*/
  • SmartGrowthThailand
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thapana.asia@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2014-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 337
  • จำนวนผู้ชม : 309404
  • จำนวนผู้โหวต : 30
  • ส่ง msg :
  • โหวต 30 คน
<< สิงหาคม 2017 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 16 สิงหาคม 2560
Posted by SmartGrowthThailand , ผู้อ่าน : 557 , 20:09:33 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

การออกแบบเมืองเพื่อสร้างเศรษฐกิจและขยายฐานภาษี ตอนที่ 1

โดย     ฐาปนา บุณยประวิตร

           ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยการเติบโตอย่างชาญฉลาดประเทศไทย

           Email: thapana.asia@gmail.com http://www.smartgrowththailand.com

 

บทนำ

          การวางผังและการออกแบบเมืองในสหรัฐอเมริกาได้เดินหน้าเข้าสู่ขั้นการออกแบบกายภาพเพื่อปรับปรุงฐานทางเศรษฐกิจเมืองและการขยายฐานภาษีแล้ว รัฐบาลโดยกระทรวงที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินวางผังและการออกแบบเมืองควบคู่กับไปกับการปรับปรุงฟื้นฟูเศรษฐกิจในระดับฐานราก โดยใช้ฐานภาษีเป็นเครื่องชี้วัดหนึ่งความสำเร็จของการวางผัง เหตุที่สหรัฐฯ ได้ดำเนินการเช่นนี้เนื่องจากช่วงเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคไปเป็นจำนวนมาก เมื่อได้ประเมินผลการใช้งบประมาณ พบว่า โครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคส่วนหนึ่งที่ลงไปได้สร้างภาระด้านงบประมาณแก่รัฐส่วนกลางและรัฐท้องถิ่น ในการดูแลรักษาและการดำเนินงาน นอกจากนั้นโครงสร้างพื้นฐานที่ได้ลงทุนไปยังส่งผลกระทบเชิงลบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและการพัฒนาเมือง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในพื้นที่หนาแน่นต่ำ (low density) ซึ่งพบว่า รัฐได้ต้องสูญเสียพื้นที่เกษตรกรรมและที่โล่งรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมไปเป็นจำนวนมากกับการอยู่อาศัยแบบบ้านเดี่ยวหรืออาคารที่ประกอบกิจกรรมเชิงเดี่ยว ในขณะที่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่กว้างใหญ่ที่มีผู้อยู่อาศัยจำนวนน้อย ทั้งนี้ ผลที่ได้รับจากการลงทุนในพื้นที่หนาแน่นน้อยคือ ประสิทธิภาพการใช้ที่ดินต่ำ แต่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในสัดส่วนที่สูง การสูญเสียพื้นที่การเกษตร พื้นที่ผลิตอาหาร และที่โล่งรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม ในขณะที่ พื้นที่หนาแน่นต่ำยังก่อให้เกิดภาวะการบังคับทางกายภาพให้ประชาชนต้องใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเพื่อการสัญจร หรือขาดแคลนทางเลือกในการเดินทาง (เนื่องจากไม่มีความคุ้มค่าในการลงทุนระบบขนส่งสาธารณะ)

 

ภาพแสดงพื้นที่พาณิชยกรรมใจกลางเมืองบอสตันที่ถูกจัดให้เป้นเมืองแห่งการเดิน (WalkUps) สามารถตอบสนองการขยายฐานภาษีให้กับรัฐได้มาก

ที่มา: ภาพจาก Link Curbed Boston: https://boston.curbed.com/2017/8/14/16143736/boston-apartment-rents-non-luxury

 

          ในขณะเดียวกัน ได้พบอีกว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่หนาแน่นสูงและพื้นที่เมืองแห่งการเดิน รัฐได้รับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและภาษีในสัดส่วนที่สูงกว่า เศรษฐกิจในพื้นที่หนาแน่นสูงและพื้นที่ย่านแห่งการเดินมีความหลากหลาย พึ่งพากัน สามารถสร้างสรรค์กิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกัน การใช้ประโยชน์ที่ดินและโครงสร้างพื้นฐานมีความคุ้มค่า ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเทียบต่อแปลงที่ดินมีอัตราต่ำเนื่องจากมีผู้ใช้ประโยชน์เป็นจำนวนมาก การที่พื้นที่มีความกระชับ แต่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หลากหลายทำให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้ประโยชน์ที่ดิน เกิดความคุ้มค่าที่เทียบจากผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการและประชาชนได้รับ ส่วนรัฐนั้น ได้รับผลประโยชน์ทางตรงในการขยายและการเพิ่มขึ้นของฐานภาษี ซึ่งเกิดจากกิจกรรมเศรษฐกิจที่มีความเข้มข้นในพื้นที่รัฐได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคไปนั่นเอง

 

ภาพแสดงพื้นที่หนาแน่นต่ำและกระจัดกระจายบริเวณชานเมืองที่รัฐจำเป็นต้องลงทุนโครงสร้างขนาดใหญ่รองรับการอยู่อาศัยให้กับประชาชนจำนวนน้อยรายแต่สามารถตอบสนองด้านภาษีให้กับรัฐได้น้อย

ที่มา: http://www.conservationmagazine.org/2014/08/just-how-far-will-urban-sprawl-spread/

 

ผลการศึกษาความสัมพันธ์ของการใช้ที่ดินกับฐานภาษี

          บทความตอนที่ 1 นี้ ได้นำตัวอย่างการศึกษาของ Smart Growth America ที่ศึกษาด้วยการทำแบบจำลองโดยเทียบข้อมูลการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและเทียบสัดส่วนงบประมาณค่าใช้จ่ายพร้อมภาษีรับจากจากพื้นที่จริง ในเมือง West-Des-Moines ของสหรัฐอเมริกา โดยนำเสนอรูปแบบกิจกรรมการใช้ที่ดินจำแนกตากประเภทอาคาร และใช้แบบจำลองวิเคราะห์หาผลกระทบด้านรายได้ ต้นทุนค่าใช้จ่าย และภาษีที้คิดจากรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินทางเลือก 4 ประเภทได้แก่ ที่ดินหนาแน่นน้อย ที่ดินหนาแน่นปานกลาง ที่ดินหนาแน่นมาก และที่ดินประเภทย่านแห่งการเดินซึ่งหนาแน่นมากและมักเป็นพื้นที่พาณิชยกรรมใจกลางเมือง ทั้งนี้ ต้นทุนที่นำใช้ในแบบจำลองได้จากประมาณการที่เทียบเคียงจากข้อมูลการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ค่าใช้จ่ายและต้นทุนการดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค รวมทั้งการคาดประมาณผลกระทบด้านภาษีที่เกิดจากแต่ละรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดิน ดังตารางที่ 1

 

ตารางที่ 1 รายละเอียดกิจกรรมการใช้ที่ดินจำแนกตามรูปแบบทางเลือกการใช้ประโยชน์

ที่มา: The Fiscal Implications of Development Pattern: 2015, West Des Moines, Smart Growth America.

 

            การประมาณการจากต่างที่ 1 จะพบว่าที่ดินประเภทหนาแน่นมากและที่ดินประเภทย่านแห่งการเดินจะมีความหนาแน่นของที่อยูอาศัยมากกว่าที่ดินประเภทหนาแน่นปานกลางและที่ดินประเภทหนาแน่นต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับประสิทธิภาพการใช้ที่ดินที่ที่ดินประเภทย่านแห่งการเดินจะใช้ที่ดินจำนวนน้อยที่สุดในขณะที่สามารถให้ประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ด้านการอยู่อาศัยและพาณิชยกรรมไม่แตกต่างกัน

          ต่อมาได้ศึกษาเปรียบเทียบรายได้ ค่าใช้จ่ายและผลกระทบต่อภาษี โดยแบ่งพื้นที่เมืองออกเป็น 2 กลุ่มคือ เนื้อเมืองปกติ กับเนื้อเมืองที่ย่านการพัฒนารอบโรงเรียน (school districts) จำแนกตามต้นทุน รายจ่าย และผลกระทบต่อภาษีประจำปีต่อรายได้ประชาชาติและต่อเอเคอร์ ผลการศึกษาดังตารางที่ 2

 

ตารางที่ 2 การศึกษารายได้ ค่าใช้จ่าย และผลกระทบต่อภาษีจำแนกต่อรายได้ประชาชาติและต่อเอเคอร์

ที่มา: The Fiscal Implications of Development Pattern: 2015, West Des Moines, Smart Growth America.

 

ที่มา: The Fiscal Implications of Development Pattern: 2015, West Des Moines, Smart Growth America.

 

ที่มา: The Fiscal Implications of Development Pattern: 2015, West Des Moines, Smart Growth America.

 

                ทั้งนี้ ฐานของรายได้ภาษีได้จากภาษีทรัพย์สิน (Property Tax) ภาษีโรงแรม และภาษีจากแหล่งรายได้อื่นๆ เช่น ภาษีจากไลเซ่น และค่าใบอนุญาต ส่วนต้นทุนค่าใช้จ่ายคิดจากต้นทุนการก่อสร้าง การขยายถนน และการบำรุงรักษาถนน ค่าจัดการน้ำฝนและระบบการระบายน้ำ การบำบัดน้ำเสีย ค่าระบบป้องกันไฟ ค่าใช้จ่ายและค่าบริการเดินทางของนักเรียน (รถโรงเรียน)

          ข้อมูลที่ได้รับจากแบบจำลองและการเทียบเคียงตัวเลขจากการปฏิบัติงานจริงพบข้อมูลที่มีนัยสำคัญคือ ในพื้นที่ย่านแห่งการเดิน รัฐสามารถรับรูปรายได้จากภาษีรับที่แตกต่างจากการใช้ที่ดินประเภทอื่นค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาษีที่ได้เทียบต่อเอเคอร์หรือต่อแปลงทั้งเนื้อเมืองปกติและในย่าน school ซึ่งรัฐมีโอกาสได้รับภาษีจากการพัฒนาพื้นที่มากขึ้น เช่นเดียวกับประสิทธิภาพในการใช้ที่ดิน แม้ต้นทุนค่าใช้จ่ายการลงทุนและการดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานในย่านแห่งการเดินจะสูงกว่าในย่านที่ดินหนาแน่นมาก ที่ดินหนาแน่นปานกลางบ้างก็ตาม

 

บทสรุป

          ในบทความตอนต่อไป จะชี้ให้เป็นผลกระทบด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาเมืองที่เกิดขึ้นในพื้นที่ย่านแห่งการเดินที่เทียบเคียงกับพื้นที่ย่านอื่นๆ พร้อมมาตรการในการออกแบบเมืองที่สอดคล้องกับขนาดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค

 

เอกสารอ้างอิง

Smart Growth America: 2015, The Fiscal Implications of Development Pattern.

 

หมายเหตุ

ท่านที่สนใจเรื่องการออกแบบเมืองกับฐานภาษีให้ไปฟังเพิ่มที่งานสัมมนานครสวรรค์ของสันนิบาตเทศบาล

งานประชุมเผยแพร่องค์ความรู้ทางผังเมืองครั้งที่ 3 วันที่ 17-18 สิงหาคม 2560 รายละเอียดตามลิ้งก์ในบทความด้านล่างนี้ครับ

http://tatp.or.th/local-infrastructure-economic-center-for-benefit-taxation/

 

 

ท่านใดสนใจข่าวจากเพจ SMART GROWTH THAILAND

กด LIKE ติดตามข่าวได้ที่ แฟนเพจด้านล่างนี้เลยครับ

 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน