*/
  • sorkanchana
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sakk62@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-09-23
  • จำนวนเรื่อง : 293
  • จำนวนผู้ชม : 145824
  • จำนวนผู้โหวต : 66
  • ส่ง msg :
  • โหวต 66 คน
วันอังคาร ที่ 2 ตุลาคม 2555
Posted by sorkanchana , ผู้อ่าน : 946 , 07:40:22 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ศุภฤกษ์ โหวตเรื่องนี้

ขโมยชุม....

โดย

"ศ. กาญจนา"

 

              กลางดึกคืนหนึ่งนานมาแล้ว อาจารย์อุดมศรีที่เคยเป็นเจ้านายผม ตะโกนไล่ขโมยให้ออกไปจากบ้านในซอยร่วมใจถนนสุขุมวิท ด้วยเสียงอันดังสนั่นหวั่นไหว แต่ขโมยมันกลับไม่สน แถมยังเดินไปเมียงๆแถวสระน้ำหน้าบ้าน อาจารย์ตะโกนเตือนอีกครั้งสองครั้งก็ยังเฉย ในที่สุดอาจารย์คว้าปืนคู่ใจยิงขู่ไปทางซ้ายหนึ่งนัดและทางขวาหนึ่งนัด ขโมยคว่ำหน้าจมน้ำที่สระหน้าบ้านทันที อาจารย์ของผมหัวใจแทบวาย ต้องโหวกเหวกให้คนในบ้านออกไปช่วยกันลากขโมยขึ้นมาจากน้ำ ปรากฏว่ามันเมาแปร๋พูดจาไม่รู้เรื่อง แต่ได้พยายามอ้อแอ้ว่าไม่ได้เป็นขโมยสักหน่อย อาจารย์ผมเป็นคนรูปร่างสันทัดผอมบาง ความจริงแล้วเป็นคนใจบุญสุญทาน ทั้งยุงทั้งมดยังไม่ยอมตบยอมบี้ ไม่ชอบชกต่อยหรือมีเรื่องกับใคร แต่พวกเรารู้ว่าแกยิงปืนแม่นอย่างกับจับวาง ถ้าสมัยนั้นมีการคัดเลือกนักกีฬายิงปืนระดับชาติแล้ว อาจารย์ของผมติดทีมชาติแหงๆ คืนนั้นไอ้ขโมยมันรำพันหาว่าอาจารย์ผู้แม่นปืนดูถูกมัน หาว่ามันเป็นขโมย จนอาจารย์ผมต้องขอโทษมันตั้งหลายครั้งว่า ขอโทษทีโว้ยๆๆๆ แต่ในที่สุดไอ้หัวขโมยขี้เมาขี้แยก็ร้องให้โฮ

                                                               

 

              ผมมีอีกเรื่องที่พี่หริภรรยาของอาจารย์สมชาติ ที่คุ้นกับผมเสมือนญาติเล่าให้ผมฟัง ว่าก่อนนี้บ้านของอาจารย์อยู่ในซอยที่ค่อนข้างเปลี่ยว แถวๆทุ่งมหาเมฆฯ ตอนกลางวันเป็นหมู่บ้านที่สงบเงียบดี แต่พอตอนกลางคืนก็มักจะมีขโมยเพ่นพ่าน บรรดาพวกแม่บ้านมักจะเสียขวัญ ที่มีข่าวให้ได้ยินกันเสมอ ว่าเดี๋ยวบ้านนั้นโดนยกเค้าบ้าง บ้านโน้นโดนมันงัดบ้านกลางวันแสกๆบ้าง เลยต้องเริ่มมีการปรึกษาหารือ หาทางป้องกันปราบปรามไอ้พวกหัวขโมยให้จงได้ คืนหนึ่งยังไม่สู้จะดึกนัก พี่หริโผล่หน้าต่างดูความเรียบร้อยหน้าบ้าน ก็เห็นขโมยกำลังปีนรั้วบ้านคาขอบรั้วอยู่ จึงตะโกนร้องบอกชาวบ้านว่าขโมยๆๆๆๆ ขโมยมันก็ค่อยๆปีนออกไปที่ถนนหน้าบ้านอย่างช้าๆ เพราะมันก็เมาไม่แพ้ไอ้ขโมยที่ขึ้นบ้านอาจารย์อุดมศรีเหมือนกัน แล้วพี่หริยังโดนมันต่อว่าฉอดๆเอาว่า “อะไรๆก็ขโมย” เขาแค่เมาเท่านั้นเอง พี่หริยังเจ็บใจมาจนถึงทุกวันนี้ ที่ไม่มีใครเคยโดนขโมยด่าหรือต่อว่าเหมือนแกเลย ครั้นจะด่าโต้ตอบก็นึกไม่ทัน เพราะพี่หริเป็นคนด่าใครก็ไม่เป็น

              มีอีกครั้งเป็นเรื่องย้อนยุค คณะสถาปัตย์ฯจุฬาฯสมัยที่ผมเรียนหนังสืออยู่ตอนนั้น ก่อนปี 2500 ไปนิดหน่อย มักมีเรื่องของหายเป็นประจำ ด้วยขโมยมันจะแอบขโมยของตอนที่พวกเราเหล่านักเรียนกำลังเผลอ จากการมีงานรื่นเริงในกิจกรรมนิสิตบ้าง หรือไม่ก็ตอนแข่งกีฬาที่ทีมของคณะฯเข้าชิงชนะเลิศ ทุกๆคนทั้งหญิงและชายต้องเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวมาแต่งชุดเชียร์กันอย่างสนุกสนานครึกครื้น ถอดชุดนิสิตรวมทั้งของมีค่ากองไว้แถวๆหน้าห้องเล็คเช่อร์ โดนไอ้หัวขโมยมันกวาดเกลี้ยงไปหลายครั้ง เป็นการเหยียบจมูกเสือที่พวกเสือๆมันเจ็บไปถึงกระดองใจ มีอยู่ปีหนึ่ง พวกเราวางแผนซ้อนแผน จะทำการจับกุมไอ้พวกขโมยให้ได้คาหนังคาเขา ปีนั้น ผมเป็นประธานฟันดาบและต่อสู้ป้องกันตัว เขาเลยตกลงให้ผมรับบทตำรวจจับผู้ร้าย เราซุ่มตัวอยู่กับตำรวจปลอมอีกสองคนเงียบๆ เราไม่ใช้คนมากเพราะกลัวจะกระโตกกระตาก ผมจำได้ว่า ความที่เราไม่ได้เป็นตำรวจมืออาชีพ ทุกคนเลยเครียดอย่างนึกไม่ถึง หวาดระแวงไปหมด เห็นคนที่เดินเข้ามาในรัศมีหรือพื้นที่สีแดงเราจะเหมาว่าเป็นผู้ร้ายทุกคน ก่อนผมรับงานนี้ได้ปรึกษากับผู้ร่วมงานและศึกษากันมาพอควรว่า ไอ้พวกขโมยมันมีพวกโรคจิตปะปนอยู่เยอะแยะ ทั้งๆที่บางคนฐานะทางบ้านดีออกจะตายไป แต่มันยังเที่ยวลักขโมยด้วยเห็นเป็นเรื่องสนุกท้าทาย บางคนก็เป็นคนเรียนเก่งท่าทางสุภาพเรียบร้อย เห็นว่าบางคนก็อาจจะเป็นถึงครูบาอาจารย์ ใช่แล้วครับ วันนั้นมีทั้งนักเรียนรุ่นพี่บ้าง อาจารย์ที่สนิทกับพวกเราบ้าง ภารโรงบ้าง  ผลัดกันเดินวนเวียนใกล้ที่พวกเราแอบซุ่มตัวโดยไม่ได้ตั้งใจ เชื่อไหมครับ พวกตำรวจปลอมสายตาฝ้าฟางเห็นคนดีๆเหล่านี้เป็นผู้ร้ายไปหมด ยังดีนะที่ไม่บ้าเลือดไปตะครุบตัวผู้บริสุทธิ์ที่เขาเดินเกร่เล่นแถวๆนั้น ใช่แล้วครับ ปีนั้นขโมยตัวจริงมันคงได้ข่าวการซุ่มจับที่ปิดกันแซ่ดพอสมควร เลยไม่กล้าโผล่มาสักคน สำหรับผมและทีมงานเมื่อเสร็จจากภารกิจที่ได้รับมอบหมายปีนั้นแล้ว เหนื่อยกายเหนื่อยใจสายตัวแทบขาดและเข็ดไปจนตาย เล่นเอาเครียดจนเกือบเสียผู้เสียคน ผมบอกไอ้เพื่อนสนิทมากคนหนึ่งว่า กูเกือบจับมึงอยู่แล้ว เพราะเสือกมาเดินเพ่นพ่านตอนกูกำลังประสาทแดร๊กอยู่

 

              นี่แหละนะ คนดีแท้ๆก็หาว่าเป็นขโมยกัน รวมทั้งครูบาอาจารย์และพี่สาวคนดีของผมด้วย ส่วนไอ้พวกตำรวจปลอมคราวนั้นเหรอครับ ป่านนี้คงแก่กันจนจับขโมยไม่ไหวละมั้ง  ระวังนะ ถ้าไอ้พวกขโมยตัวจริงมันสืบรู้ว่า ตอนนี้ตาแก่ผมสีดอกเลาที่ชอบเล่านิทานนั้นอยู่ที่ไหน มันคงจะแก้แค้นจับตัวไปเรียกค่าไถ่เสียให้เข็ด

  

                 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 sorkanchana ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ศุภฤกษ์ วันที่ : 03/10/2012 เวลา : 20.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suparurk

คุณพ่อผมไม่ใช่ แต่คุณลุงเป็นครับ เออ... แต่รุ่นอะไรไม่ทราบเหมือนกัน ท่านเสียไปหลายปีแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
sorkanchana วันที่ : 03/10/2012 เวลา : 07.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sorkanchana

คุณพ่อคุณ suparurk เคยเป็นเด็ก"ถาปัด"หรือเปล่าครับ

ความคิดเห็นที่ 2 sorkanchana ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ศุภฤกษ์ วันที่ : 02/10/2012 เวลา : 21.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suparurk


สนุกเหมือนเดิมครับ
จากเรื่องนี้ทำให้รู้ขึ้นมาอีกหน่อยว่า คุณ sorkanchana นี่รุ่นคุณพ่อผมแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
sorkanchana วันที่ : 02/10/2012 เวลา : 08.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sorkanchana

เรื่องนี้ย้อนยุคไปไกล เอาเสี้ยวของชีวิตสามคนรวมทั้งเสี้ยวของตนเอง มาปะติดปะต่อให้เป็นนิทานที่เท่ห์ๆ ก่อนที่จะกลายเป็นนิทานปะรำปะราครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน