*/
  • sorkanchana
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sakk62@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-09-23
  • จำนวนเรื่อง : 293
  • จำนวนผู้ชม : 145446
  • จำนวนผู้โหวต : 66
  • ส่ง msg :
  • โหวต 66 คน
วันเสาร์ ที่ 20 ตุลาคม 2555
Posted by sorkanchana , ผู้อ่าน : 732 , 18:13:53 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ศุภฤกษ์ โหวตเรื่องนี้

สามเงา

โดย

ศ.  กาญจนา

 

 

               ผมได้ยินชื่อ“สามเงา”ตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย  ไพเราะเสียนี่กระไร  มีตำนานประกอบกึ่งนิยายปะรำปรา  เห็นว่ามีมาแต่ครั้งพระนางจามเทวี  ยกขบวนเสด็จผ่านทางชลมารคขึ้นเหนือ ครั้นได้พักขบวนกลางทางที่ริมหาดทรายและทอดพระเนตรไปยังหน้าผา  ในเพลาที่กำลังมีแดดผีตากผ้าอ้อม  จนเห็นเป็นเงาเกิดขึ้นพร้อมกันสามเงารวมทั้งเงาในน้ำ  เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก  จึงถูกเรียกขานสืบต่อกันมาแต่บัดนั้น

 

 

 

                สามเงาเป็นตำบลเล็กๆในชนบทที่ห่างไกลปืนเที่ยงเกินคณานับ  หนทางคดเคี้ยววกวนผ่านซอกเขาหลืบเขาเป็นว่าเล่น  กว่าจะไปถึงในเมืองได้ก็ต้องมีความตั้งใจจริงๆเท่านั้น  สามเงาเป็นชนบทที่เงียบสงบผู้คนยังไม่แออัด  การทำมาหากินก็สะดวกสบายเยี่ยงผู้คนยุคเก่าก่อน  อาศัยพืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์  และความฟุ้งเฟ้อก็ยังไม่ย่างกรายมาถึง  คนที่มีสัมมาชีพสมัยโน้นถ้าขยันสักหน่อยก็จะมีฐานะอันจะกิน  พระสงฆ์องค์เจ้าก็เป็นที่พึ่งพาทางใจให้ชาวบ้านเป็นอย่างดี  ทุกปีเมื่อถึงงานบุญหรืองานเทศกาลต่างๆ คนสามเงาก็สนุกสนานรื่นเริงไม่น้อยหน้าหมู่บ้านตำบลอื่น  หนุ่มสาวหน้าตาสดใส  โดยเฉพาะสาวรุ่นด้วยแล้ว  งามไม่แพ้สาวลำพูนหรือสาวเชียงใหม่เลย  ผมมีเพื่อนที่มันย้ายมาสามเงาตอนที่กำลังจะได้ยกฐานะเป็นอำเภอ  มันเลยโชคดีได้เลื่อนเป็นนายอำเภอที่นี่เอง  มันหลงใหลรักสามเงายังกับอะไรดี  รักไปหมดทั้งภูเขาต้นไม้แม่น้ำลำธาร  ทั้งลูกบ้านแสนซื่อ  โดยเฉพาะสาวรุ่นที่แสนสวย      

 

                วันเวลาผ่านไปนานโข  เพื่อนนายอำเภอคนนี้ได้กลับมายังเมืองตากอีก  เมืองที่มีสามเงาเป็นอำเภอชั้นนอกแล้วนั่นแหละ  เห็นว่ามาสัมมนากันที่โรงแรม “เวียงตาก”  โรงแรมหลายดาวของจังหวัด ที่ชาวตากพอจะอวดเพื่อนฝูงต่างถิ่นได้ เป็นการสัมมนาเกี่ยวกับการเร่งรัดพัฒนาชนบท  นักวิชาการหลายหน่วยงานต่างเสนอแนวทางตามวิชาการที่ตนร่ำเรียนมา ให้แก่ผู้ร่วมสัมมนาได้เข้าใจ  และมีโอกาสรับฟังอุปสรรคต่างๆที่ผ่านมาของผู้ปฏิบัติการ  จะได้กลับไปปรับกลยุทธให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม  การสัมมนาจบลงด้วยสาระที่เป็นประโยชน์  และก็จบลงด้วยความแจ่มใสขผู้เข้าสัมมนาในครั้งนั้นส่วนใหญ่อยู่ในวัยหนุ่ม  หรือเลยวัยหนุ่มมาไม่มากนัก  บางกลุ่มก็นัดหมายกันไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะไปเที่ยวต่อกันที่ไหน  มีทั้งพวกนิยมธรรมชาติจะไปส่องนกส่องดูชีวิตสัตว์ป่า  บางคนก็ขอแค่หาความสำราญกับคาราโอเกะในโรงแรม  แต่ไอ้เพื่อนผมสิมันไม่เหมือนใคร  “ไอ้โรจน์”เพื่อนสายปกครองของผมได้มีโอกาสเจอกับ “ไอ้รัตน์” ที่เป็นนายอำเภอสามเงาครั้งกระโน้น  ทั้งสองคนไม่ได้เจอกันเสียนานหลายปีเต็มที  ไอ้รัตน์ดีใจจนเนื้อเต้นออกนอกหน้า  จนไอ้โรจน์ต้องเอ่ยดักคอว่า “เอ็งดีใจอย่างนี้น่าจะมีอะไรแอบแฝงแน่ๆ  เอ้า..มีอะไรก็ว่ามา  ถ้าไม่เกี่ยวกับยืมเงินยืมทองแล้ว  คนอย่างไอ้โรจน์ไม่เคยขัด”

 

 

 

                ให้มันได้อย่างนี้ซีน่าเพื่อนฝูง  ไอ้รัตน์คิดต่ออย่างยืดยาว  ว่าถ้าได้ไอ้โรจน์ช่วยแล้ว  งานนี้จบได้สวยแน่  มันวางท่าดั่งเป็นเกจิของวงการนักปกครอง “โรจน์โว้ย  คนอย่างพวกเราผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนรู้เช่นเห็นชาติกับชีวิตคนทุกหมู่เหล่า  ทุกระดับชนชั้น  ทั้งติดดินและไม่ติดดิน  แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ทุกคนต้องเจอ  ข้าเองเจอทุกบ่อยจนเอียนเลย  แต่จะทำไม่สนใจก็หาได้ไม่  ใช่ไหมล่ะ  ที่พวกเราเจอจะหนีไม่พ้นเรื่องปัญหาคู่ครองของชาวบ้านนี่แหละ  หลากรูปแบบที่สุดจะคาดถึง  มาปรึกษาหาทางแก้ปัญหากันแต่ละคู่แต่ละคนล้วนไม่ซ้ำแบบกัน  บางคนอยากเด็ดดอกฟ้าจนบ้าคลั่ง  บางคนพาลกล่าวหาว่ากามเทพเฮงซวย  ไอ้เรามาตากคราวนี้ก็ต้องมาอนุเคราะห์คนเขาไปทั่ว  นี่ก็หลีกไม่พ้นต้องไปขอลูกสาวชาวบ้านที่สามเงาโน่น  จะปฏิเสธก็ใช่ที่  พอดีเจอเอ็งจึงต้องขอให้ไปเป็นเพื่อนหน่อย  ได้บุญด้วยนะ  ข้าเห็นว่าเอ็งปากดีกว่าใครๆ  ไปด้วยกันนะเว้ย  ห้ามเบี้ยวเด็ดขาด”

 

