• ศิษย์กวง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-23
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 2280837
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1500 คน
Sitthi
ดาวนับแสนที่มีวงแหวนนับร้อย ทั้งดาวเคราะห์น้อย ดาวฤกษ์ลอยคว้างๆ ดาวทุกดวงนั้นย่อมจะแตกต่าง มีเส้นทางหมุนของตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi
วันเสาร์ ที่ 5 มีนาคม 2554
Posted by ศิษย์กวง , ผู้อ่าน : 8780 , 03:39:40 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน opads , คนน้ำเงิน และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

“การทำบุญ ถ้าทำถูกต้องถูกวิธีก็จะได้ผลบุญแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ถ้าทำผิดวิธีก็จะได้ผลบุญแบบนิดๆ หน่อยๆ  ดังเช่นการเทน้ำใส่ตะกร้าก็จะได้น้ำแค่นิดหน่อย ผิดกับเทใส่แก้วก็จะได้น้ำแบบเต็มๆ ไม่รั่วหายไปไหน” 

ผมเป็นเด็กต่างจังหวัดครับ บ้านก็ค่อนข้างอยู่ห่างไกลความเจริญ 

จำได้ว่าสมัยยังเป็นเด็กเวลาไม่สบาย แม่จะพาไปหาคุณป้าแก่ๆ ข้างบ้านเพื่อกวาดยา รสชาดของยาเป็นอย่างไรบ้างผมก็ไม่ทันจะได้จดจำเพราะมัวแต่ตกใจเวลาที่คุณป้าแกเอานิ้วหัวแม่มือล้วงลงไปในลำคอ

ทุกวันนี้คุณป้าคนนั้นแกยังมีชีวิตอยู่ครับแต่ก็ไม่ค่อยรักษาเท่าไรแล้ว เพราะชาวบ้านหันไปใช้ยาแผนปัจจุบันประเภทปวดหายกันหมด เรื่องของคุณป้าแก่ๆ กับการกวาดยาจึงกลายมาเป็นเพียงความทรงจำที่ใช้เล่าสู่กันฟังเท่านั้น

 

สายลมบางๆ กับละอองฝนเย็นๆ วูบเข้ามาต้อนรับเมื่อพวกเรามาถึง “วัดป่าดงหวาย” ตำบลม่วง อำเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร

บริเวณส่วนมากของพื้นที่วัดและรอบๆ กุฏิของ “หลวงปู่แฟบ สุภัทโท” เจ้าอาวาส ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ที่ให้ความสดชื่นและร่มรื่นตามแบบฉบับของวัดป่า

ในชั้นล่างของกุฏิพวกเราสังเกตุเห็นป้ายกระดานสองแผ่นเขียนบอกหมายเลขบัญชีธนาคารสำหรับรับบริจาคเงินแขวนอยู่กับคานไม้ บางคนมองดูแล้วก็เพียงผ่านตาเท่านั้น เพราะเป็นป้ายที่ไม่ได้โดดเด่นหรือมีอะไรดึงดูดสายตาเป็นพิเศษ

แต่หากเราพินิจให้ดีแล้ว

เราก็จะพบว่าป้ายกระดานทั้งสองแผ่นนี้เป็นป้ายประกาศบอกบุญที่ไม่ธรรมดาเลย เพราะมันเป็นป้ายที่บอกถึงความหมายที่มีคุณค่ามากเกินกว่าป้ายประกาศให้คนทำบุญแบบปกติทั่วไป ด้วยเหตุที่ว่าเบื้องหลังของป้ายเหล่านี้ได้มีบางสิ่งบางอย่างที่เป็นประโยชน์สำหรับคนไทยเกิดขึ้นแล้ว 

จะว่าไปแล้วเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บกับมนุษย์เป็นของที่อยู่คู่กันมานานแล้วครับ 

โรคภัยไข้เจ็บไม่เคยให้ความปราณีกับมนุษย์ แต่มนุษย์ก็มีวิธีจัดการกับโรคภัยไข้เจ็บด้วยวิธีการรักษาที่แตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ แต่ละวิถีความเป็นอยู่ อย่างเช่นพวกชาวป่าชาวเขา มีวิธีการรักษาโรคและรักษาตัวจากไข้ป่ามาลาเรียด้วยการใช้ยาสมุนไพร หรือชาวจีนที่รักษาโรคด้วยวิธีการปักเข็มลงไปยังจุดตามตำแหน่งในร่างกาย เพื่อแก้ไขในเรื่องการหมุนเวียนของเลือดลม ฯลฯ 

การแพทย์แผนไทยก็เป็นการรักษาอีกแนวทางหนึ่งครับ

  

การแพทย์แผนไทยจะมีการผสมผสานกันระหว่างตัวยา วิถีชีวิตและความเชื่อทางศาสนา จนสามารถกลั่นกรองออกมาเป็นองค์ความรู้ เช่นการรักษาโรคผิวหนังบางโรคด้วยวิธีการพ่นตัวยาที่(อาจจะ)กำกับด้วยคาถา หรือการใช้ยาสมุนไพรกวาดลงไปในคอเพื่อรักษาอาการไข้ ฯลฯ ซึ่งการรักษาโรคที่กล่าวมาเบื้องต้นนี้ล้วนเป็นเรื่องของภูมิปัญญาแต่ละท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษครับ 

