*/
  • sorkanchana
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sakk62@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-09-23
  • จำนวนเรื่อง : 293
  • จำนวนผู้ชม : 152591
  • จำนวนผู้โหวต : 66
  • ส่ง msg :
  • โหวต 66 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 25 ตุลาคม 2555
Posted by sorkanchana , ผู้อ่าน : 2890 , 06:13:26 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน ศุภฤกษ์ , ตะลอนผันใต้ตะวันแดง และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

เกร็ดตำนาน

โดย

"ศ. กาญจนา"

 

                ต่อมาประมาณปี 2496- 2506 วงการมวยเมืองไทยก็เข้ามาสู่ยุครุ่งเรืองถึงขีดสุด เรามีสนามมวยราชดำเนิน“ชามอ่างยักษ์” เป็นอัฒจันทร์ที่มีหลังคาคอนกรีตคลุม นักมวยไม่ต้องชกกันกลางแจ้งเช่นแต่ก่อน แต่บรรดาแฟนมวยที่ปีนต้นไม้ที่มีอยู่รอบๆรั้วของเวทีแล้วดูมวยฟรี คงไม่ค่อยพอใจเท่าใดนัก จากนั้นอีกไม่นานก็มีสนามมวยลุมพินีเพิ่มขึ้นอีกแห่งหนึ่ง ที่เราเรียกกันว่า “วิกสังกะสี” เป็นสนามมวยที่จุคนดูได้มากไม่แพ้ราชดำเนิน เพียงแต่หลังคาเท่านั้นยังเป็นหลังคาสังกะสี

              ช่วงนั้นและก่อนนั้น มีมวยจากต่างจังหวัดมาชกกรุงเทพกันครบทุกภาค จากเหนือจรดใต้ นักมวยภาคเหนือที่มีชื่อเสียงก็มี ชูชัย พระขรรค์ชัย เปลี่ยน เสมาทอง บุญมี แม่นฉมัง ประชัน ชัยสงัดและศิษย์พันธุ์ ยอดศรจันทร์ ส่วนมวยใต้ก็มี ว่อง เลือดชาวสวน ลิงลม ศรสิงห์ นิมิต เลือดเมืองใต้ มวยอิสานก็มี ประยุทธ อุดมศักดิ์ สายฟ้า แขวงมีชัย จำเริญ ทรงกิตติรัตน์ มวยตะวันออกก็ได้แก่ สมพงษ์ สมานฉันท์ ดาวทอง สิงหพัลลภ ออมทรัพย์ แหลมฟ้าผ่า สุวิทย์ ลูกบางปลาสร้อย และยังมีค่ายมวยไทยมุสลิมในกรุงเทพฯดังอีกสองคณะ มีคณะศรแดง ที่มี อุสมาน, สะมะแอ, อีเซอร์ และอดุลย์ เป็นนักมวยเอก และคณะศ.บางคอแหลม ก็มี ขุนศึกน้อย และสุรัตน์ ศ.บางคอแหลม เป็นขุนพลประจำค่าย เหล่านี้เป็นต้น

              ค่ายมวยในกรุงเทพฯมีมากมายหลายแห่ง ค่ายยนตรกิจนั้นได้ชื่อว่านักมวยหมัดหนัก ค่ายเจริญเมืองได้ชื่อว่านักมวยทุกคนทรหดอดทนเป็นเลิศ เห็นว่าเวทีซ้อมทำไว้เล็กเป็นพิเศษ นักมวยจะถอยหนีกันไม่ค่อยได้ ทุกคนจึงต้องมีแรงปะทะที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะเป็นนักมวยค่ายนี้ได้ มีคำพูดล้อเล่นว่า มวยค่ายเจริญเมืองถอยไม่เป็น ขืนถอยจะหกล้มทันที ส่วนค่ายเชื้อไชยาของปรมาจารย์เขต ศรียาภัยนั้นเป็นค่ายมวยอนุรักษ์นิยม มุ่งรักษาศิลปะประจำชาติเป็นหลัก ฝึกสอนมวยตามต้นตำหรับไม่ยอมนอกคอก ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ด้านธุรกิจ มีการย่างสามขุมที่สง่างาม และอนุรักษ์แม่ไม้มวยไทยต้นฉบับไว้ครบถ้วน ค่ายมวยแต่ละค่ายที่พูดถึงและยังไม่ได้พูดถึงนี้  ล้วนมีเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไป 

                                                                                

                ยุคนั้น “อุสมาน ศรแดง” หรือ “โอรสเจ้าอาหรับ” ดังระเบิด นอกจากชกมวยแล้วยังได้เล่นภาพยนตร์เป็นพระเอกมาสองสามเรื่อง มีความสามารถชกมวยได้ทุกรูปแบบ ทั้งรุกทั้งรับ ทั้งมวยไทยและสากล เก่งชนิดหาตัวจับยาก บรมครู “เตี่ยตันกี้” ของค่ายยนตรกิจ ส่ง “ทองใบ ยนตรกิจ” หรือ “ไอ้ยางตัน” ลูกศิษย์เอกขึ้นไปปราบอุสมานได้ด้วยลูกเตะขา ค่ายยนตรกิจได้วางแผนและซุ่มฝึกเพื่อการนี้โดยเฉพาะ อุสมานทั้งๆที่หนุ่มกว่า หมัดหนักกว่า หล่อกว่าและแข็งแรงกว่า ก็โดนทองใบไล่เตะตัดขาพลิกคว่ำพลิกหงายอย่างคาดไม่ถึง ตั้งแต่นั้นมามวยไทยก็เน้นลูกเตะขามากยิ่งขึ้นกว่ามวยสมัยก่อน ลูกเตะขาได้สำแดงเดชอีกครั้งเมื่อหลายปีต่อมา ที่มีมวยดังจากภาคใต้ “จุฬา ลูกทักษิณ” ผู้มีเชิงชกแพรวพราวครบเครื่อง เป็นยอดมวยรุ่นเล็กที่หาคนทาบยาก จนทำท่าจะขึ้นคานเอา ก็มาโดน “ชูศักดิ์ ราชวัตร” ค่ายราชวัตรนี้เสมือนหนึ่งเป็นค่ายพี่ค่ายน้องกับยนตรกิจ ด้วยอยูในละแวกเดียวกัน ชูศักดิ์เป็นนักชกผู้มีฉายาว่า “ไอ้หน้าตาย” วันนั้นไอ้หน้าตายเป็นรองเกือบทุกด้าน ได้ตัดสินใจต่อกรด้วยลูกเตะขาลูกเดียวจริงๆ เป็นกลยุทธที่เตี่ยตันกี้ปรมาจารย์ของค่ายยนตรกิจ ค่ายมวยผู้พี่ เป็นผู้ได้บัญญัติขึ้นมา จุฬาผู้ออกอาวุธได้หลากหลายครบเครื่องและมีเชิงชกอันงดงาม ก็เป็นม้าตีนต้นที่ชกพลิกล็อคโดนไอ้หน้าตายเจาะยางแพ้จอดป้ายอย่างหมดรูป

                             

                 ตี่ยตันกี้ ปรมาจารย์ค่ายยนตรกิจเป็นสีสันของวงการมวยที่ไม่มีใครลืมเลือน ด้วยท่านมีบุคลิกที่ไม่ซ้ำแบบใคร มีคารมโวหารเด็ดๆ มีลูกไม้ในการฝึกสอนมวยที่หลากหลาย มีกลยุทธแก้ทางมวยที่ไม่เหมือนใคร นอกจากยนตรกิจจะมีลูกเตะขาอันเลื่องชื่อแล้ว  เตี่ยตันกี้ยังเป็นเจ้าของตำหรับ  “หมัดสกรูฮี” ที่สมเดช ยนตรกิจ นำมาถล่มประยุทธ อุดมศักดิ์ ลงได้ถึงสามครั้งสามครา และเคยแถลงข่าวเสียงดังฟังชัดถึงน้ำหนักหมัด “ซ้ายฟ้าผ่า” ของสมเดชศิษย์รักว่า หนักเป็นหลายร้อยกิโล เล่นเอาบรรดาครูมวยแฟนมวยและนักข่าวกีฬาฟังแล้วงงแต่ไม่กล้าซัก นอกจากนี้ยังมีข่าวแต่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากลูกศิษย์ใกล้ชิดว่า วันหนึ่งเกิดการตะลุมบอนนอกเวทีกับพวกนักเลงอันธพาล ฝ่ายเตี่ยตันกี้พร้อมกับลูกศิษย์ตกอยู่ในวงล้อม กำลังโดนรุมยำด้วยพวกนักเลงที่มีคนมากกว่า จนทำท่าว่าจะลำบากแน่ๆ แต่จู่ๆไอ้พวกนักเลงเกือบทุกคน ทรุดงอตัวลงกับพื้นทีละคนแล้วคลานหนี  เอามือกุมหน้าแข้งร้องโอดโอยหน้าตาบิดเบี้ยว รู้กันภายหลังว่า มันถูกเตี่ยเคาะหน้าแข้งด้วยไม้ตะพดเบาๆจนครบทุกคน แค่โดนคนละเบาะๆมันก็เผ่นหนีกระเจิงหางจุกตูดส่งเสียงร้องอย่างกับหมาหอน เป็นตำรับอาวุธลับเฉพาะตัวของเจ้าสำนัก ที่ลูกศิษย์ไม่กล้าเอามาเล่าเล่นเพราะกลัวเตี่ยจะอาย เป็นการแอบใช้เครื่องทุ่นแรงที่เหมาะแก่วัยและสมควรแก่เหตุ

                                                                      

 

                ค่ายยนตรกิจ ป็นค่ายระดับตำนานของมวยไทย ที่ยืนยงอยู่นานจนถึงรุ่นลูกๆหลานๆ จนกระทั่งยุบค่ายไปตามกาลเวลา เป็นที่กล่าวขวัญกันในย่าน “วัดน้อยนพคุณ” ละแวกราชวัตร ที่ค่ายยนตรกิจอาศัยลานวัดเป็นที่ฝึกซ้อมมวย และเป็นสำนักงานของค่ายไปในตัว จนมีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วประเทศในยุคนั้น 


 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 ศุภฤกษ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
sorkanchana วันที่ : 26/10/2012 เวลา : 10.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sorkanchana

รุ่นพีผมปีเดียว "ฉลอง สมิตมาน" เป็นสถาปนิกออกแบบทั้งอาคารและตกแต่งภายในให้ "ยนตรกิจ"บริษัทรถยนต์ แกตอบผมในคำถามเดียวกันเปี๊ยบเลยว่าชื่อพ้องกันครับ พี่หลองตามเตี่ยตันกี้ไปนานแล้ว ยังเหลือก็ แต่"ศ. กาญจนา"คนนี้แหละ

ความคิดเห็นที่ 2 sorkanchana ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ศุภฤกษ์ วันที่ : 26/10/2012 เวลา : 02.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suparurk

เรื่องวันนี้ก่อนผมเกิดอีกครับ

ผมเคยอยู่ตรงข้ามวัดน้อยนพคุณหลายปี พึ่งรู้นะครับว่าเคยเป็นที่ฝึกซ้อมของค่ายมวยดังเสียด้วย

ว่าแต่ค่ายยนตรกิจนี่คือค่ายของบริษัทรถยนต์หรือเปล่าครับ หรือแค่ชื่อพ้อง?

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
sorkanchana วันที่ : 25/10/2012 เวลา : 11.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sorkanchana

ลองนึกๆดูโดยไม่ได้จัดลำดับ มวยดังๆของยนตรกิจนั้นมีหลากหลาย โดยพื้นฐานแล้วหมัดหนักทุกคน มีดังนี้ครับ นำโดย สมเดช ซ้าฟ้าฟาด, ทองใบ, แดนชัย, เดชฤทธิ์, สายเพชร, นำศักดิ์, เขียวหวาน, กุมารทอง และยังมีอีกยาวเหยียด

เมื่อสิ้นเตี่ยตันกี้แล้ว แป๊ะผู้เป็นลูกชายได้เป็นหัวหน้าคณะสืบต่อมาครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน