• ศิษย์กวง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-23
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 2280812
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1500 คน
Sitthi
ดาวนับแสนที่มีวงแหวนนับร้อย ทั้งดาวเคราะห์น้อย ดาวฤกษ์ลอยคว้างๆ ดาวทุกดวงนั้นย่อมจะแตกต่าง มีเส้นทางหมุนของตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi
วันพุธ ที่ 19 ธันวาคม 2555
Posted by ศิษย์กวง , ผู้อ่าน : 23968 , 03:27:32 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน opads , pook และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

จะว่าไปแล้วถึงแม้ในเมืองไทยจะมีวัดที่เป็นสำนักตักศิลาไสยศาสตร์และมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปอยู่เต็มไปหมด แต่ทว่าในแง่ความเก่าแก่แล้ว “วัดเขาอ้อ” จัดว่าเป็นสำนักตักศิลาไสยศาสตร์ที่มีอายุยาวนานมากที่สุดและยิ่งใหญ่มากที่สุดในภาคใต้

ซึ่งหากเราได้ศึกษาประวัติของวัดเขาอ้อ เราจะพบว่าก่อนจะเป็นวัดในทุกวันนี้ ในอดีตวัดเขาอ้อเคยเป็นสำนักพราหมณ์ผู้เรืองเวทย์มานานกว่าพันปี ถึงวันนี้ความเข้มข้นทางไสยศาสตร์ของวัดเขาอ้อจะลดน้อยลง แต่โดยตัวของวัดเขาอ้อเอง ก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่และบทบาทของตนอย่างสม่ำเสมอ

หากว่าวัดเขาอ้อสามารถบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของผู้ที่เคยเข้ามาศึกษาหาความรู้ได้ สมุดบันทึกเล่มนี้คงยาวและหนาหลายหมื่นหลายแสนหน้า และในสมุดเล่มนี้ก็จะต้องบันทึกชื่อของพระเกจิอาจารย์องค์หนึ่งผู้ซึ่งกาลเวลาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตที่อยู่ในคุณงามความดีของท่านได้ครับ

เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ผมมีโอกาสได้ไปร่วมงานพุทธาภิเษกที่วัดเขาอ้อ จังหวัดพัทลุง งานครั้งนี้ได้นิมนต์พระเกจิอาจารย์มาร่วมพุทธาภิเษกถึง ๒๔ องค์  เจ้าภาพได้ออกสืบค้นและพยายามนิมนต์พระที่เคยเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของสำนักเขาอ้อครับ

ปลายฝนต้นหนาวที่มาพร้อมกับลมหวนคืนถิ่นเก่าครั้งนี้  “พระครูสังฆรักษ์ หิรัญโญ” (พ่อท่านเล็ก) วัดควนซาง ตำบลหนองบัว อำเภอรัษฏา จังหวัดตรัง ถือเป็นพระที่มีอาวุโสสูงสุดครับ

ด้วยจำนวนพรรษาที่สูงถึง ๖๕  กับวัยที่กำลังขยับเข้า ๑๐๐ ปีในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า  ทำให้ท่านเป็นพระขวัญใจของทุกคน เพราะการที่ท่านพาไม้เท้าอลูมิเนียมแบบสี่ขากับเครื่องช่วยฟังมาด้วย เล่นเอาทุกคนต้องตื่นตัวและระทึกใจตลอดเวลา โดยเฉพาะเวลาที่ท่านพูดหรือออกเดิน คนพูดก็ต้องพูดเสียงดังเพื่อท่านจะได้ยิน ท่านเองเวลาพูดก็ต้องพูดเสียงดังเพราะท่านไม่ได้ยินเสียงตัวเอง

ครั้นพอถึงกำหนดเวลาเข้าเสก พ่อท่านเล็กได้นั่งรวมดวงจิตสำรวมเป็นสมาธิร่วมพิธีที่กินเวลามากกว่าสองชั่วโมง การนั่งสมาธิด้วยความสงบนิ่งเป็นเวลาที่นานเกินกว่าปุถุชนอย่างเราจะทำได้ ทำเอาผู้ที่ร่วมพิธีต่างพากันประหลาดใจครับ เพราะเมื่อเทียบอายุของท่านกับการมานั่งเสกพระนานๆ ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย

หนึ่งคือต้องผ่านการเรียนจนชำนาญ สองคือต้องผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก และที่สำคัญคือต้องมีความอดทน มีสมาธิและมีจิตใจที่มั่นคงแน่วแน่ครับ

ว่ากันว่าชีวิตของคนเรามีระยะเวลาจำกัด บางคนมีอายุขัยไม่มากนัก บางคนก็มีอายุที่ยืนยาว ดังนั้นคุณค่าของการดำรงอยู่ จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุขัยว่าสั้นหรือยาว แต่อยู่ที่ว่าในระหว่างที่เรามีชีวิตอยู่นั้น เราได้ดำเนินวิถีชีวิตอยู่ในคุณงามความดีและเราได้ตกผลึกประสบการณ์แห่งชีวิตไว้เพื่อถ่ายทอด เพื่อแบ่งปัน และเพื่อเป็นประโยชน์แก่คนทั่วไปหรือเปล่า

พ่อท่านเล็ก อาจไม่ใช่พระที่เทศนาเก่งจนสามารถขับกล่อมชีวิตของผู้ที่อยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ให้สงบสุขได้แบบฉับพลัน แต่ท่านเป็นพระที่มีวัตรปฏิบัติที่เรียบง่าย สมถะและเคร่งครัดตามพระธรรมวินัย

วัตถุมงคลของท่านไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ช่วยคุ้มครองชีวิตหรือสร้างความมั่นคงให้กับจิตใจเท่านั้น หากแต่มันยังแฝงไปด้วยกุศโลบายต่างๆ อันเป็นการชี้นำผู้คนเข้าสู่เส้นทางของการทำความดีด้วยครับ อย่างเช่นก่อนที่ท่านจะมอบวัตถุมงคลแก่ผู้รับท่านจะสอนผู้รับเสมอๆ ว่า “นะคือพ่อ โมคือแม่” ท่องให้ขึ้นใจไปไหนก็ไม่ต้องกลัวอันตราย

คนเราหากมีความอ่อนน้อมถ่อมตนและไม่ลืมผู้มีพระคุณ ชีวิตไม่มีตกต่ำหรืออับจนหรอกครับ โดยเฉพาะกับพ่อแม่ที่ตามธรรมโดยนัยเปรียบเทียบว่าเป็นดั่งพรหมหรืออรหันต์ของบุตร ในมุมที่ว่า พระอรหันต์ท่านไม่เคยคิดหรือหวังร้ายกับคนที่ทำผิด บิดามารดาก็เช่นกันไม่เคยหวังร้ายหรือใส่ใจในความผิดของลูก ผู้ที่ทำบุญกับพระอรหันต์มีผลมากฉันใด บุตรทำบุญกับบิดามารดาก็มีผลมากเช่นกันครับ

“สมชาย สมชาย”

เสียงพ่อท่านเล็กดังขึ้นในทันทีที่พวกเราประคองท่านลงจากบริเวณพิธีมายังลานวัด

“พ่อหลวง พ่อหลวง”

ใบหน้าที่เคร่งขรึมปรากฏรอยยิ้มเมื่อเห็นชายวัยกลางคนก้าวลงจากรถและตะโกนเรียก หลังจากพ่อหลวง (พ่อท่านเล็ก)ขึ้นรถและเห็นว่าอุปกรณ์ช่วยเดินถูกวางไว้ในตำแหน่งท้ายรถเรียบร้อยแล้ว ท่านหันมาพยักหน้ายิ้มแทนคำขอบใจ ก่อนที่รถกระบะสีขาวจะค่อยๆ  เคลื่อนออกจากวัดเขาอ้อไปอย่างช้าๆ

ก่อนหน้านี้ย้อนหลังไปช่วงต้นปี ผมและเพื่อนๆ เดินทางลงมาภาคใต้เพื่อนำเหรียญหลวงพ่อทวดที่พวกเราลงขันร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อแจกแก่ทหารและผู้ปฏิบัติหน้าที่ในเขตสามจังหวัดภาคใต้มาขอความเมตตาจากบรรดาพระเกจิอาจารย์ช่วยปลุกเสก ชื่อของ  ”พ่อท่านเล็ก แห่งวัดควนซาง” ปรากฏขึ้นมาตามคำแนะนำของคุณเพชร เพื่อนรุ่นน้องผู้รับผิดชอบในการเดินทางลงใต้

คงต้องบอกก่อนว่าการเดินทางของเรามิใช่เป็นการเดินทางตามลายแทงของความมีชื่อเสียง หากแต่เป็นการเดินทางเพื่อตามหาพระเกจิอาจารย์ที่ดีและเก่ง โดยไม่จำเป็นจะต้องมีชื่อเสียงหรือเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ความตั้งใจในการเดินทางที่ไม่ได้ประสงค์เพียงแค่ความสำเร็จของงาน มีส่วนช่วยให้พวกเราสามารถทนอดและอดทนมาจนถึงวัดเล็กๆ แห่งหนึ่งของเมืองตรัง

ภายในกุฏิเล็กๆ หลังแรกนับจากปากประตูวัด ปรากฏเศษจีวร,เศษใบตาลกับภาพของพระภิกษุวัยชรา ซึ่งใบหน้าและการเคลื่อนไหวตัวได้บ่งบอกถึงช่วงอายุปีที่ผ่านโลก ท่านกำลังนั่งก้มหน้าเขียนอักขระลงบนใบตาลอย่างมีสมาธิ

ว่ากันว่าพ่อหลวงแห่งวัดควนซางองค์นี้ นั่งลงตะกรุด,นั่งเขียนอักขระในใบตาลและสานมันขึ้นมาเป็นลูกตะกร้อซึ่งท่านเรียกเครื่องรางชิ้นนี้ว่า “ลูกตรุด” มานานหลายสิบปีแล้ว และในทุกวันนี้พ่อท่านเล็กยังคงตื่นจากจำวัดแต่เช้าเพื่อมานั่งสมาธิ ทำวัตรเช้า เขียนตะกรุด สานลูกตรุดหรือทบทวนวิชาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสงเคราะห์ญาติโยมเฉกเช่นที่เคยปฏิบัติมาตลอดชีวิต

“ทุกวันนี้ผมตื่นแต่เช้า ขับรถออกจากบ้านมาดูพ่อหลวง หลังจากท่านฉันเช้า ท่านก็จะมานั่งเขียนตะกรุดหรือไม่ก็จะทำลูกตรุด เอาไว้แจกกับคนที่มากราบนมัสการ ท่านไม่เคยเรียกรับปัจจัย ใครให้ท่านสงเคราะห์เรื่องอะไร ทำได้ท่านก็จะทำให้ทันที มีบางอย่างพอไม่แน่ใจ ท่านก็จะให้ผมขับรถพาท่านไปบ้านลูกของท่านที่ปากพนัง ท่านเก็บตำราไว้ที่นั่น”

“ความจำท่านดีมาก ผมเห็นท่านรื้อเอาตำราเก่าๆ ของท่านมาจดใส่กระดาษ เพื่อเอากลับมาทำที่วัด ผมไม่เคยห้ามท่านนะ  เห็นว่าสิ่งที่ท่านทำมันเป็นความสุขของท่าน เราก็ยินดี เคยมีบางคนมาเห็นบอกว่าพ่อหลวงแก่แล้วให้หยุดเถอะ ผมก็บอกว่าให้ไปบอกท่านเองเถอะ ผมไม่กล้า คนเราถ้าทำอะไรแล้วมีความสุขมันก็ทำไปได้เรื่อยๆ”

ลูกศิษย์คู่ใจของพระอาจารย์สูงวัยหัวเราะเสียงดัง ก่อนเล่าให้พวกเราฟังว่า เขาเองก็ไม่ได้จดจำว่ารู้จักพ่อท่านเล็กหรือที่เขาเองเรียกติดปากว่าพ่อหลวงมานานกี่ปีแล้ว จำได้เพียงว่ามีอยู่วันหนึ่งเพื่อนมาเล่าให้ฟังว่า ไปเจอพระแก่ๆ องค์หนึ่งที่วัดควนซาง ท่านทำตะกรุดเก่งมาก คนที่ได้รับเมื่อนำไปใช้แล้วมีประสบการณ์ บางคนโดนยิงไม่เข้า บางคนเอาไปลองยิงก็ยิงไม่ออก ทันทีที่ได้ยินเขาก็ขับรถรีบบึ่งมายังวัดทันที

เขาเล่าว่าสมัยก่อนพ่อหลวงจำพรรษาอยู่ที่กุฏิหลังเล็ก ถัดไปจากกุฏิหลังนี้ มาถึงก็เห็นพ่อท่านเล็กนั่งเขียนตะกรุด เขาและเพื่อนจึงถวายปัจจัยเพื่อขอทอน(ขอบูชา)  พ่อท่านเล็กก็จะหยิบตะกรุดพร้อมกับส่งปัจจัยที่พวกเขาถวายคืนกลับมาให้ พวกเขาคิดว่าท่านคงจะเผลอลืม จึงได้ถวายปัจจัยกลับไปให้ท่านใหม่

เขาเล่าว่าพ่อท่านเล็กก็จะหยิบตะกรุดพร้อมกับส่งปัจจัยที่พวกเขาถวายกลับคืนมาอีก เขาและเพื่อนก็เลยลองทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนในที่สุดไม่ว่าจะเป็นลูกตรุดและตะกรุดชนิดต่างๆ ที่มีอยู่ในกุฎิทั้งหมดก็มาวางกองอยู่ตรงหน้าพวกเขาพร้อมกับปัจจัยที่ถวาย

 “วันนั้นเพื่อนได้ตะกรุดกลับไปเยอะ ส่วนผมเอาตะกรุดคืนท่านทั้งหมดและถวายปัจจัยไปสามพันบาท บอกให้ท่านเก็บใส่กระเป๋าอังสะจะได้ไม่หล่นหาย หลังจากนั้นผมก็เวียนมาปรนนิบัติท่านทุกวัน ผมว่าท่านเป็นพระที่สมถะ ไม่สะสมและเป็นพระที่มีแต่ให้จริงๆ”

เจ้าของน้ำเสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเริ่มหัวเราะอีกครั้งอย่างมีความสุขเมื่อได้ยินคำถาม

“มีคนถามผมเยอะ ผมว่าผมไม่รู้ แต่ผมเชื่อ!! ผมเชื่อว่าท่านเก่ง ท่านสวดมนต์หรือท่องคาถาได้ทั้งเดินหน้า ถอยหลัง ไม่ว่าจะยาวหรือสั้นท่านสามารถท่องไปท่องกลับได้อย่างแม่นยำ ผมเคยเอาหนังสือมาเทียบเวลาท่านท่อง  เชื่อไหม? ไม่มีติดขัดหรือผิดสักตัว ทุกวันนี้ก่อนนอนท่านก็จะนั่งสมาธิสวดมนต์ทุกวัน”

“น้ำมนต์ของท่านคนถูกผีเข้าหรือถูกของเอาไปพรมออกทุกราย เพราะท่านจะสวดมนต์ภาณยักษ์ทุกคืน เด็กเล็กๆ คนไหนร้องไห้ไม่หยุด เอาตะกรุดของท่านไปผูก ตั้งใจท่องนะโมสามจบ หญิงผูกข้อมือซ้าย ชายผูกข้อมือขวา ผูกเสร็จเด็กหยุดร้องทันตาเห็น”

พวกเรานั่งซักถามพี่สมชายเพิ่มเติมถึงประวัติของพ่อท่านเล็ก ซึ่งตอนนี้เจ้าของเรื่องราวได้ละมือจากการเขียนตะกรุดมาร่วมนั่งฟังด้วยอย่างตั้งใจ รอยยิ้มและการพยักหน้าช้าๆ แสดงว่าช่วงชีวิตและช่วงเวลานั้นได้ถูกกลับมาฉายชัดอยู่ในทุกคำบอกเล่า

มีบางครั้งที่พ่อท่านเล็กยกมือและส่งสำเนียงใต้อย่างดัง ซึ่งล่ามจำเป็นของเราบอกว่าท่านกำลังขยายความเพิ่มเติมให้ แต่ในยามที่ท่านนิ่งสงบ...ผมรู้สึกเหมือนว่าท่านกำลังหวนรำลึกถึงอดีต เหมือนท่านได้เดินย้อนกลับไปสู่วันเวลาเหล่านั้นอย่างแท้จริง

พ่อท่านเล็ก หิรัญโญ เกิดที่ปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช โยมบิดาชื่อไข่ โยมมารดาชื่อนวล นามสกุล โยธิมา ครอบครัวของท่านดำรงชีวิตอย่างสมถะ ไม่ฟุ้งเฟ้อ ท่านเคยเล่าให้พี่สมชายฟังว่า

ถึงแม้ในวันนั้นท่านจะไม่ได้จดจำความอะไรมากนัก แต่สิ่งที่ฝังใจและคงอยู่ติดตัวท่านตลอดมาคือ คำสอนของโยมพ่อในเรื่องของการรู้จักตนเอง ไม่ละโมบโลภมากและที่สำคัญคือต้องเป็นคนที่เสียสละ ซึ่งโยมพ่อของท่านแม้ไม่ถึงกับรวยล้นฟ้าแต่ก็นับได้ว่าประสบความสำเร็จไม่น้อย เพราะไม่เพียงแต่เลี้ยงดูบุตรให้เจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพเท่านั้น โยมพ่อของท่านยังสามารถสร้างฐานะให้กับครอบครัวได้อย่างมั่นคง

เมื่อภารกิจทางโลกที่รับผิดชอบลงตัวและความที่โยมพ่อของท่านเป็นผู้ที่สนใจในเรื่องของพระพุทธศาสนารวมถึงมีความชื่นชอบคาถาอาคมเป็นทุนเดิม โยมพ่อของท่านจึงได้เดินทางข้ามฝากจากปากพนังมายังพัทลุงเพื่ออุปสมบทและฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์ทองเฒ่าเจ้าอาวาสวัดเขาอ้อ ในขณะนั้นเด็กชายเล็กวัย ๑๓ ขวบที่ติดตามมาด้วย เมื่อเห็นบิดาออกบวชจึงได้ตัดสินใจบรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดเขาอ้อเช่นกัน

วัดเขาอ้อ ถือเป็นสำนักไสยศาสตร์ชั้นดี โดยเฉพาะในยุคของพระอาจารย์ทองเฒ่า (พระครูสังฆาพิจารณ์ฉัททันต์บรรพต) เป็นเจ้าอาวาส  จะมีทั้งบรรพชิตและฆราวาส หลั่งไหลกันเข้ามาเล่าเรียนวิชาอาคมกันเป็นจำนวนมาก สามเณรเล็กผู้มีอุปนิสัยสนใจในการศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่จะวิ่งเข้าวิ่งออกเพื่อเรียนวิชาอาคมแปลกๆ ตามกุฏิต่างๆ เพื่อเสริมให้ตัวเองมีความรู้เพิ่มขึ้นจากวิชาที่บิดาถ่ายทอดให้ จนเมื่ออายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ท่านจึงอุปสมบทและศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย เรียนบาลีมูลกัจจายน์ และเรียนวิชาอาคมเวทย์มนต์ต่างๆ จากบรรดาครูบาอาจารย์ในวัดเขาอ้อจนมีความเชี่ยวชาญ

“อยู่นานวัน ความละเอียดในวิชาก็ยิ่งมากขึ้น เพราะวิชานี้เหมาะสมกับการทำแบบนี้ บางครั้งก็มีพระจากเขมร จากลาว เดินทางเข้ามาเรียนวิชาของเขาอ้อ เราก็ไม่ต้องออกแรงเดินทางไปเรียนที่อื่น เอาวิชาของเขามาเรียนรู้ มาดัดแปลงและใช้ไปตามสภาพของแต่ละสถานการณ์”

พ่อท่านเล็กพยักหน้าและยิ้มน้อยๆ เมื่อล่ามจำเป็นถ่ายทอดคำพูดของท่านออกมาได้ค่อนข้างถูกใจ

ท่านเล่าว่าช่วงนั้นการดำเนินชีวิตของท่านในวัดเขาอ้อเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข มันเป็นความสุขที่เกิดจากความสงบและการได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก แต่จะมีใครสักกี่คนที่จะทราบว่าอีกด้านหนึ่งของความสุขนั้น ภาพของโยมแม่นวลที่เพียรพยายามมาขอร้องให้พระลูกชายลาสิกขาออกมาช่วยงานของครอบครัวและใช้ชีวิตเยี่ยงคนปกติคือแต่งงานและมีบุตรไว้สืบสกุล  มันคือสิ่งที่สะเทือนลึกเข้าไปในหัวใจของท่านตลอดเวลา

ท่านว่ามันเป็นจุดเล็กๆ ที่แผ่ขยายจนท่านรู้สึกว่าตัวเองคงหมดบุญในการถือเพศบรรพชิตและมันคงถึงเวลาที่ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อทดแทนบุญคุณผู้ให้กำเนิด และเมื่อท่านได้พิจารณาอย่างถ่องแท้ด้วยความเป็นเหตุเป็นผลแล้วยิ่งทำให้จิตใจของท่านต้องสับสน เนื่องจากโยมแม่ของท่านก็ชราภาพลงไปทุกที หากไม่ใช่ท่านแล้วจะเป็นใครที่จะคอยดูแลและสืบทอดสกุล

ท่านว่าเมื่อจิตไม่สงบและหัวใจไม่ได้หยุดนิ่งเพียงแค่ความคิด  ฝืนทนอยู่ต่อไปในสมณเพศเห็นจะไม่ได้การเป็นแน่แท้ ท่านจึงได้ตัดสินใจลาสิกขาออกมาดำเนินชีวิตทางโลก คือทำงานและแต่งงานสร้างครอบครัวตามความตั้งใจของมารดา

ครอบครัวของนายเล็กได้ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขมาระยะหนึ่ง จนเมื่อบุตรของท่านมีอายุครบ ๕ เดือน ภรรยาของท่านก็ได้ถึงแก่กรรม ในช่วงนั้นตัวท่านเองเกิดความทุกข์ใจกับการจากไปของภรรยาอยู่เป็นเวลานาน จนเมื่อท่านได้พิจารณาและคิดทบทวนถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตและพบว่าความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ทุกสรรพสิ่งในธรรมชาติล้วนเป็นไปตามกฎพระไตรลักษณ์ เป็นไปตามกฎแห่งกรรม ท่านจึงได้ตัดสินใจหันหลังให้กับทางโลกและเข้าอุปสมบทเป็นครั้งที่สองโดยจำพรรษา ณ วัดนันทาราม ปากพนัง นครศรีธรรมราช

อย่างไรก็ตามถึงพระเล็กจะเป็นพระบวชใหม่ แต่ด้วยจิตใจที่เกินร้อยบวกกับพื้นฐานประสบการณ์ของการปฏิบัติธรรมภาวนาที่ท่านได้เรียนรู้โดยตรงจากครูบาอาจารย์ที่เชี่ยวชาญทั้งปริยัติและปฏิบัติจากสำนักวัดเขาอ้อ ทำให้ท่านได้รับมอบหมายเป็นครูสอนธรรมะแก่พระภิกษุ สามเณร ในวัดนันทาราม

๕ ปีในชีวิตของการเป็นครูสอนธรรมะ พ่อท่านเล็กได้ฝากฝีมือสร้างพระสงฆ์สามเณรชั้นดีไว้ให้สืบทอดมรดกธรรมมาแล้วเป็นจำนวนไม่น้อย ซึ่งพระวัยกลางคนผู้ซ่อนความขลังไว้อย่างมิดชิดได้ปักหลักสอนหนังสือธรรมะจนรู้ซึ้งถึงแก่นว่าแท้จริงแล้วคำสอนมิใช่มีอยู่เพียงแต่ในตำราเท่านั้น

แต่ในเมื่อชีวิตไม่อาจมีแต่ได้กับได้ ท่านจึงชั่งน้ำหนักตวงวัดสิ่งที่จะได้รับจากการเป็นครูสอนธรรมมะกับสิ่งที่จะต้องเสียโอกาสไป ท่านมีความเชื่อมั่นว่ามันคุ้มค่าที่จะแลก มันไม่ใช่แค่ตำแหน่ง มันไม่ใช่แค่ยศถาบรรดาศักดิ์ แต่มันคือประสบการณ์จริงที่ชีวิตของท่านจะได้สัมผัสคือการออกเดินธุดงค์เพื่อขัดเกลากิเลสและแสวงหาวิชาความรู้ทางไสยเวทย์ตามที่ใจชอบ

“พ่อหลวงท่านเดินธุดงค์มาปักกลดที่นี่”

โยมอุปัฏฐากคนสำคัญ เท้าความถึงความเป็นมา

“ท่านมาสร้างวัดควนซางเมื่อปี ๒๔๙๘ ท่านเคยเล่าว่าสมัยนั้นบริเวณนี้ยังคงเป็นป่าและไม่มีวัด ชาวบ้านมาเห็นท่านปักกรดจึงนิมนต์ขอให้ช่วยสร้างวัด โดยนิสัยของท่านแล้ว พ่อหลวงท่านไม่ใช่พระที่ยึดติดสถานที่ พอวัดเริ่มเข้ารูปเข้ารอย ท่านเผ่นแนบเลย เข้าป่าขึ้นเขาไปเลย ท่านบอกอยู่ในป่าในเขาสบายดีไม่ต้องมีใครมากวนใจ”

ผมป้อนคำถามผ่านล่ามจำเป็น

“พี่ถามให้ที่สิ..หลวงปู่เคยเจอผีหรือเปล่า ?”

พ่อท่านเล็กยิ้มแล้วพยักหน้าแทนคำตอบ

“ผีมันเป็นยังไง ?”

ล่ามจำเป็นเอ่ยขึ้นด้วยความอยากรู้

พ่อท่านเล็กชี้มาที่ผม

“สวรรค์” ผมแอบพูดในใจแบบเงียบๆ

แต่เพื่อนๆ หัวเราะ

ครับ..จะว่าไปแล้วพระเกจิอาจารย์ที่เก่งในเรื่องของคาถาอาคมอาจจะเหลืออยู่ไม่มากแล้วในปัจจุบันนี้ พระเกจิอาจารย์ที่ดีจริงก็ยิ่งหาได้ยาก แต่ถ้าจะหาพระเกจิอาจารย์ที่พร้อมทั้งความดี ความเก่ง เป็นสายตรงและเข้าถึงจิตวิญญาณแก่นแท้ของวิชาแล้วละก็  เห็นทีจะเหลืออยู่แบบนับหัวได้

“พ่อหลวงเป็นพระที่ชอบในเรื่องคาถาอาคมมาก ครูบาอาจารย์ของท่านมีเยอะ  ที่ไหนว่ามีวิชามีครูบาอาจารย์ดี ท่านก็จะเดินทางไปขอเรียน บางทีหายไปเป็นปีๆ นอกจากเขาอ้อแล้วท่านยังเป็นศิษย์สายตรงของพระอาจารย์วัน วัดประสิทธิชัย สิ้นพระอาจารย์วัน ท่านก็มาต่อวิชากับพระมงคลสิทธิการ ศิษย์เอกของพระอาจารย์วัน”

“จบจากวัดนี้ท่านก็เดินธุดงค์ไปเรียนกับพระอาจารย์ศรีแก้ว วัดไทรใหญ่ สงขลา พ่อท่านสังข์ วัดดอนตรอ ฯลฯ เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้มีวิชาอยู่เต็มพุง ทุกวันนี้ผมต้องจ้างคนครั้งละสามร้อยไปเก็บใบตาลมาให้ท่านทำลูกตรุด ผมเคยรีดแผ่นเงินมาให้ท่านลงลูกตรุด ท่านเขียนไปได้ไม่กี่ตัว ก็โยนกลับมาให้ผม บอกว่าทำไม่ได้มันผิดตำรา”

เสียงหัวเราะของพี่สมชาย เริ่มดังอีกครั้งเมื่อพูดถึงพระอาจารย์ของตนเอง ตำแหน่งความเป็นลูกศิษย์ของเขาซึ่งเทียบเคียงแล้วก็ไม่ต่างไปจากฐานะลูกชายดีๆ นี่เอง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ จากท่านในทุกเรื่อง คงยกเว้นไว้เรื่องเดียวคือเสกของ

“ผมขนเศษจีวร เศษใบตาลไปทิ้งทุกวัน พ่อหลวงท่านทำเยอะมาก ผมว่าในรอบปีนี้ท่านทำลูกตรุดไม่ต่ำกว่าสามพันลูก พวกตำรวจแถวกันตังพกลูกตรุดของท่านทุกคน เขาว่าไปยิงกับคนร้ายแล้วยิงไม่ออก พากันมาขอจากท่านกันทั้งโรงพัก”

“ความจริงพ่อหลวงท่านชื่อเล็ก  พระครูเจ้าอาวาสเห็นดวงตาของท่านกลมใสเป็นประกาย เป็นแวว คล้ายตาเสือ เลยเรียกหลวงพ่อเสือเล็ก ชาวบ้าน ลูกศิษย์เห็นว่าชื่อนี้น่ารักดี เลยเรียกท่านว่าหลวงพ่อเสือเล็กกันจนติดปาก”

ผมหันไปมองดวงตาและใบหน้าของท่าน

จริงอย่างที่เขาว่าครับ ดวงตาของพ่อท่านเล็ก มีประกายแวววาวดั่งตาเสือจริงๆ ยิ่งถ้ามองแบบองค์รวมแล้ว จะพบว่าท่านเป็นพระที่มีตบะอำนาจมาก

เหมาะสมแล้วครับที่เขาจะเรียกท่านว่า “พ่อท่านเสือเล็ก”

มาเยือนวัดควนซางทั้งที ถ้าไม่ได้รู้รายละเอียดของ “ลูกตรุด” เห็นที่จะเสียเที่ยวแย่ครับ เพราะ “ลูกตรุด” เป็นเครื่องรางที่ขึ้นชื่อของพ่อท่านเล็ก  หลายคนเมื่อเห็นก็อาจจะเรียกว่า ตะกรุดใบลาน,ลูกตะกร้อหรือตะกรุดนโม ๒๙ ฯลฯ แตกต่างกันไปตามความถนัดครับ

พ่อท่านเล็ก จะใช้ใบตาลแห้งมาลงปฐมอักขระนอโม ได้แก่ นอ โม พุ ทอ ธา ยอ สิ ทอ ทม ออ อา อิ อี อึ อื อุ อู ฤ ฤๅ ฦ ฦๅ เอ แอ ไอ ใอ โอ เอา อำ อะ ตามตำรายันต์ตะกร้อตำรับเขาอ้อ โดยพี่สมชายบอกพวกเราว่าวิชานี้พ่อหลวงของเขาได้เรียนมาจากพระอาจารย์(จำชื่อไม่ได้) ที่ปักกลดอยู่ในป่าช้าของวัดแห่งหนึ่ง

เขาเล่าว่าทุกครั้งที่พ่อท่านเล็กลงมือจารอักขระ ท่านจะจารอย่างมีสมาธิชนิดฝากวิญญาณไว้ในใบตาลเลยทีเดียว เพราะพ่อท่านเล็กจะให้ความเคารพในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของครูบาอาจารย์ เรื่องของตัวอักขระ ไล่ไปจนถึงใบตาลที่นำมาทำและสำคัญที่สุดคือพ่อท่านเล็กเคยบอกกับเขาว่า สิ่งที่ท่านสร้างไว้คือมรดกของแผ่นดินที่จะยังคงอยู่ ถึงตัวท่านจะจากโลกนี้ไป ลูกตรุดแต่ละลูกก็จะบอกเล่าเรื่องราวของมันอย่างภาคภูมิใจ

ก่อนจะออกจากวัดควนซาง พวกเราเข้าไปกราบลาพ่อท่านเล็กในกุฏิของท่านอีกครั้งครับ ท่านยิ้มพร้อมกับพยักหน้าช้าๆ เป็นนัยยะของการรับรู้ ขณะที่ทุกคนกำลังเดินออก ผมหันกลับไปมองพ่อท่านเล็ก ผมเห็นท่านหยิบจีวรเก่าๆ ผืนหนึ่งขึ้นมา พลางใช้มือและเท้าดึงผ้าให้ตึง เมื่อได้ที่ได้จังหวะ ผมเห็นท่านหรี่ตาข้างหนึ่ง เล็งเส้นในผ้าให้ตรง ก่อนที่ท่านจะค่อยๆ ฉีกเนื้อผ้าออกมาเป็นเส้นๆ

“พ่อหลวงกำลังจะถักตะกรุดข้อมือไว้แจกเด็กๆ”

พี่สมชายบอกผม

 “ปล่อยท่านเถอะ ถ้าทำอะไรแล้วท่านมีความสุข ก็ให้ท่านทำไปได้เรื่อยๆ”

เสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของพี่สมชายดังขึ้นอีกครั้ง ในขณะที่พ่อท่านเล็กพยักหน้าอย่างช้าๆ และยิ้มอย่างอารมณ์ดี

ครับ..ในระหว่างที่เรามีชีวิตอยู่ เราได้ดำเนินวิถีชีวิตอยู่ในคุณงามความดีและเราได้ตกผลึกประสบการณ์แห่งชีวิตไว้เพื่อถ่ายทอดแบ่งปันและเป็นประโยชน์แก่คนทั่วไปหรือเปล่า

ถ้าใช่!!

นั่นแหละครับคือคุณค่าของการดำรงอยู่ เฉกเช่นการดำเนินชีวิตของพ่อท่านเล็ก หิรัญโญ วัดควนซาง จังหวัดตรัง ที่ท่านได้ตกผลึกประสบการณ์แห่งชีวิตโดยการใช้สองมือน้อยๆ ค่อยๆ ถัก ค่อยๆ สานขึ้นมาเป็นเครื่องราง เพื่อถ่ายทอด เพื่อแบ่งปันและเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้คนมาตลอดชีวิตของท่าน...สวัสดีครับ

ขอขอบคุณ พี่สมชาย พยาบาล คุณโชค พัทลุง ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลและการเป็นล่ามเฉพาะทาง ภาพถ่ายสวยๆ จากฝีมือของพี่บอย สงขลา คุณเพชร คุณพรชนก สุขพงษ์ไทย เพื่อนต่อกับคำแนะนำ ตลอดจนกำลังใจจากคุณสมบูรณ์ ร้านนายอ้อ สระบุรีครับ 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
kaicpac วันที่ : 21/09/2013 เวลา : 22.08 น.


สุดยอดไปเลยครับพี่...

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ลูกตะวัน วันที่ : 30/03/2013 เวลา : 05.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Imajina
 

ชาติเสือไม่ทิ้งลาย
ความ เข้มงวดในการใช้ชีวิตในร่มกาสาวพัตร เรียบ และ ง่ายเวลา ของท่าน มีค่าทุกนาที เมตตา แก่ทุกคน
ท่านเคร่ง และสุขุม และให้แสงสว่างแก่ทุกคนที่ไปขอท่าน
100ปี ที่ ยัง เต็มร้อย สติ ปฏิบัติ ที่สมบูรณ์ ด้วยตัวท่าเอง มีเหลือเมตตา แก่ทุกคนเสมอ. อ่าน ข้อเขียน ที่ คุณ ศิษย์กวงเขียน แล้ว คิดถึงท่าน ครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
นู๋เอสซี่ วันที่ : 01/02/2013 เวลา : 22.23 น.

นานมากแล้วที่ไม่ได้เข้ามาอ่านแต่มาแล้วก้อได้อ่านเรื่องราวดีๆๆ

ขอบคุณครับพี่ศิษย์กวง

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
chailasalle วันที่ : 31/12/2012 เวลา : 16.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle


กำลังจะเขียนพอดีอ่านตอนท้าย นัยตาท่าน มีอำนาจมากแต่ก็มีเมตตาไปพร้อมๆๆกัน ผมนึกถึงหลวงพ่อแช่มวัดดอนยายหอม (คล้ายๆ) มันมีพลังบอกไม่ถูก ....
สวัสดีปีใหม่ จงสุขเกษมตลอดปี 2556

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
musachiza วันที่ : 22/12/2012 เวลา : 03.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ว้าวข้อมูลแน่นปึ๊ก

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
musachiza วันที่ : 22/12/2012 เวลา : 03.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ว้าวข้อมูลแน่นปึ๊ก

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
musachiza วันที่ : 22/12/2012 เวลา : 03.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ว้าวข้อมูลแน่นปึ๊ก

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 21/12/2012 เวลา : 22.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

มาอ่าน
ด้วย ศรัทธา
เพิ่งได้ยินชื่อท่าน เลย ไปถามเพิ่มเติม จากเพื่อนๆ เลยรู้ว่า
ท่าน เก่ง มากๆ

ขอบคุณ กับ สิ่งที่มอบให้ครับ

ระลึกถึงเสมอ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ขุน-นคร วันที่ : 19/12/2012 เวลา : 08.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khun-nakhon

บ้านเองแท้ ๆ ผมยังไม่ทราบข้อมูลเลย เก่งจริง ๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
กำหนัน วันที่ : 19/12/2012 เวลา : 08.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

สวัสดีครับ ขอกราบพ่อท่านด้วยคนครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เบญจพร วันที่ : 19/12/2012 เวลา : 05.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/benjaporn

น่ารักจริงๆค่ะ พ่อท่านของลูกๆ

เสือไม่ทิ้งลายจริงๆ กราบพ่อท่านค่ะ เป็นบุญนักที่ได้มีโอกาสไปกราบท่าน
ขอบคุณสำหรับข้อมูลและเรื่องราว (ที่บางครั้งต้องผ่านล่าม)
เหนื่อยแต่ก้อสนุก มีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นท่าน
เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2012 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]