• ศิษย์กวง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-23
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 2227203
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1500 คน
Sitthi
ดาวนับแสนที่มีวงแหวนนับร้อย ทั้งดาวเคราะห์น้อย ดาวฤกษ์ลอยคว้างๆ ดาวทุกดวงนั้นย่อมจะแตกต่าง มีเส้นทางหมุนของตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi
วันอังคาร ที่ 1 เมษายน 2557
Posted by ศิษย์กวง , ผู้อ่าน : 19983 , 02:32:57 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน opads โหวตเรื่องนี้

“พุทธังกันตัง  ธัมมังกันตัง  สังฆังกันตัง  ที่กูนั่ง  ที่กูนอน  ที่กูสั่ง  ที่กูสอน  ที่กูยืนย่าง  ปืนไฟหน้าไม้อาวุธประดุจดังเหมือนห่าฝน  ก็มิต้องตามกู  พระทศพลให้ฝูงมารพ่ายแพ้แก่กูอยู่ถ้วนหน้า  สยบอุบาทว์จัญไร  ศัตรูทั้งหลายขอจงวินาสสันติ”

ใครที่เชื่อว่า “ไสยศาสตร์” เป็นเรื่องของความงมงายหรือเป็นเรื่องของการล้าหลังทางความคิด อาจจะต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่ครับ  เพราะไสยศาสตร์ไม่ได้มีเพียงแค่คาถาอาคมที่ใช้พร่ำเสกอย่างที่เราเคยเห็นเท่านั้น เกือบจะทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตล้วนเจือปนไปด้วยศาสตร์ลึกลับแขนงนี้ว่ากันตั้งแต่เรื่องของการเกิดขึ้นจนดับลง

โดยเฉพาะในจังหวัดพัทลุงซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักไสยศาสตร์หลักและสำคัญคือ “วัดเขาอ้อ” อำเภอควนขนุน ซึ่งตลอดเวลาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สำนักไสยศาสตร์แห่งนี้ได้ผลิตผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ออกมาอย่างไม่ขาดระยะ

ประวัติของเขาอ้อก็อย่างที่ทราบครับคือเป็นสำนักถ่ายทอดวิชาต่างๆ ให้แก่พราหมณ์ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นวัด โดยเจ้าอาวาสของวัดนี้แต่ละองค์ล้วนเป็นพระที่ได้รับการยกย่องว่าศักดิ์สิทธิ์และคงแก่วิชา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของเจ้าอาวาสที่ชื่อ “พระครูสังฆวิจารณ์ฉัททันต์บรรพต (พระอาจารย์ทองเฒ่า)” จัดได้ว่าเป็นยุคทองของการขยายกิตติคุณสำนักให้ปรากฏแก่โลกภายนอก เพราะท่านได้ถ่ายทอดวิชาให้กับบรรดาลูกศิษย์ทั้งที่เป็นพระและฆราวาสอย่าง มากมาย 

ซึ่งหาก เราไม่คิดอะไรมากนักเอาแค่ย้อนหลังไปสัก ๕๐ ปี ก็จะพบว่าได้มีผู้คงอาคมทั้งพระและฆราวาสที่เป็นศิษย์ในสายของเขาอ้อผลัด เปลี่ยนหมุนเวียนขึ้นมาเป็นสีสันให้กับวงการพระเครื่องจำนวนมากครับ

คงไม่มีใครในแวดวงไสยศาสตร์หรือวงการพระเครื่องปฏิเสธว่าไม่รู้จักพระเกจิอาจารย์ที่ชื่อ พระอาจารย์นำ ชินวโร วัดดอนศาลา พ่อท่านหมุน ยสโร วัดเขาแดงตะวันออก พ่อท่านจุล ธมฺมทินโน วัดลานแซะ ฯลฯ หรืออาจารย์ฆราวาสที่ชื่อ อาจารย์ชุม ไชยคีรี อาจารย์เปรม นาคสิทธิ์ ขุนพันธรักษ์ราชเดช

หรือจะเป็นรุ่นศิษย์ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารเริ่มเข้ามามีบทบาท เช่น พระครูกาชาด (บุญทอง) อดีตเจ้าอาวาสวัดดอนศาลา และ พระครูสิริวัฒนการ (ศรีเงิน อาภาธโร) อดีตรองเจ้าอาวาสวัดดอนศาลา ฯลฯ

ซึ่งบรรดาพระเกจิและอาจารย์ฆราวาสที่กล่าวนามมาข้างต้น เราอาจกล่าวได้ว่าบรรดาท่านเหล่านี้ได้มีส่วนทำให้ “ภาพลักษณ์” ของสำนักเขาอ้อเป็นที่รู้จักของผู้คนในวงที่กว้างขึ้นครับ

สำหรับพวกผมเยาวชนคนรุ่นใหม่ซึ่งมีความชื่นชอบในเรื่องไสยศาสตร์ชนิดเข้าเส้นเลือด  ดังนั้นเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์แขนงนี้จึงถูกซึมซับและสะสมอยู่ในใจของผมตลอดเวลา

พูดให้ง่ายเข้าก็คือไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านพ้นไปนานสักเท่าใด ประวัติของผู้ขมังเวทย์ เกล็ดเล็ก เกล็ดน้อยประมาณ ผีเข้าเจ้าสิง ยิงไม่ออก ฟันไม่เข้า ก็ไม่มีวันที่ผมจะลบมันออกไปจากความทรงจำ

วันเวลาที่เดินทางไปพร้อมกับการเจริญเติบโตทางสมองและแนวคิดช่วยให้ผมเปิดใจรับรู้โลกกว้างที่มีเรื่องราวมากขึ้น โดยส่วนตัวแล้วสิ่งที่ผมค้นพบในตัวเองคือเรื่องราวที่มีมากขึ้นเท่าใด ความอยากรู้อยากเห็นของชีวิตก็ยิ่งมีมากขึ้นควบคู่กันไปตลอดเวลา มีบางครั้งผมยอมรับว่าด้วยหน้าที่การงานและการดำเนินชีวิตจะทำให้ผมลืมเลือนเรื่องราวบางอย่างไปบ้าง

แต่ขอบอกครับว่า “การลืมเลือน” มันคนละเรื่องกับ “การลบเลือน” ครับ

ดังนั้นยามใดก็ตามที่ผมมีโอกาสได้เดินทางผ่านพิกัดเล็กๆ ที่ปักหมุดอยู่ในความทรงจำ  สมองน้อยๆ ของผมก็จะเปิดออกเพื่อรื้อค้นเรื่องที่เคยลืมเลือนนั้นออกมาดูด้วยความรู้สึกใหม่ๆ ก่อนที่จะตกผลึกมันออกมาเป็นเรื่องเล่าให้กับเพื่อนๆ หรือคนรอบข้างได้รู้ว่าเพราะอะไรผมถึงเก็บพระเกจิอาจารย์องค์นี้หรืออาจารย์ฆราวาสคนนั้นไว้ในใจครับ

ครั้งนี้ก็เช่นกันครับ ด้วยความจำเพียงน้อยนิดว่า “พ่อท่านจุล ธมฺมทินโน วัดลานแซะ”  เป็นพระเกจิอาจารย์ร่วมสมัยกับพระอาจารย์นำ ชินวโร วัดดอนศาลาและมีเส้นทางชีวิตที่คล้ายๆ กันคือเป็นหมอพื้นบ้านมีอาคมขลัง ไม่สบายและออกบวชจนมรณภาพ

ปลายฝนต้นหนาวแต่ภาคใต้ยังมีฝนตกจนน้ำท่วม พวกเราเดินทางลงมาจังหวัดพัทลุงถึง ๒ ครั้ง หนึ่งคือเพื่อไปดูสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับท่าน เช่น วัดเขาอ้อ วัดดอนศาลา วัดเขาโพรงเพลง สองคือเที่ยวดูหาเก็บวัตถุมงคลของท่าน

จน แน่ใจว่าหนึ่งคือภูมิทัศน์และบรรยากาศในตอนนี้ยังขนาดนี้ แทบจะไม่ต้องคิดมากเลยว่าเมื่อย้อนหลังไปเกือบร้อยปีบรรยากาศมันจะขนาดไหน และสองคือแทบจะทุกบ้านจะมีวัตถุมงคลของท่านติดอยู่ราวกับเป็นสิ่งมงคลสามัญ ประจำบ้าน

ว่า กันว่าความรู้สึกของคนเรามีพื้นที่ให้ซ่อนเร้นมากมายครับ แต่ส่วนมากแล้วมักจะปิดบังกันไม่มิด ความเชื่อถือในเรื่องที่ได้ฟังเขาเล่ามันมีแน่ แต่สุดท้ายเมื่อได้มาถึงสถานที่ที่เขาเล่าและทำความรู้จักกับมันด้วยตัวของ เราเองนั่นแหละถึงจะได้รับความรู้สึกในเรื่องที่คนเขาเล่าอย่างแท้จริง

วัดลานแซะ ตำบลนาขยาด อำเภอควนขนุน ถือเป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัดพัทลุงครับ จากบันทึกที่ระบุว่าวันลานแซะสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๒๖๗ ทำให้พวกเราทราบว่าตรงกับสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ซึ่งจากความเก่าแก่และยาวนานนี้เองทำให้วัดลานแซะแห่งนี้ต้องตกอยู่ในสภาพที่ทิ้งร้างในบางช่วง

ในส่วนของพ่อท่านจุลนั้นได้มาครองวัดเนื่องจาก “ท่านขุนสานัน”ได้ไปนิมนต์ท่านจากวัดเขาโพรงเพลง เล่ากันว่าในสมัยนั้นไม่มีพระสงฆ์องค์ใดจะมีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านมากเท่าพ่อท่านจุลครับ

พื้นเพเดิมของพ่อท่านจุลเป็นคนในพื้นที่ครับ ท่านเกิดเมื่อ พ.ศ.๒๔๓๙ ณ บ้านทุ่งโหลง ตำบลนาขยาด อำเภอควนขนุน คุณปฏิพัทธ์ ชัยฤทธิ์-เพื่อนรุ่นน้อง เล่าให้ผมและเพื่อนๆ ฟังว่า

พ่อท่านจุลเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องจากชาวบ้านนาขยาดว่ามีอาคมขลังตั้งแต่สมัยยังเป็นฆราวาส โดยท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์เรียนวิชากับพระอาจารย์ทองเฒ่า เจ้าอาวาสวัดเขาอ้อในขณะนั้น หลังจากเล่าเรียนได้ครบหลักสูตรท่านได้ใช้วิชาความรู้ให้เป็นประโยชน์โดยการดำรงตนเป็นหมอพื้นบ้าน

 

เล่ากันว่าในสมัยนั้นไม่มีชาวบ้านคนไหนไม่รู้จักหมอจุล เพราะไม่ว่าผีเข้า เคราะห์ร้าย ย้ายบ้าน ตั้งศาล ล้วนแล้วแต่ใช้บริการของหมอจุลทั้งนั้น วิชาที่โดดเด่นของหมอจุล คือเมตตามหานิยมและไล่ผี ซึ่งทั้งเรื่องรักและเรื่องไล่ในสมัยฆราวาสของท่านยังคงเป็นที่เล่าขานกันจน ถึงทุกวันนี้ครับ

อาจารย์สุขุม ทองขุนคำ วัย ๗๐ ปี ไวยาวัจกรของวัดผู้อุทิศตนเป็นวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงได้เล่าให้ฟังว่า เส้นทางชีวิตของพ่อท่านจุลก่อนบวชจะออกแนวคล้ายๆ พระอาจารย์นำครับ กล่าวคือพ่อท่านจุลได้ป่วยเป็นไข้เจ็บออดๆ แอดๆ ท่านจึงได้บนบานศาลกล่าวต่อครูบาอาจารย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าถ้าหายแล้วจะบวช

ชะรอยชะตาชีวิตของท่านจะถูกกำหนดแล้วว่าต้องอยู่ครองเพศบรรพชิต ดังนั้นการบวชของท่านจึงเป็นการบวชแบบยาวนานจนสิ้นอายุขัย พ่อท่านจุลอุปสมบทเมื่ออายุได้ ๔๖ ปี (พ.ศ.๒๔๘๕) ณ วัดปรางหมู่ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง โดยมี “พระครูกาเดิม (ปาน)”  เจ้าอาวาสวัดเขียนบางแก้ว เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์เรือง วัดปรางหมู่ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ โดยท่านได้รับฉายาว่า “ธมฺมทินโม” และได้จำพรรษา ณ วัดเขาโพรงเพลง

สมัยนั้นวัดเขาโพรงเพลง ยังคงมีสภาพเป็นป่าดิบที่เต็มไปด้วยอันตรายจากสัตว์ร้ายและภูตผีปีศาจ ความลึกลับและอาถรรพ์ของสถานที่ เช่นในวันสำคัญทางศาสนาจะมีเสียงเพลงดังมาจากยอดเขา ล้วนมีส่วนช่วยสร้างสรรค์ให้วัดแห่งนี้มีแต่ความสงบและเป็นที่สัปปายะเหมาะ แก่การนั่งสมาธิปฏิบัติธรรม

อาจารย์สุขุมเล่าว่า ณ วัดเขาโพรงเพลงนี้เอง ที่พ่อท่านจุลไปปลีกตัวเองออกจากหมู่ ไปนั่งสมาธิที่ถ้ำจมูกควาย ซึ่งเป็นถ้ำที่อยู่บนเขาโพรงเพลง ไม่มีใครรู้ความคิดหรือเหตุผลว่าทำไมท่านต้องเข้มงวดกับตัวเองขนาดนี้ เพราะในยามนั้นชาวบ้านทุกคนรู้กันเพียงว่าท่านมาบวชเพื่อแก้บนและเสริมบารมี ให้กับตัวเอง

กาลต่อมาภายหลังทั้งลูกศิษย์และชาวบ้านจึงทราบว่า  เหตุผลสำคัญคือพ่อท่านจุลได้ขึ้นมาเรียนวิชาจากคนธรรพ์ซึ่งเจ้าที่เจ้าทาง ณ เขาโพรงเพลงลูกนี้ครับ

“คนธรรพ์เป็นผู้ที่สอนวิชาเข้าว่านและวิธีเสกพระให้กับท่านในถ้ำจมูกควาย  พระอาจารย์บอกว่าคนธรรพ์อยู่ในชุดพราหมณ์นุ่งห่มสีขาวและมีร่ายกายใหญ่โตเท่าปากถ้ำ”

อาจารย์สุขุมเล่าถึงสิ่งที่ได้รับทราบก่อนที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าในช่วงที่พ่อท่านจุลยังจำพรรษา ณ วัดเขาโพรงเพลง ด้วยความที่ท่านมีความชอบและเชื่อมั่นในไสยศาสตร์เป็นทุน ท่านจึงได้เดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์ของ “พ่อท่านรอด วัดควนกรวด”  ซึ่งเพื่อนเรียนร่วมรุ่นกับท่านก็คือ “พ่อท่านหมุน ยสโร วัดเขาแดงตะวันออก” โดยอาจารย์สุขุมได้ให้หลักคิดกับพวกเราว่า

พระเกจิอาจารย์ในสมัยนั้นจะต่างจากสมัยนี้คือกว่าจะสร้างวัตถุมงคลที่เป็นรูปเหมือนของตัวเองได้นั้น ผู้สร้างต้องมีความมั่นใจจริงๆ เพราะหากสร้างให้คนนำไปบูชาแล้วไม่ได้ผลถือเป็นเรื่องที่เสียหายมาก ซึ่งนอกจากจะเสียหายที่ตัวเองแล้วยังขยายความผลเสียหายนั้นไปถึงครูบาอาจารย์ของตนเองอีกด้วย

“พระอาจารย์สร้างวัตถุมงคลเพื่อแจกอย่างเดียว ใครจะทำบุญหรือไม่ทำบุญท่านไม่เคยว่ากล่าวอะไร วัตถุมงคลของท่านเรื่องกันผี กันปืน โดนกันมาเยอะ  ความศักดิ์สิทธิ์ของท่านยังคงอยู่ถึงแม้ตัวท่านจะมรณภาพไปแล้วก็ตาม

อย่างเหรียญรุ่นยกช่อฟ้า ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกในวาระที่นายกชวนเดินทางมาเป็นประธานในพิธียกช่อฟ้าของวัด  ตอนสร้างเสร็จใหม่ๆ ไม่ค่อยมีคนนิยมเพราะไม่ทันท่าน  แต่พอนายก อบต. พร้อมพรรคพวกในรถรวม ๓ คน   โดนมือปืนไล่ยิงถล่มยาวเหยียดหลายกิโล รถพรุนทั้งคันแต่คนในรถไม่เป็นอะไรเลย รุ่งเช้าชาวบ้านทราบข่าวต่างพากันแห่กันมาบูชาหมดจากวัดภายในวันเดียว”

อาจารย์สุขุมยิ้มก่อนย้ำหมุดลงไปว่า

“โดนขนาดนี้ไม่เชื่อก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว คนพัทลุงรู้กันทั่ว เขาเรียกเหรียญรุ่นนายกชวน”

ผมได้ฟังแล้วเหมือนๆ ตัวเองกำลังจะหลุดเข้าไปสู่โลกแห่งจินตนาการสุดบรรเจิด  เพราะขนาดแอบคิดไปได้ว่าจะสร้างเหรียญพ่อท่านจุลเพื่อแจกในช่วงหาตัวเองหาเสียง แต่พอนึกถึงเหตุการณ์ตอน นายก อบต.พร้อมพวกโดนไล่ยิงถล่มแล้ว ก็ต้องหันมาพิจารณาตัวเองว่าถ้าหากโดนแบบเขา ผมคงจะตกใจและหยุดหายใจตั้งแต่ได้ยินเสียงปืนนัดแรกแล้ว

ซึ่งกรณีของผมคงจะนำความเสื่อมเสียมาสู่ญาติสนิทมิตรสหายที่คอยลงคะแนนเสียงอีกมากหน้าหลายตา

“เขาว่าแขวนพระของท่านแล้วผีกลัวจริงไหมครับ ?”

เพื่อนรุ่นน้องที่นั่งฟังแหวกเสียงขึ้นกลางอากาศ

“สมัยก่อนบ้านเรือน ถนนหนทางยังไม่สบายแบบนี้ มีชาวบ้านทั้งในพื้นที่และละแวกรอบๆ  วัดพากันมาให้ท่านไล่ผี ไล่ของกันเป็นประจำ ผีตัวไหนว่าดุๆ  ออกยาก พอเอาตัวมาอยู่ตรงหน้าท่าน แค่ท่านยกมือลูบปาก หรือบางทีเอามือลูบหัว คนที่ถูกผีเข้าก็หมดสติ  ผีออกในทันที"

"บางคนโดนคุณไสยไม่มากท่านเสกน้ำมนต์ให้ดื่มก็หาย ส่วนพวกที่โดนมาหนักๆ เช่นพวกโดนของแขก  รักษามาหลายหมอหลายอาจารย์ สุดท้ายหามมาให้ท่านรักษา ท่านก็ใช้เวลารักษาไม่กี่ครั้งก็ไล่ของออกได้หมด”

พวกเราพยักหน้า แล้วละสายตาจากอาจารย์สุขุมที่นั่งเล่าอยู่ตรงหน้า ขึ้นไปมองรอบๆ วัด เป็นนัยบอกว่าเข้าใจแต่ยังคงมีความหวังว่าน่าจะมีวัตถุมงคลของท่านสักชิ้นหลงเหลืออยู่ในวัด ก่อนจะถอนหายใจหันมาฟังเรื่องของท่านอีกครั้ง

 “เรื่องเวลาเสกพระท่านจะนั่งบนครกล่ะครับ ?”

อาจารย์สุขุมหัวเราะแบบผู้ใหญ่ใจดีก่อนเฉลยปริศนาที่คาใจคนต่างถิ่นว่า

“เรื่องนั่งบนครก เป็นเรื่องจริงแต่เป็นครกตำข้าวขนาดใหญ่นะ ท่านจะนั่งประกอบพิธีกรรมจนท้องฟ้าเกิดเป็นราหูอมจันทร์ เวลาเสกพระท่านก็จะเสกของท่านเงียบๆ องค์เดียว เข้าใจว่าน่าจะเป็นวิชาที่ท่านเรียนมาจากในถ้ำ มวลสารท่านก็เป็นคนไปหาเอง ผสมเอง อย่างดินที่ผสมท่านก็เดินทางไปพลีมาจากระโนด ความอาถรรพ์ของมวลสารนี่ชัดเจนนะ ถามชาวบ้านแถวนี้ดูได้”

ะว่าไปแล้วเรื่องของการประกอบพิธีกรรมให้สัมพันธ์กับท้องฟ้าและดวงดาว ตามความเข้าใจของผมน่าจะมีหลายวิชาครับ ยกตัวอย่างเช่นรุ่นพี่ท่านหนึ่งเคยเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ที่หลวงพ่อทองอยู่ ยโส วัดใหม่หนองพะองค์ จังหวัดสมุทรสาคร ได้แสดงวิชาดับดาวให้ดู โดยท่านได้ชี้นิ้วไปยังดวงดาวบนท้องฟ้า ภายในเวลาไม่นานนักดวงดาวที่จรัสแสงอยู่ดีๆ ก็ดับแสงลงเองอย่างน่าอัศจรรย์ใจ

 

สำหรับในกรณีของพ่อท่านจุล อาจารย์สุขุมได้เล่าเสริมว่าในพิธีที่พ่อท่านจุลทำจนเกิดราหูอมจันทร์นี้ ก็ให้ปรากฏว่า“หลวงพ่อบัว วัดเกาะยาง” พระเกจิอาจารย์ที่อยู่วัดถัดไปจากวัดลานแซะก็ได้เปรยเชิงสัพยอกกับลูกศิษย์ว่าพ่อท่านจุลเล่นอะไรแปลกๆ อีกแล้ว

สิ้นเรื่องเล่าของอาจารย์สุขุมในเรื่องคำเปรยของหลวงพ่อบัว เสียงของรุ่นพี่ในกลุ่มกระซิบบอกผมว่า

“มีเรื่องใหม่ให้เล่น อยู่ห่างจากวัดลานแซะไปเล็กน้อย”  

พ่อท่านจุลมรณภาพลงเมื่อวันที่  ๑๓ เมษายน  ๒๕๒๗  สิริอายุ ๘๘ ปี ๔๒ พรรษา นับเวลาจากวันนั้นถึงวันนี้ก็เกือบสามสิบปีแล้วครับ จริงอยู่ถึงเรื่องราวของพ่อท่านจุลจะไม่ปรากฏออกสู่ส่วนกลางมากนัก แต่ถ้าในพื้นที่แล้วต้องบอกว่าเป็นที่สุดครับโดยเฉพาะเรื่องประสบการณ์ที่มีมากเป็นอันดับต้นๆ ของพัทลุง

 

นอกจากนี้ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มี คุณูปการอย่างสูงในการสร้างลูกศิษย์ทั้งพระทั้งฆราวาสให้เป็นบุคคลากรที่มี คุณภาพของสังคม อย่างเช่น พ่อท่านเงิน วัดโพรงงู พ่อท่านนุ่น วัดทุ่งยาว

โดยเฉพาะพระอาจารย์ศรีเงิน วัดดอนศาลา ที่พกเหรียญพ่อท่านปาน วัดเขาอ้อและพระเนื้อว่านพ่อท่านจุลไว้ในย่ามของท่านตลอดเวลา ซึ่งก่อนที่พวกเราจะกลับออกจากวัดลานแวะนั้น อาจารย์สุขุมได้กล่าวแบบสรุปว่า

“ไม่ต้องถามผมแต่ให้ถามชาวบ้านดีกว่า เพราะทุกคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าในวันนี้ถึงจะไม่มีท่าน แต่บารมีและความศักดิ์สิทธิ์ของท่านยังคอยคุ้มครองผู้ที่ให้ความเคารพนับถืออยู่เสมอ”  

ครับ...การได้พูดคุยในเรื่องของพ่อท่านจุลกับอาจารย์ สุขุม ต้องบอกว่าเต็มไปด้วยเรื่องราวที่คุยได้ไม่รู้จบเสมือนว่าเรื่องของพ่อท่าน จุลนั้นเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของอาจารย์   ซึ่งทั้งแววตาและรอยยิ้มระหว่างเล่าบ่งบอกว่าความทรงจำของอาจารย์ยังคง แจ่มใสแม้วัยจะสูงขึ้น

ขึ้นชื่อว่าความศรัทธานั้นย่อมมีคุณค่าอันเป็นสากล... 

ความรู้สึกของคนเรามีพื้นที่ให้ซ่อนเร้นมากมายครับ ความเชื่อถือในเรื่องที่ได้ฟังเขาเล่ามันมีแน่ แต่หากเราได้ทำความรู้จักกับมันด้วยตัวของเราเองเมื่อใด เราก็จะได้รับความรู้สึกในเรื่องที่เขาเล่าอย่างแท้จริงเมื่อนั้น

“ไม่ต้องถามผม  ไปถามชาวบ้านกันเอาเองจะดีกว่า”

สวัสดีครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก อาจารย์สุขุม ทองขุนคำ,คุณปฏิพัทธ์ ชัยฤทธิ์ ภาพถ่ายจาก คุณพรชนก สุขพงษ์ไทย เพื่อนต่อกับคำแนะนำ และคุณสมบูรณ์ ร้านนายฮ้อ สำหรับกำลังใจที่มีให้เสมอครับ  





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
chailasalle วันที่ : 05/04/2014 เวลา : 00.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

เรื่องราวเขาอ้อ เหมือนๆ กับ เหมาซาน คัมภีร์เวทย์ ที่ต้องขึ้นเขาไปฝึก ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2014 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]