*/
  • ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : somchoke101@thaimail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-26
  • จำนวนเรื่อง : 1766
  • จำนวนผู้ชม : 2600881
  • จำนวนผู้โหวต : 1537
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1537 คน
<< ตุลาคม 2015 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 1 ตุลาคม 2558
Posted by ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ , ผู้อ่าน : 1402 , 21:16:40 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

มุทิตาจิต 4 บุคลากรที่ทรงคุณค่า

ของ วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด

 

โดย...ว่าที่ร.ต.ดร.สมโชค เฉตระการ 

             เมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมา ณ วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด โดย นายอดุลชัย โคตะวีระ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด นำคณะผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด จัดงานมุทิตาจิต ให้กับผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ 2558 จำนวน 4 ท่านดังนี้ 1) นายสมศักดิ์ ไวยานิกรณ์ ตำแหน่งรองผู้อำนวยการ 2) นายเกรียงไกร เมืองหงษ์ ตำแหน่งครูอันดับ คศ.3 วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ 3) นายวิวัฒนชัย แสงสว่าง ตำแหน่งครูอันดับ คศ.2 วิทยฐานะครูชำนาญการ และ 4) นายมนูญ พันธานี ตำแหน่งพนักงานทั่วไป 

           ในโอกาสเดียวกัน ใคร่ขอนำบทความ "เส้นทางแห่งความสุขหลังเกษียณ 6 ปีที่ผ่านมา...เล่าให้ฟังจากประสบการณ์" โดย...ว่าที่ร.ต.ดร.สมโชค เฉตระการ

 

            ผมเป็น อดีตครูเชี่ยวชาญ สังกัดวิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด เกษียณอายุราชการ เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2552 ที่ผ่านมา นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้เป็นเวลา 6 ปีเต็ม ถ้าจะคิดย่อย ๆ เป็นเดือนเป็นวันเป็นชั่วโมงเป็นนาทีได้ 72 เดือน 2,190 วัน 52,560 ชั่วโมงและ 3,153,600 นาที ผมอยากจะบอกตรง ๆ ว่า ผมมีความสุขตามอัตภาพในสังคม กับชีวิตแห่งการทำอะไรก็ได้ตามแต่ใจปรารถนา ชีวิตที่ไม่ต้องปฏิบัติตามกรอบของเวลา และคนที่จะมาสั่งทำโน่นทำนี่ อยากทำอะไรก็ทำ อยากตื่นนอนเวลาใด อยากไปที่ไหน ๆ เป็นชีวิตแห่งการขีดเส้นทางเดินของตนเอง ในขณะเดียวกันเมื่อถึงเวลา สามารถเบิกเงินเดือนที่กรมบัญชีกลางกำหนด ตามสิทธิ์ที่จะได้รับ เงินที่ว่านั้นจะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารโดยอัตโนมัติ สามารถเบิกเงินมาใช้จ่ายได้ทุกเดือนไม่ขาด

และนี่คือ การเกริ่นของเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 6 ปีเต็ม ในการใช้ชีวิตหลังเกษียณอายุราชการ ที่ผมอยากจะเล่าให้น้อง ๆ ข้าราชการครูได้รับทราบ  ผมอยากจะบอกว่า มันเป็นเส้นทางแห่งความสุขหลังเกษียณ 6 ปี และ เป็นความสุขตามอัตภาพ โดยแท้จริง 

 

พ.ศ. 2552 ที่ผ่านมา เป็นปีสุดท้ายของการใช้ชีวิตราชการ ตำแหน่งที่ผมเกษียณราชการคือ ครูอันดับคศ. 4 วิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ สังกัดวิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุดที่ผมได้รับ ระดับชั้นสายสะพาย ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ปช.) และก่อนเกษียณอายุราชการปีเดียว ผมสำเร็จการศึกษาใน ระดับปริญญาเอก สาขาวิชา อาชีวศึกษา ที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผมอยากจะบอกกับน้อง ๆ ข้าราชการครูว่า เป็นอะไร ๆ ที่สูงสุดในชีวิตที่ผมได้รับ จากความตั้งใจและความเพียรพยายามตลอดระยะเวลา 34 ปี 9 เดือน 28 วันแห่งชีวิตราชการ ถัดจาก วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2552 เป็นต้นมา เป็นการใช้ชีวิตหลังเกษียณที่ผมอยากจะเล่าให้น้อง ๆ ข้าราชการครูได้รับทราบ สิ่งใดที่คิดว่าดีงามและตรงกับใจ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในวิถีชีวิตประจำวันของท่านได้    

 

นับแต่นี้ต่อไป จะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญยิ่งของชีวิต หลังจากที่ทุกคนคืนตำแหน่งและหน้าที่ให้กับผู้บังคับบัญชา เพื่อนำไปพิจารณาจัดสรรกับข้าราชการครูรุ่นลูกและรุ่นหลาน ซึ่งหมายความว่า เมื่อถึงวันที่ 30 ของเดือนกันยายนทุกปี  ข้าราชการ ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด กระทรวงศึกษาธิการ และข้าราชการทุกสังกัดในกระทรวงต่าง ๆ  ที่มีอายุครบ 60 ปี ต้องวางตำแหน่งและภาระหน้าที่คืนกับทางราชการ ต่อไปนี้จะเป็นเพียงบันทึกแห่งความทรงจำกับระยะเวลา 35 - 40 ปีหรืออาจจะมากกว่านั้นในแต่ละคน อยากจะบอกว่า น้อง ๆ ข้าราชการทุกคนทุกคนเดินทางมาถึง หลักกิโลเมตรที่ 60 แล้ว อย่างสง่างามและสมความภาคภูมิยิ่ง  ต่อไปเป็นการย่างก้าวเข้าสู่ กำไรแห่งชีวิต  ตั้งแต่ กิโลเมตรที่ 61 เป็นต้นไป

 

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1  แม้ว่าจะมาถึงวันนี้ วันที่นำคณะผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษารุ่นน้อง มาแสดงมุทิตาจิตเชิดชูเกียรติและเลี้ยงขอบคุณ   และทุกคนจะยังกลับไปทำงานที่หน่วยงานของตนเอง ไปจนถึง วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558 ข้ามวันไปอีกหนึ่งวัน ความเป็นข้าราชการประจำจะสิ้นสุดลง สถานะของท่านจาก เจ้าหน้าที่ของรัฐ เปลี่ยนเป็น เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับบำเหน็จบำนาญ โดยทันที ในลักษณะอย่างนี้ทำให้ ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ  คุณครูที่มีตำแหน่งหน้าที่ ตลอดจน วิทยฐานะ ที่เคยได้รับเงินประจำเดือน เงินประจำตำแหน่งและเงินค่าตอบแทน รายได้สองส่วนหลังจะถูกตัดออกไปทันที  คงเหลือเฉพาะรายได้ ที่เป็นเงินประจำเดือนของข้าราชการบำนาญ  ที่เจ้าหน้าที่กรมบัญชีกลางคิดให้เท่านั้น ผู้ที่สมัครตาม โครงการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)  หลังจากที่เกษียณอายุราชการแล้ว จะได้รับ เงินประจำเดือน น้อยกว่า ผู้ที่มิได้สมัคร กบข. เนื่องจากผู้ที่สมัคร กบข.  จะได้รับ เงินก้อนใหญ่ อันเป็นเงินที่หักสะสมจากเงินประจำทุกเดือน เข้าระบบการเงินของ โครงการ  กบข. เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ จะคำนวณ เงินประจำเดือนของข้าราชการบำนาญตามสูตร  ส่วนข้าราชการที่มิได้สมัคร กบข. หลังจากเกษียณอายุราชการ เจ้าหน้าที่ทางการเงิน จะใช้สูตรในการคำนวณเม็ดเงินของเงินประจำเดือนอีกสูตรหนึ่ง ซึ่งเงินประจำเดือนที่ได้รับดังกล่าวจะสูงกว่า

 

อีกไม่กี่วันวันแห่งการรอคอยก็จะมาถึง วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558 ถือเป็นวันแห่งความทรงจำอีกวันหนึ่งของข้าราชการที่ถึงวัย เกษียณอายุ เพราะเมื่อเข็มนาฬิกาเคลื่อนเกินเวลา 24.00 น.ของวันที่ 1 ตุลาคม 2558  สถานะภาพของความเป็นข้าราชการจะเปลี่ยนไปเป็นประชาชนธรรมดาทั่วไป จะต่างจากประชาชนเพียงแต่ท่านยังเป็น เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับบำเหน็จบำนาญ เมื่อมาถึงตรงนี้แหละที่ทำให้หลายคนต้อง ใจหาย เป็นอะไรที่ทำให้บางคนต้องทำใจยาก โดยเฉพาะผู้ที่มีตำแหน่งสูง ๆ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง ที่มีอายุราชการมากกว่า 40 ปี ขึ้นไป สะสมบารมีไว้มาก มีผู้ใต้บังคับบัญชาที่สามารถสั่งการได้ ที่มันน่าใจหายก็เพราะส่วนนี้ เนื่องจาก การยึดมั่นถือมั่น ของบางคน ถ้าละวางสิ่งเหล่านี้ได้คิดเพียงว่าสิ่งเหล่านั้นคือ สัจจะธรรม การสละตำแหน่งหน้าที่ถือเป็นเรื่องธรรมดา 

 

ช่วงเวลานาน ๆ อย่างนี้ น้อยคนนัก ที่ทำงานแล้วไม่เคยพบกับปัญหา และ อุปสรรค์เลย  ทุกคนล้วนแต่พบกับปัญหามาแล้วทั้งสิ้น มากบ้างน้อยบ้าง ตามตำแหน่งหน้าที่  โดยเฉพาะตำแหน่งงานที่มีผลได้ผลเสียกับประชาชน จากการร้องเรียน บางคนต้องทะเลาะกับผู้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชามีเรื่องกับลูกน้อง ท่านผู้รู้เคยบอกว่า ตำแหน่งราชการ ยิ่งสูงยิ่งต้องมีความระมัดระวัง ทำอย่างไรจึงจะรักษาตำแหน่ง รักษาวิชาชีพ รักษาจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ ไม่ให้เกิด การมัวหมองก่อนเกษียณอายุราชการ ข้าราชการและผู้บังคับบัญชาระดับสูงบางคน ต้องถูกผู้บังคับบัญชาที่สูงกว่า มีคำสั่งให้ย้ายออกไปประจำที่สำนักงานอื่น หรือมีคำสั่ง ปลดออก ไล่ออก จากหน้าที่  แม้จะมีเวลาเหลืออีกสองหรือสามเดือนก็จะเกษียณราชการแล้ว พฤติกรรมที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อตำแหน่งหน้าที่แห่งราชการหรือองค์กร พฤติกรรมการคิดมิชอบ การฉ้อราษฎร์บังหลวง การกินสินบาทคาดสินบน บางคนต้องถูกดำเนินคดี ทำให้มีมลทินมัวหมองชั่วชีวิต กระทบกระเทือนต่อคนข้างเคียง ต่อวงษ์ตระกูลจนถึงต้องเปลี่ยนนามสกุลใหม่ บางคนเกษียณอายุราชการออกไปนานแล้ว  วันดีคืนดี ได้รับหนังสือจากต้นสังกัด ให้เดินทางเข้าไปให้ปากคำในเรื่องต่าง ๆ เป็นเหตุให้ต้องถูกดำเนินคดีเสียเอง  ติดคุกติดตารางตอนอายุมาก ๆ

 

วิชาชีพครู โดยภาพรวม เป็นอาชีพที่ สร้างบุญสร้างกุศล มากกว่า ที่จะต้องกระทำความผิดในรูปแบบด่าง ๆ  เพราะหน้าที่โดยตรงคือ การอบรมสั่งสอนคนให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะ สอนให้คนเป็น คนดี และ มีคุณภาพของสังคม การกระทำความผิดในเรื่องต่าง ๆ ที่ร้ายแรงจึงไม่ค่อยปรากฏ จะมีบ้างก็เป็นเรื่องความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างครูด้วยกัน ครูกับลูกศิษย์ การทะเลาะเบาะแว้งเพื่อนครูตลอดจนผู้บังคับบัญชา หรือใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางมิชอบ หลังจากที่ถูกพิพากษาตัดสินอย่างไร ครูคนนั้นก็ต้องตั้งหน้าตั้งตา รับโทษรับกรรม ครูหลายคนที่ถูกร้องเรียนจากผู้ปกครองนักเรียนหรือประชาชนทั่วไป  ต้องถูกสอบสวนความผิดทางวินัย สอบสวนแล้วถ้าผิดจริง ทางการก็สั่งลงโทษตามความผิดที่ได้กระทำ จากน้อยไปหามาก บางครั้งถึงกับถูก ไล่ออกจากราชการ ทั้ง ๆ ที่อายุราชการยังน้อย

ข้าราชการบางคนที่มีตำแหน่งสูง ๆ เช่นตำแหน่ง ปลัดกระทรวง รองปลัด อธิบดีกรม หรือตำแหน่ง เลขาธิการ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ตลอดจน ผู้บริหารการศึกษา มักจะเกิดความกังวลใจกับคำว่า เกษียณ ที่ต้องออกจากราชการ ทำให้เกิดความเครียดในบางครั้งบางขณะ   ในฐานะที่ผมอยู่ในสถานภาพอย่างนั้นมาแล้วเป็นเวลา หกปี เต็ม ๆ  ที่อยากจะเล่าให้กับท่านได้ทราบว่า การเกษียณอายุราชการ  มิได้หมายความว่า  ชีวิตของเราถูกทำโทษ  ไม่ใช่ชีวิตที่ไร้ซึ่งคุณค่า   หมดความศรัทธา และ หมดความเชื่อถือ  จากบุคคลโดยทั่วไป หาเป็นเช่นนั้นไม่    จิตวิญญาณของความเป็นครู จิตวิญญาณของความเป็นนักบริหาร ของท่าน ยังมีอยู่อย่างสมบูรณ์  ด้วยกายและจิตใจ  ลูกศิษย์ลูกหา ตลอดจนประชาชนโดยทั่วไปยังมี ความนิยมยกย่องตัวท่านอยู่มิได้เสื่อมคลาย  ดังพระราชดำรัสใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ที่พระราชทานแก่คณะครูอาวุโส ณ ศาลาดุสิดาลัย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2519  ที่ผ่านมา  มาเป็นแนวคิด และเตือนใจ กับ ข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ ทุกท่าน  เพื่อน้อมนำ เป็นสิริมงคล ในฐานะพสกนิกร และเคยดำรงตำแหน่งราชการ  ใต้เบื้องพระยุคลบาท ฯ ดังความตอนหนึ่งว่า 

 

บัดนี้ ถึงหากจะพ้นหน้าที่ตามทางการแล้ว  แต่ท่านก็ยังมีความเป็นครูอยู่อย่างสมบูรณ์  ทั้งด้วยกายและจิตใจ สาธุชนยังเคารพเลื่อมใสและนิยมยกย่องอยู่มิได้เสื่อมคลาย ข้าพเจ้าจึงปรารถนาอย่างยิ่ง ที่จะได้เห็นท่านทั้งหลาย ร่วมมือร่วมใจกัน บำเพ็ญความดี อันเป็นคุณธรรมของครูต่อไป  ให้เป็นนิมิตหมาย ที่คนรุ่นหลังได้ยึดถือเป็นแบบฉบับ  ในอันที่จะดำรงความบริสุทธิสะอาด  ความเป็นศรีสง่าและความศักดิ์สิทธิของสถาบันครูไว้  ให้ดำรงอยู่กับชาติบ้านเมืองไทยของเรา…” 

 

ผมเคยมีรายได้จากเงินประจำเดือน เงินประจำตำแหน่ง เงินค่าตอบแทนและค่าสอนพิเศษรวมแล้วเป็นจำนวนมาก หลังจากเกษียณอายุราชการ รายได้ที่ท่านเคยได้รับอย่างมากมายจะถูกตัดลงเหลือเพียงเงินบำนาญที่เป็นเงินประจำเดือนพอยังชีพในครอบครัวเท่านั้น ถ้าสามารถใช้เงินอย่างพอเพียงก็อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขตามอัตภาพ ถ้าท่านคิดว่ารายได้ที่เป็นเงินเดือน นำใช้จ่ายในครอบครัวไม่พอเพียง ท่านสามารถหางานเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามอาชีพที่ร่ำเรียนมา  เพื่อสร้างรายได้เสริมจากที่ขาดไป ที่สำคัญ อย่าเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่เพียงคนเดียว  ชนิดที่ไม่ยอมคบค้าสมาคม  ควรให้เวลากับชุมชนและสังคม การพูดคุยกับบุคคลต่าง ๆ  ท่านทำได้อย่างเป็นปกติ  เพราะนี่คือสัจจะธรรมแห่งชีวิต  ชีวิตที่เป็น ส่วนตัวจริง ๆ  ชีวิตที่ไม่มี ผู้บังคับบัญชา มาสั่งทำโน่นทำนี่ ก็เท่านั้นเอง  ถ้าจะว่าไปแล้ว...เป็นชีวิตที่สบายกว่ากันเยอะเลย   ถึงอย่างไรทุกท่านก็ยังคงรักษาสภาพความเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับบำเหน็จบำนาญ ยังได้รับเงินเดือนประจำทุกเดือน (เฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับบำนาญ)

 

วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ที่ผ่านมา  ภารกิจต่าง ๆ ที่ผมกระทำมาจนเคยชินตลอดระยะเวลา 34 ปีกว่า ๆ เปลี่ยนแปลงไป ผมเคยตื่นแต่เช้าเพื่อไปวิทยาลัยในการ ปั้มลายนิ้วมือ หรือ เซ็นเวลาเข้าทำงาน และ ออก  ภารกิจในการยืนรอรับนักเรียนนักศึกษา ที่เดินเข้ามาภายในวิทยาลัยตอนเช้า ๆ ที่หน้าประตู  พานักเรียนนักศึกษายืนเข้าแถวเพื่อทำกิจกรรม เคยพูดอบรมนักเรียนนักศึกษาที่หน้าเสาธง การสอนในห้องเรียนและพาลูกศิษย์ทำกิจกรรมต่าง ๆ บทบาทดังกล่าวของผมจะหมดไป  มาถึงตรงนี้ ทำให้มองย้อนคิดไปว่า ข้าราชการตำแหน่งสูง ๆ ในวงของราชการที่มากด้วย บารมี มากด้วยอำนาจล้นฟ้า ใช้ลูกน้องคนนั้นคนนี้ทำงาน ใช้รถยนต์ และ น้ำมันของราชการ  ทั้งใน ส่วนราชการ หรือเอาไป ทำงานที่บ้านส่วนตัว เวลาข้ามไปเพียงหนึ่งวัน จะทำอะไร ๆ ก็ต้องทำเอง คนที่เคยใช้ทำงานได้เมื่อวาน  วันนี้กลับใช้เขาเหล่านั้นไม่ได้แล้ว  ถึงจะใช้ได้ก็ได้ในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ใช้นานเกินกว่าเหตุ ลูกน้องคนนั้น คงต้องเริ่มมองหน้าท่านอย่างแน่นอน  จึงเป็นที่มาของ การละการวาง ตามที่พระสงฆ์องค์เจ้าท่านสอนไว้ ทุกคนที่สวมหัวโขนในตำแหน่งต่าง ๆ ต้องถอดหัวโขนออกจากกายโดยทันที มาเป็นประชาชนโดยสมบูรณ์ ผมไม่แปลกใจเลยว่าผู้มีตำแหน่งสูง ๆ หลายคนที่ไม่อยากเกษียณอายุราชการ คิด ๆ ดูแล้วก็น่าเห็นใจ น่าใจหาย สำหรับตำแหน่งครูอย่างผม ถือเป็นเรื่องปกติจริง ๆ เพราะผมถือว่า นั่นคือสัจธรรม ที่เป็นไปตามหลักของพระพุทธศาสนา  มีเกิดก็ต้องมีดับ  มีขึ้นก็ต้องมีลง  เป็นธรรมดาของโลก สิ่งเหล่านี้ที่ทำให้ผมมานั่งทบทวนตนเองย้อนหลังในอดีตเริ่มจาก วันแรกที่บรรจุเป็นข้าราชการ จนถึง วันเกษียณอายุ ว่า ผมได้สร้างผลงานในหน้าที่ ได้ ประกอบคุณงามความดี ได้รับ คำชมเชย ได้รับการ เชิดชูเกียรติ ทั้งด้วยวาจาและเอกสารจากผู้บังคับบัญชา ได้รับ เหรียญตรา  เครื่องราชอิสริยาภรณ์ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นความ ภาคภูมิใจ ที่เชิดชูคุณงามความดีของ ตนเอง และ วงศ์ตระกูล ตราบนานเท่านาน  แม้ตัวผมจะสิ้นไปจากโลกนี้ผมคิดว่า คุณงามความดีที่ได้สร้างสมมา จะถูก บันทึกไว้ในใจของผู้คน และ ในบรรณพิภพแห่งนี้ตลอดกาล คิดได้อย่างนี้ก็ทำให้เป็นสุขใจแล้ว

 

ตลอดช่วง เดือนกันยายน  ส่วนราชการทั้งระดับประเทศ และวิทยาลัยที่ตนเองสอน รวมทั้งญาติพี่น้อง ลูก ๆ หลาน ๆ จัดเลี้ยงให้ผม เพื่อแสดงมุทิตาจิต ผมจะไม่ ปฏิเสธความหวังดี ความมีมิตรไมตรี จากบุคคลเหล่านั้นเลย ผมรับความปรารถนาดี รับเลี้ยง จากบุคคลเหล่านั้นด้วยความจริงใจ นั่นเป็นเพราะ ความศรัทธาที่เขาเหล่านั้นมีต่อผม  หลังจากที่ผมมอบหมายเอกสารและงานในหน้าที่ ให้กับผู้บริหารเสร็จเรียบร้อย ผมก็เดินหันหลังกลับ…ออกจากวิทยาลัยอย่างสง่าผ่าเผยงดงาม และน่า ภาคภูมิใจยิ่ง

 

วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2552 ที่ผ่านมา เป็นวันแรกในสถานภาพของผม วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปแต่ไม่มากนัก เพราะการยอมรับว่า สิ่งนี้คือสัจธรรมที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้  ผมทำจิตใจให้สบาย ๆ กับชีวิต กลับคิดไปว่า เป็นชีวิตใหม่ที่ อุดมด้วยความสุข  ความโล่งอกโล่งใจ และเป็น อิสระ ชีวิตที่ปราศจาก ระเบียบข้อบังคับ ทั้งหลายทั้งปวง  ชีวิตที่เป็นของตนเอง  ไม่มีใครมาคอยบังคับบัญชา เมื่อมีเวลาว่างมีมากขึ้น ผมจึงดำเนินการกับชีวิตอันเป็น ประสบการณ์จริง ที่อยากจะบอกท่านดังนี้

 

           1. ผมมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปไม่ค่อยมาก จริง ๆ แล้ว ผมแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย เคยใช้ชีวิตอย่างไร ก็จะใช้ชีวิตอย่างนั้น เคยตื่นนอนเวลา 6 โมงเช้า หลังจากวันที่ 30 กันยายน 2552 ผ่านไป ผมก็ยังตื่นนอนเวลาเดิม จะต่างกันตรงที่ เคยเดินทางไปสอนนักเรียนนักศึกษาที่วิทยาลัย  ก็ไม่ต้องไป ผมใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว อยู่กับลูก ๆ  อยู่กับ สังคม และ ชุมชน  แต่ผมจะยังใช้ชีวิตแบบไม่อยู่นิ่งเฉย ผมจะหาอะไร ๆ ทำ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับบุคคลอื่นเสมอ ว่างเมื่อใดผมจะแวะ ไปเยี่ยมเยือนน้อง ๆ ทั้งผู้บริหาร และ คุณครู ในวิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นองค์กรที่ผมเคยทำงาน ผมกลับไปเมื่อใด น้อง ๆ ที่ทำงานยังเคารพและให้เกียรติผมตามปกติ บางครั้งผมจะ เสนอตัว เพื่อช่วยเหลือเพื่อนครู สอนในรายวิชาที่เคยสอนในแผนกวิชาช่างก่อสร้าง ตั้งแต่ผมเกษียณอายุราชการจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 6 ปีเต็ม ๆ ผมก็ยังทำตัวให้เป็นปกติ เข้าไปวิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ดเมื่อใดผม ไม่ต้องเขินอาย  และเมื่อปีพ.ศ. 2554-2557 ที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญเป็นวิทยากรพิเศษจากวิทยาลัยเทคโนโลยีธีรภาดา สอนนักศึกษา SCG ในระดับ ปวส. สาขาวิชาธุรกิจค้าปลีก (เฉพาะอย่าง) ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีธีรภาดา ผมมีลูกศิษย์เพิ่มขึ้นอีกมากมาย ผมรู้จักเพื่อนครูทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องที่วิทยาลัยแห่งนี้อีกจำนวนหนึ่ง

 

           2. เพิ่มจิตอาสา และ จิตสาธารณะ  เพราะผมคิดว่า คนเป็นสัตว์สังคม ที่ไม่สามารถอยู่ตัวคนเดียวได้ คนต้องมีเพื่อนมีฝูง ที่สำคัญผมจะไม่ ปลีกตัวไปวิเวกอยู่อย่างเดียวดาย อย่างแน่นอน และในฐานะที่ผมเป็นคนของจังหวัด  อาศัยอยู่ในจังหวัดร้อยเอ็ด อาศัยอยู่ใน เขตเทศบาล อาศัยอยู่ใน ชุมชน  ผมได้เสนอตัวเข้าไปมีบทบาท ช่วยเหลืองานขององค์กรและชุมชนคือ ช่วยเหลือกิจกรรมของจังหวัด และ เทศบาลเมือง เมื่อมีหนังสือขอความอนุเคราะห์ รับเป็น กรรมการชุมชน กรรมการสถานศึกษา เป็นที่ปรึกษาโรงเรียนหลายแห่ง ช่วยเหลือ วัดวาอาราม ในชุมชนของตนเองตามสมควร  ผมได้รับการร้องขอให้เป็นกรรมการควบคุมงานก่อสร้าง สระว่ายน้ำโรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งจาก สภามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ในตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะเทคโนโลยีสาระสนเทศ และล่าสุดเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา ได้รับเชิญจาก โรงเรียนอาเซียนศึกษา ในตำแหน่งวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเกษตร 

 

            3. การใช้วิชาชีพให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม  ผมได้รับเชิญเป็นวิทยากรพิเศษในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เช่น วิทยาลัยเทคโนโลยีธีรภาดา  มหาวิทยาลัยที่เปิดศูนย์การศึกษาสัญจรต่าง ๆ รับเป็นวิทยากรพิเศษสอนนักศึกษา ทั้งระดับ ปริญญาตรี ปริญญาโท และ ปริญญาเอก เช่น มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม เป็นต้น เพราะผมคิดว่าความรู้และประสบการณ์ที่อยู่ในตัว  ถ้าผมไม่ถ่ายทอดกับบุคคลอื่นความรู้เหล่านั้นจะหาประโยชน์มิได้ จะต้องตายไปกับตัว อย่างแน่นอน  เหมือนกับไม่ได้สร้างประโยชน์แต่อย่างใด  แต่ผม จะไม่ทำงานหนัก โดยเฉพาะ งานที่ต้องใช้ความคิดและมันสมอง  เมื่อก่อนทำงาน ห้าวันหยุดพักสองวัน ปัจจุบันทำงาน สองวันหยุดพักห้าวัน  ทั้งนี้ต้องให้ความสำคัญกับ สุขภาพของชีวิต และ ร่างกาย ที่สำคัญกว่าสิ่งใด  เมื่อเขาให้พักผ่อนก็ควรใช้เวลาในการพักผ่อนมากกว่าการทำงาน ผมจะจัดเวลากับชีวิตของตนเอง ไปกับการทำประโยชน์ต่อสังคม การเข้าสวนไร่นา เพื่อปลูกและดูแลต้นไม้ ที่ สวนอีสานล้านนา บ้านเหล่าบักเล เป็นพื้นที่ในการออกกำลังกายได้อย่างดียิ่งสำหรับผมและครอบครัว ส่วน คุณครูท่านอื่น ที่มีความสามารถในเรื่องใด ๆ ก็ขอได้กระทำในสิ่งที่ตนเองชอบและถนัด อันจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับสุขภาพร่างกายของตนเองและเกิดประโยชน์กับชุมชน

 

           4.  อาหารการกิน รวมทั้ง อาหารเสริมที่มีประโยชน์  ผมถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญของชีวิต เพราะการรับประทานอาหาร เป็นการเพิ่มกำลังกายที่แข็งแรง เพิ่มพลังทางสมอง แต่ผมก็ใช้ชีวิตการกินตามที่เคยปฏิบัติมาแต่ดั้งเดิม  ทานมัน และ หวาน ให้น้อยลงทาน ผักสีเขียว ที่ชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้วให้มากขึ้น ส่วน อาหารเสริมที่บำรุงร่างกาย แม่บ้านและลูก ๆ จะเป็นหน้าที่ในการจัดหา ให้ดื่มให้ทานเป็นประจำ  เงินที่หามาได้ชั่วชีวิต ผมและแม่บ้านจะใช้ให้เป็นประโยชน์ในช่วงนี้ ถึงเวลาใช้ ให้ใช้จ่ายตามสบาย อันจะเป็น ประโยชน์ต่อร่างกาย และ สมอง

 

           5. การออกกำลังกาย ผมจะไม่ละเลยในสิ่งที่เป็นประโยชน์เหล่านี้ จะออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันไม่เคยขาด ส่วนใหญ่จะไปที่ สวนอีสานล้านนา ปลูกและดูแลต้นไม้ อันเป็นพืชผลทางการเกษตร ได้เหงื่อแทบจะทุกวัน  ส่วนตอนเย็น ๆ อย่างน้อยครึ่งชั่วโมงที่บ้าน  ไม่รู้ว่าจะเป็นวิธีที่ถูกหรือผิด ผู้เขียนจะเปิดโทรทัศน์ดูสารคดี  อันดับแรกจะยก ดรัมเบลล์  ขนาดน้ำหนัก 5 กิโลกรัม จำนวน 2 ตัว ยกจำนวน 50 ครั้ง อย่างต่อเนื่อง จากนั้นยืนตรง  ดัดหลังตนเอง โดยโน้มตัวลงด้านหน้า ใช้ปลายมือแตะที่พื้น  ในช่วงแรก ๆ ปลายนิ้วมือจะห่างจากพื้นมาก  ทำอย่างนี้ทุกวันทุกวัน วันละหลายครั้งหรือตามที่นึกขึ้นได้  ปัจจุบันผมสามารถโน้มตัวลงโดยใช้ฝ่ามือแบนราบไปกับพื้น  เป็นการยืดเส้นเพื่อให้เกิดความยืนหยุ่นของร่างกาย  จากผลของการทดสอบสรรถภาพ ในด้านความอ่อนไหวของร่างกายของกรมพลศึกษา อยู่ในระดับ ดีมาก ผลที่ได้รับก็คือ ผมไม่ปรากฏ อาการปวดหลังปวดเอวเลย  หลังจากนั้น วิ่งเยาะ ๆ ไปมา พร้อมกับดูโทรทัศน์ไปด้วย ทำอย่างนี้อย่างต่อเนื่องประมาณ  30 นาที  ร่างกายจะขับเหงื่อไหลออกมาเปียกโชคไปหมด เสร็จจากภารกิจจะผ่อนคลายการออกกำลังกาย เพื่อให้หายเหนื่อย อาบน้ำอาบท่า ทำให้ร่างกายสดชื่น ผมจะปฏิบัติอย่างนี้มิได้ขาด ส่วนท่านอื่นอาจจะ มีการออกกำลังกายที่แตกต่างออกไป  เช่นเดินออกกำลังกายที่บริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด บริเวณรอบบ้านของตนเอง หรือตามคำแนะนำของนายแพทย์ ที่สำคัญคือ  อย่าละเลยการออกกำลังกาย ที่ต้องคำนึงถึงอายุในวัยอย่างพวกเรา ไม่หักโหมจนเกินวัย

 

             6. การตรวจสุขภาพร่างกายประจำปี   ผมจะให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายและการตรวจสุขภาพร่างกาย  เพราะผมเชื่อว่า สิ่งเหล่านั้นจะส่งผลให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ การ มีอายุยืนแต่มีโรคภัยเบียดเบียน  หาประโยชน์มีไม่  ผมจะเข้า ตรวจร่างกายประจำปี  เป็นประจำ ทั้งที่ โรงพยาบาลร้อยเอ็ด   โรงพยาบาลมะเร็งจังหวัดอุบลราชธานี  ร่วมตรวจสุขภาพกับหน่วยงาน วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด  นอกจากนั้นได้ บริจาคเกร็ดเลือด ประจำทุกเดือน เพราะในขณะที่จะบริจาคเกร็ดเลือด เจ้าหน้าที่จะ ตรวจความดันโลหิต  การเต้นของหัวใจ  จำนวนเกร็ดเลือดที่มีอยู่ในร่างกาย  รวมทั้งตรวจ ความเข้มข้นของเลือด ผมมีสถิติในการบริจาคเลือดและเกร็ดเลือด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 ในขณะที่ยังเป็นนักศึกษา นับถึงปัจจุบัน จำนวน 119 ครั้ง  ถ้าร่างกายยังแข็งแรงพอ ขอบริจาคไปจนถึงอายุ 70 ปี จะอย่างไรก็ตามการตรวจร่างกายประจำปี ที่สำคัญและมีความเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่นคือ การออกกำลังกายเป็นประจำ นั่นเอง

 

            7. การท่องเที่ยวในที่ต่าง ๆ  ผมวิเคราะห์แล้วว่าการเปลี่ยนบรรยากาศ ในการท่องเที่ยวไปในที่ต่าง ๆ เป็นการพักผ่อนร่างกายที่ดีในอีกรูปแบบหนึ่ง ผมยอมรับตัวเองตั้งแต่เป็นเด็กว่า เป็นนักท่องเที่ยวตัวยงคนหนึ่ง เที่ยวมาตั้งแต่เป็นนักเรียนนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา วันหยุดนักขัตฤกษ์ติดต่อกัน 3 - 4 วัน เป็นต้องนัดเพื่อน ๆ ที่มีใจตรงกัน โบกรถไปเที่ยวต่างจังหวัดอยู่เสมอเช่น ทางภาคเหนือโบกรถไปเที่ยวถึง จังหวัดเชียงใหม่ ทางตะวันออกถึง จังหวัดตราด ภาคใต้ถึง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตะวันตกถึง จังหวัดกาญจนบุรี ส่วนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เคยชวนเพื่อนโบกรถมาถึง จังหวัดร้อยเอ็ด หลังจากที่มีการมีงานเป็นหลักเป็นแหล่ง เก็บหอมรอมริบ การท่องเที่ยวก็ยังทำเสมอมามิได้ขาด เที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ  ผมไปศึกษาดูงานและทัศนศึกษา ต่างประเทศมาแล้ว  ไม่น้อยกว่า 20 ประเทศทั่วโลก  และในปัจจุบันก็ยังหาเวลาและโอกาสไปเที่ยวทุกปี ล่าสุดที่ผ่านมาไปที่ ประเทศเนปาล ประเทศต่อไปที่ตั้งเป้าหมายไว้คือ ประเทศธิเบต และประเทศในกลุ่ม สแกนดิเนเวีย ผมและภรรยามีความคิดเห็นที่ตรงกันว่า คนเราเกิดมาในชาติหนึ่ง  ควรได้มีโอกาส ได้เที่ยวเพื่อศึกษายังดินแดนอื่น ๆ นอกจากที่เที่ยวในประเทศหมดแล้ว  การศึกษาวิถีชีวิตของคนทั่วโลก น่าจะเป็นประโยชน์กับชีวิต  ในขณะที่ยังมีร่างกายแข็งแรง เดินได้ วิ่งได้อย่างสะดวก มีเงินมีทองใช้ จากการหามาชั่วชีวิต ถ้าจะซื้อความสุขโดยการท่องเที่ยว ไม่ทำให้การใช้จ่ายในครอบครัวขาดแคลนและมีปัญหามากนัก   ส่วนท่าน ก็ควรพิจารณาตามสมควรและความพร้อมของครอบครัว  ต่างประเทศไม่สะดวก  ก็เที่ยวภายในประเทศ จะทำให้ชีวิตของตนเองและครอบครัวมีความสุขเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน  อย่ามีเงินมาก ๆ แล้วไม่กล้าใช้เงิน  หาได้แล้วใช้ให้เป็นประโยชน์ ก็จะทำให้เงินที่ใช้ไปมีคุณค่า

 

           8. ร่วมงานราชพิธีกับจังหวัดจัดอยู่มิได้ขาด  ตั้งแต่ผมเกษียณจากราชการ เคยปฏิบัติอย่างไรเมื่อครั้งยังทำงาน ผมก็จะทำอย่างนั้นมาตลอดจนถึงปัจจุบัน ในการร่วมพิธีสำคัญที่ทางจังหวัดจัดเช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ วันที่ 5 ธันวาคม  วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม  นอกจากนั้นยังมี วันจักรี วันพระนเรศวรมหาราช วันฉัตรมงคล และวันสำคัญอื่น ๆ เพราะวันเหล่านี้เป็นวันที่มีความสำคัญยิ่งต่อคนไทยทั้งชาติ โดยเฉพาะผมเป็น ข้าราชการใต้เบื้องพระยุคลบาท ฯ ที่เข้าร่วมทุกปีอยู่แล้ว ผมปฏิบัติตามที่เคยทำมาโดยตลอด ผมคิดว่าเรื่องของ สถาบัน ไม่มีการเกษียณอายุ ส่วนผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมในพระราชพิธีดังกล่าวเลยในขณะที่ทำงาน ก็คงตามอัธยาศัย ส่วนงานประเพณีต่าง ๆ ที่เทศบาลเป็นผู้จัด น้อง ๆ ข้าราชการครู ควรให้ความร่วมมือและ เข้าร่วมตามสมควร

 

              9. การสนทนาธรรมกับพระคุณเจ้า ในเวลาอันสมควร และ การบริจาคทรัพย์เพื่อ บำรุงศาสนสถาน ในฐานะผมเป็นพุทธศาสนิกชน หลังจากที่เกษียณอายุราชการแล้ว มีเวลามากขึ้น การร่วมสนทนากับพระสงฆ์องค์เจ้า จะอุดมด้วยประโยชน์มากมายมหาศาล  ธรรมะและข้อคิดของพระคุณเจ้า จะเป็นแนวทางในการนำปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนั้นการทำบุญและการทำทาน เป็นการสร้างเสริมความสุขด้วยบุญกุศลที่ได้บริจาคทาน ผมและครอบครัวจะกระทำตามสมควรกับกำลังที่มีอยู่มิได้ขาด เพราะสิ่งเหล่านี้จะเสริมส่งให้ตนเองและครอบครัวมีความสุขความเจริญ บารมีจากการทำกุศล จะแผ่กระจายไปยังครอบครัว ลูกหลานอย่างถ้วนทั่ว   พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณ พระธรรมฐิติญาณ ดร. เจ้าคณะภาค 10 ธรรมยุต เจ้าอาวาสวัดบึงพระลานชัย พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด ได้แสดงพระธรรมเทศนาในเรื่องของครู ผมจึงขอนำมาเชื่อมโยงและบันทึก เพื่อเป็นข้อคิดและแนวทางปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

 

           “...ท่านเป็นบุคคลที่ได้สร้างคุณงามความดีให้แก่ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นอเนกประการ เป็นแบบอย่างในการสร้างตน สร้างคน สร้างงาน สร้างแนวร่วมและสร้างทุน เป็นแสงทองส่องชีวิต เป็นผู้มีดวงจิตอันสูงค่า เป็นผู้ให้วิชา เป็นผู้ที่พาเราก้าวไกล เป็นประดุจหนึ่งญาณวิเศษอันไม่น้อย เป็นผู้คอยเอาใจใส่ เป็นหลักนำประจำใจ เป็นหลักชัยของชีวิต สมบูรณ์ด้วยอิสริยยศ ยศ คือความเป็นใหญ่ เกียรติยศ ชื่อเสียงเกียรติคุณ ยกย่อง บริวารยศพวกพ้อง บริวารเพื่อนฝูง เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณ ยกย่อง เชิดชูบูชา โมทนาสาธุการ ขอนำธรรมปฏิบัติในการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นชีวิตเดี่ยว ชีวิตคู่ ชีวิตหมู่ ชีวิตสังคมจะต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ อดทนเป็นเลิศ ประเสริฐขยัน ยึดมั่นกตัญญู รู้ระเบียบวินัยน้ำใจเมตตา วาจาไพเราะ สงเคราะห์ทั่วถึงคำนึงประเพณี มีความอ่อนโยนและหลักธรรมสร้างความมั่นคงก้าวหน้าให้กับชีวิตคือสร้างศรัทธา ทำหน้าที่ สามัคคี มีน้ำใจและใช้ปัญญา มองกว้าง คิดไกล ใฝ่สูง  จริงใจ จริงจัง ยั่งยืน ไม่หลงคำยอ ไม่ท้อคำติ ชีวิตนี้เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เกิดมาทั้งทีต้องเอาดีให้ได้ จะตายทั้งทีต้องฝากดีเอาไว้ ทุกคนมีศักดิ์ศรี ทุกชีวีมีคุณค่า ทุกหัวใจต้องพัฒนา การเกษียณอายุราชการหรือยังไม่เกษียณอายุราชการ  เราก็คือคนของสังคม เพียงแต่เปลี่ยนบทบาทหรือเวทีการสร้างความดีเท่านั้น...

 

            ข้าราชการ ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่เกษียณครับ ท่านยังมีความมั่นใจและมีความเชื่อหรือไม่ว่า แม้พวกเราจะ เกษียณอายุราชการ ใช่ว่าพลังของพวกเราจะหมดไปตามอายุเกษียณก็หาไม่ พลังของพวกเรา แม้จะมากด้วยอายุ แต่ ฝีมือ ความสามารถ ความคิดต่าง ๆ ยังคงฟิตเปรี๊ยะในประสบการณ์   สังคมโดยทั่วไปยังหวังพึ่งพาความสามารถของพวกเราอยู่  เพียงแต่ท่านต้องเปิดโอกาสและเปิดใจรับความปรารถนาดีจากบรรดาน้อง ๆ ข้าราชการที่ขอความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ทั้งส่วนตัวและส่วนราชการ นอกจากนั้น ท่านยังต้องเปิดโอกาสและเปิดใจกับหน่วยงานองค์กรรวมทั้งชุมชนที่เราอยู่อาศัย ในบทบาทต่าง ๆ เมื่อถูกร้องขอ เช่นเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในหน่วยงานต่าง ๆ  รวมทั้งเป็นกรรมการชุมชน กรรมการวัด  เพราะนั่นคือพลังที่ยิ่งใหญ่ของเราผมไม่อยากให้น้อง ๆ ข้าราชการมองดูตัวเองในแง่ที่ไม่สร้างสรรค์ คิดเพียงแต่ว่าตัวเองไร้ค่า หมดประโยชน์จากสังคม ปลีกตัววิเวกอยู่เพียงครอบครัวหรืออยู่อย่างโดดเดี่ยว ถ้ายังมัวแต่คิดและปฏิบัติอยู่อย่างนี้ ชีวิตจะไร้ค่าอย่างแท้จริง  ข้าราชการบางคนอาจจะ มองพวกเราด้วยสายตาอย่างไร ก็ตาม อีกไม่นานเกินรอ คนเหล่านั้นก็จะมีสายตาเป็นจำนวนมาก มองพวกเขาเหล่านั้น เหมือนกับที่เขา เคยมองพวกเราเมื่อหลายปีมาแล้ว เราคงยอมรับกันและมองอย่างเป็นธรรมว่า  ข้าราชการเกษียณอายุ ยังมีความคิด มีประโยชน์ มีพลังอย่างไม่เสื่อมคลาย   พวกเราทุกคนจะเป็นแบบอย่างของข้าราชการรุ่นน้อง รุ่นลูกและรุ่นหลาน ผมซึ่งมีสถานภาพที่เกษียณอายุราชการมาแล้วเป็นปีที่ 6 ขอกล่าวไว้ ณ ที่นี้ด้วยความภาคภูมิใจว่า ถ้าไม่มีพวกเราเมื่อวาน ก็จะไม่มี  ข้าราชการ ไม่มี ครูรุ่นน้อง รุ่นลูกรุ่นหลาน  ในวันนี้ เช่นเดียวกัน เส้นทางที่พวกเราจะเดินก้าวไปเป็น “เส้นทางแห่งความภาคภูมิใจของข้าราชการครูเกษียณ” และทั้งหมดคือเส้นทางแห่งความสุขหลังเกษียณ 6 ปีที่ผ่านมาที่ผม ครูว่าที่ร.ต.ดร.สมโชค เฉตระการ...เล่าให้ฟังจากประสบการณ์

 

          ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และ สิ่งศักดิ์สิทธิทั้งหลายในสากลโลก และที่ท่านเคารพนับถือ จงดลบันดาลให้ ท่านผู้บริหาร คุณครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่เกษียณอายุราชการในปี 2558 พร้อม ครอบครัว จงประสบแต่ความสุขความเจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปราศจาก โรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน อยู่กับครอบครัว ลูกหลานอย่างมีความสุขตลอดไป ให้น้อง ๆ และลูกหลานยกย่องพวกเรา อย่างภาคภูมิใจว่า  พวกเราคือ ผู้สร้างแผ่นดิน

เอกสารอ้างอิง

พระธรรมฐิติญาณ ดร. เจ้าคณะภาค 10 (ธ) เจ้าอาวาสวัดบึงพระลานชัย จังหวัดร้อยเอ็ด. 2551. พรแห่งธรรม. ร้อยเอ็ด.

วารสารข่าวครูร้อยเอ็ด. 2538. ข้าราชการเกษียณอายุหมดพลังจริงหรือร้อยเอ็ด.

สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด. 2543. มุทิตาคารวะ 2543. กาฬสินธุ์ : ประสารการพิมพ์.

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลุงชาติ วันที่ : 02/10/2015 เวลา : 10.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongchat
http://www.facebook.com/lungchati

เข้ามาอ่านแล้วดูภาพไม่ได้
คลิกดูภาพก็ไม่เห้นครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 02/10/2015 เวลา : 08.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

สวัสดีตอนเช้าครับคุณครูแดง ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ

ไม่ทราบว่าภาพที่โพสเห็นเป็นปกติหรือไม่ครับคุณครูแดง เพื่อนบางท่านบอกว่าไม่ปรากฏภาพเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ครูแดง วันที่ : 02/10/2015 เวลา : 08.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

มุทิตาจิต...คือจิตที่เปี่ยมล้นด้วยความยินดี....

ถ้ามีในคนหมู่มาก สังคมร่มเย็นเป็นสุขนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 01/10/2015 เวลา : 21.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

สวัสดีสามทุ่มครับเพื่อน ๆ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมและมาร่วมแสดงมุทิตาจิต 4 บุคลากรที่ทรงคุณค่าของวิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ดครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน