*/
  • ชมวิวทิวทัศน์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2012-01-11
  • จำนวนเรื่อง : 185
  • จำนวนผู้ชม : 284687
  • จำนวนผู้โหวต : 41
  • ส่ง msg :
  • โหวต 41 คน
<< สิงหาคม 2014 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม 2557
Posted by ชมวิวทิวทัศน์ , ผู้อ่าน : 1755 , 21:27:57 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

การเสื่อมถอยของชานเมืองและวัฒนธรรมรถยนต์ในอเมริกา

บทความโดย อาจารย์ ดร.มาณู ดีอุดม (กดลิ้งก์ อ่านประวัติผู้เขียน โดยย่อ)

 

 

อเมริกันกำลังทิ้งชานเมืองแล้วย้ายเข้ามาอยู่ในเมือง ย่านที่อยู่อาศัยในเมืองกลับมาเจริญเติบโตในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ภาวะเศรษฐกิจถดถอยต่อเนื่องหลายปีกำลังทำให้การขยายตัวของชุมชนเมืองในแนวราบที่เกิดขึ้นในอดีตแบบไร้การควบคุมจนเป็น urban sprawl นั้นค่อยๆ หดตัวลง เกิด compact city มากขึ้น ย่านที่เคยเป็นโรงงานหรือตึกร้างได้รับการบูรณะและพัฒนากลายเป็นตึกที่อยู่อาศัยใหม่ๆ รวมทั้งการสร้างที่อยู่อาศัยในรูปอาคารแนวตั้งมากขึ้น รูปแบบการใช้ชีวิตของอเมริกันกำลังเปลี่ยนไป การพึ่งพารถยนต์ส่วนตัวเช่นในอดีตกำลังลดลง วัฒนธรรมรถยนต์กำลังเสื่อมถอย baby boomers กำลังแก่ตัวลง คนรุ่นใหม่ echo boomers กำลังมีจำนวนมากขึ้นและไม่ต้องการอาศัยอยู่นอกเมือง ไม่ต้องการขับรถเข้ามาทำงานในเมือง ผจญปัญหารถติด เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงาน คนรุ่นใหม่จึงนิยมย้ายเข้ามาอยู่ในเขตเมืองชั้นใน ย่านที่อยู่อาศัยรอบๆ สถานีขนส่งมวลชน การพึ่งพาระบบขนส่งมวลชนจึงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ระบบขนส่งมวลชนกำลังได้รับการพัฒนาเพื่อตอบสนองต่อวิถีชีวิตของชาวอเมริกันที่เปลี่ยนไป หลายเมืองเริ่มปรับตัวเกิด transit oriented development (TOD) และการใช้พิ้นที่ย่านต่างๆ แบบ mixed use development (MUD) แต่หลายเมืองยังไม่เคลื่อนไหว เมืองที่หันมาพัฒนา TOD & MUD นั้นจะตระหนักและตื่นตัวเรื่องการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน เช่น Portland ในรัฐ Oregon หรือ Denver ในรัฐ Colorado แต่การลงทุนด้านขนส่งมวลชนของเมืองจะคุ้มค่าได้ก็ต่อเมื่อมีความหนาแน่นสูงพอ มีย่านธุรกิจ ค้าขาย บริการ พักผ่อนหย่อนใจ บันเทิง อยู่คละเคล้าปะปนกันไปกับย่านที่พักอาศัย ซึ่งจะทำให้เมืองมีชีวิตชีวาทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่ใช่แยกย่านที่อยู่อาศัยออกอีกย่านหรือออกไปไกลนอกเมืองซึ่งพอตกกลางคืนแล้วย่านใจกลางเมืองเหล่านี้จะร้างผู้คน น่ากลัวและเสี่ยงต่ออาชญากรรม ในอดีตแหล่งเสื่อมโทรมอยู่ในเมืองเพราะคนจนไม่มีเงินพอจะออกไปอยู่นอกเมืองได้ ในขณะที่คนมีเงินอาจเลือกออกไปอยู่ชานเมือง มีบ้านเดี่ยวและขับรถเข้ามาทำงานในเมือง แต่ตอนนี้สถานการณ์กำลังกลับกัน การพัฒนาแบบ TOD & MUD จะค่อยๆ ทำให้เมืองมีลักษณะกระชับขึ้น (compact) ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในเมืองจะราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกลุ่มทุนเลือกที่จะลงทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีความคุ้มทุนคือระดับพรีเมี่ยม กลุ่มที่อยู่อาศัยตลาดล่างสำหรับคนไม่รวยและคนจนจะลดน้อยลงและถูกผลักไสออกไปอยู่นอกเมืองมากขึ้น พูดง่ายๆคือ ghetto จะย้ายออกไปนอกเมืองดังที่เกิดขึ้นกับลอนดอน เช่น ย่าน East End และ Slough ซึ่งอาชญากรรมก็มีแนวโน้มสูงตามไปด้วย ส่วนย่านในเมืองซึ่งแพงถึงแพงมากนั้น ผู้พักอาศัยต้องมีงานมีเงินเดือนสูงจึงจะอยู่ได้ ชนชั้นกลางระดับล่างเช่นครูมัธยมยังแทบอยู่ไม่ได้เพราะแพงเกินไปสำหรับเงินเดือนระดับนั้น ปัญหาเรื่อง TOD & MUD กับ socio-economic segregation ของพลเมืองที่จะติดตามมานั้น ภาครัฐต้องตระหนักรู้และมองเห็นถึงปัญหานี้ให้ทันท่วงที เพื่อที่จะได้วางแผนควบคุมให้การพัฒนานั้น inclusive มากขึ้น คือมีการสร้างที่อยู่อาศัยที่หลากหลายระดับราคาให้คนทุกกลุ่มรายได้เข้าถึงได้ ไม่ผลักคนจนออกไปอยู่นอกเมือง และคัดแต่คนรวยไว้ในเมือง ซึ่งนั่นจะยิ่งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมเศรษฐกิจมากขึ้นไปอีก

 

ชานเมืองในอเมริกา ภาพจาก http://www.salon.com/2014/08/17/lets_make_suburbs_into_cities_new_urbanism_car_culture_and_the_future_of_community/?utm_source=twitter&utm_medium=socialflow

 

 

(streetcar) ในเมือง Portland รัฐ Oregon ภาพจาก http://denverurbanism.com/2014/04/portlandseattlestreetcars.html

 

 

แหล่งข้อมูล

1. http://penniur.upenn.edu/publications/the-return-of-americas-cities?utm_source=Penn+IUR+Urban+Link&utm_campaign=e1335ab212-Urban_Link_August_2014&utm_medium=email&utm_term=0_4ad4410eb6-e1335ab212-

 2. http://www.salon.com/2014/08/17/lets_make_suburbs_into_cities_new_urbanism_car_culture_and_the_future_of_community/?utm_source=twitter&utm_medium=socialflow

 

 

ท่านใดสนใจแนวความคิด Smarth Growth (การวางผังเมืองพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนตามแนวทางการเติบโตอย่างชาญฉลาด) เข้าไป กด like fanpage กับอาจารย์ได้ตามลิ้งก์ Facebook นี้ครับ http://www.facebook.com/smartgrowththailand

 

อ่านเนื้อเรื่อง “ย้อนหลัง” ลิ้งก์ตามที่อยู่ด้านล่างนี้ (เพื่อจะได้รับทราบข้อมูล “ผังเมือง” ในระดับโลก เค้าไปถึงไหนกันแล้ว

http://www.oknation.net/blog/smartgrowth

 

 
 
 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน