• societysclub
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sociey_s._club@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-22
  • จำนวนเรื่อง : 61
  • จำนวนผู้ชม : 62318
  • ส่ง msg :
  • โหวต 20 คน
Society S. Club
"อยากถามคนบนฟ้า ลิขิตมาแบบไหน คนข้างล่างเริ่มท้อใจ ส่งใครซักคนมาดูแล"
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/societysclub
วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by societysclub , ผู้อ่าน : 1146 , 14:08:37 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

1. นั่งสมาธิ     อย่างน้อยวันละ 15 นาที (หรือเดินจงกรมก็ได้)
    อานิสงส์ --- เพื่อสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดขึ้นทั้งภพนี้และภพหน้า   เพื่อจิตใจที่สว่างผ่อนปรนจากกิเลส ปล่อยวางได้ง่าย จิตจะรู้วิธีแก้ปัญหาชีวิตโดยอัตโนมัติ ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองไม่มีวันอับจน ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพกายและจิตแข็งแรง  เจ้ากรรมนายเวรและญาติมิตรที่ล่วงลับจะได้บุญกุศล

2. สวดมนต์ ด้วยพระคาถาต่างๆอย่างน้อยวันละครั้งก่อนนอน
    อานิสงส์ --- เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ชีวิตหน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า เงินทองไหลมาเทมา แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง จิตจะเป็นสมาธิได้เร็ว แนะนำพระคาถาพาหุงมหากา , พระคาถาชินบัญชร ,  พระคาถายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก เป็นต้น เมื่อสวดเสร็จต้องแผ่เมตตาทุกครั้ง

3. ถวายยารักษาโรค ให้วัด , ออกเงินค่ารักษาให้พระตามโรงพยาบาลสงฆ์
  อานิสงส์ - -- ก่อให้เกิดสุขภาพร่มเย็นทั้งครอบครัว โรคที่ไม่หายจะทุเลา
สุขภาพกายจิตแข็งแรง อายุยืนทั้งภพนี้และภพหน้า ถ้าป่วยก็จะไม่ขาดแคลนการรักษา

4. ทำบุญตักบาตร ทุกเช้า
  อานิสงส์ --- ได้ช่วยเหลือศาสนาต่อไปทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ขาดแคลนอาหาร  ตายไปไม่หิวโหย อยู่ในภพที่ไม่ขาดแคลน ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์

5. ทำหนังสือหรือสื่อต่างๆ เกี่ยวกับธรรมะแจกฟรีแก่ผู้คนเป็นธรรมทาน
      อานิสงส์ --- เพราะธรรมทานชนะการให้ทานทั้งปวง ผู้ให้ธรรมจึงสว่างไปด้วยลาถยศ  สรรเสริญ ปัญญา และบุญบารมีอย่างท่วมท้น เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรมให ้  ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองอย่างไม่คาดฝัน

6. สร้างพระถวายวัด
  อานิสงส์ --- ผ่อนปรนหนี้กรรมให้บางเบา ให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง  สิ่งศัก ด ิ์สิทธิ์คุ้มครอง แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง ครอบครัวเป็นสุข   ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนาตลอดไป

7. แบ่งเวลาชีวิตไปบวชชีพรามณ์ หรือบวชพระอย่างน้อย 9 วันขึ้นไป
  อานิสงส์ --- ได้ตอบแทนคุณพ่อแม่อย่างเต็มที่  ผ่อนปรนหนี้กรรมอุทิศผลบุญให้ญาติมิตรและเจ้ากรรมนายเวร สร้างปัจจัยไปสู่นิพพานในภพต่อๆไป ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนา จิตเป็นกุศล

8. บริจาคเลือดหรือร่างกาย
    < U > อานิสงส์ --- ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพแข็งแรง ช่วยต่ออายุต่อไปจะมีผู้คอยช่วยเหลือไม่ให้ตกทุกข์ได้ยาก เทพยดาปกปักรักษา  ได้เกิดมามีร่างกายที่งดงามในภพหน้า ส่วนภพนี้ก็จะมีราศีผุดผ่อง

9. ปล่อยปลา ที ่ ซื้อมาจากตลาดรวมทั้งปล่อยสัตว์ไถ่ชีวิตสัตว์ต่างๆ
อานิสงส์ --- ช่วยต่ออายุ ขจัดอุปสรรคในชีวิต  ชดใช้หนี้กรรมให้เจ้ากรรมนายเวรที่เคยกินเข้าไป ให้ทำมาค้าขึ้น  หน้าที่การงานคล่องตัวไม่ติดขัด ชีวิตที่ผิดหวังจะค่อยๆฟื้นคืนสภาพที่สดใส   ;       เป็นอิสระ

10. ให้ทุนการศึกษา , บริจาคหนังสือหรือสื่อการเรียนต่างๆ , อาสาสอนหนังสือ
อานิสงส์ --- ทำให้มีสติปัญญาดี ในภพต่อๆไปจะฉลาดเฉลียวมีปัญญา
ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนอย่างรอบรู้ สติปัญญาสมบูรณ์พร้อม

11. ให้เงินขอทาน , ให้เงินคนที่เดือดร้อน(ไม่ใช่การให้ยืม)
อานิสงส์ --- ทำให้เกิดลาภไม่ขาดสายทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ตกทุกข์ได้ยาก เกิดมาชาติหน้าจะร่ำรวยและไม่มีหนี้สิน ความยากจนในชาตินี้จะทุเลาลง  จะได้เงินทองกลับมาอย่างไม่คาดฝัน

12. รักษาศีล 5 หรือศีล 8
  อานิสงส์ --- ไม่ต้องไปเกิดเป็นเปรตหรือสัตว์นรก  ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐครบบริบูรณ์ ชีวิตเจริญรุ่งเรือง   กรรมเวรจะไม่ถ่าโถม ภัยอันตรายไม่ย่างกราย เทวดานางฟ้าปกปักรักษา
 
 
อานิสงส์ 10 ข้อของการไม่กินเนื้อสัตว์

1. เป็นที่รักของบรรดาเทพ พรหม ตลอดจนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย
2. จิตอันเป็นมหาเมตตาย่อมบังเกิดขึ้น
3. สามารถตัดขาดความอาฆาต ดับอารมณ์เหี้ยมโหดเครียดแค้นในใจลงได้
4. ปราศจากโรคภัยร้ายแรงมาเบียดเบียนร่างกาย
5. มีอายุมั่นขวัญยืน
6. ไ ด ้รับการปกป้องคุ้มครองจากเทพทั้งปวง
7. ยามหลับนิมิตเห็นแต่สิ่งที่ดีงามเป็นสิริมงคล
8. ย่อมระงับการจองเวร สลายความอาฆาตแค้นซึ่งกันและกัน
9. สามารถดำรงอยู่ในกระแสพระนิพพาน ไม่พลัดหลงตกลงสู่อบายภูมิ
10. ทันทีที่ละสังขารจากโลกนี้ จิตจะมุ่งสู่สุคติภพ

อานิสงส์การจัดสร้างพระพุทธรูปหรือสิ่งพิมพ์อันเกี่ยวกับพระธรรมคำสอนเป็นกุศลดังนี้
1. อกุศลกรรมในอดีตชาติแต่ปางก่อน จะเปลี่ยนจากหนักเป็นเบา จากเบาเป็นสูญ
2. สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง สรรพภยันตรายสลาย ปวงภัยไม่มีคนคิดร้ายไม่สำเร็จ
3. เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติแต่ปางก่อน เมื่อได้รับส่วนบุญไปแล้วก็จะเลิกจองเวรจองกรรม
4. เหล่ายักษ์ผีรากษส งูพิษเสือร้าย ไม่อาจเป็นภัยอยู่ในที่ใดก็แคล้วคลาดจากภัย
5. จิตใจสงบ ราศีผ่องใส สุขภาพแข็งแรง กิจการงานเป็นมงคล รุ่งเรืองก้าวหน้าผู้คนนับถือ
6. มั่นคงในคุณธรรม ความอุดมสมบูรณ์ปรากฏ ( เกินความคาดฝัน) ครอบครัวสุขสันต์    วาสนายั่งยืน < B R>7. คำกล่าวเป็นสัจจ์ ฟ้าดินปราณี ทวยเทพยินดี มิตรสหายปรีดา หนี้สินจะหมดไป
8. คนโง่สิ้นเขลา คนเจ็บหายได้ คนป่วยหายดี ความทุกข์หายเข็ญ   สตรีจะได้เกิดเป็นชายเพื่อบวช
9. พ้นจากมวลอกุศล เกิดใหม่บุญเกื้อหนุน มีปัญญาล้ำเลิศ บุญกุศลเรืองรอง
10. สิ่งที่สร้างจะบังเกิดเป็นกุศลจิตแก่ทุกคนที่ได้พบเห็นเป็นเนื้อนาบุญอย่างเอนกทุกชาติของผู้สร้างที่เกิดจะได้ฟังธรรมจากพระอริยเจ้าปัญญาในธรรมแก่กล้าสามารถได้อภิญญาหก สำเร็จโพธิญาณ
 

อา น ิสงส์การบวชพระบวชชีพรามณ์     ( บวชชั่วคราวเพื่อสร้างบุญ , อุทิศให้พ่อแม่เจ้ากรรมนายเวร )
1. หน้าที่การงานจะเจริญรุ่งเรือง ได้ลาภ ยศ สรรเสริญตามปรารถนา
2. เจ้ากรรมนายเวรจะอโหสิกรรม หนี้กรรมในอดีตจะคลี่คลาย
3. สุขภาพแข็งแรง สติปัญญาแจ่มใส ปัญหาชีวิตคลี่คลาย
4. เป็นปัจจัยสู่พระนิพพานใน ภ พต่อๆไป
5. สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง โพยภัยอันตรายผ่อนหนักเป็นเบา
6. จิตใจสงบ ปล่อยวางได้ง่าย มองเห็นสัจธรรมแห่งชีวิต
7. เป็นที่รักที่เมตตามหานิยมของมวลมนุษย์มวลสัตว์และเหล่าเทวดา
8. ทำมาค้าขึ้น ไม่อับจน การเงินไม่ขาดสายไม่ขาดมือ
9. โรคภัยของตนเอง ของพ่อแม่ และของคนใกล้ชิดจะเบาบางและรักษาหาย
10. ตอบแทนพระคุณของพ่อแม่ได้เต็มที่สำหรับผู้ที่บวชไม่ได้เพราะติดภาระกิจต่างๆ   ก็สามารถได้รับอานิสงส์เหล่านี้ได้ด้วยการสร้างคนให้ได้บวชสนับสนุนส่งเสริมอาสาการ ให้คนได้บวช

     
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างบุญที่ยกขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงอานิสงส์ที่ท่านพึงจะได้รับจงเร่งทำบุญเสียแต่วันนี้ เพราะเมื่อท่านล่วงลับท่านไม่สามารถสร้างบุญได้อีกจนกว่าจะได้เกิด หากท่านไม่มีบุญมาหนุนนำแรงกรรมอาจดึงให้ท่านไปสู่ภพเดรัจฉาน ภพเปรต ภพสัตว์นรกที่ไม่อาจสร้างบุญสร้างกุศลได้ต่อให้ญาติโยมทำบุญอุทิศให้ก็อาจไม่ได้รับบุญดังนั้นท่านจงพึ่งตนเองด้วยการสร้างสมบุญบารมีซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ท่านจะนำติดตัวไปได้ทุกภพทุกชาติเสียแต่วันนี้ด้วยเทอญ

*** ส่งต่อก็ได้บุญ การให้ธรรมเป็นทานชนะการให้ทั้งปวง




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ปยุต วันที่ : 12/02/2009 เวลา : 19.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ajarnyoot

ถาม การปฏิบัติธรรม ทรงอารมณ์จิตพระโสดาบัน ยังแต่งงานได้จริงหรือไม่
ตอบ เป็นความจริง การเป็นพระโสดาบันหรือพระสกิทาคามี ยังไม่ห้ามการแต่งงาน คนแต่งงานแล้วไม่ต้องเลิก ยังไม่มีการห้าม แต่งตัวให้สวยงาม จะแต่งแบบไหนก็ได้ เขียนคิ้วทาปากแดงๆ ทำได้ทั้งนั้น เพราะการทรงอารมณ์พระโสดาบันของฆราวาสนั้นก็คือ ชาวบ้านธรรมดานั่นเอง แต่เป็นชาวบ้านชั้นดี ไม่มีการละเมิดศีล ๕ อย่างเด็ดขาดเท่านั้น พระโสดาบันจริงๆ ที่พระพุทธเจ้ายืนยันก็คือ
๑, เคารพพระพุทธเจ้า
๒. เคารพพระธรรม
๓. เคารพพระอริยสงฆ์
๔. มีศีล ๕ บริสุทธิ์ เรื่องศีล ๕ มันจะขาดได้เพราะการตั้งใจ ถ้าไม่ตั้งใจนี่ไม่ขาด อย่างเช่น เอายาป้องกันปลวก ป้องกันมด ฉีดในบ้านแล้วโรยในบ้าน เราไม่เห็นมด ไม่เห็นปลวก แต่บังเอิญไปถูกมันตายเข้า อย่างนี้พระพุทธเจ้าถือว่า ศีลไม่ขาด ศีลทุกข้อต้องมีความตั้งใจละเมิด ถ้าไม่ตั้งใจ เผอิญไปละเมิดเข้า ศีลไม่ขาด การเป็นพระโสดาบัน สำคัญที่ศีล คือไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์หรือโกงทรัพย์เขา ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดปด ไม่ดื่มสุราเมรัย
อานิสงส์ของการทรงอารมณ์ของพระโสดาบันได้ บาปทั้งหมดที่เคยทำมาแล้วในอดีตทั้งหมด จะไม่สามารถให้ผลนำลงอบายภูมิ ได้เลย ไม่ต้องไปตกนรก หรือเป็นเปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน เพราะกำลังบุญเหลือแล้ว

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ปยุต วันที่ : 12/02/2009 เวลา : 19.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ajarnyoot

ถาม ตายแล้วไปนิพพานได้ มีแนวประพฤติตนในแต่ละวันอย่างไร
ตอบ ต้องตัดสังโยชน์ ๓ ให้ได้ (สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส) คือ
๑. มีความรู้สึกไว้ทุกวัน เวลาตื่นตอนเช้าว่า ชีวิตนี้มันต้องตาย ถ้าตายแล้วเราไม่ยอมไปอบายภูมิ (นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน)
๒. เราจะยึดพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์เป็นที่พึ่ง เป็นกำลังใจของเรา ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง ไม่สงสัยคำสอนใดๆของพระพุทธเจ้า
๓. เราจะทรงศีล ๕ ให้บริสุทธิ์ ทุกวัน
เท่านี้แหละ แล้วหลังจากนั้นก็ใช้กำลังใจของพระอรหันต์ ไว้ประจำใจ คือ ขึ้นชื่อว่ามนุษย์โลก มันเป็นทุกข์ เราไม่ต้องการมัน พรหมโลกกับเทวโลก สุขจริง แต่ไม่นาน เราไม่ต้องมันอีก เราต้องการจุดเดียวคือ”นิพพาน” อย่างนี้เป็นอารมณ์พระอรหันต์ รักษากำลังใจตามนี้ไว้ เมื่อหมดอายุขัยเมื่อไร ก่อนตายจะเป็นพระอรหันต์ ตายแล้วก็ไปพระนิพพาน

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ปยุต วันที่ : 12/02/2009 เวลา : 19.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ajarnyoot

ถาม คำแนะนำการปฏิบัติธรรม เพื่อไปนิพพานอย่างง่ายๆมีบ้างไหม
ตอบ มี ขอแนะนำดังนี้ ให้ทุกคนคิดไว้เสมอว่า
๑. ก่อนจะหลับต้องไหว้พระ ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วว่า พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ แล้ว ภาวนา พุท-โธ สัก ๒-๓ ครั้งด้วยความตั้งใจ
๒. ตัดสินใจอธิษฐานว่า “ถ้าข้าพเจ้าตายจากชาตินี้แล้ว ขอไปนิพพานจุดเดียว “
๓. หลังจากนั้นก็นึกภาวนา พุทโธ ไปจนกว่าจะหลับ หรือไม่หลับก็ตามใจ
๔. พอรู้สึกตัวตื่นตอนเช้าใหม่ๆ ยังไม่ทันลุกขึ้น ก็นึกในใจอีก โดยนึกถึงพระพุทธเจ้า แล้วอธิษฐานว่า “ข้าพเจ้าตายวันนี้หรือเมื่อไหร่ก็ตาม ขอไปนิพพานจุดเดียว”
๕. แล้วก็ตั้งใจทำบุญตามโอกาสต่างๆ รักษาศีลได้บ้าง พลาดไปบ้าง มีโกรธ มีโลภ มีหลงบ้าง เป็นของธรรมดาเป็นครั้งคราว แต่ไม่มีเจตนาที่จะละเมิดศีล ๕ อย่างเด็ดขาด
เมื่อถึงเวลาใกล้ตายจริงๆ บุญทั้งหมดจะเข้ามารวมตัวกัน และในที่สุดท่านก็เข้านิพพาน การจะเข้านิพพานได้ เป็นของไม่ยาก การจะเข้านิพพานได้หรือไม่ มีข้อสังเกต ๒ ประการ คือ หนึ่ง ก่อนจะตายเห็นพระพุทธเจ้า ชัดเจนอยู่เบื้องหน้า แสดงว่าคนนั้นไปนิพพานแน่ และประการที่สองก่อนจะตายทุกคน มีความเบื่อหน่ายในร่างกาย เพราะมีทุกขเวทนามาก คิดว่าร่างกายนี้เป็นของไม่ดี เราไม่ต้องการมันอีก เพียงแค่นี้เราจะไปนิพพานทันที

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ปยุต วันที่ : 12/02/2009 เวลา : 19.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ajarnyoot

ถาม ตายแล้วไม่ต้องไปเกิดในอบายภูมิ มีการปฏิบัติตนอย่างไร
ตอบ ก่อนที่ท่านจะตาย ถ้านึกถึงความดีอย่างใดอย่างหนึ่ง คือหมายความว่า นึกถึงพระพุทธรูปก็ดี นึกถึงพระเทศน์ก็ดี นึกถึงถ้อยคำที่พระเทศน์ก็ดี นึกถึงพระที่มานั่งบนอาสน์สงฆ์ก็ดี นึกถึงภัตตาหารที่เราถวายแก่บรรดาพระสงฆ์ก็ดี อันนี้เป็นบุญทั้งหมด อย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ต้องทุกอย่าง ทุกท่านทั้งหมดจะไม่ลงนรก นั่นหมายความว่า บาปยังคงมีอยู่ก็จริง แต่ว่าบุญเข้ามาเสียก่อน ฉะนั้นเพื่อเป็นการไม่ประมาท ท่านพุทธบริษัททั้งหลาย ทุกคน ถ้าหากว่าใครป่วยขึ้นมา เมื่อยังไม่มีอาการเครียด ให้ตั้งใจถวายสังฆทานก่อน บางท่านอาจจะคิดว่า บ้านฉันจนไม่มีเงินถวายสังฆทานมากๆ อันนี้เป็นเรื่องแก้ไขได้ไม่ยาก ท่านพุทธบริษัทจะใช้ข้าวสารสักหนึ่งถ้วยก็ตาม หรือข้าวสุกสักหนึ่งถ้วยก็ตาม ไม่มีแกงมีปลาทูก็ได้ มีผักหรือมีหญ้ากับน้ำพริกก็ได้เหมือนกัน ให้เขานำไปส่งถวายพระที่วัด วัดใดวัดหนึ่งก็เหมือนกัน พระที่วัดย่อมมีมากกว่า ๔ รูป เมื่อนำไปถวายวัดก็ถือว่าเป็นสังฆทาน ซึ่งมีอานิสงส์มาก พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ถวายทานแก่พระอรหันต์ ๑๐๐ ครั้ง มีผลไม่เท่ากับถวายทานกับพระปัจเจกพุทธเจ้า ๑ ครั้ง ถวายทานกับพระปัจเจกพุทธเจ้า ๑๐๐ ครั้ง มีผลไม่เท่ากับ ถวายกับพระพุทธเจ้า ๑ ครั้ง ถวายกับพระพุทธเจ้า ๑๐๐ ครั้ง มีผลไม่เท่ากับถวายสังฆทาน ๑ ครั้ง หรือว่า ถ้าสามารถจะทำได้ก็ใช้ปัจจัย คือมีเงินสัก ๑ บาท หรือ ๒ บาท ๓ บาท ๙ บาท ๑๐ บาท ก็ตาม เอาขึ้นมาจบยกมือตั้งใจทำสังฆทาน แล้วมอบให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง บอกว่าเงินจำนวนนี้ทั้งหมด เธอจงนำไปถวายพระ ฉันจะถวายเป็นสังฆทาน บอกพระเพียงเท่านี้ บรรดาญาติโยมพุทธบริษัททุกท่าน บุญที่ถวายสังฆทานจะเกาะจับจิตใจของท่าน จิตจะเกาะติดสังฆทาน เวลานั้นบาปจะเข้าไม่ได้ เมื่อเวลาท่านเคลื่อนออกจากกาย คำว่าตายนี่ ความจริงมันไม่ตายนะ มันไปเกิดใหม่ เมื่อ จิต (อทิสมานกาย) ออกจากร่างกายแล้ว เกิดเป็นโอปปาติกะ บุญสังฆทานที่เกาะอยู่จะพาท่านไปสวรรค์ ถ้ายังไม่ถึงสวรรค์ พอออกจากกายเนื้อเสร็จเท่านั้น บุญต่างๆที่ทำมาแล้วตั้งแต่เด็กยันแก่ จะเข้ามารวมตัวกัน จะพาท่านไปสวรรค์ เป็นเทวดา เป็นนางฟ้าที่มีอานุภาพมาก

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ปยุต วันที่ : 12/02/2009 เวลา : 19.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ajarnyoot

การฝึกอารมณ์จิตพระโสดาบัน คือ

๑. จงมีสติสัมปชัญญะ ที่จะพิจารณาว่า ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง แต่ความตายเป็นของเที่ยง จงอย่าคิดว่าความตายจะเข้ามาถึงเราในวันพรุ่งนี้ จงคิดว่าความตายอาจจะมาถึงเราวันนี้อยู่เสมอ การ คิดว่าจะตาย จะได้ทำความดี เมื่อตายแล้วควรหนีอบายภูมิ ( นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน )

๒. จงมีสติสัมปชัญญะ ที่จะยึดความดีของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ เป็นที่พึ่งด้วยความเคารพ ไม่สงสัยในคำสอนของพระพุทธเจ้า เห็นความดีของพระพุทธเจ้า เห็นความดีของพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ความดีของพระอริยสงฆ์ โดยถือเอาพระอรหันต์เป็นสำคัญ จงมอบความนับถือความมั่นใจในพระรัตนตรัยอย่างถวายชีวิต

๓. จงมีสติสัมปชัญญะ ในการปฏิบัติศีลอย่างเคร่งครัด ฆราวาสเฉพาะศีล ๕ เพราะศีล ๕ เป็นศีลของพระโสดาบันและพระสกิทาคามี ส่วนพระอนาคามีจะทรงศีล ๘ สำหรับพระอรหันต์ฆราวาสไม่มี เป็นอรหันต์วันนี้นิพพานวันนี้ เป็นอรหันต์คืนนี้ ไม่เกินพรุ่งนี้ต้องนิพพาน พระพุทธเจ้าทรงยืนยันว่า พระโสดาบันก็ดี พระสกิทาคามีก็ดี มีแค่ปัญญาเล็กน้อย มีสมาธิเล็กน้อย แต่ศีลบริสุทธิ์ แค่นี้ก็เป็นพระโสดาบันได้แล้ว ปิดประตูอบายภูมิอย่างเด็ดขาดแน่นอน

๔. จงมีสติสัมปชัญญะ ที่จะใชักำลังใจ ของพระอรหันต์ไว้ประจำใจ คือขึ้นชื่อว่ามนุษยโลก มันเป็นทุกข์เราไม่ต้องการมัน เทวโลกกับพรหมโลกมีสุขจริง แต่ไม่นาน เราไม่ต้องการมันอีก เราต้องการจุดเดียวคือ นิพพาน อย่างนี้เป็นอารมณ์ของพระอรหันต์ รักษากำลังใจตามนี้ไว้ เมื่อสิ้นอายุขัยเมื่อไร ก่อนจะตายเป็นอรหันต์เมื่อนั้น แล้วก็ไปนิพพาน

ทั้งหมดนี้...เป็นอริยสมบัติของบุคคล ในการเข้าสู่กระแสพระนิพพานเป็นเบื้องต้น( โสดาบันและสกิทาคามี ) ซึ่งมาจากการที่ละสังโยชน์ได้ ๓ ประการ คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส

สำหรับ สักกายทิฏฐิ ในทางปฏิบัติต้องใช้อารมณ์ตามลำดับคือ ใช้อารมณ์ขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นสูงสุด

อารมณ์ขั้นต้น ให้ใช้อารมณ์แบบเบาๆ คือมีความรู้สึกตามธรรมดาว่า ชีวิตนี้ต้องตาย ไม่มีใครเลยในโลกนี้ที่จะมีชีวิตได้ตลอดกาลคู่ไปกับฟ้าดิน ในที่สุดก็ต้องตายเหมือนกันหมด แต่ท่านให้ใช้อารมณ์ที่สั้นเข้ามาอีกคือ ให้ทำความรู้สึกไว้เสมอว่า ความตายไม่ใช่จะมาถึงเราในวันพรุ่งนี้ ให้คิดว่า เราอาจจะตายวันนี้ไว้เสมอ จะได้ไม่ประมาทในชีวิต เป็นอารมณ์ของพระโสดาบันและพระสกิทาคามี

อารมณ์ขั้นกลาง ท่านให้ทำความรู้สึกเป็นปกติว่า ร่างกายของคนและสัตว์ตลอดจนวัตถุทุกชนิดเป็นของสกปรกทั้งหมด ร่างกายคนและสัตว์มีสิ่งที่น่ารังเกียจฝังอยู่ก็คือ อุจจาระ ปัสสาวะ น้ำเลือด น้ำเหลือง น้ำหนอง เป็นต้น เมื่อมีความรู้สึกตามนี้ ก็พยายามทำอารมณ์ให้ทรงตัว จนเกิดความเบื่อหน่ายในร่างกายทั้งหมด ไม่ยึดถือว่าร่างกายใดเป็นที่น่ารักน่าปรารถนา เป็นอารมณ์ของพระอนาคามี

อารมณ์สูงสุด ทำให้มีความรู้สึกตามนี้ คือมีความรู้สึกว่า ร่างกายนี้ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เราไม่มีในร่างกาย ร่างกายไม่มีในเรา มีอาการวางเฉยในร่างกายทุกประเภท เป็นอารมณ์ของพระอรหันต์

คำว่าวิจิกิจฉา แปลว่า สงสัย คือสงสัยในความดีของพระพุทธเจ้า สงสัยในความดีของพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า สงสัยในความดีของพระอริยสงฆ์ มีพระอรหันต์เป็นต้น สงสัยว่าพระพุทธเจ้ามีจริงหรือไม่จริง ถ้ามีจริงๆ พระพุทธเจ้าน่ะดีไหม คำสอนของพระองค์ดีจริงๆหรือเปล่า นี่สงสัยพระธรรมเลย แล้วสงสัยว่าพระอริยสงฆ์ในพระพุทธศาสนานี่มีจริงหรือไม่มีจริง หนักๆเข้าก็เลยคิดว่าไม่มี เพราะตัวสงสัย พระพุทธเจ้าจริงๆก็ไม่มี พระไตรปิฎกที่มีอ่านกันอยู่ ก็เป็นพระไตรปิฎกโกหกมดเท็จ ใครเขียนขึ้นมาก็ไม่รู้ เขียนแบบโกหกขึ้นมาว่าโลกนั้นมี โลกนี้มี ระลึกชาติไม่ได้ จิปาถะกันไป เลยสงสัยพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาที่เขาบอกว่า พระสงฆ์น่ะเป็นพระสงฆ์จริงๆ หรือว่าเป็นตัวเบียดเบียนประชาชน ทำให้สังคมมีความทุกข์ มีความเร่าร้อน เพราะพระไม่เห็นจะทำอะไร ได้แต่บิณฑบาต แล้วก็กิน กินแล้วก็นอน นอนแล้วก็บิณฑบาต แล้วก็บอกบุญบ้าง ขอบุญบ้างเรี่ยไรกันบ้าง จิปาถะ ไม่เห็นมีอะไรให้เกิดเป็นประโยชน์ นี่ไม่สงสัยนะ ถึงขั้นไม่เชื่อถือเอาเลย ลักษณะอย่างนี้เป็นสังโยชฃน์ข้อที่ ๒ ที่ทำให้คนเราต้องลงอบายภูมิ ขอยืนยันว่า ถ้ามีอารมณ์อย่างนี้ ต้องลงอบายภูมิ เป็นสัตว์นรก เป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน แน่นอน

สีลัพพตปรามาส คือปฏิบัติในศีลให้ครบถ้วนทุกประการ ด้วยความเต็มใจ การปฏิบัติศีลครบถ้วนสำหรับฆราวาส มีศีล ๕ ใช้ได้แน่นอน ถ้าจะทำให้คนดีจริงๆก็มีกรรมบถ ๑๐ ด้วย ถ้ามีทั้งศีล ๕ มีกรรมบถ ๑๐ อย่างนี้จะมีความสุขอย่างยิ่งทั้งปัจจุบันและสัมปรายภพ ถ้าปฏิบัติตนได้อย่างนี้ องค์สมเด็จพระมหามุนี คือพระพุทธเจ้าทรงยืนยันว่า ท่านทั้งหลาย เมื่อตายแล้วจากชาตินี้ก็ดี หรืออีกกี่ชาติก็ตาม จะไม่พบคำว่าอบายภูมิเลย การเกิดเป็น สัตว์นรกก็ดี เป็นเปรตก็ดี เป็นอสุรกายก็ดี เป็นสัตว์เดรัจฉานก็ดี ไม่มีสำหรับท่าน จะเวียนว่ายตายเกิดเฉพาะ การเกิดเป็นคน เป็นเทวดา หรือพรหมเท่านั้น

ความจริงพระโสดาบันไม่ใช่ของสูง เป็นของธรรมดา ที่เรียกกันว่า ชาวบ้านชั้นดี ท่านพระอริยะเบื้องสูงท่านกล่าวว่า ธรรมที่จะทำให้คนเป็นพระโสดาบัน เหมือนกับของเด็กเล่น คือเป็นของทำง่ายๆ เพียงแต่มีพรหมวิหาร ๔ ประจำใจ เราก็เป็นพระโสดาบันได้แบบสบายๆ เมื่อกล่าวโดย

สรุป พระโสดาบัน มีอารมณ์โดยย่อดังนี้

๑.มีความรู้สึกว่า ชีวิตนี้ต้องตายแน่

๒.ยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า

๓.ฆราวาสมีศีล ๕ ทรงอารมณ์เป็นปกติ

ทั้ง ๓ ประการนี้ เป็นอารมณ์ในขณะที่ปฏิบัติ เมื่ออารมณ์ทรงตัวแล้ว อารมณ์ที่ปักหลักมั่นคงอยู่กับใจจริงๆ ก็เหลือเพียงสอง ที่ท่านเรียกว่า องค์ ก็คือ

หนึ่ง ยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ สาวกของพระพุทธเจ้าอย่างมั่นคงจริงจัง

สอง มีศีล ๕ บริสุทธิ์ผุดผ่องจริง

สุดท้าย ด้วยคุณบารมี ของพระศรีรัตนตรัย มีพระพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และสังฆ รัตนะ ทั้งสามประการ จงดลบันดาลให้ ท่านผู้อ่านทั้งหลาย จงมีแต่ความสุขสวัสดิพิพัฒนมงคล สมบูรณ์พูนผล ให้จงเจริญไปด้วยจตุรพิธพรชัยทั้ง ๔ ประการ มี อายุ วรรณะ สุขะพละ และปฏิภาณ ปรารถนาสิ่งใด ขอให้ได้สิ่งนั้น สมความปรารถนาจงทุกประการ ณ กาลบัดนี้ และตลอดไป ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน

สรุปอีกที
การสะเดาะเคราะห์ สำหรับผู้ไม่เชื่อง่ายดายจนเกินไปต้องอย่างนี้
ต้องแก้กฎแห่งกรรมด้วยการฝึกอารมณ์จิตพระโสดาบัน คือ
๑. จงมีสติสัมปชัญญะ ที่จะพิจารณาว่า ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง แต่ความตายเป็นของเที่ยง จงอย่าคิดว่าความตายจะเข้ามาถึงเราในวันพรุ่งนี้ จงคิดว่าความตายอาจจะมาถึงเราวันนี้อยู่เสมอ การ คิดว่าจะตาย จะได้ทำความดี เมื่อตายแล้วควรหนีอบายภูมิ ( นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน )....(ตัด สักกายทิฏฐิ)

๒. จงมีสติสัมปชัญญะ ที่จะยึดความดีของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ เป็นที่พึ่งด้วยความเคารพ ไม่สงสัยในคำสอนของพระพุทธเจ้า เห็นความดีของพระพุทธเจ้า เห็นความดีของพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ความดีของพระอริยสงฆ์ โดยถือเอาพระอรหันต์เป็นสำคัญ จงมอบความนับถือความมั่นใจในพระรัตนตรัยอย่างถวายชีวิต.......(ตัด วิจิกิจฉา)

๓. จงมีสติสัมปชัญญะ ในการปฏิบัติศีลอย่างเคร่งครัด ฆราวาสเฉพาะศีล ๕ เพราะศีล ๕ เป็นศีลของพระโสดาบันและพระสกิทาคามี........(ตัด สีลัพตปรามาส)
ส่วนพระอนาคามีจะทรงศีล ๘ สำหรับพระอรหันต์ฆราวาสไม่มี เป็นอรหันต์วันนี้นิพพานวันนี้ เป็นอรหันต์คืนนี้ ไม่เกินพรุ่งนี้ต้องนิพพาน พระพุทธเจ้าทรงยืนยันว่า พระโสดาบันก็ดี พระสกิทาคามีก็ดี มีแค่ปัญญาเล็กน้อย มีสมาธิเล็กน้อย แต่ศีลบริสุทธิ์ แค่นี้ก็เป็นพระโสดาบันได้แล้ว ปิดประตูอบายภูมิอย่างเด็ดขาดแน่นอน

๔. จงมีสติสัมปชัญญะ ที่จะใชักำลังใจ ของพระอรหันต์ไว้ประจำใจ คือขึ้นชื่อว่ามนุษยโลก มันเป็นทุกข์เราไม่ต้องการมัน เทวโลกกับพรหมโลกมีสุขจริง แต่ไม่นาน เราไม่ต้องการมันอีก เราต้องการจุดเดียวคือ นิพพาน อย่างนี้เป็นอารมณ์ของพระอรหันต์ ....(ตัด อวิชชา สังโยชน์ตัวสุดท้าย ตกบันไดพลอยโจน เส้นทางลัดตัดเข้านิพพาน)
รักษากำลังใจตามนี้ไว้ เมื่อสิ้นอายุขัยเมื่อไร ก่อนจะตายเป็นอรหันต์เมื่อนั้น แล้วก็ไปนิพพาน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ดับจิต วันที่ : 12/02/2009 เวลา : 15.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eyeplay
ว่างอยู่แล้ว ไม่ต้องมีอะไรดับอะไร

วิปัสสนาครับ สุดยอดกุศลแล้ว

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ปวิภา วันที่ : 12/02/2009 เวลา : 14.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 


ขอบคุณนะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เลดี้ราเชล วันที่ : 12/02/2009 เวลา : 14.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ladyrachel

สาาาาธุ คะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ดาวทอง วันที่ : 12/02/2009 เวลา : 14.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/goldstar
ความสุข อยุ่ที่ใจเรา  ..ทำวันนี้ให้ดีที่สุด...เชื่อมั่นที่ตัวเราเอง  ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง เชื่อในสิ่งที่เราดูเห็นเอง

การได้ปฏิบัติ เป็นประจำ จะส่งผลให้ดีแก่ตนเองและครอบครัว

เห็นผล ในชาตินี้..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

รักคุณเข้าอีกแล้ว

เก็บเพลงรักนี้ไว้ให้เธอ เมื่อวันใดที่เจอะเจอ ฉันก็พร้อมและยินยอมมอบความรัก และจิตใจชั่วนิรันดร์ มีเพลงๆ หนึ่งที่เคยร้องให้เธอฟัง แต่ไม่รู้ว่ายังจำได้รึเปล่า วันและเวลาอาจจะหมุนและเวียนไป แต่

View All