                สองหนุ่มใหญ่เดินทางไปสามเงาตั้งแต่เช้าของวันรุ่งขึ้น  ถนนหนทางดีกว่าเก่าเยอะ  ไม่ต้องสมบุกสมบันเช่นแต่ก่อน  ต้นไม้ใหญ่หลายต้นที่คุ้นตาก็ยังพอเหลือให้เห็นอยู่บ้าง  สามเงาของเราเป็นเมืองไม้ในอดีต  ธรรมชาติแสนจะร่มรื่นแม้กระทั่งปัจจุบัน  ทั้งสองคนเดินทางกันพักใหญ่ด้วยรถหลวง  เพราะมันเป็นเรื่องบำบัดทุกข์บำรุงสุขของราษฎรโดยตรง  และอีกอย่างหนึ่งตราสิงห์มหาดไทยข้างรถก็เป็นเกราะคุ้มภัยอีกต่างหาก  เผื่อผองภัยที่จะมารบกวนจะได้เบาบางลง  เมื่อขับรถจวนจะถึงตัวอำเภอ  ไอ้รัตน์ก็จอดรถข้างทางตรวจดูความเรียบร้อยอีกครั้ง  จะได้ไม่ต้องกวนลูกบ้านหรือใครให้มาวุ่นวายจนเสียเวลาทำมาหากิน  ก็พอดีหันไปเจอคนรู้จัก “หนานก่อ”หรือไอ้ก่อของไอ้รัตน์  มันเป็นลูกน้องก้นกุฏิที่รู้ใจกันสารพัด  ใช้มันได้ทุกอย่าง  มันเป็นคนกล้าหาญเยี่ยงชายชาตรี  เคยช่วยราชการฟรีๆก็หลายหน  บางทีถึงกับเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาด้วยกัน  มันเป็นบุญคุณค้างคากันอยู่  ตอนนั้นไอ้ก่อมันเจอรักแรกพบอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อน  มันทุรนทุรายจะบ้าเสียให้ได้  มันบอกว่าเวลาจำกัด  ถ้าช้าไปแค่อีกสามวัน  ลูกเถ้าแก่โรงสีจะส่งคนมาสู่ขอคนที่มันรัก  ทางพ่อแม่ของสาวเจ้าก็เตรียมตัวรออย่างเต็มที่  ไอ้ก่อมันกราบเท้านายอำเภอขอให้ช่วยมันหน่อย  ช่วยไปสู่ขอตัดหน้าลูกเถ้าแก่โรงสีให้ที  ถ้าช่วยมันได้มันจะรับใช้ไปจนตลอดชีวิต  ไอ้รัตน์ฟังแล้วถึงแก่สะอึก  ยอมรับว่าความรักน่ะช่างมีอานุภาพเหลือหลาย  จึงตอบไอ้ก่อไปว่า  กูจะช่วยมึงเองแต่มึงไม่ต้องรับใช้กูตลอดชาติหรอก  เอาเฉพาะตอนกูมีธุระเรียกใช้เป็นครั้งคราวก็พอแล้ว  กูเป็นคนขี้เบื่อว่ะ  กาลเวลาช่างผ่านไปเร็วเสียจริง  ไม่ทันไรไอ้ก่อเจ้าปัญหาก็กระเตงลูกน้อยที่กำลังน่ารักน่าชังมาทักนายเก่าเสียแล้ว  เสียงไอ้รัตน์ตะโกนไล่หลังตอนมันลากลับ  ว่ามึงดูแลลูกให้ดี  ขากลับกูจะแวะมาเล่นกับไอ้ตัวน้อยสักหน่อย

 

                “เอ็งทำดีก็เป็นบุญหนุนนำ  มิน่าเล่าเมียเอ็งถึงสวยไม่หยอก  ไอ้พวกเพื่อนมันอิจฉากันหลายคน  มันนินทาเอ็งจนไม่รู้ว่าติหรือชม  ข้าว่ามันอิจฉาแน่ๆ”  ไอ้โรจน์มันชมกึ่งซูไอ้รัตน์กลายๆ  ไอ้รัตน์ยิ้มแย้มแต่ก็ต้องหันไปทักลูกบ้านอีกคนที่ขี่จักรยานข้างทาง  เสร็จแล้วบอกไอ้โรจน์ว่า “ไอ้นี่ก็เกือบไป  พอดีติดราชการสำคัญ  ไม่งั้นต้องไปขอลูกสาวให้มันอีก”

 

 

 

                ทั้งสองนายอำเภออาวุโสก็มาถึงจุดหมายจนได้  เป็นบ้านพักของคนบ้านนอกฐานะอันจะกิน  อานาบริเวณกว้างขวางพอสมควร  เมื่อเข้าสู่เขตบ้าน  ไอ้รัตน์เดินนำลิ่วไปไหว้ศาลพระภูมิพร้อมกับเอาสองฝ่ามือเสยจอนผมลูบไล้สู่ท้ายทอยด้วยความเคารพ  ไอ้รัตน์มันคงทำอย่างนี้กับบ้านลูกบ้านของมันทุกหลัง  มิน่าเล่า  ชาวบ้านถึงนิยมชมชอบมันเหลือเกิน  มันจึงมีพรรคพวกอยู่ทั่วไปหมด

 

                ไอ้รัตน์ทักทายพี่ต้อยที่โผล่จากตัวบ้านอย่างสนิทสนม  พี่ต้อยเป็นสาวใหญ่เจ้าของบ้านที่เรามุ่งมาหา  ไอ้โรจน์รีบไหว้ตามพร้อมกับแนะนำตัวเองว่ามาเป็นเพื่อนไอ้รัตน์  เราสองคนซี้กันมาตั้งแต่เรียนหนังสือ  พี่ต้อยโอภาปราศรัยด้วยเป็นอย่างดีเยี่ยงคนไทยในชนบท  กริยามารยาทของพี่ต้อยนุ่มนวลอบอุ่นแก่ผู้มาหาทุกคน  แต่แฝงด้วยบารมีที่น่าเกรงขาม  เป็นผู้นำมวลชนที่ไม่ต้องมีใครแต่งตั้ง  ลูกบ้านทั้งหลายตลอดจนกำนันผู้ใหญ่บ้านต่างให้ความเกรงใจ พร้อมจะรับใช้ในทุกๆเรื่องทันทีหากพี่ต้อยเอ่ยปาก  พี่ต้อยบงการให้จัดเตรียมสำรับข้าวปลาอาหารและสถานที่หลับนอนไว้ให้แขกด้วยตัวเอง  ไม่ให้มีสิ่งไรขาดตกบกพร่อง  หลังจากอาบน้ำอาบท่ากินข้าวปลาจนอิ่มหนำ  พี่ต้อยชวนไอ้รัตน์คนเดียวไปคุยต่อที่ห้องรับแขก  ปล่อยให้ไอ้โรจน์เล่นหวัวกับหลานตัวเล็กอย่างสนุกสนาน  และจัดเครื่องดื่มแก้คอแห้งวางไว้อยู่เคียงข้าง  ไอ้โรจน์จิบไปคุยเล่นไปแสนจะเพลิดเพลิน  ได้ยินเสียงในห้องรับแขกดังขึ้นมาสองสามครั้งก็ไม่ทันสังเกต  นึกว่าหูฝาดเพราะเมรัย  แต่ครั้งสุดท้ายนี่สิเป็นเสียงพี่ต้อยที่เข้มจนขนลุก  เลยต้องตั้งสมาธิฟังว่ามันเรื่องอะไรกัน  เสียงพี่ต้อยพูดว่า “นายอำเภอทำตัวไม่ถูก  กินบนเรือนขี้รดหลังคา  กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องแล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้  อย่างนี้จะใช้ได้ที่ไหน”

 

              แค่เท่านั้นเอง  ไอ้โรจน์ผู้เจนจบในชีวิตรักเหมือนกัน  ก็เดาเรื่องได้ตลอดปลอดโปร่ง  รู้สึกว่าม่านบังตาที่ไอ้รัตน์มันใช้ปิดตาไว้เริ่มลุ่ยออก  มิน่าล่ะ  เห็นลูกสาวคนโตของพี่ต้อยแอบปลีกตัวขึ้นชั้นบน  ไอ้เรานึกว่าเด็กมันขี้อาย  หนอย....ไอ้รัตน์นะไอ้รัตน์  หลอกได้กระทั่งเพื่อนฝูง “โธ่พี่  ผมมันเป็นคนรับผิดชอบ  จะชั่วดีอย่างไรก็ไม่คิดหนีห่าง  หรือทอดทิ้งน้องเขา”  ไอ้รัตน์โชว์กึ๋นความมานะพยายามของมันให้ประจักษ์  มันรำพันต่ออีกพักใหญ่  จนคนฟังและคนแอบฟังต้องน้ำตาตก  เสียงพี่ต้อยแทรกขึ้นมา  เสียงยังคงเด็ดขาด แต่แผ่วลงไปหน่อย “แล้วจัดการบอกเค้าหรือยัง  ต้องรีบบอกกันเดี๋ยวนี้วันนี้เลย  ชักช้าไม่ได้  เป็นห่วงอีหนูมัน  เดี๋ยวจะเอาตัวไม่รอด  เฮ้อ  กรรมหนอกรรม”

 

              เสียงไอ้รัตน์กระปรี้กระกระเปร่าขึ้นมาทันที “ต้องเงียบๆไว้ก่อนพี่  น้ำเชี่ยวอย่าไปขวางเรือ  เงียบสักพักแล้วทุกอย่างจะดีไปเอง  ผมขอละพี่”

 

 

 

                เอากะมันซี  มันสรุปเรื่องเอาง่ายๆ  มันขอลูกสาวชาวบ้านจริงๆ  เหมือนกับที่มันบอกแต่แรก  แต่คราวนี้มันขอให้ตัวมันเอง  เห็นใจพี่ต้อยสุดซึ้งแต่ก็เห็นใจตัวเองสุดๆเหมือนกัน  ไอ้โรจน์รอดจากโดนเจ้าแม่ไม่สั่งให้ลูกน้องไล่เหยียบก็บุญนักหนาแล้ว  ฝีปากไอ้รัตน์คุ้มหัวได้อย่างคาดไม่ถึง  พอต่อว่าแกมด่าแรงๆระหว่างเดินทางกลับมันก็ไม่โกรธตอบ  กลับยิ้มละมัยแล้วพูดสั่งสอนว่า

 

“ถ้ามึงกับกูไม่ไหว้ศาลพระภูมิให้พี่ต้อยที่แอบดูอยู่ชั้นบนเห็นจะจะแล้วละก็    กูว่าหัวแบะกันทั้งคู่ละวะ    ฮ่ะ ๆ...  เงาหัวก็จะไม่เหลือเลยสักเงา”


 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 ศุภฤกษ์ , sorkanchana ถูกใจสิ่งนี้ (2)
sorkanchana วันที่ : 21/10/2012 เวลา : 18.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sorkanchana

เป็นบุญที่สู่ขอเมียให้คนอื่นอยู่ทุกบ่อย เลยทำให้ขอให้ตัวเองได้บ้าง แต่เมียแท้จริงที่สวยนั้น อย่าให้ความลับรั่วไปเข้าหูนะครับ หญิงไทยนั้นใจเหี้ยม ตัดได้ทั้งใจทั้งอย่างอื่นด้วยนะเออ

ความคิดเห็นที่ 1 sorkanchana ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ศุภฤกษ์ วันที่ : 21/10/2012 เวลา : 02.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suparurk


เข้าใจว่า ไอ้รัตน์ เมียสวยอยู่แล้วนี่นา ทำไมจึงมาขอเมียอีกคนนะเนี่ย อย่างนี้หมายความว่าอย่างไรหนอ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน