• ศิษย์กวง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-23
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 2224181
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1500 คน
Sitthi
ดาวนับแสนที่มีวงแหวนนับร้อย ทั้งดาวเคราะห์น้อย ดาวฤกษ์ลอยคว้างๆ ดาวทุกดวงนั้นย่อมจะแตกต่าง มีเส้นทางหมุนของตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi
วันพฤหัสบดี ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2556
Posted by ศิษย์กวง , ผู้อ่าน : 12048 , 18:10:34 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน เบญจพร , chailasalle และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

ความสงบอย่างยิ่ง

คือการดำรงอยู่เหนือกาลเวลา

โดยธรรมชาติแล้วป่าช้าเป็นสถานที่ที่มนุษย์ทุกคนต้องเดินทางเข้าไปพักอาศัยอยู่แล้วไม่วันใดก็วันหนึ่ง แต่ในเมื่อมันยังไม่ใช่วันเวลาของเรา ค่าของการเป็นสถานที่เฉพาะทางจึงไม่ค่อยมีใครอยากจะเฉียดกายเข้าไป นัก หากไม่มีเหตุจำเป็นจริงๆ

แต่แล้วโลกทัศน์ใหม่แบบเล็กๆ ของชาวบ้านละแวกวัดก็เกิดขึ้น เมื่อพ่อท่านได้เข้ามาจำพรรษาอยู่ในป่าช้าของวัด ด้วยความที่พ่อท่านเป็นพระที่มีดีและอารมณ์ดี  ภายในระยะเวลาไม่นานนักท่านก็สามารถเปลี่ยนทัศนคติของชาวบ้านแบบพลิกฝ่ามือ

ท่านได้เปลี่ยนความกลัวให้เป็นความกล้า

ท่านได้เปลี่ยนใบหน้าที่หวาดระแวงให้เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม

สมเด็จพระสัมมาสัมพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงตรัสสั่งสอนว่าวิธีการที่จะมีความสุขที่สุดนั้นก็คือการดับทุกข์  ดังนั้นใครก็ตามที่เข้าใจในสัจธรรมที่เป็นความจริงของธรรมชาตินี้  ก็จะรู้ดีว่าการดับทุกข์นั้นสามารถทำได้ด้วยตนเอง

ถ้าพูดแบบชาวบ้านก็ต้องว่า อย่างแรงคือหักดิบดับทุกข์ทันที  และอย่างค่อยเป็นค่อยไปคือการละทิ้งความทุกข์ไปทีละนิดทีละน้อยภายในระยะเวลาไม่นานนักความทุกข์ก็จะลดน้อยถอยลงและมีความสุขมากขึ้น

ภายในศาลาปลายทางที่ใช้จำพรรษา ท่านได้เขียนสูตรยาชนิดหนึ่งไว้บนกระดานแขวนอยู่กับผนังของศาลา โดยหวังให้คนทั่วไปได้มาเห็น ได้มาศึกษา

ท่านว่าหากใครสามารถเข้าเครื่องยานี้ได้ ท่านรับรองผลว่าสามารถพ้นทุกข์ได้อย่างแน่นอน

๑.ต้นไม่รู้ไม่ชี้นี้เอาเปลือก

๒.ต้นช่างหัวมันนั้นเลือกเอาแกนแข็ง

๓.อย่างนั้นเองเอาแต่รากฤทธิ์มันแรง

๔.ไม่มีกูของกูแสวงเอาแต่ใบ

๕.ไม่น่าเอา น่า เป็น เฟ้นเอาดอก

๖.ตายก่อนตายเลือกเอาลูกใหญ่ๆ

หกอย่างนี้ หนักอย่างละชั่ง ตั้งเกณฑ์ไว้ “ดับไม่เหลือ”

ครั้งสุดท้ายใช้เมล็ดมัน ๖ อย่างนี้หนักเท่ากับยาทั้งหลาย เคล้ากันไปเสกอาถาที่อาถรรพ์

“สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ”

อันเป็นธรรมหฤทัยในพระพุทธนาม เอาลงหม้อใส่น้ำพอท่วมยา / เคี่ยวไฟกล้า เหลือได้หนึ่งในสาม / ๑ ช้อนชากิน ๓ เวลาพยายาม / กินเพื่อความหมดสรรพโรค เป็นโชคดี

“กินยานี้แล้วจะไม่เป็นหนี้”

พ่อท่านบรรยายสรรพคุณของยาเพิ่มเติมให้ชาวบ้านที่นั่งฟังอยู่ได้ทราบ

“กินยานี้แล้วหนี้เก่าจะหมดไปด้วยหรือเปล่า?”

ไม่อยากเรียกว่าคำถามเลย เพียงแต่ผมอยากรู้สรรพคุณเพิ่มเติม

“อะไรที่ผ่านมาแล้ว ก็ผ่านไป เราพูดถึงหนี้ใหม่ ไม่รวมหนี้เก่า”

เจ้าของสูตรยาหัวเราะก่อนตอบ 

คำตอบที่พริ้วไหวแต่ไม่แตกแถว หากพิจารณาให้ดีแล้วจะพบว่าเนื้อในของคำตอบมันคือธรรมะที่สอนให้ทุกคนรู้จักการปล่อยวางและดำรงชีวิตอยู่ด้วยสติ

พ่อท่านองค์นี้หากมองดูเผินๆ ท่านก็เหมือนพระทั่วไปครับไม่มีอะไรที่จะแตกต่างหรือจะโดดเด่น  ซึ่งเมื่อเราถามถึงสิ่งที่ท่านกำลังทำ ท่านตอบว่าท่านก็บอกไม่ได้หรอกว่าสิ่งที่ท่านทำอยู่นี้ มันจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนที่อ่านได้แค่ไหน

“ปัญหาในเบื้องแรกก็อยู่ตรงที่ว่า จะทำอย่างไรทุกคนจึงจะเห็นพ้องต้องกันว่า เรื่องนี้เป็นจริงได้และทุกคนจะได้ประโยชน์”

ท่านว่าไม่ต้องมากหรอกขอแค่จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่ และมากขึ้นเรื่อยๆ

ผมเองได้แต่สงสัยว่าหลวงตาแก่ๆ ที่พูดภาษาใต้ได้ชัดเจนมากกว่าภาษากลาง ท่านสามารถหยิบยกเอาคำสอนที่ลึกซึ้งและซับซ้อนอันเป็นแก่นแท้แห่งพระพุทธศาสนาขึ้นมาถ่ายทอดสด ผ่านกำแพงพื้นฐานความรู้ทางธรรมที่ทุกคนมีไม่เท่ากันให้เข้าใจเหมือนกันอย่างง่ายๆ ได้อย่างไร

 “เสือเป็นเจ้าป่าใช่ไหม?  เราจับเสือมาขัง เสือก็ยังเป็นเจ้าป่าใช่ไหม? ถ้าเราขังเสือแล้วไม่ให้อาหาร เสือตายไหม?

กิเลสก็เหมือนกัน  กิเลสเป็นเจ้าของหัวใจ เราจับกิเลสมาขัง กิเลสก็ยังคงเป็นเจ้าของหัวใจอยู่ดี แต่ถ้าเราไม่ให้อาหาร

ไม่ให้ตากระทบรูป ไม่ให้อารมณ์กระทบใจ กิเลสก็ต้องตายไปเหมือนเสือ

ครับ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าป่าหรือเจ้าของหัวใจ ทุกอย่างมีสิทธิ์ตายดับไปได้เสมอ

จะว่าไปแล้วตามประวัติถึงพ่อท่านจะเรียนหนังสือไม่สูง ไม่รู้จักเทคโนโลยีตลอดจนการสื่อสารที่ทันสมัยใดๆ แต่ท่านก็มีดีและมีสิ่งที่ทำให้หลายๆ คนต้องยกมือป้องหูและเบิ่งตาดูด้วยความฉงน

ท่านบอกว่าที่เรียนรู้และเอามาสอนคนในทุกวันนี้ ท่านได้เรียนรู้วิถีแห่งชีวิตจากห้องเรียนธรรมชาติตามป่าตามเขาด้วยตัวของท่านเอง ซึ่งนั่นอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ท่านเปี่ยมปัญญาและน่าติดตามครับ

ผมนึกถึงเรื่องราวในหนังสือเล่มหนึ่งที่ว่า การที่สิ่งธรรมดาจะกลายเป็นสิ่งพิเศษ ก็ต่อเมื่อเราเข้าไปรู้จักและสร้างสัมพันธ์ด้วย คงน่าเสียดายนะครับถ้าเราจะมัวแต่เงยหน้ามองท้องฟ้าหาจานบิน โดยหลงลืมคำสอนที่แท้จริงของพระพุทธองค์

การหัดมองย้อนหลังและสังเกตสิ่งที่เราผ่านมากันบ้าง อาจทำให้เราได้เห็นมุมสวยๆ ของธรรมะและโลกกว้างใบนี้อย่างแท้จริง

ยิ่งได้รู้จักพ่อท่านมากขึ้นเท่าไร ยิ่งเข้าใจธรรมะมากขึ้นเท่านั้น

ว่ากันว่าสิ่งปลูกสร้างมหัศจรรย์บนโลกใบนี้มีมากมายนับไม่หวาดไม่ไหว  เกือบจะเต็มร้อยล้วนสร้างขึ้นด้วยพลังแห่งศรัทธาแทบทั้งนั้น

ไม่ว่าจะเป็นกำแพงเมืองจีน ทัชมาฮาล หอเอน ฯลฯ ไล่ลำดับลงมาจนถึงวัดข้างบ้านที่เพิ่งฝังลูกนิมิตไปเรียบร้อยเมื่อไม่กี่วันนี้

หรือจะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ในแบบที่ไม่ใช่สิ่งปลูกสร้าง เช่นความเชื่อ ความคิด วิถีชีวิต ฯลฯ ก็เกิดจากพลังแห่งศรัทธาในอะไรสักอย่างที่มีอยู่ในตัวของตัวเรา

สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ

สิ่งทั้งหลายทั้งปวง ไม่พึงยึดมั่นถือมั่น

วิถีชีวิตภายใต้ร่มเงาแห่งพระพุทธธรรมคำสอนเช่นนี้ ทำให้ “พ่อท่านผอม ถาวโร” วัดไทรขาม อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เสมือนมีภูมิคุ้มกันอันเข้มแข็งต่อการเปลี่ยนแปลงจากโลกภายนอกที่นับวันจะเข้ารุมล้อมการดำเนินชีวิตอันสงบสุขของท่าน 

ท่านว่าด้วยคำสอนขององค์พระศาสดานี้เองที่เป็นดั่งเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเพียงสิ่งเดียวที่คอยผลักดันและเป็นกำลังใจให้ท่านสามารถดำรงชีวิตสมณะได้อย่างสง่างาม โดยไม่ต้องใส่ใจว่าใครจะคิดกับท่านอย่างไรหรือจะมองท่านว่าเป็นพระแบบไหน

ท่านว่าเรื่องอะไรก็แล้วแต่ที่เข้ามากระทบอาจจะสร้างความทุกข์ใจ ไม่พอใจ แต่ถ้าเรามีสติและรู้ตัวก็จะช่วยให้เกิดการปล่อยวาง ไม่ขึ้นลงไปตามสิ่งต่างๆ ที่เป็นทุกข์

“คนเราถึงจะไปอยู่ที่ไหน หากมองโลกถึงด้านในได้ ก็อยู่เหนือโลก เหนือกว่าเรือน ได้กำไรเป็นอย่างยิ่ง ได้รับความสุขประเสริฐเพิ่มเข้ามา โดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย”

ผมรู้จักพ่อท่านผอมครั้งแรกจากการอ่านหนังสือพระเครื่อง ตอนนั้นยังใส่กางเกงขาสั้นเรียนประถมและอาศัยอ่านหนังสือฟรีตามแผงหนังสืออยู่เลยครับ 

หนังสือพระเครื่องฉบับที่ลงก็ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรมากนัก นอกจากลงรูปพ่อท่านผอมขณะเอามือแตะกล่องใส่พระ และคำบรรยายเล็กน้อย ซึ่งผมเองก็จำไม่ได้ว่าเขาเขียนอะไรไว้

สมัยนั้นท่านจำพรรษาอยู่ ณ วัดหญ้าปล้อง ขณะเสกพระชุดดังกล่าวท่านมีอายุเพียง ๕๒ ปี ๓๒ พรรษา ซึ่งว่ากันด้วยพระเกจิอาจารย์สายใต้ในขณะนั้น ท่านคือพระที่มีอายุน้อยที่สุดครับ 

แต่ด้วยฝีมือและคุณวิเศษในตัว ทำให้ท่านได้รับนิมนต์ปลุกเสกพระร่วมกับพระเกจิอาจารย์อาวุโสชั้นนำของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีอายุมากกว่า ๘๐ ปีหลายองค์ เช่น

พ่อท่านจันทร์ วัดทุ่งเฟื้อ พ่อท่านแก่น วัดทุ่งหล่อ พ่อท่านมุ่ย วัดป่าระกำเหนือ พ่อท่านหีต วัดเผียน พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง ฯลฯ เรื่องราวของท่านที่ปรากฏตามหน้าหนังสือก็คงมีเพียงเท่านี้แหละครับ

จริงอยู่การที่เรารู้จักใครสักคนเพียงแค่อ่านผ่านตัวหนังสือ ถึงมันจะเป็นเวลาที่สั้นเกินไปในการทำความรู้จักกันได้อย่างถ่องแท้ แต่สำหรับผมแล้วมันมีคุณค่าและมากพอที่จะทำให้ผมเก็บท่านไว้ในความทรงจำครับ

รุ่นพี่ที่เป็นนักพระเครื่องอาวุโสและเคยเป็นอดีตบรรณาธิการหนังสือพระเครื่องหลายฉบับได้เล่าให้พวกเราฟังว่าตัวเขาเองก็เคยเจอพ่อท่านผอมในงานพุทธาภิเษกเหรียญพ่อท่านคลิ้ง หลัง “ภปร” หลังงานพุทธาภิเษกเสร็จสิ้นเขาและเพื่อนได้ไปส่งพ่อท่านผอมที่วัดหญ้าปล้อง

เขาจำได้ว่าพ่อท่านผอมเป็นพระที่สมถะ กล่าวคือท่านไม่เคยใส่รองเท้าและไม่มีย่าม เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๒๑ ถึงมันจะเป็นเวลา ๓๐ กว่าปีมาแล้วความประทับใจในท่านก็ยังคงอยู่ในใจของเขาไม่ลืมเลือน

เขาเล่าว่าสมัยก่อนเมื่อใครไปกราบขอพร “พ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน” จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านมักจะถามว่า “มาแต่ไหน?” หากใครตอบว่า “มาจากร่อน” (ร่อนพิบูลย์) ท่านก็จะบอกว่า มาหาท่านให้ไกลๆ ทำไม ที่ร่อนก็มีพระเก่งอยู่แล้ว ทำไมไม่ไปหา “พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง” เขาว่าสมัยนั้นวัดถลุงทองอยู่ลึกเขาไปในป่ามาก เส้นทางคมนาคมก็ไม่สะดวก เป็นพื้นที่สีแดงและมีภัยจากโจรผู้ร้ายอยู่เนืองๆ

ต่อมาเมื่อความเจริญเข้าไปถึงวัดถลุงทองจึงมีผู้รู้จักพ่อท่านคลิ้งกันมากขึ้นและผู้ที่เปิดตัวพ่อท่านคลิ้งสู่สาธารณะชนคนไกลจากวัดถลุงทองเป็นคนแรกคือ “โกหว่า ทุ่งสง” (คุณวรศักดิ์ อดิเทพวรพันธ์) ลูกศิษย์ของพระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา

เราต้องยอมรับครับว่าพระเกจิอาจารย์ภาคใต้ที่เก่งๆ หลายองค์ในยุคสมัยนั้น “โกหว่า ทุ่งสง” มักจะเป็นผู้เปิดตัวและสร้างเหรียญถวายพระเกจิอาจารย์เหล่านั้นเพื่อเอาไว้แจกแก่ลูกศิษย์และสาธุชนทั้งคนไกลที่เข้ามากราบนมัสการ

ทุกวันนี้เหรียญที่โกหว่าสร้างถวายแก่บรรดาพระเกจิอาจารย์ต่างๆ ล้วนได้รับความนิยมและเป็นที่เล่นหาของวงการพระเครื่อง ด้วยรูปแบบและจำนวนที่มาตรฐานแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มาสนับสนุน เช่น

หนึ่ง-พระเกจิอาจารย์ที่จะผ่านกำแพงศรัทธาของผู้รอบรู้ในไสยศาสตร์ ที่มีดีกรีเป็นถึงศิษย์เอกของพระอาจารย์นำ แก้วจันทร์ วัดดอนศาลา นั้นต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

สอง-พระเกจิอาจารย์ที่โกหว่าได้สร้างถวายนั้นล้วนเป็นพระสงฆ์ที่ดีและมีดีจริงๆ อาทิเช่น เหรียญพ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง ปี ๒๕๒๑ เหรียญพ่อท่านจันทร์ วัดทุ่งเฟื้อ ปี ๒๕๒๑ฯลฯ รวมไปถึงเหรียญรุ่นแรกของพ่อท่านผอม ที่สร้างขึ้นในปี ๒๕๑๗

ไม่เพียงแต่โกหว่าเท่านั้นที่ยอมรับในความเก่งและคุณธรรมของพ่อท่านผอม พระสงฆ์ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นทองเนื้อแท้แห่งพระพุทธศาสนาอย่าง “พ่อท่านคลิ้ง จันทสิริ” แห่งวัดถลุงทอง ก็ให้คำรับรองแก่ผู้ใกล้ชิดเสมอๆ ว่า

“ท่านผอมเป็นพระบริสุทธิ์ที่เก่ง มีสมาธิและอาคมที่ดี สมควรแก่การกราบไหว้บูชาอย่างที่สุด”

ดังนั้นในงานพุทธาภิเษกใดก็ตามที่พ่อท่านคลิ้งรับเป็นประธาน ท่านจะให้ลูกศิษย์นิมนต์พ่อท่านผอมมาร่วมเสกด้วยเสมอๆ เช่น งานพุทธาภิเษกเหรียญพระอาจารย์นำ แก้วจันทร์ หลัง “ภปร” ปี ๒๕๒๑

ผมเล่าเรื่องที่ไปพบพ่อท่านผอมให้รุ่นพี่ท่านนี้ฟังพร้อมกับมอบรูปถ่ายของพ่อท่านในปัจจุบัน ยืนยันความชัดเจนว่าพระองค์ที่พวกเราไปพบไม่ผิดฝาผิดตัวแน่นอน

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากกาลเวลาคือสภาพร่างกายของพ่อท่านที่ท้วมขึ้นตามอายุและทุกวันนี้ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดไทรขาม ซึ่งห่างจากวัดหญ้าปล้องมากพอสมควร

รุ่นพี่ท่านนี้ได้โทรศัพท์แจ้งข่าวไปที่โกหว่า น้ำเสียงดีใจของผู้สร้างเหรียญรุ่นแรกพ่อท่านผอมดังลอดออกมาพอให้พวกเราได้ยิน

“เก่ง ดี ไม่ใส่เกือก ไม่มีย่าม”

คำพูดของโกหว่าทำให้ผมฉุกคิดได้ว่า

“การค้นหาตัวตนของใครบางคน   เราอาจจะรู้ได้จากคำพูดเพียงไม่กี่คำก็ได้”

กรณีของสมณะที่เรียบง่ายอย่าง “พ่อท่านผอม ถาวโร” ก็ไม่ต่างกันครับ ชัดเจน เด็ดขาดและแน่นอน

ด้วยความเข้าใจในภาษาใต้ที่มีน้อยถึงน้อยมาก ผมตัดสินใจไปลากเจ้าเพชรออกมาจากบ้านอีกครั้ง เพราะเชื่อว่าการสื่อสารด้วยภาษาท้องถิ่นของเขาจะช่วยให้การซักถามของผมมีสีสันมากขึ้น

อย่างน้อยการได้เพื่อนดีๆ มาแบ่งปันแง่มุมที่แตกต่าง อาจทำให้ผมได้ฟังคำพูด คำสอนเก่าๆด้วยความรู้สึกใหม่ก็ได้

วันใหม่กับการเดินทางครั้งใหม่เริ่มต้น ในขณะที่ทุกคนพักผ่อนอยู่กับบ้านอย่างมีความสุขแต่ผมกับเจ้าเพชรยังคงมุ่งหน้าไปยังวัดไทรขาม การมาครั้งนี้ทำให้ผมพบความจริงข้อหนึ่งว่า วัดไทรขามยังคงตั้งอยู่ที่เดิมแต่ทางเข้าเริ่มแตกสาย

ครั้งก่อนเราผ่านสวนมังคุด

ครั้งนี้เราเจอสวนทุเรียน

“หรือเรากำลังออกนอกเส้นทาง”

เจ้าเพชรหยุดคิดพักใหญ่ก่อนจะหันมาบอกผมว่า

“คนเรามีหลายแง่มุม สุดจะคาดเดา ทางเข้าก็มีหลายทาง มันน่าสนใจมากกว่าเราจะเข้าเป็นอยู่ทางเดียว”

“เป็นความคิดเชิงบวกที่เข้าท่าดี”

ผมคิดในใจก่อนที่เราจะช่วยกันงมหาทางเข้ากันอีกครั้ง

ระหว่างทาง...ผมมองออกนอกกระจกรถเห็นทุ่งนา เห็นสวนมังคุด เห็นพื้นดินสีน้ำตาลอ่อนที่เจิ่งนองด้วยน้ำซึ่งมันคงเป็นผลพวงจากฝนที่ตกหนักราวกับฟ้ารั่ว เผลอถอดจิตไปเฝ้าพระอินทร์เอาตอนไหนก็ไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อเจ้าเพชรมาเรียก

“ถึงแล้วพี่ ป่าช้าวัดไทรขาม”

“ป่าช้าวัดไทรขาม”

ผมทวนคำ

เหลือบไปเห็นคุณยายแก่ๆ คนหนึ่งกำลังหิ้วปิ่นโตมาถวายเช้าพ่อท่านผอม ถามไถ่ได้ใจความว่า แกก็อายุเฉียดร้อยตั้งแต่เกิดมาและจำความได้ก็เห็นป่าช้านี้แล้ว

คำตอบของคุณยายทำให้ผมรู้สึกถึงความคลาสสิกกับการได้ยืนอยู่บนป่าช้าแห่งประวัติศาสตร์ของชาวบ้านดอนตะโก

ครั้งหนึ่งพ่อท่านผอมเคยสอนผมว่า..

“สัจจะเป็นเรื่องสำคัญสำหรับความเป็นมนุษย์ คนที่ไม่มีสัจจะก็คือคนที่ไม่เข้าถึงความเป็นมนุษย์”

ผมนึกถึงคำพูดของท่าน นึกถึงภาพของพระสูงวัยองค์หนึ่งที่มีความเคลื่อนไหว ท่านรอนแรมจาริกธุดงค์ไปทั่วเป็นเวลาหลายสิบปี

ณ วัดไทรขาม ท่านได้เพียรมาถวายเทียนพรรษาถึง ๓ ปี ก่อนที่จะเข้าจำพรรษา การย้ายจากสถานที่แห่งหนึ่งไปยังสถานที่อีกแห่งหนึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความกล้าอย่างมากมาย

หนึ่งคือตัวท่านจะต้องอาศัยอยู่กับความแปลกหน้าไปช่วงหนึ่ง

สองคือท่านจะต้องทิ้งความทรงจำหลายอย่างไว้ข้างหลัง

ท่านเคยบอกว่าทุกสถานที่ที่ท่านจำพรรษา ไม่ว่าจะเป็นวัดหรือตามป่าเขา ท่านว่าเป็นการชดใช้กรรมเก่าของท่านซึ่งเคยทำไว้ ณ สถานที่แห่งนั้น สำหรับวัดไทรขามแห่งนี้จะเป็นสถานที่สุดท้ายโดยท่านจะไม่ย้ายไปไหนแล้ว

ผมเรียนถามท่านว่าเป็นโชคชะตาหรือบุพกรรมใช่ไหมที่นำพาให้ได้พบกัน? ซึ่งเรื่องของการพบเจอกันนั้นในคติของชาวพุทธถือว่าเคยทำกรรมร่วมกันมา 

ท่านหัวเราะอย่างอารมณ์ดีก่อนตอบแบบได้ใจสมกับที่เขาเรียกท่านว่า “พระจี้กงเมืองนคร” พระผู้ก้าวข้ามกาลเวลา

“เป็นเพราะโลกมันกลม”

ฟังแล้วอยากจะตีลังกาไปสามตลบ เพราะนอกจากจะเหนือถูกเหนือผิดแล้ว คำตอบนี้มันยังเหนือความคาดหมายจริงๆ........สวัสดีครับ

ขอขอบคุณ คณะศิษย์พ่อท่านผอม/พี่แล่ม จันท์พิศาโล สำหรับข้อมูล คุณเพชร-ร้านเพชรฉลูกัณฑ์ คุณพรชนก สุขพงษ์ไทย สำหรับภาพถ่ายสวยๆ เพื่อนต่อกับคำแนะนำ คุณสมบูรณ์ ร้านนายฮ้อ สระบุรี สำหรับกำลังใจที่มีให้เสมอ 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เบญจพร วันที่ : 21/03/2013 เวลา : 05.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/benjaporn

พ่อท่านผอม คือพระแท้ในใจลูกๆจริงๆนะคะ
กำลังใจมีให้เสมอค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
kaicpac วันที่ : 16/03/2013 เวลา : 13.12 น.

ต้องขอบคุณพี่ศิษย์กวงมากๆครับ...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
chailasalle วันที่ : 07/03/2013 เวลา : 02.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

ตำหรับยาสุดยอดขอออนุญาติเผยแพร่...อิอิ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
opads วันที่ : 22/02/2013 เวลา : 07.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/OKopads
บันทึก การสะสมเหรียญพระบล็อคกษาปณ์

ชอบสูตรยา หลวงพ่อมากครับ

ขอบคุณพี่ศิษย์กวง ที่เพียรถ่ายทอดเรื่องครูบาอาจารย์อย่างสม่ำเสมอครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนน้ำเงิน วันที่ : 22/02/2013 เวลา : 01.28 น.

เขียนได้หรอยจังฮู้เนาะอ้ายบ่าวเนาะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 21/02/2013 เวลา : 21.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

หวัดดีครับ
เคยคุยกับ พี่คนหนึ่ง คนคอน
พี่เขาบอกว่า
พ่อท่านผอม เป้นหนึ่งในพระเก่ง แต่ ไม่ดัง
เพราะ ท่าน ไม่ค่อยทำวัตถุมงคล
ชอบสอนคน
แต่ ใครมีทุกข์ ไปรดน้ำมนต์ท้่าน
จะได้ดีทุกคน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    



[ Add to my favorite ] [ X ]