• ศิษย์กวง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-23
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 2224043
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1500 คน
Sitthi
ดาวนับแสนที่มีวงแหวนนับร้อย ทั้งดาวเคราะห์น้อย ดาวฤกษ์ลอยคว้างๆ ดาวทุกดวงนั้นย่อมจะแตกต่าง มีเส้นทางหมุนของตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi
วันเสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม 2557
Posted by ศิษย์กวง , ผู้อ่าน : 6857 , 01:03:40 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน มุสิกะตะวัน , opads และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

นับเป็นความโชคดีของพวกเราที่ได้มีโอกาสกราบนมัสการและเห็น “พ่อท่านยก เตชธมฺโม” หัวหน้าสำนักสงฆ์ห้วยต่อ ตำบลไม้ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง นั่งเสกพระอยู่ตรงหน้าด้วยระยะห่างไม่ถึงหนึ่งไม้บรรทัด

โดยเฉพาะยามที่ท่านยกมือขึ้นวนๆ และ วนๆ ก่อนจะวางมือประทับไปบนกองวัตถุมงคลทั้งหมด

“เสร็จแล้วลูกหลานเอ๋ย”

เสียงหายใจเริ่มดังขึ้นพร้อมกันอีกครั้ง....

(พ่อท่านยก ถ่ายในขณะอายุ ๑๐๐ ปี)

ตอนที่ผมเห็นภาพของพ่อท่านยก  พี่อ้วน (คุณมนูญ เตโช) เพื่อนรุ่นพี่บอกว่าภาพนี้เป็นภาพเก่าได้ถ่ายไว้ตอนที่ท่านมีอายุครบ ๑๐๐ ปี

พ่อท่านยกเป็นศิษย์ที่สืบทอดวิชาโดยตรงจาก “พระครูสุตกิจวิจารณ์ (พ่อท่านสุด)”  แห่ง “วัดไม้ฝาด” เจ้าของเหรียญดังของอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง

จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลากว่า ๓ ปีแล้วที่เขาไม่ได้เจอท่าน  

พัทลุงเป็นจังหวัดที่อยู่ติดกับตรัง  พวกเรานัดพร้อมกันที่พัทลุงครับ

ต้องบอกว่าการเดินทางผ่านความครึ้มของต้นไม้ใหญ่นานาพรรณที่ยังคงมีอยู่ให้เห็น ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า นี่ขนาดเราเห็นชัดตาตอนกลางวันยังดิบขนาดนี้ คงจะไม่ต้องพูดถึงตอนกลางคืนว่าจะเดินทางกันลำบากขนาดไหน

ยิ่งก่อนหน้านี้ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ มันคงจะเปลี่ยวและวังเวงคล้ายๆ กับจะเป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงระหว่างมิติต่อมิติ

มิน่าเล่าทำไมพี่อ้วนและสหายจึงห่างจากพ่อท่านยกไปกว่า  ๓  ปี

จากข้อมูลที่มีอยู่ในมือทำให้ผมทราบว่า “พ่อท่านยก เตชธมโม” ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์อาวุโสสูงสุดของบ้านไม้ฝาด คุณธรรมและความขลังของท่านเป็นที่ยอมรับของชาวบ้านในพื้นที่  ท่านเป็นดั่งประทีปธรรมที่ยังคงส่องแสงเพื่อเชื่อมรอยต่อของวัฒนธรรมระหว่างอดีตกับปัจจุบัน

เพราะหากไม่มีท่านบอกเล่าและยืนยัน  เรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อ พิธีกรรม ฯลฯ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและการทำมาหากินของคนสมัยโบราณ เช่น การเบิกป่า การขุดว่าน การรักษาโรคด้วยคาถาอาคม ฯลฯ คงจะเป็นเพียงความทรงจำที่ค่อยๆ เลือนราง

ซึ่งผลของความลุ่มลึกในศาสตร์ที่ลึกลับนี้เอง ทำให้ทุกคนมั่นใจว่าของที่ผ่านมือท่าน “แขวนเดี่ยว” ได้อย่างสบายใจครับ

 

ประเด็นจึงมีอยู่ว่าทำไมความขลังของท่านจึงไม่กระเด็นหรือเล็ดลอดออกไปสู่โลกภายนอก ?

คำตอบนี้ไม่ยากเลยครับถ้าได้มีโอกาสลงมาในพื้นที่และเปิดใจให้กว้างมากพอ เราก็จะทราบถึงคำตอบของประเด็นนี้ครับ

อย่าว่าแต่ให้ชื่อเสียงของท่านดังไปข้างนอกเลย ลำพังจะเอาตัวเองเข้ามาถึงถิ่นยังลำบาก

โดยความเห็นส่วนตัวแล้ว ผมว่าเป็นเรื่องที่ดีครับ เพราะจากการที่พวกเราได้สัมผัสกับพระสายใต้ที่เก่งและมีอายุมาก หลายองค์ก็ไม่ได้มีชื่อเสียงออกสู่โลกภายนอกเหมือนกัน 

พ่อท่านยก ในวัย ๑๐๓ ปี ท่านยังคงมีสุขภาพที่ดี ดวงตาแจ่มใสและความจำดีเยี่ยม เราเห็นท่านกำลังนอนจำวัดภายในบ้านหลานชายของท่าน

ทราบว่าหลานของท่านได้ไปนิมนต์ท่านมาจำวัดที่บ้าน ๑ คืน เพราะในวันพรุ่งนี้เขาจะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อพาท่านไปตรวจสุขภาพที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

บนเตียงไม้เก่าๆ ที่ท่านใช้จำวัด  ผมสังเกตุเห็นที่ท้ายเตียงมีแผ่นทองคำเปลวติดอยู่  

สอบถามจากหลานชายของท่านได้ความว่า คนที่รอดตาย/สำเร็จผลจากวัตถุมงคลหรือคำพรของท่าน ได้มาขอติดเพื่อแก้บน ผมแอบลองเอานิ้วกดที่แผ่นทองคำเปลว  เห็นนิ่มๆ สันนิษฐานว่าน่าจะหนามิใช่น้อย

ขณะที่พวกเราก้มลงกราบ พ่อท่านยกลุกขึ้นนั่งพร้อมกับรอยยิ้มและเอ่ยทักทายด้วยการให้ศีลให้พร  ท่านเป็นพระที่มีอัธยาศัยดี ยิ้มง่ายและมีเมตตาต่อทุกคนที่เข้ามาจริงๆ  

ทุกวันนี้ถึงหูของท่านจะเสื่อมคุณภาพลงไปบ้างตามสภาพของสังขารและอายุที่มากขึ้น แต่ความชัดเจนของแววตาและท่าทางที่เตรียมพร้อมตลอดเวลา

บอกเป็นนัยให้พวกเราได้ทราบว่าความเมตตาของท่านตามที่ชาวบ้านพูดเป็นเสียงเดียวกัน ยังมีอยู่อย่างคงที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงครับ

พี่เปียว-บอกพวกเราว่าตะกรุดของท่านเหนียวสุดๆ

ก่อนหน้าที่พวกเราจะมาไม่ถึงเดือนมีเด็กวัยรุ่นคาดตะกรุดของท่านไปโดนลอบยิงแต่ไม่เข้า เหตุเกิดระหว่างทางไปหาดปากเมง

ซึ่งพี่เปียวได้เล่าสรุปแบบติดตลกว่าคงเป็นแต่เพียงริ้วรอยแห่งความบอบช้ำที่อาจใช้เวลานานกว่าจะกลับสภาพมาเหมือนเดิม

บทสรุปของแกทำให้พวกเราเข้าใจตรงกันว่าน่าจะโดนไปหลายนัด

ชะรอยสวรรค์จะส่งพี่เปียวลงมาเกิดเพื่องานนี้โดยแท้ 

เรื่องราวของพ่อท่านยกที่ออกจากปากของท่านเอง ได้ถูกถ่ายทอดผ่านโดยล่ามฝีปากจัดด้วยเสียงที่ดังเหมือนคนกำลังทะเลาะ

ซึ่งถ้าล่ามจากสวรรค์ผู้นี้ถ่ายทอดผิด ท่านก็จะสะกิดและพูดใหม่ แต่ถ้าถูกท่านก็จะยิ้มหรือพยักหน้าอันเป็นการแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ครับ

เห็นท่านยิ้มอย่างมีความสุขขนาดนี้ แต่จะมีใครรู้บ้างว่าชีวิตของท่านต้องผ่านอะไรมาแล้วบ้างอย่างมากมาย  เพราะขึ้นชื่อว่าชีวิตจริง  มันก็ไม่ได้เป็นเหมือนนิยายครับ  ไม่มากก็น้อยแหละครับที่ต้องมีเปื้อนฝุ่นกันบ้าง

พ่อท่านยก เตชธมฺโม เกิดเมื่อพ.ศ. ๒๔๕๔ พื้นเพของท่านเป็นคนบ้านห้วยต่อ บิดามารดาของท่านชื่อ “นายปลอด-นางแตง ช่วยชนะ” ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นชาวสวน

ท่านมีชื่อเดิมว่า “พร้อม ช่วยชนะ” ส่วนสาเหตุที่เปลี่ยนชื่อมาเป็น “ยก” ไม่มีใครทราบเพราะท่านเองก็จำไม่ได้

ท่านเล่าว่าชีวิตในวัยเยาว์ของท่านไม่ต่างไปจากเด็กๆ ทั่วไป คือไม่ได้รับการศึกษา เพราะไม่มีโรงเรียนประชาบาล ท่านจึงต้องต้องอาศัยเรียน นโม ก. ข./ปฐมมาลา ที่วัดในละแวกนั้น

ต่อมาโยมพ่อของท่านได้พาท่านไปบรรพชาเป็นสามเณรอยู่กับ “พระครูวิมลศีลขันธ์ (พระอาจารย์หนู)”  วัดแจ้ง จังหวัดตรัง

ภายใต้ความเข้มงวดของพระอาจารย์หนูและการเป็นเด็กที่ขยันและมีความจำดี ในเวลาไม่นานนัก “สามเณรยก” ก็สามารถเรียนรู้ในเรื่องของอักขระวิธีและคาถาอาคมจากพระอาจารย์หนูได้อย่างแตกฉาน

หลังลาสิกขา-ท่านได้ออกมาประกอบอาชีพโดยการทำสวนอยู่กับบิดามารดาและออกครองเรือน ด้วยความเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองและมีวิชาอาคมติดตัวอยู่บ้าง ท่านจึงได้รับสงเคราะห์แก่คนทั่วไปในลักษณะของหมอพื้นบ้านเฉพาะทางคือ “ทางไสยศาสตร์” ครับ

เรื่องนี้มีที่มาที่ไป

เนื่องจากสมัยนั้น “สิเกา” เป็นพื้นที่อยู่ในทำเลที่เป็นธรรมชาติโดยแท้ ด้านซ้ายเป็นป่า ด้านขวาเป็นภูเขา ด้านหน้าเป็นภูเขา และด้านหลังเป็นป่า ส่วนด้านในนอกจากสัตว์ป่าแล้วก็คงเป็น ผกค.

ซึ่งความเจริญระดับนี้คงไม่ต้องถามถึงโรงพยาบาลเพราะขนาดโรงเรียนยังไม่มีเลยครับ

ลุงดอย วัย ๙๐ ปีที่มารอกราบพ่อท่านยก บอกกับพวกเราว่า นับจากสิเกายาวไปจนติดคลองท่อม (กระบี่) และอำเภอกันตัง เต็มไปด้วย “ยาสั่ง” ซึ่งหากใครไม่แน่จริงหรือไม่มีวิชาจริงได้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ มักจะถูกลองของลองวิชา แกว่า หลายคนแล้วที่ต้องเอาร่างกายมาทิ้งไว้ที่นี่ คงกลับออกไปได้แต่วิญญาณ

ผมเองก็ไม่เคยเห็นยาสั่ง ได้แต่ฟังเขาเล่า จนทุกวันนี้ผมก็ยังสงสัยอยู่ว่า “ยาสั่ง” มันเป็นเรื่องของไสยศาสตร์หรือรากของต้นไม้กันแน่ เอาที่แน่ๆ ก่อนดีกว่าครับว่า

ยุคสมัยนั้นผีเข้า เจ้าสิง โดนของ โดนยาสั่ง หากพาตัวมารักษากับหมอพื้นบ้านคนนี้ได้ทันเวลา เป็นรอดจากอันตราย เฉียดความตายได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

พี่เปียวเล่าว่าตอนที่พ่อท่านยกยังไม่ได้บวช มีเรื่องชวนฉงนใจเกิดขึ้นและรู้กันไปทั่วบ้านไม้ฝาด เรื่องมีอยู่ว่า

สมัยก่อนที่ป่ายังคงเป็นป่าและเต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน การคมนาคมเข้า-ออกพื้นที่มีทางเดียวคือต้องเดินผ่านป่าและเดินขึ้นลงไปตามความชันของภูเขาเท่านั้น

ครั้งนั้นนายยกได้เดินทางไปกราบนมัสการและขอความรู้จาก “พ่อท่านห้อง ธมฺมทินฺโน” ยอดพระเกจิอาจารย์แห่งวัดโคกยาง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง

ขากลับระหว่างเดินทางอยู่ในป่า นายยกได้ถูกควายป่าทำร้ายจนเสียชีวิต โดยที่ครอบครัวของท่านก็ไม่ทราบเรื่อง

ผ่านไป ๓ วันดวงวิญญาณของนายยกได้ไปเข้าฝันบุตรชายให้เดินทางมาเอาศพของท่านที่ถูกทิ้งอยู่กลางป่าและห้ามทำอะไรเกี่ยวกับศพของท่าน เพราะท่านจะกลับมาเข้าร่างภายใน ๗ วัน

รุ่งเช้าบุตรชายและชาวบ้านได้เดินทางไปยังจุดที่ท่านเข้าฝันบอก เมื่อพบศพของท่านอยู่ตรงจุดตามที่ฝัน จึงได้นำกลับมาไว้ที่วัดโดยไม่ได้ดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับศพตามที่ท่านสั่ง

หลังจากรอคอยจนครบ ๗ วัน  นายยกก็ได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาและถูกส่งตัวไปรักษาอาการช้ำในที่จังหวัดนครศรีธรรมราชอยู่นานพอสมควร

ท่านเล่าว่าหลังจากที่มีชีวิตใหม่หลังความตาย ท่านได้ตกผลึกเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต จนค้นพบว่าโลกใบนี้มีมาตรฐานคือ

“ทุกอย่างเกิดขึ้นแล้วก็ดับไปเป็นเรื่องธรรมดา”

ท่านว่าในเมื่อโลกนี้ไม่ได้หันหลังให้ท่านและท่านเองก็ถึงจุดอิ่มตัวกับกิเลสแล้ว ก็อย่าได้รอช้าต่อการทำสิ่งที่มีคุณค่าให้ชีวิต

ท่านว่าในขณะที่คิดก็ให้บังเอิญประจวบเหมาะกับคุณปู่ของท่านถึงแก่กรรม ท่านจึงได้ตัดสินใจโกนหัวบวชหน้าไฟเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับคุณปู่ของท่านและไม่เคยมีความคิดที่จะลาสิกขาเลย

หลังจากเสร็จงานศพโยมปู่ของท่านแล้ว ท่านได้ไปจำพรรษาอยู่กับ “พระครูโอภาสวุฒิคุณ (พ่อท่านแสง ยโสธโร) วัดคลองน้ำเจ็ด” ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เพื่อศึกษาพระธรรมวินัยและวิทยาคม

(พ่อท่านแสง ยโสธโร วัดคลองน้ำเจ็ด)

ท่านเล่าว่า “พ่อท่านแสง”เป็นพระใจดีและมีพลังจิตสูง จะเสกจะทำอะไรไม่ต้องใช้เวลานานเพราะท่านอยู่ในสมาธิตลอดเวลา ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือมาก เชื่อกันว่าท่านเป็นพระที่มีวาจาศักดิ์สิทธิ์

ท่านเล่าว่าตอนอยู่ที่วัดคลองน้ำเจ็ด ในยามค่ำคืนหรือยามที่พ่อท่านแสงว่างจากญาติโยม ท่านจะถือเป็นโอกาสอันดีที่จะเรียนหรือทบทวนวิชากับพ่อท่านแสง ซึ่งท่านว่ากว่าจะได้แต่ละวิชาค่อนข้างใช้เวลาพอสมควร

ท่านเล่าว่าการได้อยู่จำพรรษาและเรียนวิชากับพ่อท่านแสงนั้น  ถือเป็นเรื่องที่คุ้มค่าและเป็นสิ่งที่ดีที่เกิดขึ้นกับชีวิตของท่าน

เพราะนอกจากจะได้เรียนวิชาอาคมแบบตรงตัวแล้ว การได้เห็นวัตรปฏิบัติของ “พ่อท่านแสง” ทำให้ท่านซึมซับและซาบซึ้งถึงคำว่า “พระพุทธศาสนาคือทางของชีวิต” อย่างแท้จริงครับ

 “พระพุทธศาสนาสอนให้เราเข้าใจชีวิต เข้าใจธรรมชาติ การเข้าใจชีวิตและธรรมชาติ ช่วยให้เรารู้จักทำเรื่องที่เหมาะสม รู้จักทำเรื่องที่จะให้ชีวิตมีความสุขอย่างแท้จริง”

ครับ “พระพุทธศาสนาคือทางของชีวิต”

จะว่าไปแล้วคงไม่มีใครตอบปัญหาของชีวิต ได้ดี ได้ถูกต้อง  เท่ากับตัวเราเองหรอกครับ ดังนั้นการยึดเอาหลักของพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ เพื่อที่จะเรียนรู้ในเรื่องของชีวิต เรื่องของธรรมชาติ ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้  จะทำให้เราสามารถตอบปัญหาของชีวิตได้แบบชัดเจนครับ

(พ่อท่านสุด สังขรัตน์ วัดไม้ฝาด)

ถัดจากพ่อท่านแสง ท่านได้ย้ายมาจำพรรษาและเรียนวิชากับ “พระครูสุตกิจวิจารณ์ (พ่อท่านสุด สังขรัตน์)” พระเกจิอาจารย์อดีตเจ้าอาวาสวัดไม้ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ลูกศิษย์ของพระศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองตรัง คือ “พระครูวิเศษวารธิการ (หลวงพ่อปลอด)” วัดเขาวิเศษ  ตำบลเขาวิเศษ อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง

ท่านเล่าว่า นอกจากพ่อท่านสุดจะเป็นพระที่ครบเครื่องคือ เก่งทั้งทางโลกและทางธรรมแล้ว  พ่อท่านสุดยังเป็นพระที่เห็นคุณค่าและมีความเชื่อมั่นในเรื่องของไสยศาสตร์  ซึ่งในประเด็นนี้พ่อท่านสุดได้สอนท่านว่า

“ไสยศาสตร์ ถึงไม่ใช่แนวทางตามหลักของศาสนา แต่ก็ถือว่าเป็นวิชาความรู้ที่มีคุณค่าแก่คนหมู่มาก”

ท่านว่าด้วยคำสอนนี้เองทำให้ท่านได้ตระหนักและตก ผลึกถึงการมีชีวิตอยู่เพื่อคนหมู่มาก ท่านจึงได้ตัดสินใจกราบลาพ่อท่านสุดและย้ายมาจำพรรษา ณ สำนักสงฆ์ห้วยต่อ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐ พร้อมกับเผยแพร่หลักธรรมคำสั่งสอนและใช้วิชาอาคมที่เล่าเรียนมาในการ สงเคราะห์แก่ผู้คนที่ยังคงมีความทุกข์ให้พบกับแสงสว่างของชีวิต

ซึ่งพี่เปียวและลุงดอยพูดตรงกันว่า ทุกวันนี้พ่อท่านยกยังคงนำชาวบ้านทำวัตรเช้า-เย็น มิได้ขาด

ผมกราบเรียนถามท่านว่า เพราะอะไรท่านจึงต้องทำวัตรเช้า-เย็นมิได้ขาด?

“เพราะเรามีศรัทธา มีความเชื่อมั่นในคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ คนเรามีศรัทธาเชื่อมั่นและตั้งมั่นในสิ่งไหน จิตที่เชื่อมั่นนี่แหละที่ทำให้เรามีแรงมีพลัง”

รวมไปถึงเรื่องการเสกพระด้วยใช่ไหม?

“นั่นแล ลูกหลานเอ๋ย”

แสงแดดยามสายที่ช่วยให้พวกเราอบอุ่นจากอากาศหนาวช่วงส่งท้ายปี พวกเราขยับตัวกราบลากลับ เพื่อให้ลุงดอยได้นำหลายชายตัวเล็กๆ เข้ามาให้พ่อท่านยกทำการโกนผมไฟ

ประทีปธรรมที่ยังคงส่องแสงเพื่อเชื่อมรอยต่อของวัฒนธรรมระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ได้บรรจงตัดผมของหลายลุงดอย ก่อนที่จะหยิบสายสิญจน์ขึ้นมาผูกข้อมือของเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน

“เสร็จแล้วลูกหลานเอ๋ย”

ว่ากันว่าชีวิตของคนเราทุกคนย่อมมีตำนานครับ

เรื่องราวที่ผ่านมาตลอดชีวิตของ “พ่อท่านยก เตชธมฺโม” ก็มิใช่เป็นเพียงตำนานบทสำคัญเฉพาะตัวท่านหรือชาวบ้านไม้ฝาดเท่านั้น

หากแต่การสงเคราะห์โลกด้วยความศรัทธาเชื่อมั่นที่ท่านยึดถือมาตลอดชีวิต กำลังสร้างตำนานบทใหม่ให้กับผู้คนรุ่นใหม่ที่ยังคงต้องการแสงสว่างของชีวิต  

ไม่ว่า เด็กน้อยที่เพิ่งเกิดใหม่หรือเด็กเถื่อนกลุ่มเก่าที่มีใจดวงเดียวกันได้เก็บ ไว้เป็นประสบการณ์และเป็นความทรงจำที่งดงามของชีวิตอีกบทหนึ่งด้วยเช่น กัน....สวัสดีครับ

ขอขอบคุณ สมโชค พัทลุง,พี่อ้วน บางแก้ว สำหรับข้อมูล คุณพรชนก สุขพงษ์ไทย กับภาพถ่าย เพื่อนต่อกับคำแนะนำ และคุณสมบูรณ์ ร้านนายฮ้อ สระบุรี สำหรับกำลังใจที่มีให้เสมอครับ

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2014 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]