ต่อมาเมื่อโลกได้พัฒนาขึ้น การแพทย์แผนตะวันตกและบทบัญญัติของกฏหมายเริ่มเข้ามามีอิทธิพลกับการรักษาโรค ภูมิปัญญาการรักษาโรคในอดีตที่เคยมีอยู่มากมายได้ถูกจำกัดบทบาทด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น การวินิจฉัยโรคไม่ได้ผ่านการวิจัยมาก่อน ตัวยาสมุนไพรที่ปู่ย่าตายายเคยใช้ต้มในหม้อดินไว้กินในยามเจ็บปวดไม่มีมาตรฐาน หมอพื้นบ้านผู้ไร้ใบประกอบโรคศิลป์แต่เป็นขวัญใจของคนชนบทยากไร้ต้องเปลี่ยนสถานะเป็น “หมอเถื่อน” ทั้งๆ ที่วิธีการรักษาระบบไร้มาตรฐานนั้นได้ช่วยเหลือชีวิตคนมานักต่อนัก 

อย่างไรก็ตามถึงแม้หลักการทางวิทยาศาสตร์ในโลกสมัยใหม่จะไม่ค่อยยอมรับ แต่ก็ไม่อาจทำให้ศาสตร์การรักษาโรคแบบโบราณเหล่านี้สูญหายไป

ในทางกลับกันภูมิปัญญาพื้นบ้านเหล่านี้กลับทวีบทบาทเพิ่มมากขึ้น เพราะสามารถตอบสนองความต้องการของคนหมู่มากที่ยังยากจนและอยู่ห่างไกลความเจริญ 

คงจะน่าเสียดายครับ ถ้าหากวิชาความรู้เหล่านี้จะต้องเลือนหายไปกับสายลม กาลเวลาและอายุขัย

 

“ภูมิปัญญาโบราณตั้งแต่ปู่ย่าตายายในเรื่องของสมุนไพรกับวิธีการรักษาเป็นของที่มีมาคู่กัน เป็นภูมิปัญญาที่ล้ำค่า ถ้าไม่เรียนรู้ไว้ต่อไปต้องสูญหายหมดไปแน่ เพราะคนเฒ่าคนแก่ที่มีความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรกำลังจะหมดไป” 

อย่าได้เดาว่าหลวงปู่แฟบจะเป็นพระผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือเป็นพระหมอยาเลยครับ เพราะความจริงแล้วหลวงปู่ท่านเป็นเพียงพระภิกษุสูงวัยที่มีจิตใจสาธารณะอยากเห็นคนไทยใช้ยาไทย โดยที่ไม่ต้องพึ่งพายาจากต่างประเทศ  

ท่านบอกว่าเมืองไทยของเรามีสมุนไพรเยอะแยะแต่ไม่รู้จักเอามาใช้ ปล่อยให้ต่างประเทศเข้ามาวิจัย เข้ามาหอบ เข้ามาเอาออกไป และผลิตกลับมาขายให้คนไทย ด้วยเหตุนี้หลวงปู่ท่านจึงได้มีดำริก่อสร้างโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร ท่านว่าเมื่อก่อสร้างเสร็จ โรงพยาบาลแห่งนี้จะเป็นโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยแห่งแรกในประเทศไทย 

ถามว่าแล้วจะใช้ปัจจัยจากไหน..

 

“หลวงปู่ไม่ใช่บริษัท ไม่มีอะไรจะขาย อาศัยศรัทธาญาติโยมคนละนิดคนละหน่อยมาช่วยกัน ญาติโยมเอ็นดูหลวงปู่ มาช่วยหลวงปู่สร้างโรงพยาบาล ใครมีอะไรก็ช่วยกัน หลวงปู่คิดว่าเสร็จแน่นอน ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือสามัคคีกัน หลวงปู่พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการทำบุญที่คุ้มค่า” 

ก่อนการเดินทางมาวัดป่าดงหวายครั้งนี้ เพื่อนรุ่นพี่ได้เล่าเรื่องของหลวงปู่แฟบให้พวกเราฟังว่า ถึงหลวงปู่ท่านจะออกบวชเมื่อตอนอายุมาก แต่ในเรื่องของคุณธรรมนั้นท่านปฏิบัติมาอย่างยาวนานและเคร่งครัดมากกว่าพระบางองค์ที่ออกบวชมานานด้วยซ้ำไป อย่างเช่นในเรื่องของพระวินัยนั้นพูดได้ว่าหาที่ติมิได้ 

นอกจากนี้หลวงปู่ยังเป็นพระที่มีเมตตาและสงเคราะห์ผู้อื่นตลอดเวลา โดยเฉพาะกับโครงการช่วยชาติของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน แห่งวัดป่าบ้านตาด หลวงปู่สามารถนำศรัทธาญาติโยมร่วมบริจาคเงินให้กับโครงการนี้ได้มากมาย  

ต่อมาหลวงตามหาบัวท่านเห็นว่าหลวงปู่แฟบอายุมากแล้ว จึงได้ของดและไม่รบกวน หลวงปู่แฟบจึงได้นำเงินบริจาคที่มีอยู่สร้างพระเจดีย์พุทธนิมิตขึ้นภายในวัดป่าดงหวาย สำหรับให้คนได้กราบไหว้บูชาน้อมรำลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้าจนแล้วเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว 

ญาติโยมทั่วไปเมื่อเห็นบารมีของหลวงปู่จึงได้พากันหลั่งไหลมากราบไหว้ น้อมฟังธรรมและร่วมทำบุญกับท่าน ด้วยความเชื่อที่ว่าการได้ฟังธรรมและได้ร่วมทำบุญกับผู้ที่เป็นหน่อเนื้อนาบุญของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริงนั้นจะทำให้พวกเขาได้บุญแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย

 

“สมัยนี้คนเราขาดที่พึ่งทางใจ บุญนี่แหละเป็นที่พึ่งทางใจที่ดี บุญเป็นทรัพย์ภายในแบ่งให้ใครไม่ได้ ต้องทำเอาเอง มันเป็นสมบัติของเรา ไม่เหมือนทรัพย์ภายนอกที่แจงกันเองแบ่งกันได้

เราทำดี ทำชั่ว มันก็ติดตัวเราไป เราต้องเอามันไปเสวย ทำชั่วเสวยทุกข์ ทำดีเสวยสุข สร้างอะไรไว้ต้องได้อย่างนั้นแน่นอน ที่พูดอย่างนี้เพราะเป็นแนวทางที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ กรรมเป็นของเรา กรรมเป็นผู้กำเนิด กรรมเป็นผู้ติดตาม”  

ด้วยความที่หลวงปู่เป็นพระที่เมตตาโลก ท่านจึงได้มีดำริสร้างโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยเพื่อเป็นการช่วยเหลือสังคมและประเทศชาติในแบบที่ชาวพุทธเรียกกันว่า “ช่วยโลก” 

คำว่า “โลก” ในที่นี้มิใช่ แผ่นดิน รัฐ หรือว่าประเทศ “โลก” ในที่นี้เป็นโลกในทางธรรม หมายถึง ทุกสรรพสิ่งที่มีวิญญาณครอง และทุกสรรพสิ่งที่ไม่มีวิญญาณครองครับ

 

“หลวงปู่สงเคราะห์โลก สอนคนทั่วไปทำบุญให้ถูกต้อง คนไม่รู้ว่าจะทำบุญแบบไหน ทำมากได้นิดเดียว ทำน้อยได้เยอะ อย่างการมาทำบุญด้วยตนเองได้บุญหลาย เพราะขาดทุนไม่รู้ กำไรไม่รู้ ทำบุญโดยเอาจิตใจ เอาสัจจะ เอาวิริยะความเพียร เป็นที่ตั้ง เราต้องเชื่อคำสอนของพระพุทธองค์ อย่าเชื่อในกิเลสของตน” 

จะว่าไปแล้วหลวงปู่ท่านเป็นพระใจดีครับ ผมเองได้มากราบหลวงปู่เป็นครั้งแรกก็รู้สึกประทับใจใน คำพูด คำสอน แบบใสๆ ตรงๆ ที่แฝงด้วยธรรมะและข้อคิดซึ่งเมื่อฟังแล้วสามารถเข้าใจได้ทันทีแบบไม่ต้องคิดมาก ความเรียบง่ายและเป็นกันเองของท่านทำให้เพื่อนๆ ในกลุ่มผมหลายคนต่างเทใจกันแบบไม่รู้ตัว 

หลวงปู่แฟบ ท่านเป็นลูกอีสานโดยกำเนิดครับ ชื่อเดิมของท่านคือ “ญาติ กุลวงศ์” เกิดเมื่อ ๑ มกราคม ๒๔๖๕ ณ บ้านคำชะอี ตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี จังหวัดนครพนม โยมบิดามารดาของท่านชื่อ “พรหมมา-ทุมมา กุลวงศ์” โดยหลวงปู่เป็นบุตรคนที่ ๕ จำนวนพี่น้องทั้งหมด ๗ คน ต่อมาด้วยเหตุผลบางประการทำให้หลวงปู่ต้องเปลี่ยนชื่อมาเป็น “แฟบ” ในทุกวันนี้ครับ 

หลวงปู่เล่าว่าชีวิตในวัยเด็กของท่านก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเด็กๆ ตามต่างจังหวัดทั่วไปคือ เรียนน้อยและบ้านอยู่ในชนบทห่างไกล จนกระทั่งวันหนึ่งเด็กชายแฟบได้พบกับพ่อแม่ครูอาจารย์ที่ทำให้โลกใบน้อยของท่านเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาในพระพุทธศาสนามากกว่าที่เป็นอยู่

 

“หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นสอนไว้ว่า กิเลสเป็นดั่งมหาสมุทร เราต้องลงมหาสมุทรต่อสู้กับมัน ตกลงในน้ำมหาสมุทรทะเลหลวง เรายังพอว่ายน้ำขี่เครื่องบินข้ามไปได้ แต่ตกลงในน้ำมหาสมุทรกิเลสนี่ไม่รู้จะว่ายน้ำขึ้นฝั่งได้เมื่อไร” 

แม้จะเป็นเพียงคำสอนอันน้อยนิด แต่เด็กชายแฟบก็สามารถนำมาติดตัวเป็นทักษะในการดำเนินชีวิตช่วงเป็นฆราวาสได้ในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นด้านการมีคู่ครองเรือนหรือการเป็นพุทธมามกะที่ดี ที่เห็นได้ชัดคือข้อแรกท่านได้เป็นมัคทายกของวัดในหมู่บ้านและอย่างที่สองคือการช่วยก่อสร้างถาวรวัตถุภายในวัดโดยไม่คิดค่าตอบแทน 

ต่อมาเมื่อท่านอายุได้ ๓๒ ปี ท่านได้แต่งงานกับนางคำมา สุวรรณไตรและได้ให้กำเนิดบุตรธิดาจำนวน ๑๑ คน

ท่านเล่าว่าตอนที่ภรรยาของท่านตั้งครรภ์ที่ ๒ ได้ ๖ เดือน ในคืนหนึ่งท่านฝันว่าหลังจากที่ทำนาเสร็จแล้วท่านกำลังจะเดินกลับบ้าน ก็เกิดมีน้ำป่าไหลมามากมายชนิดว่ามองไปทางไหนก็เห็นแต่น้ำท่วมแบบสุดๆ แต่ก็ให้บังเอิญแบบสุดๆ เช่นกันว่า มีเนินดินที่น้ำท่วมไม่ถึงพอที่จะให้ขึ้นไป 

ขณะที่ท่านกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตดี จะกลับบ้านอย่างไร ทันใดนั้นก็มีมีดพร้าเก่าๆ ลอยตามน้ำมาติดอยู่ใกล้ๆ กับท่าน ท่านจึงได้หยิบมีดพร้าเล่มดังกล่าวขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่ามีดพร้าเล่มนี้เป็นของท่านเอง ท่านจึงได้นำไปทำความสะอาด

ฉับพลันนั้นเองมีดพร้าเล่มนั้นก็ได้เปลี่ยนเป็น “เรือทองคำ”  และเมื่อท่านได้ขึ้นไปนั่งอยู่บนเรือทองคำเรียบร้อยแล้ว เรือทองคำลำนั้นก็ได้พาท่านแล่นไปจนสามารถข้ามน้ำ ผ่านไปเจอถนน เรือทองคำก็สามารถแล่นไปบนถนนราวกับรถยนต์ และเมื่อเรือทองคำลำนั้นนำหลวงปู่มาถึงบันไดบ้าน ซึ่งก็พอดีกับที่ท่านตื่นขึ้นครับ

 

กาลเวลาได้ล่วงเลยมาจนวัยของท่านเริ่มมากขึ้นพร้อมๆ กับสภาพของร่างกายที่อ่อนแอลง แต่สำหรับท่านแล้วความอ่อนแอไม่ใช่เหตุผลของการสิ้นสุดความรับผิดชอบ ตราบใดที่บทบาทของการเป็นหัวหน้าครอบครัวยังคงอยู่

ท่านเล่าว่าในวันหนึ่งระหว่างที่ท่านกำลังจูงควายสองตัวเพื่อไปทำนา ขณะที่ควายตัวที่หนึ่งกำลังถ่ายมูล ควายตัวที่สองกลับดึงตัวของท่านจนเซล้มลง ก็ให้บังเอิญว่าประจวบเหมาะกับเพื่อนบ้านผ่านมาเห็นและพูดกับท่านว่า 

“เฒ่าแล้วจะทำไปทำไมนักหนา ไปทำบุญเข้าวัดเข้าวาได้แล้ว” 

ชะรอยหรือคำพูดของเพื่อนบ้านจะเป็นมีดพร้าเล่มเก่าๆ ในความฝัน.. 

ด้วยเหตุที่ว่าคำพูดดังกล่าวเปรียบเสมือนลิ่มตอกย้ำลงในหัวใจ ทำให้ท่านเกิดความสลดสังเวชในตัวเองเป็นอย่างมากจนถึงขนาดน้ำตาไหล แต่ถึงอย่างนั้นท่านก็ไม่ได้ท้อแท้ ไม่หันไปพึ่งเหล้ายาหรืออบายมุขทั้งหลายเพียงเพื่อให้ลืมคำพูดนั้น

ท่านว่าก็ในเมื่อร่างกายและสังขารของเรายังสู้ไหวจะมัวเศร้าหมดหวังอยู่ใย ท่านจึงได้หันหลังให้กับความสลดสังเวชนั้นและมุ่งหน้าสู่หนทางที่ดีงามสำหรับชีวิต คือการเข้าวัดทำบุญรักษาศีลและศึกษาการปฏิบัติ การภาวนาต่างๆ ครับ 

ว่ากันว่าสิ่งที่ตามองไม่เห็น ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นมันจะไม่ได้เกิดขึ้น อย่างเช่นเรื่องของความฝัน ที่บางครั้งก็สามารถใช้ทำนายอนาคตได้ เพราะในที่สุดแล้วมีดพร้าเก่าๆ ก็เปลี่ยนมาเป็นเรือทองคำจริงๆ 

หลวงปู่แฟบ อุปสมบทเป็นพระภิกษุฝ่ายธรรมยุติเมื่อ ๕ กรกฏาคม ๒๕๒๕ (เป็นการอุปสมบทครั้งที่ ๒ เมื่ออายุ ๖๐ ปี) ณ วัดอรัญญิกาวาส ตำบลบ้านผือ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี โดยมีพระครูอุดรคณานุศาสน์ เป็นพระอุปัชฌายะ พระมหาสุทัสสี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการสมจิต เป็นพระอนุสาวนาจารย์ โดยหลวงปู่ได้รับฉายาว่า “สุภัทโท”

 

“หลวงปู่บวชเข้ามาก็ถามตัวเองว่า อะไรเป็นของเรา ร่างกายใช่ของเราไหม ถ้าใช่...ทำไมเราห้ามไม่ให้แก่ไม่ได้ ไม่ให้เจ็บไม่ได้ อยากกินอะไรก็ต้องออกไปหาอาหารมากิน มาบำรุง ถ้าร่างกายนี้ไม่ใช่ของเราแล้วอะไรล่ะที่เป็นของเรา” 

เมื่อคิดได้ดังนี้..หลวงปู่แฟบท่านจึงได้ออกเดินธุดงค์ไปทั่วทุกระแหงของพื้นที่ภาคอีสานเพื่อค้นหาสัจธรรมความจริง โดยการปฏิบัติธรรมอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพันและเข้าศึกษากรรมฐานจากพ่อแม่ครูอาจารย์องค์สำคัญๆ อยู่เป็นประจำ เช่น หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี หลวงปู่ชอบ ฐานสโม หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ฯลฯ

ท่านว่าการเดินธุดงค์และปฏิบัติธรรมนั้น นอกจากจะทำให้ท่านมีสมาธิจิตที่ดีแล้ว ยังช่วยให้ท่านมีใจที่แตกฉาน สว่างไสวและสงบด้วยครับ

 

“หลวงปู่ดูรูปหลวงตามหาบัวกำลังเดิน ดูให้เป็นกรรมฐาน หลวงตามหาบัวเดินไปข้างหน้า นี่คือกรรมฐานก้าวหน้า ไม่ใช่กรรมฐานถอยหลัง คนเราต้องก้าวหน้าไปเรื่อยๆ

วันนี้เรานั่งสมาธิ เดินจงกรมได้เท่านั้นเท่านี้ชั่วโมง วันต่อไปก็เพิ่มขึ้น ขยับขึ้นไปอีกเรื่อยๆ ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ นี่แหละกรรมฐานก้าวหน้า” 

ด้วยความคิดที่ไม่หยุดนิ่งและพลังใจที่ไม่เคยมอดดับ หลวงปู่ได้อุทิศเวลาทั้งหมดไปกับการปฏิบัติธรรม เช่นเดินจงกรมวันละ ๑๒ ชั่วโมง เครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ น้ำปานะ ท่านก็ไม่ฉันด้วยกลัวว่าจะเสียเวลาปฏิบัติ กวาดลานวัดเสร็จท่านก็จะสรงน้ำและเข้าทางเดินจงกรมทันที  

ท่านว่าพระบวชเข้ามาไม่ปฏิบัติ ร้อยพรรษาก็เป็นเด็กเล่นขี้อยู่ตลอดกาล การบวชเป็นพระในพระพุทธศาสนาก็เหมือนข้าวเปลือกที่เขาเอาเปลือกออก ไม่ใช่ข้าวสีข้าวสาร พอเอาไปหว่านใส่ตมก็เกิดอีก ท่านว่าเพราะมันมีเชื้ออยู่ บวชเข้ามาแล้วต้องเอาให้เหมือนข้าวสี ถามว่าจะให้เอาอะไรมาสีมาขัดล่ะ ก็ให้เอา ศีล สมาธิ ปัญญา กิจวัตร ๑๐ กรรมฐาน ๕ ธุดงค์ ๑๓ นั่นแหละมาเป็นเครื่องขัดเกลาให้เชื้อมันหมดไป

 

ว่ากันว่าคนเราถ้าไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อความยากลำบาก วันหนึ่งต้องได้ในสิ่งที่หวัง.. 

มีบันทึกไว้ว่า ณ วัดป่าดงหวายได้มีนิมิตทำให้เกิดปัญญาธรรมที่สำคัญกับหลวงปู่แฟบคือ ท่านได้เกิดนิมิตว่าตัวเองได้ตายอีกครั้งเป็นครั้งที่ ๔ แต่คราวนี้ท่านเห็นว่าร่างกายของท่านนั้นแห้งไปจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก กลิ่นก็ไม่มี อย่างนี้ถ้าจะเก็บไว้ได้นานเป็นร้อยๆ ปี ก็ไม่เน่าไม่เปื่อย เมื่อเป็นเช่นนั้นหลวงปู่จึงบอกว่า 

“เอ้า! อยากตายนัก ตายไปเลย”  

แล้วจิตก็ถอนออกจากสมาธิ  

ต่อมาท่านก็มีนิมิตอีกว่า ตัวของท่านเองนั้นช่วงกลางลำตัวใสไปหมดคล้ายกระจก แต่มีจุดอยู่ ๒ จุด กับมีแนวยาวๆ ขึ้นระหว่างจุด ๒ จุด ยาวไปตามแนวของกระดูกสันหลัง ท่านว่าคิดหาคำตอบอยู่นานหลายเดือนว่า... 

“ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ สิ่งที่เห็นนี้คืออะไร” 

จนวันหนึ่งขณะที่ท่านไปเดินบิณฑบาตร ได้มีหญิงคนหนึ่งกำลังตั้งครรภ์แก่ท้องใหญ่มากมาใส่บาตร ท่านจึงคิดไปว่าสงสัยคงจะเป็นลูกแฝด แต่เมื่อท่านได้กลับมาพิจารณาเพ่งจิตดูที่วัด

ท่านก็เห็นเป็นเด็กตัวเล็กๆ งอตัวอยู่ หันหน้าไปทางกระดูกสันหลังของผู้เป็นแม่ แล้วก็ปรากฏเห็นการเกิดของเด็กทารกในเวลาคลอดว่าจะต้องกลับหัวออกมาก่อน ขณะนั้นก็เกิดปัญญาขึ้นมาว่า 

“นี่เอง! ทางแห่งการเกิดนี่เอง! จุดบ่อเกิดทางเส้นนี้ จุด ๒ จุดนี้ เป็นเหตุแห่งการเกิด นี่! ไม่สงสัยแล้วว่าเหตุแห่งการเกิดในวัฏฏะสงสารนี้” 

ท่านว่าหมดความสงสัยไปพร้อมกับความรู้สึกแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย จิตใจสว่างผ่องใสเป็นที่สุด.. 

ครับในที่สุดหลวงปู่แฟบ สุภัทโท ท่านก็ได้ค้นพบวิธีที่ท่านจะพ้นจากวัฏฏะสงสารนี้แล้ว..

 

ก่อนที่หลวงปู่แฟบ สุภัทโท จะละขันธ์ในวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ พวกเราพอทราบข่าวแล้วว่าท่านมีอาการไม่ค่อยดีนัก อาจจะไม่มีโอกาสได้พบ แต่พวกเราก็ยินดีมาวัดป่าดงหวายอีกครั้งครับ ขอเพียงให้ได้มีโอกาสทำบุญร่วมสร้างโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยกับพระผู้เป็นหน่อเนื้อนาบุญของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริงอีกครั้ง และก็นับเป็นโชคดีของพวกเราครับที่โอกาสยังเมตตา 

หลวงปู่เคยบอกพวกเราว่า 

“การทำบุญสร้างโรงพยาบาลมีอานิสงส์ยิ่งกว่าสิ่งใด มากกว่าการทำบุญอย่างอื่น สร้างโบสถ์ ศาลา กุฏิ วิหาร ทำบุญกฐินร้อยกองพันกอง อานิสงส์ก็ไม่เท่าสร้างโรงพยาบาล

ลองคิดดูโบสถ์ศาลามีคนไปบวชอยู่ทุกวันไหม ใช้คุ้มค่าไหม กฐินก็ไม่ได้มีทุกวัน ทุกเวลา หนึ่งปีมีครั้งเดียว แต่สร้างโรงพยาบาลนี้มีอานิสงส์มาก เพราะมีคนเข้าคนออกตลอดเวลาไม่เคยขาด ทั้งกลางวันกลางคืนแน่นตลอด” 

“การทำบุญ ถ้าทำถูกต้องถูกวิธีก็จะได้ผลบุญแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ถ้าทำผิดวิธีก็จะได้ผลบุญแบบนิดๆ หน่อยๆ  ดังเช่นการเทน้ำใส่ตะกร้าก็จะได้น้ำแค่นิดหน่อย ผิดกับเทใส่แก้วก็จะได้น้ำแบบเต็มๆ ไม่รั่วหายไปไหน”

 

สำหรับเพื่อนๆ ท่านใดที่ศรัทธาจะทำบุญร่วมสร้างโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยกับพระผู้เป็นหน่อเนื้อนาบุญของพระพุทธศาสนาอย่างหลวงปู่แฟบ สุภัทโท ก็ขอเชิญตามหมายเลขบัญชีธนาคารในป้ายกระดานได้เลยครับ อีกประการหนึ่งหลวงปู่ท่านเคยบอกไว้ว่า 

“เมื่อโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยสร้างเสร็จแล้ว มันจะเป็นสมบัติของกุลบุตร สมบัติของกุลธิดาและสมบัติของประเทศ” 

ครับ มนุษย์เป็นสัตว์สังคม มนุษย์จึงต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เหมือนกิ่งไม้หนึ่งกิ่งสามารถหักได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้านำกิ่งไม้มารวมกันเข้าเป็นกำแล้ว ใครคิดจะหักคงต้องลำบากกันหน่อย โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยต้องเสร็จแน่นอนครับ ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือสามัคคีกัน 

สวัสดีครับ

 

ขอขอบคุณ เอกสารอ้างอิง-หนังสือตามรอยพระพุทธองค์ ชีวประวัติและธรรมเทศนาของหลวงปู่แฟบ สุภัทโท ภาพถ่ายจากคุณพรชนก สุขพงษ์ไทย คุณเด็กลึกลับ เพื่อนต่อกับคำแนะนำและการเดินทาง คุณสมบูรณ์ ร้านนายฮ้อ สระบุรี สำหรับกำลังใจที่มีให้เสมอครับ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
คนน้ำเงิน วันที่ : 25/04/2011 เวลา : 12.49 น.

เขียนได้สุดยอดครับ ขอเป็นกำลังใจให้เสนอผลงานดี ๆ จรรโลงใจคนในโลกนี้ไปตลอดนะครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
beckyblooms วันที่ : 29/03/2011 เวลา : 15.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

จ๊ะเอ๋!!

โห..มาฟ้องอ่ะ..ท่านเซียนเต่าเขียนไรไม่รู้ เราไปแจ้งซีไอเอกันเหอะ..แล้วเอาตังค์มาแบ่งกัน..เค้าเอาไปซื้อของไร้สาระ..คุณกวงบังเอาไปทำบุญ..โอเค๊?


ความคิดเห็นที่ 17 (0)
เบญจพร วันที่ : 29/03/2011 เวลา : 07.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/benjaporn

มากราบหลวงปู่ค่ะ
ถึงมาช้า..แต่กำลังใจ...
มีให้ตลอดเวลานะคะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
cozy วันที่ : 26/03/2011 เวลา : 11.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

โหล ๆๆ

เมษานี้จะไปแอ่วหานะสหายฯ จัดเวลาไว้ด้วย ...

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
บ้านพระธรรม วันที่ : 22/03/2011 เวลา : 08.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sarattatham
บ้านพระธรรม

กราบหลวงปู่ด้วยคนค่ะ....

ศิษย์กวง หายไปไหนมาเจ้าค่ะ คิดถึงจัง

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
beckyblooms วันที่ : 18/03/2011 เวลา : 16.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

ยุ่งจริงๆคุณ..

อ่านแล้วจะดูไม่ดีมั้ย ถ้าจะบอกว่า..ท่านน่ารักนะ..

บางทีคนเราก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องเล็กๆน้อยๆ..บ้างก็คิดว่าไม่ไม่ใช่เรื่องของเรา ..ไม่ใช่กิจของสงฆ์.. ซึ่งที่จริงมันเป็นเรื่องของสังคมที่เราอยู่ หากทำกันคนละเล็กละน้อย มันก็จะดีขึ้น..

ชอบที่หลวงปู่ทำ.. เป็นประโยชน์และมีนัยยะสอนคนไปด้วย.. ออกแนวกุศโลบายอ่ะ..

เค้าว่าคนเรามันง่ายกับการพูด..พูดเยอะ ทำน้อย..

ทำให้มากกว่าพูดจะเยี่ยม..เหมือนที่หลวงปู่ทำเป็นตัวอย่างนี่แหละเนอะ..ช่วยกันๆ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ดินเดินทาง วันที่ : 17/03/2011 เวลา : 11.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/din-travel

ทำบุญเยอะแต่ได้บุญนิดเดียว

คงจะจริงตามที่หลวงปู่กล่าว


..

สวัสดีคร๊า เฮีย

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
cozy วันที่ : 16/03/2011 เวลา : 13.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

เชียงใหม่ฝนตกมา 3 วันล่ะสหายฯ

กลับมาอ่านต่อเก็บรายละเอียดฮะ ...

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
SOMBOONTIEW วันที่ : 15/03/2011 เวลา : 18.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somboontiew
เราจักทำเวบหลวงปู่ทิม วัดพระขาว ด้วยใจต้องการบูชาพระคุณ หลวงปู่ www.luangputim.com

ระดับความพอใจ ๕
ระดับข้อมูล ๕
ระดับภาพ ๕

นี่คือความพึงพอใจ ระดับ๕ จากscb

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
cozy วันที่ : 12/03/2011 เวลา : 16.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

ผมเองเคยแต่ได้ยินนะครับ แต่ไม่เคยลองเองเลย กวาดยา

พระดีๆมีธรรมเมตตาสูงยังมีอีกมากในสังคมเรา ขอบคุณสหายที่ได้นำมาให้รู้จักกันอีกรูปนะฮะ ..

ไว้มาต่ออีกรอบ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 11/03/2011 เวลา : 14.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

ไม่ได้มา
แต่
พอมาทุกครั้ง
อิ่ม ธรรมะดีๆ ครับ

ขอบคุณ กับ
การสรรหา เรื่องดีๆ ของ พระดีๆ มาให้อ่าน

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เด็กอนุบาลห้องหนึ่งทับสอง วันที่ : 11/03/2011 เวลา : 10.00 น.
ผู้ทรงอิทธิพล หรือจะสู้ ผู้ทรงอิทธิฤทธิ์

ได้พบหลวงปู่ท่านครั้งแรก ท่านมีเมตตามากๆฮะ กิริยา การวางองค์ของท่าน เรียบร้อยมากๆ

และการไปครั้งกราบครั้งนั้น ก็ได้รับ CD เทศน์ท่านมา กลับมาถึงบ้าน ก็เปิดฟัง ผ่านไปสักสามนาที ก็ต้องแปลกใจว่า นี่เราเปิดแผ่นหลวงปู่แฟ้บหรือเปล่า??

เพราะในเทศน์ ท่านเทศน์ได้เผ็ดร้อน เสียงดัง ต่างกับองค์ท่านที่เคยได้ไปกลับเป็นคนละองค์

ราวกับท่านเดินถือไม้เรียว กระหน่ำลูกศิษย์ลูกหาที่ขี้เกียจก็ไม่ปาน

ครูบาอาจารย์เวลาแสดงธรรม ท่านใส่ทั้งหัวใจจริงๆฮะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
musachiza วันที่ : 08/03/2011 เวลา : 11.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

สวัสดีครับ...มีคำคมหลายคมเลยที่ผมชอบ
ในคำสอนของท่าน ในเรื่องการทำบุญต้องทำถูกต้อง
ถูกวิธี...ผมเห็นด้วยอย่างแรงครับ
เรื่องคำกระทบกระเทียบที่เพื่อนบ้านว่า
ก็เป็นเรื่องที่ดีนะครับ...ได้มุมมองในการเก็บนำมาไตร่ตรองของท่าน
ส่วนเรื่องกวาดยานี่....ผมยังรู้สึกเข็ดจนถึงทุกวันนี้
เพราะจำรสชาดและพะอืดพะอมจนน้ำตาไหลพรากได้
ศิษย์น้องสบายดีนะครับ
เบกกี้เขาแซวผมไว้...ผมก็เลยนำเอามาไตร่ตรอง
ตามข้อคิดที่ได้เอ็นทรี่นี้ของศิษย์น้อง อิอิ
...จึงนับได้ว่าข้อคิดนี้ นำมาใช้จริงได้...

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
beckyblooms วันที่ : 07/03/2011 เวลา : 22.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

จ๊ะเอ๋..

หรือควรจะ..เจริญพรดี

ช่วงนี้บรรยากาศไม่ค่อยดีเลยเนอะ..พระผู้ใหญ่สิ้น 2 รูป รู้สึกหดหู่อ่ะ..

เค้าอ่านผ่านๆไปมั่งแล้ว เดี๋ยวมาอ่านแบบดีๆอีกทีนะ..

ไม่ได้เลย..คือ..เรามันชั่วๆ ต้องเอาอะไรดีๆ อินพุทเยอะๆหน่อย ซึ่งมันก็ช่วยได้จริงๆนะคุณ..เป็นเล่นไป..

เดี๋ยวมาใหม่นะ..

ป.ล. เค้าดูท่านเซียนเต่าในทีวีช่องนึง ฮามาก..ไปแดกไว้เรียบร้อยแล้ว ฮ่า..

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
จิ้งจก วันที่ : 06/03/2011 เวลา : 23.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ryuki2007

ขอบคุณบทความจากสะพานบุญอันแข็งแกร่งครับ...ศิษย์กวง

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ไม่มีก็ได้ วันที่ : 06/03/2011 เวลา : 15.21 น.

ไม่ว่าจะนานเท่าไร ก็ยังคงรักษามาตราฐานและผลงานดีดี มานำเสนออยู่เสมอ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
chailasalle วันที่ : 05/03/2011 เวลา : 22.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

น่าเลื่อมใสนักในการเปิดการรักษาแบบทางเลือก ขึ้น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
orathaip วันที่ : 05/03/2011 เวลา : 19.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/exsjmcu34

กราบหลวงปู่ด้วยคนค่ะ....

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ครูแดง วันที่ : 05/03/2011 เวลา : 08.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-ขอบคุณเรื่องที่เป็นมงคลในเช้าวันนี้ค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]