• วัติธนวิทย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : wat_tanavit@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-30
  • จำนวนเรื่อง : 246
  • จำนวนผู้ชม : 328089
  • ส่ง msg :
  • โหวต 133 คน
คนเพลงสุดขอบฟ้า
สำหรับผู้มีฝัน รังสรรจินตนาการ และถ่ายทอดมาเป็นบทเพลง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/songer
วันศุกร์ ที่ 14 พฤศจิกายน 2557
Posted by วัติธนวิทย์ , ผู้อ่าน : 727 , 12:46:53 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน NN1234 , วัติธนวิทย์ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

รับทราบ เรื่องราวดี ๆ มาเล่าต่อ !!!

เมื่อ อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ท่านบอกว่า...

" ประเทศชาติ สำคัญที่สุดนะวัติ "

ครับผม...ชื่นใจริง ๆ ขออนุญาตเผยแพร่...นะครับ

ด้วยความเคารพ

วัติ ธนวิทย์

@@@@@@@@@@@@@@

ต้องให้ ‘ยารักษา’ เลยเวลา ‘กล่อมประสาท’

รายการ “ข่าวฟ้ายามเย็น” ที่ผมจัดร่วมกับคุณต้น-วรเทพ และคุณหนิง-นันทิญา ทางช่องฟ้าวันใหม่ ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 17.00-19.10 น. นั้น จะต้องพักครึ่งหลังเคารพธงชาติและติดตามรายการ “เดินหน้าประเทศไทย” ของ คสช. ก่อนเข้าเนื้อหารายการ พบว่ามีการเปิดเพลง “วันพรุ่งนี้” และ “สามัคคีชุมนุม” ซึ่งผมติดใจเนื้อหาและการแสดงออกของเพลง“วันพรุ่งนี้” มากเป็นพิเศษ ด้วยรู้สึกว่า “ใครเอาเด็กมาหลอกด่าผู้ใหญ่อย่างตื้นเขินและมักง่าย” ได้อย่างนี้

 

ค้นข่าวดูก็พบว่า เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2557 พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายยุทธการ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป(ศปป.) รับมอบบทเพลง “วันพรุ่งนี้” จากนายปัญญา นิรันดร์กุล ประธาน บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) และนายประภาส ชลศรานนท์ รองประธานบริษัทเพื่อส่งมอบบทเพลงนี้ให้แก่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำไปใช้ในกิจกรรมของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ ในโอกาสต่อไป

 

พล.ท.กัมปนาท กล่าวว่า บทเพลง “วันพรุ่งนี้” มีความหมายลึกซึ้ง สอดคล้องกับสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน และถ่ายทอดโดยเด็กที่ไร้เดียงสา เชื่อว่าหากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่มีจิตสำนึกได้รับฟังแล้วคิดตามบทเพลงที่เด็กร้อง ย่อมเกิดความละอายใจที่มีเด็กมาสอน ย้อนกลับมาคิดและร่วมสร้างความสามัคคีในบ้านเมือง เห็นถึงความสำคัญและสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในชาติ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ได้เน้นย้ำอยู่เสมอว่า หากทำเรื่องการปรองดองไม่สำเร็จ สิ่งที่เราทำมาทั้งหมดก็ไร้ความหมาย เพราะไม่สามารถสร้างความสงบสุขให้คนในชาติได้อย่างแท้จริง

 

สำหรับบทเพลง “วันพรุ่งนี้” ประพันธ์เนื้อร้องโดย นายประภาส ชลศรานนท์ ทำนองโดย นายจักรพัฒน์ เอี่ยมหนุน และขับร้องโดยเยาวชนสถาบันดนตรีเคพีเอ็น ส่วนเนื้อหาของเพลงเป็นคำพูดของเด็กๆ ที่ออกมาพูดถึงคำสอนของบรรพบุรุษ ที่สอนให้คนไทยทุกคนรู้จักรักให้อภัย และสามัคคี อันจะนำพาให้บ้านเมืองสงบสุขสืบต่อไป

 

“จำได้ไหม ตายายยังจำได้ไหม ปู่ย่าจำได้ใช่ไหม สอนหนูอยู่แทบทุกปี สอนให้เด็กต้องรักกัน มีคำขวัญให้สามัคคีให้ทำดี ให้อดออมพากเพียร

 

จำได้ไหม ป้าลุงยังจำได้ไหม น้าอาจำได้ใช่ไหม สอนหนูเรื่องประเพณี สอนให้อย่าทะเลาะกัน ให้แบ่งปันในยามที่มี ให้คิดดี ให้อภัยเมตตา

 

ขอให้เด็กอย่างเราทุกคน ได้มองเห็น ว่าบ้านเราเมืองเรานั้นเป็น เช่นคำสอนมา เห็นผู้ใหญ่ไม่ทะเลาะกัน คิดต่างกันนั้นธรรมดา เปิดใจรับเปิดใจรู้ พวกหนูอยากเห็น

 

อยากจะเห็น น้าอามาเดินด้วยกัน ลุงป้ามาจับมือกัน บ้านเมืองคงไปได้ดี ถึงแตกต่างกันเท่าไร แต่หัวใจยังสามัคคี วันพรุ่งนี้ พวกหนูจะก้าวเดินตาม”

 

1) ผมเกลียดการใช้เด็กเป็นเครื่องมือ เพลงนี้เอาคำทั้งหมดจากทัศนะของนายประภาส ชลศรานนท์“ยัดใส่ปากเด็ก” โดยที่เด็ก “ไม่รู้เดียงสา” แต่ตกเป็นเครื่องมือ“ด่าผู้ใหญ่”อย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ด้วยความคิดต่ำตื้นของ “ผู้ใหญ่ที่ขี้ขลาด” แค่ไม่กี่คน

 

2) หากมองปัญหาของบ้านเมืองอย่างตื้นเขินว่าเป็นแค่เรื่อง “แตกความสามัคคี” ไม่มีทางที่ คสช. จะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้สำเร็จ เพราะเริ่มต้นก็วินิจฉัยโรคผิด แล้วจะให้ยาถูกได้อย่างไร หากเปรียบเป็นกองทัพ ที่มีเสนาธิการวิเคราะห์สถานการณ์ได้แค่เปลือกผิวของข้าศึก ก็ย่อมจะนำไปสู่การวางแผนการรบที่ผิดพลาด และจะเพลี่ยงพล้ำ พ่ายแพ้ในท้ายที่สุด เพียงแต่การแพ้ครั้งนี้ เป็นการแพ้ของบ้านเมือง เป็นการสูญเปล่าของหลายสิ่งหลายอย่าง โดยเฉพาะต้นทุนของประเทศที่ทุ่มลงไปกับการเข้าควบคุมอำนาจ

 

3) แท้จริงแล้ว ปัญหาของบ้านเมืองไม่อาจสรุปเอาอย่างโง่และมักง่ายว่า เพราะ “คนไทยทะเลาะกัน” บ้านเมืองมี “ปัญหา” ที่นำมาสู่การ “แตกความสามัคคี” ครับ การแตกความสามัคคีจึงคือส่วนปลายของปัญหา ไม่ใช่ต้นตอของปัญหา ไม่ใช่ “เชื้อโรค” เป็นเพียง “อาการของโรค”

 

4) เชื้อโรคคือ มีรัฐบาลที่ลุแก่อำนาจ ใช้อำนาจของเสียงข้างมากในระบบรัฐสภาไปในทางที่ผิด พวกเขาเข้าสู่อำนาจด้วยกระบวนการทางประชาธิปไตย แต่จิตใจและพฤติกรรมการใช้อำนาจของพวกเขาเป็น “เผด็จการทุนนิยมสามานย์” เช่น ใช้อำนาจของเสียงส่วนใหญ่ในระบบรัฐสภา ออกกฎหมายที่ขัดกับกฎหมายอื่น ขัดกับรัฐธรรมนูญ ขัดกับศีลธรรมอันดี และมุ่งประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง อาทิ

 

4.1 ใช้เสียงส่วนใหญ่แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เริ่มจากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพื่อหวังใช้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญลบล้างความผิดของพวกพ้องตน และเอื้อประโยชน์ด้านอื่นๆ ของกลุ่มทุนหรือนายทุน ที่เป็น “เจ้าของตัวจริง” ของพรรคการเมืองนั้นๆ ซึ่งลงทุนตั้งพรรคการเมืองเพื่อเข้าสู่อำนาจ เมื่อมีอำนาจ ก็ครอบครองทั้งอำนาจในการออกกฎหมาย บังคับใช้กฎหมาย กำหนดนโยบาย และใช้งบประมาณแผ่นดิน เมื่อพบว่า รัฐธรรมนูญมีหลายมาตราที่เป็นเนื้อหา “ขัดขวาง” การกอบโกยผลประโยชน์ มีการตรวจสอบที่รัดกุม แน่นหนา และขัดขวางการลบล้างความผิดทางการเมืองและทางอาญา ก็พยายามที่จะให้ “ลูกพรรค” ซึ่งมีสภาพที่แท้จริงเป็น “ลูกจ้าง” มากกว่าสำนึกต่อการเป็น “ผู้แทนราษฎร” ดำเนินการให้ แต่มีประชาชนใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ จนศาลวินิจฉัยว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ.2550 สถาปนาอำนาจโดยประชาชน ผ่านการลงประชามติ การจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ด้วยการตั้งคณะบุคคลขึ้นมาแก้ไข โดยไม่ถามความเห็นประชาชนก่อนย่อมทำไม่ได้ และจะแก้ไขด้วยวิธีที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ย่อมทำมิได้การครั้งนั้นจึงล้มเหลวไป

 

4.2 ต่อมาหวังได้ สว.ที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องพึ่งพิงฐานคะแนนของพรรคการเมือง กลายเป็นพวกเดียวกับพรรคการเมือง ซึ่งย่อมไม่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ถอดถอนพวกตนและเอื้ออำนวยให้การออกงบประมาณ ออกกฎหมาย ไม่มีอุปสรรค จึงรวมหัวกับ สว.แก้ไข, ใช้เสียงส่วนใหญ่ลงมติผ่านกฎหมาย โดยมีการ “ปลอมแปลง” ร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณา มีการปล่อยให้ทุจริตการลงมติ ด้วยการกดบัตรแสดงตนแทนคนที่ไม่อยู่ในที่ประชุม และลงมติแทนคนที่ไม่อยู่ในที่ประชุมได้ด้วย

 

4.3 ที่เลวทรามที่สุด คือการใช้เสียงส่วนใหญ่ในระบบรัฐสภา ออกกฎหมาย “นิรโทษกรรม” เป็นการใช้อำนาจหักหาญลบล้างการทำหน้าที่ของฝ่ายตุลาการอย่างไม่มีเหตุผลสมควรแต่มุ่งประโยชน์ของ “เจ้าของพรรค” และบริวารที่มีความผิดติดตัว ถูกยึดทรัพย์ ถูกตัดสิทธิทางการเมือง และมีคดีเป็นชนักปักหลัง เป็นการออกกฎหมายเพื่อคนส่วนน้อย ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ตามหลักการประชาธิปไตย และใช้วิธีตัดสิทธิการอภิปรายของฝ่ายค้าน รวบรัดลงมติเอาตอนค่อนรุ่ง ชนิดไม่เคยมีการประชุมที่หามรุ่งหามค่ำเพื่อออกกฎหมายช่วยราษฎรเช่นนี้มาก่อนบ้างเลย จึงกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ประชาชนออกสู่ท้องถนนเพื่อต่อต้านและขับไล่ โจรในคราบนักประชาธิปไตยเหล่านั้น แล้วนำมาสู่การใช้อำนาจรัฐเข้าทำร้ายประชาชน จนเกิดการแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย

 

5) ไม่เพียงเท่านั้น ยังใช้เสียงส่วนใหญ่ในสภา จัดสรรงบประมาณที่เลือกปฏิบัติ อนุมัติโครงการลงสู่พื้นที่ที่เป็นฐานคะแนนนิยมทางการเมืองของกลุ่มตน มากกว่าพิจารณาภาพรวมทั้งประเทศ เอาอำนาจของเสียงส่วนใหญ่ออกกฎหมายขออนุมัติกู้เงินที่จะเป็นภาระให้ประชาชนต้องชดใช้นานถึง 50 ปี ทั้งๆ ที่ไม่มีเนื้องาน ไม่มีการศึกษาโครงการต่างๆ ว่าทำได้หรือไม่ คุ้มค่าหรือเปล่า และไม่เป็นไปตามระเบียบการใช้เงินแผ่นดินที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้

 

 6) คราวใดที่ใช้เสียงส่วนใหญ่ในสภาแล้วไม่สมหวัง ก็ใช้สื่อของรัฐ ใช้คนของตน ยุยง ปลุกปั่น ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อประชาชน จนผู้คนแตกแยกและเผชิญหน้ากัน

 

7) งบประมาณที่ลงสู่พื้นที่ ประโยชน์ที่จัดสรรให้ใช้เปล่า ในนามของ “โครงการตามนโยบาย” เช่น กองทุนหมู่บ้าน กองทุนพัฒนาสตรี ฯลฯ ซึ่งซ้ำซ้อนกัน เป็นเพียงเงินรางวัลตอบแทนที่สนับสนุนให้พรรคของตนได้เข้าสู่อำนาจ ที่กลายเป็น “บุญคุณ” และ “ยาเสพติด” จนประชาชนที่เกรงจะสูญเสียประโยชน์เหล่านี้ ลุกขึ้นปกป้องพรรคการเมืองบางพรรค โจมตีพรรคการเมืองบางพรรค นำมาซึ่งการเผชิญหน้ากันของประชาชนกลุ่มต่างๆ ดังที่ท่านเรียกว่า “ทะเลาะกัน” นั่นแหละ

 

8) ที่พูดมาโดยสรุปทั้งหมด จึงชี้ให้เห็นว่า “การทะเลาะ” หรือการ “ไม่สามัคคี” กันนั้น มันมีที่มาที่เลวทราม ซึ่งต้องได้รับการบำบัดแก้ไข ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ว่าคนเกลียดขี้หน้ากัน ทะเลาะกัน ฟังเด็กร้องเพลงแล้วนึกอาย เลิกทะเลาะกันมันไม่ได้ตื้นเขินและหย่อนปัญญาขนาดนั้นหรอกครับ

 

9) การยืมปากเด็กมาด่าผู้ใหญ่ โดยที่ผู้ใหญ่ที่เขียนคำด่าก็เป็นเพียงประชาชนที่ “หากิน” โดยแทบไม่ปรากฏการออกมามีส่วนร่วมในเชิง“ตรวจสอบ”การใช้อำนาจรัฐในทางฉ้อฉลเลย จึงเป็นเรื่องที่น่าตะขิดตะขวงใจ และเป็นการปลูกทัศนคติกับการเรียนรู้ที่ผิดพลาดลงไปในตัวเด็กที่ “ยังไม่รู้เดียงสา”

 

10) การพยายามแต่งเพลงประเภท “มอมยา” โดยไม่พูด “ความจริง” ของบ้านเมืองแบบนี้ควรเลิกได้แล้วครับ เลยเวลาคืนความสุข แต่เป็นเวลา“พูดความจริง” และแก้ไขปัญหาจากความจริง อย่าเอาแต่กวาดขยะไปซุกไว้ใต้พรม ไม่เปิดเผย ไม่แก้ไข หลบเลี่ยงที่จะพูดความจริงที่เลวทรามนั้นกัน มันก็ไม่ต่างอะไรจากการให้แต่ “มอร์ฟีน” ระงับปวด แล้วชวนคนไข้หัวเราะ มีความสุข ทั้งๆ ที่ต้นตอแห่งทุกข์คือโรคในกาย โรคในใจ มิได้มีตัวยาใดลงไปบำบัดรักษา

 

11) หยุดใช้ “ยากล่อมประสาท” และใช้ยารักษาโรคได้แล้วครับ คสช. ครับ พูดกันได้แล้วว่า จะเอาตัวคนทำผิดในโครงการรับจำนำข้าวที่ก่อหายนะระยะยาวให้แก่ประเทศมาลงโทษได้อย่างไร ใช้เวลาเท่าใด จะเอาตัวคนที่จาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์มาลงโทษให้ครบถ้วนได้หรือไม่ เพจหมิ่น เว็บหมิ่นที่ยังกลาดเกลื่อนอยู่ตอนนี้จะทำอย่างไร นักโทษที่ควรอยู่ในคุก แต่หนีไปอยู่ต่างประเทศอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้น จะทำอย่างไร จะปล่อยให้ใครต่อใครไปมาหาสู่ ถ่ายรูปมาให้สื่อมวลชนขี้ข้าเอาขึ้นหน้า 1 เลี้ยงกระแส “คนดีที่ถูกรังแก” ไปอีกนานแค่ไหน

 

12) จะปล่อยให้กระบวนการยุติธรรม ทำงาน “เช้าชามเย็นชาม”ไม่รู้ร้อนรู้หนาวไปกับบ้านเมือง จนคนเขาเลิกกลัวเกรงและหมดศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรมกันต่อไปใช่ไหม ไม่มีกลุ่มคดีใดที่ต้องเร่งรัด รวบรวมพยานหลักฐานแล้วเปิดศาลสู้คดีกัน “เพื่อตัดสิน” กันให้สิ้นสงสัย ให้เลิกทะเลาะเพราะมองความจริงกันคนละด้าน เป็นกรณีพิเศษบ้างเลยหรือ

 

13) เรามีรัฐบาลทุนสามานย์ที่อาศัยกระบวนการประชาธิปไตยมาฉวยประโยชน์ มีประชาชนที่เห็นแก่ได้สนับสนุน มีข้าราชการที่เห็นแก่ลาภยศร่วมมือ มีสื่อมวลชนที่ตะกละตะกลามผลประโยชน์เป็นกระบอกเสียง ช่วยบิดเบือน พูดดำเป็นขาว พูดขาวเป็นดำ จนต่อมศีลธรรมของประชาชนทำงานผิด

 

เราจะไม่บอกความจริงเหล่านี้แก่เด็กๆ ที่จะเติบใหญ่ไปเป็นกำลังที่สำคัญของชาติบ้านเมืองในวันข้างหน้า แต่หลอกใช้เด็กมายืนด่าพวกเรา ทั้งๆ ที่เขาไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรต่อไปอย่างนี้หรือครับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 วัติธนวิทย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
หัวโต-มือโต วันที่ : 14/11/2014 เวลา : 15.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jusminer

- ที่ตามไล่จับการกระทำความผิด ก็ทำกันไป
- ที่ฟื้นฟู เยียวยาจิตใจ และกาย ก็ทำกันไป
- ที่ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมก็ทำกันไป
- ที่ยึดถือหลักปกครองบ้านเมือง ก็ตั้งมั่นต่อไปอย่าได้คลอน
- หน้าที่กล่อมเกลาความคิด การตื่นรู้ก็ทำกันไป
และอีกหลายๆคนต่างหน้าที่ ต่างพันธะ ต่างธุระกรรม
ก็ต้องทำกันไปเพื่อสังคมเดินหน้า ..ในฐานะคนไทยธรรมดาขอให้
กำลังใจครับ..

ความคิดเห็นที่ 1 วัติธนวิทย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 14/11/2014 เวลา : 13.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ใครจะเป็นคนให้ยาล่ะคะ
ในทางการเมือง เราไม่มีหมอจริงเลยค่ะ
ที่เกลื่อนกลาดอยู่นี่ หมอผีทั้งนั้น

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เพลงรำวงวิทยาศึกษา

บทเพลงน่ารัก ๆ จากเด็กอนุบาล

View All
<< พฤศจิกายน 2014 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]