• ศิษย์กวง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-23
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 2227598
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1500 คน
Sitthi
ดาวนับแสนที่มีวงแหวนนับร้อย ทั้งดาวเคราะห์น้อย ดาวฤกษ์ลอยคว้างๆ ดาวทุกดวงนั้นย่อมจะแตกต่าง มีเส้นทางหมุนของตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi
วันพฤหัสบดี ที่ 4 กันยายน 2557
Posted by ศิษย์กวง , ผู้อ่าน : 10537 , 02:42:28 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน chailasalle , opads โหวตเรื่องนี้

เคยตั้งใจไว้นานแล้วครับว่าหากมีโอกาสอยากเดินทางไปจังหวัดสตูลบ้าง อยากไปดู อยากไปเห็น อยากไปกราบพระ แต่พอถึงบทชีวิตจริงๆ พวกเราก็ทำได้แค่เฉี่ยวไปเฉียดมา  เพราะโดยเนื้อหาของงานที่รับผิดชอบไม่ได้เปิดโอกาสให้พวกเราได้เข้าไปทำความรู้จักกับเมืองฟ้าสวยทะเลใสแห่งนี้สักเท่าใด

โดยส่วนตัวผมได้แต่ตั้งข้อสงสัยว่า ในความเป็นชุมชนโบราณและชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงมีความเชื่อในเรื่องของไสยศาสตร์และจิตวิญญาณ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ถือเป็นความเชื่อดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่ครั้งอดีตจนถึงปัจจุบัน เพราะเหตุใดจังหวัดสตูลจึงไม่มีพระหรือฆราวาสที่เก่งในเรื่องของคาถาอาคมโดดเด่นออกมา

จนเมื่อประมาณปลายปี ๒๕๕๖ ครับ ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เจ้าเพชร-เพื่อนรุ่นน้องได้ส่งข้อความมาถึงผมบอกเล่าว่าเขาได้ลงไปทำงานที่ปากบารา อำเภอละงู จังหวัดสตูล ที่นี่เขาได้พบพระเกจิอาจารย์มีฝีมือหนึ่งองค์ ท่านจำพรรษาอยู่ ณ สำนักสงฆ์เล็กๆ ที่ตั้งอยู่กลางโอบล้อมของเทือกเขาในจังหวัดสตูล

“ของจริงไหม?” 

ผมย้ำกลับไปด้วยข้อความเช่นกัน

เขาแทนข้อความด้วยเสียงตามสายว่าของจริง ก่อนบรรยายรายละเอียดที่สำคัญพอสรุปได้ว่า

หนึ่งคือ ท่านชื่อ “พ่อท่านสงวน อธิจิตโต” เป็นพระเกจิอาจารย์สายเขาอ้อ ไม่ค่อยมีใครรู้จักท่าน เพราะท่านไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดัง วัตถุมงคลของท่านจำพวก ตะกรุด/สังวาล มีประสบการณ์ ถ้าเป็นตำรวจ-ทหาร ก็มักจะมากราบขอของดี แต่ถ้าเป็นชาวบ้านต่างศาสนา บ้างก็มาขอของดี บ้างก็มาหาเพื่อให้ท่านรักษาโรค

สองคือ เขาได้เข้าไปช่วยงานปลุกเสกเหรียญของท่าน หลังจากท่านเสกเสร็จขณะที่จะจัดเก็บของ สิ่งที่ทุกคนสังเกตเห็นเหมือนกันคือ ถุงซองใบเล็กๆ สำหรับใส่พระมีลักษณะย่นและแนบติดไปกับตัวเหรียญ หากใครไม่รู้ต้องคิดว่าถุงซองนี้โดนความร้อนสูง แต่พอเมื่อเอามือไปแตะ ทุกคนก็ต้องสะดุ้ง เพราะเหรียญดังกล่าวมีความร้อนจริงๆ

ฟังแล้วแทบจะม้วนตีลังกาสามตลบ เพราะในชีวิตผมเกิดมาไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้เลย ดังนั้นเมื่อเรา รู้/คิด ก็ให้ลงมือทำในทันที 

คนเราในการอะไรสักอย่าง หัวใจของมันคือการเอาจริงครับ..

จะว่าไปแล้วในขณะที่บรรยากาศของพระเกจิอาจารย์สายใต้กำลังดำเนินไปอย่างราบเรียบ การปรากฏชื่อของ “พ่อท่านสงวน  แห่งปากบารา” ค่อนข้างทำให้บรรยากาศเริ่มมีสีสันขึ้นมาทันที

ไม่ใช่ว่าท่านจะเก่งขนาดเหนือฟ้าเหนือดินหรอกครับ...

เพียงแต่ว่าในรอบหลายสิบปีหรือมากกว่านั้น ไม่ว่าหยิบหนังสือพระเล่มใดๆ ขึ้นมา ผมไม่เคยพบว่าจะมีรายชื่อของพระเกจิอาจารย์ในจังหวัดสตูลเลย

แต่ประเด็นที่ไม่มีชื่อก็ไม่ได้เป็นการชี้ชัดหรือหมายความว่าจังหวัดสตูลจะไร้พระเกจิอาจารย์ที่มีฝีมือ อีกประการหนึ่งคือโดยภาพรวมแล้วพระเกจิอาจารย์ที่เก่งแต่ไม่ได้มีชื่อเสียงก็มีตั้งเยอะแยะ สำคัญคือว่าในทุกวันนี้เราเข้าถึงข้อมูลที่แท้จริงกันหรือเปล่า

สตูล-นอกจากจะเป็นเมืองที่ยังคงความเป็นธรรมชาติค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว สตูล-ยังเป็นจังหวัดเดียวในเขตสี่จังหวัดภาคใต้ที่ไม่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาความขัดแย้งในชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย

ซึ่งประเด็นนี้มันจะมีเหตุผลมาจากอะไร ผมเองก็ไม่อาจทราบได้ แต่ที่ชัดเจนคือคนในพื้นที่มากกว่าครึ่งนับถือศาสนาอิสลาม รองลงมาเป็นพุทธ และคริสต์ตามลำดับครับ

จากอดีตเมื่อครั้ง “สตูล” เป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ ที่ปลูกอยู่อาศัยกันตามที่ราบชายฝั่งทะเลก่อนจะยกระดับขึ้นเป็นตำบลหนึ่งในเขตเมืองไทรบุรีเมื่อต้นสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และยกฐานะขึ้นเป็น “จังหวัดสตูล”หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี ๒๔๗๕

ถึงแม้ชาวบ้านจะมีความแตกต่างทางศาสนาและวัฒนธรรม แต่ทุกคนก็คือคนไทยที่ล้วนแล้วแต่มีบรรพบุรุษเกิดและโตขึ้นบนพื้นดินแห่งนี้

ความสงบและเอื้ออาทรต่อกันฉันท์ญาติพี่น้องที่มีต่อเนื่องมายาวนานตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษนี่เองคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ นครสโตยมำบังสการา” (ภาษามาเลเซีย) หรือ เมืองแห่งพระสมุทรเทวา” แห่งนี้คง “ความหลากหลายทางวัฒนธรรม” จนกลายมาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นได้อย่างมั่นคงสืบมาจนถึงทุกวันนี้ครับ

จะว่าไปแล้วปีนี้สายลมหนาวค่อนข้างจะอยู่กับพวกเรานานเป็นพิเศษ

พวกเราออกเดินทางตามแสงอาทิตย์ยามเช้าจากหาดใหญ่เข้าสู่พื้นที่อำเภอละงู จังหวัดสตูล ระยะทางร้อยกว่ากิโลเมตรกับสองข้างทางที่เต็มไปด้วยภูเขาและสวนยาง ทำให้ผมตัดสินใจเลือกที่จะนอนหลับ จนมาถึงช่วงโค้งและมีถนนสายเล็กๆ แยกออกไป

ผมลืมตามองผ่านกระจกในขณะที่รถของเราเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายดังกล่าว

เบื้องหน้ากับเส้นทางที่คดเคี้ยวและร่มครึ้มด้วยร่มเงาของต้นยางพารา ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองกำลังจะหลุดเข้าไปในโลกอีกใบหนึ่งที่ปราศจากผู้คนและสัญญาณโทรศัพท์

ในแวดล้อมของสวนยางพารา,สวนผลไม้ ที่ปลูกอยู่บริเวณเชิงเขาลานเสือ พวกเรามองเห็นศาลาหลังหนึ่งที่กำลังก่อสร้างอยู่ เจ้าเพชรบอกว่าถัดจากศาลาหลังนี้คือกุฏิของ “พ่อท่านสงวน อธิจิตโต” หัวหน้าสำนักสงฆ์แห่งนี้

เดิมทีพ่อท่านสงวน จำพรรษาอยู่ที่ “วัดปากบารา” ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู  จังหวัดสตูล ด้วยความที่ท่านเป็นคนที่มีวิชาและมีจิตสาธารณะเป็นทุนเดิม ท่านจึงได้เริ่มสงเคราะห์คนโดยใช้วิชาความรู้ที่มีอยู่ เช่นรักษาโรค,ถอดถอนคุณไสย์ ฯลฯ รวมไปถึงปลุกเสกเครื่องรางของขลัง

คำบอกเล่าจากปากต่อปากถึงความสามารถและประสบการณ์ในวัตถุมงคลของท่าน ทำให้พ่อท่านสงวนเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาอย่างเงียบๆ ในพื้นที่และค่อยๆ ขยายวงออกสู่ภายนอก  ปัจจุบันท่านได้รับนิมนต์ให้มาช่วยพัฒนา “สำนักสงฆ์บ้านลานเสือ” ตำบลน้ำผุด อำเภอละงู จังหวัดสตูล

ว่ากันว่าหากอยากจะชมภาพของชาวไทยพุทธ/ชาวไทยมุสลิมและชาวไทยคริสต์ นั่งล้อมวงคุยกันอย่างเป็นกันเองท่ามกลางขุนเขาลำเนาไพร สามารถหาชมได้ที่นี่ “สำนักสงฆ์ลานเสือ” ครับ

พ่อท่านสงวน เป็นพระรูปร่างสูงใหญ่ครับ ใบหน้าที่คมผสมกับสีผิวที่เข้มทำให้บอกได้ชัดเจนว่าต้องเป็นคนภาคใต้แน่นอน เท่าที่เลียบๆ เคียงๆ ถามพี่ที่ขับรถให้ท่าน ทำให้พวกเราทราบว่าสุขภาพของท่านอยู่ในขั้นดีและแข็งแรง จนไม่น่าเชื่อว่าท่านจะมีอายุครบ ๘๐ ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งสิ่งที่บ่งบอกให้พวกเรารู้ว่าท่านสูงวัยน่าจะเป็นเส้นเกศาและเคราที่มีสีเทาๆ ขึ้นแซมกับสีดำปกติ

ในวันที่พวกเราไปถึงสำนักสงฆ์ฯ พวกเราพบว่าท่านกำลังสาละวนอยู่กับการจัดยาสมุนไพรให้กับชาวบ้านอิสลามกลุ่มหนึ่ง ขณะที่มือของท่านกำลังเลือกหยิบรากไม้กิ่งไม้สารพัดชนิดใส่ในกระจาด ท่านก็จะอธิบายสรรพคุณและวิธีการใช้ไปตลอด

“ไม่ต้องใส่น้ำมาก ไม่ต้องเคี่ยว กินก่อนกินข้าวสัก ๗ วันก็จะดีขึ้น”

เสียงกำชับแบบสุภาพๆ ก่อนที่จะท่านจะกวาดเอาสมุนไพรทั้งหมดจากกระจาดใส่ถุงพลาสติกให้คนป่วยกลับเอาไปต้มกินที่บ้าน จะว่าไปแล้วผมว่าพ่อท่านสงวนเป็นพระที่ใจดีครับ ดวงตาที่อ่อนโยนและใสเป็นประกายของท่านทำให้พวกเราทุกคนรู้สึกอบอุ่นท่ามกลางลมหนาวในทุ่งกว้าง

เห็นท่านพูดสุภาพ สมถะและดูใจดีอย่างนี้อย่าได้คิดเชียวว่าอดีตที่ผ่านมาของท่านจะไม่เคยผ่านร้อนผ่านหนาวหรือไม่มีอุปสรรคใดๆ เพียงแต่ไม่ว่าจะมีปัญหาหรือทุกข์โหมกระหน่ำเพียงใด ท่านก็ไม่เคยหมดกำลังใจ ไม่เคยท้อถอย ไม่เคยโทษฟ้าโทษดินโทษโชคชะตา แต่ท่านกลับก้มหน้าก้มตาต่อสู้กับปัญหาและไม่เคยหมดพลังใจ

ท่านเล่าว่า พื้นเพดั้งเดิมของท่านเป็นคนเมืองลุง เกิดที่บ้านคอกวัว ตำบลชัยบุรี อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง วันเกิดจำไม่ได้ จำได้แต่ว่าเกิดวัดอาทิตย์ เดือนสิบสอง(พฤศจิกายน) พ.ศ. ๒๔๗๘ ด้วยการที่ท่านเกิดและเติบโตอยู่ในละแวกวัดเขาอ้อ ทำให้ท่านได้รับอิทธิพลความเชื่อในเรื่องของไสยศาสตร์ชนิดฝังใจตั้งแต่ยังเป็นเด็ก

พ่อท่านสงวนเล่าต่อว่า ชีวิตในวัยเด็กของท่านก็ไม่ได้แตกต่างจากเด็กๆ ในละแวกนั้นเท่าใดนัก คือมีวิถีชีวิตที่คลุกคลีอยู่กับคาถาอาคม จะกินก็ต้องเสก จะนอนก็ต้องเสก จนเมื่ออายุได้ ๑๕ ปี ท่านจึงได้ลงลึกโดยไปศึกษาวิชาอาคมกับคุณตาของท่าน คือ “พ่อเฒ่าหมวก” ฆราวาสจอมอาคมศิษย์เขาอ้อ

เป็นที่ทราบกันดีครับว่าสมัยนั้น “พ่อเฒ่าหมวก” ถือเป็นอาจารย์ฆราวาสที่มีชื่อเสียงของบ้านคอกวัว  ไม่ว่าผีจะเข้า เจ้าจะสิง ลมเพลมพัด เขียนยันต์ จารตะกรุด รักษาโรค ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ไปจบลงที่บ้านของพ่อเฒ่าหมวกทั้งนั้น

ท่านเล่าว่าในช่วงนั้นพ่อเฒ่าหมวกได้สอนและให้ท่านช่วยเป็นลูกมือ การสอนไปพร้อมๆ กับการลงมือทำ ได้ช่วยให้ท่านสามารถซึมซับวิชาอาคมต่างๆ ได้อย่างขึ้นใจ ไม่ว่าจะเป็นการเสก การเป่า ร่วมไปถึงการศึกษาในเรื่องเรื่องของว่ายาแผนโบราณ ส่วนสิ่งที่พ่อเฒ่าหมวกไม่เคยสอนให้ท่านเลยคือเรื่องการของใช้วิชาในทางเอารัดเอาเปรียบหรือรังแกผู้อื่น

“คาถาอาคมก็เหมือนปลูกต้นไม้ แรกๆ ก็ทำอย่างงูๆ ปลาๆ พอได้มาศึกษาอย่างจริงๆ จังๆ ถึงได้รู้ว่ามันมีขั้นตอน ต้องหาเกสร ต้องหัดพยายามเพาะเมล็ด ถ้าเราเพาะได้เท่ากับเราขยายพันธุ์ได้ “

พ่อท่านสงวน อุปสมบทเมื่ออายุได้ ๒๒ ปี ณ วัดคอกวัว โดยมี พระครูพิพัฒน์สิริธร (พ่อท่านคง สิริมโต) เจ้าอาวาสวัดบ้านสวน เป็นพระอุปัชฌาย์ พระสมุห์เหลือ วัดคอกวัว เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระครูธรรมคุณาธร (พ่อท่านระแบบ สิริปุณโณ) วัดป่าบอนต่ำ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ โดยท่านได้จำพรรษา ณ วัดคอกวัว

ท่านเล่าว่าหลังจากที่บวชเสร็จแล้ว ท่านได้เข้าอุปฐากและเรียนวิชากับพระสมุห์เหลือ และเมื่อมีเวลาว่างท่านก็จะเดินทางไปเรียนวิชาเพิ่มเติมจากบรรดาศิษย์สายเขาอ้ออีกหลายองค์ อาทิเช่น พ่อท่านคง วัดบ้านสวน พ่อท่านระแบบ วัดป่าบอนต่ำ ฯลฯ เรียกง่ายๆ ว่าวิชาพื้นฐานสำคัญของเขาอ้อประเภท กินเหนียว กินมัน แช่ว่าน ท่านได้ศึกษามาอย่างแตกฉาน จนสามารถขยายพันธุ์ต่อดอกออกผลมาจนถึงทุกวันนี้

ท่านเปรียบเทียบโดยยกภาพประกอบให้พวกเราฟังว่า เหรียญมีสองด้าน คือหน้ากับหลัง มันจะต้องออกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ในมุมของไสยศาสตร์นั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง คนอื่นอาจจะมองว่าไสยศาสตร์มันมีสองด้านเช่นเดียวกับเหรียญ คือ

ไม่ทำดีก็ต้องทำชั่ว

ไม่ออกหัวก็ต้องออกก้อย

แต่ในความเป็นจริง ”ไสยศาสตร์” หาใช่อย่างนั้นไม่ เพราะถ้าศึกษากันอย่างถ่องแท้แล้วก็จะพบว่าไสยศาสตร์ยังมีอีกหลายด้านที่ต้องอาศัยความชำนาญเฉพาะตัวเท่านั้นจึงจะเห็น ซึ่งในประเด็นนี้พ่อท่านสงวนได้สัพยอกพวกเราว่า

“ตามปกติโยนเหรียญขึ้นไปตกลงมามันจะต้องออกหัวออกก้อย แต่เคยเห็นไหม พอโยนเหรียญขึ้นไปแล้วตกลงมากลับไม่ล้มและตั้งได้  เราจะเรียกว่าอะไร? หรือโยนขึ้นไปแล้วหายไปเลย เราจะเรียกว่าอะไร?”

ท่านหัวเราะ เมื่อเห็นพวกเราเงียบ

“นั่นน่ะสิ !! เรียกว่าอะไร?”

ผมคิดในใจไปพร้อมๆ กับเสียงหัวเราะของท่านที่ดังขึ้นอีกครั้ง

ครับ อย่างที่ทราบกันดีว่าโลกเรามีความเจริญก้าวหน้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด  ในขณะที่คนบางคนหลงไปกับความเจริญแต่ก็ยังมีคนบางคนเลือกที่จะหันหลังกลับเพื่อที่จะเดินบนวิถีทางที่ตัวเองเป็นผู้กำหนดอย่างมีความสุข ซึ่งพ่อท่านสงวนคือหนึ่งในคนที่หันหลัง

ท่านเล่าว่าในระหว่างที่จำพรรษาและใช้ชีวิตอยู่แต่ภายในวัด ท่านได้สังเกตและเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของสถานที่และจิตใจของผู้คน

ท่านอุปมาว่าจากการแลกเปลี่ยนสิ่งของมาเป็นการซื้อขาย จากถนนดินกลายเป็นถนนปูน ประกอบกับการก่อสร้างถนนช่วงเวลานั้นได้เริ่มรุกล้ำเข้ามามีอิทธิพลต่อวัด อย่างเช่นคนงานที่พากันมานอนมาเดินกันอย่างขวักไขว่อยู่ภายในวัด

ท่านจึงฉุกคิดขึ้นมาว่าในเมื่อความสบายและชื่อเสียงหาใช่สรณะของชีวิต

ความสงบของจิตใจมากกว่าคือสิ่งที่ท่านแสวงหา

ท่านเล่าว่าเมื่อได้ตกผลึกความคิดชนิดถี่ถ้วนแล้ว ท่านจึงได้ตัดสินใจออกจากวัด ออกจากความเจริญ โดยการเดินธุดงค์มุ่งหน้าเข้าสู่ป่า สู่ขุนเขาและใช้ชีวิตที่อิงแอบกับความงดงามคือความสงบของธรรมชาติ จนกระทั่งมาถึงวัดปากบารา ซึ่งในสมัยนั้นภายในวัดยังคงใช้แสงอาทิตย์ให้ความสว่างในตอนกลางวัน และใช้เทียนไขให้แสงสว่างยามค่ำคืน

ท่านเล่าว่าความอัตคัดของสถานที่มีส่วนทำให้พระหลายองค์ที่เข้ามาจำพรรษาอยู่กันไม่ได้ แต่เนื่องจากตัวท่านไม่ได้เข้ามาอยู่ที่นี่ในสภาพที่ซมซานไม่มีที่อยู่เหมือนกับพระอีกหลายองค์ที่เคยเดินผ่านเข้ามา หากแต่ท่านเลือกที่จะเข้ามาอยู่เพื่อดำรงวิถีชีวิตตามความคิดและความเชื่อของท่าน

“ที่มาอยู่แล้วได้แน่ๆ คือได้ความเป็นตัวตนของเรากลับคืนมา ไม่ต้องไปยึดติด ไม่ต้องไปสนใจอะไร ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีอะไรให้ทำก็ทำ มีอะไรให้ใช้ก็ใช้ ความเป็นพระต้องหัดลดละกิเลส”

ฟังแล้วได้ใจดีครับ คำพูดของท่านทำให้ผมรู้ได้ทันทีเลยว่า ผมได้พบพระที่น่าเคารพกราบไหว้อีกองค์หนึ่งแล้ว

“ตอนอยู่ปากบาราก็ตื่นตอนตีสี่ สวดมนต์ไหว้พระทำวัตรเช้า นั่งสมาธิ หกโมงก็ออกเดินบาตร ได้มากได้น้อยไปตามประสา ชาวบ้านที่คอยใส่บาตร ต้องถือว่าเขาให้ความเคารพเรา เคารพในพระพุทธศาสนา”

“ เอาสิ่งนั้นแหละมาทบทวนตัวเราเอง พยายามทำตัว วางตัวให้ดี ถ้าชาวบ้านเขาเห็นว่าเราทำดี เขาก็จะยิ่งมาทำบุญกับเรา บางคนบอกว่าเขาภูมิใจที่เรามาอยู่”

ท่านเล่าว่ากว่าจะนำพาตัวเอง นำพาพระพุทธศาสนาให้หยังลึกลงในจิตใจของชาวบ้านนั้น  ท่านต้องใช้เวลาไปไม่น้อย เพราะสภาพของพื้นที่ที่หลากศาสนาและอยู่ห่างไกลความเจริญ ไม่มีหมอ ไม่มีโรงพยาบาล เวลาเดือดร้อนหรือมีอะไรเข้ามา ทุกคนต่างวิ่งเข้ามาอิงอาศัยกับร่มเงาที่เชื่อว่าจะชุบชูชีวิตให้กับพวกเขาได้

ซึ่งตัวท่านเองด้วยความเป็นคนจริงและชัดเจนอยู่แล้ว จึงต้องดำรงตนให้เป็นเสาหลักอันมั่นคงให้กับชาวบ้านทุกคน ซึ่งแน่นอนครับว่าการเป็นที่พึ่งอันนี้ ย่อมต้องหมายรวมถึงคนต่างวัฒนธรรม ต่างศาสนาด้วย

“ศาสนาพุทธสอนให้เราเสียสละ สอนให้เรารู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่มีใครได้ดีเพราะความเย่อหยิ่งหรอก ไม่ใช่ว่าคนต่างศาสนาแล้วเราจะไม่ช่วย”

“คนเรามันวัดกันที่ใจ ถึงจะต่างศาสนาเราก็ช่วยตามความสามารถของเรา ช่วยเขาได้เราก็มีความสุข อคติเกิดขึ้นในใจเสมอ สิ่งเหล่านี้มันเป็นความทุกข์ อย่าลืมจะสุขหรือทุกข์ขึ้นอยู่ที่ตัวเราเอง สำคัญคือเวลาช่วยให้ช่วยด้วยใจ”

ว่ากันว่าในการจะลงมือทำอะไรสักอย่าง บางทีเหตุผลหรือการกระทำนั้นอาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องหรือสิ่งที่ดีตามความคิดของผู้อื่น แต่ทว่าในการตัดสินใจจะทำอะไรก็แล้วแต่คนเราย่อมมีเหตุผลเป็นของตัวเอง

“ทุกวันนี้เอาหมดแหละ สะเดาะเคราะห์ ดูดวง รักษาโรค จารตะกรุด เขียนผ้ายันต์ คือของพวกนี้มันเรียนมาแล้ว มันต้องใช้ ถ้าไม่ใช้เขาเรียกว่ามันเป็นหมัน”

“มันไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องเลยสำหรับพระ แต่มันเป็นเรื่องที่ถูกใจ ถูกอัธยาศัยของทุกคน มันมาอยู่ตรงจุดนี้มันต้องทำ  ต้องสงเคราะห์กันไป อย่าลืมว่าเขามาหาเรา เพราะเขาเห็นว่าเราพอจะเป็นที่พึ่งของเขาได้”

แน่นอนครับว่าผลตอบแทนที่เกิดจากการกระทำและการสงเคราะห์ของท่านนั้น บทสรุปของมันในทุกวันนี้ก็คือภาพของชาวไทยพุทธ/ชาวไทยมุสลิมและชาวไทยคริสต์ สามารถนั่งล้อมวงคุยกันได้อย่างเป็นกันเองบนพื้นที่ว่างหน้ากุฏิของท่าน

ทุกวันนี้นอกเหนือจากกิจของสงฆ์ที่ต้องปฏิบัติแล้ว พ่อท่านสงวนยังคงเดินออกหาว่าน หาสมุนไพรไปในป่าในเขา เพื่อนำมาทำยารักษาโรค และก็มีบ่อยครั้งที่ท่านต้องออกมานั่งดูดวง ตรวจชะตาชีวิต หรือไม่ก็นั่งทำตะกรุด ที่เกิดจากการเขียนการถักด้วยตัวของท่านเอง

“ชีวิตคนไม่มีอะไรมาก มีเกิดแล้วก็ดับ ว่างจากสวดมนต์ก็ไปสวดต่อชะตา นั่งเสกของ  หรือไม่ก็ไปในสถานที่ต่างๆ ตามที่เขานิมนต์ ตั้งใจแล้วว่าเกิดมาทั้งทีต้องทำตัวให้มีคุณค่า มีประโยชน์ สรุปว่าคงต้องทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ นั่นแหละ”

พวกเราสัพยอกท่านบ้างว่า แค่นี้เท่านี้จริงหรือ?

“ทำได้แค่นี้ชีวิตก็มีความสุขแล้ว”

คำตอบที่มาพร้อมกับรอยยิ้มและแววตาอ่อนโยน

ครับขึ้นชื่อว่าชีวิต ย่อมต้องมีทั้งความสุข ความทุกข์ หมุนเวียนกันไป ทุกอย่างในโลกเมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมต้องดับไปเป็นธรรมดา

สิ่งสำคัญอันใดที่มีคุณค่าเพียงพอต่อการยึดถือไว้?

สิ่งสำคัญอันใดที่คอยปลอบประโลมใจยามอ่อนล้า?

สิ่งสำคัญอันใดที่คอยเหนี่ยวรั้งชีวิตไว้มิให้หลงระเริง?

“จะทำอะไรต้องมีสติเป็นตัวกับเสมอ นั่ง นอน ยืน เดิน เจ็บไข้ ต้องคิดให้ได้ว่ามันเป็นธรรมดาของชีวิต เราคิดและเชื่อเช่นนี้มาตลอด การคิดเช่นนี้จะทำให้เรามีสิ่งคอยยึดเหนี่ยว ไม่หลงระเริง ไม่เห่อเหิมไปกับมัน”

ครับ ถึงในขณะนี้เราจะพบกับลมหนาวที่เย็นสะท้านไปถึงหัวใจ แต่เราก็เชื่อว่าในเวลาอีกไม่กี่เดือนเราก็จะต้องพบกับลมร้อนที่ทำให้เราต้องปวดแสบผิวกาย

โลกนี้ไม่ได้ราบเรียบเสมอกันไปเสียทั้งใบครับ ขนาดเราเข้ามาที่นี่ถนนหนทางยังเป็นหลุมเป็นบ่อตั้งเยอะแยะ

ไม่ผิดหวังเลยกับการเดินทางมาจังหวัดสตูลครั้งนี้ ถึงพวกเราจะไม่ได้ตะกรุดหรือสังวาลกลับออกไป แต่มั่นใจเถอะครับว่ามาครั้งหน้าต้องได้แน่นอน เพราะผมลงชื่อจองเอาไว้แล้วครับอย่างละ ๑๐ เส้น....สวัสดีครับ

ขอขอบคุณ คุณเพชร  ที่เอื้อเฟื้อข้อมูล คุณพรชนก สุขพงษ์ไทย สำหรับรูปภาพ เพื่อนต่อกับคำแนะนำ คุณสมบูรณ์ร้านนายฮ้อ สระบุรี สำหรับกำลังใจที่มีให้เสมอครับ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
chailasalle วันที่ : 13/09/2014 เวลา : 02.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

เยี่ยมจริงๆ ท่านใช้เตโชธาตุกระมัง .. ประทับใจภาพ คนหลายศาสนานั่งรวมๆกันได้ อย่างมิตร

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
opads วันที่ : 04/09/2014 เวลา : 07.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/OKopads
บันทึก การสะสมเหรียญพระบล็อคกษาปณ์

อนุโมทนาครับ พี่ศิษย์กวง

ขอบคุณที่เรียบเรียงประวัติ พ่อท่านสงวนให้ได้รู้จักท่าน ..... กราบนมัสหารหลวงพ่อครับ


ขอให้ได้ตระกรุด และสังวาลย์ ในเร็ววันครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2014 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



[ Add to my favorite ] [ X ]