• Sleepypanda
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2013-10-04
  • จำนวนเรื่อง : 62
  • จำนวนผู้ชม : 151236
  • ส่ง msg :
  • โหวต 256 คน
เรื่อง เรื่อยเปื่อย.. จิปาถะ...รับประกันสาระ.. ไม่มากก็น้อย
ไหนไหนสังคมในปัจจุบันผันมาเป็นสังคมช่าง Shareกันแล้ว Sleepypanda ขอฝากแชร์บล็อกไว้ให้อ่านด้วยนะคะ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sleepypanda
วันเสาร์ ที่ 14 พฤษภาคม 2559
Posted by Sleepypanda , ผู้อ่าน : 3664 , 14:04:48 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 14 คน มะอึก , SW19 และอีก 11 คนโหวตเรื่องนี้

 

การกินอาหารข้างนอกถ้าคุณไปกินร้านข้างถนนฟู้ดคอร์ทหรือ  ฟาสต์ฟู้ดกินเท่าไหร่ก็จ่ายเท่านั้น 

 

แต่เมื่อใดคุณเข้าร้านที่ค่อนข้างแพง พนักงานเสริฟต้อนรับบริการอย่างดี ทิปจะกลายเป็นเรื่องน่าคิด จะทิปเท่าไหร่  สี่สิบห้าสิบ  อ้าว..หนึ่งร้อย มากไปหรือเปล่า

 

ร้านอาหารบางร้านตัดปัญหาลูกค้าทิปน้อยหรือไม่ทิปโดยรวมค่าบริการที่เรียกว่า service charge ไว้เรียบร้อย  หลายคนคิดไปว่า service charge คือทิปที่ให้กับพนักงานเสริฟ ดังนั้นจึงไม่ทิปอีก ทิปทำไมซ้ำซ้อน

 

แต่จากการบอกเล่าของเจ้าของร้านและพนักงานเสริฟหลายต่อหลายคน  กลายเป็นว่า Service charge เข้าบัญชีร้านโดยตรง  ถ้าเจ๊เจ้าของร้านดีก็จะนำมาแบ่งเท่าๆกันระหว่างเด็กหน้าร้านและหลังร้าน แต่ถ้าเจ๊คิดว่าจ่ายค่าจ้างเต็มที่แล้วจะเอาเข้ากระเป๋าเจ๊เองมันก็ไม่ผิดกฎหมาย แต่มันจะทำให้ลูกค้าเข้าใจผิด

 

ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่าเรื่องทิปที่เมืองไทย  มันเป็นเรื่องของความสมัครใจ  ไม่มีกฎตายตัว ไอ้ที่จะทิปเท่าไหร่มันก็ตามแต่วิจารณญานของแต่ละคน จะห้าหรือสิบเปอร์เซนต์ หรือค้นเจอก้นกระเป๋ายี่สิบสามสิบแล้วทิป ก็ไม่น่าเกลียด คนไทยไม่ซีเรียส 

 

ต่อให้คุณนั่งในกินร้านหรูแล้วไม่อยากทิป   พนักงานก็จะไม่ตามทวง หรือถากถางว่าเจ๊นี่ทำไมถึงหนืดถึงเค็มอย่างนี้ หรือในกรณีที่บริการแย่มาก รออาหารนานเกือบชั่วโมง พนักงานไม่ยิ้มไม่สบตา เรียกแล้วทำเฉย   มันก็เป็นเหตุผลที่ดีที่จะไม่ทิป  

 

ที่แน่แน่คือเรื่องทิปไม่ใช่วัฒนธรรมไทยเพราะแต่ไหนแต่ไรมาคนไทยนั้นขึ้นชื่อในการบริการอย่างเป็นมิตรช่วยเหลือด้วยความเต็มใจจะทิปหรือไม่ทิปก็เถอะ

แล้วการทิปนั้นมาจากไหนใครคือหัวหมอต้นตำรับ

 

ทิปนั้นเกิดขึ้นครั้งแรกที่อังกฤษในศตวรรษที่สิบเจ็ด (ช่วงปีค.ศ. 1600)  ใน Taverns ร้านที่ขายเบียร์ขายอาหาร นักดื่มทั้งหลายจะหย่อนเงินให้กับพนักงานเสริฟเพื่อแลกกับการบริการที่รวดเร็ว บางร้านมีโถวางไว้ตรงกลางโดยเขียนไว้ข้างโถ "To Insure Promptitude" ซึ่งหมายความว่ารับประกันบริการที่ทันใจ   คำว่าทิปเลยมีการสันนิษฐานว่าน่าจะย่อมาจากตัวอักษรตัวแรกของ 3 คำข้างบนนี้ 

 

 Michael Lynn ศาตราจารย์มหาวิทยาลัย Cornell   ผู้ค้นคว้าประวัติศาสตร์การทิปของอเมริกากล่าวไว้ว่าการทิปของอเมริกานั้นเริ่มขึ้นหลังสงครามกลางเมืองสิ้นสุดลงในปี 1865 เศรษฐีอเมริกันทั้งหลายที่เดินทางไปยุโรปและคลุกคลีกับชนชั้นสูงที่นั่นได้นำธรรมเนียมทิปกลับมาเพื่อที่จะอวดว่าตนเป็นพวกมีการศึกษาและเป็นชนชั้นสูง

การนำระบบทิปเข้ามาใช้ ก็ใช่ว่าทุกคนจะเห็นด้วย คนอเมริกันบางกลุ่มได้ก่อตั้งขบวนการแอนตี้การทิป (The Anti-Tipping Society of America) ซึ่งเริ่มก่อตั้งครั้งแรกที่รัฐ Georgiaในปี 1904)  กลุ่มต่อต้านทิปเรียกร้องให้มีการยกเลิกเพราะเห็นว่าระบบนี้มันเป็น un-American และ un-democratic  เป็นการแบ่งชนชั้นอย่างชัดแจ้ง

 

William  Scot เขียนคัดค้านไว้ในหนังสือ The  Itching Palm ในปี 1916  ว่าการทิปนั้นมันเป็นความคิดของพวกชั้นสูง แล้วเพราะไม่ใช่ระบบชนชั้นหรอกหรือที่ทำให้พวกเราต้องออกจากยุโรปมาตั้งประเทศใหม่ในอเมริกา  เราต้องกำจัดการทิป เพราะมันคือเนื้องอกร้ายของระบบประชาธิปไตย 

 

จากงานวิจัยของ Jayaraman ในหนังสือ Forked: A New Standard for American Dining ขุดลึกไปว่า  อเมริกาผ่านกฎหมายค่าแรงขั้นต่ำครั้งแรกในปี 1938 ระบุว่าพนักงานเสริฟมีสิทธิได้รับค่าแรงขั้นต่ำ แต่ค่าแรงนั้นจะได้มาจากค่าจ้างโดยตรง หรือจากทิปก็ได้นั่นหมายถึงว่ากฎหมายเปิดช่องให้นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าแรงพนักงาน  ถ้าพวกเขาได้รับทิปจากลูกค้าเทียบเท่ากับค่าแรงขั้นต่ำ

 

Jayaraman เชื่อว่ากฎหมายค่าแรงขั้นต่ำน่าจะมีความเกี่ยวโยงกับการเลิกทาส เพราะเมื่อระบบทิปเข้ามาในอเมริกามันเป็นช่วงเดียวกับคนผิวขาวย้ายไปทำงานในโรงงานซึ่งมีรายได้ดีกว่า  ส่วนงานเสริฟถูกรับช่วงต่อโดยคนผิวดำซึ่งเพิ่งได้รับการปลดปล่อยมา  เจ้าของร้านส่วนใหญ่ยังคงมีความคิดว่า คนดำเป็นคนชั้นต่ำกว่าตน จึงสนับสนุนกฎหมายที่ออกมานี้เพื่อเลี่ยงจ่ายค่าจ้าง

 

อย่างไรก็ตามเมื่อมาถึงจุดหนึ่งขบวนการแอนตี้ทิปได้รณรงค์ จนกฎหมายงดทิปผ่านในปี 1909 ในรัฐวอชิงตันและอีกหกรัฐทางใต้กฎหมายงดทิปในเจ็ดรัฐที่ผ่านนี้ บังคับให้เจ้าของร้านจ่ายพนักงานเสริฟตามค่าแรงขั้นต่ำ ผลการชนะของเจ็ดรัฐนี้  ส่งอิทธิพลไปยังประเทศในยุโรปทำให้สหภาพแรงงานของประเทศในยุโรปรวมทั้งอังกฤษเริ่มเรียกร้องต่อรัฐบาลตน ว่าอาชีพเสริฟเป็นอาชีพหนึ่งเหมือนกันไม่ควรจะต้องทำงานพึ่งทิป แต่ควรมีรายรับอย่างน้อยเป็นค่าแรงขั้นต่ำจากนายจ้าง 

 

มาถึงตรงนี้กลายเป็นว่าการออกกฎหมายงดทิปของอเมริกาในเจ็ดรัฐนั้น ได้ส่งอิทธิพลทางอ้อมให้ระบบทิปในยุโรปล้มเลิกไป ยุโรปตาสว่างแต่อเมริกายังไม่มีแฮ้ปปี้เอ็นดิ้ง  เพราะเมื่อกฎหมายงดทิปเริ่มใช้เบื้องต้นในเจ็ดรัฐก็จริง แต่กลับไม่สามารถยืนหยัดนานเพราะสิบห้าปีต่อมา กฎหมายตัวนี้ก็ถูกยกเลิกไปในที่สุด

 

 

เรื่องทิปในอเมริกาดูจะเป็นเรื่องที่ถูกนักท่องเที่ยวกล่าวถึงมากเพราะน่าสับสน แต่คนอเมริกันเองเห็นเรื่องทิปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และต่างปฎิบัติตามอย่างภาคภูมิใจ 

 

จำได้ว่าไปบอสตันเมื่อเจ็ดปีที่แล้วสามีพาครอบครัวKirk เพื่อนเก่า  ไปเลี้ยงขอบคุณก่อนกลับบ้าน เพราะเราไปอาศัยอยู่บ้านเขาตลอดเจ็ดวัน พอถึงจ่ายค่าทิปสามีว่าจะจ่ายเท่าอังกฤษ 10% ดีไหม มิสซิส Kirk โวยวาย โอ้ยไม่ด้ายเลย อย่า.. ป้าขอออกคำสั่งต้องจ่ายค่าทิป 20% นั่นคือสองร้อยห้าสิบเหรียญ (เก้าพันกว่าบาทแน่ะ)  เหมือนถูกปล้นกลางวันแสกๆเ ท่านั้นยังไม่พอป้าKirk บอกยูต้องทิปกับตันร้านที่พาเรามานั่งโต๊ะด้วยน่ะสิบเหรียญอย่างต่ำ ทำเอาฉันต้องร้อง โอ้โฮอะไรกันป้า กัปตันร้านไม่ได้บริการอะไรพวกเราเลยนะ  ยังต้องทิปด้วยหรือ

 ป้า Kirk คาแรคเตอร์ผู้หญิงเก่ง (คล้ายฮิลลารี่คลินตัน) อย่างที่ฝรั่งเรียก she wears the pants in the house  ย้ำด้วยเสียงมั่นใจ "ปกติมากินร้านนี้ฉันทิปให้เขามากกว่า 20%  ฉันชอบร้านนี้มากร้านนี้เป็น fine diner ดังมากแต่ไม่เป็นไรครั้งนี้สามียูจ่าย 20  ก็ได้คือเป็นมาตรฐาน"

 

เห็นหน้าฉันเปลี่ยนสีเพราะช็อคจากค่าทิปป้าเลยช่วยอธิบายให้รู้สึกดีขึ้นว่า

 

ที่อเมริกา 50 รัฐมีค่าแรงขั้นตำ่ต่างกันไป ปกติประมาณ 8 ดอลล่าร์ต่อหนึ่งชั่วโมงแต่ถ้าเป็นพนักงานที่พึ่งทิปค่าแรงจะได้แค่  2.13 ดอลล่าร์ต่อชั่วโมง นั่นหมายถึงว่าค่าทิปที่ได้รับคือเงินค่าแรงของพวกเขานั่นเอง ถ้าเราไม่ให้ทิปพวกเขาพวกเขาจะเอาอะไรไปเลี้ยงครอบครัว " If you don't give them tip , they can't pay the rent coz they live and die by the tip"

 Emotional Blackmail กันเลยน่ะเนี่ย

 

คิดแล้วมันก็น่าสงสาร แล้วทำไมเจ้าของร้านไม่จ้างเขาเท่ากับเงินเดือนขั้นต่ำหล่ะ ทำไมเจ้าของร้านโยนความรับผิดชอบของชีวิตพนักงานเสริฟมาให้ลูกค้า

 

ป้า Kirk แกเป็นถึงไดเร็คเตอร์ของมหาวิทยาลัย ความรู้นั้นท่วมหัวเลยสวมวิญญาณอาจารย์อธิบายให้ฉันฟังต่อว่า การทำธุรกิจร้านอาหารนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นธุรกิจเสี่ยง กำไรส่วนใหญ่มาจากการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์  แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่รัฐบาลเลิกให้ขายแอลกอฮอลล์เพราะถูกกดดันจากกลุ่มศาสนาว่าสิ่งมึนเมาทำให้เกิดอาชญากรรมและความรุนแรง  สถานการณ์บังคับเลยต้องลดค่าจ้างพนักงานเสริฟเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด   จ้างพนักงานเป็นแบบอาศัยทิป แม้เมื่อรัฐบาลเปลี่ยนกฎหมายให้ร้านอาหารขายแอลกอฮอลล์ได้อีกครั้ง  แต่กลับไม่มีการเปลี่ยนกฎหมายค่าจ้างพนักงานเสริฟ

 

ปัจจุบันนี้ค่าจ้างพนักงานเสริฟยังคงถูกแบ่งเป็นสองประเภทคือค่าจ้างแบบพึ่งทิปคือ 2.13 ดอลล่าร์ และค่าจ้างที่ไม่น้อยกว่าแรงงานขั้นต่ำที่ไม่ต้องพึ่งทิป 

แต่เจ้าของร้านบางแห่งในอเมริกาเริ่มเปลี่ยนนโยบาย ไม่ต้องให้เด็กทำงานหวังทิป โดยเพิ่มservice chargeในบิล20% เป็นการรับประกันค่าแรงให้กับพนักงานเสริฟ ว่าอย่างน้อยจะได้รับ 20 ดอลล่าร์ต่อชั่วโมงในขณะที่เด็กในครัวจะได้ 14.50 ดอลล่าร์ต่อชั่วโมง

ส่วนรัฐบางรัฐเริ่มจ่ายค่าแรงขั้นตำ่ให้กับพนักงานคือ 7.25 ดอลล่าร์ ไม่ว่าจะเป็น tip or non- tip staff

 

 

 

โชคดีที่อังกฤษไม่ได้มีถือเรื่องทิปแบบเอาจริงเอาจังเท่ากับพี่กัน

พนักงานเสริฟที่อังกฤษได้ค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมาย 6.7 ปอนด์ต่อชั่วโมงตามร้านอาหาร ถ้าพวกเขาบริการดีเอาใจใส่คุณดี คุณพอใจคุณทิปเขา 10%   มันก็เป็นการแสดงความมีมารยาทสังคมที่ดีของคุณ 

 

เครดิตภาพ

http://www.chiangraibulletin.com

https://commons.wikimedia.org

www.amazon.co.uk

Resource

http://www.foodwoolf.com/2010/08/history-of-tipping.html

http://foodtravel.about.com/od/tippingguide/fl/A-Brief-History-of-Tipping.htm

https://www.washingtonpost.com/news/wonk/wp/2016/02/18/i-dare-you-to-read-this-and-still-feel-ok-about-tipping-in-the-united-states/

http://www.capradio.org/articles/2015/08/12/great-gratuity-a-brief-history-of-tipping-in-america/

http://uk.businessinsider.com/history-of-tipping-2015-10?r=US&IR=T)

 http://time.com/money/4046887/restaurants-no-tipping-ban/?iid=obinsite




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
มะอึก วันที่ : 21/07/2017 เวลา : 09.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่ค่อยนิยมระบบทิป
แต่ก็ให้นะครับ ให้เพราะเกรงใจและเต็มใจ...

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
SW19 วันที่ : 24/05/2016 เวลา : 04.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ที่อเมริกา วิธีคิดจำนวนเงินทิปไม่ยาก เรียกว่า double tax เห็นราคาภาษีในใบเก็บเงินเท่าไหร่ ก็ให้คูณสอง
ที่ UK กฎหมายระบุให้ service charge นั้น optional คือ เราบอกให้ร้านถอด service charge ออกได้ถ้าเราไม่เห็นสมควรต้องจ่าย แต่การขอให้ร้านเอาออกจากใบเก็บเงินเป็นเรื่องใหญ่มาก มากพอที่ผู้จัดการร้านจะออกมาถามว่าบริการเขาบกพร่องอย่างไร มากมายขนาดไหน

ในอเมริกา ความจำเป็นที่พนักงานต้องได้รับทิปก็อย่างที่คุณ Sleepypanda เล่าเอาไว้
ใน UK นั้น service charge ไม่ได้มีไว้สำหรับพนักงานทั้งหมดเต็มจำนวน เท่าที่ทราบคือ มีการหักเป็นค่าใช้จ่ายและค่าบริการ เช่น ค่าซักผ้าปูโต๊ะ ผ้าเช็ดมือ และดูเหมือนที่เหลือหารแบ่งทั้งทางร้านและพนักงานทุกระดับไปถึงคนล้างจาน ถ้ามี service charge แล้ว จะไม่ให้พิเศษ ก็ไม่ผิด แต่ถ้าพนักงานทำดี ก็แล้วแต่จะเห็นสมควร

ส่วนตัวถ้าไปอเมริกา ก็ต้องให้ double tax เสมอ มันเป็นธรรมเนียม แม้อาจจะเป็นเรื่องไม่ถูกต้องจากวิธีปฏิบัติของผู้ค้า และเราเองก็ไม่ชอบที่ถูกบังคับ
อยู่ที่นี่ ถ้ามี service charge แล้วก็ไม่ให้ ไม่ว่าจะร้านถูกร้านแพง แต่บางร้านที่พนักงานพิเศษจริงๆ ก็ให้ ให้เพราะคน

สมัยยังเป็นเด็ก ราวยุค 70s ไปกินกับตา เขย่าเหรียญกรุ๋งกริ๋งในมือที่ร้านประจำ คนเต็มร้านเขาก็หาโต๊ะให้จนได้ เวลาเขาแล่ roast ให้ เราจะมีเหรียญให้เขาตอนท้ายด้วย สมัยนั้น ทำกันมาแบบนั้น มันเป็นธรรมเนียม และเป็นที่พึงใจทั้งผู้ให้และผู้รับ
สมัยนี้มันซับซ้อนเกินไปโดยใช่เหตุนะ เราว่า

ตอนคุณ Sleepypanda ขึ้นเรื่องนี้ ไม่อยู่ เลยไม่สะดวกที่เข้ามาคุยด้วย เพิ่งได้โอกาสก็ตอนนี้

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
เหล่าซือสุวรรณา วันที่ : 16/05/2016 เวลา : 14.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chineseclub
泰汉语与文化比较  张碧云博客

ค่าทิปที่อเมริกาโหดจังเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
Sleepypanda วันที่ : 14/05/2016 เวลา : 22.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sleepypanda

สวัสดีค่ะคุณ bene
เพิ่งไปทานอาหารเมื่อวาน คุยกับผู้จัดการร้าน เขาบอกว่า service chargeที่คิดเพิ่ม 12.5 % กับลูกค้า ก็จะเอามาแบ่งให้กับพนักงานครัว พนักงานเสริฟเท่าๆกัน
เรากินไปสามสิบห้าจ่าย service อีก 4 ปอนด์ก็พอแล้วค่ะ ไม่จำเป็นต้องทิปแล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
Sleepypanda วันที่ : 14/05/2016 เวลา : 22.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sleepypanda

สวัสดีค่ะคุณ Gaby

แหม มีแยกให้เห็นกันเป็นชาติๆเลย (555)
ชาติอื่นไม่รู้ แต่ถ้าพูดถึงคนอังกฤษ พอจะนึกภาพออกค่ะ สามีคนอังกฤษแท้ๆ ยังไม่ชอบคนชาติเดียวกันเลย แกพูดเหมือนคุณ Gaby เลยว่า คนที่นี่เหนียว ไม่ค่อยมีน้ำใจเหมือนคนไทย

ความคิดเห็นที่ 13 Sleepypanda ถูกใจสิ่งนี้ (1)
bene วันที่ : 14/05/2016 เวลา : 20.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene

รู้มาคร่าวๆว่า ทิป ที่อเมริกามันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ต้องทำ
แต่ไม่รู้ว่า มันดุเดือดขนาดต้อง ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ -ไม่ทิป มีโอกาสมีเรื่องกับเด็กเสริฟ

เมืองไทย ร้านอาหารที่ราคาแพงอยู่แล้วโดยมากจะมีค่านี้บวกไปเพิ่มอีก 10 15 20 เปอร์เซ็นต์ (เท่าที่จำได้ 15 เปอร์เซ็นต์ที่ร้านเอสแอนด์พี ที่สนามบิน ) เวลาเห็น เซอร์วิช ชาร์ช ก็เข้าใจว่าเขาเอาไว้ให้พนักงาน เราก็ไม่คิดจะ่จ่ายทิป อยู่แล้ว และเวลาให้ทิบก็สิบบาทยี่สิบบาท ค่ะ
สงสัย ถ้าวาสนาต้องได้ไปเมืองอเมริกันนี่ ต้องทำกับข้าวกินเองอย่างเดียว ... เพราะลำพังเงินจ่ายค่าอาหารก็แพงแล้ว ยังต้องจ่ายทิปแพงๆอีก ?

ปล. ..ไปเมืองฝรั่งอังกฤษ ก็ไม่คิดว่าไม่ได้ให้ทิป มั้งคะ แหะๆ

เมืองอังกฤษเนี่ย ถ้าเขามีค่า service charge ยังต้องจ่ายทิปกันอีก มั้ยคะ???

ความคิดเห็นที่ 12 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Sleepypanda วันที่ : 14/05/2016 เวลา : 19.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sleepypanda

สวัสดีค่ะคุณรัตติยา

หัวหน้าคนไทยกับหัวหน้าฝรั่ง ดูเหมือนจะมีวิธีการบริหารงานผิดกัน อย่างที่คุณรัตติยาว่า
หัวหน้าไทยบางคน ต้องเน้นเรื่องผิดพลาด เอามาตอกย้ำกันอยู่นั่นแหละ เวลาทำดี ไม่เคยชมให้ได้ยิน (ประสบการณ์ โดนมากับตัวก็มี)
ว่าไปแล้ว บริหารงานก็เหมือนเลี้ยงลูกเลยค่ะ สามีเป็นตัวอย่างที่ดีมาก เวลาลูกทำผิด จะเรียกไปพูดเงียบๆ สั่งสอนเสร็จ ก็ต้องกอดกันเพื่อให้รู้ว่าไม่ติดใจ เคืองใจต่อกัน แล้วเวลาถ้าลูกทำดี พ่อชมไม่หยุด เป็นกำลังใจที่ดีสำหรับลูกค่ะ แต่ไม่อยากจะบอกคุณรัตติยาเลยว่า ตัวเองนี้คนละประเภทกับสามีเลย ถึงได้คิดว่า แผนกอบรม พ่อทำดีที่สุด

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Sleepypanda วันที่ : 14/05/2016 เวลา : 19.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sleepypanda

สวัสดีค่ะ คุณ MephistoWitchy
ที่ US ดุเดือด แบบว่าลูกค้าไม่มีทางออกเลยค่ะ ถูกบังคับว่าต้องทิป 20% และถ้าบริการฮ่วย ทิ้งทิปไว้ 10% พนักงานจะวิ่งตามออกมาถาม มาทวงว่า ไม่พอใจอะไร
เรื่องมากแบบนี้ นักท่องเที่ยวอย่างเราไป macdonald หาของมันๆกิน ตัดปัญหาเรื่องทิปง่ายกว่า

ความคิดเห็นที่ 10 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Sleepypanda วันที่ : 14/05/2016 เวลา : 19.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sleepypanda

สวัสดีค่ะคุณ BlueHill
เรื่องทิป มันน่าคิดจริงๆค่ะ
คนไทย ไปเที่ยวเมืองนอก ก็ต้องศึกษาธรรมเนียมทิปของแต่ละที่เพราะ อย่างที่ญี่ปุ่น เขาแอนตี้การทิปกันจริงจัง
ต่างชาติมาบ้านเรา ชอบอกชอบใจที่ทิปไม่ใช่เรื่องบังคับ ไม่ต้องคำนวนเป็นเปอร์เซ็นต์ให้ปวดหัว ค่าอาหารร้อยแปดสิบ จ่ายไปสองร้อย ทิปยี่สิบ ก็ไม่น่าเกลียด

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Sleepypanda วันที่ : 14/05/2016 เวลา : 19.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sleepypanda

สวัสดีค่ะ แม่หมี
คุณแม่หมีพูดถูก ถ้าให้บริการไม่ดี ที่อังกฤษก็ไม่ให้เหมือนกัน
แต่คิดแบบนี้แล้วไปใช้ที่อเมริกา ต้องถึงขึ้นโรงพักกันเลยหล่ะค่ะ
อ่านข่าวเจอมาว่าเด็กมหาลัยสองคน จ่ายบิลไป 73 เหรียญ แต่ปฎิเสธไม่จ่ายทิป 16 เหรียญเพราะพวกเขาไม่ได้รับการบริการที่ดี รอนานแถมขอเติมน้ำเพิ่มก็ไม่ได้ เจ้าของร้านเรียกตำรวจจับ ข้อหาขโมย โชคดีเรื่องขึ้นศาลก็จริง แต่ศาลตัดสินไม่ผิด คิดดูถ้าศาลให้ผิด สังคมทิปจะกลายเป็นอย่างไร แค่นี้ก็สับสนพอแล้ว
แบบว่าบังคัปทิป20% บริการฮ่วยยังต้องทิป 10%

ความคิดเห็นที่ 8 february26 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Sleepypanda วันที่ : 14/05/2016 เวลา : 18.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sleepypanda

สวัสดีค่ะคุณ february26

ยังไม่จบค่ะ จริงๆยังเล่าได้อีกตั้งเยอะ ประสบการณ์ตัวเองตอนที่มาอังกฤษแรกๆ (เกือบจะยี่สิบปีมาแล้ว) สามีพาไปทานอาหารกับครอบครัว ใบเสร็จร้อยห้าสิบปอนด์ สามีว่า พนักงานต้อนรับ เอาใจใส่ดีมาก มันเป็นธรรมเนียมที่ต้องทิป 10% ของราคาค่าอาหาร นั่นก็ปาเข้าไป เจ็ดร้อยห้าสิบบาทเชียวน่ะ ไอ้ ค่าทิปเอาไปกินได้อีกตั้งมื้อเชียว อยู่เมืองไทยไม่เคยทิปใครมากเท่านี้เลย เจ็บหัวใจจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 7 กระเจี๊ยบ , Sleepypanda ถูกใจสิ่งนี้ (2)
Gaby วันที่ : 14/05/2016 เวลา : 18.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Gaby

แค่ "ทิป" นี่ ไม่เคยดิดมาก่อนว่ามีความเป็นมาเยอะจริงๆ

ที่ฟินแลนด์ไม่นิยมให้ทิปค่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำใม ส่วนตัวถ้าไม่ใช่ฟาสฟู้ด ส่วนใหญ่ก็จะทิป

และจากประการณ์เสริฟในโรงแรม5 ดาว ในต่างประเทศ
คนออสเตเรียจะไม่ให้เพราะเขาว่ามีเซอร์วิสแล้ว
คนอังกษ,เนเธอร์แลนด์ค่อนข้างเหนียว คนฝรั่งเศสไม่ต้องพูดถีง
คนเยอรมัน, อเมริกันใจดี
คนไทยยิ่งใจดี อยู่ที่ใหนก็ใจดี
เกาหลี,จีน ก็ไม่ต้องพูดถึง บ้างครั้งต้องยกทิปวันนั้นจ้างคนอื่นไปเก็บโต๊ะแทนอีกต่างหาก เพราะรับไม่ได้เลยจริงๆ
คนอาหรับจุกจิกแต่ก็ยังมีน้ำใจอยู่บ้าง

ความคิดเห็นที่ 6 Sleepypanda ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 14/05/2016 เวลา : 16.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

ถ้าลูกหน้าทำผิดอะไร
ถ้าลูกน้องทำผิดอะไร

ความคิดเห็นที่ 5 กระเจี๊ยบ , Sleepypanda ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rattiya วันที่ : 14/05/2016 เวลา : 16.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

แฟนเคยไปทำงานที่อเมริกา(หลายปีมาเเล้ว) แฟนบอกว่าปวดหัวมากกับเรื่องทิปที่อเมริกา ตามความคิดของแฟน เขาจะให้ทิปมากก็ต่อเมื่อพนักงานเสริฟ ทำงานดีเท่านั้น (ส่วนใหญ่เราจะให้ทิป 10 เปอร์เซนต์)

คราวที่เเล้วมาเมืองไทย เขาบอกว่าพนักงานเสริฟธรรมดาของโรงเเรมจะบริการดีมาก เเต่ระดับหัวหน้าเขาดูออกว่า จะคอยกดลูกน้องซึ่งเเสดงออกต่อหน้าเเขก แฟนเขาไม่ชอบอย่างมาก เขาบอกว่าถ้าลูกหน้าทำผิดอะไรให้ไปคุยกันข้างหลัง ไม่ใช่มาตำหนิกันต่อหน้าเเขก
แฟนให้รัตติยาไปบอกพนักงานเสริฟหญิงคนหนึ่งว่าเขาชมเชยที่เธอทำงานบริการดีมาก(ไม่ไปบอกเองเดี๋ยวจะหาว่าไปจีบพนักงานฯ)

ความคิดเห็นที่ 4 Sleepypanda ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 14/05/2016 เวลา : 15.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ทิปกลายเป็นเรื่องน่าคิดจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 3 Sleepypanda , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
MephistoWitchy from mobile วันที่ : 14/05/2016 เวลา : 15.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MephistoWitchy

ที่มาที่ไปน่าสนใจจริงๆ แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนอะไรก็เปลี่ยนตามไปด้วย แต่ค่าทิปที่ US นี่ดุเดือดจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 2 Sleepypanda , february26 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่หมี วันที่ : 14/05/2016 เวลา : 14.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ได้ความรู้เรื่อง "ทิป"

ถ้าบริการดีก็ให้ค่ะ

แต่ถ้าไม่ดีก็ไม่ให้ เยอะนะยัยแม่หมี

ความคิดเห็นที่ 1 ni_gul , Sleepypanda ถูกใจสิ่งนี้ (2)
february26 วันที่ : 14/05/2016 เวลา : 14.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

จบครบกระบวนความเรื่อง ทิป เลยครับ

*ส่วนมากผมทานข้าวที่บ้าน แม่เป็นคนทำกับข้าว แบบนี้ ผมควรจะจ่ายทิป หรือ ปาวครับ ละ ถ้าจ่าย ผมจะโดนแม่ให้ทิป กับ มาเป็นอย่างอื่น หรือ ปาวครับ 55+
พูดเล่นนะครับ

ขอบคุณมากครับ Sleepypanda

*

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน