*/
  • SmartGrowthThailand
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thapana.asia@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2014-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 401
  • จำนวนผู้ชม : 356487
  • จำนวนผู้โหวต : 33
  • ส่ง msg :
  • โหวต 33 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 14 สิงหาคม 2562
Posted by SmartGrowthThailand , ผู้อ่าน : 276 , 09:24:56 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เครือข่าย Smart Growth หาดใหญ่ชี้

ทิศทางการเติบโตของยวดยานส่วนบุคคล

เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเมือง

 

วันนี้ขอนำโพสต์ของเครือข่าย Smart Growth ชี้ ทิศทางการเติบโตของยวดยานส่วนบุคคลเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเมือง

ขอขอบคุณ Woraphong Rak

https://www.facebook.com/groups/hatyaithinktank/permalink/651381038672215/

 

ที่มาภาพ มติชน

13/08/2562  

วันนี้ผม (ผู้เขียน คุณ Woraphong Rak) มีคลิปสั้นๆ เกี่ยวกับอุบัติเหตุประกอบบทความมาให้ชมกันครับ

เป็นคลิปเก่าที่เกิดเหตุในจังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2558

ภาพอาจสะเทือนความรู้สึกหน่อย...แต่โชคดีที่ในคลิปนี้ไม่มีใครเสียชีวิต!

 

 

เมื่อ 8 ปีที่แล้ว อาจารย์ฐาปนา Thapana Bunyapravitra ท่านเคยออกมาแนะให้ “เมือง” ควรจะเริ่มมีการศึกษาและปรับเปลี่ยนกายภาพของเมือง โดยเฉพาะบรรดาพื้นที่หน้าโรงเรียนต่างๆ ให้สามารถเอื้อต่อกิจกรรมที่สังคมไทยเคยมี และสูญหายไปเพราะการเข้ามาของสารพันบรรดา “รถรา” ว่าด้วยการ “เดินไปโรงเรียน” ได้แล้ว......

แต่วันนี้ ทุกอย่างยังไม่มีอะไร “เปลี่ยน”

 

 

Safe Route to school

 

Safe Route to school

การเพิกเฉย,ละเลย และทิ้งกิจกรรมให้เด็กเดินไปโรงเรียน ถือเป็นการโยนโอกาสและคุณค่าในการสร้าง “คน” ที่มีศักยภาพและคุณภาพในอนาคตทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย

 

สังคมไทยที่ สปอยล์เด็ก จนเติบโตขึ้นมาแบบผิดรูปร่าง(ทางความคิด) เพราะชีวิตนับแต่อนุบาล เติบโตและกินอาหารในรถยนต์,ความอดทนทางร่ายกายและจิตใจน้อยลง,หลายคนไม่เคยจดจำเส้นทางหรือเรียนรู้ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นสองข้างทางนอกเหนือไปจากสิ่งที่ปรากฎใน Smartphone ข้างหน้า

 

แถมบางคนโตมาด้วยการเฝ้ามองการดำเนินวิถีชีวิตที่ผิด ๆ และเลียนแบบการเอารัดเอาเปรียบสังคมที่เกิดจากพ่อแม่อย่างไม่ตั้งใจซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่ว่าจะเป็นการใช้อภิสิทธิ์จอดซ้อนคันเพื่อส่งลูกตัวเอง, ปาดแซงแย่งที่เพื่อให้สามารถเข้าไปส่งหรือรับลูกได้ก่อนคนอื่น... ส่งผลปัญหาอารมณ์ขุ่นมัวที่เกิดขึ้นประจำวันหน้าโรงเรียน ...

 

ของแถมทางสังคมกับการที่เด็กเลือกที่จะใช้ยวดยานราคาแพงของครอบครัวเป็นเครื่องมือที่สร้างความรู้สึกให้ตัวเองเหนือกว่าเด็กอีกคน ฯลฯ เหล่านี้เป็นเรื่องที่น่าห่วงสำหรับการเติบโตในอนาคตที่เป็นการแข่งขันกันในทีอยู่แล้ว

 

ดูเหมือนจะน่าดีใจนะครับ ..เพราะสถิติประเทศนอกจากเราจะผลิตรถมอเตอร์ไซด์ส่งออกติดอันดับ 5 ของโลกแล้ว เมื่อเทียบสัดส่วนการใช้งานบ้านเรายังครองตำแหน่ง 1 ใน 3 ประเทศในโลกที่บริโภค “แมงกะไซด์” มากที่สุด

 

ตามแผนที่บ้านเราสีแดงเข้ม หมายถึงครอบครองรถยนต์ มอเตอร์ไซต์ติดอันดับโลก

 

บ้านเรา...สงขลาหาดใหญ่ มีเศรษฐีนายห้างที่เกิดจากการค้ารถยนต์,จักรยานยนต์ เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

ถัวเฉลี่ยสัดส่วนการครอบครองเฉพาะ รถจักรยานยนต์ของคนสงขลาวันนี้ ราว ๆ 0.5 คันต่อคน!

 

นั่นหมายถึง ครอบครัวที่อยู่กัน 4 คน จะมีรถจักรยานยนต์ไว้ใช้งาน 2 คัน

 

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกเช้า และเย็น ปัญหาการจราจรที่แย่ลงทุกวัน ส่วนที่สำคัญจึงเกิดมาจากการครอบครองและใช้รถส่วนตัวที่มากเกินกว่า “เมืองจะรับได้”

 

หาดใหญ่ยามเช้าที่ควรเป็นอรุณรุ่งที่สดใส...กลายเป็นเช้าที่มีปริมาณมลพิษบนท้องถนนมากที่สุด และปิดท้ายก่อนราตรีสวัสดิ์ ด้วยปริมาณแน่นหนาอีกรอบ “หลังเลิกเรียน”

 

สถิติ ปี 2560 ระบุจำนวนโรงเรียนทั้งหมดกว่า 50 โรงเรียนในหาดใหญ่ ไล่ไปตั้งแต่ระดับอนุบาล ยันมัธยม มีปริมาณนักเรียนรวมกันราว 24,000 คน มีครูอีกราว 1,300 คน

 

ตีรวมๆ ว่า ราว ๆ 80 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนดังกล่าว หรือราว 2 หมื่นคน หมุนวนวิ่งสลับกันไปมาอยู่บนถนนในหาดใหญ่ในห้วงเวลาเดียวกัน!!

 

และที่น่ากังวลคือ มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ในบรรดารถที่วิ่งกันขวักไขว่เพื่อส่งนักเรียนยามเช้าส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์!

 

 เล่ามาถึงจุดนี้...หลายท่านคงนึกภาพออกแล้วว่า เหตุใดเมื่อยามปิดเทอม ถนนหนทางในหาดใหญ่จึงกลับมามีสภาพที่โล่งโปร่งสบาย...ใช่มั้ยครับ?

 

 คงไม่ต้องอธิบายทางหลักวิชาการว่า “การเดิน” โดยเฉพาะการส่งเสริมให้เด็ก ๆ เดินไปและกลับโรงเรียนนั้น มันคุ้มค่าขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็น พัฒนาการทุกด้านอย่างร่างกาย,สุขภาพ,สมอง,ความคิดและจินตนาการ,การแบ่งปันและการสร้างสังคม ฯลฯ

 

กิจกรรมที่หลายประเทศ ใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาทักษะของเด็ก ๆ จากการเดินทางไปและกลับโรงเรียน เช่นการให้เด็กแต่ละคนจดจำสถานที่แต่ละแห่งในขณะที่เดินผ่านในเส้นทางเดียวกัน และเด็กทั้งหมดสามารถจดจำและเรียนรู้ในการร่าง “แผนที่” ได้อย่างรวดเร็ว

 

ไมเคิล วัตสัน นักเรียนมัธยมตัวอ้วนที่น้ำหนักตัวกำลังเป็นอุปสรรคต่อชีวิตและสุขภาพ เริ่มตระหนักถึงพิษภัยในการ “กินและนั่งแต่รถ” ไปโรงเรียนเริ่มหันมาใช้วิธีการเปลี่ยนการกินและที่สำคัญ เค้าเลือกใช้วิธีเดินไปและกลับจากโรงเรียนอย่างมุ่งมั่น ..สุดท้ายได้สุขภาพและหุ่นดีๆ คืนมา

 

“Mukhlis Abdul Holik” เด็กน้อยอินโดฯ วัย 8 แปดขวบ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการไปเรียนด้วยการใช้แขนสองข้างเดินต่างเท้าที่พิการ!

 

 

 เด็ก ๆ ในหมู่บ้าน อตูเล่อ มณฑลเสฉวน ของจีน ใช้วิธีการเดิน และปีนป่ายไต่เขา ขึ้นและลง เพื่อไปกลับโรงเรียน

 

โมเซก้า เด็กน้อยและเพื่อน ๆ ในเคนย่า เดินฝ่าทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยสัตว์ดุร้ายอย่าง ช้างป่า,เสือดาว ฯลฯ เพื่อ “ไปโรงเรียน”

 

เด็กเล็กหลายคนในหมู่บ้าน “กัมเปอร์” ประเทศเนปาลที่นอกจากเดินแล้วยังต้องใช้สะพานแขวนชักรอกข้ามแม่น้ำเชี่ยวกรากเพื่อที่จะไปให้ถึง “โรงเรียน”

 

และเด็กอีกนับหมื่นนับแสนในโลก หรืออย่างในเขตเวสต์แบงค์ ปาเลสสไตน์ที่เด็ก ๆ สะพายเป้นักเรียนวิ่งหลบแก๊สน้ำตา,กระสุนทั้ง จริงและปลอม ในดินแดนขัดแย้ง “ไปโรงเรียน”

 

อยากรู้จริงๆ ครับว่า บ้านเรา..เมือง สงขลา,หาดใหญ่ ....มันยากจริงๆ หรือครับที่เราจะไม่สามารถทำให้ เด็ก ๆ ของเรา “เดินไปโรงเรียน” ่ได้?

.............

photo credit : portland oregon,bbc.com,chinaxinghua,pressherald.com,maximusfilms.de, youtube.com:Mahasarakham Accident.



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน