*/
  • SmartGrowthThailand
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thapana.asia@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2014-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 427
  • จำนวนผู้ชม : 375425
  • จำนวนผู้โหวต : 33
  • ส่ง msg :
  • โหวต 33 คน
<< มิถุนายน 2019 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 15 มิถุนายน 2562
Posted by SmartGrowthThailand , ผู้อ่าน : 680 , 09:26:22 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ไทยติดหล่มพัฒนาเมืองไร้ทิศ จี้รัฐ-เอกชนร่วมวงแบรนดิ้ง

บทความในกรุงเทพธุรกิจ โดย พรไพลิน จุลพันธ์ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2562

 ขอขอบพระคุณ มา ณ ที่นี้ครับ

 

 

 

            เสน่ห์ของเมืองไทยคือความไร้ระเบียบ หนึ่งในวลีชื่นชมปนตลกร้ายของชาวต่างชาติเมื่อมาเยือนไทย ได้กลายเป็นหนามแทงใจดำเหล่านักออกแบบและพัฒนาผังเมืองอยู่บ่อยครั้ง หลังภาพการพัฒนาเมืองของ “กรุงเทพฯ” และปริมณฑลรวมถึงเมืองอื่นๆในไทย ยังไร้ระบบเชื่อมโยงอย่างลงล็อกและใกล้ชิด ทั้งที่ภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนและเปลี่ยนแปลงของเมือง

 

            สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ASA) จึงได้จัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “Smart & Innovative CITIES FOR ALL” เมืองอัจฉริยะ เมืองนวัตกรรม เมืองเพื่อทุกคน (13 มิ.ย.) เพื่อสะท้อนแนวคิดการแก้ไขปัญหาการพัฒนาเมืองที่มีความซับซ้อนขึ้นทุกวันเป็นการอุ่นเครื่องก่อนงาน “ASA Real Estate Forum 2019” ซึ่งมีขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ 3 ในช่วงปลายปีวันที่ 8 พ.ย.นี้

 

 

            วีรพล จงเจริญใจ ประธานจัดงาน ASA Real Estate Forum 2019 และรองประธานกรรมาธิการสถาปนิกอีสาน เล่าว่า ปัจจุบันเทรนด์การพัฒนาเมืองของโลกได้ข้ามผ่านคำว่า “ประเทศ” ไปแล้ว หลายๆเมืองโดดเด่นออกมาจากประเทศนั้นๆด้วยซ้ำ เช่น เมื่อพูดถึงญี่ปุ่น เวลานักท่องเที่ยวไทย อยากพาครอบครัวไปเที่ยวที่ไหน ส่วนใหญ่คิดถึงกรุงโตเกียว หรือจะไปเที่ยวกับคู่รัก หลายคู่นึกถึงฮอกไกโด โดยประเทศไทยเอง ก็เป็นแบบนี้ในบางจุดหมาย เช่น ภูเก็ต ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติพุ่งตรงไปแบบไม่แวะเที่ยวกรุงเทพฯ

            “ทิศทางของโลกตอนนี้ ทุกเมืองกำลังสร้างแบรนด์ (Branding) โปรโมทเมืองตัวเองว่ามีคาแรคเตอร์อย่างไร เช่น ซิลิคอนวัลเลย์ ในสหรัฐ ต้องการดูดคนฉลาดมาทำงานที่เมือง ได้สร้างบรรยากาศให้กับเมืองเอื้อต่อการสร้างสรรค์งาน ไม่จำเป็นต้องคิดงานในออฟฟิศอีกต่อไป สามารถออกไปปั่นจักรยานเล่น เมื่อคิดโปรเจคออก ค่อยมาผลิตงานต่อ ขณะที่เมืองไทยกำลังขับเคลื่อนเพื่อให้หลุดจากกับดักรายได้ปานกลาง เราต้องวิ่งสู่ความเป็น สมาร์ท แอนด์ อินโนเวทีฟ ซิตี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องขอให้ภาครัฐและเอกชนเข้ามาช่วย เพราะลำพังแค่สถาปนิกและผู้พัฒนาโครงการ (ดีเวลลอปเปอร์) เอาไม่อยู่ เนื่องจากปัญหาเมือง ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยองค์ความรู้ใดองค์ความรู้เดียว”

 

            สอดคล้องกับ ฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย กล่าวว่า เรียกร้องให้ภาครัฐ เอกชน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือกันแก้ปัญหาแบะขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองในประเทศไทย ภายใต้รูปแบบ “Social Collaboration” ช่วยกันคิดและแบ่งภารกิจหน้าที่หน้าที่กันทำอย่างจริงจัง เพื่อปรับปรุงทั้งระบบให้เดินหน้าไปพร้อมกัน เนื่องจากต้องยอมว่าในทางปฏิบัตินั้น รัฐบาลไม่สามารถทำทุกเรื่องได้ โดยหนึ่งในแนวทางสำคัญคือการลงนาม “กฏบัตร” (National Charter) เพื่อกำหนดอนาคตเมืองและเศรษฐกิจร่วมกัน

 

            ปัจจุบันประเทศไทยมีการเติบโตแบบไร้แผน ไม่มีตัวชี้วัดชัดเจนว่าเมือง กำลังขับเคลื่อนด้วยสิ่งใด ใช่การพัฒนาของโครงสร้างพื้นฐานหรือไม่ โดยสิ่งที่เห็นชัดและเป็นอุปสรรคในการพัฒนาเมืองคือ ความระเกะระกะทางกายภาพ

 

            ต่างจากประเทศอินเดียซึ่งมี 2 เมืองใหญ่อย่างมุมไบกับไฮเดอราบัด มีเป้าหมายว่าจะขับเคลื่อนเมืองด้วยเทคโนโลยี่ด้านดิจิตอล ขณะที่ประเทศจีน รัฐบาลจีนประกาศชัดว่าการเปลี่ยนแปลงของเมืองจะต้องนำโดยการพัฒนาของโครงสร้างพื้นฐาน

 

            และจากการรายงานข้อมูลล่าสุดของซีเอ็นเอ็น แทรเวล ระบุว่าในอีก 15 ปีข้างหน้า จีนจะมีสนามบิน 455 แห่งทั่วประเทศ และกว่า 50% เป็นสนามบินนานาชาติ รองรับกระแสการเดินทางระหว่างเมือง รวมถึงกลุ่มนักเดินทางเพื่อประชุมสัมมนา (ไมซ์) และเดินทางเพื่อธุรกิจ

 

            ด้านรายงานล่าสุดของโจนส์แลงลาซาลส์ (JLL) ได้เผยแพร่เกี่ยวกับ ซิตี้ โมเมนตัม อินเด็กซ์ว่าจากอันดับ 20 เมือง ที่มีแรงขับเคลื่อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีถึง 14 เมืองที่อยู่ในเอเซีย โดยเป็นเมืองในประเทศจีนมากถึง 8 เมือง ส่วนกรุงเทพฯ อยู่ในอันดับที่ 15

 

            พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เสริมว่า ยังเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนของภาพรวมของอสังหาฯในกรุงเทพฯ เมื่อเทียบระหว่างโครงการแนวสูงอย่างโครงการคอนโดมิเนียมราคาหลายแสนบาทต่อตารางเมตร กับหมู่บ้านต่างๆ ในแถบคลองเตย แฟลตดินแดง รวมถึงตามแนวทางรถไฟ ริมคลอง ใต้ทางด่วน และอื่นๆ ภายใต้ปัจจัยความหนาแน่นของประชากรและนักท่องเที่ยวต่างชาติในกรุงเทพฯ ที่รวมแล้วน่าจะมากถึง 20-25 ล้านคน ใกล้เคียงกับกรุงโตเกียวที่ปัจจุบันมีกว่า 25 ล้านคน

 

            ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการกลุ่มโครงการพิเศษ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) มองว่า มิติการพัฒนาเมืองไม่ได้อยู่แค่การวางผังเมืองหรือออกแบบเท่านั้น แต่ต้องเป็น เมืองที่มีชีวิต โดยดีป้าได้ผลักดันการพัฒนาหลายๆเมืองในไทยให้เป็น สมาร์ท ซิตี้ แบบไม่จำเป็นต้องมีเทคโนโลยี่ขั้นสูงมาเกี่ยวพันเหมือนกรุงเทพฯหรือสิงคโปร์ แต่มีแนวทางที่ชัดเจน สามารถแก้ไข Pain Point ของแต่ละเมืองได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่ หรือการเรียนรู้ของคนในเมืองนั้นๆ

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน