัวจะลงจากเจดีย์พิพิธภัณฑ์เพื่อขึ้นไปภูทอก ผมเห็นหญิงสูงวัยคนหนึ่งกำลังเดินชมอัฐบริขารของพระอาจารย์จวนอย่างเงียบๆ

เสียงผู้ชายในกลุ่มพวกเราถามออกไปว่า

 “จำพระอาจารย์จวนได้หรือเปล่าครับ”

หญิงสูงวัย พยักหน้าแทนคำตอบ

 “จำได้ว่าอย่างไรครับ”

หญิงสูงวัยท่านนั้นชี้ไปที่อัฐบริขาร หลังอัฐบริขารมีรูปถ่ายพระอาจารย์ในอิริยาบทนั่งอยู่บนโขดหินบริเวณหน้าผาของภูทอก ข้างใต้ของภาพนั้นมีตัวอักษรขนาดใหญ่เขียนไว้ว่า

 “ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตมหาเถระ ได้กำหนดจิตดูท่านจวน แล้วได้ความเป็นธรรมว่า

กาเยนะ วาจายะ วะเจตะ วิสุทธิยา

ท่านจวนเป็นผู้มีกายและจิตสมควรแก่การเป็นอรหันต์”

ผมอมยิ้ม..เมื่อเห็นหญิงสูงวัยท่านนั้นกวักมือเรียก

“พาแม่ขึ้นไปกราบรูปหล่อพระอาจารย์บนภูทอกได้แล้ว”

คุณแม่ของผมเองครับ ท่านกระซิบบอกผมเบาๆ....สวัสดีครับ

ขอขอบคุณเอกสารอ้างอิงจาก หนังสือกุลเชฏฐาภิวาท  คุณพรชนก สุขพงษ์ไทย กับภาพถ่าย เพื่อนต่อสำหรับคำแนะนำ คุณสมบูรณ์ ร้านนายฮ้อ สระบุรีกับกำลังใจที่มีให้เสมอครับ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
opads วันที่ : 16/06/2011 เวลา : 22.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/OKopads
บันทึก การสะสมเหรียญพระบล็อคกษาปณ์

ขอบคุณครับ ที่นำเรื่องของครูบาอาจารย์ที่น่า เคารพบูชามาเขียน บอกเล่าให้พวกเราได้อ่านกัน

เยี่ยมมากครับ

ขอโหวตครับ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
จิ้งจก วันที่ : 06/03/2011 เวลา : 23.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ryuki2007

ยอดเยี่ยมเช่นเคยครับท่าน

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ครูแดง วันที่ : 27/02/2011 เวลา : 08.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-เป็นบุญที่ได้มาอ่านเรื่องนี้..สาธุๆๆ อนุโมทามิ

-ขอบคุณมากค่ะ...

-ยังไม่เคยไปภูทอกเลยค่ะ..น่าสนใจมาก..แต่ก็อยู่ที่ความพร้อมและเวลานะคะ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
beckyblooms วันที่ : 18/02/2011 เวลา : 15.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

เอ็นทรี่นี้เป็นเอ็นทรี่ที่ชอบที่สุดสำหรับวันมาฆฯเลยนะเนี่ย ฮี่ๆๆๆ..( อย่าได้แคร์ เราจะอวยกันเองไปเรื่อยๆอ่ะนะ )

ไปทำบุญป่าวอ่ะ..เค้ายังตัดงานอยู่เลย

อ้อ..งานที่มีเพลงที่สนับสนุนโดยบล็อกนี้ใกล้ออกอากาศแล้ว แล้วจะส่งให้ดูเน้อ..

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ดินเดินทาง วันที่ : 16/02/2011 เวลา : 18.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/din-travel

อ๋อ ช่วงนู๋พยายามสวดมนต์เกือบทุกวัน


ใส่บาตร ก้อเช่นกัน

คิดดี กับคนที่คิดร้ายกะดิน...ยากมากกกแต่ก็พยายาม

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ดินเดินทาง วันที่ : 16/02/2011 เวลา : 18.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/din-travel

หลวงพ่อท่าน ดูอิ่มบุญบรรมีมั่กมาก

สถานที่ดูเงียบสงบไม่อะไรนอกเหนือจากธรรมชาติ

..เรื่องความลับที่ไม่รุ้ว่าเข้าไปอยู่ในบาตรของหลวงเนี่ยสิ น่าทึ่งที่สุดอ่ะ เฮีย


..ปล.เฮียคร๊า เดือนแห่งความรักขอให้เฮียมีความสุขมั่กมากนะค่ะ




+1 โหวตในงานเขียน ยาวมากกกกกกกกกกกกกกก

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
คนน้ำเงิน วันที่ : 07/02/2011 เวลา : 17.50 น.

เขียนได้แหล่มมากครับ เหมือนกับตัวเองได้ไปภูทอกมายังไงยังงั้น ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดี ๆ ที่มีให้เสมอครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 06/02/2011 เวลา : 21.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

หวัดดี ครับ
ยุ่งๆ ไม่ได้มาบ้านนี้หลายวัน

มาอ่านเรื่องพระป่าอีกรูป
ชอบมาก ครับ

พระป่า เป็นพระที่กราบได้เต็ม
ไม่ต้องกังวล เรื่อง ปฎิปทา ท่าน
เพราะ แต่ละรูป ล้วน ตัดหมดสิ้น

วัตถุมงคลของทุกรูป หายาก
ว่ากันว่า
ใคร ไม่มีบุญ หาไม่ได้ ครับ
เพราะ ท่าน ไม่ค่อยสร้างนอกจาก ทนรบร้าวจากศิษย์ ไม่ได้จริงๆ

ขออวยพร ย้อนหลัง ครับ
เฮงๆ รวยๆ

ขอบคุณ ใน น้ำใจงามๆ ที่มีให้เสมอ ครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
SOMBOONTIEW วันที่ : 05/02/2011 เวลา : 21.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somboontiew
เราจักทำเวบหลวงปู่ทิม วัดพระขาว ด้วยใจต้องการบูชาพระคุณ หลวงปู่ www.luangputim.com

เรื่องราวดีดี ยังคงมี ณ บล๊อกแห่งนี้ เสมอ..

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
เด็กอนุบาลห้องหนึ่งทับสอง วันที่ : 04/02/2011 เวลา : 16.19 น.
ผู้ทรงอิทธิพล หรือจะสู้ ผู้ทรงอิทธิฤทธิ์

เฮงๆๆ รวยๆๆ เช่นกันฮับ ความเห็น 12

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
chailasalle วันที่ : 03/02/2011 เวลา : 02.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle


มีความสุขตลอดปีนะครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
beckyblooms วันที่ : 02/02/2011 เวลา : 17.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

กำลังใจตรึม..

เอ้า..เขียนดีก็บอกว่าดีจริงๆ..หวัดดีปีใหม่จีนค่า

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
เพชรชมพู วันที่ : 02/02/2011 เวลา : 08.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinkdiamond
                      

ไปอุดรฯปีละ 3 ครั้ง ไม่เคยไปภูทอกเลยค่ะเฮีย
ทุกเที่ยวไปจบอยู่ที่ท่าเสด็จ-หนองคายทุกครั้ง

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ .. รวยๆ เฮงๆนะคะเฮียขราาา

อวยให้คห.4 ดั้วะ


ความคิดเห็นที่ 11 (0)
เบญจพร วันที่ : 02/02/2011 เวลา : 05.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/benjaporn

วันนี้วันดี..

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้
ให้มีสุขภาพแข็งแรง รวยๆๆ

มาเป็นกำลังใจให้ค่ะ กับงานเขียนดีๆ
จากความตั้งใจ.. และศรัทธา

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 01/02/2011 เวลา : 02.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

ขอบคุณความคิดเห็นของทุกท่านครับ
ศิษย์พี่-การได้กราบไหว้พระธาตุของพระอรหันต์ เป็นมงคลสำหรับชีวิตครับ คุณ ศ.ศาลาเงียบเหงา-ขอบคุณครับ เด็กผีโคซี่-ยินดีครับ แต่รอลิเวอร์พูลได้แชมป์ก่อน คุณเด็กอนุบาลฯ-อ่านประสพการณ์แล้ว คาดว่าอีกไม่นานคุณเด็กอนุบาลฯ ต้องตัดกิเลสมารได้หมดสิ้นแน่นอน คุณเบ็คกี่-ขอบคุณครับที่ชอบ เหรียญหลวงพ่อคูณแบบนี้ ผมเพิ่งเคยเห็นนี่แหละ คนออกแบบ ไอเดียบรรเจิดจริงๆ คุณกริด99 -ไม่ได้คุยกันนานแล้ว สบายดีนะครับ หวัดดีปีใหม่ด้วยครับ คุณchaiiasalle
-เห็นด้วยครับ ธรรมะที่พระอาจารย์จวนท่านสอนไว้เป็นสมบัติโลกที่ล้ำค่าเหนือกาลเวลาและบุคคลจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
chailasalle วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 02.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

ผมทึ่งในเรื่องบาตรบุบนี่แหละครับเคยได้ยินมานานแล้วเรื่องที่ท่านทราบล่วงหน้าก่อน ที่แน่ๆ ธรรมะที่ท่านมอบเป็นสมบัติโลกที่ล้ำค่าเหนือกาลเวลาและบุคคล ขอบคุณมากครับสำหรับเรื่องดีดี

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
กริด99 วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 00.09 น.

สวัสดีครับคุณกุ้ง

ตามอ่านและเป็นกำลังใจกับบทความดีๆ นะครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
beckyblooms วันที่ : 29/01/2011 เวลา : 23.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"


เจอแล้ว!

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
beckyblooms วันที่ : 29/01/2011 เวลา : 23.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

ที่ท่านเซียนเต่าว่า ทุ่มทุนสร้างเนี่ย..

เค้าเห็นด้วยกับความทุ่มเทตรงนี้นะ.. คนเราไม่สนใจจริง ไม่ทุ่มเทขนาดนี้หรอก..สาธุ..

ป.ล. นี่พยามหารูปเหรียญหลวงพ่อคูณรุ่น กูอ่านหนังสือพิมพ์อยู่อ่ะ..มีจริงๆนะ..

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
beckyblooms วันที่ : 29/01/2011 เวลา : 23.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

ชอบเรื่องราวแบบนี้จัง..

เป็นศิลปะในการเล่าเรื่องที่..เข้าใจง่าย..หลายแง่มุมอ่ะ..

ภาษาทีวีเค้าเรียกว่า เลี้ยวไปได้ มีจุดเชื่อมที่น่าสนใจด้วย..

คนอ่านไม่ทันเบื่อ เปลี่ยนประเด็นเลย..

เชื่อมั้ยว่า ..เนี่ย..เอามาทำเป็นบทสารคดีโทรทัศน์ได้เลยนะ..

ตกแต่งซักหน่อย ก็ได้งานดีๆอีกชิ้นนึงเลยล่ะ..

ปกติไม่ค่อยชมใครพร่ำเพรื่อ..ต้องรู้สึกจริงๆถึงชมอ่ะ รู้จักตัวตนกันดีเนอะ.. อันนี้รู้สึกจริงๆ..ถึงชมไง..

ไม่คุ้นใช่มั้ย..ปกติเค้าหนักไปทาง..ชม..ตัว..เอง..

และจะดีมาก..ถ้ามี..แม่ตอนท้าย..ร่วมในฉากด้วยนะคุณ..

เขียนดีๆ..ชอบๆ.. หวัดดีท่านเซียนเต่าด้วยนะคะ..ยังติดบามิยันชั้นอยู่นะ..ชั้นไม่ลืม..

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เด็กอนุบาลห้องหนึ่งทับสอง วันที่ : 27/01/2011 เวลา : 18.01 น.
ผู้ทรงอิทธิพล หรือจะสู้ ผู้ทรงอิทธิฤทธิ์

ไปเดินรอบๆภูทอก เดินไปๆก็กลัวตกลงมาตาย แต่พอไปนั่งอยู่หน้ารูปพระอาจารย์จวนที่ศาลาชั้น 5 เหมือนท่านจะยิ้มถามเด็กอนุบาลฯว่า
"แล้วเกิดมาจะไม่ตายหรือไง"

ฮ่าๆๆๆ

ความงามของแต่ละชีวิต เห็นได้ตอนที่อยู่
แต่ความดีของแต่ละชีวิต จะเห็นชัดที่สุดเมื่อตายจากไป

นะโมวิมุตตานัง นะโมวิมุตติยา...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
cozy วันที่ : 27/01/2011 เวลา : 07.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

เป็นเรื่องเล่าขานที่น่าสนใจจริงๆนะสหายฯ

วัดสวยจริงๆล่ะ วันไหนว่างจัดทัวร์ให้หน่อยสิฮะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ศ.ศาลาเงียบเหงา วันที่ : 27/01/2011 เวลา : 04.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/unclewin

บุณยสถานที่ตั้ง ศักดิ์สิทธิ์
ดึงดูดศรัทธาจิต อยากไหว้
อรหันตคุณสัมฤทธิ์ เสพรื่น
อาจารย์จวนสถาปน์ไว้ แด่ผู้ศรัทธา
.......โหวตให้ด้วยใจศรัทธาครับ......

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
musachiza วันที่ : 27/01/2011 เวลา : 01.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ว้าว...คราวนี้ทำการบ้านมาดีจัง
รวมทั้งการคงคำศรัพท์เดิมพื้นเมืองไว้
เป็นการเดินทางที่สำบุกสำบันน่าดูเชียว
แทบไม่น่าเชื่อว่านี่คือการเดินทาง
ค้นหาเรื่องธรรมะมาเล่าสู่กันฟัง
นับว่าเป็นการทุ่มทุนสร้างราวกับ
คุณ ฉลอง เชียวละครับ
ข้อมูลหลากหลายมุมมอง
ทั้งทางธรรมและทางโลก
สบายดีไม๊ศิษย์น้อง....
คิดถึงอยู่นะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]