*/
  • sorkanchana
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sakk62@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-09-23
  • จำนวนเรื่อง : 293
  • จำนวนผู้ชม : 145501
  • จำนวนผู้โหวต : 66
  • ส่ง msg :
  • โหวต 66 คน
วันศุกร์ ที่ 5 ตุลาคม 2555
Posted by sorkanchana , ผู้อ่าน : 1058 , 12:30:01 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ศุภฤกษ์ โหวตเรื่องนี้

 

Mr.  Joy  หรือ  ไอ้จ้อย

 

โดย

“ศ.  กาญจนา”

 

 

                เพราะไอ้งานจัดเลี้ยงรุ่นที่กำลังแพร่ระบาดนี่เอง  ทำให้เพื่อนๆวัย “ร่วงโรย”  ต้องกระดี้กระด้าออกจากบ้านมาร่วมงานกันเป็นแถว  บางคนที่มันอายลูกเมียก็ยอมโกหกดื้อๆว่าต้องไปธุระสักหน่อย  บางคนที่มันเกรงใจเมียมาก  ก็ถือโอกาสพกเมียมาด้วยเลย  เหมือนเพลงของยุ้ยญาติเยอะเปี๊ยบ

 

                งานเลี้ยงคราวนี้ไม่รู้ว่าใครเลือกสถานที่  มายากชะมัด  ต้องจอดรถฝั่งหนึ่งแล้วต้องเดินข้ามสะพานลอยมาอีกฝั่งหนึ่ง  แล้วยังเป็นสะพานลอยที่คับคั่ง  สองข้างทางเดินมีชนกลุ่มน้อยนั่งขอทานกันสลอน  เราเองกำลังจะรีบเดินเร็วๆก็บังเอิญฝรั่งสองผัวเมียที่เดินนำหน้ากลับหยุดกึกควักเงินให้ขอทาน  เกือบจะชนคว่ำทั้งฝรั่งทั้งไทย  ดีนะว่าเรากำลังจะไปงานเลี้ยงเฮฮา  มิฉะนั้นอารมณ์คงบูดเกิดเรื่องแน่ๆ งานเลี้ยงของพวกเรามักต้องแย่งกันคุย  คนฟังน้อยกว่าคนพูดเสมอ  เพื่อนซี้ของผมคนหนึ่งมันพูดไม่ค่อยทันเพื่อน  พอมันหันมาเห็นผมเท่านั้นเอง  มันย้ายมาร่วมวงทันที  มันชื่อ “ไอ้เบิร์ด”น่ะ  ชื่อฝรั่งแต่ตัวดำเป็นเหนี่ยง  มันนิสัยดีกว่าทุกคน  ไม่ขัดคอเพื่อนฝูง  แต่ถ้ามันขัดหรือติดเบรกคนที่กำลังกึ่งคุยกึ่งโม้ขึ้นมาทีไร  เห็นแต่มีคนสะอึกกันเป็นแถบ  ครับ  ไอ้เบิร์ดเพื่อนซี้คนนี้เคยอยู่ด้วยกันที่ “บ้านใหญ่”  ที่นิวยอร์ค  เมื่อสามสี่ทศวรรษที่แล้ว  เคยกิน  เคยเที่ยว  และเคยเล่นกันมาในดินแดนต่างบ้านต่างเมือง  ตอนเรามานั้นก็เป็นผู้ใหญ่มากแล้ว  ไอ้เบิร์ดมันได้ทุนหลวงมาเรียนหนังสือ  เราเองได้ทุน พ.ก.  พวกเราเรียนหนังสือกันคร่ำเคร่ง  แต่ก็ยังแก่กิจกรรมนอกหลักสูตรเหมือนสมัยอยู่จุฬาฯ  อ้างกันว่าแก้เหงาแก้คิดถึงบ้าน  เลยจัดปาร์ตี้กันทุกบ่อย  “บ้านใหญ่” ของเราคึกคักมีชีวิตชีวาจนเพื่อนไทยหลายคนอิจฉา  และเพื่อนๆฝรั่งมันหนวกหู

                ไอ้เบิร์ดชวนคุยเรื่องเก่าๆถามผมว่าเอ็งจำได้หรือเปล่าวะ ที่มันกับผมไปรอรับของฝากจากพี่สาว  ที่เดินทางมาจากเมืองไทยและต้องทรานสิทไปเมืองอื่น  ผมต้องดักพบให้ได้เพราะนัดหมายกันไว้แล้ว  ผมกับไอ้เบิร์ดถึงสนามบินก่อนเวลาตั้งนาน  เลยเดินเกร่ฆ่าเวลาเล่น  เห็นไอ้หนุ่มคนไทยแน่ๆยืนคนเดียวอัดบุหรี่ควันโขมงอยู่  มันหันมามองและสบตากับพวกเราแล้วก็มองผ่านไปเสมือนทองไม่รู้ร้อน  เราเกือบจะทักทายมันอยู่แล้วก็เลยชะงัก  เพราะมันเต๊ะท่าว่าไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไรสักหน่อย และก็ไม่ได้ยืนคอยใครหรอก  เพียงแค่ยืนพักผ่อนเท่านั้นเอง  ส่วนเราเองเลยต้องเดินผ่านไปยังจุดนัดพบ  เราต้องพบพี่ให้ได้  มิฉะนั้นจะต้องอดอาหารไทยที่รอคอยกันมานาน  สมัยนั้นมันอดอยากไม่เหมือนเดี๋ยวนี้  ที่มีอาหารไทยอุดมสมบูรณ์ทุกหนทุกแห่ง    

                เราแยกกับพี่แล้วหอบของฝากจะกลับไปบ้านใหญ่  แต่ต้องเดินผ่านที่เก่าที่ไอ้หนุ่มน้อยมันเคยยืนอยู่  เราหันไปดูก็เห็นมันยังยืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับไปไหน  มองหน้ามันเห็นมันซีดเซียว  แววตาเริ่มฉายความกลัววาววับออกมาอย่างซ่อนไม่อยู่  ท่ายืนที่ฝืนให้ดูว่ากำลังพักผ่อนสบายๆก็ออกจะเกร็งเล็กน้อย  ผมบอกไอ้เบิร์ดว่า  เอ็งเชื่อไหมไอ้นี่หลงทางพันเปอร์เซ็นต์  มันต้องเป็นคนไทยที่เพิ่งมาใหม่ๆ  ดูซิ มันใกล้จะร้องให้อยู่แล้วเราจะทำอย่างไรดี  ไอ้เบิร์ดตอบสั้นๆแต่ฟังยาก  มันว่าแล้วแต่มึง

                บ้านใหญ่ของเราเลยมีสมาชิกหน้าใหม่ที่ไม่มีใครรู้หัวนอนปลายเท้า  แต่ดูๆไปมันก็นิสัยดี  ตีสนิทกับทุกคนที่อยู่มาก่อน  ช่วยทำงานบ้านสารพัดอย่างไม่ต้องบอกกัน  เวลากินๆด้วย  เวลาเล่นๆด้วย  มันเป็นคนคล่องในทุกๆเรื่อง  บางครั้งพวกเราก็ได้บริการพิเศษจากมัน  บางครั้งมันก็กวนพี่ๆให้ช่วยๆมันหน่อย  วุ่นวายกันไปหมดแต่ทุกคนก็ยิ้มแย้มแจ่มใส  ช่วงนั้นเรามีปาร์ตี้กันบ่อย “ไอ้จ้อย”หรือ “มิสเตอร์จอย”ไอ้หนุ่มน้อยคนนั้น  มันสาระวนอยู่กับงานสังสรรค์อย่างมีความสุข  มันถึงกับเอ่ยปากว่า  ให้มันอยู่บ้านใหญ่อย่างถาวรก็ยังได้  ครับ  ไม่มีใครต่อปากคำให้บานปลาย  อย่างไรก็ดี  ไอ้จ้อยก็เหมือนกับคนไทยทั่วๆไป  ทำตัวเหมือนเพลงของแอ๊ดคาราบาว  “คือมีน้ำใจก็คนไทยแน่นอน”  ไอ้จ้อยใจกว้างเกินตัว  ทั้งต่อคนไทยหรือต่อฝรั่งเพื่อนบ้าน  มันรู้จักทักทายเขาไปหมด  พูดฝรั่งยังไม่ค่อยได้ก็หากลัวเช่นไอ้พวกพี่ๆไม่  มันเสวนาเป็นต่อยหอย  ไม่เลือกหน้าอินทร์หน้าพรหมหน้าฝรั่งหรือหน้าไทย  พวกขอทานฝรั่งชอบๆไอ้จ้อยหลายคน  พวกเราเคยสงสัยถามมันว่า  เอ็งเพิ่งมาใหม่ๆแท้ๆฟังฝรั่งรู้เรื่องเหรอ  มันตอบทันทีว่า  ต้องรู้จักเดาและรู้จักเต๊ะท่า  ใครมันจะรู้ว่าเราฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง  ไม่ต้องห่วงผมหรอกเอาตัวรอดได้สบายมาก  พวกเราฟังแล้วมึน  โดยเฉพาะไอ้เบิร์ด  ได้ยินมันบ่นพึมพำว่า  เดี๋ยวเถอะมึง  เดี๋ยวก็มีเรื่องให้ดูไม่จืด 

 

                เรามีปาร์ตี้ใหญ่กันอีกครั้ง  ไอ้จ้อยอิ่มเอิบบริการแขกเหรื่อพล่านไปมาทั่วงาน  พวกเพื่อนบ้านฝรั่งมันมองๆอย่างสงสัยว่าทำไมมันจัดกันบ่อยๆ  มันไม่รู้หรอกว่าการจัดปาร์ตี้นี่แก้คิดถึงบ้านหรือคิดถึงแฟนได้ด้วย  ก็ได้ไอ้จ้อยคนช่างพูดนี่แหละเคลียร์เรื่องให้  พวกเขาถึงเข้าใจ  แต่ก็ยังมองเราอย่างมีเลศนัยบางอย่าง  เราเองคิดเองเออเองแต่เพียงข้างเดียว  ว่าพวกมันอิจฉาที่เรามีสตางค์จัดกันได้ไม่หยุดหย่อน

                มีแขกฝรั่งที่ไม่ได้รับเชิญกลุ่มเล็กๆแวะมาที่งาน  ท่าทางขะมุกขะมอมแต่ก็ดูแข็งแรงกันทุกคน  เข้ามาเหมือนกับผู้คุ้นเคยทำท่าอยากจะพูดธุระสำคัญกับใครบางคนในหมู่พวกเรา  เราส่งไอ้จ้อยเข้าประกบทันที  เสียงไอ้จ้อยสดใสเป็นพิเศษ  ตอบคำถามทุกคำถามที่โดนถามพร้อมหัวเราะร่วน  จนกระทั่งคำถามสุดท้ายที่ฝรั่งมันกระซิบกระซาบ  ไอ้จ้อยพยักหน้าอย่างคนใจดีมีเมตตา  มันขอตัวกลับเข้าไปเอาของที่หัวนอนและรีบออกมาใหม่  มันยื่นมือที่กำอยู่ไปที่ฝรั่งคนที่ตัวโตกว่าเพื่อน  ทันใดนั้นเอง  เหมือนกับหนังคนละม้วน  ไอ้หรั่งตัวใหญ่คนนั้นมันพลิกมือที่ยื่นมาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือไอ้จ้อยอย่างแรงบีบไม่ให้ขยับเขยื้อน  อีกมือที่เหลือควักเอาตราประจำตัวตำรวจเปิดให้ดู  พวกมันที่มาด้วยกันขยับตัวกันพึ่บพั่บเหมือนในหนังบู๊ไม่มีผิด  ไอ้จ้อยหน้าซีดเป็นไก่ต้ม  เกินวุฒิภาวะที่มันจะเคลียร์เรื่องได้เสียแล้ว  พวกเราพยักหน้าให้ไอ้เบิร์ดช่วยหน่อย  ห้ามไอ้จ้อยอย่าทำยึกยัก  เดี๋ยวโดนยิงตายห่ะ  ตำรวจแกะมือที่กำแน่นของไอ้จ้อยออก  มันคงนึกว่าเป็นยาเสพติดแน่ๆ  พอคลายมือแบออกกลับกลายเป็นเศษสตังค์เปียกเหงื่อชุ่ม  มีทั้งเหรียญควอเตอร์เหรียญสิบและเหรียญห้าปนกันกำใหญ่  ไอ้เบิร์ดรีบชี้แจงกับตำรวจทำหน้าที่ล่ามจำเป็น  บอกตำรวจว่า “มิสเตอร์ จอย”หรือไอ้จ้อยมันเพิ่งมาใหม่  ฟังภาษาพวกยูไม่ออกแล้วชอบเดา  มันนึกว่าพวกยูนี่ตกยากอดหยากปากแห้งแล้วขอสตังค์มันกินข้าว  หรือที่คนไทยเรียกว่ายูเป็นพวกขอทานนั่นแหละ  ไอ้จ้อยมันเป็นคนมีน้ำใจถึงไปกวาดเศษตังค์ใต้หมอนแล้วเอามาให้ทานเอาบุญ  ไม่ใช่เอายาเสพติดมาขายให้หรอก 

               โธ่ !!!  มาหลอกซื้อยาจากไอ้จ้อย  มันฟังออกซะเมื่อไหร่  โอ้โฮ...ตำรวจไอ้กันทั้งกลุ่มมันซาบซึ้ง  ซึมกันไปเลย  แว่วเสียงไอ้ยักษ์ตัวโตกว่าเพื่อนสะอื้นเสียด้วย

 

                ไอ้ศ.มันคุยเสียยาว  เพราะมันเห็นฝรั่งให้ตังค์ขอทานที่สะพานลอย  ก็เลยเล่าเรื่องไอ้จ้อยให้ตังค์ขอทานฝรั่งให้ฟัง  ตอนโน้นน่ะ  ไอ้เบิร์ดมันเหนื่อยใจจนพูดไม่ถูก  มันเดินตระเวนบ่นสั่งสอนคนทั้งงานปาร์ตี้ว่า กูบอกแล้วเชียว  ฟังอะไรไม่ออกแล้วอย่ามั่ว.. เฮ้อ...เกือบติดคุกฝรั่งกันทั้งบ้านเชียวนะมีง


 

 

 

               


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 ศุภฤกษ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
sorkanchana วันที่ : 11/10/2012 เวลา : 10.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sorkanchana

ส่งข่าวต่ออีกสักหน่อย ผมเขียนเรื่องนี้ให้เพือนที่ชื่อชูศักดิ์อ่านดูเผื่อมันจะช่วย edit ให้บ้าง ปรากฏว่ามันชอบใจหัวเราะฮ่าๆ แต่เมื่อทราบว่าตอนนั้น"เบิร์ด"นอนป่วยด้วยมะเร็งระยะสุดท้ายมันรบกวน ชูศักดิ์ก็รีบเอาต้นฉบับไปให้เบิร์ดอ่านและบอกว่าไอ้ศ.มันนินทาเอ็งไว้ว่ะ เบิร์ดหัวเราะอย่างมีความสุขในเวลาที่ตนเองเหลืออยู่น้อยนิด

ผมดีใจเสมอที่เพื่อนๆมีความสุข โดยเฉพาะเบิร์ดนั่นแหละสุขสงบกว่าเพื่อน ตอนนี้อยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้าใช่ไหมล่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 ศุภฤกษ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
sorkanchana วันที่ : 06/10/2012 เวลา : 05.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sorkanchana

ทำไมเขียนผิดออกไปยังงั้นก็ไม่รู้ อาจจะกำลังหิวข้าวล่ะซี ตั้งใจแค่จะเขียนคำว่า "ทศวรรษ" ที่เท่ห์ออกจะตายไป กลับเผลอผิดไปเป็นร้อยๆปีเลย

ขอโทษครับ ขอโทษครับๆ

ความคิดเห็นที่ 1 sorkanchana ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ศุภฤกษ์ วันที่ : 05/10/2012 เวลา : 21.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suparurk

เรื่องนี้ก็สนุกมากครับ

แต่ขอแจ้งคำผิดหน่อยนะครับ ย่อหน้าที่สอง เมื่อสามสี่ศตวรรษที่แล้ว ออกจะนานเกินไปน่ะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน