*/
  • ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : somchoke101@thaimail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-26
  • จำนวนเรื่อง : 1737
  • จำนวนผู้ชม : 2342801
  • จำนวนผู้โหวต : 1520
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1520 คน
<< มกราคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 9 มกราคม 2554
Posted by ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ , ผู้อ่าน : 2979 , 20:55:18 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน คนช่างเล่า , ชอบชลสิทธิ์ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

จิตสาธารณะ

หนึ่งในสามคำสำคัญ ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 

นายกรัฐมนตรี มอบให้กับเด็ก

ในงานวันเด็กแห่งชาติปี 2554

โดย...ว่าที่ร.ต.ดร.สมโชค เฉตระการ

ข้าราชการบำนาญ (ครูเชี่ยวชาญ สังกัดวิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด)

อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ – ร้อยเอ็ด

           "รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ" คำขวัญที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มอบให้กับเด็ก ๆ ใน วันเด็กแห่งชาติ ปี 2554

            เป็นที่ยอมรับว่า ทรัพยากรบุคคลที่สำคัญยิ่ง ของประเทศชาติในอนาคตคือ เด็ก เพราะเด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า ผู้ใหญ่ในวันนี้ ล้วนแล้วแต่จะต้องหดหายไปตามวัยและสังขาร เด็ก ๆ คือผู้ที่จะเป็นกำลังทดแทน ในการพัฒนาชาติบ้านเมือง ให้เจริญก้าวหน้าและมั่นคงแทนเรา ๆ ท่าน ๆ ทั้งหลายในภายภาคหน้า เป็นกำลังของชาติที่มีความเข้มแข็ง สิ่งที่ ผู้หลักผู้ใหญ่ พ่อแม่ ครู งานปกครอง พระสงฆ์องค์เจ้า ตลอดจนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการรับผิดชอบ จะทำหน้าที่ในการอบรมสั่งสอนเด็ก ๆ ให้มีความขยันหมั่นเพียรในการศึกษาหาความรู้ สร้างให้เด็กมีความตระหนักในหน้าที่ รู้จักใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ มีระเบียบวินัย ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน รู้จักการเสียสละ มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม มีจิตในการรักษาระบบนิเวศน์ของโลก และที่สำคัญ อันเป็นสิ่งที่สังคมโดยรวมปรารถนาอย่างยิ่ง ในยุคปัจจุบันคือ จิตสาธารณะ

1

เด็ก ๆ กับกิจกรรมวันเด็ก ที่สถานแสดงพันธ์สัตว์น้ำ เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด

            จิตสาธารณะ เป็นคำที่เพิ่งนำมาพูดกันไม่กี่ปีที่ผ่านมา และพูดย้ำกันมากในปัจจุบัน ถ้าเด็ก ๆ ตระหนักในคำที่กล่าวมาในเบื้องต้น ก็จะได้ชื่อว่าเป็น "เด็กดี" อย่างแน่นอน คำดังกล่าว เป็นปัจจัยที่จะส่งผลให้ สังคมและประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองในอนาคต เป็นการกระตุ้นให้เด็ก ๆ ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญ ในบทบาทของตนเอง  ผู้บริหารของประเทศในยุคก่อน ๆ  จึงดำริให้มีการจัด งานวันเด็กแห่งชาติ ขึ้นเป็นครั้งแรกในปีพ.ศ. 2498  กำหนด วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม เป็นวันจัดงาน และได้ถือปฏิบัติเรื่อยมาจนถึงปีพ.ศ. 2506 หลังจากนั้น ได้เปลี่ยนมาเป็น วันเสาร์ ที่ 2 ของ เดือนมกราคม เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ ไม่ทำให้เด็ก ๆ เสียเวลาในการเรียน เด็ก ๆ จะได้เข้าร่วมงานที่ทางราชการจัดให้อย่างเต็มที่และสนุกสนาน  จวบจนในปีพ.ศ. 2502 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้มอบคำขวัญ ให้เป็นข้อคิดและข้อปฏิบัติ สำหรับเด็ก ๆ ปีละ 1 คำขวัญ ออกแบบคำและประโยค ที่จำง่าย ๆ เพื่อต้องการให้เด็ก ๆ จำได้ ท่องได้ นำปฏิบัติได้ ส่วนใหญ่จะเป็นการกำหนดคำสำคัญ ที่ต้องการจะรณรงค์ให้เด็ก ๆ ทำอย่างนั้นอย่างนี้ อันเป็นสิ่งที่เกิดจากเหตุการณ์ ในแต่ละยุค  และเป็นประเพณีที่ นายกรัฐมนตรีในสมัยต่อ ๆ มา ถือเป็นธรรมเนียมสืบเนื่องมาตลอดจนถึงปัจจุบัน

            ในปีพ.ศ. 2554 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ให้คำขวัญสามคำสำคัญที่จำง่าย ๆ ว่า “รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ”  สามคำสำคัญดังกล่าว  “จิตสาธารณะ” เป็นคำใหม่ ที่ผู้หลักผู้ใหญ่มักจะนำมาพูดกันมากในปัจจุบัน ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในเบื้องต้น  จึงขอยกเอาคำดังกล่าว มาอธิบายรายละเอียด เพื่อให้เด็ก ๆ และผู้ที่ใคร่รู้ ได้ตระหนัก เมื่อรู้แล้ว จะได้นำปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เกิดประโยชน์อันเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง    

            เหตุที่นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญ “จิตสาธารณะ” มาเป็นหนึ่งในคำขวัญ นั่นก็เพราะ ด้วยความเจริญรุ่งเรืองทางด้านวัตถุในปัจจุบันมีสูงมาก เป็นเหตุที่ทำให้ผู้คนในสังคมโดยทั่วไปมีค่านิยม ในการแสวงหาอำนาจ บารมี เงินทอง เพื่อความร่ำรวยแห่งตน  มากกว่าที่จะให้ความสำคัญทางด้านจิตใจ   คุณธรรมจริยธรรม ของผู้คนในสังคมปัจจุบัน เสื่อมโทรม ลงอย่างเห็นได้ชัดเจน เป็นเหตุให้ปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นตามมาอย่างมากมาย การปลูกฝังความสำนึกให้กับบุคคล โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่เป็นรากฐานสำคัญของประเทศชาติ ในเรื่องของ ความตระหนัก ความรับผิดชอบต่อสังคม จึงมีการกล่าวถึงคำว่า  จิตสาธารณะ มากขึ้น เพื่อให้เด็ก ๆ และผู้คนรับผิดชอบต่อสังคมมากกว่าตนเอง สอนให้เด็ก ๆ รู้จัก ให้ มากกว่า รับ  สังคมโดยทั่วไป ย่อมได้รับแต่ความสุขอย่างแน่นอน จิตสาธารณะ จึงเป็นคำที่มีความสำคัญต่อชีวิต และความเป็นอยู่ของมนุษย์ในปัจจุบัน

การปลูกฝังความสำนึก กับบุคคลต่าง ๆ ให้มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมหรือสาธารณะ จะเป็นการสร้างคุณธรรมจริยธรรม ให้เกิดขึ้นกับบุคคล เด็ก และ เยาวชน รวมทั้ง ประชาชนทั่วไป  สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากภายในกายของคน "จิตสาธารณะ" เป็นความสำคัญในการปลูกจิตสำนึกให้ผู้คนรู้จัก การเสียสละ การร่วมแรงร่วมใจ  ร่วมมือในการทำประโยชน์ เพื่อสังคมและส่วนรวม  กิจสำนึกดังกล่าว จะช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นกับสังคม การช่วยกันพัฒนาคุณภาพชีวิต อันจะเป็นหลักการในการดำเนินชีวิต เป็นการแก้ปัญหาและสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขกับสังคมอย่างได้ผลเป็นเชิงประจักษ์

1

ภายในสถานแสดงพันธ์สัตว์น้ำ เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด

1

1

พจนานุกรมไทยฉบับของราชบัณฑิตยสถาน (ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 14 ปรับปรุง-เพิ่มเติมใหม่) พ.ศ. 2537 ได้ให้ความหมายของ  จิตสาธารณะ ไว้ดังนี้

จิต (จิด) น. มีความหมายว่า ใจ, ความรู้สึกนึกคิด (หน้า 261)

สาธารณ (สา-ทา-ระ-นะ) หรือ สาธารณะ มีความหมายว่า ทั่วไป, เป็นของกลางสำหรับส่วนรวม (หน้า 968)

สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ได้ให้ความหมายของ จิตสาธารณะ ว่า การรู้จักเอาใจใส่ เป็นธุระ และเข้าร่วมในเรื่องของส่วนรวมที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ มีความสำนึกและยึดมั่นในระบบคุณธรรม และจริยธรรมที่ดีงาม ละอายต่อสิ่งผิด เน้นความเรียบร้อย ประหยัดและมีความสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ

จากความหมายที่กล่าวพอสรุปได้ว่า “จิตสาธารณะ” หมายถึง “ความรู้สึกนึกคิดที่เป็นส่วนรวม” หรือพูดและฟังได้ง่าย ๆ ว่า  “การตระหนักรู้ และคำนึงถึงการมีส่วนรวมร่วมกัน  การตระหนักรู้ตน ที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม หรือการคำนึงถึงผู้อื่นที่มีความสัมพันธ์ที่เป็นสังคมเดียวกัน เป็นการแสดงออกเพื่อสังคมส่วนรวม การบริการชุมชน การทำประโยชน์เพื่อสังคม ถ้าเป็นวัตถุหรือสิ่งของทุกคนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้”

1

จิตสาธารณะ จึงเปรียบได้กับความรู้สึกนึกคิด ถึงการเป็นเจ้าของในสิ่งทีเป็นสาธารณะร่วมกัน การใช้สิทธิและหน้าที่ที่จะดูแล รวมทั้งการบำรุงรักษาสิ่งของที่เป็นของส่วนรวมร่วมกันเช่น การช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมโดยไม่ทิ้งขยะลงที่พื้นทั่วไป ต้องทิ้งขยะในที่จัดไว้ให้ ไม่ทิ้งขยะลงในแหล่งน้ำ การดูแลรักษาสาธารณะสมบัติ เช่นโทรศัพท์สาธารณะ หลอดไฟฟ้าที่ให้แสงสว่างตามถนนหนทาง การใช้น้ำธรรมชาติและน้ำประปาอย่างประหยัดร่วมกัน  การใช้กระแสไฟฟ้าสาธารณะให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า ตลอดจนช่วยเหลือดูแลผู้ตกทุกข์ได้ยาก อันเป็นการให้โอกาสกับผู้ด้อยโอกาสตามสมควร แต่ต้องไม่ทำให้ตนเองและครอบครัวเดือดร้อน  และการช่วยเหลือต้องไม่ขัดต่อกฎหมายบ้านเมือง อันเป็นประโยชน์ของส่วนรวม

สวนสาธารณะ ตู้โทรศัพท์ที่ตั้งอยู่ริมถนน บริเวณพื้นทางเท้า สนามกีฬา ศาลาพักร้อนริมทาง พื้นที่ดังกล่าว ทุกคนเป็นเจ้าของ ทุกคนสามารถที่จะเข้าไปใช้พื้นที่ เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ส่วนผู้ที่ไม่มีโทรศัพท์เป็นของตนเอง เวลาที่ต้องการติดต่อสื่อสารบุคคล ติดต่อเจ้าหน้าที่หรือบุคลากร ที่อยู่ในสถานที่ราชการ หน่วยงาน องค์กรดังกล่าว ก็สามารถโทรศัพท์ติดต่อได้อย่างรวดเร็ว ตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้ ตู้โทรศัพท์สาธารณะ สนามกีฬาเป็นพื้นที่และอาคารที่ผู้คนสามารถไปเล่นกีฬาได้ รวมทั้งศาลาพักร้อนริมทาง ที่ทุกคนสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ในการพักผ่อน หลบแสงแดดและหลบฝน ได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากพื้นที่และอาคารที่กล่าวมา เป็นส่วนของ สาธารณะ

            ถ้าใช้ความสังเกตพบว่า ในแต่ละปี รัฐบาลจัดสรรเงินงบประมาณจำนวนไม่น้อย ในการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบของ ป้าย และ สติกเกอร์ ต่าง ๆ ไปที่ไหนเราจะสังเกตเห็นแต่ป้าย ป้าย และป้าย รวมทั้ง สติกเกอร์ ที่ติดอยู่กับฝาผนังในสถานที่ต่าง ๆ กระจกรถยนต์ ทั้งนี้เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และเตือนสติผู้คนที่ผ่านไปมา นับวันที่จะมีจำนวนป้ายประชาสัมพันธ์ดังกล่าวมากขึ้น เช่นป้ายที่แสดง งบประมาณมีจำกัด โปรดใช้อย่างประหยัด   โปรดรักษาความสะอาด   ห้ามบ้วนน้ำลายลงบนพื้น  ห้ามทิ้งขยะ  หรือ กรุณาอย่าทิ้งขยะลงข้างทาง  ห้ามสูบบุหรี่  ที่ทิ้งก้นบุหรี่  ที่สุนัขเยี่ยว  โปรดทำความสะอาดก่อนออกจากห้องน้ำ  ปิดน้ำ ปิดไฟ ปิดเครื่องปรับอากาศ ก่อนออกจากห้อง  ทิ้งขยะลงในถัง  โปรดอย่าทำลายสิ่งของสาธารณะ  กรุณาอย่าทิ้งผ้าอนามัยลงโถส้วม  ขึ้นลงชั้นเดียวโปรดใช้บันได   นอกจากนั้นยังพบกับป้ายจราจรที่ติดตามริมถนนสายต่าง ๆ  ทางเลี้ยวทางโค้ง  สะพาน และป้ายที่ สี่แยก ต่าง ๆ 

        ป้ายที่มีหลากหลายเหล่านี้ เห็นกันจนคุ้นตา เป็นการบ่งบอกให้รู้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ขาดความสำนึก ขาด  “จิตสาธารณะ” หรือ "จิตสำนึกสาธารณะ” ทางราชการ จึงต้องเสียงบประมาณอย่างมากมายมหาศาล ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์เรื่องดังกล่าวทั่วประเทศ เป็นการเขียนป้าย บอกเตือน  อาจได้ผลบ้างสำหรับคนที่มีความบกพร่องต่อความรู้สึกต่อสาธารณะ แต่จะไม่ได้ผลเลยกับผู้คนที่ขาดจิตสำนึกโดยสิ้นเชิง  จึงต้องจัดหาป้ายอีกลักษณะหนึ่งที่เขียนเป็นข้อความว่า  ฝ่าฝืนปรับห้าร้อย  บ้วนน้ำลาย ทิ้งขยะ จับ ปรับหนึ่งพัน  หรือเขียนข้อความว่า ทั้งจำ ทั้งปรับ  บางครั้งเขียนข้อความเพื่อเป็นการกระแหนะกระแหนว่า  ที่หมาเยี่ยว  ถึงกระนั้นก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้ ยังมีคนไป  เยี่ยว  อยู่เช่นเดิม ต้องหาวิธีแก้ไขโดยเอาศาลพระภูมิเก่า ๆ ไปตั้งไว้ ได้ผลในระดับหนึ่ง เพราะคนที่จะไปเยี่ยว เกิดจากความกลัวในสิ่งลี้ลับมากกว่า แต่ก็ยังขาดความสำนึกที่อยากจะปฏิบัติด้วยจิตสำนึกในกาย คิดแต่เพียงว่า  ทำอะไรได้ตามใจ คือไทยแท้   ซึ่งเป็นการคิดที่ขาดความถูกต้อง

1

1

จิตสำนึกของคน จากการศึกษาพบว่า มี 2 ลักษณะคือ จิตสำนึกภายใน และ จิตสำนึกภายนอก

1. จิตสำนึกภายใน เป็นสิ่งที่ได้รับการถ่ายทอด มาจากเลือดเนื้อเชื้อไข ของพ่อแม่และบรรพบุรุษ เป็นจิตสำนึกที่อยากทำด้วยจิตใจของตนเอง ไม่มีใครมาบงการให้ทำนั่นทำนี่ หน่วยงานหรือองค์กรใด มีคนในลักษณะดังกล่าวมาร่วมงาน จะทำให้หน่วยงานและองค์กรนั้น มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง เพราะได้รับความร่วมมือด้วยดี

2. จิตสำนึกภายนอก คือการกระทำโดยมีคนอื่นบอกให้ทำ บังคับให้ทำ ทำตามแนวทางที่หน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ กำหนดขึ้น เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติ  การทำในลักษณะดังกล่าว จะขาดความร่วมมือในกิจกรรมนั้น ๆ เพราะเป็นการปฏิบัติตามแนวทาง ถ้าไม่ทำจะได้รับการลงโทษ การว่ากล่าวตักเตือน ซึ่งคนที่มีจิตสำนึกที่มีมาจากภายใน จะไม่เกิดความประทับใจ หน่วยงานหรือองค์กรใด มีบุคคลลักษณะดังกล่าวร่วมทำงานด้วย มักจะก่อปัญหาในหน่วยงานและองค์กร  กิจกรรมต่าง ๆ ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ

ลองมองย้อนกลับดูว่า ถ้าผู้คนขาดการมี จิตสำนึก หรือ จิตสาธารณะที่ดี สังคมส่วนรวมจะประสบปัญหาอย่างไร จากการศึกษาผลกระทบที่นักวิชาการ ร่วมศึกษามา และจากการศึกษาจากตำราต่าง ๆ น่าจะมีผลกระทบทั้งในระดับครอบครัว ชุมชน ระดับชาติ ตลอดจนถึงระดับโลก ดังนี้

ในระดับครอบครัว  ครอบครัวไทยในปัจจุบัน เป็นสังคมขนาดเล็ก  นอกจากพ่อแม่แล้ว ในครอบครัวหนึ่ง ๆ จะมีลูก 2-3 คนเท่านั้น เพราะไม่สามารถเลี้ยงดูลูกที่มีมากมายได้ ลูกที่ไม่มาก พ่อแม่สามารถเลี้ยงดูได้ค่อนข้างจะดีและมีคุณภาพ นอกจากให้การศึกษาในสถาบันการศึกษาแล้ว  พ่อแม่ ยังช่วยกันอบรมสั่งสอนในด้านคุณธรรมจริยธรรมให้กับลูก ๆ เพื่อให้เป็นพลเมืองที่ดีของชาติ ครอบครัวจะมีแต่ความสุขและความอบอุ่น  ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ในกรณีที่ครอบครัวขาดผู้นำที่ดี พ่อแม่แยกทางกัน ลูก ๆ ขาดความอบอุ่น ลูก ๆ พึ่งพ่อแม่ไม่ได้ กลับต้องไปพึ่งพาอาศัยเพื่อน ๆ รุ่นเดียวกัน  ได้เพื่อนดีก็ดีไป แต่ถ้าได้เพื่อนที่ไม่ดี แทนที่จะหันหน้าเข้าหาตัวหนังสือ ต่างคนก็ต่างไปพึ่งยาเสพติดแทน  ครอบครัวเริ่มอ่อนแอ สั่นคลอน นับว่าเป็นผลกระทบ กับสังคมส่วนรวมในอนาคต เพราะครอบครัวเป็นสถาบันที่เล็กที่สุด ถ้าครอบครัวมีปัญหา ย่อมส่งผลกระทบ ต่อชุมชนและสังคมภายนอกอย่างแน่นอน

ในระดับชุมชน  ถ้าคนในชุมชนขาด จิตสำนึก  ขาด จิตสาธารณะ  ต่างคนต่างอยู่ ไม่มีใครสนใจใคร

ชุมชนเริ่มอ่อนแอ  ยิ่งนานไป ก็มีแต่เสื่อมทรุดลง ขาดศูนย์รวมทางจิตใจ ขาดผู้นำที่ดีและเข้มแข็ง สมาชิกขาดการมีส่วนร่วม เนื่องจากการ เห็นแก่ตัว ไม่ยอมเสียสละ กลัวเสียทรัพย์ รวมทั้ง ต้องเสียเวลา เมื่อชุมชนขาดการพัฒนา อาชญากรรมในชุมชนย่อมเกิดขึ้น อันจะส่งผลให้ชุมชนเกิดการล่มสลายในอนาคต อย่างแน่นอน

            ในระดับชาติ  ย่อมรับผลจากครอบครัว จากชุมชน ถ้าครอบครัวและชุมชนขาด จิตสาธารณะ ที่ดี ขาดความความเข้มแข็ง ประเทศชาติก็ย่อมเกิดวิกฤตการณ์ภายในประเทศทุกด้าน ผู้นำประเทศแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะ บุคลากรในประเทศขาดการเสียสละ  มีการเบียดเบียนทำลายทรัพยากร และสมบัติที่เป็นส่วนรวมอย่างต่อเนื่อง เหมือน ปลวกที่คอยแทะกินเนื้อไม้  ประเทศชาติตกอยู่ในสภาพที่ล้าหลัง ไม่สามารถต่อสู้กับชาติอื่นที่อยู่ข้างเคียงได้  เพราะขาดพลังและความร่วมมือของคนในชาติ แม้ว่าผู้นำประเทศ จะนำมาตรการใด ๆ ออกมาใช้ ประชาชนก็จะขัดขวาง ไม่ให้ความร่วมมือ เกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวก แก่งแย่งแข่งขัน เห็นแก่ตัว เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องของตน การทุจริตคอรัปชั่นจึงเกิดขึ้น ผลที่ตามมาคือ การล่มสลายของชาติ

ในระดับโลก   ซึ่งเป็นระดับที่ได้รับผลกระทบในวงกว้าง ถ้าบุคคลในระดับประเทศขาด จิตสำนึกสาธารณะ  แต่ละประเทศหวังแต่จะกอบโกยผลประโยชน์เข้าในประเทศของตน เอารัดเอาเปรียบกับประเทศอื่น ๆ โดยไม่มีจิตสำนึกในการช่วยเหลือเกื้อกูล การเอาเปรียบการค้าระหว่างประเทศ  โดยเฉพาะ ประเทศที่ด้อยโอกาส ที่มีการพัฒนาในระดับต่ำ ประเทศยิ่งยากจน ยิ่งได้รับการซ้ำเติม ขาดความช่วยเหลือมิตรประเทศที่เคียงข้าง เพียงเพื่อหวังให้ประเทศของตนเองอยู่รอดปลอดภัยเท่านั้น  ประเทศที่ถูกเอาเปรียบ เกิดความไม่พอใจ  หวังที่จะแก้แค้น ขาดความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน เริ่มสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ เพื่อปกป้องประเทศของตน  เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น มักมีแนวโน้มในการใช้กำลังและใช้ความรุนแรง อันเป็นการแสดงแสนยานุภาพทางการสงคราม ในการตัดสินปัญหา

            จากเหตุที่กล่าว ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับ ความสำนึก จิตสำนึก ที่พัฒนาไปเป็น จิตสาธารณะ  หรือ จิตสำนึกสาธารณะ ถ้าสามารถปลูกฝัง ส่งเสริมหรือพัฒนาให้เด็ก มีจิตสำนึกด้านสาธารณะ ด้วยวิธีการต่าง ๆได้ จะทำให้เด็ก และ เยาวชน มีจิตใจที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าประโยชน์ส่วนตน นั่นคืออาสาดูแลรับผิดชอบสมบัติส่วนรวม มีการใช้สมบัติของส่วนรวม อย่างเห็นคุณค่า ใช้อย่างทะนุถนอมและประหยัด รู้จักการแบ่งปัน เมื่อเด็กและเยาวชนเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ปัญหาที่เกิดการเอารัดเอาเปรียบคนอื่น ปัญหาการทำลายสาธารณะสมบัติต่าง ๆ จะลดลง การเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน และประโยชน์ของพวกพ้องก็จะลดน้อยลง และจะนำมาสู่สังคมที่พัฒนาขึ้น

การสร้างจิตสาธารณะ  ต้องได้รับการปลูกฝังตั้งแต่เด็ก จากบุคคลต่าง ๆ จากพ่อแม่ที่อยู่ที่บ้าน ผู้ปกครองส่วนท้องถิ่นในหน่วยงานหรือองค์กร พระสงฆ์องค์เจ้าที่วัด และครูในสถานศึกษา บุคคลเหล่านั้นจะเพิ่มบทบาทที่สำคัญยิ่ง ในการอบรมสั่งสอน และเป็นแบบอย่างที่ดีของ เด็ก และ เยาวชน เขาเหล่านั้นจะช่วยเหลือสังคมในลักษณะต่าง ๆ ได้ โดยต้องปฏิบัติในสิ่งที่ควรดังนี้


            1. รับผิดชอบต่อครอบครัว โดยการเชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ การช่วยเหลืองานบ้าน ร่วมกับพ่อแม่พี่น้องรวมทั้งญาติ ๆ  ไม่ทำให้พ่อแม่ต้องได้รับความเดือดร้อน และเสียใจในเรื่องใด ๆ
            2. รับผิดชอบต่อตนเอง ต่อโรงเรียนและครู ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับตนเอง ไม่ทำร้ายตัวเอง ไม่เสพยาเสพติด ไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ อันเป็นเหตุให้เสียสุขภาพ  มีความรับผิดชอบต่อโรงเรียน การดูแลรักษาความสะอาด การทิ้งเศษขยะลงถังที่จัดเตรียมไว้  ไม่ขีดเขียนข้อความใด ๆ ที่โต๊ะ เก้าอี้และผนังของอาคาร ปฏิบัติตามกฎระเบียบวินัยของโรงเรียน ช่วยรักษาทรัพย์สมบัติของโรงเรียน มีความรับผิดชอบต่อครู เช่น ตั้งใจเล่าเรียน เชื่อฟังคำสั่งสอนของครู
            3. รับผิดชอบต่อบุคคลอื่น เช่นการให้ความช่วยเหลือ ไม่เอารัดเอาเปรียบบุคคลอื่น เคารพสิทธิและหน้าที่การให้เกียรติซึ่งกันและกัน การสร้างความรัก ความสมานสามัคคีในชุมชน
            4. รับผิดชอบต่อสังคมและสาธารณะ เช่น ปฏิบัติตามกฎระเบียบของบ้านเมือง ปฏิบัติตามกฎหมาย รักษาทรัพย์สมบัติ และไม่ทำลายทรัพย์สินของส่วนรวม  ความรับผิดชอบดังกล่าว ต้องเกิดจากจิตสำนึกที่มาจากภายใน

5. การมีส่วนร่วมในการสนับสนุนประชาธิปไตยในโรงเรียน  ประชาธิปไตยในโรงเรียน ถือเป็นรากฐานของการพัฒนาการเมืองในอนาคต เด็ก ๆ ต้องมีความกระตือรือร้นในการทำหน้าที่และรักษาสิทธิโดยชอบธรรม  เด็ก ๆ ต้องเข้าใจในวิธีการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  การแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ การยอมรับมติเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุม การให้ความร่วมมือในการทำงานของส่วนรวม การเลือกตั้งหัวหน้าห้อง การเลือกตั้งประธานนักเรียนของโรงเรียน  การช่วยกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแลความเคลื่อนไหวทางการเมืองในชุมชน เมื่อมีการเลือกตั้งผู้นำในระดับต่าง ๆ เพื่อให้เกิด ความโปร่งใส ในสังคม

จากที่กล่าวมาข้างต้นสามารถสรุปได้ว่า จิตสาธารณะ ที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ใช้เป็นหนึ่งในสาม ของคำขวัญ วันเด็กแห่งชาติปี พ.ศ. 2554  เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นในการปกครองบ้านเมืองในปัจจุบันและอนาคต  ถ้าเด็ก ๆ ในยุคปัจจุบันสามารถทำความเข้าใจ ศึกษาและนำปฏิบัติในเรื่องของ จิตสาธารณะ  สมองและจิตวิญญาณน้อย ๆ ของเด็ก ๆ จะได้รับการพัฒนาให้เติบโต เกิดขึ้นและเข้มแข็งในอนาคต เพราะเด็กสามารถรับรู้ในสิ่งที่ดีงามจากพ่อแม่ที่บ้าน จากผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้นำชุมชน พระสงฆ์องค์เจ้า เมื่อถึงโรงเรียน ครูจะคอยอบรมสั่งสอน ทั้งด้านวิชาการ คุณธรรม จริยธรรม เพื่อปลูกฝังให้เด็กรู้จักการเสียสละ พัฒนาจิตใจในการช่วยเหลือผู้อื่นอันเป็นการพัฒนาสู่  “จิตสาธารณะ” ต่อไป

เอกสารอ้างอิง

มานิต มานิตเจริญ. 2537. พจนานุกรมไทยฉบับของราชบัณฑิตสถาน. พิมพ์ครั้งที่ 4

       กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์อักษร

1

 

1

1

 บึงพลาญชัยร้อยเอ็ด



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
สายน้ำพระจันทร์ วันที่ : 11/01/2011 เวลา : 14.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sainam-prachan
ความคิด มุมมองของผงธุลีในโลก



ความคิดเห็นที่ 37 (0)
Payont วันที่ : 11/01/2011 เวลา : 07.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

น่าเสียดายผู้ใหญ่จำนวนมากไม่มีจิตสาธารณะ เห็นได้ง่ายๆขยะตามที่สาธารณะ ถนนหนทาง แม่น้ำลำคลอง มีขยะเต็มไปหมด ผู้ใหญ่ทั้งนั้นที่ทิ้ง

คำขวัญนี้น่าจะสอนผู้ใหญ่ด้วยครับ สอนให้มากๆด้วย ผู้ใหญ่ทำดีแล้วเด็กๆเขาทำตามเองครับ

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 22.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

สวัสดีตอนเกือบสี่ทุ่มกว่า ๆ ครับคุณเบดูอิน ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ

เสียดายจัง อยากจะคุยด้วยอย่างมากเลยครับ ถ้ามีโอกาสในอนาคตอันใกล้ ไปทานกาแฟที่บ้านให้ได้นะครับ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 22.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

สวัสดีตอนเกือบสี่ทุ่มครับคุณชบา ฯ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ

แม้ว่าจะอยากเย็นอย่างไร หน้าที่ของครูจะต้องรับผิดชอบในการสอนอยู่แล้วครับ ที่สำคัญอย่าทิ้งให้ครูทำอยู่คนเดียว เด็กมีเวลาอยู่ที่บ้านมากกว่าอยู่ที่โรงเรียน พ่อแม่ ผู้ปกครอง นักปกครอง พระสงฆ์ที่อยู่ในชุมชน ต้องมีส่วนช่วยอย่างมากครับ

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 22.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

สวัสดีตอนเกือบสี่ทุ่มครับคุณสุ่ย ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ

"จิตสาธารณะ" แม้ว่าจะทำยากเย็นแสนเข็ญอย่างไร เป็นหน้าที่ของครูที่ต้องอบรมและสั่งสอน ที่สำคัญพ่อแม่ที่อยู่ที่บ้านต้องใกล้ชิดกับลูกหลาน ให้ความอบอุ่นและเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องของ จิตสาธารณะครับ

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 22.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

สวัสดีตอนเกือบสี่ทุ่มครับคุณติ่ง ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ

เด็กร้อยเอ็ด รุ่นลูก ๆ หลาน ๆ ในปัจจุบัน เท่าที่ได้คุยกับอาจารย์ร้อยเอ็ดวิทยาลัย เด็กเก่ง ๆ มากมายครับ
ในอนาคตคงได้เห็นเด็กร้อยเอ็ด ได้เป็น รมว. กระทรวงการศึกษา และกระทรวงอื่น ๆ อย่างแน่นอนครับ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 21.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

สวัสดีตอนเกือบสี่ทุ่มครับคุณชาลี ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ

"จิตสาธารณะ" ถ้าเด็กมีความตระหนักและมีกิจสำนึกซะอย่าง จะทำได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น ที่สำคัญคือมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวมครับ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 21.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

สวัสดีตอนเกือบสี่ทุ่มครับคุณพี่ป๋อง ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 21.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

สวัสดีตอนเกือบสี่ทุ่มครับคุณลุงวอ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 21.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

สวัสดีตอนสามทุ่มกว่า ๆ ครับคุณnopp ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ

"จิตสาธารณะ" เป็นคำที่บัญญัตขึ้นมาอย่างสวยหรู ผมถึงบอกในความคิดเห็นที่ 25 ซึ่งคุยกับคุณนุว่า ผู้ใหญ่ที่ทำตัวไม่เป็นผู้ใหญ่ ปากพูดอย่างแต่การกระทำไปอีกอย่าง จัดงานวันเด็กทั้งที หนึ่งปีมีเพียงหนึ่งวันเท่านั้น ไม่กล้าลงทุน ทำธุรกิจกับผู้ใหญ่ไม่มีใครว่า แต่หากินกับเด็ก โดยเฉพาะในวันเด็ก ไม่เห็นจะเข้าท่าตรงไหน จัดงานให้เด็กทั้งที ต้องใจถึง ต้องให้ความสำคัญกับเด็กจริง ๆ มีอะไรที่จะเป็นสิ่งส่งเสริมสนับสนุนเด็ก ให้มีความสุขความสนุกสนาน ของแจกของแถมต้องมีให้พร้อม เด็ก ๆ ถือติดไม้ติดมือกลับบ้าน แม้จะเป็นสิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ เขาก็ดีใจ ปีหน้าฟ้าใหม่เด็กจะต้องอ้อนพ่อแม่ให้กลับไปที่เดิม

SOW คงต้องนำข้อคิดเหล่านี้ ไปวิเคราะห์และประเมินในการจัดงานวันเด็กแห่งชาติเสียใหม่ เพื่อนำข้อคิดไปปรับปรุงการจัดงานในปีหน้า ดูตัวอย่างการจัดงานขององค์กรอื่น ๆ นะครับ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 21.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

สวัสดีตอนสามทุ่มกว่า ๆ ครับคุณพิทักษ์ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 21.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

สวัสดีตอนสามทุ่มกว่า ๆ ครับประจิ้ม ฯ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม และขออนุญาตส่งยิ้มสุขเช่นกันครับ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 21.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

สวัสดีตอนสามทุ่มกว่า ๆ ครับจ่า ฯ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ

เสียดายจัง จ่า ฯ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 21.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

สวัสดีตอนสามทุ่มกว่า ๆ ครับคุณนุ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ


เดิมเคยนำเผยแพร่สู่ชุมชนโดยตีพิมพ์สื่อสิ่งพิมพ์วารสารข่าวครูร้อยเอ็ดและหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น แต่เรื่องในนี้ได้นำมาปรับเนื้อหาใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับ คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ปี 54 ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และเป็นปัจจุบัน

การอบรมและสอนเด็กในเรื่อง จิตสาธารณะ แม้ว่าจะบรรจุอยู่ในหลักสูตร เกี่ยวกับลักษณะอันพึงประสงค์ การศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ซึ่งถือว่าสำคัญมาก แต่การสอนเด็กคงไม่เฉพาะเพื่อให้เด็กท่องจำให้ขึ้นใจ หรือสอนเพื่อเป็นทฤษฑีเท่านั้น การให้เด็ก ๆ ได้ปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องความตระหนักและความสำนึกว่า อยากจะทำในสิ่งนั้นสิ่งนี้ โดยไม่ได้ถูกบังคับ การปฏิบัติเรื่องการเสียสละ การร่วมแรงร่วมใจ การมีส่วนร่วมในการทำประโยชน์เพื่อสังคม และส่วนรวม อันเป็นหลักพื้นฐานของการดำรงชีวิตของเด็ก...ครูผู้สอนที่อยู่ในโรงเรียนทุกคน ต้องสอนเรื่องนี้พร้อมให้ปฏิบัติจริง ผลที่ได้ต้องเป็นรูปธรรม ติดตามเด็กเป็นรายบุคคล ที่สำคัญพ่อแม่ ครู นักปกครอง พระสงฆ์องค์เจ้า ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกหลาน ตามคำที่ว่า "ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าวคำสอน"...ที่หนักใจอยู่ในขณะนี้คือ ผู้ใหญ่ที่กระทำตัวไม่เป็นผู้ใหญ่อย่างแท้จริง ปากพูดอย่าง แต่การกระทำ ทำไปอีกอย่าง เด็ก ๆ ก็จดจำในสิ่งนั้น ๆ ไป จะไปโทษเด็กก็ไม่ได้ เพราะสิ่งเหล่านั้นมันปรากฏให้เด็ก ๆ เห็นในสื่อแทบทุกชนิด น่าเป็นห่วงจริง ๆ ครับคุณนุ

ขอบพระคุณสองโหวดครับ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
เบดูอิน วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 20.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somdej

ขออภัยจริงๆช่วงปีใหม่ไปเที่ยวงานกาชาดที่ร้อยเอ็ด ไม่ได้แวะมาเยี่ยมท่าน

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ชบาตานี วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 19.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

"จิตสาธารณะ" เป็น 1 ใน 8 ข้อของลักษณะอันพึงประสงค์ที่บรรจุอยู่ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ที่บังคับให้เด็กไทยทุกคนมี แต่มันสร้างให้เกิดกับตัวเด็กแสนยากแสนเย็นเสียเหลือเกินค่ะอาจารย์

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
feng_shui วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 18.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

จิตสาธารณะ ย่อมทำยาก แต่ ไม่ได้หมายถึงทำไม่ได้


..

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ting วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 16.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

เด็กร้อยเอ็ดได้ดีก็หลายฅนนะคะ
ในอดีตได้เป็น รมต กระทรวงการศึกษา คงได้เห็นเด็กร้อยเอ็ดอีกครั้งนะคะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
BlueHill วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 15.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

จิตสาธารณะ สอนให้รับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่นครับ



ความคิดเห็นที่ 19 (0)
พี่ป๋อง วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 15.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/teetatfarm
อาชีพอิสระ.. ทุกคนสามารถทำได้        

สวัสดีครับ ท่านอาจารย์สมโชค

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ลุงวอ วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 13.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder


ความคิดเห็นที่ 17 (0)
nopp วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 12.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nopp

จิตสาธารณะอีกหนึ่งตัวอย่าง ไป SOW มาเมื่อวันเด็กที่ 8 มกราคม เค้าบอกว่าสำหรับวันเด็กราคาเด็กหรือผู้ใหญ่ราคาเดียว 250บาทต่อหัว คำว่าเด็กคือเด็กสูงกว่่า 80cm เสีย 250 บาทเหมือนผู้ใหญ่ ก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าเด็กต่ำกว่า 80cm ใครพาเข้าดูคงนอนอย่างเดียวเพราะยังไม่รู้เรื่อง ไม่เหมือน disneyland ราคาเด็ก/ผู้ใหญ่แยกชัดเจน ส่งเสริมและพัฒนาเด็กที่เป็นอนาคตของชาติจริงๆ แล้วของวันเด็กก็ไม่มี จะว่าไปเช้าก็เวลาที่เข้าดู 11.05น. คนก็แน่นมากๆ น่าจะมีแจกของที่ระลึกวันเด็ก เช่นลูกโป่ง หรือไม่ก็ไม้บรรทัดกระดาษก็ได้ถ้าไม่มีงบประมาณพอ หรือขนมเล็กๆน้อยๆ นมกล่องเล็ก 110ml ให้รู้สึกว่าเป็นวันเด็ก อย่างเมืองไทยประกัน แจกลูกโป่งที่หน้างาน หรือ SCB ก็แจกหน้า bank เลย อีกส่วนของ SOW 4D พนักงานบอกวันนี้ภาพไม่ชัดจะดูหรือเปล่า มัดมือชกจริงๆ ตรงจุดขายตั๋วไม่เห็นบอกเลย เฮ้อ จิตสาธารณะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
nopp วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 12.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nopp

จิตสาธารณะ อีกหนึ่งตัวอย่าง ไป SOW เมื่อวันเด็กที่ 8 มกราคม เค้าบอกว่าวันเด็กพิเศษราคาเด็กหรือผู้ใหญ่ราคาเดียว 250บาทต่อหัว แล้วคำว่าเด็ก หมายถึงเด็กสูงกว่่า 80cm เสีย 250 บาทเหมือนผู้ใหญ่ ก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าเด็กต่ำกว่า 80cm ใครพาเข้าดูคงนอนอย่างเดียวเพราะยังไม่รู้เรื่อง ไม่เหมือน disneyland ราคาเด็ก/ผู้ใหญ่แยกชัดเจน ส่งเสริมและพัฒนาเด็กที่เป็นอนาคตของชาติจริงๆ แล้วของแจกวันเด็กก็ไม่มี จะว่าเข้าไปดูเช้าเกินไป เวลาที่เข้าดู 11.05น. คนก็แน่นมากๆ ไม่น่าจะใช่ และควรมีแจกของที่ระลึกวันเด็กเล็กๆน้อย เช่นลูกโป่ง หรือไม่ก็ไม้บรรทัดกระดาษหรือแผ่นกระดาษที่ระลึกอะไรก็ได้ หรือขนมหรือนมกล่องเล็กๆน้อยๆ ให้รู้สึกว่าเป็นวันเด็ก อย่างเมืองไทยประกันชีวิต แจกลูกโป่งที่หน้างาน หรือ SCB ก็แจกลูกโป่งหน้า bank แลย เฮ้อสรูปหากินกับสโลแกนวันเด็กแท้ๆ ในส่วน 4D ก็อีกอย่างพนักงานบอกวันนี้ภาพไม่ชัดน่ะจะดูรึเปล่า สรุปมัดมือชก เฮ้อ "จิตสาธารณะ"

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
พิทักษ์ วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 10.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ประจิ้มประเจ๋อ วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 09.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yuiboc
สะเปะสะเปือยเรื่อยเปื่อยอยู่เรื่อยไป & รัก"ทองกบ"ที่โลกในสุดเลย! โอ้เย่เย๊เย่  ฮ่าๆๆและ+อีก28.75ฮ่า...จิ้มมียิ้มสุข...ยิ้มสุขส่งให้ด้วยใจเปี่ยมสุข สวัสดีครับผม

สวัสดียามเช้าวันจันทร์ด้วยยิ้มสุขค่ะอาจารย์

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ประจิ้มประเจ๋อ วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 09.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yuiboc
สะเปะสะเปือยเรื่อยเปื่อยอยู่เรื่อยไป & รัก"ทองกบ"ที่โลกในสุดเลย! โอ้เย่เย๊เย่  ฮ่าๆๆและ+อีก28.75ฮ่า...จิ้มมียิ้มสุข...ยิ้มสุขส่งให้ด้วยใจเปี่ยมสุข สวัสดีครับผม

สวัสดียามเช้าวันจันทร์ด้วยยิ้มสุขค่ะอาจารย์

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 08.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

คือจิตสาธารณะ..
ครับอาจารย์..
เมื่อวานผ่านบ้านท่านด้วย..
ครับผม..

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 02.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม


มาอีกรอบ ครับลืมบอกว่า 2 โหวต เป็นเอนทรี ที่ผมต้องพิมพ์ใส่แฟ้มไว้ เขียนนำ ปี พ.ศ.2555
ครับ 555 ยิ่งใหญ่มาก
ผมเลยนำภาพสนามหญ้าบ้านคุณพ่อ บ้านติดถนน ที่อาจารย์ผ่านไปเมืองนครวันก่อนโน้นมาให้ดู

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 10/01/2011 เวลา : 02.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม


กราบสวัสดีท่านอาจารย์
ครบเครือ่งเารื่องจิต สาธารณะ ท่ีานอาจารย์เขียนสรุป
ผมอยากให้ ท่าน บก.ชาลี นำไปเผยแพร่ทางเอกสารสิ่งพิมพ์
เพื่อสะท้อนสังคม จังเลย เพราะสังคมวัตถุนิยม สังคมเสื่อมไปมาก
2 ปีมาแล้ว เอนทรีแรกของปี ผมนำอัตชีวประวัตของพระยาอนุมานราชธน มาเขียนนำเพื่อปลูกจิตสำนึก และมกราคม ที่ผ่านมาเอนทรีแรก นำเทศนาพระคุณเจ้ามาจุดประกาย เพราะคุณธรรม จริยธรรม เมตตาธรรมเราหดหายไป เมื่อ หลายปีที่ผ่านมา เรามุ่งเน้นวัตถุนิยมมากเกินไป
การเสียสละ การร่วมแรงร่วมใจ ร่วมมือในการทำประโยชน์ เพื่อสังคมและส่วนรวม กิจสำนึกดังกล่าว จะช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นกับสังคม การช่วยกันพัฒนาคุณภาพชีวิต อันจะเป็นหลักการในการดำเนินชีวิต

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 09/01/2011 เวลา : 22.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

สวัสดีตอนสี่ทุ่มครึ่งครับครูชอบชลสิทธิ์ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ

สวัสดีปีใหม่ 2554 ครับหมวดชอบ มั่งมีศรีสุข อบอุ่นในครอบครัวและเจริญก้าวหน้าในหน้าที่ราชการนะครับ

เรื่องการเลือกตั้งผู้แทนขรก.ครูใน อ.ก.ค.ศ. สอศ. เป็นเรื่องของการต่อสู้ในสนามเลือกตั้ง หมวดชอบได้ทำดีที่สุดแล้ว คะแนนเกือบสองพัน ถือว่าได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนครูมากพอสมควร อย่าได้ท้อ จงทำดีและปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือครูต่อไป สักวันหนึ่งต้องประสบความสำเร็จดังที่ตั้งใจไว้อย่างแน่นอนครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ชอบชลสิทธิ์ วันที่ : 09/01/2011 เวลา : 22.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sshob

การเลือกตั้งผู้แทนขรก.ครูใน อ.ก.ค.ศ. สอศ. ครูชอบได้ 1645 คะแนนเสียง มาอันดับ 2 ไม่ผ่าน ครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 09/01/2011 เวลา : 21.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

สวัสดีตอนสามทุ่มครึ่งครับอาจารย์สุรศักดิ์ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ

"จิตสาธารณะ" เป็นคำที่มีความหมายมาก ทั้งพ่อแม่ ครู และผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย ต้องคอยซึมซับให้เด็ก ๆ ที่เป็นกำลังของชาติในอนาคต ได้ตระหนักถึงการเสียสละ ให้มากกว่า รับ ผู้หลักผู้ใหญ่ต้องเป็นแม่แบบพ่อแบบที่ดีด้วยครับ

ขอบพระคุณโหวดครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 09/01/2011 เวลา : 21.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

สวัสดีตอนสามทุ่มครับอาก้อย ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ

หายไปนาน คงงานหนักเช่นเดิมนะ

ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน ตัวอย่างที่ดีที่ได้มาจากพ่อครูแม่ครูนี้แหละก้อย

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 09/01/2011 เวลา : 21.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ (ได้จากที่นี่เลย) "พบกับ Half/Full ชุดเครื่องใช้บนโต๊ะกินข้าว ที่ช่วยควบคุมเรื่องการกินอาหาร !!รุณคลิกลิงก์บรรทัดบน

เป็นคำอธิบาย "จิตสาธารณะ" ที่มีความละเอียด ลุ่มลึก
จำเป็นต้องปลูกฝังให้ซึมซับเริ่มต้นตั้งแต่เด็กเรื่อยไป
ผมพลอยได้ความรู้ไปด้วยครับ ขอบคุณอาจารย์มาก
๒ โหวตครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
arekoy วันที่ : 09/01/2011 เวลา : 21.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arekoy
อนาคตและอดีตไม่สำคัญ ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

อาจารย์ขา
หนูสอนให้นักศึกษาของหนูมีจิตสาธารณะค่ะ
แต่หนูต้องทำเป็นตัวอย่างด้วย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 09/01/2011 เวลา : 21.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

สวัสดีตอนสามทุ่มครับคุณนักข่าวอิสระ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ

เด็ก ๆ ทั้งสนุกสนาน ได้ความรู้แถมยังได้รางวัลด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นักข่าวอิสระ วันที่ : 09/01/2011 เวลา : 21.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/news2

สนุกกันนะครับน้องๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 09/01/2011 เวลา : 21.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้าครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน