*/
  • ชมวิวทิวทัศน์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2012-01-11
  • จำนวนเรื่อง : 185
  • จำนวนผู้ชม : 284687
  • จำนวนผู้โหวต : 41
  • ส่ง msg :
  • โหวต 41 คน
<< ธันวาคม 2013 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม 2556
Posted by ชมวิวทิวทัศน์ , ผู้อ่าน : 1309 , 20:29:42 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บทความ โดย อาจารย์ ปีดิเทพ อยู่ยืนยง

สมาชิกสมาคมการผังเมืองไทย / นักเรียนทุนพัฒนาบุคลากรสายวิชาการอาจารย์ (ผู้สอน) ระดับปริญญาเอก ประเภททุนสำหรับบุคคลภายนอกตามความต้องการของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 

อีเมลล์: pedithep.youyuenyong@email.dmu.ac.uk

 

 

การวางผังเมืองถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่ภาครัฐและภาคเอกชนได้ให้ความสนใจเป็นอย่างมากในศตวรรษที่ 21 เพราะการวางผังเมืองไม่เพียงแต่ทำให้ภาครัฐและภาคเอกชนทราบถึงทิศทางการพัฒนาเมืองและทิศทางการใช้ที่ดินในเมืองและพื้นที่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ทว่าการวางผังเมืองยังส่งผลให้ภาครัฐและภาคเอกชนสามารถทราบทิศทางในการพัฒนากิจกรรมอื่นๆ ให้สอดคล้องหรือเอื้อประโยชน์ต่อการจัดทำบริการสาธารณะโดยภาครัฐและการประกอบกิจกรรมต่างๆ ของภาคเอกชน ตัวอย่างเช่น การจัดระบบขนส่งมวลชนสาธารณะอันถือเป็นการจัดทำบริการสาธารณะด้านคมนาคมขนส่ง ที่ต้องอาศัยการวางผังเมืองให้สอดคล้องกับการขยายตัวของชนิดหรือประเภทขนส่งมวลชนที่รัฐต้องพัฒนาขึ้น สำหรับตอบสนองความต้องการของประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองและพื้นที่โดยรอบเมือง การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยเอกชน ที่ต้องพิจารณาการก่อสร้างหรือการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้สอดคล้องกับเกณฑ์การวางผังเมืองที่รัฐหรือท้องถิ่นได้กำหนดเอาไว้ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อาจต้องอาศัยหลักการการวางผังเมือง เข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อประโยชน์ในการจัดพื้นที่สำหรับอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชในท้องถิ่น เป็นต้น

 

ภาพการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่มีลักษณะ “การกระจัดกระจาย” ซึ่งผิดไปจากความมุ่งหมายของวิชาการผังเมือง

ที่มา: Architectural Newpaper

 

นอกจากนี้ การวางผังเมืองและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องยังถือเป็นวิชาชีพเฉพาะ (Profession) ที่มีการเรียน การสอนและการถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งในระดับอุดมศึกษาและในระดับองค์กรวิชาชีพเฉพาะ ผ่านการเรียนรู้ ศึกษาและวิเคราห์บริบทของเมือง (Urban contexts) นอกจากนี้ ศาสตร์ด้านการผังเมืองยังจำต้องอาศัยสหวิทยาการด้านต่างๆ (Multi-disciplinary approach) เพื่อประกอบการเรียนรู้ ศึกษาและวิเคราะห์บริบทของผังเมือง ทำให้การศึกษาศาสตร์ด้านการวางผังเมืองและการพัฒนาเมืองได้รู้และสามารถนำความรู้ด้านการผังเมืองในเชิงลึกและเชียวชาญ เช่น การนำหลักการทางเศรษฐศาสตร์มาศึกษาปรากฎการณ์ของการพัฒนาชุมชนเมืองและการนำเอาหลักกฎหมายว่าด้วยการใช้ที่ดินมาประยุกต์ใช้กับกับแนวทางการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในชุมชนเมือง เป็นต้น

 

ที่มา: American Planning Association/AICP

 

ดังนั้น ในประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา ได้มีการก่อตั้งองค์กรวิชาชีพด้านการผังเมือง (Planning bodies) ที่มีบทบาทและภารกิจหลักในการรักษามาตรฐานวิชาชีพด้านการผังเมือง (Professional standard maintenance) และกำหนดกรอบการรับรองคุณวุฒิระดับวิชาชีพการผังเมืองในระดับต่างๆ (Planning course accreditation) ซึ่งองค์กรวิชาชีพด้านการผังเมืองต้องจัดบริการและกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทและภารกิจหลักที่องค์กรวิชาชีพด้านการผังเมืองได้กำหนดเอาไว้ อนึ่ง องค์กรวิชาชีพการผังเมืองในประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่เพียงจะมีหน้าที่และภารกิจตามที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้น หากแต่องค์กรวิชาชีพการผังเมืองยังมีหน้าที่ในการจัดทำกฎแห่งการปฏิบัติวิชาชีพการผังเมือง (Code of Professional Conduct) เพื่อควบคุมและกำหนดหลักเกณฑ์ให้สมาชิกของสถาบัน สมาคมและองค์กรวิชาชีพผังเมืองได้ปฏิบัติตาม ทำให้การปฏิบัติงานการวางผังเมืองหรือประกอบกิจกรรมวางผังเมืองเป็นไปในแนวทางเดียวกันและสอดคล้องกันทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ นอกจากนี้ กฎแห่งการปฏิบัติวิชาชีพการผังเมืองยังถือเป็นแนวทางให้นักการผังเมืองหรือผู้ประกอบวิชาชีพการวางผังเมืองได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนภายใต้กรอบแห่งจริยธรรมวิชาชีพ (Planning Ethics) อันทำให้นักวางผังเมืองประกอบวิชาชีพของตนได้โดยที่ไม่ขัดต่อศีลธรรม จรรยาบรรณและกฎหมายที่สังคมนักการผังเมืองและกฎหมายของบ้านเมืองได้กำหนดเกณฑ์เอาไว้

สำหรับสมาคมการผังเมืองไทยที่พึ่งจัดตั้งขึ้นมานี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นอันดีสำหรับการพัฒนาองค์กรวิชาชีพด้านการผังเมือง ที่อาจเป็นศูนย์รวมของนักการผังเมืองและผู้ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพอื่นๆ ที่มีความสนใจในกิจการการวางผังเมือง รวมไปถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการวางผังเมือง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประเภทต่างๆ ทำให้ผู้เกี่ยวข้องในระดับต่างๆ ได้หันมาสนใจและพัฒนาวิชาชีพการวางผังเมืองให้มีความเจริญรุ่งเรืองต่อไปในประเทศไทย

แม้ว่าสมาคมการผังเมืองไทยจะได้มีการจัดตั้งขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม ในการปฏิบัติงานของสมาคมการวางผังเมืองเพื่อพัฒนาวิชาชีพการผังเมืองในประเทศไทยนั้น จำต้องอาศัยการขับเคลื่อนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชนที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการวางผังเมือง รวมไปถึงการสนับสนุนของภาครัฐในการพัฒนาสมาคมการผังเมืองไทยให้กลายมาเป็นองค์กรวิชาชีพที่เข้มแข็งและสามารถกำกับดูแลตนเองต่อไปได้ในอนาคต

ผู้เขียนจึงขอเสนอแนวทางสองช่วง (Paradigm) แห่งการพัฒนา สำหรับพัฒนาสมาคมการผังเมืองไทยไปสู่การเป็นองค์กรวิชาชีพการผังเมืองที่เข้มแข็งต่อไปในอนาคตดังต่อไปนี้

ช่วงแรก สมาคมการผังเมืองไทย ควรจัดกิจกรรมบูรณาการความรู้และให้ความรู้แก่นักการผังเมืองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ความรู้ (Knowledge) แก่นักการผังเมืองและประชาชนทั่วไป ให้มีความรู้ความเข้าใจในวิชาการการผังเมือง สหวิทยาการด้านผังเมืองและความรู้ทั่วไปด้านผังเมือง ผ่านกิจกรรมการถ่ายทอดความรู้ให้สังคมประเภทต่างๆ ตัวอย่างเช่น การวิจัย การจัดทำข้อเสนอแนะด้านผังเมือง การสร้างเครือข่ายวิชาการการผังเมือง และการตีพิมพ์สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ นอกจากนี้ สมาคมการผังเมืองไทยยังควรกำหนดกิจกรรมต่างๆ ในการกำหนดกรอบมาตรฐานคุณวุฒิทางวิชาชีพการวางผังเมืองและกำหนดกลไกในการรักษามาตรฐานการประกอบวิชาชีพการผังเมืองในประเทศไทย สำหรับเป็นเกณฑ์กลางให้สมาชิกสมาคมปฏิบัติตามกลไก หลักเกณฑ์และมาตรฐานที่สมาคมได้วางเอาไว้ เช่น การกำหนดกลไกในการรักษามาตรฐานวิชาชีพการผังเมืองผ่านการประเมินความรู้ทางวิชาชีพการผังเมือง (Assessment of Professional Competence) การให้การศึกษาอบรมเพื่อพัฒนาวิชาชีพการผังเมืองอย่างต่อเนื่อง (Continuing Professional Development) และการออกมาตรฐานทางวิชาชีพเบื้องต้นในลักษณะที่เป็นหลักเกณฑ์ทางวิชาชีพ (Soft Law) เพื่อให้สมาชิกสมาคมได้ปฏิบัติตาม เป็นต้น

ช่วงที่สอง เมื่อสมาคมการผังเมืองไทยได้มีการจัดกิจกรรมสนับสนุนหรือจัดกลไกรักษามาตรฐานวิชาชีพด้านการผังเมืองและสามารถกำหนดกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับวิชาชีพการผังเมืองในระดับประเทศได้แล้วสมาคมการผังเมืองไทยและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับกิจกรรมการผังเมือง อาจผลักดันให้รัฐออกกฎหมายกำหนดมาตรฐานทางวิชาชีพการผังเมือง (Planning Licensing Law & Regulations) เพื่อก่อตั้งสภาวิชาชีพการผังเมือง โดยกฎหมายในอนาคตดังกล่าวให้อำนาจคณะกรรมการสภาวิชาชีพการผังเมืองที่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านการผังเมืองและสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการการผังเมืองมากำกับดูแลและควบคุมผู้ประกอบวิชาชีพการผังเมือง ไม่ให้กระทำการผิดแผกหรือฝ่าฝืนไปจากกฎหมายกำหนดมาตรฐานวิชาชีพการผังเมืองดังกล่าว นอกจากนี้ กฎหมายในอนาคตดังกล่าวยังอาจให้อำนาจแก่คณะกรรมการสภาวิชาชีพการผังเมืองหรืออนุกรรมการของสภาดังกล่าวใน การสอบสวน สรุปข้อเท็จจริงพร้อมความเห็นเเละระดับของการลงโทษ แก่ผู้ประกอบวิชาชีพการผังเมืองที่ทำการฝ่าฝืนต่อกฎหมายกำหนดมาตรฐานทางวิชาชีพการผังเมือง รวมไปถึงอำนาจในการออกคำสั่งอนุมัติ อนุญาต ยกเลิกและเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการผังเมือง อันถือเป็นกลไกที่กำหนดให้สภาวิชาชีพการผังเมืองเป็นองค์กรวิชาชีพเอกชนที่ได้รับมอบอำนาจจากรัฐ (specified government-approved professional agency) มาควบคุมผู้ประกอบวิชาชีพให้ปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมวิชาชีพการผังเมืองที่รัฐได้กำหนดหลักเกณฑ์เอาไว้ อนึ่ง ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการผังเมืองย่อมไม่สามารถประกอบวิชาชีพการผังเมืองได้ หากฝ่าฝืนกฎหมายกำหนดมาตรฐานวิชาชีพการผังเมือง รัฐอาจกำหนดโทษทางอาญา เช่น จำคุกหรือปรับ  หรือทั้งจำคุกและปรับเอาไว้ 

 

ที่มา : Urban Land Institute

ในอนาคต ผู้เขียนคาดหวังว่าคณะผู้เชี่ยวชาญการผังเมือง นักวิชาการด้านผังเมือง ผู้บริหารงานด้านกายภาพเมืองจากหน่วยงานส่วนกลางและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น รวมไปถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับกิจกรรมการวางผังเมืองอื่นๆ อาจช่วยกันผลักดันสมาคมการผังเมืองไทยให้มีความเข้มแข็งและมีบทบาทในการสร้างคุณูปการต่อวงการวิชาชีพการผังเมืองไทย ผ่านการส่งเสริมกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ ที่ผู้เขียนเสนอแนะมาในข้างต้น

 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน