*/
  • sorkanchana
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sakk62@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-09-23
  • จำนวนเรื่อง : 293
  • จำนวนผู้ชม : 138746
  • จำนวนผู้โหวต : 65
  • ส่ง msg :
  • โหวต 65 คน
วันเสาร์ ที่ 24 พฤศจิกายน 2555
Posted by sorkanchana , ผู้อ่าน : 1208 , 20:30:39 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ศุภฤกษ์ , ชายแม้น โหวตเรื่องนี้

คุยกับหลวงพี่

โดย

ศ. กาญจนา

 

    หลวงพี่ของผมเป็นนักเรียนรุ่นพี่จากจังหวัดๆเดียวกันกับผม เมื่อท่านจบชั้นมัธยมจากโรงเรียนประจำจังหวัดแล้ว ก็ได้เข้ากรุงเทพฯเพื่อศีกษาต่อที่โรงเรียนเตรียมอุดมฯ จากนั้นก็เรียนต่อที่คณะอักษรศาสตร์จุฬาฯ ปีที่ท่านเรียนจบเป็นปีที่ผมเพิ่งสอบเข้าคณะสถาปัตย์ได้ เรียกว่าสวนกันจนไม่มีโอกาสพบกันในจุฬาฯเลย ทราบข่าวภายหลังว่าท่านได้ไปศึกษาต่อที่ฝรั่งเศส เมื่อจบกลับมาก็ได้ทำงานในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง ทำงานก้าวหน้าจนได้เป็นใหญ่เป็นโตถึงเป็นผู้ว่าการฯ พวกเราชาวจังหวัดตากรุ่นน้องต่างก็ภาคภูมิใจในพี่คนนี้

 

          เมื่อทราบว่าท่านได้ตัดสินใจเข้าสู่ร่มกาสวพัสตร์ หลังจากที่ท่านเกษียณอายุจากตำแหน่ง “ผู้ว่าการสื่อสารแห่งประเทศไทย” ได้ไม่กี่ปี พวกเรารุ่นน้องได้ข่าวก็อนุโมทนาสาธุกันทุกคน พวกเพื่อนสมัยเด็กรุ่นเดียวกับท่าน ก็มาร่วมงานบวชกันหลายคน คนหนึ่งจบด็อกเตอร์ทางฟิสิกซ์จากสหรัฐฯ อีกคนหนึ่งเป็นวิศวกรไฟฟ้าจากเยอรมัน และอีกคนเป็นอาจารย์ทางศิลปกรรมที่เรียนจบจากอังกฤษ ทำไมหนอนักเรียนต่างจังหวัดรุ่นนั้นถึงเรียนหนังสือกันเก่งๆเหลือเกิน ทั้งๆที่ตัวโรงเรียนเองก็อยู่ไกลปืนเที่ยงชนิดที่เอ่ยชื่อแล้วแทบไม่มีใครรู้จัก

                      

           งานบวชครั้งนั้นเป็นไปอย่างเงียบที่สุดที่วัดป่าแห่งหนึ่งในจังหวัดสกลนคร พวกลูกน้องเก่าที่การสื่อสารฯต่างมาร่วมงานบวชเกือบถ้วนหน้า ทุกคนรวมทั้งเพื่อนชาวตากต่างนึกเหมือนกันว่า สักพักท่านคงลาสิกขากลับมาอยู่กับพวกเราอีกแน่ๆ แต่เชื่อไหมครับ นับจากวันนั้นถึงวันนี้ท่านบวชนานเกิน 12 ปีเข้าไปแล้ว ไม่มีทีท่าที่จะสึกหาลาเพศเลย ท่านเป็นพระป่าที่เคร่งครัด ชอบอยู่ในเสนาสนะที่สงัด เก็บตัวเงียบบนป่าเขา เจริญธรรมด้วยจิตศรัทธาที่มั่นคง ผมขอไม่เปิดเผยชื่อหลวงพี่ของผมและชื่อวัดที่ท่านบวชนะครับ เกรงท่านและวัดจะถูกรบกวนมากเกินไป จะเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติธรรมของท่านเปล่าๆ

           ท่านจะออกจากวัดก็ต่อเมื่อมางานศพของบรรดาญาติโยม หรือไม่ก็เป็นงานศพของเพื่อนๆโดยเฉพาะนักเรียนร่วมรุ่นชาวตาก ที่หลวงพี่จะมาร่วมงานเสมอไม่เคยขาด

           ผมได้พบหลวงพี่โดยบังเอิญเมื่อครั้งผมกลับตากไปทำบุญกับครอบครัว ทราบว่าปีนั้นท่านได้รับนิมนต์จากญาติโยมให้มาจำพรรษาอยู่ที่ “วัดสีตลาราม” ซึ่งเป็นว้ดอยู่ในตัวเมืองไม่ห่างจากบ้านญาติโยมพี่ๆน้องๆนัก ผมรีบไปหาท่านด้วยความเคารพและคิดถึง หลังจากหลวงพี่ถามไถ่ทุกข์สุขตามสมควรแล้ว ท่านได้เล่าว่า ไหนๆท่านก็ได้กลับมาจำพรรษาที่บ้านเกิดแล้ว จึงถือโอกาสก่อตั้งห้องสมุดให้วัด และได้จัดระบบของห้องสมุดให้ง่ายต่อการบริหารจัดการของเจ้าหน้าที่วัด และสะดวกต่อพระเณรและผู้สนใจที่จะทำการศึกษาค้นคว้า ตอนนี้ก็ได้จัดระบบใกล้จะสำเร็จเรียบร้อย เสร็จเมื่อใดท่านก็จะกลับไปสกลนครทันที เพราะต้องไปปรนนิบัตรอุปัชฌาย์ของท่านที่อยู่ที่นั่น

           หลวงพี่ได้เล่าเรื่อง "พี่ชื่น" หรืออาจารย์ชื่นที่เคยเป็นอาจารย์โรงเรียนประจำจังหวัด และเป็นนักเรียนมัธยมรุ่นเดียวกับท่าน ข้อสำคัญพี่ชื่นสนิทกับนักเรียนรุ่นผมเป็นอย่างมากเสียด้วย วันหนึ่ง พี่ชื่นได้มาขอคำปรึกษาแนะนำจากหลวงพี่ ในการเตรียมตัวเตรียมใจก่อนตาย ด้วยพี่ชื่นเป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย หลวงพี่ได้ให้กำลังใจและสอนพี่ชื่นให้ตั้งสติอย่างมั่นคง ทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว พึงอโหสิแก่ทุกสรรพสิ่ง รำลึกถึงพุทธคุณอยู่เสมอ   เมื่อจะถึงเวลาตายจากจริงๆ ตอนนี้สำคัญยิ่ง ให้ตั้งสติรำลึกถึงพุทธคุณและบุญกุศลที่ได้ทำมา อย่าให้จิตใจหมกมุ่นกับสิ่งที่มัวหมอง ผลบุญจะนำไปอยู่ภพใหม่ที่สูงขึ้น ครับใช่แล้วครับ ผมเชื่อของผมว่า ขณะนี้พี่ชื่นคงกำลังอยู่ในสรวงสวรรค์ อาจจะกำลังรอหลวงพี่กับเพื่อนๆที่คงทยอยตามมาอยู่ที่บนโน้น

 

          เมื่อต้นปีนี้ คุณแม่ของเพื่อนผมคนหนึ่งที่เคยอยู่เมืองตากได้เสียชีวิตที่กรุงเทพฯ พี่ชายของเพื่อนคนนั้นเป็นนักเรียนรุ่นเดียวกันกับหลวงพี่ หลวงพี่เดินทางมาจากสกลฯทันที เพื่อมาร่วมงานศพคุณแม่เพื่อนที่วัดโสมนัสฯ โดยท่านทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์ ผมช่วยปรนนิบัติท่านในงานสวดเสมือนเป็นลูกศิษย์วัดที่ติดตามมาจากสกลนคร ทั้งนี้ด้วยความที่เป็นนักเรียนต่างจังหวัดจากโรงเรียนเดียวกัน และยังได้มาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันกับท่านที่กรุงเทพฯอีก

          เมื่อมีจังหวะสนทนากัน หลวงพี่ได้เล่าเรื่องต่อจากเรื่องพี่ชื่น ที่ท่านเคยเล่าให้ฟังเมื่อหลายปีก่อน หลวงพี่ของผมยังเป็นคนที่มีความจำเป็นเลิศเหมือนเดิม คุยกับใคร เรื่องอะไร และเมื่อไร จำได้ไม่ผิดพลาด มิน่าล่ะ ตอนเรียนหนังสือ ท่านถึงอยู่ในระดับแนวหน้ามาตั้งแต่เด็กจนโต ท่านเล่าถึงเพื่อนร่วมรุ่นอีกคนหนึ่ง ที่เสียชีวิตโดยไม่มีโอกาสได้เตรียมตัวเตรียมใจเช่นพี่ชื่น  "พี่รำพัน"คือเพื่อนคนนั้น ได้มาหาท่านในนิมิตกลางดึก ขณะที่ท่านกลับจากตากมาจำวัดที่สกลนครแล้ว พี่รำพันได้พยายามขอร้องให้หลวงพี่ช่วยดูแลเรื่องที่ตนเองกังวลอยู่ ในนิมิตนั้นพี่รำพันพูดจาได้ไม่ชัดเจน คำพูดไม่ปะติดปะต่อกัน พูดวกวนเสมือนหนึ่งใจคอกำลังล่องลอย ฟังจับใจความไม่รู้เรื่อง ได้ยินคำว่าโฉนดๆปนอยู่หลายครั้ง แล้วภาพของพี่รำพันก็ค่อยๆเลือนจางหาย ท่านแผ่เมตตาให้พี่รำพันแล้วคิดถึงเรื่องที่เพื่อนพยายามฝากให้เป็นธุระ แต่มันเป็นธุระอะไรก็ไม่รู้ได้ หลวงพี่ถึงกับรำพึงว่า เพื่อนเอ๋ย ก่อนตายก็ไม่รู้จักมาปรึกษาหารือ จะได้ไปดีไม่มีห่วงเหมือนอย่างเจ้าชื่น

          หลวงพี่ตัดสินใจเดินทางออกจากสกลฯไปจังหวัดตากทันที ไปหาญาติๆของพี่รำพันที่บ้าน เมื่อพี่น้องลูกหลานของพี่รำพันมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา หลวงพี่ได้เล่าเรื่องในนิมิตให้ฟัง แล้วถามว่ามีใครทราบเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับโฉนดๆบ้างหรือเปล่า หรือมีเรื่องทรัพย์สมบัติอะไรที่ยังเป็นปัญหาจนพี่รำพันเขาห่วงกังวล ญาติพี่น้องทุกคนยกมือไหว้ท่วมหัว แล้วตอบหลวงพี่ทันทีว่า ไม่มีเลยขอรับ พี่รำพันจัดการไว้เรียบร้อยก่อนตาย พี่เขาคงอยากแวะมาหาเพื่อนที่อยู่ในสมณะเพศละมั้ง เพราะพี่รำพันเคยพูดถึงหลวงพี่อยู่บ่อยๆด้วยความนิยมชมชื่น หลังจากสนทนากันตามควรแล้ว หลวงพี่ก็ขอเวลาเพ่งสมาธิจิตสงบนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วลาครอบครัวของพี่รำพันกลับวัดป่าที่สกลฯ

          สองเดือนต่อมา หลวงพี่ได้ข่าวจากญาติของเจ้ารำพันเพื่อนรัก ที่อุตส่าห์โทรทางไกลจากเมืองตากว่า เจอแล้วครับเจ้าโฉนดที่ว่านั่น เรื่องมันแปลกจริงๆ ที่อยู่ๆเพื่อนเก่าคนหนึ่งของพี่รำพันได้โทรมาหาพี่เขาด้วยความคิดถึง เลยได้ทราบว่าพี่รำพันตายแล้ว แกตกใจใหญ่เพราะเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก คบกันมาตั้งแต่สมัยยังหนุ่มๆ เคยทำงานที่ธนาคารกรุงเทพฯด้วยกัน ครั้งหนึ่งแกได้เคยชวนพี่รำพันไปซื้อที่ดินในต่างจังหวัด เมื่อได้ดูที่จนพอใจและตัดสินใจซื้อแน่ๆแล้ว ถึงตอนจะโอนกรรมสิทธิ์กันพี่รำพันเกิดไม่ว่าง เลยต้องขอให้เขาโอนที่ดินแปลงที่เป็นของพี่รำพันให้เป็นชื่อเพื่อนคนนั้นไปก่อน ว่างเมื่อไรค่อยไปจัดการโอนกันอีกที เมื่อกาลเวลาผ่านไปเนิ่นนาน ก็ยังไม่มีการโอนที่คืนให้พี่รำพันสักที มัวแต่รีๆรอๆมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ แล้วเดี๋ยวนี้พี่รำพันเกิดมาตายจากเสียอีก เพื่อนรักของพี่รำพันคนนี้เป็นคนแสนประเสริฐ เมื่อแกสร่างจากความโศกเศร้าที่เพื่อนรักตายแล้ว แกก็ได้รีบจัดการโอนที่ดินผืนนี้ให้ลูกๆของพี่รำพันจนเป็นที่เรียบร้อย มิหนำซ้ำยังทำท่าจะแย่งออกภาษีโอนให้เจ้าหลานๆอีกด้วย

 

          วันหนึ่ง ที่วัดของหลวงพี่ที่สกลนคร หลวงพี่หน้าตาผ่องใสนั่งท่ามกลางญาติโยมคนท้องที่ที่นั่น  ผมกับเพื่อนเมืองตากสองสามคนมากราบนมัสการท่าน เมื่อได้จังหวะ ผมพูดสัพยอกหลวงพี่ในใจไม่ให้ใครได้ยินว่า “สงสัยตอนนี้หลวงพี่กำลังอิ่มบุญ จนจะบรรลุเป็นอรหันต์แล้วล่ะมั้งเนี่ย” ไม่ทราบว่าหลวงพี่ได้ยินหรือเปล่า แต่หลวงพี่หันขวับมาในทันทีและจ้องตาผมเขม็ง จนผมเย็นสันหลังวาบ แล้วหลวงพี่พูดเสียงดังว่า ". เองก็เถอะ  อย่าทำปากดีนัก บอกให้มาคุยกับหลวงพี่เสียแต่เนิ่นๆก็ไม่ยอมมา เดี๋ยวก็จะไม่ทันเหมือนเจ้ารำพันอีกคน"

 

           ผมก้มลงกราบลาตอบหลวงพี่ดังๆปากคอสั่นว่า “ปล่อยให้พี่ชื่นกับพี่รำพันแอบมาคุยกับหลวงพี่แต่เพียงคนเดียวเถอะ ผมไม่ขอร่วมด้วยหรอกขอรับ ........ผมเผ่นละครับหลวงพี่


 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
sorkanchana วันที่ : 23/11/2018 เวลา : 20.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sorkanchana

อนิจจัง ไม่เที่ยง หลวงพี่ของผมถึงแก่มรณภาพหลังจากผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจตีบเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2561

ขอบุญกุศลที่หลวงพี่ได้บำเพ็ญมาโดยตลอด จงเป็นพลวัตรปัจจัยให้พลวงพี่ได้ไปถึงภพภูมิที่ดีงาม สุข สงบ ต่อไป

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
sorkanchana วันที่ : 29/11/2012 เวลา : 13.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sorkanchana

วันเดือนปีนั้นจำไม่ได้ เห็นท่านก่อนบวชวิ่งจ๊อกกิ้งผ่านบ้านผมที่จังหวัดตาก ได้ทักกันพยักเพยิดกันเท่านั้นเอง ท่าทางท่านยังวิ่งได้อย่างเข้มแข็ง เผลอแพลบเดียว ได้ข่าวว่าท่านเป็นพระเสียแล้ว และเป็นพระป่าเสียด้วย.....สาธุ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ศุภฤกษ์ วันที่ : 27/11/2012 เวลา : 02.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suparurk

พึ่งคุยกับเพื่อนเหมือนกันครับว่าตอนนี้สิ่งที่ยังพอสร้างความหวังกับประเทศไทยอีกเรื่องหนึ่งก็คือศาสนาพุทธนี่แหละ ผมรู้สึกของผมเองว่าคนไทยศึกษาและเข้าใจมากขึ้นกว่าเมื่อ 20 ปีก่อนเยอะนะครับ

วิ่งมากแล้วจะมีปัญหาเรื่องข้อหรือครับเพราะผมก็ชอบวิ่งเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
sorkanchana วันที่ : 26/11/2012 เวลา : 08.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sorkanchana

เมื่อบ้านเมืองยุ่งเหยิง เลยเอาเรื่องพระเรื่องเจ้ามาคุยกัน ขอให้ทุกคนมีความสุข อย่าลืมรักบ้านรักเมืองกันบ้างนะครับ ขอให้โชคดี

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
sorkanchana วันที่ : 25/11/2012 เวลา : 09.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sorkanchana

หลวงพี่ของผม สมัยเรียนมัธยมก็เป็นนักยิมของโรงเรียน ต่อมาเมื่อเป็นผู้ใหญ่ก็เป็นนักจ๊อกกิ้ง ท่านไปจ๊อกในสถานที่ต่างๆ ทั้งในประเทศนอกประเทศ จนได้รับ Certificate มาเป็นว่าเล่น ท่านชอบออกกำลังเล่นกีฬามาชั่วชีวิต จนกระทั่งมาเป็นภิกษุ ท่านมีปัญหาเรื่องกระดูกข้อต่อที่สมบุกสมบันมาเกินตัว จนเจ็บปวดมากบ้างน้อยบ้าง ท่านปลงต่อสังขารและเจริญธรรมต่อเนื่องอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ใช่แล้วครับ ท่านเป็นพระสุปฎิปันโนจริงๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน