• ศิษย์กวง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-23
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 2224584
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1500 คน
Sitthi
ดาวนับแสนที่มีวงแหวนนับร้อย ทั้งดาวเคราะห์น้อย ดาวฤกษ์ลอยคว้างๆ ดาวทุกดวงนั้นย่อมจะแตกต่าง มีเส้นทางหมุนของตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi
วันศุกร์ ที่ 17 พฤษภาคม 2556
Posted by ศิษย์กวง , ผู้อ่าน : 5684 , 00:07:24 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน เบญจพร , beckyblooms และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

ธรรมชาติเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ควรแก่การศึกษา ทั้งธรรมชาติภายนอก และธรรมชาติภายในตัวเอง สมดุลของธรรมชาติทั้งภายนอกและภายในเป็นสิ่งที่เรียกคืนได้ เพียงแต่ต้องทำความเข้าใจให้ถ่องแท้และชัดเจน...

ใครบางคนบอกผมว่า ถึงเราจะอยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์เดียวกัน แต่ให้เชื่อมั่นเถอะว่าการมองเห็นของเราจะไม่เหมือนกัน บางคนก็บอกว่าดวงอาทิตย์มีขึ้น มีตก เป็นเรื่องของธรรมชาติ อีกคนบอกว่าการขึ้นและตกนั้นไม่ได้ซ้ำรอยเดิมทุกวัน

แต่สำหรับพ่อท่านแห่งชุมชนบ้านยางแดงวัย ๘๓ ปี ท่านเคยเทียบเคียงเรื่องนี้อย่างคมคายว่า

“การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ เป็นเรื่องของวัฏจักรชีวิตที่ต้องหมุนเวียน มีเกิด มีดับ ดังนั้นเมื่อเราพบพานเรื่องราวดีๆ หรือเหตุการณ์ร้ายๆ หากเรามองอย่างเข้าใจและไม่ประมาท มีเครื่องมือคือสติและปัญญาคอยรับการเปลี่ยนแปลง เราก็สามารถดำรงชีวิตได้อย่างสงบและสันติสุข”

ตอนเด็กๆ พวกเราชอบอ่านหนังสือพระเครื่อง เมื่อโตพอที่จะออกไปเที่ยวนอกบ้านด้วยตนเอง ถึงเราจะไปเที่ยวเล่นแบบคนทั่วไป แต่ในทันทีที่ต้องเลือก พวกเรามักจะเลือกโดยสารรถประจำทางไปตามวัดต่างๆ ที่เคยอ่านเจอในหนังสือ

หนึ่งคือเพื่อกราบพระ

สองคือเพื่ออุดหนุนวัตถุมงคลตามอัตภาพที่มีติดตัวกันอย่างอัตคัด

มาวันนี้ครับ พวกเราเดินทางย้อนรอยเกล็ดประวัติศาสตร์ที่แสนอัศจรรย์ของดินแดนสองพันปี ที่ชื่อ “ลังกาสุกะ” ว่ากันว่าเพราะการรวมเป็นหนึ่งท่ามกลางความหลากหลายที่ไม่แตกแยกนี้เอง ที่ทำให้ดินทุกเม็ด หินทุกก้อน ต่างมีประวัติและเรื่องราวเป็นของตัวเอง

โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชนชาติไทยซึ่งเป็นชาติที่นับถือพระพุทธศาสนามาอย่างยาวนาน โดยมีวัดเป็นสถานที่สำหรับประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา เป็นที่อยู่ของพระสงฆ์ ตลอดจนเป็นที่ร่มรื่นเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม

ดังนั้นวัดจึงเป็นสัญลักษณ์ของความสงบร่มเย็น โดยส่วนมากแล้วหมู่บ้านแต่ละหมู่บ้านต่างก็มีวัดประจำหมู่บ้านเป็นของตนเอง โดยชาวบ้านทุกคนถือว่าวัดเป็นศูนย์กลางและเป็นสมบัติร่วมกันของคนทั้งหมู่บ้านที่ต้องช่วยกันดูแลรักษาครับ

ที่นี่ “วัดนิคมสถิตย์ (วัดยางแดง)” ที่ตั้ง “เมืองงามสามวัฒนธรรม” นามว่า “ปัตตานี” ครับ

พ่อท่านจวน อภิวฑฒโน หรือสมณศักดิ์ที่บ่งบอกถึงคุณงามความดีที่ท่านได้ประพฤติดี ประพฤติชอบ คือ”พระครูสถิตนิคมธรรม” เจ้าอาวาสวัดนิคมสถิตย์ (วัดยางแดง-ชื่อเดิม) ตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ ถือเป็นพระเกจิอาจารย์อีกองค์หนึ่งที่มีความผูกพันกับ “หลวงพ่อทวด วัดช้างให้” 

ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับเส้นทางชีวิตในสมณเพศของพ่อท่านจวนคือ การเป็นหนึ่งในพระที่ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตภาวนาเมื่อครั้งที่ “พระครูวิสัยโสภณ” (ท่านอาจารย์ทิม ธมมธโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดช้างไห้ สร้างหลวงพ่อทวดขึ้นในปี ๒๔๙๙

ความผูกพันของพ่อท่านจวน ในฐานะพระลูกศิษย์กับพระอาจารย์ใหญ่ คือท่านอาจารย์ทิม ได้ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นรูปธรรมชัดเจนในการปลุกเสก “พระยายเขียด” เมื่อปี ๒๕๐๙ 

เชื่อถือกันว่าหากต้องการวัตถุมงคลที่มีเนื้อหาสาระเฉกเช่นเดียวกับพระหลวงพ่อทวด โดยท่านอาจารย์ทิมได้ปลุกเสกให้ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งละก็ พระยายเขียด ปี ๒๕๐๙ นี่แหละครับพกพาติดตัวได้แบบมั่นใจ

ในฐานะที่ท่านเป็นหนึ่งในไม่กี่องค์ที่มีส่วนร่วมในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ของท่านอาจารย์ทิม กอปรกับความรอบรู้ในคาถาอาคมโบราณที่เป็นจิตวิญญาณ เป็นภูมิปัญญาของบรรพชนมานานนับร้อยปีอย่างชนิดทะลุปรุโปร่ง

การที่พวกเราได้มีโอกาสเข้านมัสการกราบไหว้ท่าน ณ วัดยางแดง จึงถือเป็นโอกาสที่ไม่อาจหาได้ง่ายๆ นัก โดยเฉพาะในสภาพของความไม่สงบที่กำลังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง

ก่อนการเดินทางลงภาคใต้ครั้งนี้ พวกเราทำการบ้านอย่างหนัก โชคดีที่ได้คุณเพชร เข้ามาร่วมขบวนการในฐานะแกนนำ เขาได้เล่าเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับพ่อท่านจวน ให้พวกเราได้ฟังพอสังเขปว่า

พ่อท่านจวน มีนามเดิมว่า “จวน” นามสกุล “มุสิกวรรณ์” เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ ๕ มกราคม ๒๔๗๒ โยมพ่อชื่อ “นายนุ่ม” โยมแม่ชื่อ “นางจันทร์” ครอบครัวของท่านประกอบอาชีพทำนา

ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรและอุปสมบทเมื่ออายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ณ วัดยางแดง  วันที่ ๘ มิถุนายน ๒๔๙๒ โดยมี พระอธิการเซี่ยง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการทิม วัดช้างให้ เป็นพระกรรมวาจาจารย์และพระสมุห์สถิต เป็นพระอนุสาวนาจารย์  จำพรรษา ณ วัดนิคมสถิตย์(ยางแดง)

ด้วยความสนใจในไสยศาสตร์เป็นทุนเดิม ท่านจึงได้ฝากตัวเป็นศิษย์ “ท่านอาจารย์ทิม ธมมธโร” อดีตเจ้าอาวาสวัดช้างไห้ และ“พ่อท่านเกื้อ” (ศิษย์พ่อท่านพัฒน์ นารโท วัดพัฒนาราม จังหวัดสุราษฏร์ธานี) พระเกจิอาจารย์อาวุโสของวัดยางแดง  พร้อมกับศึกษาตำรับตำราโบราณที่ตกทอดกันมาของอดีตเจ้าอาวาสวัดยางแดงจนแตกฉาน

พ่อท่านจวน เป็นพระเกจิอาจารย์ประเภท “คมในฝัก” ท่านไม่เคยโอ้อวดความสามารถของตัวเอง ถึงแม้ว่าท่านเองก็มีดีที่จะอวด ท่านดำเนินวิถีชีวิตเยี่ยงพระสงฆ์ธรรมดาๆ รูปหนึ่ง ภายใต้การปฏิบัติที่เคร่งครัด ทำให้ท่านเป็นที่เคารพศรัทธาของคนในท้องถิ่น

ท่านเปรียบเสมือนดาวฤกษ์ที่มีแสงสว่างในตัวเอง แสงของท่านได้เปล่งออกมาให้ผู้คนได้เห็นในช่วงที่มีเหตุเภทภัยร่วมไปถึงอันตรายที่มาเยี่ยมถึงวัด ท่านได้นำทรายบริเวณกลางลานวัดยางแดงขึ้นมาเสก ก่อนที่จะนำไปโปรยหว่านรอบๆ อาณาเขตของวัด

ทรายเสกของท่านได้สำแดงฤทธิ์ โดยการ “กำบังตา” จากผู้ก่อความไม่สงบที่เร้นความมืดเข้ามาเดินเวียนไปวนมารอบๆ วัดทั้งคืนแต่ไม่สามารถพบทางเข้าวัด  จวบจนดวงอาทิตย์เริ่มฉายแสงแห่งอรุณรุ่ง

ทหารที่มาตั้งฐานปฏิบัติการบริเวณด้านหน้าวัดยางแดง เห็นกิริยาที่ส่อเค้าของความผิดปกติ  จึงได้ควบคุมตัวและตรวจค้น เมื่อพบว่าคนร้ายรายนี้พกทั้งแผนผังของวัดและอุปกรณ์เตรียมวางเพลิง จึงได้นำตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการต่อไป

จะว่าไปแล้วในอดีต เมืองไทยของเรามีพระและฆราวาสที่เก่งๆ หลายท่านครับ เอาแค่เฉพาะเรื่องของความ สามารถ ประเภทเสกใบมะขามเป็นตัวต่อ ตัวแตน เสกหุ่นพยนต์เฝ้าวัด เฝ้าบ้าน เสกหัวปลีเป็นกระต่ายน้อยให้คนคอยไล่จับ ฯลฯ ก็มีเยอะแยะมากมายดังที่ปรากฏเป็นตำนานเล่าขานมาจนถึงปัจจุบัน

คำถามมีอยู่ว่า...ในทุกวันนี้ยังมีพระหรือฆราวาสที่มีความสามารถในด้านนี้หลงเหลืออยู่บ้างไหม ?

คำตอบนี้ค่อนข้างยากครับ แต่ผมมีความเชื่อลึกๆ ว่ายังมีอยู่  อย่างน้อยก็พ่อท่านจวนนี่แหละครับ ถึงท่านจะไม่ได้รูดใบมะขามเป็นตัวต่อ ตัวแตน แต่ทุกเม็ดทรายที่ท่านเสกก็ทำให้ผมถึงสัจธรรมในข้อที่ว่า บางทีจินตนาการ ความเชื่อและความจริง ก็ไม่เห็นมีอะไรที่ต่างกันเลย

บ้านยางแดง ตำบลนาประดู่ 

บรรยากาศยามนี้อาจจะดูเงียบสงบ 

มีเรื่องราวอดีตของท้องถิ่นบันทึกไว้ว่า บ้านยางแดงเป็นชุมชนขนาดเล็กที่มีชาวไทยมุสลิมมากกว่าชาวไทยพุทธ จริงอยู่ถึงความเชื่อ,ความศรัทธา,อุดมการณ์และศาสนา จะแตกต่างกัน แต่เพราะภายใต้  ”พระบรมโพธิสมภาร” จึงทำให้ชาวไทยทั้งสองศาสนาอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขมานานหลายร้อยปี

จนเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๗ ได้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในเขตพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ การคุมคามที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ได้ลามเข้าไปถึงวัด ถึงโรงเรียน เล่นเอาพระสงฆ์องค์เจ้า ครูบาอาจารย์ ต้องเดือดร้อนกันทั่วหน้า

แน่นอนครับว่าทุกเรื่องร้ายที่เกิดขึ้นล้วนส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก   ถึงพวกเราจะเห็นภาพการดำเนินชีวิตของชาวบ้านที่ไม่ถามก็ไม่ทราบถึงความผิดปกติ แต่โปรดเชื่อเถอะว่ามันเป็นความปกติที่ซ้อนเร้น เพราะผมถามชาวบ้านหลายคนแล้วได้ความตรงกันว่า ทุกวันนี้ทุกคนต้องอยู่อย่างระมัดระวังตัวตลอดเวลา

อย่างไรก็ตามในฐานะพระสงฆ์ผู้นำจิตวิญญาณของชุมชน ทำให้พ่อท่านจวนต้องดำรงอยู่เป็น “ขวัญ” ของคนในพื้นที่ ถึงแม้ท่านจะต้องต่อสู้กับอุปสรรคและปัญหานานัปการที่ดูเหมือนจะเดินเรียงหน้าเข้ามาหาท่านในทุกวันนี้ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ท่านต้องมีความกังวลหรือดำรงอยู่ด้วยความทุกข์เลยครับ ท่านมักถูกตั้งคำถามและต้องตอบในประเด็นนี้อยู่บ่อยๆ

“เราอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด ก็ต้องช่วยๆ กันไป เพราะถ้าไม่ช่วยก็เท่ากับละเลยเพิกเฉย มันจะทำลายความศรัทธา ความไว้วางใจต่อกันได้”

พ่อท่านจวนอาจจะไม่ใช่พระประเภทยิ้มง่ายในยามปกติ แต่อุปนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตน อดทน ใจสู้และมีทัศนคติเชิงบวกเสมอ ทำให้ยามใดที่พวกเราเห็นท่านยิ้ม ความอบอุ่นและความเยือกเย็นที่ผสมกันอยู่บนใบหน้า ช่วยให้เราสัมผัสได้ถึงความเมตตาที่ท่านมีให้กับทุกคนที่เข้าไปนมัสการกราบไหว้

เอาเป็นว่าในเบื้องต้นหากอยากจะคุยกับใครสักคนเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นหรือแม้แต่การดำเนินชีวิตท่ามกลางความหวาดระแวง พ่อท่านจวนองค์นี้แหละครับ เหมาะสมที่จะเป็นผู้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนที่สุดแล้ว ที่กล่าวเช่นนี้ เพราะในแต่ละวัน จะมีกลุ่มคนนอกพื้นที่และในพื้นที่แวะเวียนเข้ามากราบนมัสการท่านเสมอๆ

บ้างก็มาเพราะความทุกข์

บ้างก็มาเพราะความขลัง

ซึ่งท่านเองก็พร้อมที่จะคุย พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสมเพื่อให้ผู้คนเหล่านั้นเกิดความสบายใจ อย่างวันนี้ที่พวกเรามา พ่อท่านจวนกำลังรับแขกกลุ่มเล็กๆ อยู่ที่บริเวณหน้ากุฏิ

ท่านยิ้มเมื่อหันมาเห็นและพยักหน้าบอกเป็นนัยว่าให้พวกเราเข้าไปนั่งคอยในกุฏิ พวกเราก็ไม่กล้าขัดใจครับ เลยพากันขนของที่นำมาถวายขึ้นไปตั้งกองรอท่านอยู่ในกุฏิ

ภายในกุฏิถูกแบ่งกั้นออกเป็นสัดส่วน ช่วงที่ท่านใช้นั่งรับแขกถูกยกเป็นพื้นสูงครึ่ง ที่โต๊ะหมู่มีพระพุทธรูปองค์เล็กๆ ตั้งอยู่บนฐานสูง ด้านหน้าฐานพระมีตัวหนังสือเขียนไว้สองแถว  แถวแรกคือ “พระยายเขียด” ถัดลงมาคือ “วัดนิคมสถิตย์(ยางแดง)”

ว่ากันว่าใครก็ตามที่มาวัดยางแดง สิ่งเบื้องต้นเลยคือทุกคนจะต้องทำความรู้จักกับ “พระพุทธรูปพระยายเขียด”เพราะพระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระคู่บารมีและเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ หลายคนกลับมาวัดแห่งนี้อีกครั้งก็เพราะพระพุทธรูปยายเขียด

สำหรับที่มาที่ไปของพระพุทธรูปพระยายเขียดนั้น มีทั้งตำนานประวัติและตำนานเกี่ยวกับอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์  ซึ่งในส่วนประวัตินั้นพวกเราท่องมาล่วงหน้าจนขึ้นใจแล้วครับ เรื่องมีอยู่ว่า

ยายเขียดเป็นชาวบ้านท่าเรือ โคกโพธิ์ วัดหนึ่งแกได้ออกจากบ้านเพื่อไปหาปลา เครื่องมือที่แกใช้หาปลาเรียกว่า “ชะนี” (ชะนีเป็นเครื่องมือหาปลาชนิดหนึ่ง ทำจากไม้ไผ่สาน ลักษณะคล้ายบุ้งกี๋  ด้านบนจะสานแบบห่างๆ ด้านล่างจะสานแบบถี่ๆ วิธีใช้คือเอาชะนางไปวางหรือไปช้อนปลาในแม่น้ำ ลำคลอง ฯลฯ)

เรื่องนี้จบลงตรงที่ว่าในวันนั้นทั้งวัดยายเขียดจับปลาไม่ได้สักตัว แต่กับใช้ชะนีช้อนได้พระพุทธรูปองค์เล็กขึ้นมาได้หนึ่งองค์ ยายเขียดจึงได้นำพระพุทธรูปองค์นั้นมอบให้กับพระภิกษุองค์หนึ่งที่จำพรรษาอยู่ที่วัดท่าเรือ

ต่อมาพระภิกษุองค์นั้นได้ย้ายวัดไปจำพรรษาที่วัดอื่นพร้อมกับไปนำพระพุทธรูปที่ยายเขียดถวายให้ติดตัวไปด้วย จนในที่สุดท่านได้เดินทางมาถึงบ้านยางแดง ท่านได้สร้างที่พักชั่วคราวเพื่อใช้เป็นสถานที่แปรรูปไม้เพื่อนำมาใช้สร้างกุฏิ

จนเมื่อมีชาวบ้านเข้ามาจับจองพื้นที่สำหรับสร้างบ้านเรือน โรงไม้แปรรูปได้กลายมาเป็นที่พักสงฆ์ และพัฒนาขึ้นเป็นสำนักสงฆ์และเป็นวัดยางแดง ในปี ๒๔๑๙ การเปลี่ยนสถานะดังกล่าวส่งผลให้พระพุทธรูปพระยายเขียดตกเป็นสมบัติของวัดยางแดงทันทีและเมื่อทางการได้แบ่งเขตการปกครองวัดยางแดงจึงได้รับการเปลี่ยนชื่อมาเป็น “วัดนิคมสถิตย์” นับเวลาจากการพบพระพุทธรูปพระยายเขียดจนถึงวันนี้ก็เกินกว่า ๑๕๐ ปีแล้วครับ

สำหรับตำนานอภินิหารของ “พระพุทธรูปพระยายเขียด” นั้นต้องบอกว่ามีมากมายเล่าขานกันไม่หวาดไม่ไหว อย่างที่ปรากฏตามหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ เช่น ชาวบ้านถูกคนร้ายยิงปืนใส่ ๓ นัด กระสุนทะลุหมวกกันน็อคถูกบริเวณศรีษะ หลังและแขนซ้าย แต่ไม่เข้าเป็นเพียงรอยช้ำ หรือ กรณีเกิดเหตุระเบิดโดยชาวบ้านที่มีพระยายเขียดติดตัวยืนห่างจากจุดระเบิดเพียง ๕ เมตร เสื้อผ้าขาดวิ่นแต่ไม่ได้รับอันตราย ส่วนบุคคลอื่นที่อยู่ในรัศมีได้รับบาดเจ็บ ๓ เสียชีวิต ๑

จริงอยู่เรื่องอภินิหารเหล่านี้ฟังดูแล้วค่อนข้างตื่นตาสำหรับพวกเรา แต่ถ้าเป็นในพื้นที่แล้วค่อนข้างธรรมดาครับ เพราะความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปพระยายเขียดนั้นมีมากกว่าที่พวกเราคิดครับ อย่างเช่นเรื่องของการบนบานศาลกล่าวหรือการกล่าวคำสาบาน

“สมัยก่อนบ้านเมืองยังไม่เจริญ เวลามีเรื่องหรือมีปัญหาต่างๆ เช่น ขโมยของ ผัวเมียทะเลาะ ฯลฯ ชาวบ้านก็จะพากันมาสาบานกันต่อหน้าพระยายเขียด”

พ่อท่านจวนได้เล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆ  ในสมัยก่อนให้พวกเราฟังด้วยสำเนียงสุ้มเสียงที่บ่งบอกว่าเป็นผู้มีอารมณ์เย็น ก่อนจะเน้นย้ำว่า

“หลายรายแล้วที่เสียชีวิตเพราะผิดคำสาบาน”

เห็นพ่อท่านขมังเวทย์อย่างนี้ วัตถุมงคลของท่านมีประสบการณ์อย่างนั้น แต่เมื่อท่านฟังเรื่องราวอภินิหารที่พวกเราขุดขึ้นมาเล่า  ท่านกลับนิ่งเงียบ มีบางครั้งท่านก็จะหันไปมองยังโต๊ะหมู่ที่ตั้งอยู่ข้างๆ ก่อนพูดกับพวกเราว่า

“คุณพระรัตนตรัย บารมีของพระยายเขียดมาช่วยไว้”

ได้ยินแล้วต้องอมยิ้มกับการเสี่ยงระเบิดลงใต้ครับ

ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ  คำพูดของท่านแสดงให้เห็นว่า ท่านไม่เคยหลงว่าการที่คนรอดตาย  ไม่ได้เป็นเพราะตัวของท่านเลย หากแต่เป็นเพราะบารมีของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านได้อัญเชิญมาสถิตย์ในวัตถุมงคลต่างหาก

ผมถามทัศนคติกับการดำเนินชีวิตท่ามกลางความหวาดระแวง

“ชีวิตไม่มีอะไรหรอก การทำงานคือชีวิต ชีวิตคือการทำงาน การทำงานคือการปฏิบัติธรรม การปฏิบัติธรรมคือการทำงาน ชีวิตคือการมาคนเดียวแล้วก็ไปคนเดียว กลัวอะไรกับความตาย อยู่ก็ต้องอยู่ให้มีประโยชน์ ทำก็ให้ทำเพื่อผู้อื่น นั่นแหละคือการดำรงอยู่อย่างมีคุณค่าของชีวิต”

ครับ การทำความรู้จัก การทำความเข้าใจ ไม่ว่าจะเรื่องของชีวิต วัฒนธรรม วิถีแห่งผู้คน จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลยหากเราไม่ออกไปพบปะกับผู้อื่น

“วัดยางแดง-พระพุทธรูปพระยายเขียด-พ่อท่านจวน”

ทั้งหมดนี้ทำให้ความหมายในการเดินทางของพวกเราครั้งนี้เพิ่มพูนมากขึ้น

รักจะเดินทางบนถนนเส้นนี้อยากถึงใจต้องไปให้ถึงที่ครับ ถ้ามั่นใจว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่มีประโยชน์ต่อสังคมและคนหมู่มาก ก็ต้องมุมานะทำต่อไป ปรับปรุงแก้ไขได้แต่อย่าล้มเลิก เพราะที่สุดแล้วจะต้องมีคนเห็นความตั้งใจดีและตั้งใจจริงของเราแน่นอน

สมดุลของธรรมชาติทั้งภายนอกและภายในเป็นสิ่งที่เรียกคืนได้ เพียงแต่ต้องทำความเข้าใจให้ถ่องแท้และชัดเจน 

“อยู่ก็ต้องอยู่ให้มีประโยชน์ ทำก็ให้ทำเพื่อผู้อื่น นั่นแหละคือการดำรงอยู่อย่างมีคุณค่าของชีวิต”

สวัสดีครับ

ขอขอบคุณ คุณเพชร สำหรับข้อมูลและภาพถ่าย คุณพรชนก สุขพงษ์ไทย กับภาพถ่ายเช่นกัน เพื่อนต่อ สำหรับคำแนะนำ คุณสมบูรณ์ ร้านนายฮ้อ สระบุรี กับกำลังใจที่มีให้เสมอครับ 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
beckyblooms วันที่ : 28/05/2013 เวลา : 22.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

หน้าตาแกนนอนคุ้นๆนะ 5555

อ่านอันนี้เค้าเก็ทกว่าอ่ะ.. น่าเห็นใจคนที่ทำ ก็ทำไป.. อย่างนี้ช่วยได้ต้องช่วยกัน กำลังใจเยอะแล้ว กำลังแรง กำลังสมองสำคัญกว่ามั้ย?..

เขียนๆไปรู้สึกจะเป็นพุทธหัวรุนแรง แข่งกับเค้ามั่ง 555 จะทำให้เรื่องของพระท่านหมองเปล่าๆ..

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 18/05/2013 เวลา : 19.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

เคยอ่านเจอว่า
มีคนแขวนพระท่าน ยิงไม่เข้า

วันเดียว
พระท่านหมดวัดเลย

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 18/05/2013 เวลา : 19.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

เคยอ่านเจอว่า
มีคนแขวนพระท่าน ยิงไม่เข้า

วันเดียว
พระท่านหมดวัดเลย

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
opads วันที่ : 18/05/2013 เวลา : 08.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/OKopads
บันทึก การสะสมเหรียญพระบล็อคกษาปณ์

สาธุครับ

ขอบคุณพี่ศิษย์กวง ผู้เพียรถ่ายทอดประวัติครูบาอาจารย์ ให้รับรู้อย่างสม่ำเสมอครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ชบาตานี วันที่ : 17/05/2013 เวลา : 07.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ท่านเป็นคนไม่ค่อยยิ้ม แต่ใจดีมากๆ ค่ะ
วัดใกล้บ้านของชบาตานี เวลาพวกเราไปกราบท่านทุกครั้ง พวกเรามักจะได้รับปราณีจากท่านเสมอค่ะ
พระยายเขียดเป็นพระที่หลายคนที่รู้กิตติศัพท์แล้วไม่แขยงค่ะ เพราะหลายคนต้องจบชีวิตเพราะผิดคำสาบานจริงๆค่ะ ชบาตานีขอยืนยันว่า เป็นเรื่องจริง

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คนน้ำเงิน วันที่ : 17/05/2013 เวลา : 02.15 น.

ยอดพระ(พุทธ) ยอดพระ(สงฆ์) ยอดพระ(เอกที่เขียนเรื่องดี ๆ อย่างนี้ให้ได้อ่านกัน)

ยอด ๆ ๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
chailasalle วันที่ : 17/05/2013 เวลา : 01.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

พระยายเขียด ดูมีสิลปะคล้ายๆ พระบุ ของอยุธยานะครับ องค์พระเล็กฐานสูงเกศ ปลี (คล้าย) ...ทำให้ต้องออกตามหาพระยายเขียด แล้วสิ อิอิ ..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
musachiza วันที่ : 17/05/2013 เวลา : 00.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

สวัสดีครับ แวะมาทักทายก่อน. สบายดีนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2013 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]