*/
  • sorkanchana
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sakk62@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-09-23
  • จำนวนเรื่อง : 293
  • จำนวนผู้ชม : 145736
  • จำนวนผู้โหวต : 66
  • ส่ง msg :
  • โหวต 66 คน
วันจันทร์ ที่ 1 ตุลาคม 2555
Posted by sorkanchana , ผู้อ่าน : 746 , 20:32:07 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ศุภฤกษ์ , แม่ยายมากับตามี โหวตเรื่องนี้

พลเมืองดี

โดย

"ศ. กาญจนา"

 

              วิชาหน้าที่พลเมืองและศีลธรรม ที่สอนให้เยาวชนยุคก่อนนั้นได้สำนึกและนำไปประพฤติปฏิบัติเป็นคุณแก่บ้านแก่เมือง รุ่นแล้วรุ่นเล่า ในภายหลัง ไม่รู้ว่ายกเลิกตำราเรียนที่ได้เคยสร้างพลเมืองดีให้แก่ประเทศชาติเมื่อใดกัน  

 

              ผมกำลังบ่นข้อความข้างบนนี้ในใจเงียบๆ ขณะเดินทางด้วยรถไฟฟ้าไปทำงาน ความจริงผมเกษียณอายุแล้วแต่ไอ้พวกน้องๆมันยังคงขยั้นคะยอให้ผมเป็นที่ปรึกษา ตอนนั้นได้ยืนอยู่ในรถที่กำลังมุ่งหน้าไปทางพระโขนง ที่ๆทำงานของผมอยู่แถวนั้น โชคดีที่ได้ยืนข้างๆประตูที่มีที่เล็กๆพอให้ยืนได้โดยไม่ขวางทางเข้าออก และไม่ต้องคอยขยับตัวหลีกทางให้คนเดินผ่าน ทำให้มีโอกาสได้สังเกตชีวิตคนกรุงเทพฯสมัยใหม่ ที่เดี๋ยวนี้มีรถไฟฟ้าอันแสนสะดวกสบายไปไหนได้รวดเร็วตรงเวลา อากาศในรถก็เย็นฉ่ำ จนทำให้จิตใจผมเริ่มล่องลอย ย้อนรำลึกถึงวันวารอันสดสวย ที่สมัยนั้นทุกคนล้วนได้รับการอบรมสั่งสอนวิชาหน้าที่พลเมือง ให้คุณธรรมมันยึดติดแน่นอยู่ในหัวใจ และจะยกย่องผู้กล้าหาญที่เสี่ยงชีวิตเข้าช่วยผู้อื่นที่กำลังตกอยู่ในภาวะคับขันหรืออยู่ในภัยอันตราย  เขาเรียกผู้กล้าเหล่านี้ว่า “พลเมืองดี” ที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง แต่ปัจจุบันนี้ชักจะหายากเต็มทน

               ก่อนหน้านี้นานมาแล้ว ช่วงนั้นผมยังอายุน้อยอยู่ในวัยรุ่น ความที่บ้านเมืองมันสงบเรียบร้อย ผู้คนไม่ข่มเหงรังแกกัน ไม่มีการคุยโม้ข่มขู่หรือยุคนให้ยกพวกตีกันเหมือนสมัยนี้ ผมกล้าที่จะไปไหนต่อไหนคนเดียวได้อย่างสบายใจไร้กังวล ผมไม่ได้เป็นคนกล้าหาญอะไรมากนักหรอก แต่ก็อุ่นใจว่าจะมีคนใจเป็นธรรมคอยดูแลเราถ้าเกิดเรื่องขึ้นมา ผมได้ตะลอนไปทั่วตามซอกเล็กซอกน้อยในกรุงเทพฯ บางทีก็ไปกับเพื่อนสนิท หรือไม่ก็ไปคนเดียว แต่ไม่ว่าเราจะไปที่ไหน หรือผ่านกลุ่มคนไม่ว่าที่ใด หากเราไม่มีทีท่ากวนตาหรือมีท่าอยากจะหาเรื่องคนแล้ว จะปลอดภัยเสมอ ยกเว้นแต่คนเกเรด้วยกันเท่านั้น ถึงจะต้องมีการปะทะกันหรือตีต่อยกันบ้าง แต่ก็จะไม่เจ็บตัวมากนักหรอก ไม่มีการกลุ้มรุมหรือทุบตีคนไม่มีทางสู้  หรือเมื่อการต่อสู้ชักจะเลยเถิด ก็จะมีพลเมืองดีเข้ามาห้ามปรามทันที

               มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมนัดกับเพื่อนว่าจะมาค้างที่บ้านเพื่อทำการบ้าน ที่เราดองเอาไว้จนต้องช่วยกันทำ มิฉะนั้นจะสอบตกกันทั้งคู่แน่ๆ บ้านเพื่อนผมอยู่แถวเสาชิงช้า ใกล้กับโบสถ์พราหมณ์ อยู่ในซอยไม่ลึกนัก แต่ก็ต้องเดินผ่านซ่องนางโลมซ่องหนึ่งที่อยู่ใกล้บ้านเพื่อน  เพราะฉะนั้นถ้าเลยสองสามทุ่มแล้วคนเขาจะไม่มาเดินแถวนี้กัน ยกเว้นแต่นักเที่ยวกลางคืน วันนั้นหรือคืนนั้นกว่าผมจะมาถึงได้ก็ล่วงสามทุ่มเข้าไปแล้ว ผมเดินผ่านกลุ่มคนที่จับกลุ่มยืนขวางทางอยู่ ผมเดินแทรกเข้าไปอย่างไม่มีทีท่าว่าหวาดกลัว หรือทำท่าอวดเก่ง  เมื่อเดินพ้นแมงดากลุ่มนั้นเล็กน้อยและขณะเคาะประตูบ้านเพื่อน แมงดาตัวหนึ่งมองตามผมจนสบตากันโดยบังเอิญ ได้ยินเสียงพูดเบาๆในกลุ่มเขาว่า “อ๋อ ..เพื่อนไอ้ส่ง” ใช่แล้วครับไอ้ส่งของผมบอกว่า แมงดากลุ่มนั้นดุนะเว้ย แต่ก็ไม่เคยรังแกคนว่ะ ตั้งแต่นั้นมาก็ ยิ่งทำให้ผมกล้าเดินเที่ยวกลางคืนเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะต้องเดินคนเดียวหรือไม่ มันช่างต่างกันลิบลับที่ทุกวันนี้ผมไม่กล้าที่จะทำเช่นนั้นอีก ใช่แล้วครับ แม้แต่จะคิด

               รถไฟฟ้าที่ผมโดยสารใกล้จะถึงสถานีจุดหมายปลายทางแล้ว ได้ยินเสียงประกาศว่ากรุณาอย่ายืนขวางประตู ให้ขยับเข้าไปในตัวรถ แล้วให้โหนห่วงหรือราวจับให้ดี ไอ้ตอนท้ายที่เขาประกาศเป็นภาษาอังกฤษนี่สิครับ ผมพยายามฟังเท่าไรก็ฟังไม่ออก ยิ่งตั้งใจฟังก็ยิ่งงง เคยถามฝรั่งว่ายูฟังออกและเข้าใจไหม ฝรั่งบอกว่าฟังไม่ออกแต่เข้าใจว่ะ มันยิ้มๆและพูดต่อว่า ยูก็ต้องรู้จักเดาเหมือนไอซีถึงจะรู้เรื่อง พอขบวนรถกำลังเข้าจอดและผมเองกำลังใจลอยเคลิ้มอยู่กับจินตนาการนั้น ก็มีสาวรุ่นท่าทางแข็งแรงแถมหุ่นดีคนหนึ่ง มายืนใกล้ประตูทางออกข้างๆผม แกทำท่าจะลงมาแล้วสองสามสถานีแต่ก็เปลี่ยนใจไม่ลง พอลองสังเกตุดูอีกทีก็เห็นแกท่าทางง่วงนอน แถมตาปรือๆเหมือนคนติดยา ก็พอดีขบวนรถเข้าจอดที่สถานีพร้อมพงศ์ แกขยับตัวตามผู้โดยสารเดินลงรถที่นี่ แต่แล้วแกก็เซเหมือนกับจะล้มลง ส่วนลำตัวของแกออกไปพ้นนอกรถแล้ว แต่มือซ้ายยังเกาะราวจับข้างประตูในรถไว้แน่น คราวนี้เห็นชัดเลยว่าแกไม่สบายมากกำลังจะหมดสติอยู่รอมมะร่อ คนรอบๆตะโกนบอกให้แกปล่อยมือที่เกาะราวเดี๋ยวนี้ ประตูอัตโนมัติกำลังจะเลื่อนปิดแล้วประตูมันจะกระแทกแขนและข้อมือจนหักได้ ตอนนั้นตาทั้งสองข้างของแกหลับสนิท ตัวเอนจะล้มลงกับพื้นชานชะลาหน้าประตู คนข้างๆถลันเข้าประคองไว้ไม่ให้ล้ม และมีเสียงตะโกนซ้ำว่าให้แกะมือแกออกหน่อย ผมยืนอยู่ตรงนั้นพอดี จึงรีบเข้าช่วยแกะมือของแม่สาวน้อย ด้วยผมเองเคยได้รับการฝึกฝนมาบ้างสมัยเล่นกีฬาในโรงเรียน โดยได้แกะทีละนิ้วๆแทนที่จะกระชากทั้งมือ ขณะแกะรู้สึกว่ายังมีแรงต้านอยู่มาก หรืออาจจะเป็นเพราะแกหมดสตินิ้วเลยล็อคทำให้แกะยากขึ้น แต่อาศัยเป็นการแกะอย่างถูกวิธี คนป่วยจึงไม่ได้รับบาดเจ็บมากเกินไป และผมได้แกะมือหลุดทันเวลา คนข้างๆค่อยๆประคองแกให้นอนราบกับพื้นตรงนั้น มีคนอีกคนรีบลงจากรถตามไปช่วยเหลือ ทั้งๆที่เขายังเดินทางไม่ถึงสถานีจุดหมายเลย นี่ต้องเป็นพลเมืองดีมากๆที่โผล่ออกมาจากฝูงคน  จากนั้นประตูรถอัตโนมัติก็เลื่อนปิดจนสนิท รถก็ค่อยๆแล่นออกจากสถานีไปตามรางลอยฟ้า ผมมองผ่านประตูกระจกดูเหตุการณ์นี้จนลับสายตา มีคนโดยสารสองสามคนในรถมองผมแบบยกย่องชื่นชม จนผมชักจะเขินๆ เขาคงเห็นผมกล้าหาญเข้าช่วยคนเคราะห์ร้ายทั้งๆที่ตนเองอายุมากแล้ว เมื่อเหตุการณ์นั้นผ่านพ้นไป ผมเองถึงกับต้องขอนั่งพักเหนื่อยหายใจยาวๆทันที แต่ก็มีความรู้สึกอิ่มเอิบและอบอุ่นใจมาแทนที่ วันนี้มีพวกพลเมืองดีออกมาช่วยกันกู้ชีวิตสาวน้อยคนนั้นกันอย่างน่าชื่นใจ ใช่แล้วครับ รวมไปถึงอีตาพลเมืองดีอาวุโสผมสีดอกเลาที่เป็นคนแกะมือคนนั้นด้วยอีกคน

               ผมไปถึงที่ทำงานแล้วเล่าให้พวกน้องๆถึงวีรกรรมที่ได้เพิ่งไปทำมา ว่ามันน่าปลื้มใจแค่ไหน เกินกว่าจะสาธยายเป็นคำพูดได้หมด  อีกอย่างหนึ่งผมเพิ่งจะรู้ว่า ทุกวันนี้ยังมีพวกพลเมืองดีอยู่ไม่น้อย ที่โดยปกติแล้วเขาจะซ่อนตัวอยู่ในที่ต่างๆ จะออกมาแสดงตัวก็ต่อเมื่อมีเหตุอันตรายเกิดขึ้น ผมอยากจะถือโอกาสบอกพวกน้องๆในที่ทำงานว่า คนเรานั้นเมื่อไปทำความดีงามมาผลตอบแทนในทันทีนั้นคือความสุขใจ ผมรู้ดีเพราะมันเกิดกับตนเองแล้วหลายครั้ง แต่ละครั้งมันอิ่มเอิบไปหลายวันเลย ส่วนคนรุ่นใหม่ฟังผมแล้วอาจจะเข้าไม่ถึงหรือไม่เข้าใจ วันนั้นผมสบายอกสบายใจทำงานเพลินจนถึงเวลาเลิกงานเมื่อไหร่ไม่รู้ตัว นี่ก็ต้องกลับไปเล่าต่อให้พวกคนในบ้านฟังอีกสักรอบสองรอบ ชีวิตบนรถไฟฟ้านี้น่ะมันช่างหลากหลาย มีเรื่องราวเกิดขึ้นนับไม่ถ้วน นี่ถ้าเกษียณจากการทำงานเมื่อไรก็จะเอาประสบการณ์บนรถไฟฟ้านี้แหละ มาเขียนเล่าสู่กันฟัง  เขียนยังไงก็ไม่รู้จักหมด

               ผมไม่กล้าเล่าเรื่องนี้ซ้ำมากนัก กลัวคนฟังจะเบื่อ โดยเฉพาะไอ้ลูกๆสองตัวน่ะตัวดี มันชอบชวนกันขัดคอพ่อไม่รู้กาละเทศะ มันไม่รู้เลยว่าปีนี้พ่อมันอาจจะได้รับรางวัลบุคคลดีเด่นเชียวนะเว้ย ในที่สุดผมอดรนทนไม่ได้ ต้องโทรศัพท์ไปเล่าวีรกรรมให้เพื่อนสนิทๆสองคนฟังในค่ำวันนั้นเลย มิฉะนั้นจะอกแตกตาย ส่วนไอ้ลูกคนโตมันยืนฟังไปยิ้มไป ไม่รู้ว่ามันจะยิ้มหาวิมานอะไร คืนนั้นผมนอนไม่ค่อยหลับแต่ก็ฝันดี รุ่งเช้าต้องรีบโทรคุยโม้ซ้ำกับไอ้เพื่อนรักอีกคน เสร็จแล้วก็รีบแต่งตัวไปทำงาน ผมขึ้นบันไดเลื่อนที่สถานีอนุสาวรีย์ชัยฯเพื่อขึ้นรถไฟฟ้า พร้อมๆกับหนุ่มๆสาวๆที่ทำงานแถวถนนสุขุมวิทกลุ่มเบ้อเริ่ม บรรยากาศเช้าๆช่างคึกคักมีชีวิตชีวา

               หลังจากได้ที่นั่งใกล้ประตูทางออกในรถไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว ผมกำลังจะส่งใจล่องลอยเช่นวันก่อน พอดีขบวนรถเข้าจอดที่สถานีพร้อมพงศ์ ก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นมา สาวน้อยคนหนึ่งล้มลงหน้าประตูรถ คนกำลังช่วยกันประคองจะจับให้แกนอนราบกับพื้น ส่วนมือข้างซ้ายของแกน่ะ มีตาแก่หน้าโง่อีกคนช่วยแกะออกจากราวจับข้างประตูอย่างขมีขมัน หน้าตาตาแก่ช่างอิ่มเอิบจนน่าหมั่นไส้  เมื่อประตูรถเลื่อนปิดลง ผมจ้องตามออกไปนอกรถ ก็เห็นชัดว่าสาวน้อยคนนั้นเป็นคนๆเดียวกันกับคนเมื่อวานนี้ เท่านั้นเอง เสมือนผ้าบังตาอันหนาทึบได้หลุดลุ่ยลง หน้าผมชาขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ รู้สึกว่าเลือดลมไหลย้อนขึ้นบนจนร้อนผ่าว ภาพเพ้อฝันลวงตาเริ่มโดนภาพความเป็นจริงเข้ามาแทนที่ วันนั้นแม่สาวน้อยคงได้เงินลงขันมาช่วยแกไม่น้อยแน่ๆ ขณะเดียวกัน มันกลับเป็นเรื่องสะเทือนใจต่อพลเมืองดีสูงอายุคนหนึ่ง ความอิ่มเอิบภาคภูมิใจของแกเมื่อวันวานได้มลายหายเกลี้ยงในพริบตา

 

               พลเมืองดีผมสีดอกเลาสะท้อนใจอย่างอ่อนระโหยโรยแรง  มันแสนจะชอกช้ำใจ อายผู้คนรอบข้าง  อายทั้งลูกเต้าของตัวเอง และรวมไปถึงอีหนูตัวแสบคนนั้นด้วย แว่วเสียงครูพละเจ้าเก่า เรียกจากสรวงสวรรค์ชั้นฟ้าว่า ...เจ้า ศ. ของครูเอ๋ย .....เอ็งเป็นพลเมืองดีของครูคนเดียวก็พอแล้ว .... .....


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
sorkanchana วันที่ : 01/10/2012 เวลา : 21.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sorkanchana

คุณศุภฤกษ์ครับ เรื่องที่เล่านี้จริงประมาณ 80% และการเชื่อมต่อซึ่งบางทีก็วกไปเวียนมาอีก 20% บางครั้งไอ้ 20% มันก็เผลอตามแต่เจ้าสุนทรีย์มันชอบให้เพ้อฝันเกินจริง ไม่มีคนจับได้หรอกครับยกเว้นคุณศุภฤกษืนี่แหละ

ความคิดเห็นที่ 4 sorkanchana ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ศุภฤกษ์ วันที่ : 01/10/2012 เวลา : 21.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suparurk

สนุกมากครับ
ไม่ค่อยได้อ่านเรื่องสั้นแบบนี้นานแล้ว

ว่าแต่ว่า ... เป็นเรื่องจริงหรือนิยายเนี่ย ผมสงสัย ...

ความคิดเห็นที่ 3 sorkanchana ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่ยายมากับตามี วันที่ : 01/10/2012 เวลา : 21.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/domyasalob
บ้านเล็กบ้านน้อยอีกหลังหนึ่ง http://www.oknation.net/blog/jankapor

หนูอ่านจนจบแบบไม่ขัดคอคนเล่า
คุณ ศ.เล่าให้หนูเพลินเหมือนฟังพ่อแม่ย่ายาย กำลังเล่าประวัติศาสตร์ชีวิตให้ฟัง
เรื่องของคุณ ศ.เรียกร้อยยิ้มให้หนูทุกครั้ง แม้ว่าวันนี้หนูจะหยุดยิ้มแป๊บนึง แป๊บเดียวจริงๆ กับการหักมุมตอนท้าย

ชีวิตมีเรื่องคาดไม่ถึงแบบนี้เอง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
sorkanchana วันที่ : 01/10/2012 เวลา : 20.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sorkanchana

วันนั้นยังจำได้ว่า แม่สาวน้อยแต่งตัวเหมือนเดิม และยังใช้มุกเดิมเป๊ะมาต้มคนแก่ มิน่า ทำให้ผมทั้งอายทั้งเจ็บใจ พวกหนูๆฟังแล้วอย่าเอาอย่างนะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 sorkanchana ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่ยายมากับตามี วันที่ : 01/10/2012 เวลา : 20.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/domyasalob
บ้านเล็กบ้านน้อยอีกหลังหนึ่ง http://www.oknation.net/blog/jankapor

โอเย่...หนูประทับใจกับสองบรรทัดบนที่คุณศ. บ่นในใจมากค่ะ
มันโดนใจที่สุด

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน