*/
  • ชมวิวทิวทัศน์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2012-01-11
  • จำนวนเรื่อง : 185
  • จำนวนผู้ชม : 295185
  • จำนวนผู้โหวต : 41
  • ส่ง msg :
  • โหวต 41 คน
<< กรกฎาคม 2014 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 19 กรกฎาคม 2557
Posted by ชมวิวทิวทัศน์ , ผู้อ่าน : 2137 , 09:53:37 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน แม่หมี โหวตเรื่องนี้

 

การวางผังและออกแบบเพื่อสร้างเมืองแห่งการเดิน

(Planning and Design for Walkable City)

โดย     ฐาปนา บุณยประวิตร

            Smart Growth Institute/  thapana.asia@gmail.com

            http://www.smartgrowthasia.com           

            http://www.asiamuseum.co.th/

            http://www.facebook.com/smartgrowththailand

 

เกริ่นนำ

หลายคนสงสัย เราจะสร้างเมืองแห่งการเดิน กันได้อย่างไร ลองอ่านบทความนี้กันครับ น่าจะมีคำตอบ มีทางออกพอสมควรครับ

บทความดีๆ ที่มีประโยชน์มากมาย ของ ผู้เชี่ยวชาญด้ารผังเมือง อ.ฐาปนา บุณยประวิตร บน Facebookhttp://www.facebook.com/SmartGrowthThailandที่เขียนเกี่ยวกับเรื่อง การวางผังเมืองพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนตามแนวทางการเติบโตอย่างชาญฉลาด (Smart Growth)

 

เข้าสู่บทความ

ความนำ

ความหมายของเมืองแห่งการเดินของ Congress the New urbanism หรือ CNUs ที่ว่า “เมืองแห่งการเดินหมายถึงเมืองที่ประชาชนมีโอกาสในการเดินและใช้โอกาสนั้นอย่างเป็นกิจวัตรในการส่งเสริมเศรษฐกิจและสุขภาพ” นั้น มีคำสำคัญให้พิจารณา 4 คำได้แก่ โอกาสในการเดิน  การใช้อย่างเป็นกิจวัตร การส่งเสริมเศรษฐกิจ และการส่งเสริมสุขภาพ  โดยคำสำคัญสองคำแรกจัดเป็นองค์ประกอบด้านกายภาพที่เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการเดินซึ่งเป็นผลจากการวางผังและออกแบบเมือง ส่วนสองคำสำคัญหลังนั้นจัดเป็นผลจากสองคำสำคัญแรกที่ชุมชนและประชาชนได้รับ ในบทความนี้จะชี้ให้เห็นว่า เกณฑ์การเติบโตอย่างชาญฉลาด (Smart Growth Principles) สามารถวางผังและออกแบบเมืองอย่างไรที่ทำให้เกิดปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการเดิน และผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับประกอบด้วยอะไรบ้าง โดยอ้างอิงตามข้อเสนอของบทความ ICIC เรื่อง Designing Walkable Downtown Help Cities Reap Real Benefits เขียนโดย Jeff Speck ผู้เขียนหนังสือเรื่อง The Walkable City

 

ภาพย่านพาณิชยกรรม Robson Street เมืองแวนคูเวอร์ ที่ออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูเพื่อให้เป็นใจกลางของชุมชนแห่งการเดินที่มีคุณภาพของเมือง

ที่มา: ฐาปนา บุณยประวิตร (กุมภาพันธ์: 2557)

 

การวางผังและออกแบบเมืองเพื่อสร้างโอกาสในการเดินที่เป็นกิจวัตร

การเติบโตอย่างชาญฉลาดกำหนดให้การวางผังและออกแบบเมืองเป็นไปตามความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างเมืองแห่งการเดิน (Walkable City) จะต้องดำเนินการตาม 4 ขั้นตอนอันประกอบด้วย การ การวางผังยุทธศาสตร์ที่กำหนดให้ปรับเปลี่ยนกายภาพเป็นเมืองแห่งการเดิน การจัดทำนโยบายการวางผังเพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนมีความสามารถในการเข้าถึงแหล่งงานและบริการสาธารณะด้วยการเดิน การสร้างนโยบายการออกแบบเมืองเพื่อให้หน่วยบริการและที่อยู่อาศัยตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน และการจัดสร้างข้อกำหนดเพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการเดิน รายละเอียดดังนี้

 

ภาพแสดงกายภาพถนนและอาคารบริการย่านชานเมืองพิษณุโลกที่ส่งเสริมการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล

ที่มา: ฐาปนา บุณยประวิตร (มีนาคม 2557)

           

               การวางผังยุทธศาสตร์  เพื่อกำหนดให้เกิดการปรับเปลี่ยนกายภาพเป็นเมืองแห่งการเดิน โดยการระบุวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการดำเนินงานของทุกหน่วยงานให้จัดทำโครงการเพื่อส่งเสริมกายภาพตามเป้าหมาย “การเป็นเมืองแห่งการเดิน”  และร่วมสร้างปัจจัยกระตุ้นให้ประชาชนใช้การเดินที่เป็นกิจวัตร  การลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และลดกิจกรรมทางเศรษฐกิจและนันทนาการที่ขัดแย้งกับการเป้าหมายการส่งเสริมการเดิน ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์เมืองที่สร้างขึ้นจะต้องได้มาจากความเห็นชอบร่วมกันของประชาชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

            การจัดทำนโยบายการวางผัง เพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนมีความสามารถในการเข้าถึงแหล่งงานและบริการสาธารณะด้วยการเดิน  นโยบายนี้จะปรากฎอยู่ในสาระสำคัญของผังเมืองรวม (comprehensive plan) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผังการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ต้องกำหนดให้มีศูนย์พาณิชยกรรมผสมผสานที่อยู่อาศัยที่มีความกระชับ มีขอบเขตเนื้อเมืองที่ชัดเจน และภายในศูนย์จะต้องผสมผสานกิจกรรมประเภทต่างๆ อยู่อย่างครบถ้วน โดยใช้ฐานการคำนวณกิจกรรมทางเศรษฐกิจและนันทนาการที่ต้องตั้งอยู่ภายในศูนย์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50  ทั้งนี้ เพื่อลดความจำเป็นในการเดินทางระหว่างที่อยู่อาศัยกับแหล่งงาน และที่อยู่อาศัยกับหน่วยบริการพาณิชยกรรมและบริการสาธารณะ หรืออาจกำหนดการวางผังพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (TOD) เพื่อกระชับรูปทรงเมืองให้หนาแน่นบริเวณใจกลางและรอบรัศมี หรือสองข้างถนนในพื้นที่ศูนย์พาณิชยกรรม  หรือการกำหนดประเภทกิจกรรมจำแนกตามรายแปลงที่ดินหรือสองข้างทาง (corridor) เพื่อสร้างอัตลักษณ์ให้เกิดขึ้นเฉพาะสถานที่  สำหรับผังโครงการคมนาคมและขนส่ง  และผังโครงข่ายการขนส่งมวลชน จะต้องระบุระบบการสัญจรสีเขียว (Green Transportation) เป็นระบบการสัญจรหลักของประชาชน โดยให้ความสำคัญสำหรับระบบการสัญจรจากมากไปหาน้อยด้วยการเดิน การใช้จักรยาน การใช้ระบบขนส่งมวลชน และการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และการวางแผนการลงทุนโครงข่ายทางเดินให้เชื่อมต่อกันทั่วทั้งย่าน ชุมชน และเมือง ทั้งนี้เพื่อปรับปรุงกายภาพเมืองให้เป็นเครื่องสร้างโอกาสในการการเดินของประชาชน

            การสร้างนโยบายการออกแบบเมือง  เพื่อให้หน่วยบริการและที่อยู่อาศัยตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน อยู่ในระยะของการเดินถึง ด้วยการออกแบบปรับปรุงขนาดแปลงที่ดินให้สอดคล้องกับระยะการเดินถึง ระยะการเข้าถึงสถานีขนส่งมวลชน ตลาดสด โรงเรียน และหน่วยบริการชุมชน การออกแบบปรับปรุงรูปแบบอาคาร ขนาดอาคาร ประเภทและกิจกรรมการใช้อาคารที่รวบรวมผู้ใช้ประโยชน์ให้มีจำนวนเพียงพอต่อการสร้างเศรษฐกิจภายในพื้นที่ และสร้างโอกาสในการเดิน  หรือการปรับปรุงสภาพด้านหน้าอาคาร  กายภาพทางเดิน ภูมิทัศน์ถนน และสภาพแวดล้อมเมืองให้งดงาม  มีความปลอดภัย  เป็นเครื่องดึงดูดการเดิน  ส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้มีชีวิตชีวา และกระตุ้นการเดินในการสัญจรเชื่อมต่อระหว่างที่อยุ่อาศัยกับสถานที่ทำงานและย่านพาณิชยกรรม

 

ภาพตัวอย่างการออกข้อกำหนดอาคารริมถนน Robson

ให้อาคารชั้นหนึ่งเป็น window display เพื่อส่งเสริมการเดิน

ที่มา: ฐาปนา บุณยประวิตร (กุมภาพันธ์: 2557)

 

              การจัดสร้างข้อกำหนด  เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการเดิน เช่น  การออกข้อกำหนดให้ผลประโยชน์สำหรับการปรับปรุงอาคารเก่าหรือสภาพด้านหน้าอาคาร กรณีของเมืองแวนคูเวอร์ เจ้าของอาคารหรือผู้เช่าที่ใช้ประโยชน์อาคารจะได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 25 ระยะเวลา 2 ปี หรือการลงทุนที่ก่อสร้างอาคารตามแบบที่เสนอแนะโดยเทศบาลก็จะได้รับผลประโยชน์ด้านภาษีเช่นเดียวกับการปรับปรุงอาคารเก่าเช่นกัน หรือการออกข้อกำหนดบังคับประเภทกิจกรรมตามผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน เช่น ในใจกลางย่านพาณิชยกรรมกำหนดให้ทุกอาคารมีความกว้างไม่น้อยกว่า 6 เมตรและมีระยะความสูงชั้นหนึ่งสูงจากระดับพื้นถึงคานชั้นแรกไม่น้อยกว่า 4 เมตรและกำหนดให้ด้านหน้าอาคารชั้นหนึ่งโปร่งแสงไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 เพื่อบังคับให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นห้องแสดงสินค้า ร้านอาหาร หรือร้านค้าบริการที่แสดงผลิตภัณฑ์เพื่อให้สภาพแวดล้อมสองข้างทางเต็มไปด้วยการจัดแสดงหน้าร้านหรือ window display  เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า แนวทางการสร้างเมืองแห่งการเดินนั้น ต้องใช้องค์ประกอบการวางผังและการออกแบบทางกายภาพเป็นตัวชี้นำเพื่อกระตุ้น จูงใจ และบังคับให้พื้นที่วางผังและกิจกรรมการใช้ประโยชน์เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ สร้างจำนวนประชากรในพื้นที่ให้เป็นตัวขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ และสร้างความมีชีวิตชีวาให้กับพื้นที่ด้วยการเดินของประชาชนที่เป็นกิจวัตร

ผลประโยชน์ของการสร้างชุมชนแห่งการเดิน

Jeff Speck ได้บรรยายในงาน The CEOs for Cities conference โดยได้กล่าวถึงผลประโยชน์และความสำคัญในการพัฒนาสภาพแวดล้อมทางเดินเขตชั้นในของเมือง ไว้ 3 ประการ ดังนี้

 

การออกแบบปรับปรุงผิวทางเดินและทางข้ามของเมืองแวนคูเวอร์เพื่อสร้างความปลอดภัยสำหรับคนเดิน

ที่มา: ฐาปนา บุณยประวิตร (กุมภาพันธ์: 2557)

 

ผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ  เขาได้นำผลการศึกษาพฤติกรรมของคนใน Gen-M หรือประชากรที่มีอายุระหว่าง 18-24 ปีหรือผู้ระหว่างการศึกษาระดับปริญญาโทหรืออยู่ในช่วงเริ่มต้นทำงานซึ่งระบุว่าคนใน  Gen-M ต้องการอยู่อาศัยในย่านพาณิชยกรรม (downtown) หรือในบริเวณชั้นในของเมืองมากกว่าย่านชานเมือง (สอดคล้องกับผลการวิจัยหลายๆ ชิ้นที่ Smart Growth Thailand เคยนำเสนอไปแล้ว) เนื่องจากต้องการที่อยู่อาศัยใกล้เคียงที่ทำงาน ใกล้เพื่อน ใกล้สถานบันเทิง ใกล้ตลาดสดหรือร้านค้าปลีก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จัดเป็นเครื่องกระตุ้นเศรษฐกิจในบริเวณศูนย์พาณิชยกรรมใจกลางเมือง

 

ผลประโยชน์ด้านสุขภาพ เขาได้นำเอาผลการศึกษาจากหลายๆ แหล่งที่ยืนยันถึงผลประโยชน์จากการเดินซึ่งเป็นกิจกรรมทางกายที่ช่วยลดภาวะโรคอ้วนอันเป็นต้นเหตุของโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ  โดยสรุปได้ว่า  ในพื้นที่เมืองที่เน้นการเดินหรือ walkable city จะเป็นพื้นที่มีมลพิษทางอากาศน้อยกว่าเมืองที่เน้นการใช้รถยนต์หรือ automobile city เช่นเดียวกับโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุซึ่งเมืองประเภทแรกมีน้อยกว่า

ผลด้านสภาวะแวดล้อม เมืองแห่งการเดินจะเป็นเมืองที่ประหยัดการใช้พลังงงาน เป็นเมืองที่ลดโลกร้อน และสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมที่่น่าอยู่

 

การสร้างกายภาพเมืองเพื่อส่งเสริมการเดิน

Jeff Speck ได้แสดงบันได 4 ขั้นในการสร้างเมืองแห่งการเดินหรือ Walkable Cities ไว้ดังนี้

1. เมืองควรสร้างเหตุแห่งการเดินและเหตุแห่งการพัฒนา เขาบอกว่านักผังเมืองไม่ควรคิดเพียงแค่ว่าจะส่งเสริมการเดินระหว่างบ้านไปยังที่ทำงานเท่านั้น  แต่ต้องให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่ก่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการเดินกับการใช้งาน นั่นก็หมายถึง ต้องมีความพยายามในการสร้างพื้นที่ให้เกิดการผสมผสานการใช้ประโยชน์ในย่านที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน ร้านค้าปลีก สถานบันเทิง และอื่นๆ ให้พื้นที่เหล่านี้เป็น walkable ที่สมบูรณ์

2. สร้างทางเดินที่ปลอดภัย ข้อนี้มีความสำคัญมาก แต่มีการกล่าวถึงน้อย  ขนาดของแปลงที่ดินที่ต้องมีขนาดไม่ใหญ่เกินไป และการเพิ่มความปลอดภัยบนทางเดินให้มากขึ้น

3. สร้างทางเดินให้มีความสะดวกสบาย ออกแบบสถานีจอดรถให้อยู่ใจกลางของแปลงที่ดิน ปรับปรุงกายภาพทางเดินให้งดงามด้วยต้นไม้ สวนหย่อม และดูแลสภาพหน้าร้านให้มีความสมบูรณ์

4. สร้างทางเดินให้มีความเป็นเอกลักษณ์น่าสนใจ อาจจะมีความเหมือนหรือแตกต่างกันก็ได้ ขึ้นอยู่กับยุทธศาสตร์ของเมืองที่ได้กำหนดไว้

 

สรุป

เมืองแห่งการเดินเป็นเมืองที่สร้างความปลอดภัย สร้างเศรษฐกิจ และสร้างสุขภาพที่ดีแก่ประชาชน การเป็นเมืองแห่งการเดินได้มาด้วยการวางผังและออกแบบที่ดี เพื่อให้เกิดโอกาสสำหรับประชาชนในการเลือกระบบการสัญจรด้วยการเดิน ทั้งนี้  เป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่ประชาชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันสร้างขึ้น

เอกสารอ้างอิง

Andress Duany and Jeff Speck with Mike Lydon, (2010) The Smart Growth Manual, McGraw-

            Hill Books (New York)

Congress for the New Urbanism,(2013) Initiative for a Competitive Inner City;

            http://www.icic.org/connection/blog-entry/blog-planning-to-walk

 

อ้างอิงบทความหลัก http://smartgrowthasia.com/planning/walkable.html

 

 

ท่านใดสนใจ แนวความคิด Smarth Growth (การวางผังเมืองพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนตามแนวทางการเติบโตอย่างชาญฉลาด) เข้าไป กด like fanpage กับอาจารย์ได้ตามลิ้งก์ Facebook นี้ครับ http://www.facebook.com/smartgrowththailand

 

อ่านเนื้อเรื่อง “ย้อนหลัง” ลิ้งก์ตามที่อยู่ด้านล่างนี้ (เพื่อจะได้รับทราบข้อมูล “ผังเมือง” ในระดับโลก เค้าไปถึงไหนกันแล้ว http://www.oknation.net/blog/smartgrowth 

 

 

 

บน Facebook ตามลิ้งก์

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 ชมวิวทิวทัศน์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 19/07/2014 เวลา : 11.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ในกทม.มีอย่างนี้บ้างก็จะดีมาก

และควรมีถนนที่คนใช้วืลแชร์ด้วยก็น่าจะดี

ประโยชน์ของ walkable city ที่เขียนไว้ในบทความ 3 ข้อก็เกินพอ

เพี้ยง....ขอให้คนกทม.ได้ใช้บ้างนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน