• เธอกับฉัน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : spy_bluezaa@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-30
  • จำนวนเรื่อง : 44
  • จำนวนผู้ชม : 51131
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
เ-ธ-อ-กั-บ-ฉั-น...
=>WeLcoMe To mY BLoG MInnEy=
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/spyzaa
วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม 2552
Posted by เธอกับฉัน , ผู้อ่าน : 11560 , 22:27:08 น.  
หมวด : นักเรียน/นักศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สักยันต์
วัฒนธรรมการสักบนผิวหนัง การสักลวดลายบนผิวหนังหรือที่เรียกว่าสักลายหรือสักยันต์เป็นวัฒธรรมอย่างหนึ่งของไทย ที่มีมาช้านานแต่ทุกวันนี้ลายสักหรือสักยันต์ตามความเชื่ออย่างโบราณแทบจะไม่มีแล้ว จะมีเพื่อความสวยงามเป็นการตกแต่งเสริมความงามให้กับร่างกายบ้างแต่ไม่มากนัก เรื่องราวของลายสักของคนไทยเป็นสิ่งที่น่าศึกษาค้นคว้าเรื่องหนึ่ง แต่ดูเหมือนจะไม่มีใคร สนใจใคร่ศึกษามากนัก ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมพื้นบ้านอย่างหนึ่งและนับวันจะสูญหายไป "สัก" คืออะไร พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยถาน พ.ศ.๒๕๒๕ เขียนว่า "สัก" คือ การเอาเหล็กแหลมแทงลงด้วยวิธีการหรือเพื่อประโยชน์ต่างๆ กันใช้เหล็กแหลมจุ้มหมึกหรือน้ำมันงาผสมว่าน ๑๐๘ ชนิด เป็นต้นแทงที่ผิวหนังให้เป็นอักขระเครื่องหมายหรือลวดลายถ้าใช้หมึกเรียกว่าสักหมึก, ถ้าใช้น้ำมันเรียกว่าสักน้ำมันทำเครื่องหมายสักเพื่อแสดงเป็นหลักฐานเช่น "สักข้อมือแสดงว่าได้ขึ้นทะเบียนเป็นชายฉกรรจ์หรือมีสังกัดกรมกองแล้วสักหน้าแสดงว่าเป็นผู้ต้องโทษปราชิกเป็นต้น" จากคำอธิบายดังกล่าวทำให้รู้ว่าการสักลายหรือลายสักของไทยคืออะไร ประเพณีการสักนั้นมีไม่แพร่หลายนักบางหมู่บ้านจะพบว่าผู้ชายไม่ว่าหนุ่มหรือแก่มักมีลายสักที่หน้าอกและแผ่นหลังตามสมัยนิยมในขณะที่ผู้ชำนาญในการสักของท้องถิ่นแสดงความสามารถที่สืบทอดมาอย่างเต็มที่ผู้ที่ทำหน้าที่สักมีทั้งพระสงฆ์และฆราวาส (คนธรรมดา)
ในอดีตสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การสักไม่ได้รับความสนใจเหมือนอดีต คือชาวเมืองและรวมถึงผู้คนทั่วไปมองว่าผู้ที่มีลายสักเป็นคนชั้นต่ำ เป็นนักเลงความคิดเช่นนี้น่าจะได้รับอิทธิพลมาจากชาวตะวันตกที่มองผู้ที่มีลายสักว่าส่วนใหญ่มักเป็นกลาสีขี้เมาหรือคนจรจัด คนเมืองจึงเกิดความรู้สึกว่าลายสักเป็นวัฒนธรรมของคนบ้านนอกคนไม่มีการศึกษา ทัศนคติเช่นนี้มิได้มีแต่คนกรุงเทพฯ เท่านั้นแต่แพร่ไปสู่เมืองอื่นๆ ด้วย โดยคิดว่า การสักลายเป็นเรื่องของคนจน กรรมกร และคนบ้านนอก ดังนั้นการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องลายสัก จึงกระทำได้ยากในปัจจุบัน เพราะคนที่มีลายสักมักจะปกปิดลายสักไว้อย่างมิดชิด ผู้ที่จะให้ข้อมูลและเปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับการสักจะเป็นกลุ่มที่มีความเชื่อในอำนาจของศิลปะโบราณนี้เท่านั้น การศึกษาค้นคว้าศิลปะชาวบ้านประเภทนี้ ควรจะได้รับการศึกษาบันทึกเกี่ยวกับการออกแบบ กรรมวิธีและพิธีกรรม ศึกษาเปรียบเทียบแต่ละกลุ่มชน ศึกษาค่านิยมและความเปลี่ยนแปลง ศึกษาการสักที่สืบทอดมาแต่โบราณ การสักมีรูปแบบที่แตกต่างกันอยู่ ๒ รูปแบบคือ ลายสักที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ และลายสักที่เกี่ยวเนื่องกับความเชื่อ แต่ละรูปแบบจะมีวิวัฒนาการตามแบบฉบับของมันและแสดงให้เห็นรูปแบบของธรรมเนียมในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยในแต่ละแง่แต่ละมุมของลายสักที่สืบทอดกันมาในสังคมไทย การสักที่เกี่ยวเนื่องกับความเชื่อ วัตถุประสงค์ของการสัก ผู้ชายบางคนจะสักยันต์ด้วยเหตุผลทางเวทมนต์คาถาเพื่อความแข็ง แกร่งของจิตใจและต้องการอยู่ยงคงกระพัน ซึ่งเป็นความเชื่ออย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นเป็นประเพณีนิยมใน ชนบางกลุ่ม การสักลักษณะนี้จะสักให้เฉพาะชายฉกรรจ์เท่านั้น การสักมีลักษณะที่สอดแทรกไว้ด้วยความเชื่อและพิธีกรรมหลายอย่าง เช่น ก่อนทำการสักจะต้องมีการทำพิธีไหว้ครู ในการสักนั้นก็จะประกอบด้วยการร่ายเวทมนต์โดยอาจารย์สักจะถูผิวหนังของผู้มาสักทั้งก่อน ขณะสักลายหรือสักยันต์ และหลังจากสักเสร็จแล้ว อาจารย์สักแต่ละคนจะมีรูปแบบของลวดลายเป็นของตนเอง และผู้ที่ต้องการจะสักสามารถเลือกลายที่อาจารย์มีอยู่ได้ตามต้องการ ส่วนมากจะเป็นสัตว์ในเทพนิยาย และ เป็นอักขระขอมและเลขยันต์ อาจจะสักลายทั้งสามประเภทผสมกัน ดังนั้นลายสักของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน เหตุผลที่การสักยังคงมีอยู่คือ หลาย ๆ คนยังเชื่อว่าการสักจะทำให้มีโชคและอยู่ยงคงกระพันพ้นอันตราย รูปแบบของการสักแต่ละชนิดจะมีความขลังที่แตกต่างกัน ลายสักหรือยันต์บางชนิดสามารถช่วยผู้ที่สักให้รอดพ้นจากสถานการณ์ที่ยุ่งยากได้ สัญลัษณ์บางอย่างของลายสักสามารถทำให้ผิว หนังเหนียวได้ ศัตรูยิงไม่ออก ฟันไม่เข้า เชื่อว่าการสักจะช่วยให้รอดพ้นจากสถานการณ์อันเลวร้ายได้ด้วย ไหว้ครูหลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ อำเภอนครชัยศรี นครปฐม

พิธีบูชาครูบูรพาจารย์ของหลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ กระทำสืบทอดมาแต่โบราณกาลตามความเชื่อถือเก่าแก่ของบูรพาจารย์ในสมัยโบราณปัจจุบันที่เห็นหลงเหลือก็จะมีพิธีไหว้ครู หมู่ลูกศิษย์ที่อยู่ในวงสายสิญจน์ บางคนก็เกิดอาการที่เรียกว่า "ของขึ้น" คนที่ของขึ้นส่วนใหญ่ มักเกิดแก่คนที่มีความเลื่อมใส จิตใจตั้งมั่นยึดมั่นในครูบาอาจารย์ มีอ่อนไหวง่ายเมื่อหลับตาระลึกถึงครูบาอาจารย์พระองค์ท่าน พวกที่สักอักขระที่เป็นรูปลักษณ์ต่างๆ เช่น สักรูปเสือเผ่น ก็กางเล็บกระโดดโจนทะยานวิ่งเข้าหาหลวงพ่อหน้าปะรำพิธี ขณะที่หลวงพ่อเริ่มทำการบวงสรวง จุดธูป เทียน บูชาครู บูรพาจารย์ ผู้ที่สักเป็นรูปหนุมานก็กระโดดโลดเต้นตีลังกาเข้าหา ที่สักหมูป่าก็แผดเสียงร้องก้อง วิ่งเข้าหาหลวงพ่อ บนพื้นดินก็มีคนคลานเลื้อยเหมือนปลาไหล ที่น่าแปลกก็คือ ภายหลังจบพิธี ไม่พบร่องรอยบาดแผล ถลอก หรือเลือดตกยางออกให้เห็นเลย บางคนของขึ้นก็ทำท่าทางยกมือเหมือนถือไม้เท้าเดินกระย่องกระแย่งลักษณะเหมือนฤาษี ตอนนี้โกลาหลไปหมดคนที่นั่งในวงสายสิญจน์ต่างก็แตกตื่นลุกหนีคนที่ของขึ้น ต้องคอยหลบหลีกพวกที่ของขึ้นวิ่งเข้าหาปะรำพิธีกันอลหม่าน ภายในสนามรอบสายสิญจน์ คนที่ของขึ้นต่างก็วิ่งเข้าหาหน้าปะรำพิธี แต่ก็มีพวกลูกศิษย์ที่จิตใจแข็งไม่เกิดการของขึ้น หลายคนช่วยกันจับคนที่ของขึ้นที่มีกำลังวังชามากมายที่ไม่รู้ว่าไปเอามาจากไหน วิธีแก้ของขึ้นก็โดยการใช้ ๒ มือ ตบที่หูเบาๆ หรือใช้มือลูบหน้าตรงจมูก หรือยกขาให้สูงกว่าตัว การไม่ให้ของขึ้นจะเตือนสติให้หายใจลึกๆ ให้ลืมตาไม่ให้หลับตา เคยถามคนที่ของขึ้นว่ารู้สึกยังไง เขาก็ตอบว่า ระหว่างหลับตาอยู่ในภวังค์ สติวูบไปอย่างไม่รู้สึกตัวว่าตัวเองทำอะไรไปบ้าง
เมื่อหลวงพ่อบวงสรวงเสร็จก็นั่งบริกรรมสักพัก แล้วจะหันหน้าออกไปยังหน้าปะรำพิธี นั่งบริกรรมต่อระลึกถึงบูรพาจารย์ คณาจารย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ท่านประสบพบในชีวิตตั้งแต่วัยเด็ก จนบรรพชา อุปสมบทเป็นภิกษุศิษย์ตถาคต ได้เดินธุดงควัตรไปพบกับผู้มีฤทธิ์วิเศษต่างๆ ครูบาอาจารย์ที่ประสิทธิ์ประสาทสรรพวิชาต่างๆ องค์พรหม องค์เทพเทวดาที่เกื้อกูลค้ำจุน ช่วยสร้างสมบารมี สร้างถาวรวัตถุ สาธารณประโยชน์ความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ประเทศชาติบ้านเมือง หลวงพ่อนั่งสงบไม่ไหวติง แสดงถึงบารมีอันแก่กล้าพร้อมด้วยเหล่าพระอาจารย์ลูกศิษย์นั่งรายล้อมในปะรำพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ที่บูชาครู บูรพาจารย์ของผู้ทรงศีลให้รู้สึกถึงพลังอันเยือกเย็น หรือบางครั้งก็ให้รู้สึกถึงจิตใจที่กล้าแข้ง ฝูงชนที่รายล้อมอยู่นอกวงสายสิญจน์ต่างตระหนักถึงสายพระเวทย์อันเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างดี ต่างก็จับสายสิญจน์ที่รายล้อมปะรำพิธีกันทุกคนเสียงแผดร้อง โจนทะยานของคนที่ของขึ้นตลอดเวลา ระหว่างที่หลวงพ่อเปิ่นนั่งบริกรรม จนฝุ่นกระจายไปทั่วบริเวณ ในพิธีชูชาครูของหลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ จะทำกันทุกปีในวันเสาร์ของเดือนกุมภาพันธ์หรือเดือนมีนาคม สาเหตุที่ทำพิธีกันในวันเสาร์ บูรพาจารย์กล่าวไว้ว่า วันเสาร์เป็นวันที่แข็งที่สุด พิธีการอันใดที่วัดจัดขึ้นในวันนี้จะมีกฤตยานุภาพเข้มแข็งมาก วันบูชาครูเป็นวันที่เสมือนหนึ่งเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีน้อมระลีกเคารพนับถือบุญคุณของบูรพาจารย์ ครูบาอาจารย์ คณาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ วิชาไสยเวทย์ คาถาอาคม คัมภีร์ต่างๆ ให้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ตั้งมั่นกระทำแต่ความดี เสมือนเป็นเกราะป้องกันตัวตัว ในการดำเนินชีวิตให้มีแต่ความสุขความเจริญ สังคมและประเทศชาติก็มีแต่ความร่มเย็นสงบสุข ภายในปะรำพิธี พอหลวงพ่อเปิ่นลืมตาขึ้นจากการบริกรรม แล้วลุกขึ้นมากราบแท่นบูชาบูชาครูเท่านั้นคลื่นมหาชนที่คอยจับสายสิญจน์อยู่เป็นเวลานาน ต่างก็เฮโลกระชากดึงสายสิญจน์ขาด พรึบเดียวสายสิญจน์ก็ขาดหายไป บางคนก็ลุกขึ้นจากวงสายสิญจน์จากภายในภายนอก ต่างถาโถมเข้าหาหลวงพ่อที่เดินมาที่โอ่งน้ำพุทธมนต์ แล้วประพรมน้ำพระพุทธมนต์ไปทั่วรอบทิศทาง ตอนนี้บางคนก็ของขึ้นวิ่งเบียดกันมาโกลาหล ต่างตนต่างเบียดเสียดยื้อแย่งเข้าหาหลวงพ่อ คลื่นคนดันคนให้เดินไปข้างหน้า ต่างเบียดเข้าที่หน้าปะรำพิธีที่เดียว เมื่อได้น้ำพุทธมนต์จนพอใจแล้วกว่าจะพาตัวเล็ดลอดออกมาได้ก็แทบแย่ เพราะคนที่อยู่ด้านในก็อยากจะออกมาข้างนอก ส่วนคนที่อยู่ด้านนอกก็อยากจะเข้าไปข้างใน จะหาทางออกหรือถอยหลังก็ไม่ได้ต้องไปตามแรงดันของกระแสคลื่นมหาชนเหล่าลูกศิษย์ที่จะเข้ามารับน้ำพระพุทธมนต์ เมื่องานพิธีบูชาครู บูรพาจารย์ได้สิ้นสุดลงแล้ว ลูกศิษย์บางคนก็เข้ามาขอเครื่องบายศรี ผลไม้ต่างๆ อาหารคาวหวานมากินเพื่อเป็นสิริมงคล พอ
หลวงพ่อลงมาจากปะรำพิธีกลับมาที่กุฏิ เครื่องบูชาเซ่นสังเวยบนปะรำพิธีก็หายวับไปกับตาไม่มีอะไรเหลือ แม้แต่โอ่งน้ำมนต์ที่มีน้ำมนต์เต็มโอ่งก็แห้งขอด งานบูชาครูก็เป็นอันจบสิ้นพิธี ท่ามกลางความยินดีปรีดาของเหล่าลูกศิษย์ที่อิ่มเอิบไปด้วยแรงบุญอันเป็นสิ่งที่เป็นมงคลสูงสุดที่เขาเหล่านั้นได้รับ เหลือไว้แต่ตำนานพิธีบูชาครูอันเข้มขลัง เปี่ยมล้นไปด้วยพลานุภาพที่เราทั้งหลายต่างจดจำในวันข้างหน้า

ขอขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ ที่นำมาให้เราชาวสยามฯ  ได้สัมผัสกัน และสุดท้ายควรเชื่อในการทำความดี ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สมดุล วันที่ : 18/09/2009 เวลา : 22.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/retailshop

ในภาพรวม นักเรียนกว่าจะจบขั้นอุดมศึกษาใช้เวลา ๑๖ ปี หากมุ่งหน้าเรียนอย่างเดียว ย่อมจะเป็นการสูญเสียโอกาสในการสร้างธุรกิจส่วนตัวไปอย่างใหญ่หลวง ผู้ที่มีอีเมลแล้ว หากได้ใช้โอกาส เป็นผู้นำเยาวชนรุ่นจิ๋ว หรือรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ ไปพร้อมๆกัน ไม่ต่างจากที่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้เริ่มมีธุรกิจส่วนตัวตั้งแต่ ๑๑ ขวบ สำหรับเยาวชนผู้ที่ฉุกคิดในเรื่องที่กล่าวแล้ว สามารถหาคำตอบได้ที่ http://www.ainews1.com

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
น้องมดแดงแฝงพวงมะม่วง วันที่ : 30/01/2009 เวลา : 16.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Peaceful1906

เป็นไสยศาสตร์จิงๆด้วย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
dreamy วันที่ : 28/01/2009 เวลา : 10.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/happyhut

very nice story and wonderful pix

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

อวัยวะส่วนใดของผู้หญิงที่คุณคิดว่าเซ็กซี่ที่สุด
ดวงตา
7 คน
หน้าอก
4 คน
เรียวขา
7 คน
รอยยิ้ม
13 คน
สีผิว
2 คน
ปาก
5 คน
เส้นผม
4 คน
ทุกข้อรวมกัน
16 คน

  โหวต 58 คน