*/
  • hayyana
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-10-30
  • จำนวนเรื่อง : 80
  • จำนวนผู้ชม : 165467
  • จำนวนผู้โหวต : 161
  • ส่ง msg :
  • โหวต 161 คน
<< เมษายน 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 9 เมษายน 2555
Posted by hayyana , ผู้อ่าน : 7249 , 11:38:07 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน hayyana โหวตเรื่องนี้

ผมชอบเรือดำน้ำและหนังเกี่ยวกับใต้น้ำครับ ไล่มาตั้งแต่หนังที่มีมาตั้งแต่ยังไม่เกิด 20,000 Leagues Under The Sea (1954) หรือที่ใหม่กว่าอย่างเช่น The Hunt For Red October (1990) , Crimson Tide (1995) , U-571 (2000) , K-19 - The Widowmaker (2002) ฯลฯ 
เลยจะพาไปดูเรือดำน้ำรัสเซียเสียหน่อยเป็นการประเดิมต้อนรับประชุม APEC 2012 ที่วลาดิวอสต๊อค

เรือดำน้ำชั้น S-class or Srednyaya (Russian: Средняя, "medium") คือส่วนหนึ่งของกองนาวีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Stalinets (Russian: Cталинец, "follower of Stalin" เป็นกองเรือดำน้ำที่นับได้ว่าประสบความสำเร็จและได้รับชัยชนะมากที่สุดในบันดาเรือดำน้ำชั้นต่างๆของโซเวียต จมเรือชาวบ้านไปถึงหนึ่งในสามของสถิติทั้งหมดของกองทัพเรือโซเวียต

ประวัติคร่าวๆก็คือถูกสร้างด้วยความร่วมมือระหว่างเยอรมันโดยที่หลังจากเยอรมันแพ้สงครามโลกก็เลยต้องหลบไปสร้างโรงงานที่ในประเทศอื่นตามสนธิสัญญาแวร์ซาย  มีการสร้างให้สเปน แต่ตอนหลังสเปนเปลี่ยนใจไปใช้ของอังกฤษ โซเวียตเมื่อได้มาเห็นแบบพิมพ์เขียวและโรงงานผลิตในเนเธอแลนด์ก็ช่วยพัฒนา  ตอนหลังมันแพงก็เลยเอากลับไปผลิตในบ้านตัวเอง แล้วตอนหลังพอเยอรมันก่อสงครามโลกครั้งที่สองโซเวียตตกเป็นฝ่ายตรงข้ามกับเยอรมันจึงต้องรบกัน

โซเวียตนั้นมีเรือดำน้ำชั้น Shchuka class submarine อยู่ก่อนแล้วซึ่งก็เป็นที่พึงพอใจเว้นแต่มันถูกออกแบบมาเพื่อปฏิบัติการน้ำตื้นแถบทะเลบัลติกเท่านั้น ก็เลยเป็นที่มาของการออกแบบสร้างเรือดำน้ำขนาดกลางเอสคลาสขึ้นมาเพื่อสนองความต้องการในการออกสู่น่านน้ำลึกและเดินทางไกล

ผมไม่ใช่ผู้รู้เรื่องนาวี ข้อความประวัติศาสตร์ต่อจากนี้ใน “” คือก๊อปปี้เขามาครับ

“ ข้อมูลจำเพาะของเรือดำน้ำ S-class (S7, S13 และ S56 )

ระวางขับน้ำ (เหนือน้ำ) : 870 ตัน 
ระวางขับน้ำ (ใต้น้ำ): 1107 ตัน 
ระบบขับเคลื่อนเรือ: ใบจักรคู่, เครื่องยนต์ดีเซล/ไฟฟ้า กำลัง 4000/1100 แรงม้า 
ความยาวเรือ: 77.5 เมตร 
ความกว้าง (บีมเรือ): 6.4 เมตร 
ความลึก: 4.06 เมตร 
ความเร็วเรือ (เหนือน้ำ) : 18.75 นอต 
ความเร็วเรือ (ใต้น้ำ): 8.8 นอต 
อาวุธประจำเรือ : ตอร์ปิโดขนาด 533 .. (21 นิ้ว) 6 ท่อยิง, ปืน 100 .. (3.9 นิ้ว) 1 กระบอก 
รัศมีทำการ (เหนือน้ำ): 9000 ไมล์ทะเล ที่ความเร็ว 10.5 นอต 
กำลังพลประจำเรือ : 46 นาย “


อยากลองส่องกล้องมาตั้งแต่เด็ก ในที่สุดก็ได้ลอง



ภายในห้องควบคุม



โต๊ะแผนที่



อุปกรณ์นำร่อง เข็มทิศ











ภาพสตาลิน มองจากห้องประชุมซึ่งอยู่กลางๆ

ห้องนอนกับตันครับ

มองจากห้องประชุมไปอีกด้านหนึ่ง

ห้องเก็บตอร์ปิโด บวกกับเปลนอนของลูกเรือ นอนมันบนระเบิดนั่นล่ะ

อีกภาพ

ช่องปล่อยตอร์ปิโด



ภายนอก



“ขอท้าวความทางด้านประวัติศาสตร์การเมืองรัสเซีย ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สองระหว่างปี 1939 -40 เพื่อเป็นพื้นฐานความเข้าใจเหตุการณ์ในช่วงนี้สักหน่อย- ช่วงนี้เองที่ฮิตเล่อร์ครองอำนาจในเยอรมัน และแผ่อิทธิพลเหนือประเทศอื่นๆในยุโรป ส่วนรัสเซียเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศจากลิตวินอฟ มาเป็นโมโลตอฟ (Molotov) ส่งผลให้นโยบายการต่างประเทศของโซเวียตรัสเซียเข้มงวดมากกว่าเดิม เมื่อเยอรมันเริ่มรุกรานประเทศรอบข้าง รัสเซียได้จับตามองด้วยความไม่สบายใจ เมื่อรัสเซียและเยอรมันตกลงทำสัญญาในการไม่รุกรานซึ่งกันและกันและร่วมมือกันทางพานิชย์ที่เรียกว่า กติกาสัญญานาซี-โซเวียต หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ความลงร่วมกันระหว่างริบบินทรอป - โมโลตอฟ ในวันที่ 23 สิงหาคม 1939 . กรุงมอสโก (ริบบินทรอป คือ รัฐมนตรีต่างประเทศฝ่ายเยอรมันที่ลงนามร่วมกับโมโลตอฟ ภายหลังนาซีเยอรมันแพ้สงคราม ถูกพิพากษาประหารชีวิตด้วยข้อหา อาชญากรสงครามในปี 1945 ) สัญญานี้ทำให้สตาลินเบาใจว่ารัสเซียจะไม่ถูกเยอรมันรุกราน แต่แล้วในปลายปี 1940 สถานการณ์ผลิกผัน เมื่อโมโลตอฟ เยือนกรุงเบอร์ลิน ฮิตเล่อร์ชักชวนรัสเซียเข้าร่วมสงครามกับฝ่ายอักษะ สตาลินเรียกร้องผลประโยชน์ที่รัสเซียจะได้รับหากชนะสงครามมากมายทำให้ฮิตเล่อร์ระแวงและไม่ไว้ใจรัสเซียอีกต่อไป ผลก็คือ กองทัพเยอรมันบุกโจมตีรัสเซียโดยไม่แจ้งเตือนล่วงหน้า ในยุทธการบาบารอสซ่า (Barbarossa Operation) ในวันที่ 22 มิถุนายน 1941 โมโลตอฟถึงกับอุทานออกมาเมื่อทราบข่าวการบุกของเยอรมันว่า .. เราสมควรจะได้รับสิ่งนี้เป็นการตอบแทนหรือ? .... รัสเซียจึงหันไปเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตรในปี 1941 นั่นเอง และชนะสงครามโลกครั้งที่สองในที่สุด “

 

สำหรับประวัติคร่าวๆของ S56 คือ

“เมื่อสงครามอุบัติขึ้น เรือดำน้ำ S56 ต้องออกเดินทางเป็นระยะทางยาวไกล เพื่อไปยังสถานีรบแห่งใหม่ของตนในทะเลอาร์ติค ในเดือนตุลาคม ปี 1942 เรือดำน้ำ S56 พร้อมเพื่อนร่วมทีมอีกหลายลำ ซึ่งประจำการใน กองเรือแปซิฟิค (Pacific Fleet) ได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติการในทะเลอาร์ติค ทำให้เรือดำน้ำกลุ่มนี้ต้องออกเดินทางไกล จากเมือง Petropavlovsk ผ่าน Kamchatka แวะจอดพักที่ Dutch Harbor แล้วต่อไปยังซานฟรานซิสโก แล่นเข้าคลองปานามา ไปยัง Halifax ต่อด้วย Nova Scotia และจากเมือง Nova Scotia นี้เอง สามสาวพี่น้อง S54, S55 และ S56 ออกเดินทางรุดหน้าไปยังเมือง Rosyth สก็อตแลนด์ ถึงจุดหมาย คือ Kola Inlet ในเดือนมีนาคม ปี 1943 รวมเวลาเดินทางในทะเล 5 เดือนพอดี (หากดูตามแผนที่ คือ ฐานทัพเรือที่แปซิฟิค อยู่ทางตะวันออกของประเทศแล้ว แล่นลงทางใต้ อ้อมเป็นระยะทางไกลมาก เข้าฝั่งแอตแลนติค ทะลุน่านน้ำทางนอร์เวย์ไปอาร์ติคคะ ขากลับซึ่งย้อนขึ้นทางเหนือ จะดูใกล้กว่า) 

นับจากนั้น เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน 1943 เป็นต้นไป ภารกิจสำคัญของเรือดำน้ำ S56 ได้เริ่มต้นขึ้น ด้วยการออกลาดตระเวนนอกชายฝั่ง Norwegian Coast ในวันที่ 17 พฤษภาคม เรือดำน้ำ S56 ภายใต้การนำของกัปตัน ชั้น 3 Shchedrin สร้างผลงานชิ้นแรก ด้วยการจมเรือบรรทุกน้ำมัน (tanker) ชื่อ Eurostadt ตามด้วยการโจมตี เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่อีกลำหนึ่ง แต่ตอร์ปิโดที่ยิงออกไปไม่ระเบิด เหยื่อจึงรอดไปได้ 

สองเดือนต่อมา ในเดือนกรกฎาคม เรือดำน้ำ S56 จมเรือศตรูได้สองลำ คือ เรือกวาดทุ่นระเบิด (minesweeper) M346 ของเยอรมัน และ เรือลาดตระเวน (patrol boat) อีกหนึ่งลำ ต่อมาในเดือนมกราคม ปี 1944 เรือดำน้ำ S56 สามารถจมเรือขนาดใหญ่ได้อีก 1 ลำ เป็นเรือสินค้า ชื่อ Henrietta Schulte ขนาดระวางขับน้ำ 5080 ตัน ซึ่งนับเป็นผลงานชิ้นเยี่ยมชิ้นสุดท้ายของ S56 เพราะหลังจากนั้นเธอไม่ประสบความสำเร็จในการจมเรือศตรูอีกเลย และ ในวันที่ 26 กันยายน 1944 ได้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น ขณะที่เรือดำน้ำลำนี้พยายามเข้าโจมตีกลุ่มเรือกวาดทุ่นระเบิดของเยอรมัน S56 โดนระเบิดลึก (depth charge) เข้าอย่างจัง ตัวเรือได้รับความเสียหายอย่างหนัก แม้ว่าจะหนีรอดมาได้ แต่ก็ไม่สามารถออกปฏิบัติการรบได้อีก เรือดำน้ำ S56 จึงต้องถอนตัวจากสงคราม และได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่อื่นแทน 

หลังสงครามโลกครั้งสองสิ้นสุดลงได้ 5 ปี เรือดำน้ำ S56 เดินทางกลับไปยังทะเลแปซิฟิค ผ่านเส้นทางทะเลตอนเหนือ ถึงกองเรือแปซิฟิค ในฤดูร้อน ปี 1950 และประจำการที่นั่น จนปลดระวางไปในปี 1959 หลังจากนั้น กองทัพเรือรัสเซียได้นำเรือดำน้ำ S56 ไปใช้เป็นเรือฝึก ประจำหน่วยฝึกเรือดำน้ำ ที่ฐานทัพเรือ Vladivostok”










Esbjorn Svensson Trio - 301 (2012) - Behind the Stars

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
hayyana วันที่ : 25/04/2012 เวลา : 23.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

ยินดีครับ คุณลุงชาติ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ลุงชาติ วันที่ : 17/04/2012 เวลา : 08.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongchat
http://www.facebook.com/lungchati

ขอบคุณที่พาชมนะครับ
ไม่เคยเห็นของจริงเลย
เคยชมแต่ในหนัง

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
hayyana วันที่ : 15/04/2012 เวลา : 17.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

คุณ TaTee:
เรือดำน้ำอเมริการู้สึกจะเก็บไว้โชว์มากกว่าเขา แต่ผมชอบความคลาสสิคของเยอรมันกับรัสเซียมากกว่าครับ

น่าจะจริง ทนมองหน้ากันอยู่ในที่แคบๆตั้งนานได้ไง

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
hayyana วันที่ : 15/04/2012 เวลา : 17.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

คุณ BlueHill:
ตอนลงนี่อาจจะไม่ชอบก็ได้เครับ เสียว

คุณ เคียงดิน:
จริงๆมีอะไรให้ดูเยอะ แต่เวลาไม่อำนวยครับ เลือกที่จะอ่านมากกว่า

คุณ 4BANK:
ผมอยากลองยิงตอร์ปิโด

คุณ สุรศักดิ์:
ใต้ทะเลสองหมื่นโยชน์เป็นหนังไซ-ไฟ ที่ได้รับคำชมมากเรื่องการมองอานาคต
เขาว่าเป็นต้นแบบไอเดียเพื่อเอามาสร้างของจริงเลยครับ

คุณ วินเชนโซ:
สอยจมไปแล้วใช่ไหมครับ 5555



ความคิดเห็นที่ 6 (0)
วินเชนโซ วันที่ : 13/04/2012 เวลา : 10.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/atsawin
ลมบก

วันก่อนเห็นโผล่มาที่แม่น้ำเจ้าพระยาลำนึง เด็กๆเอาหนังกะติ๊กยิง โดนกระจกกล้องส่อง จนจมหายไปเรยครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
TaTee วันที่ : 10/04/2012 เวลา : 20.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poo

หนังเกี่ยวกับเรือดำน้ำเท่าที่กล่าวมา ดูหมดแล้ว ยกเว้น 20,000 Leagues Under The Sea ครับ

เคยลงดูเรือดำน้ำที่อเมริกา รู้สึกอึดอัดพอสมควร เพราะผมไม่ชอบที่แคบๆ นึกถึงลูกเรือที่ต้องใช้ชีวิตเป็นเดือนในนั้นสิครับ ไม่รู้ทนได้ยังไง

ขอบคุณที่นำมาให้ชมครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 10/04/2012 เวลา : 09.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "ความลับการมีอายุยืนยาวในญี่ปุ่น  ตอนที่ 2 !!" [เชิญคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลยครับ]

ผมเคยสนใจเรือดำน้ำเหมือนกัน
ตั้งแต่เมืองไทยมีเรือดำน้ำ 2 ลำ
และชม"ภาพยนตร์ใต้ทะเล 20000 โยชน์"

ขอบคุณมากครับ ที่พาไปชมภายใน
เรือดำน้ำของโซเวียต น่าสนใจมาก ๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
4BANK วันที่ : 10/04/2012 เวลา : 08.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

อยาก ได้ลงไปเดินสักครั้ง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เคียงดิน วันที่ : 09/04/2012 เวลา : 23.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

ว๊ายยยยยยยยยยยยยยอัพบล็อกแล้ว

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
BlueHill วันที่ : 09/04/2012 เวลา : 17.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ผมชอบเรือดำน้ำเหมือนกัน
หนัง The Hunt For Red October ก็ดูได้ไม่รู้เบื่อ
แต่คงไม่มีโอกาสลงเรือดำน้ำแน่ ๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน